เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

โดย: ชนิตร์นันท์ / จำปาลาว / Mrs.Lily



ตอนที่ 15 : วิวาห์จำยอม 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ข้างฝ่ายเจ้าบ่าวเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าสาวครั้งแรก ก็ถึงกับเผลอมองอย่างลืมตัว ด้วยศรไม่คาดคิดว่านางบุษบาที่แม่บอกว่าเหมาะสมกับอิเหนาที่สุดจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ งามจนเขาไม่อาจละสายตาไปได้

          ใบหน้ารูปไข่งามเด่น ผิวพรรณผุดผาดนวลละออ จนเขาพานคิดไปว่านี่คือนางบุษบาจริงๆ หรือไร เหตุใดนางจึงมีตัวตนอยู่ตรงหน้า ทั้งงามและหอมกรุ่นไปทั้งกาย จนเขาอยากจะเข้าไปดอมดมแก้มนวลนั้นใกล้ๆ

          ทว่าเสียงกะแอมไอจากผู้ใหญ่ฝ่ายเขาก็ทำให้ศรตื่นจากภวังค์ แต่หูนั้นยังแว่วได้ยินเสียงแม่และคุณยายสายที่พากันหัวเราะคิกคักพร้อมพูดว่า ช่างสมกันราวกิ่งทองใบหยกนั่นทำให้เขาต้องถามตัวเองว่า จริงหรือไม่ เขาอยากให้เป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า

          เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวจัดแจงนำเอาสินสอดทองหมั้นออกมาเรียงบนผ้าทองที่จัดเตรียมไว้ สินสอดประกอบไปด้วยเงินสด ทองคำก้อน และทองรูปพรรณ ซึ่งประกอบไปด้วย สร้อยคอ กำไลข้อมือ ต่างหู เข็มกลัดติดเสื้อ และเข็มขัดซึ่งทำจากทองคำ ล้วนแต่เป็นของเก่าแก่ของตระกูลพระวิจิตรฯ ทั้งสิ้น

          บุษบามองเครื่องประดับต่างๆ ด้วยความตื้นตันใจ แม้หล่อนจะไม่นิยมแต่งกายด้วยเครื่องประดับทองเหล่านี้ ทว่าคุณหญิงสร้อยที่นำเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาเป็นสินสอดมอบให้แก่หล่อนนั้น ย่อมแปลว่าท่านให้เกียรติหล่อนในฐานะที่เป็นสะใภ้เป็น เมียกลางเมืองที่ท่านสู่ขอให้แก่ลูกชาย

          เมื่อเถ้าแก่จัดเรียงสินสอดเรียบร้อยแล้วก็เชื้อเชิญผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้ช่วยกันโปรยถั่ว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก ดอกไม้ ใบเงิน ใบทอง บนสินสอดที่เรียงไว้ เพื่อเป็นเคล็ดสำหรับการงอกเงย การเจริญรุ่งเรือง ชื่อเสียงลือไกล และมั่งมีศรีสุขไปด้วยทรัพย์สิน จากนั้นคุณย่าน้อยที่รับหน้าที่เป็นแม่เจ้าสาวในวันนี้ก็หอบห่อเอาผ้าทองนั้นแล้วแบกขึ้นบ่า นำเข้าไปเก็บในห้องหอที่จัดเตรียมไว้ พร้อมกับพูดไปด้วยว่า

          “บ้านนี้เรือนนี้ คู่บ่าวสาวนี้ มีเงินมีทองมากมาย จนต้องแบกเก็บ ช่างมั่งมีศรีสุข มีทรัพย์ศฤงคารมากมายเหลือเกิน

          เมื่อคุณย่าน้อยออกมาจากห้องก็เข้าสู่ขั้นตอนการสวมแหวน พานแหวนที่ตกแต่งด้วยใบตองจับจีบพร้อมประดับด้วยตุ้มอุบะที่เรียงร้อยจากดอกรักและดอกกุหลาบสีชมพูถูกนำมาวางตรงหน้าเจ้าบ่าว     

          “พ่อศร สวมแหวนให้น้องสิลูก” เสียงคุณหญิงสร้อยบอกกับลูกชาย

          บุษบาช้อนสายตาขึ้นมองฝ่ามือที่ขาวยิ่งกว่าหล่อน คงไม่แปลกที่เขาจะมีผิวขาวเยี่ยงนี้ เพราะคุณหญิงสร้อยนั้นมีเชื้อสายมอญกับจีน ฝ่ามือนั้นเอื้อมหยิบกล่องแหวน นิ้วเรียว เล็บมือสะอาด ทว่าปลายนิ้วกลับดูด้าน คล้ายคนที่ใช้ปลายนิ้วเสียดสีกับบางสิ่งอยู่ตลอด

          บุษบามองเพลินจนเจ้าของฝ่ามือนั้นเปิดฝากล่องแหวนออก ด้านในนั้นเป็นแหวนหัว ตัวแหวนทำจากทอง ส่วนหัวแหวนนั้นประดับด้วยเพชรเม็ดเท่าถั่วเขียว

          “แม่บุษบายื่นมือให้คุณพี่ศรสิลูก” เสียงคุณพ่อกำชับ

          บุษบาค่อยๆ ยื่นมือซ้ายออกไปตรงหน้า และเจ้าของฝ่ามือขาวนั้นก็ช้อนกระชับด้านล่างฝ่ามือของหล่อน ฉับพลันบุษบาก็รู้สึกคล้ายมีกลุ่มความร้อนแผ่วาบตั้งแต่ใต้ฝ่ามือก่อนจะกระจายไปทั่วทั้งร่าง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกแตะต้องโดยผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่บิดา และบุษบาก็ประหม่าเสียจนแทบจะชักมือออกเสียเร็ว ทว่าเจ้าของฝ่ามือขาวนั้นกับกระชับไว้แน่น

          หัวใจหล่อนสั่นไหวเต้นระรัว สะบัดร้อนสะบัดหนาวไปทั้งร่าง เมื่อเขายื้อฝ่ามือหล่อนไม่ปล่อย และเมื่อเขาหยิบแหวนหัวออกจากกล่อง ก่อนจะค่อยๆ สวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้าย บุษบาตื่นเต้นเสียจนต้องกลั้นหายใจ ยามเมื่อแหวนหัววงนั้นเคลื่อนผ่านเข้ามาจนสุดโคนนิ้ว เพราะนั่นคือการประกาศให้ผู้คนรับรู้ว่าหล่อนมีผู้ครอบครองแล้ว นับแต่นี้ไปชายผู้นี้คือ สามี

          “แม่บุษบากราบพี่เขาสิลูก” คุณย่าเตือน

          บุษบาตื่นจากภวังค์ หล่อนต้องก้มกราบที่ตักของเขาเพื่อฝากตัวเป็นภรรยาอย่างที่เคยเห็นญาติผู้พี่ที่ตบแต่งไปก่อนหน้า ฝ่ามือที่พนมขึ้นสั่นจนเห็นได้ชัด ทว่าบุษบาก็ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นไป ฝ่ามือน้อยพนมแนบระดับอกก่อนจะโน้มกายก้มกราบแทบตักผู้ที่บัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นสามีโดยถูกทำนองครองธรรม

          อาการคล้ายมีลูกไฟมากมายอัดอั้นอยู่ในอกก่อนจะกระจายวาบไปทั่วทั้งร่างไม่ได้เกิดกับบุษบาเพียงคนเดียวดอก ศรเองก็แทบจะระงับความตื่นเต้นนี้ไว้ไม่ไหว เพราะไม่ใช่เพียงรูปกายที่งดงาม ทว่าในระยะที่ห่างกันเพียงนี้ กลิ่นหอมรวยระรินจากเรือนกายยังกำจายไม่หยุด จนเขาอยากจะเข้าไปหอมใกล้ๆ อยากรู้ว่าอยู่ห่างยังหอมเยี่ยงนี้ แล้วหากอยู่ใกล้เล่าจะหอมสักเพียงไหน และเมื่อร่างงามระหงก้มกราบแทบตัก ศรก็ได้กลิ่นหอมตรึงใจ

          ศรเคลื่อนฝ่ามือวางทาบบนเรือนผมสวยที่มวยและกรองมาลัยคล้องไว้ พลางลูบลงอย่างเอ็นดู ดั่งจะยอมรับการฝากตัวในครั้งนี้

          กิริยาของบ่าวสาวอยู่ในสายตาของญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ที่ต่างมองกันด้วยความสุขเพราะนี่คือคู่สร้างคู่สมโดยแท้ พระนาฏกรรมฯ หันมองคุณย่าน้อย พร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ท่านซับน้ำตาแห่งความอิ่มใจ ก่อนจะมองเลยไปยังลูกสาวอีก ๒ คนที่นั่งเยื้องอยู่ด้านหลังแม่บุษบา ยิ้มกว้างให้กันอย่างมีความสุข เพราะสิ่งที่ท่านตัดสินใจนั้นถูกแล้ว บุษบาจะได้อยู่กับบุรุษที่หล่อนพึงใจ และพระวิจิตรฯ ก็ได้หัวใจของพ่อไปครอบครองแล้ว        

          เมื่อเจ้าบ่าวเคลื่อนฝ่ามือออกจากเรือนผม บุษบาจึงค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้น หล่อนพนมมือไหว้เขาอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองเขา เพราะหากหล่อนยังก้มหน้าอยู่เยี่ยงนี้คงไม่สมควร ทว่าเพียงสายตาเคลื่อนถึงปลายคางที่เห็นไรเคราจางๆ คล้ายเพิ่งโกนใหม่ ก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อโดยไม่ได้กินหมาก ไม่ได้ทาชาด หากแต่เป็นสีชัดตามผิวพรรณ

          หัวใจของบุษบาก็เต้นระทึก เมื่อมองไปถึงจมูกโด่ง เห็นเพียงเท่านี้หล่อนก็จำได้ เมื่อใบหน้านั้นติดตรึงอยู่ในหัวใจไม่เสื่อมคลาย และหัวใจก็มีอิทธิพลเกินกว่าความอาย ดวงตาสวยจึงตวัดขึ้นมองโดยเร็ว ก่อนจะเบิกกว้างเมื่อเจ้าของดวงตาคมเข้มนั้นมองสบมาเช่นกัน

          ภาพความทรงจำแต่หนเก่าหวนคืน ย้อนไปเมื่อครั้งแรกที่ได้พบ และอีกครั้งเมื่อ ๒ ปีก่อน แต่ในยามนี้เขาอยู่ตรงหน้า และเป็นบุรุษที่ได้ครอบครองหล่อน ตามส่วนลึกในหัวใจที่ร่ำร้อง

          เจ้าสาวที่ตะลึงมองหน้าเขาก่อนจะก้มหลบสายตา ทว่าแก้มที่ระเรื่อขึ้นนั้นก็ทำให้ศรอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู ไม่รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มระบายบนใบหน้าตั้งแต่เมื่อใด รู้อีกทีก็ตอนที่คุณแม่กับคุณยายสายส่งยิ้มมาให้ เขาจึงรู้ตัวว่ายิ้มตอบไปซะแล้ว

          ไม่ต่างจากบุษบาที่มีรอยยิ้มระบายบนใบหน้า ใบหน้าสวยหันมองพี่สาวทั้งสองที่ส่งยิ้มพลางพยักหน้ายืนยันว่านี่คือสิ่งที่ดีสุด ที่ครอบครัวเลือกให้บุษบา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha