เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

โดย: ชนิตร์นันท์ / จำปาลาว / Mrs.Lily



ตอนที่ 13 : วิวาห์จำยอม 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          ยามนั้นหล่อนคิดไม่ตก เพราะหากเลือกออกเรือนกับคนที่คุณพ่อเลือกให้ นั่นคือไม่มีวันจะหันหลังกลับได้อีก แต่หากหล่อนเลือกอยู่เป็นโสด ยอมอยู่เป็นสาวเทื้อตามอย่างคุณพี่พิกุลกับคุณพี่ประยงค์เป็น ทางเลือกนี้อาจทำให้หล่อนได้พบหัวใจก่อนที่วันเวลาจะทำให้หัวใจดวงนี้ไร้รักไปเสียก่อน ทว่าเมื่อหล่อนช้อนสายตาขึ้นมองคุณย่าน้อย อ้อมกอดของท่านที่กางออกก็ทำให้หล่อนโผเข้าหาทันที

          คุณย่าขา คุณย่าเห็นควรอย่างที่คุณพ่อบอกหลานหรือไม่คะ

          เห็นสิแม่บุษบา ย่าเห็นควรอย่างที่พ่อเขาบอกหลานทุกอย่าง

          ทำไมล่ะคะ คุณย่าก็เห็นว่าหลานควรออกเรือนหรือคะ

          ใช่สิ แม่บุษบา หลานอยู่ในวัยที่ควรออกเรือนได้แล้ว สิ่งที่พ่อหลานกลัวคือการเปลี่ยนแปลงที่เราคาดเดาไม่ได้ เพราะนั่นอาจทำให้หลานทั้งสามคนไม่ได้รับความปลอดภัยเหมือนอย่างเช่นยังมีพ่อของหลานอยู่ แต่สิ่งที่ย่ากังวลก็คือ เรือนนี้จะไร้ผู้สืบสกุล แม่บุษบาเหลือหลานเพียงคนเดียวแล้วนะลูก หลานต้องทำหน้าที่สืบทอดสายเลือดของบรรพบุรุษ ตระกูลนาฏกรรมของเราจะไม่จบสิ้นลงที่รุ่นของหลาน แม่บุษบาเข้าใจที่ย่าพูดไหมลูก

          หลานเข้าใจค่ะคุณย่า

          หล่อนตอบรับด้วยความกล้ำกลืน เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณพ่อหวาดหวั่นและเป็นสิ่งที่คุณย่าน้อยกังวลใจ แล้วหล่อนคือผู้ตัดสินใจว่าจะไปทางไหน จะไปทางซ้ายหรือจะไปทางขวา จะเดินไปข้างหน้าหรือจะถอยหลัง นั่นคือการตัดสินใจของหล่อนเองทั้งสิ้น ยามนั้นหัวใจหล่อนแสนเศร้า เมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าใจดวงนี้ไม่เคยอยู่กับตัวมานานแล้ว ตั้งแต่เป็นสาวรุ่นจนถึงเวลานี้ ใบหน้าของเขาคนนั้นไม่เคยห่างจากหัวใจ ผู้ชายที่หล่อนไม่เคยรู้จักชื่อเสียงเรียงนามด้วยซ้ำ หล่อนคิดไม่ตก ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว จนได้คุยกับพี่สาวทั้งสองคน

          คุณพี่พิกุลบอกให้หล่อนใช้หัวใจตัดสิน คุณพี่ประยงค์บอกว่าอย่าได้เป็นห่วง เพราะคุณพี่ทั้งสองดูแลตนเองได้ หล่อนไม่ต้องกังวลว่าในยามแก่ชราจะไม่มีใครคอยดูแล เพราะเงินทองมากมายนัก พวกเราสามารถจ้างคนรับใช้กี่คนก็ได้ แต่หากให้พี่สาวทั้งสองคนเลือกว่าหล่อนควรแต่งงานหรืออยู่ครองตัวเป็นสาวเทื้ออีกคนในเรือน คุณพี่พิกุลกับคุณพี่ประยงค์กลับเห็นว่า

          ‘หากแม่บุษจะเอาความคิดของพี่กับแม่ประยงค์เป็นที่ตั้ง พี่ทั้งสองคนก็เห็นว่าแม่บุษควรจะออกเรือนตบแต่งไปกับพระวิจิตรดุริยางค์

          ‘ทำไมเล่าคะคุณพี่ ก็ไหนคุณพี่บอกว่าเราอยู่กันได้ทั้งสามคน เรามีเงิน เราจะจ้างคนรับใช้กี่คนก็ได้

          ‘สิ่งนั้นถูกแม่บุษบา แต่อีกสิ่งก็ไม่ผิด เพราะการมีคู่ครองเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์พึงมี และตระกูลของพระวิจิตรดุริยางค์ก็ยิ่งใหญ่ คุณพระท่านสามารถดูแลแม่บุษบาของพี่ให้อยู่ดีมีสุขได้แน่ คุณพระเป็นผู้ชายที่ดี และคุณหญิงสร้อยก็เอ็นดูแม่บุษบานัก หากมีผู้ชายที่ดีพร้อมเข้ามาในชีวิต สตรีผู้มีปัญญา ก็ควรจะพิจารณามิใช่หรือ

          ‘แต่คุณพี่ก็ทราบว่าน้อง…’ ใจอยากจะบอกว่าคุณพี่ทราบว่าน้องรักใครอยู่ หากแต่ยั้งคำพูดนั้นไว้ ไม่ควรดอกที่หล่อนจะพูดออกไป เพราะแค่เก็บไว้ในใจก็ปวดร้าวมากพออยู่แล้ว หากพูดไปนั่นคือยิ่งเจ็บหนัก

          ‘พี่รู้ แต่หากมีวาสนาต่อกันก็คงไม่แคล้วคลาดกันมาได้ถึงห้าปีดอกใช่ไหม พี่อยากให้น้องตรองดูให้ดี หัวใจก็ส่วนหัวใจ หน้าที่ก็ส่วนหน้าที่ หากหัวใจไม่มีหวังจะได้ครอบครอง เราควรทำตามหน้าที่จะดีที่สุด

          ‘เราควรทำตามหน้าที่จะดีที่สุด

          คำนั้นก้องอยู่ในหัวจนทำให้หล่อนตอบรับสิ่งที่คุณพ่อ คุณย่าน้อย และคุณพี่ทั้งสองต้องการ หล่อนไม่ได้ฝืนใจแต่หล่อนจำยอม และเป็นการจำยอมเพื่อให้คนที่หล่อนรักทุกคนมีความสุข หล่อนไม่ใช่คนดื้อแพ่งที่จะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพ่อบอก หรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ในสิ่งที่คุณย่าอธิบาย แต่หล่อนมองทุกสิ่งตามที่ควรจะเป็น และเห็นด้วยกับคำที่คุณพี่พิกุลและคุณพี่ประยงค์บอกนั่นคือ

          หากมีวาสนาคงไม่แคล้วคลาด

          จากวันที่หล่อนตอบรับ คุณย่าน้อยก็แจ้งข่าวไปยังผู้ใหญ่ทางฝ่ายนั้น เพื่อให้พระวิจิตรฯ เขียน เรื่องราวขออนุญาตมีภรรยา ด้วยพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก กำหนดให้ก่อนมีเมีย ข้าราชการในสังกัด ต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาสูงสุดในกรมของตนก่อน

          จากนั้นไม่นานหล่อนก็ทราบจากคุณย่าน้อยว่า ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพระวิจิตรฯ ได้มอบ ใบอนุญาตให้มีภรรยา ตอบกลับมาแล้ว และฤกษ์แต่งงานที่ดีสุดก็คือวันนี้

          แกร๊ก...

          เสียงดานประตูเลื่อนออกทำให้บุษบาหันมอง พี่สาวทั้งสองนั่นเองที่เดินเข้ามา วันนี้พิกุลและประยงค์แต่งกายคล้ายกัน นั่นคือสวมเสื้อลูกไม้สีนวลคอระบายแขนยาวแค่ศอกเข้ารูปแต่ไม่แนบเนื้อ นุ่งโจงกระเบนสีม่วงดอกตะแบก ผมดัดลอน ผัดหน้านวลกันคิ้วกันหน้าสะสวย

          “ขันหมากมาแล้วนะ แม่บุษบาพร้อมหรือยัง

          คำพูดพร้อมรอยยิ้มที่ส่งเข้ามาคือกำลังใจอย่างดี ก่อนที่อ้อมแขนของพิกุลจะโอบกอดน้องสาวคนเล็กเอาไว้ ดั่งจะรู้ว่าหัวใจของน้องสาวขณะนี้สั่นไหวจนห้ามไม่อยู่ พิกุลลูบหลังลูบไหล่บุษบาทางพยักหน้าและส่งรอยยิ้มให้กับประยงค์ ณ เวลานี้หล่อนทั้งคู่ต้องทำหน้าที่เป็นพี่สาวให้ดีที่สุด ต้องส่งบุษบาไปสู่ฝั่งฝันให้จงได้

          “วันนี้น้องสาวของพี่งามเหลือเกิน

          พิกุลพูดพลางเชยคางมนของน้องสาวขึ้นเพื่อพิจใบหน้างดงามไร้ที่ติของบุษบา พินิจว่ามีส่วนใดต้องเติมเสริมแต่งอีกบ้าง ทว่าไม่พบเลย ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมที่เกล้าเป็นมวยอยู่เหนือท้ายทอยประดับด้วยพวงมาลัยดอกพุดหอมกรุ่น ช่วยเผยต้นคองามระหงและเปิดใบหน้าให้งามเด่น เครื่องหน้าที่เด่นชัดสะสวยสมเป็นนางบุษบาตามที่ผู้เป็นแม่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากเกลี้ยงเกลา เรียวคิ้วสวย จมูกโด่ง แก้มนวลสุกปลั่ง จนถึงริมฝีปากอวบอิ่มที่เป็นสีระเรื่อราวผลชมพู่มะเหมี่ยว

          “ไหนลุกขึ้นยืนให้พี่ดูเสื้อผ้าสิ มีตรงไหนหลวมไปคับไปหรือเปล่า พี่จะได้แก้ให้

          ประยงค์ประคองน้องสาวให้ลุกขึ้นยืน แล้วให้บุษบาหันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจ เพราะหล่อนตัดเย็บชุดเจ้าสาวนี้กับมือ ชุดเจ้าสาวแบบเรียบง่ายตัดจากผ้าไหมสีชมพูกลีบบัว ตัวเสื้อเข้ารูปแต่ไม่แนบเนื้อเป็นคอกลมผ่ากลางกลัดกระดุม แขนยาวแค่ศอกทิ้งระบายเหนือสะโพก ซิ่นเป็นผ้าไหมสีพื้นชมพูกลีบบัวเช่นเดียวกันแต่ต่อชายเป็นผ้าทอยกดอกพิกุลด้วยดิ้นไหมทอง

          เครื่องประดับเรือนกายมีต่างหูทอง สร้อยทอง กำไลข้อมือ แหวน เป็นลวดลายดอกพิกุลกระจุ๋มกระจิ๋มเข้าชุด เพราะบุษบาไม่ใช่คนแต่งเครื่องประดับจัด เพียงเล็กน้อยเท่านี้ก็งามมากพอแล้ว

          “น้องสาวของพี่งามที่สุด ถ้าวันนี้คุณแม่ยังอยู่ คงจะปลื้มใจเหมือนดั่งที่พี่ปลื้มในเวลานี้เป็นแน่ ใช่ไหมแม่ประยงค์

          “ใช่ค่ะคุณพี่ แม่บุษพี่ปลื้มใจกับน้องนัก พี่ดีใจที่แม่บุษจะมีความสุขประยงค์พูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าจากชายพกขึ้นมาซับน้ำตา

          บุษบายิ้มเศร้า แม้จะเห็นความสุขของทุกคน ทว่าหล่อนก็ยังอดเศร้าใจไม่ได้อยู่ดี เพราะจากวันนี้หล่อนจะกลายเป็นสมบัติของสามี เป็นผู้หญิงที่ต้องกระทำตัวให้เหมาะให้สม เพราะต้องรักษาหน้าตาของสามีและต้นตระกูลของตนเองพร้อมกันไปด้วย ทว่าสามีของหล่อนนั้น เขาจะปรานีหล่อนหรือไม่ แม้จะเชื่อสายตาคุณพ่อและคุณย่าว่าย่อมคัดสรรสิ่งที่ดีสุดให้กับหล่อน แต่หล่อนก็ยังหวั่นใจ เพราะสามีไม่ใช่สิ่งของที่ใช้ไม่ได้หรือไม่ถูกใจจะได้สำรองซื้อใหม่ ทว่าสามีคือคนที่หล่อนต้องร่วมชีวิตตลอดไป

          “ยิ้มให้กว้างกว่านี้อีกหน่อยนะแม่บุษ เพราะนี่คืองานมงคลของน้อง และจะเป็นวันที่น้องมีความสุขที่สุด

          “แม้จะถูกคลุมถุงชนหรือคะ

          “ใช่ แม้จะถูกคลุมถุงชน

          พิกุลยิ้มเมื่อบุษบาทำสีหน้าไม่แน่ใจในคำตอบของหล่อน ผู้เป็นพี่สาวทั้งสองจึงเข้าโอบกอดน้องสาวประกบทั้งสองข้างซ้ายขวา ดุจจะมอบความรัก ความอบอุ่น และสิ่งที่ดีสุดให้กับบุษบาน้องนุชสุดท้องของบ้าน

          “แม่บุษบา เชื่อใจในความรักของคุณพ่อ คุณย่าน้อย และของพี่ทั้่งสองคนหรือไม่พิกุลถาม

          “เชื่อสิคะ น้องทราบว่าคุณพ่อ คุณย่าน้อย คุณพี่พิกุล และคุณพี่ประยงค์ รักน้องมากที่สุด

          “ถ้าน้องเชื่อว่าพวกเราทุกคนรักน้อง พี่ก็ขอให้น้องมั่นใจว่าสิ่งที่คุณพ่อ คุณย่าน้อย และพี่ทั้งสองคนเลือกให้น้องนั้นย่อมดีที่สุดแล้ว พี่มั่นใจว่าน้องต้องพบกับความสุขในชีวิตคู่อย่างแน่นอน เชื่อพี่นะ

          “ใช่จ้ะ เพราะอย่างไรเสีย นางบุษบาก็ต้องคู่กับอิเหนา

          ประยงค์พูดเสริม นั่นทำให้บุษบายิ่งสับสน เพราะอิเหนาที่หล่อนพึงใจ หล่อนไม่อาจครองคู่เขาอีกแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha