เสน่หานางไพร

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 1 : Ep1 : ชีวิตกลางพนาไพร (จบบท) Nc+


ตอนต่อไป




เสน่หานางไพร
มาศอุไร
www.mebmarket.com
สาวงาใดใต้หล้า ไม่มีผู้ใดเทียบเท่า เสน่หาหนึ่งเดียวในใจ คือเธอผู้เดียว ขวัญไพร!******************************************“พี่หลง!...” แววตาคู่เดิมคู่นี้ คู่ที่นำแต่ความสุขมาให้เธอ ขวัญไพรเรียกชื่อสามีแล้วยิ้มกว้าง หากเพียงไม่นานรอยยิ้มกว้างกลับเจือลงแววตาวาววับดูเศร้าสร้อยตอนได้ยินชายหนุ่มย้ำชื่อตนเองให้เธอฟัง “ผมคือชาคร์... ชาคร์ คาร์เกน ไม่ได้ชื่อ หลง...” ชายหนุ่มย้ำชื่อตัวเองแล้วถอนหายใจ นึกโมโหตัวเองที่เป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงในอ้อมกอดเสียใจอีกแล้ว ให้ตาย!เห็นเจ้าหล่อนเจ็บทีไร ใจเขาก็เจ็บไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่นักหรอก ไม่ได้อยากทำให้ขวัญไพรเสียใจเลยสักนิดชาคร์ยกมือข้างหนึ่งเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้น สองดวงตาสบกันแน่นิ่ง “จะเป็นไปได้ไม่ถ้าหากเราสองคน มาเริ่มต้นกันใหม่ แล้วละทิ้งเรื่องราวที่ยังจำไม่ได้นั้นซะ” ชาคร์ค่อยๆเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เขาเฝ้าทบทวนมาหลายวัน ความรู้สึกที่เขามีต่อขวัญไพร มันชัดเจน เขาหลงรักเจ้าหล่อนเข้าอย่างเต็มเปา เขาหลงรักเมียตัวเองเข้าแล้วนะสิ...(ชาคร์ vs ขวัญไพร)หญิงสาวลืมตาใสแจ๋ว พลางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นพ่อของลูก “ลูกดิ้นใหญ่เลยค่ะ...” ประโยคบอกเล่าแสนสั้นหากก็ทำให้หัวใจของอีกหนึ่งดวงมันรู้สึกพองโตจนแน่นคับอก สิงห์รีบก้มใบหน้าลงมองดวงหน้ากระจ่างของเมียตัวเล็ก ไล้สายตาลงสู่กึ่งกลางลำตัวที่มีเจ้าตัวน้อยของเขานอนหลับปุ๋ยอยู่ในนั้น ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเมื่อจิตนาการถึงร่างน้อยๆตัวเท่าฝ่ามือนอนขดตัวอยู่ในนั้น สิงห์มองหน้าท้องนูนสลับกับใบหน้าของชารีน มันตื้อตันจนพูดอะไรไม่ออก “คุณอยากสัมผัสยายหนูดูไหมคะ” “พี่...เอ่อ...ผมสัมผัสเขาได้เหรอ” สิงห์ถึงกับยืนทื่อ มือเท้าที่โอบกอดแม่ของลูกเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบเริ่มแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆและตรงหัวตามันมีน้ำใสเอ่อล้น ชายหนุ่มจำต้องยกมือขึ้นปาดมันทิ้ง(สิงห์ vs ชารีน)*หากมีสิ่งใดผิดพลาดไรท์ต้องขออภัยด้วยนะคะ*



 Ep1

            (ชีวิตกลางพนาไพร)

 

 

 ณ กลางหุบเขาสูงตระหง่าน ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของประเทศไทย ขุนเขาหลายลูกถูกห้อมล้อมด้วยความหนาทึบของใบไม้สีเขียวขจี บดบังมิดชิดจนแทบมองไม่เห็นถึงพื้นดินส่วนด้านล่าง ความเขียวขจีเหล่านี้ล้วนเป็นตัวช่วยอำพรางสายตาชีวิตคนนับร้อย ให้ได้อาศัยบนพื้นป่าทั่วบริเวณ ทำมาหากินเลี้ยงชีพกันอย่างสุขสงบมาอย่างยาวนาน

ภายใต้มนต์คลังแห่งป่าเขา เป็นที่ร่ำลือ ปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นตำนานเล่าขาน มันแฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับจากสิ่งที่มองไม่เห็น ใครหลงเข้าไปเมื่อใดจะไม่มีวันได้ย้อนกลับออกมาหาครอบครัวอีกเลย...

ถึงแม้ภายนอกจะมีการโจษจันถึงความน่าสะพรึงกลัวต่างๆนานาเพียงใด ทว่าภายในพื้นที่กว้างใหญ่ไพรศาลจนสุดลูกหูลูกตากลับมีกลุ่มชาวบ้านกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ต่างหลบลี้หนีปัญหาคุกคามเรื่องเชื้อชาติ เข้ามาพำนักอาศัยพื้นที่ทำกินยังผืนป่าอุดมสมบูรณ์กันอย่างสุขสงบยาวนานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ว่าได้  

จนกำเนิดเป็นหมู่บ้านเล็กๆขึ้นมา เรียกชื่อหมูบ้านแห่งนี้ว่า หมู่บ้านตะนาวขอ...

อาจด้วยพื้นบริเวณป่าตรงส่วนนี้ ยังคงไว้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติครบครัน ไม่ได้ถูกคุกคามหรือทำลายด้วยฝีมือมนุษย์กิเลสหนาเหมือนดั่งเช่นผืนป่าตรงช่วงบริเวณอื่นใกล้เคียง ส่วนหนึ่งคงเป็นเรื่องที่ชาวบ้านต่างนำไปพูดกันจนกลายเป็นตำนาน

ต่างเล่าขานถึงเรื่องอาถรรพ์แห่งผืนป่าตะนาวขอ จึงไม่มีใครกล้าย่างกายเข้ามา...

“ขวัญเอ่ยตื่นหรือยังลูก...” เสียงเรียกคุ้นหูดังอยู่นอกห้องซึ่งสร้างจากไม้ไผ่ทั้งหลัง

และภายในห้องนอนขนาดเล็ก มีสาวน้อยร่างอวบอิ่มผิวพรรณผุดผ่องในวัยกำลังแรกแย้ม รูปร่างนั้นอรชรอ้อนแอ้นอ่อนหวาน เจ้าหล่อนซุกร่างบอบบางเข้าหาผ้าห่มอุ่น หลับตาพริ้มให้กับความฝันอันแสนสุข ก่อนจะลืมตาตื่นเพราะเสียงเรียกจากผู้เป็นตาดังย้ำมาเป็นรอบที่สอง

“ขวัญตื่นหรือยังลูก...”

“ตื่นแล้วจ้ะตาจ้า...” เสียงหวานขานตอบแม้นเธอยังนอนพลิกกายไปมาอยู่บนผืนผ้าใช้ปูลองนอนแทนไม้กระดานแข็งอย่างนึกเกียจคร้านเล็กน้อย เหตุด้วยเช้านี้ตาสยาของเธอจำต้องเข้าป่าเพื่อเก็บพืชสมุนไพรนำมาทำตัวยาเพิ่ม

เธอจึงต้องรีบตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจัดแจงหุงหาอาหารแห้งใส่ห่อผ้าเตรียมไว้ให้ผู้เป็นตา ไว้ใช้สำหรับรับประทานระหว่างเดินป่านั่นเอง

โดยบ้านไม้หลังคามุงด้วยใบจากสร้างเองกับมือหลังนี้ มีคนอาศัยอยู่เพียงสองคนเท่านั้น

 คือตัวเธอกับตาสยา ชายชราที่เก็บเอาเธอมาเลี้ยงจากลำธารหลังหมู่บ้านตะนาวขอ

ขวัญไพรเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยผิวพรรณขาวอมชมพู ใบหน้าหวานจิ้มลิ้ม ดวงตาดำขลับเป็นประกายเรืองรองดูสดใสสมวัย ดังนั้นไม่ต้องนึกแปลกใจอะไรนัก ถ้าหากจะมีหมู่ภมรคอยแวะเวียนเข้ามาขอรับยาสมุนไพรจากเฒ่าสยาแทบจะทุกวัน

 เรียกได้ว่า หัวกระไดบ้านหลังนี้ไม่เคยแห้งต้องนำมาใช้กับบ้านของหมอเฒ่าสยา...

ต้นกำเนิดของสาวน้อยหน้าตาสะสวยยังคงเป็นปริศนา ยังไม่มีใครได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้แต่เฒ่าสยาเอง แกก็ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนั้น พ่อแม่แท้ๆของเด็กสาวคนนี้เป็นใครกันแน่

 สาวน้อยขวัญไพรถือกำเนิดมาจากที่ใดนั้นไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้คือเธอไหลมาตามลำธารสายหลักหลังหมู่บ้าน ลำธารที่เชื่อมโยงมาจากเทือกเขาตะนาวศรี ผ่านเลยเข้าสู่ดินแดนเพื่อนบ้านอีกทอดหนึ่ง

ตอนนั้นเด็กน้อยขวัญไพร ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขาวผืนใหญ่ ผูกมัดติดลอยมากับแพรไม้แน่นหนา ปล่อยไหลมาตามน้ำลำธารสายนี้เรื่อยๆ จนถูกเฒ่าสยาพบเข้าโดยบังเอิญ

แกให้การช่วยเหลือจนเด็กน้อยคนนั้นอยู่รอดปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้  

ในวันนั้น เฒ่าสยาแกกำลังลงอาบน้ำชำระร่างกายอย่างเช่นทุกวันอยู่ตรงลำธารท้ายหมู่บ้าน หลังกลับออกมาจากป่าเพื่อเข้าไปหาตัวสมุนไพรเพิ่มเติม บังเอิญหางตาแกแลเห็นอะไรผิดปกติลอยมาไม่ห่าง เลยลองว่ายน้ำเข้าไปดู ปรากฏร่างน้อยแสนน่ารักบนแพรไม้ผูกเชือก

แกรู้สึกตกใจมาก ไม่คิดไม่ฝันจะมาเจออะไรในชีวิตแบบนี้มาก่อน ให้ตาย! ใครมันช่างใจร้ายใจดำ คิดทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็กแบเบาะ นับว่าเป็นบุญของมันนักหนา ที่ยังไม่ตกน้ำตายเสียก่อนลอยมาถึงลำธารท้ายป่า ก่อนตัวแกจะมาเจอเข้า

 แม่หนูน้อยส่งยิ้มอวดเหงือกสีชมพู นอนอ้าปากส่งเสียงร้องอ้อแอ้ แต่ไม่ได้ร้องไห้โยเยเสียงดังดั่งเช่นเด็กทารกทั่วไป สร้างความประหลาดใจแก่เฒ่าสยายิ่งนัก แกเอื้อมมือคว้าแพรไม้นั้นไว้อย่างว่องไว จัดการลากพาร่างเล็กบนแพรไม้ขึ้นบนฝั่งทันที สำรวจแม่หนูให้แน่ชัด ไม่ได้เกิดบาดแผลหรือเจ็บตรงไหน

หนูน้อยหน้าตาน่าชัง นอกจากจะไม่ร้องไห้โยเยเหมือนกับเด็กเล็กทั่วไป แม่หนูตัวขาวราวหยวกกล้วย ยังรอดพ้นจากคมเขี้ยวคมเล็บจากบรรดาสิงสาราสัตว์ดุร้ายในป่า พวกมันมักจะชอบลงมาหาน้ำดื่มจากลำธารสายนี้อย่างน่าเหลือเชื่ออีกด้วย

มันคงเป็นลิขิตจากฟ้าสินะ ถึงได้ส่งแม่หนูน้อยแสนน่ารักน่าเอ็นดูผู้นี้มาให้เขาเลี้ยงดู...

และนับจากวันนั้น ขวัญไพรจึงเติบโตมากับเฒ่าสยา ชายชราซึ่งมีอายุล่วงเลยใกล้ขึ้นหลักร้อยเต็มที แกขึ้นชื่อในเรื่องปรุงยาสมุนไพรมือฉมังของหมู่บ้านตะนาวขอ

แถมแกยังเป็นหมอประจำหมู่บ้านแห่งนี้อีกด้วย...

 

 

เช้านี้สาวน้อยขวัญไพรต้องรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะตาบอกให้เธอจัดแจงเตรียมทำอาหารแห้งห่อใส่ใบตองเตรียมไว้ก่อนไก่ขัน

วันนี้ท่านต้องเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพรเพิ่ม อาจไปสักหลายวันหน่อย ด้วยว่ารากคนทากับรากท้าวยายม่อมหนึ่งในส่วนผสมหลักในการทำยาลดไข้ร่อยหรอเต็มที

ช่วยนี้เข้าหน้าฝนเด็กเล็กในหมู่บ้านเกิดติดไข้กันระงม ท่านกลัวตัวยาจะหมดเสียก่อนเด็กทั้งหลายจะหายขาดจากอาการไข้ดังกล่าว นับว่าเป็นเรื่องปกติเธอเห็นท่านเดินเข้าป่าแบบนี้ตั้งแต่เล็กจนโต

“ตาไม่อยู่หลายวัน เอ็งก็อย่าหาเรื่องซุกซนนักละ ข้าขี้เกียจฟังไอ้เบิ้มมันบ่นจนหูชา” ผู้เป็นตายีผมนุ่มของหลานอย่างเอ็นดู โตเป็นสาวสะพรั่งทว่ายังติดนิสัยซุกซนไม่ต่างจากตอนเป็นเด็กตัวเท่าเมี่ยง  

“ขวัญจะซุกซนที่ไหนได้ ผู้คุมเพียบซะขนาดนั้น” เฒ่าสยาหัวเราะพลางส่ายหัวตอนเห็นหลานสาวทำปากจู๋

“ก็ไอ้เบิ้มมันเป็นห่วงเอ็ง กลัวเอ็งจะเป็นอันตราย เกิดเล่นซุกซนจนเพลินแล้วเดินหลงเข้าเขตป่าต้องห้าม มันจะซวยเอา” สาวน้อยย่นใบหน้าก่อนคว้าแขนเหี่ยวมาคลอเคลียประจบประแจง จะเถียงก็ไม่ได้เมื่อมันคือเรื่องจริง

“ขวัญไม่เล่นซนแล้วละจ้ะตาจ๋า แต่ตาต้องรีบกลับออกจากป่ามาไวไวนะ ขวัญไม่อยากให้ตาเข้าป่านานๆเลย ขวัญกลัว...

“ตารู้แล้วละน่า...” ผู้เป็นตารับเสียงปนเอ็นดู

“เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะตาจ๋า...”

 ขวัญไพรเดินหิ้วย่ามผ้าขนาดใหญ่ตามผู้เป็นตาออกมาจากบ้าน ส่งสายตาละห้อย เจ้าหล่อนยื่นย่ามใส่อาหารแห้งมากมาย โดยไม่ลืมกอดร่างเหี่ยวไว้ด้วยความรักสุดหัวใจให้หายคิดถึง แม้นตอนแรกเธอขออาสาจะเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพรเหล่านั้นแทนผู้เป็นตาที่แก่ชราภาพมากแล้วให้เอง ด้วยกลัวท่านอาจเกิดอันตรายขึ้นตอนเดินทาง ทว่าท่านกลับไม่ยอมอนุญาต แถมยังสั่งห้ามเธอ ไม่ให้เข้าป่าสนธยานั้นอีกเด็ดขาด

 ท่านคงขยาดกลัวอาถรรพ์ในป่าแห่งนั้นจะซ่อนตัวเธอเอาไว้อีก เธอยังจดจำเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างขึ้นใจ เธอเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพรช่วยตาสยาอีกแรง แต่ดันเกิดพลัดหลงกับท่านระหว่างทางจะลงจากเขา ความหิวและความกลัวสุดขีดเกือบทำให้เธอช๊อค ดีที่เธอรีบตั้งสติไว้มั่น รีบตั้งจิตอธิษฐานด้วยดวงจิตศรัทธา ขอเจ้าป่าเจ้าเขาโปรดช่วยเหลือ นำทางพาเธอออกจากป่าที เธอถึงได้พบกับทางออกจากป่าในเวลาไม่นาน

 เธอกลัวแต่ไม่เข็ดขยาดเหมือนกับท่าน ในเมื่อเธอเกิดและเติบโตมากับป่าเขาลำเนาไพรกว่ายี่สิบปี ความคุ้นเคยกับพวกต้นไม้ใบหญ้า อีกทั้งสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ล้วนเป็นเพื่อนเล่นของเธอมาก่อนทั้งนั้น แล้วเรื่องอะไรกันเธอจะต้องกลัวบ้านเกิดของตัวด้วยเล่า...

หญิงสาวเพียงนึกเป็นห่วงท่าน อ้อนวอนขอตามไปดูแล ทว่าตาสยากลับให้เหตุผลหนักแน่น เธอจำต้องหยุดเซ้าซี้เองโดยปริยาย

 ถ้าเธอตามท่านเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรอีกคน แล้วใครจะคอยจัดหยูกยาลดไข้ให้กับเด็กในหมู่บ้านที่ยังมีอาการไข้ไม่หายดี ขวัญไพรเลยจำใจต้องอยู่เฝ้าบ้านขัดท่านไม่ได้

“ตาจ๋าอย่ามัวแต่หาสมุนไพรจนลืมกินข้าวนะจ๊ะ ขวัญทำแต่ของชอบของตาจ๋าห่อใบตองไว้เต็มย่ามเลย ตาต้องกินให้เยอะๆ จะได้มีแรงเดินป่า” สาวน้อยยังคงสวมกอดคุณตาเอาไว้ เพราะไม่บ่อยครั้งนักเธอกับตาสยาจำต้องห่างกันหลายวัน

เฒ่าสยาถึงกับอมยิ้มให้กับลูกอ้อนของหลานสาวตัวน้อย แกยกมือลูบผมนุ่มสลวยด้วยความรักใคร่ผูกพัน ใจนั้นนึกเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน กลัวตอนแกไม่อยู่แล้วจะมีใครดอดมาทำมิดีมิร้ายกับหลานสาว แต่ไว้ใจคนของผู้ใหญ่เบิ้ม พวกมันจะคอยเป็นหูเป็นตา ดูแลปกป้องหลานสาวนอกไส้ของแกได้อย่างปลอดภัยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนแกอยู่

 เนื่องจากไอ้เบิ้ม มันก็เอ็นดูขวัญไพรไม่ต่างจากลูกหลานแท้ๆเหมือนกัน ทุกครั้งมันก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ตัวแกเลยคลายกังวลได้บ้างเล็กน้อย

“เราก็เหมือนกัน อย่ามัวแต่เที่ยวตะลอนเล่นซุกซนจนมืดค่ำ แล้วก่อนเข้านอนก็อย่าลืมปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนาด้วยนะ ตาฝากให้ไอ้เบิ้มมันคอยเป็นหูเป็นตาคอยดูแลเอ็งให้อีกแรง ถ้าหากเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เอ็งร้องตะโกนเสียงดังๆเข้าไว้ คนของผู้ใหญ่มันจะได้ยินแล้วมาช่วยเอ็งได้ทัน ตาไม่ไว้ใจไอ้มะขาม กลัวมันจะบุกเข้ามาปล้ำเอ็งตอนตาไม่อยู่บ้านนะสิ”  

“จ้ะตา...ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ขวัญไพรรับปากเป็นมั่นเหมาะเพราะไม่อยากให้ตาสยาต้องมาเป็นกังวลใจเรื่องของเธอมากนัก

เธอโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว และไม่ได้คิดกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น  

เฒ่าสยาผละห่างจากร่างหลานสาวพร้อมรับย่ามผ้ามาสะพายไว้บนบ่าเสียเอง แกสั่งกำชับกำชาหลานสาวคนงามเสียงเข้มอีกหลายประโยค สีหน้านั้นยังติดเป็นกังวลไม่หาย ก่อนแกจะถอนใจออกมาหนักหน่วงแล้วตัดใจหันหลังเดินเข้าป่าไปในที่สุด

 เดิมทีแกก็ไม่ค่อยอยากปล่อยให้ขวัญไพรอยู่ตามลำพังสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ติดว่ายาลดไข้จะหมดแล้วไอ้แดงเด็กน้อยในหมู่บ้านอาการจะทรุดหนัก แกคงไม่กล้าทิ้งหลานสาวให้อยู่บ้านคนเดียวเป็นแน่แท้

แต่ถ้าให้หนีบติดตัวเอาไปด้วยเหมือนคราวก่อนก็กลัวจะล่าช้า ถ้าหากเกิดพลัดหลงกันขึ้นมาอีกเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ สู้แกบุกเข้าป่าเพียงคนเดียวรีบหาแล้วรีบลงมา จะได้เร็วขึ้น

ไอ้แดงเองก็จะได้ปลอดภัยจากอาการทรุดหนักในคราวนี้ด้วย...

 เหตุผลเพราะแกกลัวไอ้หนุ่มวัยคึกคะนองที่ชื่อมะขาม มันจะอาจหาญบุกเข้ามาปลุกปล้ำหลานสาวของตนตอนแกไม่อยู่บ้านเอานะสิ มันชอบมาก้อร่อก้อติกกับขวัญไพร แกเลยไม่อยากไว้ใจในเรื่องนี้ แต่ก็เบาใจ อย่างน้อยยังมีคนของไอ้เบิ้มมันคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกแรง...

ขวัญไพรโบกมือลาผู้เป็นตา เธอรู้ท่านห่วงเรื่องไอ้มะขาม ทว่าเธอกลับไม่ได้รู้สึกกลัวมันเลยสักนิด เคยไล่แตะไล่ต้อยกับมันมาตั้งแต่เล็กยันโต ไอ้ที่เห็นมันเป็นคนนิสัยเกเรนั้น เธอไม่เถียง แต่ใครจะรู้จักนิสัยเบื้องลึกของมันดีได้เท่าเธอ ไอ้มะขามมันก็แค่ทะลึ่งตึงตังไปวันๆด้วยติดสันดานเจ้าชู้ ความจริงมันไม่มีอะไรน่ากลัว หรือต้องเป็นกังวลสักนิด...

สาวน้อยเดินย้อนกลับเข้าบ้านแล้ววกกลับออกมายังลำธาร โดยข้างเอวเล็กนั้นมีตะกร้าไม้บรรจุเสื้อผ้าสวมใส่แล้วเอาไว้อยู่หลายตัว ขวัญไพรเดินเลาะตามโขดหินด้วยความชำนาญทาง ไม่คิดกลัวลื่นหกล้ม

 “อ๊ะ!...พี่ขามจ๋าอย่ามัวแต่แหย่นิ้วเล่นอย่างเดียวสิจ๊ะ ฉันอยากได้ลิ้นอุ่นของพี่ด้วย ช่วยเกาให้ฉันหายคันที” เสียงหวานเอ่ยออเซาะ ความหมายนั้นแทบไม่ต้องจารนัยแค่ได้ยินก็เห็นเป็นภาพชัดเจน

“ได้สิจ๊ะคนงามของพี่ขาม...”  เสียงสนทนาแปลกประหลาดหลังโขดหินลูกใหญ่ตรงหน้า เล่นเอาขวัญไพรต้องหยุดเท้า ขนในกายลุกซู่

เสียงใคร? แล้วไอ้มะขาม! มันกำลังทำอะไร?อยู่กับใคร...

 

 

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นกับเสียงประหลาดที่ดังแว่วเขาหูตนเอง และเธอพอจะจำได้ มันเป็นเสียงของชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ ขวัญไพรเลยเร่งฝีเท้าแอบย่องซ่อนตัวหลบด้านหลังก้อนหินขนาดใหญ่อย่างเงียบเชียบ  

เธอโผล่เพียงศีรษะทุยให้พ้นก้อนหินเล็กน้อย กะให้ภาพเบื้องหน้าพอดีกับสายตาตนเอง และทันทีที่ภาพดังกล่าวปรากฏแก่สายตา ร่างสาวสะพรั่งถึงกับซวนเซ รีบคว้าก้อนหินจับไว้ให้มั่นคงก่อนตัวเองจะล้มแหมะกองกับพื้นกรวดหิน เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มหน้าผากมน หัวใจเต้นถี่รัว

 “โอ้ว!เจ้าป่าเจ้าเขาช่วยลูกนกตัวน้อยๆด้วยเถิด”

ขวัญไพรอุทานเสียงสั่น รีบยกมือขึ้นปิดปากที่เผลอเรียกร้องหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยตัวเองแทบไม่ทัน ด้วยเหตุเพราะภาพเคลื่อนไหวตรงหน้ามันมาพร้อมกับเสียงซาวประกอบ ระหว่างชายหญิงที่เธอต่างรู้จักดีด้วยกันทั้งคู่

 มันเป็นภาพบัดสีบัดเถลิงสำหรับเธอสิ้นดี ยี้...

ไอ้มะขามกับดาวเรืองเพื่อนเล่นคนสนิทของเธอในหมู่บ้าน ทั้งคู่กำลังเล่นจ้ำจี้คลุกวงในกันอย่างเมามัน โดยทั้งคู่ไม่นึกละอายต่อผีสางเทวดากันเสียบ้างเลย นั้นมันที่โล่งแจ้งเชียวนะ...

“พี่ขามจ๋าใส่เข้ามาซะทีสิจ๊ะ ดาวอยากได้ลิ้นอุ่นๆของพี่ใจจะขาดอยู่แล้วจ้ะ มันอยากเหลือเกิน”

สาวเจ้าผู้เรียกร้องแอ่นสะโพกหยัดขึ้นร่อนรับนิ้วมือร้ายกาจ มะขามผงกหัวขึ้นมองด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม เร่งนิ้วชี้ทะลวงสอดใส่เพื่อต้องการส่งสาวร่านร้อนขึ้นแตะขอบสวรรค์ก่อนมอบความรัญจวนสุขติ่งให้เจ้าหล่อนด้วยชิวหาตามคำเรียกร้อง

เขาอายุมากกว่าหญิงสาวราวสามปี แอบได้เสียกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยนิสัยเขาเป็นคนรักสนุก อยากลองอยากเปลี่ยนรสชาติไปเรื่อยๆ อีกทั้งแม่สาวดาวเรืองที่กลายเป็นดาวโรยด้วยน้ำมือของตน มันเองก็อยากรู้อยากลองตามประสาวัยแตกเนื้อสาว เขาเลยคิดวางแผนล่อลวงขอขึ้นครูกับมันซะเลย

 เขาจึงเป็นชายคนแรกของมัน สอนบทเรียนรักจนบัดนี้มันเก่งฉกาจรู้จักต่อกรกับเขาอย่างถึงอกถึงใจ ไม่แพ้สาวแก่แม่หม้ายหลายคนที่มันคลุกคลีตีโมงด้วย

ตอนนี้เขามีสาวนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ตรงกลางดวงใจเป็นที่เรียบร้อย เขาเข้าหาดาวเรืองเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับนางในฝัน หาโอกาสได้พูดคุย สนิทสนมตามประสาคนหมู่บ้านเดียวกัน เที่ยวเล่นมาด้วยกันแต่เล็กแต่น้อย ถึงจะรู้สาวเจ้าไม่เคยเหลียวมอง เขาไม่เคยแลหางตา แต่คนอย่างไอ้มะขามมันประเภทด้านได้อายอดซะด้วย

 แม่สาวชาวป่าผู้เลอโฉม สาวหนึ่งเดียวที่มีหน้าตาแปลกแตกต่างจากทุกคนในที่หมู่บ้านตะนาวขอ เจ้าหล่อนทั้งสวย ทั้งหวาน ปากนิดจมูกหน่อย รูปหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดาชายหนุ่มในหมู่บ้านนี้เกือบทุกคน แล้วมีหรือหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเขาจะไม่สนใจ 

 “อ๊ะ...อร๊าย...แตกแล้วจ้ะพี่ขามจ๋า”

 เสียงหวีดร้องด้วยความสุขสมพร้อมกับการเกร็งตัวกระตุกของดาวเรือง บ่งบอกว่าเจ้าหล่อนพานพบกับจุดสุดยอดเรียบร้อยโรงเรียนมะขาม ชายหนุ่มรั้งสะโพกกลมมน อ้าออกกว้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ตัวเองสำหรับโยกโยนลำตัว

 ครั้นพอเห็นน้ำเมือกสีขาวข้นไหลเยิ้มกลางกลีบผกา มะขามแหวกกลีบพูเนื้อนุ่มออกกว้าง ก่อนโน้มใบหน้าคมเข้มละเลงปลายชิวหา กวาดเลียเอาน้ำหวานเข้ามาดื่มกินด้วยความเอร็ดอร่อย

“อืมมมม...”

แอบนึกชื่นชมเจ้าของร่างในใจ น้ำรักของสาวแรกรุ่นมันทั้งหอมทั้งหวานแบบนี้นี่เล่าเขาถึงได้ติดใจนักหนา อีกทั้งรูสวาทของมันก็ยังฟิตแน่นเป็นบ้า ไม่ว่าจะสอนให้ตอดขมิบลำอวบเขารัวเร็วแค่ไหน มันก็รีบทำตามคำสอนของเขาอย่างไม่มีเกี่ยงงอน

ดาวเรืองว่านอนสอนง่ายแบบนี้เขาถึงยังเก็บมันไว้ใกล้ตัว เอาไว้คอยเรียกหายามที่รู้สึกกลัดมัน นึกกระสันอยากระบายกำหนัดขึ้นมา

ดาวเรืองหัวอ่อนแถมยังร่านได้ใจ มันไม่เคยคิดต่อต้าน หากกลับยอมถ่างขาให้เขาเอาได้ตลอดที่ต้องการ...

ขวัญไพรอ้าปากค้าง กะพริบตามองภาพตอนมะขามยื่นปลายลิ้นยาวออกมาเลียแพร๊บๆ แล้วซุกหน้าคลุกเคล้าลงระหว่างขาเรียวยาวของดาวเรือง มันเป็นภาพชวนขนลุกขนพอง ตะกร้าผ้าในมือเกือบล่วง หัวใจกระดอนกระเด็นด้วยความตกใจ

ไอ้มะขามบ้ามันกำลังกิน...ดาวเรือง

แล้วไอ้ตรงนั้นมันกินกันได้ด้วยหรือไง สาวน้อยมึนงง รู้สึกปั่นป่วนตรงช่องท้องขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอยืนหนีบขาแข็ง ตั้งใจมองภาพตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นตัวตั้ง...

พอได้ยินเสียงโอดครวญคล้ายสัตว์ถูกทำร้ายของเพื่อนสาว ขวัญไพรผวาตัวเกร็ง รู้สึกใจหายใจคว่ำนึกสงสารเพื่อนรักอยากบอกไม่ถูก เธอวางตะกร้าลงบนพื้น คิดจะออกจากจุดซ่อนตัวเพื่อช่วยเหลือเพื่อนให้พ้นจากเงื้อมมือของไอ้มะขาม แต่ความคิดนั้นมีอันต้องเปลี่ยนแปลงกะทันหัน จากเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเธอกลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของแม่เพื่อนสาวแทรกขึ้นมาเสียดื้อๆ

 ขวัญไพรเม้มปากแน่น ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธ คนเรานี่ก็แปลก รู้ทั้งรู้ว่ามันเจ็บ ยังอยากจะทำกันอีก หญิงสาวบ่นอุบพร้อมส่งค้อนลมค้อนแล้งให้สองคนนั้นหลังก้อนหินใหญ่ โดยที่เจ้าตัวเขาไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยซ้ำ ก่อนหญิงสาวกระแทกเท้าลงหินกรวด คว้าตะกร้าขึ้นมาหนีบไว้ตรงสะเอวแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากจุดซ่อนตัวด้วยอารมณ์บูดบึ้ง...

ปล่อยให้ทั้งสองคนระเริงรักกันตามสบาย เธอไม่อยากมองให้เป็นตากุ้งยิง...

สองคนดังกล่าวกำลังมัวเมาในรสกาม ไม่ได้รู้ตัวเองสักนิด ก่อนหน้านั้นมีใครมายืนแอบดูทั้งสองเล่นจ้ำจี้ เมื่อตอนนี้อารมณ์ของทั้งคู่พุ่งสูงปรี๊ด ต่างฝ่ายต่างตักตวงความสุขให้กันและกัน

“โอ้ย...ฉันเสียวเหลือเกินจ้ะพี่ขามจ๋า”

คนถูกปลายลิ้นปาดเลียดิ้นเร่าตัวเกร็งจากความเสียวสะท้าน ปลายเท้างอหงิกจิกเกร็ง กระสันอยากได้มากกว่าปลายลิ้นอีกจนได้ แต่คงไม่ต้องร้องขอ อีกประเดี๋ยวเธอคงได้สมใจนั่นแหละ พี่มะขามของเธอเชี่ยวชาญเรื่องอย่างนี้ออกจะตาย

เขาเที่ยวพาเธอสุขสมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง หากครั้งนี้นั้นพิเศษกว่าครั้งไหน เมื่อพี่มะขามลากเธอมาระเริงรักกันในที่โล่งแจ้ง หลังลำธารน้ำใสเย็นสบาย

“ข้าก็เสียวลิ้นเหลือเกินอีดาว ของเอ็งนี่มันตอด...ดีฉิบหาย”

“งั้นพี่ขามก็เอาฉันสักทีเถอะนะ ฉันอยากได้ดุ้นของพี่เข้ามาทำเสียว” มือน้อยขยุ้มเส้นผมดกดำกดมันเข้าหากลีบสวาท ถึงปากจะอ้อนวอนร้องขอความอวบใหญ่ที่ตนเองติดใจนักหนา ทว่าร่างกายกลับตอบสนองปลายลิ้นชื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ศีรษะทุยส่ายสะบัดรุนแรงตามแรงโยกของบั้นท้าย

“ใจเย็นๆหน่อยสิดาวเรือง ข้าอยากซดน้ำจากหอยหวานของเอ็งก่อนนี่นา หอยอะไรไม่รู้ สดดีเหลือเกิน”  มะขามห่อปลายลิ้นแล้วแยงใส่ร่องหลืบนุ่มนิ่ม เขาเองนั้นก็แทบปริแตกไม่ต่างกัน เพียงอยากรั้งเวลา หาความสุขให้กับตนเองเสียก่อนจะส่งไอ้ดุ้นใหญ่เข้าทักทายความคับแคบให้หายอยาก

ดาวเรืองนอนครางเสียงอู้อี้ไม่เป็นคำดีนัก กระดกร่องก้นขึ้นสูงต่อสู้กับปลายลิ้นเก่งฉกาจอย่างไม่ยอมถอยหนี  

“อ๊ะ...อ๊าห์...เลียแรงๆเลยจ้ะพี่ขามจ๋า ดาวชอบลิ้นของพี่ขาม” คนบอกว่าชอบปรือตาขึ้นมองอย่างยั่วยวน พลางตวัดดวงตาหยาดเยิ้มลงมองศีรษะทุย ซึ่งกำลังก้มๆเงยๆอยู่ตรงระหว่างขาอ้าซ่าของตนเอง พานทำเอาเลือดลมสาวแล่นฉิวกระสันทั่วทั่งร่าง

โดยเฉพาะตรงท้องน้องมันรู้สึกถึงมวลหมู่ผีเสื้อนับร้อยบินร่อนอยู่ภายใน

 “โอ้ว...พี่ขาม แรงอีก เอาอีก...แรงอีกนิดสิจ้ะ ฉันใกล้จะถึงแล้ว” สะโพกกลมกลึงกระดกขึ้นป้อนให้ถึงปากร้าย เสียดสีเข้าหาหนวดเคราขึ้นเป็นตอเล็ก โดยครูดเข้าหากับพลูเนื้อสวรรค์ ช่วยเพิ่มความเสียวสะใจกว่าครั้งไหนๆ

“น้ำของเอ็งนี่มันหอมหวานไม่เคยเปลี่ยนเลยนะดาวเรือง ข้ายิ่งกินยิ่งติดใจ”

 มะขามผงกหัวขึ้นจากแอ่งน้ำหวานรสชาติถูกปาก โดยแถวกลีบปากของชายหนุ่มเลอะด้วยคราบน้ำคาวกลิ่นคละคลุ้ง  เพราะยิ่งละเลงปลายลิ้นดูดเลียเท่าไหร่ไอ้น้ำหวานดั่งกล่าวก็ยังไหลเอ่อล้นออกมาไม่ขาด ทำเอาเขาอิ่มเต้ไปได้หลายวันเชียวละสำหรับการร่วมรักครั้งนี้  

ชายหนุ่มก้มหน้าเข้าหาความเอร็ดอร่อย ของชอบของตนเอง ตั้งหน้าตั้งตาปรนเปรอทั้งลิ้นแถมด้วยนิ้วเรียวยาว กระตุ้นเร้าความเสียวซี๊ดซ๊าดถึงใจ จวบจนส่งดาวเรืองจนถึงสวรรค์ชั้นเจ็ด มะขามยันร่างสูงเพรียวที่เต็มไปด้วยพละกำลังของหนุ่มชาวป่าขึ้นยืน เขาปลดเปลื้องอาภรณ์จนเหลือเพียงกายล่อนจ้อน อวดเรือนร่างได้รูปที่กรอปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดไร้ไขมันส่วนเกิน

ดาวเรืองชม้ายดวงตาเยิ้มขึ้นจับจ้องเรือนกายกำยำของหนุ่มชาวป่า  คนที่เธอยอมแม้กระทั่งอ้าขาให้เขาระบายอารมณ์กลัดมันทุกครั้งโดยไม่อิดออด เรียกหาเธอเมื่อไหร่ไม่เคยมีคำว่าปฏิเสธ ให้ต้องขุ่นข้องหมองใจกัน

“มองข้าเสียตาเยิ้มเชียวนะ อีดาวเรือง”

“ก็ฉันอยากกินดุ้นของพี่นี่ ขอฉันกินหน่อยสิ...” ดาวเรืองร้องขอเสียงกระเส่า เผยอปากจิ้มลิ้มแลบลิ้นยาว กระตุ้นอีกคนให้รีบถอดผ้ามือไม้สั่น

“เอ็งนี่มันร่านใช้ได้เหมือนกันนะอีกดาวเรือง”

ดาวเรืองส่งตาหยาดเยิ้มเลียกลีบปากจนเปียกชื้น ก่อนเอื้อมมือไขว่คว้าโลมลูบท่อนขาแกร่งแผ่วผิว ปลายนิ้วเรียวเล็กเฉียดความยิ่งใหญ่ไปเพียงนิดเดียว เล่นเอามะขามสั่นเกร็งยืนขาสั่นพั่บๆ

“อยากกินก็กินสิ เอ็งจะรอช้าอะไรอยู่เล่า ข้าก็อยากกินของเอ็งอีกแล้วเหมือนกัน ลุกขึ้นมาเร็วเข้า มากินของข้าอย่าให้เสียเวลาอีกเลย ประเดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเสียก่อน”

“เอาท่านี่เถอะพี่ จะได้กินพร้อมกันเลย” ดาวเรืองเสนอท่าทางร่วมรัก  มะขามงกับหัวเราะหึ พร้อมขยับร่างใหญ่กว่าของตนขึ้นคร่อมด้านบนด้วยความเต็มใจ

 หนุ่มชาวป่าหันสลับหัวท้ายกับร่างเปลือยเปล่าอวบอัดบนแผ่นหินใหญ่ จดจ่อแท่งร้อนให้ถึงกลีบปากอิ่ม ป้อนดุ้นยักษ์ให้คนที่อ้าทั้งปากและขารอท่า หญิงสาวยิ้มพรายอย่างสุขสมใจ วันนี้ถ้าน้ำไม่หมดตัว เธอจะไม่ยอมเลิกอ้าขาให้พี่ขามเอา เมื่อรู้อยู่แก่ใจ พี่ขามเองนั้นก็ไม่ได้มีตนเองไว้เป็นที่ระบายแค่เพียงคนเดียว ชายหนุ่มมีสาวๆคอยล้อมหน้าล้อมหลังเยอะแยะจะตาย  

ดาวเรืองกดปลายเล็บลงบนสะโพกหนั่นแน่น ครอบปากงับดุ้นเอาไว้จนเต็มคำ ผงกหัวรูดดุ้นร้อนขึ้นลงจนหนังห่อหุ้มปลิ้นเปิด เจ้าหล่อนแตะปลายลิ้นลงบนหัวเห็ดสีแดงก่ำเมื่อมันหลั่งน้ำเมือกสีขาวขุ่นออกมาให้เธอได้ดื่มกิน ก่อนจะปล่อยมือออกจากบั้นท้ายชายหนุ่มข้างหนึ่ง แล้วจับหมับกำพวงไข่สองลูก บีบขยำเรียกความเสียวยิ่งยวดให้ร่างหนาเกร็งกระตุกด้วยความสยิวซ่าน

“เอ็งนี่มันดูดเก่งจริงๆ อีดาวเรือง แบบนี้สิข้าถึงติดใจเอ็งนักหนา”

มะขามเหลียวใบหน้าคมคายหันมาชื่นชมความเก่งกาจของสาวน้อย ไม่เสียแรงกายที่เขาปลุกปล้ำเจ้าหล่อนมาเองกับมือ ร่างใหญ่กว่าเกร็งสั่นหันไปจัดการความอิ่มเอิบเบื้องหน้าบ้าง มะขาวก้มหน้าลงซดพลูเนื้อเสียงดังซูดซาด ทั้งแทะทั้งแซะสองกลีบอย่างเมามัน

ดาวเรื่องถึงกับปล่อยดุ้นออกจากปาก ร้องเสียงลั่นป่า

“โอ้ว...พี่ขามจ๋า ดาวเสียว เสียวเหลือเกิน”

มะขามไม่สนใจเสียงร้องลั่น ยังคงตั้งหน้าตั้งตากัดกินเนื้อหวาน สายลมรอบกายพัดโชยส่งกลิ่นหอมของดินเพิ่มบรรยากาศเล่นรักของทั้งสองให้เพลิดเพลินอุรา

ดาวเรืองลากเสียงร้องยาวพร้อมกระตุกร่างงึกงัก แล้วพ่นน้ำหวานไหลปริ่มออกมามากมาย ทว่าคราวนี้มะขามไม่ได้เลียทำความสะอาด แต่ชายหนุ่มดันร่างตนเองขึ้นสูง สลับกลับมายืนชิดร่างงามแล้วแยกขาเรียวออกกว้าง เขาแทรกลำขาเข้ามาข้างหนึ่งก่อนโถมทับร่างใหญ่แนบเข้าหา

หญิงสาวหลับตาพริ้มเพื่อรอคอยความสุข เธอรู้ต่อจากนี้พี่ขามของเธอจะทำอะไร

“ซี้ดดดด...เข้ามาลึกจังเลยจ้ะพี่ขามจ๋า” ดาวเรืองห่อปากตาเหลือกเมื่อมะขามกระเด้าบั้นท้ายส่งดุ้นใหญ่เสือกเข้ามาพรวดเดียวชนกับผนังมดลูกของเธอ

ชายหนุ่มกดสะโพกแช่ตัวไว้ในร่องแคบ ยิ้มพราย เชิดใบหน้าขึ้นซูดปากคอสั่น เมื่อถูกความร้ายกาจไม่หยอกของสาวน้อย ทั้งบีบ ทั้งตอดดุ้นเอ็นเขาจนเสียวแปล๊บปล๊าบไปทั้งกายแกร่ง

“โอ้ย...ดาวเรือง เอ็งอย่าเพิ่งขมิบไอ้จ้อนข้านักสิวะ ประเดี๋ยวข้าทนไม่ไหวน้ำก็ได้แตกก่อนพอดี” มะขามฟาดสะโพกมนเป็นการลงโทษ แต่ยังไม่ขยับ เขาเพียงกดดุ้นค้างไว้แล้วบดนิ้วบี้ลงกับเม็ดทับทิมสีสวย

“โอ๊ะ!เสียวจ้ะพี่”

“ก็เอ็งอยากทำข้าก่อนทำไม” มะขามกัดฟันกรอดเพราะถูกบีบจากภายใน เลยยกมือขึ้นฟาดเนื้อนิ่มบนสะโพกอีกครั้ง

“ก็มันอึดอัดร่องฉันนี่จ๊ะพี่ขาม ไม่ให้ดาวตอดรัดดุ้นพี่ได้อย่างไรไหวล่ะ” ร่างงามสะท้านไหว เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บสะโพกที่ถูกฟาดแต่เพราะแรงขยับมันพาเอาความเสียวแล่นลิ่วตามมาต่างหาก

“กระเด้าฉันเสียทีสิพี่ขาม ฉันอยากจะตายอยู่แล้วรู้ไหม อย่าทรมานฉันนักเลย”

“ข้าก็อยาก ใช่เอ็งอยากคนเดียวเสียเมื่อไหร่” มะขามถูปลายนิ้วกับกลีบเนื้อสด แล้วยกบั้นท้ายดึงออกมาจนดุ้นเกือบหลุดพ้นร่องแคบ ดาวเรืองผวาตามก่อนจะปล่อยเสียงร้องโหยหวนไม่ต่างจากสัตว์บาดเจ็บ เพราะชายหนุ่มกระแทกร่างเข้าใส่กึกเดียวทำเอาสาวน้อยถึงกับขึ้นสวรรค์ น้ำแตกกระจาย

“อู๊ย...พี่ขาม ดีจังเลยจ้ะ”

มะขามกระตุกยิ้มสะใจ เขาแบะท่อนขาขาวออกกว้างอีก ก่อนส่งพละกำลังทั้งหมดกระเด้าเอวสอบเข้าเสียดสีไปกับร่องสวาท ขยับโยกบั้นท้ายตอกตึกหนักหน่วงทุกจังหวะ ขับขี่ร่างน้อยจนหัวสั่นหัวคลอน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ตับตับกึกก้องไปทั่วป่า แรงตัณหาไม่อาจทำให้หนุ่มสาวรู้สึกอับอายผีป่าผีเขา ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาโรมรันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

********************

 

 

 

 

 

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha