เสน่หานางไพร

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 5 : Ep5 : ยื้อชีวิต (จบบท) nc+


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เสน่หานางไพร
มาศอุไร
www.mebmarket.com
สาวงาใดใต้หล้า ไม่มีผู้ใดเทียบเท่า เสน่หาหนึ่งเดียวในใจ คือเธอผู้เดียว ขวัญไพร!******************************************“พี่หลง!...” แววตาคู่เดิมคู่นี้ คู่ที่นำแต่ความสุขมาให้เธอ ขวัญไพรเรียกชื่อสามีแล้วยิ้มกว้าง หากเพียงไม่นานรอยยิ้มกว้างกลับเจือลงแววตาวาววับดูเศร้าสร้อยตอนได้ยินชายหนุ่มย้ำชื่อตนเองให้เธอฟัง “ผมคือชาคร์... ชาคร์ คาร์เกน ไม่ได้ชื่อ หลง...” ชายหนุ่มย้ำชื่อตัวเองแล้วถอนหายใจ นึกโมโหตัวเองที่เป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงในอ้อมกอดเสียใจอีกแล้ว ให้ตาย!เห็นเจ้าหล่อนเจ็บทีไร ใจเขาก็เจ็บไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่นักหรอก ไม่ได้อยากทำให้ขวัญไพรเสียใจเลยสักนิดชาคร์ยกมือข้างหนึ่งเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้น สองดวงตาสบกันแน่นิ่ง “จะเป็นไปได้ไม่ถ้าหากเราสองคน มาเริ่มต้นกันใหม่ แล้วละทิ้งเรื่องราวที่ยังจำไม่ได้นั้นซะ” ชาคร์ค่อยๆเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เขาเฝ้าทบทวนมาหลายวัน ความรู้สึกที่เขามีต่อขวัญไพร มันชัดเจน เขาหลงรักเจ้าหล่อนเข้าอย่างเต็มเปา เขาหลงรักเมียตัวเองเข้าแล้วนะสิ...(ชาคร์ vs ขวัญไพร)หญิงสาวลืมตาใสแจ๋ว พลางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นพ่อของลูก “ลูกดิ้นใหญ่เลยค่ะ...” ประโยคบอกเล่าแสนสั้นหากก็ทำให้หัวใจของอีกหนึ่งดวงมันรู้สึกพองโตจนแน่นคับอก สิงห์รีบก้มใบหน้าลงมองดวงหน้ากระจ่างของเมียตัวเล็ก ไล้สายตาลงสู่กึ่งกลางลำตัวที่มีเจ้าตัวน้อยของเขานอนหลับปุ๋ยอยู่ในนั้น ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเมื่อจิตนาการถึงร่างน้อยๆตัวเท่าฝ่ามือนอนขดตัวอยู่ในนั้น สิงห์มองหน้าท้องนูนสลับกับใบหน้าของชารีน มันตื้อตันจนพูดอะไรไม่ออก “คุณอยากสัมผัสยายหนูดูไหมคะ” “พี่...เอ่อ...ผมสัมผัสเขาได้เหรอ” สิงห์ถึงกับยืนทื่อ มือเท้าที่โอบกอดแม่ของลูกเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบเริ่มแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆและตรงหัวตามันมีน้ำใสเอ่อล้น ชายหนุ่มจำต้องยกมือขึ้นปาดมันทิ้ง(สิงห์ vs ชารีน)*หากมีสิ่งใดผิดพลาดไรท์ต้องขออภัยด้วยนะคะ*


Ep5

(ยื้อชีวิต)

 

 

ฝูงชนกลุ่มย่อยต่างทยอยเดินแห่กันมาจนถึงบ้านของเฒ่าสยา พ่อหมอแห่งหมู่บ้านตะนาวขอ มีการพูดคุยถกเถียงถึงที่มาที่ไปของชายหนุ่มแปลกหน้าเสียงดังเซ็งแซ่ ชายหนุ่มคนนี้มาจากไหน และมานอนบาดเจ็บปางตายตรงผืนป่าปิดแห่งนี้ได้อย่างไร เพราะคนที่เข้ามาที่นี่ได้ คนผู้นั้นต้องรู้จักเส้นทางลับของผืนป่าแห่งนี้พอสมควร อีกทั่งอาการบาดเจ็บสาหัสของชายหนุ่มดูแล้วมันไม่น่าลุกขึ้นเดินไหวจนพาตัวเองมาจนถึงหมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ได้เลยด้วยซ้ำ

ขวัญไพรแอบมองใบหน้าคนเจ็บแล้วย่นหัวคิ้วมุ่น เธอกำลังวิตกกังวลถึงอาการบาดเจ็บของเขา บาดแผลตรงมีเลือดไหลโชกก่อนหน้านั้นหยุดไหลเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้สมุนไพรโป๊ะเอาไว้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออาการบอบช้ำภายใน เธอไม่รู้จะรักษาเขาอย่างไรดี เพราะความรู้เรื่องรักษาคนของเธอนั้น มีพอรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง...

อีกเหตุผลที่เป็นเรื่องฮือฮาสำหรับคนในหมู่บ้านตะนาวขอ คือใบหน้าของชายผู้ไร้สติคนนี้ ช่างแตกต่างจากคนเมืองที่เคยพบเห็นมาก่อน จึงเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับคนในหมู่บ้านทั้งหลาย ต่างส่งเสียงเรียกเพื่อนพ้องให้เดินออกมาดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

“หรือมันจะเป็นเทวดาตกลงมาจากสวรรค์” หนึ่งในจำนวนฝูงชนเสนอความคิดเห็นของตนเอง บางคนพยักหน้าเห็นด้วย บางคนส่ายหัว

“เอ็งก็พูดไปเรื่อยอีดอกรัก เทวดาอะไรมันจะเจ็บปางตายขนาดนี้” นางบุ้ยปากไปทางแปลหาม ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลทั่วทั้งตัว

“อ้าวอีลำยอง เอ็งอย่าทำปากดีเที่ยวมาลบหลู่ความคิดของข้าเชียวนะโว้ย เอ็งไม่เคยได้ยินบ้างหรือไง เทวดาที่สิ้นอิทธิฤทธิ์น่ะ พอท่านหมดอำนาจวาสนาเลยถูกเณรเทศให้ลงมายังเมืองมนุษย์” คนงมงายในเรื่องลี้ลับตบหน้าอกผางเล่าต่ออย่างเป็นตุเป็นตะ

“เออๆ เอาไว้ไอ้หนุ่มนี่มันฟืนขึ้นมาเมื่อไหร่ พวกเราก็รู้กันเองนั่นแหละ มันมานอนเจ็บในป้าตะนาวขอได้ยังไง” ลำยองส่ายหัวแล้วรีบสะบัดมือขึ้นโบกห้ามเพื่อน เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังเกินกว่าเหตุของดอกรัก

“แต่เขาหล่อถูกใจฉันมากเลยนะป้าจ๋า” ดาวเรืองเป็นอีกคนที่วิ่งตามมารดามาติดๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากคนในขบวนแห่ พอสาวน้อยได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนเจ็บ หัวใจดวงน้อยเริ่มคันยุบยิบเกิดชอบขึ้นมาในทันที

แต่ถึงอย่างนั้นสาวน้อยยังไม่ลืมสอดส่ายสายตามองหาคนรัก ไม่รู้ไอ้พี่มะขามบ้ามันหายหัวไปไหนทั้งวัน แต่ก็ช่างหัวมันปะไร ในเมื่อตอนนี้เธอมีเป้าหมายใหม่ ที่ทั้งหล่อและดูน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ

“อีแก่แดด...” ดอกรักส่งสายตาเขียวปั๊ดแหวด่าลูกสาวก่อนหยิกหมับเข้าที่ลำแขนเรียว จนดาวเรืองเบ้หน้า ลำยองกลอกตาพร้อมส่ายหัวให้กับสองแม่ลูกแต่ไม่พูดอะไร

 ดูจะเป็นเรื่องปกติของสองแม่ลูกคู่นี้ เห็นอยู่ด้วยกันทีไรเป็นต้องทะเลาะทุบตีกันมันเสียทุกที นางไม่นึกแปลกใจนักหลอก ทำไมไอ้ดำมันถึงชิ่งลาตายเสียก่อนตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ทั้งที่ดอกรักมันเพิ่งคลอดอีดาวเรืองได้ไม่กี่เดือน

“อู้ย! แม่ก็...ฉันเจ็บนะ มาหยิกฉันทำไม”   

“ปากมึงนี่นะ เขาเป็นเทวดา เอาไปพูดเล่นไม่ได้”

“ก็เขาหล่อจริงๆ ฉันพูดเล่นที่ไหนล่ะแม่” ดาวเรืองเถียงสู้พลางลูบแขนตัวเองปรอย ยังไม่วายชายตามองคนเจ็บบนแปลหาม แล้วทำสีหน้าเคลิ้มฝัน

และการถกเถียงยังคงดังอย่างต่อเนื่องจวบจนกระทั่งถึงลานกว้างหน้าบ้านของเฒ่าสยา ต่างคนต่างเตรียมจะก้าวตามกันขึ้นบนเรือนบ้านไม้สองชั้นยกพื้นสูง ดีที่หัวหน้าหมู่บ้านหันหน้ามายกมือขึ้นห้ามปรามไว้ได้ทัน

“พวกเอ็งที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันกันได้แล้ว ไม่ต้องตามกันขึ้นมาให้เกะกะ”

“แต่ว่าฉัน...”

“ข้าบอกให้กลับ ไม่ได้ยินคำสั่งข้ากันหรืไงฮะ!ไอ้อีพวกนี้นี่”

 แกย่ำเท้าหนักตรงตีนบันไดพร้อมตะเบ็งเสียงทรงอำนาจขึ้น ชาวบ้านที่เตรียมจะก้าวตามมีอันต้องหยุดชะงัก ถอยกรูดตามกัน สาวบางคนส่งเสียงร้องประท้วง หากพอได้ยินเสียงตวาดย้ำ เลยจำต้องปิดปากลงฉับ ส่งเพียงสายตาเสียดายมองพ่อหนุ่มรูปงามในเปลหาม ก่อนกลุ่มคนจำนวนนั้นจะค่อยๆสลายตัวหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่คนที่พอจะให้การช่วยเหลือคนบาดเจ็บ

ด้วยคำสั่งของผู้นำหมู่บ้านนั้นถือมีอำนาจและศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งของแกมาก่อน แม้นสาวชาวบ้านป่าบางคนแสดงสีหน้าผิดหวัง กระเง้ากระงอด ด้วยอยากขึ้นตามบุรุษเจ็บที่มีใบหน้าแตกต่างจากชายในหมู่บ้านนี้ใจแทบขาดก็ตาม แต่ก็จำยอมทำตามคำสั่งอย่างไม่กล้าขัดขืน เดินหน้าม่อยกลับบ้านของตนด้วยนึกเสียดายครามครัน...

 ผลจากตรวจสภาพคนเจ็บคร่าวๆด้วยสายตา ดูอาการชายหนุ่มสาหัสน่าเป็นห่วงอยู่ไม่เบา สาวน้อยขวัญไพรกุลีกุจอเปิดประตูห้องของเฒ่าสยา อำนวยความสะดวกให้แก่ชายหนุ่มในหมู่บ้านแบกร่างไร้สติเข้ามาวางภายใน ก่อนสาวน้อยจะวิ่งลับหายไปไม่ถึงนาที กลับออกมาพร้อมน้ำเต็มกะละมังกับผ้าสะอาดถือไว้ในมือ สาวน้อยถอนใจกับสภาพน่าเป็นห่วง เขาไม่น่ารอดจนมาถึงหมู่บ้านของเธอได้ พลางเหลียวใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเพื่อขอความเห็นจากชายชราผู้มีฐานะเป็นหัวหน้าของหมู่บ้าน

แกจะเอายังไงต่อไป...

เฒ่าเบิ้มที่พอออกปากไล่พวกไม่เกี่ยวข้องเสร็จ แกจึงรีบเดินตามขึ้นมานั่งสำรวจคนเจ็บบนพื้นไม้กระดาน หรี่สายตาทรงอำนาจมองร่างที่นอนแน่นิ่งพร้อมส่ายหัว

“มันยังหายใจอยู่ ก็แสดงว่าสวรรค์ยังไม่ต้องการตัวมัน นั้นเอ็งก็รีบลงมือเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัวให้พ่อหนุ่มคนนี้ก่อนก็แล้วกันนะนังหนูขวัญ เดี๋ยวตาจะออกไปข้างนอกแป๊บ” หัวหน้าหมู่บ้านตะนาวขอลุกขึ้นยืนเพื่อหลีกทางให้สาวน้อยเข้ามานั่งแทนตัวแก

ขวัญไพรวางกะละมังในมือ ก่อนหลุบตามองสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ทำเอาขวัญไพรอยากเบือนหน้าหนี แต่ต้องฝืนใจลงมือแกะกระดุมเสื้อที่มีสภาพขาดวิ่นออกอย่างเบามือที่สุด เธอกลัวเขาเจ็บ

โดยเฉพาะตรงท่อนขามันเป็นแผลเปิดจนเกือบเห็นกระดูก ทำให้อดรู้สึกเจ็บปวดทรมานแทนชายหนุ่มผู้นี้เสียมิได้

“ไอ้ยวน ไอ้เย็น เอ็งขึ้นมาหาข้าบนบ้านนี้หน่อยสิ”เฒ่าเบิ้มตะโกนเรียกพี่น้องฝาแฝดลูกน้องที่แกไว้วางใจมากที่สุดให้ขึ้นมาหาข้างบนบ้านพ่อหมอ

พร้อมหย่อนกายนั่งบนพื้นไม้ขัดมันนอกชานบ้านที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านประมาณสองเมตร แกดึงกระดาษที่มักพับเก็บไว้ข้างสะเอวออกมาขีดเขียนตัวอักษรลงไป สายตาที่พร่ามัวด้วยวัยชรามาเยือนต้องเพ่งมองอย่างหนัก ในเนื้อความจดหมายแกเล่าถึงอาการบาดเจ็บ เผื่อเพื่อนรักจะได้เก็บตัวสมุนไพรกลับมาได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาหา

 ยวนกับเย็นไม่รอช้ารีบเร่งฝีเท้าก้าวพรวดขึ้นมาบนชานบ้าน เพราะมันสองคนกำลังเดินเตร็ดเตร่รอฟังคำสั่งจากผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เพราะก่อนแกจะเดินขึ้นตามขบวนแห่ร่างไร้สติขึ้นไปข้างบน แกสั่งเอาไว้ให้รออยู่แถวนี้ มีเรื่องจะไหว้วานให้ช่วยทำ

“ว่าไงจ๊ะลุงเบิ้ม...” แฝดพี่ที่ชื่อยวนเอ่ยปากถาม ส่วนคนน้องนั้นเดินมาหยุดเคียงข้างพี่ชาย สายตาคมมองผ่านช่องบานประตูที่เปิดแง้มเอาไว้

 เขาเห็นขวัญไพรกำลังเช็ดตามเนื้อตัวของไอ้หนุ่มแปลกหน้านั้นอย่างขมีขมัน ในใจนั้นแอบคิดเป็นห่วง มันจะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้ เจ็บหนักออกขนาดนั้น

“เอ็งสองคนเตรียมตัวเข้าป่า เพื่อเอาข่าวนี้ไปบอกให้เฒ่าสยามันรับรู้ แล้วรับตัวมันกลับออกจากป่ามาด่วนเลยนะ วันนี้ได้เลยยิ่งดี” เบิ้มพับแผ่นกระดาษแล้วยื่นส่งให้ลูกน้อง พร้อมสั่งการเสร็จสรรพ

อาการหนักหนาดูน่าเป็นห่วงขนาดนี้คงปล่อยให้สาวน้อยอ่อนประสบการณ์รักษาไอ้หนุ่มไม่ได้ ไม่งั้นมันคงไม่รอดพ้นคืนนี้เป็นแน่แท้ และคนเดียวที่พอจะยื้อชีวิตไอ้หนุ่มผู้นี้จากมือมัจจุราชได้ แกเห็นมีแต่เพียงเพื่อนเกลอคนเดียวเท่านั้นแหละ จะพอรับมือได้ไหว...

ยวนกับเย็นรับปากหนักแน่น ก่อนเผ่นกระโจนลงจากบ้านพ่อหมอแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านตนเองเพื่อเตรียมข้าวของที่จำเป็น อย่างไรเสียวันนี้มันทั้งสองจะต้องพาเฒ่าสยากลับออกมาจากป่าให้จงได้...

 

 

หลังจากผ่านค่ำคืนแสนโหดร้ายจากซาตานจิตใจอำมหิต เขารังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไร้ทางสู้คนหนึ่ง วันนั้นกว่าเขาจะอิ่มหนำในตัวเธอแล้วยอมปล่อยให้เธอได้พักผ่อน ทำเอาเธอไม่สบายไข้ขึ้นตั้งหลายวัน และพอเธอหายดี เขากลับเฉดหัวเธออย่างไม่ไยดี ส่งเธอลงมาทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในห้องครัวแห่งนี้ แล้วต่อจากนั้นเขาก็หายหน้าหายตาไปจากชีวิตของเธอ

เธอไม่ได้คิดถึงเขาผู้ชายใจร้ายคนนั้น แต่เธออยากกลับบ้าน อยากกลับไปหาพี่ชาคร์ อยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนดั่งก่อน แล้วลืมเรื่องอัปยศอดสู่พวกนี้ให้หมดสิ้น

 สาวน้อยชารีนนั่งก้มหน้าน้ำตาคลอหน่วยตา เธอยกหลังมือน้อยป้ายมันทิ้ง รู้สึกเสียดายความบริสุทธิ์ที่เฝ้าเก็บเอาไว้ให้กับชายคนรัก หวังให้ค่ำคืนวันวิวาห์เป็นคืนแห่งความทรงจำสวยงามตามประสาสาวน้อยช่างฝัน แต่ตอนนี้มันไม่หลงเหลือความสวยงามแบบนั้นให้จดจำ เมื่อมันถูกซาตานร้ายช่วงชิงไปอย่างหน้าไม่อาย

ปานวาดหลานสาวหัวหน้าแม่บ้านในวัยสามสิบตอนปลาย ชะโงกหน้าออกมาดูเด็กสาว หลังจากเธอสอนให้ชารีนปอกเปลือกไข่ต้ม คิดว่าเป็นงานง่ายและเบาที่สุดในครัวเช้านี้ แต่ผลจากการหันกลับมาดูอีกครั้งหลังจากตัวเองลงมือผสมน้ำแกงอยู่ตรงหน้าเตา พอหันกลับมาอีกทีเธอถึงกับส่ายหน้า จากไข่สิบใบจะเหลือลูกดีที่พอใช้งานได้ไม่ถึงสามลูก

 ชารีนยกมือขอโทษใบหน้าซีดขาว อาจเพราะกลัวจะถูกดุด่า เหมือนทำงานกับแม่ครัวคนอื่น เธอยิ้มให้กำลังใจพร้อมกับไล่ให้ออกไปนั่งพักข้างนอก

 และก็เป็นอย่างที่คิดไว้เสียเมื่อไหร่ เผลอเป็นต้องเห็นชารีนนั่งปาดน้ำตาทิ้งเสียทุกที

เธอเองก็เป็นแค่คนรับใช้ ขี้ข้าก้นครัว จะมีสิทธิมีเสียงอะไรไปเตือนคนเป็นเจ้านายได้เล่า ถึงจะรู้สึกสงสารสาวน้อยผู้นี้ แต่เธอคงทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่างๆ วุ่นวายมากตัวเองนั่นแหละอาจจะเดือดร้อน

ปานวาดระบายลมหายใจหนักพร้อมกับเดินไปหยิบทัพพีบนเคาน์เตอร์ติดมือ เพื่อปรุงรสชาติอาหารหม้อที่เหลือ เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนแม่บ้านด้วยกัน น้ำแกงเดือดแล้ว...  

ชารีนนั่งตาแดง เหม่อมองสายตาเคว้งคว้างออกมายังด้านนอกรั้ว กำแพงสูงตระหง่านตรงหน้า เฝ้ารอคอยสักวัน พี่ชายเธอจะต้องมาช่วยให้เธอหลุดพ้นจากนรกขุมนี้

 ถึงตอนนี้เธอไม่ได้ถูกคุมขังด้วยอุปกรณ์ใดเหมือนวันแรกที่ถูกลักพาตัวมาก็จริง แต่ทว่าสายตานับสิบคู่ทั่วทั้งตัวคฤหาสน์หลังใหญ่โตแห่งนี้ ไม่เคยห่างหายจากตัวเธอเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว มีกลุ่มชายฉกรรจ์เกินร้อย ผลัดเปลี่ยนเวรยามยืนอยู่ทั่วบริเวณรอบบ้าน แล้วเธอจะหนีไปทางไหนรอด...

“มาแอบนั่งอู้อยู่ตรงนี้นี่เอง งานครัวเยอะแยะไม่รู้จักเข้าไปช่วยเสียบ้าง เอ้า!นี่ผักตำลึง เด็ดใบมันเป็นไหมล่ะ”

เด็กสาวที่ดูอายุไล่เลี่ยกับชารีน กระแทกกะละมังสเตนเลสลงบนโต๊ะตรงหน้าเด็กสาวอย่างกระแทกกระทั้น ชารีนหลับตาปี๋พร้อมสะดุ้งเล็กน้อย พอลืมตามองผักใบเล็กสีเขียวในกะละมัง เธอได้แต่ส่ายหน้าอ่อยๆอย่างรู้สึกไม่ดี ก็เธอไม่เคยต้องมาทำงานแบบนี้ในชีวิตเลยนี่นา ชีวิตที่วันๆมีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลังคอยหยิบนู่นจับนี่ให้ทุกอย่าง และแม้กระทั่งแค่รินน้ำดื่มเธอยังไม่เคยทำ นับประสาอะไรกับงานพวกนี้ที่เธอจะทำไม่เป็น

 

“เราทำไม่เป็นหรอกนะ” ดวงตาเศร้าหรุบมองมือตัวเองที่กำไว้บนตัก พร้อมกลั้นใจฟังคำจิกด่าจากแม่บ้านสาวคนนี้ ดูเจ้าหล่อนจะเป็นคนนิสัยอารมณ์ร้อนและปากจัด นัยว่าถูกออกคำสั่งจากคุณป้าแม่บ้านซึ่งเป็นหัวหน้าคุมในส่วนของห้องครัวสั่งมาให้ดูแลเธอโดยเฉพาะอีกทอดหนึ่ง

และที่สำคัญ ผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบขี้หน้าเธอเอาเสียเลย

“โง่! อะไรๆก็ทำไม่เป็นสักอย่าง ไม่รู้เกิดมาเป็นคนได้ยังไง งานง่ายๆก็ยังทำไม่เป็น”

 กำไรพ่นคำผรุสวาทด้วยแววตาหงุดหงิด จากนั้นจึงกระแทกบั้นท้ายใหญ่โตนั่งบนเก้าอี้ตัวถัดจากชารีน สาวน้อยไม่เถียงเพราะเธอทำไม่เป็นจริงอย่างที่แม่บ้านสาวคนนี้ต่อว่า ถ้าเถียงก็คงสู้เขาไม่ได้อยู่ดี

“คงดีแต่คอยอ้าขาให้คุณสิงห์เอาละสิ ฉันเห็นหรอกนะ เมื่อวันนั้นนะ แกหายเข้าไปในห้องทำงานกับคุณสิงห์ ออกมาอีกทีก็รุ่งเช้าของอีกวันเลย” กำไรแยกเขี้ยวไม่ต้องสาธยายต่อ บอกแค่นี้ใครๆก็รู้มันหายเข้าไปในห้องกับคุณสิงห์ทำไม

คอยดูเถอะถ้ามีครั้งต่อไป แม่จะโทรฟ้องคุณฤดีให้มาฉีกอก ตบใบหน้าสวยๆของอีนี่ให้ยับเยิน

“พูดจาให้มันดีๆหน่อยสิกำไร ระวังคุณสิงห์จะลงมาได้ยินเข้า เอ็งก็รู้ผู้หญิงคนนี้นายพามาด้วยจุดประสงค์อะไร ถ้าไม่อยากถูกเฉดหัวออกจากที่นี่ ก็หัดสงบปากสงบคำเอาไว้บ้าง” ป้าหัวหน้าแม่บ้านที่บังเอิญเดินผ่านมาเอ็ดขึ้นเสียงแข็ง พลางปรายหางตามองเด็กสาวผิวพรรณผู้ดีแล้วถอนหายใจอย่างนึกเวทนา

โธ่!คุณสิงห์นะคุณสิงห์ เด็กผู้หญิงคนนี้ยังเป็นเพียงเด็กสาวไร้เดียงสาอยู่แท้ๆ ไม่รู้ทำลงคอไปได้ยังไง นางคิดพลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเกี่ยวกับนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง มุทะลุดุดันไม่ค่อยฟังใครของชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่โตแห่งนี้

  ถึงปากจะตำหนิ แต่ภายในใจนั้นทั้งรักทั้งเชิดชู จะทำอย่างไรได้ก็นางเลี้ยงดูของนางมาตั้งแต่แบเบาะ ไอ้นิสัยใจร้อนมุทะลุนี่ก็ได้นิสัยคุณผู้ชายมาล้วนๆ พากันเข้าแก๊งเข้ากลุ่มจนเห็นเรื่องชกต่อยฟันแทงเป็นเรื่องธรรมดา นี่ถ้าคุณผู้หญิงไม่มาด่วนจากไปเสียก่อน ป่านนี้คงได้นั่งกุมขมับเช้าเย็นกับพฤติกรรมไม่น่ารักแบบนี้ของคุณสิงห์เป็นแน่แท้เชียวละ

“มาเดี๋ยวป้าสอนเด็ดให้เอง ส่วนเอ็งกำไรก็เข้าไปช่วยคนอื่นในห้องครัวเลยไป” หัวหน้าแม่บ้านลงทุนนั่งสอนงานด้วยตัวเอง เมื่อนางเหลือบเห็นตาแดงๆของชารีนเข้าพอดี

“รอดตัวไปนะอีคนสวย ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน ระวังคนรักของคุณสิงห์จะมาแหกอกแกเข้า ถ้าเขารู้ว่ามีอีนังหน้าด้านคิดจะงาบคนรักเขาไปกินอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย” กำไรกระเถิบเข้าใกล้ร่างเล็กบอบบางของชารีนพร้อมกระซิบคำขู่ตอนหัวหน้าแม่บ้านหันหลังให้เพื่อร้องสั่งงานคนในห้องครัว

สาวน้อยหลบตานั่งตัวลีบ รู้สึกหัวใจสั่นหวิวเมื่อได้ยินว่าสิงห์มีคนรักอยู่แล้ว...

“ไปได้แล้วกำไร อย่ามัวแต่ชักช้าพิรี้พิไร ประเดี๋ยวจะไม่ทันคุณสิงห์กับคุณฤดีตื่นนอนเสียก่อน”

ป้าปานหัวหน้าแม่บ้านสะบัดมือไล่ลูกน้องอายุอ่อนสุดในห้องครัว ตอนแรกที่ใช้ให้มันมาเป็นคนคอยสอนงานชารีน เพราะนางเห็นอายุรุ่นราวคราวเดียวกันน่าจะคุยกันถูกคอ แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้ามเสียนี่...

ชารีนยกมือไหว้ขอบคุณป้าปาน เมื่อนางสอนวิธีการเด็ดใบตำลึง หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนใจดี นางไม่เคยต่อว่าเธอเลยสักคำ เธอเลยตั้งใจทำตามอย่างมุ่งมั่นอาจด้วยรู้สึกละอายใจ งานง่ายๆแบบนี้เธอยังทำไม่เป็น จนเมื่อผักตำลึงเริ่มพร่องไปได้ครึ่งกะละมัง ชารีนกลับถูกเรียนตัวให้ขึ้นไปพบเจ้านาย

เด็กสาวแข้งขาอ่อนยวบ เริ่มใจคอไม่สู้ดี น้ำตาใสๆเริ่มคลอเบ้าขึ้นมาอีกรอบเมื่อได้ยินคำสั่งจากชายหนุ่มร่างใหญ่ บอกให้เธอขึ้นไปหาคุณสิงห์บนตึก หญิงสาวทอดสายตาเศร้าสร้อยมองหัวหน้าแม่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือจากนาง ปานส่ายหน้าแล้วพยักหน้าให้เธอลุกตามชายหนุ่มคนนั้นไปแต่โดยดี...

 

 

มาฤดีเกาะแขนล่ำของสิงห์เอาไว้แน่นตอนหญิงสาวเดินนวยนาดลงบันไดมาเกือบจนถึงขั้นสุดท้าย กะว่ามาเที่ยวเมืองไทยหนนี้เธอจะต้องพิชิตใจพี่ชายบุญธรรมอย่างสิงห์ให้ได้ หลังจากเธอปล่อยให้เขาใช้ชีวิตหนุ่มอย่างสำเริงสำราญมานาน โดยที่ตัวเธอลงมือทำอะไรได้ไม่มากนัก นอกจากคอยจัดการอีนังผู้หญิงหน้าด้านเหล่านั้นลับหลังชายหนุ่ม กำจัดพวกนั้นออกไปจากชีวิตของสิงห์ทีละคน

 ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับคู่ควงของเขาที่เปลี่ยนบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนกางเกงใน เพราะเธอมีแหล่งข่าวเอาไว้คอยชี้เป้าเสมอยามพี่สิงห์คั่วกับผู้หญิงคนไหนอยู่ และเมื่อเธอรู้เรื่องทั้งหมดเข้า แน่นอน เธอไม่ยอมปล่อยให้อีนังหน้าด้านคนไหนกล้าเข้ามาวุ่นวายกับพี่สิงห์ของเธอได้นาน เธอมีวิธีจัดการจำกัดพวกตัวเหลือบหริ่งเรไรเหล่านั้น จนไม่มีผู้หญิงหน้าไหนกล้ากลับเข้ามาวุ่นวายในชีวิตพี่สิงห์ของเธออีกเลยสักคน

 เธอวาดหวังอยากใช้ชีวิตคู่กับเขาหลังจากเธอเรียนจบการศึกษา และตอนนี้มันคงถึงเวลาสำหรับวันนั้นของเธอเสียที หลังจากเธอเรียนจบและเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกจนหนำใจ เธอบินมาเมืองไทยคราวนี้จะขอจัดการทุกอย่างให้มันเข้าที่เข้าทาง ดำเนินตามแผนการในใจที่เฝ้าฝันไว้มานานหลายปีให้สำเร็จจงได้

เธอจะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้พี่สิงห์ยอมตกลงแต่งงานกับเธอ นั้นคือเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งของการมาหาเขาที่เมืองไทยหนนี้

เอ๊ะ! แล้วแม่นั่นใครกัน? มันมายืนทำหน้าเซ่ออยู่ในบ้านของพี่สิงห์ได้ยังไง  

ใบหน้าสวยไม่ต่างจากนางพญาเริ่มเปลี่ยนเป็นไม่ชอบใจ มันดูเข้มจัดเมื่อเจ้าหล่อนเหลือบสายตาเห็นเด็กสาวสวยสะพรั่งคนหนึ่ง กำลังยืนก้มหน้างุดเอามือกุมกันไว้ด้านหน้า มันยืนอยู่ข้างบอดีการ์ดมือหนึ่งของสิงห์

เธอรับรู้ได้ถึงเค้าลางบางอย่าง เด็กสาวคนนี้คงมีอะไรพิเศษต่อพี่สิงห์ของเธอเป็นแน่แท้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้ขึ้นมายุ่มย่ามบนตึกและต่อหน้าเธอเสียด้วยสิ ใจสาวเริ่มลุกเป็นไฟ  เหตุใดกำไรถึงไม่ยอมส่งข่าวเรื่องนี้ให้เธอทราบ

มาฤดีกำรอบลำแขนของชายหนุ่มแน่นขึ้นด้วยความลืมตัว

เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่เธอคิดจริงขึ้นมา เธอจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยแน่ ซึ่งคนเก่าคนแก่ของบ้านหลังนี้ทุกคนต่างรู้ดี เธอหวงพี่สิงห์ของเธอมากแค่ไหน และเคยอาละวาดมาแล้วกี่หน...

สิงห์มีสีหน้าแตกต่างจากคนด้านข้างอย่างสิ้นเชิง เมื่อชายหนุ่มรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากยามได้เห็นใบหน้าหวานที่เขาโคตรจะคิดถึง แต่ต้องแกล้งทำเป็นสีหน้าปกติให้มากที่สุด ข่มใจทำเป็นไม่สนใจไยดี ทั้งที่เขาไม่อาจลืมรสชาติของผิวกายขาวนวลละเอียดลอออวบอิ่มเย้าอารมณ์ของเจ้าหล่อนได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างยังคงแจ่มชัดในความรู้สึก ตราตรึงใจเขาจนไม่อาจปล่อยให้สาวน้อยหลุดมือ เขาจะจองจำเจ้าหล่อนไว้ที่นี่อีกนานแสนนาน หรือไม่ก็จนกว่าจะหมดลมหายใจกันไปข้างหนึ่ง  

เพราะตอนนี้ไอ้ชาคร์มันก็ได้ตายโหงตายห่าไปกับเครื่องบินลำนั้นแล้วนี่นา คงไม่มีใครหน้าไหนกล้าบุกเข้ามาช่วงชิงเชลยหัวใจของเขาได้อีก คนที่เหลือก็มีเพียงพวกไร้น้ำยา ซึ่งเขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา

สิงห์คิดอย่างลำพองใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอกตอนลูกน้องส่งข่าว เครื่องบินของไอ้ชาคร์ถูกโจมตีระหว่างทางจนเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศ

 เมื่อชายหนุ่มหลงคิดว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งได้ล้มหายตายจาก ดังนั้นชารีนน้องสาวของมันก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือของเขา ซึ่งเขาจะทำอะไรยังไงกับเจ้าหล่อนก็ได้ ถือเป็นสิทธิ์ขาดของเขาโดยชอบธรรม

ดังนั้นเขาถึงส่งเจ้าหล่อนลงไปฝึกทำอาหารอยู่ในห้องครัวใหญ่ เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการขึ้นเป็นภรรยาข้างกายของ สิงห์ เทอร์ดามอร์

“นั่นใครกันคะพี่สิงห์ ฤดีไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” มาฤดีเอ่ยถามเสียงกระด้างตอนบุ้ยปากไปยังเด็กสาวคนนั้น เธอแอบส่งสายตาเกรี้ยวกราดจนแทบอยากจะฉีกเนื้อมันออกมาเป็นชิ้นๆ

 สิงห์เหยียดยิ้มมุมปากพร้อมด้วยการส่งสายตาดูถูกไปยังสาวน้อยแสนหวาน เพราะไม่อยากทำให้มาฤดีรู้ถึงความรู้สึกแท้จริง เขานั้นรู้สึกเช่นไรกับแม่สาวน้อยเนื้อหวานฉ่ำกันแน่

ชารีนรู้สึกหัวใจเต้นโครมคราม หลุบเปลือกตามองดูแต่เท้าของตัวเอง เธอยืนตัวลีบ ก่อนค่อยๆกระเถิบร่างน้อยยืนซ้อนหลังของผู้ชายตัวโตเท่าตึก หวังให้กำแพงหนานี้ช่วยบดบังตัวเธอต่อสายตาของพวกคนใจร้าย

“ว่าไงคะพี่สิงห์ มันเป็นใคร” มาฤดีส่งเสียงไม่พอใจกระตุกแขนของสิงห์เพื่อขอคำตอบ

“ของเล่นชิ้นใหม่ของพี่เอง ไม่ได้มีอะไรสำคัญ ขนาดต้องทำให้ฤดีของพี่ต้องมาอารมณ์เสีย”

 สิงห์ทำเป็นพูดแนะนำเสียงดัง ก่อนแตะเรียวแขนเสลาของน้องสาวบุญธรรมจงใจเดินผ่านร่างเล็กทว่ากลับซ่อนความอวบอิ่มไว้อย่างล้นเหลือ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเจ้าหล่อน

“ที่แท้ก็อีตัวคนใหม่ของพี่สิงห์นี่เอง”

 คำว่าอีตัวคนใหม่ที่ได้ยิน ทำเอาสาวน้อยหายใจไม่ออก เธออยากร้องไห้ให้สาแก่ใจ อยากจะปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่อย่างคำกล่าวหาของคนใจร้าย ยิ่งตอนนี้หัวใจดวงน้อยมันแตกละเอียดไม่ต่างจากถูกเหยียบซ้ำ นอกจากถูกเขารังแกจนย่อยยับ ตอนนี้เธอยังถูกผู้หญิงของเขาเหยียบหยามให้เสียศักดิ์ศรีอีกด้วย

สิงห์ไม่แก้คำนั้น เขาเพียงเค้นยิ้มอ่อนส่งให้กับมาฤดี พร้อมยกมือแตะมือเล็กที่กุมลำแขนเขาไว้ด้วยกิริยาอ่อนโยน ชารีนปวดแปลบในใจแต่ทำได้เพียงกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นไว้ เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรนอกจากเชลยที่เขาจับตัวมา

“ที่แท้ก็ผู้หญิงอย่างว่านี่เอง โธ่....ฤดีละนึกสมเพชเด็กสมัยนี้จริงๆเลยนะคะพี่สิงห์ขา ใช้วิธีเอาตัวเข้าแลกเพื่อหาเงิน แต่ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนะคะ เพราะชีวิตนี้คงไม่เคยใช้สมองทำงานอย่างอื่นมาก่อน ถึงคิดใช่แค่ตัวเพื่อแลกกับเศษเงินเขากิน...”

มาฤดีบิดปากมองสารรูปของเด็กสาวตรงหน้า แล้วทำให้เธอได้แต่รู้สึกอิจฉาจนดวงตาร้อนเป็นไฟ แม้นปากจะเอ่ยว่าน่ารังเกียจในการกระทำของชารีน แต่ภายในใจของมาฤดีนั้นมันมีแต่ความริษยา

 เพราะตลอดระยะเวลา นับตั้งแต่ตัวเธอนั้นย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอมีความคิดมาโดยตลอด เธออยากนอนกับพี่สิงห์สักครั้งจนตัวสั่น ทว่าเขากลับไม่เคยแม้แต่จะแลหางตามองเธอในเชิงชู้สาว ได้แต่นึกเฝ้าปลอบใจตัวเองเรื่อยมา อาจเป็นเพราะพี่สิงห์เห็นเธอเป็นน้องสาว และเขายังไม่รู้ใจตัวเองมากพอ ดังนั้นเธอจะต้องเป็นคนลงมือเปิดประตูหัวใจของเขาก่อน เธอจะเชื้อเชิญให้เขากล้าเดินเข้ามาสู่ภายในหัวใจของเธอ และยอมมีอะไรกับเธอเพื่อเป็นการผูกมัดไม่ให้เขาดิ้นหนีไปไหนได้อีกต่อไป

“อย่าเสียเวลากับของไร้ค่าเลยฤดี พี่ว่าเราไปนั่งทานข้าวเช้ากันให้อิ่มท้องก่อนดีกว่า อิ่มแล้วเดี๋ยววันนี้พี่จะพาเราไปเที่ยวด้วยตัวเองเลยนะ ดีไหม”

 สิงห์ชิงตัดบทเมื่อเขาแลเห็นใบหน้าของแม่คนขี้แย ตรงปลายจมูกเล็กน่ารักเริ่มกลายเป็นสีแดงส่วนตรงปลายก็บานออก เจ้าหล่อนกำลังร้องไห้

ชารีนไม่ได้ร้องไห้เพราะเกิดจากอาการหึงหวงแต่อย่างใด ถึงอาจจะรู้สึกเจ็บปวดกับถ้อยคำดูถูกต่างๆนานาที่สองคนนี้สาดใส่หน้าเธอไม่หยุดหย่อน แต่ที่ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไว เพียงเพราะเธอคิดถึงบ้าน คิดถึงพี่ชาคร์มากกว่านั่นเอง

ถ้าพี่ชาคร์อยู่เธอจะไม่ถูกใครรังแกเหมือนตอนนี้ ...

“สัญญาแล้วนะคะ ห้ามคืนคำด้วย” และเพียงได้ยินว่าสิงห์อาสาจะเป็นคนพาเธอเที่ยว มาฤดีถึงกับเนื้อเต้นลืมอารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้าจนหมดสิ้น เธอยกตัวขึ้นถือวิสาสะหอมแก้มสากเพื่อจงใจให้อีผู้หญิงหน้าด้านมันได้เห็นถึงความสำคัญ พี่สิงห์ยกให้ใครมากกว่ากัน ระหว่างอีตัวไร้ค่ากับน้องสาวบุญธรรมเช่นเธอ

“พี่สัญญาครับเจ้าหญิงคนสวย วันนี้ฤดีอยากไปไหน พี่จะตามใจทุกอย่าง”

สิงห์พูดโดยไม่ลืมชายตามองหญิงสาวเบื้องหน้า อาการยืนก้มหน้าสงบนิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เหตุใดชารีนถึงไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาบ้าง ทำเหมือนเจ้าหล่อนไม่อยากเห็นหน้าเขา ทำราวกับรังเกียจเขาหนักหนา มันน่าโมโหนักแม่เด็กดื้อเงียบ

“นั้นเรารีบไปทานข้าวกันก่อนเลยดีกว่านะคะ ฤดีจะได้รีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดสวยๆแล้วออกไปเที่ยวข้างนอก อยู่ในนี้มลภาวะมันเป็นพิษอย่างไงไม่รู้” พูดใส่แม่เด็กสาวหน้าตาขาวสะอาดจบ มาฤดีจึงรีบลากแขนล่ำของพี่สิงห์ให้เดินตามไปยังทิศทางเข้าห้องอาหารใหญ่ของคฤหาสน์ โดยไม่คิดไยดีกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้อีกต่อไป

 ในเมื่อพี่สิงห์แสดงออกมาโจ่งแจ้งว่าไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร และเธอคิดว่า พี่สิงห์คงเรียกตัวแม่นี่ขึ้นมารับเงินก่อนจะเฉดหัวให้ออกไปจากที่นี่นั่นเอง...

สิงห์เอี้ยวตัวหันไปสบตากับลูกน้องมือขวาที่เอาแต่ยืนสงบปากสงบคำไม่ต่างจากอีกคน เขาส่งสัญญาณโดยไม่เปล่งเป็นคำพูด และเมโรรับรู้ได้ในทันทีจึงพยักหน้าตอบรับกลับไป...

เมโรระบายลมหายใจโล่งอกเมื่อเห็นเจ้านายกับน้องสาวเดินทิ้งระยะห่างออกไป ชายหนุ่มใบหน้าลูกครึ่งก้มลงมองร่างกระจิริดด้านหลังตนเอง ได้แต่นึกเห็นใจ

เจ้านายนะ ระวังหัวใจตัวเองเอาไว้ให้ดีเถอะ ทำกับเขาเอาไว้มากมายแบบนี้ อนาคตคนที่เจ็บเจียนตาย ทุรนทุรายอาจจะเป็นตัวเองเข้าสักวันก็ได้ใครจะไปรู้

“ไปกันเถอะครับคุณชารีน นายให้ผมพาคุณขึ้นไปรอบนห้องทำงาน”

“คุณช่วยปล่อยตัวหนูกลับบ้านไม่ได้เหรอ หนูคิดถึงบ้าน” ชารีนรีบยกมือรั้งบอดีการ์ดมือขวาของสิงห์ไว้ พร้อมเงยใบหน้าแดงจากการร้องไห้ขึ้นสบตา

“คุณก็รู้ว่าผมช่วยคุณไม่ได้สำหรับเรื่องนี้ ทำใจเถอะครับ” มือน้อยที่เกาะลำแขนได้แต่ปล่อยให้ลู่ลงนาบลำตัว ดวงตาหวานปนเศร้าหลุบมองพื้น

“แล้วอีกนานแค่ไหน เขาถึงจะยอมปล่อยตัวหนู” เธอถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

เมโรถอนหายใจหนักหน่วงแล้วส่ายหน้า

“เมื่อถึงเวลาสมควร มั้งครับ”

 

****************************


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha