เสน่หานางไพร

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 8 : Ep8 : นางไพร (จบบท) nc


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Ep8

(นางไพร)

 

 

ขวัญไพรเดินกระเตงกระบุงสานใบขนาดกลางลัดเลาะมาตามริมธาร เวลานี้ยังเช้าอยู่มากส่วนคนเจ็บยังคงนอนหลับฝันหวานอยู่ในห้องของตาสยาอย่างสบายอกสบายใจเหมือนเช่นหลายวันที่ผ่านมา กว่าเขาจะตื่นนอนคงราวสาย เธอยังพอมีเวลาทำธุระส่วนตัวก่อนต้องขลุกตัวคอยเฝ้าอาการเขาอย่างใกล้ชิดตามคำสั่งของผู้เป็นตา

 อาการของเขาตอนนี้ดูเหมือนจะฟื้นตัวขึ้นมากกว่าวันแรก ตอนนั้นเธอจำได้ว่า สภาพร่างกายของเขาช่างไม่ต่างจากซากศพดีๆนี่เอง

 ด้วยหลังจากวันที่เขาคืนสติ ตาสยาของเธอได้กลับมาถึงเรือนในรุ่งเช้าของวันที่สองพอดี และพอคนเจ็บได้รับการรักษาจากพ่อหมอมือฉกาจแห่งหมู่บ้านตะนาวขอ อาการบาดเจ็บสาหัสของเขาจึงทุเลาและดีวันดีคืนขึ้นตามลำดับ

เธอจำได้ดีตอนครั้นตาสยาของเธอก้าวขาขึ้นเรือนมาถึงแล้วพบเห็นสภาพร่างกายคนเจ็บเข้า ท่านรีบวางหีบห่อสมุนไพรที่เก็บหามาจากป่าไว้บนพื้นไม้ขัดมันอย่างไม่ไยดี ก่อนจะนั่งแหมะเคียงข้างคนเจ็บ โดยไม่ขอพักให้คลายอาการเหนื่อย

ท่านจัดแจงลงมือรักษาคนเจ็บโดยไม่รอช้า ปล่อยให้เวลาทอดออกไปเนิ่นนานยิ่งกว่านี้ ท่านรีบลงมือทำการรักษาแก่คนเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะตรงบาดแผลฉกรรจ์หลายจุดที่ดูน่ากลัว คราแรกที่ท่านเห็นคนเจ็บนอนแบ็บเหมือนซากผัก ท่านเอาแต่ส่ายหน้า  นี่ถ้าไม่ได้เจ้าป่าเจ้าเขาคอยคุ้มครองเอาไว้ ป่านนี้ไอ้หนุ่มคนเจ็บคนนี้คงได้กลายเป็นผีเฝ้าผืนป่าแห่งนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็อาจเป็นได้

 พอได้ตรวจเช็กสภาพบาดแผลหลายจุดทั่วเรือนร่างบอบช้ำ เฒ่าสยาถึงขั้นตบอกผาง ช่างเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูกที่ชายหนุ่มผู้นี้สามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้อีกครั้ง โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นด้วย นับว่าร่างกายของไอ้หนุ่มผู้นี้มันช่างแข็งแรงดีแท้ ถ้าเป็นชายหนุ่มคนอื่นไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะฟื้นคืนสติขึ้นมาเหมือนเก่า   

และถึงแม้ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของชายหนุ่มจะยังเดินไม่ได้ เส้นเอ็นหลายจุดฉีกขาดต้องใช้สมุนไพรรักษาสมานให้เข้าที่เข้าทาง แต่อาการโดยรวมทั่วไปนับว่ารอดพ้นจากความเป็นความตายมาได้อย่างหวุดหวิด คงไม่มีอะไรน่าห่วงนอกจากความจำของเขา ที่ยังไม่สามารถจำอะไรได้ทั้งสิ้น เพราะแม้แต่ชื่อของตนเองเขายังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 เธอจึงเรียกเขาว่า...หลง เพราะเขาหลงป่าเข้ามา

“น้องขวัญจ๋าจะไปซักผ้าที่ริมธารหรือจ๊ะ”

 ผู้เอ่ยทักเหลือบสายตามองกระบุงสาน ซึ่งในภาชนะข้างเอวของขวัญไพรนั้นบรรจุด้วยเสื้อผ้าใช้แล้วหลายชิ้น หญิงสาวก้มมองตามสายตากรุ้มกริ่มของคนถามแต่ไม่พูดตอบอะไร  และแน่นอนเสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นของตาสยาที่เอาไปให้คนเจ็บใส่ทั้งนั้น ถึงแม้สัดส่วนจะต่างกันอยู่มากโขแต่ยังดีกว่าให้เขานอนแก้ผ้าโทงๆจนอะไรต่อมิอะไรออกมาโชว์เด่นหราดูน่าเกลียดน่ากลัว

ตาสยาของเธอออกมาจากป่าได้หนึ่งสัปดาห์ และพรุ่งนี้ท่านจำต้องกลับเข้าไปในป่าใหม่อีกหน โดยปล่อยเธอไว้กับคนเจ็บผู้เสน่ห์แรง เนื่องจากมีบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ เที่ยวคอยมาเยี่ยมเยือนไม่เว้นว่าง เห็นแล้วพานให้นึกหมั่นไส้

“ว่าไง ถามแล้วไม่ยอมตอบ ปากน้องขวัญอมอะไรอยู่ล่ะจ๊ะ พี่ช่วยเอาออกให้เอาไหม...” มะขามยังคงเซ้าซี้ยียวนตามประสา พร้อมขยับร่างสูงยาวก้าวเข้ามาขวางหน้า  

“ไอ้พี่ขาม...เอ็งก็เห็นว่าข้ากระเตงกระบุงผ้ามา จะมาถามกวนอารมณ์ข้าทำไมแต่เช้าวะ”

ขวัญไพรตอบกลับเสียงหงุดหงิด เธอเลิกคิ้วขึ้นสูงขึ้นมองผู้ชายนิสัยไม่ดี แล้วรีบสาวเท้าจ้ำหนีคนขวางทาง ไม่อยากสนทนากับผู้ชายใจโลเลที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องสนองรับอารมณ์ทางเพศเพียงอย่างเดียว  โดยหาได้ใส่ใจความรู้สึกของฝ่ายหญิงที่ตนเองมีความสัมพันธ์ต่อกันไม่ เขาจะรู้สึกเช่นไรถ้าหากรู้ว่าคนรักของตนเองเที่ยวหลับนอนกับผู้หญิงอื่นไปทั่วแบบที่ไอ้มะขามมันทำอยู่

“ให้พี่ขามช่วยซักไหมจ๊ะ พี่ขามอยากช่วยน้องขวัญ” มะขามรีบเดินมาดักหน้าส่งสายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ไม่ยอมปล่อยให้นางในดวงใจเดินหนี ถึงอย่างนั้นการที่มันเดินมาที่ลำธารแต่เช้า นั่นเป็นเพราะมันได้นัดหมายกับดาวเรืองเอาไว้ ถือเป็นความโชคดีที่ได้มาเจอขวัญไพรเข้าเสียก่อน

“ข้าไม่รบกวนเอ็งหลอกไอ้พี่ขาม จะไปไหนก็ไปให้พ้นหน้าข้าเสียทีเถอะ อย่ามาวุ่นวายกับข้าให้มาก ข้ารีบเพราะต้องไปส่งตาสยาเข้าป่า อย่ามายืนขวางทางข้า มันทำให้ข้าเสียเวลา” ขวัญไพรเบี่ยงกระบุงข้างเอวหลบมือยาวๆของไอ้คนเอ่ยปากจะช่วย แววตากลมโตวาววับเขียวปั๊ดเมื่อถูกมะขามหมายยื้อแย่งกระบุงไปครอบครอง  

“อ้าว เฒ่าสยาจะกลับเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรอีกแล้วเหรอ ไหนเพิ่งออกมาได้ไม่กี่วันเอง มาเร็วไปเร็วจริงวุ้ย นั้นคราวนี้ให้พี่ไปอยู่เป็นเพื่อนเอาไหม”

มะขามยกมือว่างขึ้นเกาหัวพร้อมเสนอตัว อดทอดสายตาอ่อนเชื่อมมองใบหน้าสวยหวานจับจิตจับใจจนมันต้องเก็บเอาไปนอนเพ้อทุกค่ำคืน รู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เมื่อได้ยินว่าตาเฒ่าแห่งหมู่บ้านตะนาวขอจะเข้าป่า เมื่อคราวนี้ขวัญไพรของมันไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่ทว่ากลับต้องอาศัยใกล้ชิดอยู่กับไอ้หนุ่มต่างถิ่นที่เป็นที่โจษจันเรื่องรูปร่างหน้าตา โดยเฉพาะในหมู่บรรดาสาวเล็กสาวใหญ่ทั้งหลาย

ได้ฟังทีไรพานจะทำให้เขาอยากจะอ้วกทุกที

“ไม่ต้องมาเสนอหน้า ไม่งั้นข้าจะฟ้องพ่อเบิ้ม”

“ก็ข้าไม่อยากให้เอ็งอยู่กับไอ้นั่นสองต่อสอง” คนเริ่มก่ออารมณ์หวงโวยวายจับขอบกระบุงแล้วกระชากเข้าหาลำตัว

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเอ็งด้วยเล่าไอ้พี่ขาม เอ็งรีบปล่อยกระบุงข้าเลยนะ ข้ารีบหูแตกหรือไง บอกปากจะฉีกถึงรูหู” ขวัญไพรกัดฟันบอกแล้วดึงกระบุงกลับคืนมา ไม่พอใจกับท่าทางหวงก้างเหมือนหมาของไอ้มะขามสักเท่าไหร่

“ไม่ปล่อย ข้าจะช่วยเอ็งซักผ้า” มะขามยังคงหน้าด้านดึงกระบุงมาไว้ที่ตนเอง ภายในใจเริ่มเดือดดาลไม่อยากให้ขวัญไพรได้อยู่ใกล้ชิดกับไอ้หน้าหล่อนั่นเลยให้ตายสิ เขากลัวขวัญไพรจะหลงเสน่ห์ไอ้คนหน้าแปลกนั่นเข้าให้อีกคน

“เหรอ...เห็นทีเอ็งคงไม่มีเวลาช่วยข้าซักหรอกไอ้พี่ขาม” ขวัญไพรยิ้มเยาะเมื่อสายตาแลเห็นเพื่อนสนิทของตนเดินหน้าบูดตรงมาทางนี้เข้าพอดี

“นู่น...ดาวเรืองมันชะเง้อคอยาวมองมาทางนี้แล้วนั่นไง ประเดี๋ยวเอ็งจะอดเล่นจ้ำจี้กับมันนะ แล้วจะหาว่าข้าไม่เตือน” สาวสวยแห่งตะนาวขอพูดอย่างรู้ทัน มะขามได้แต่พ่นลมหายใจหงุดหงิด มันจะรีบมาทำไมวะตอนนี้

“แส่มาเร็วไม่เข้าเรื่องเลยอีนี่...”

 คนหงุดหงิดบ่นงึมงำพร้อมสะบัดใบหน้ากร้าวกระด้างหันมองสาวสวยอีกนางอย่างคาดโทษ แต่พอได้เห็นหน้าบูดบึ้งของสาวเจ้าเข้าอย่างจัง ใจคนนิสัยเจ้าชู้มันเลยอดเสียววูบขึ้นไม่ได้

ดาวเรืองชักสีหน้าโกรธเกรี้ยวขึ้นจับจ้องชายคนรัก ไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ที่เห็นมะขามทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่เพื่อนของตนเอง จะว่าหึงหวงนั้นมีส่วนอยู่แต่ก็ไม่ทั้งหมดเสียทีเดียว อาจเพราะตอนนี้เธอมีชายหนุ่มอีกคนที่หมายตาอยากได้มาเป็นคนรักอยู่อีกคนในใจ

“ดาวเรืองเอ็งมาเอาคนรักเอ็งไปให้ห่างข้าที ข้าจะรีบซักผ้าให้เสร็จ แล้วจะรีบไปส่งตาสยาเข้าป่า มายืนขว้างทางข้าอยู่นั่น น่ารำคาญชะมัด”

ขวัญไพรกวักมือเรียกเพื่อนสาว เหลือบสายตาขึ้นเยาะหยันไอ้คนหน้าซีดเผือด พลางเลื่อนลำตัวเข้าหาเพื่อนรักเมื่อดาวเรืองเดินกระแทกเท้าเข้ามาใกล้ แล้วเอ่ยปากลาในทันที

 ดาวเรืองพยักหน้าพร้อมส่งสายตาขุ่นเขียวไปยังชายหนุ่มที่นัดหมายกับตนเองเอาไว้ตรงลำธาร แต่ตัวเองนั้นดอดมาตามจีบเพื่อนรักของตนเองเสียนี่ แบบนี้มันน่าตบให้เจ็บสักที ไอ้คนเจ้าชู้ชีกอ

“พี่ขาม...ตามฉันมานี่เลย เผลอหน่อยเป็นไม่ได้เชียวนะ”

 พอพ้นหลังของขวัญไพร ดาวเรืองจึงปรี่เข้าดึงใบหูของไอ้คนเจ้าชู้แล้วลากมาอีกฝั่งของลำธารสายยาว มะขามที่ไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่มองตามแผ่นหลังบอบบางของนางในฝันไปจนตาเยิ้ม ได้แต่ร้องอู้ด้วยความเจ็บแป๊บตรงใบหู พยายามแกะมือเหนี่ยวร้ายกาจออกแต่ไม่เป็นผล เลยจำต้องก้าวตามแรงลากของแม่เสือสาว แอบคิดในใจเล่นๆว่าอีกประเดี๋ยวเถอะ แม่คงใช้เซ็กส์สะเด็ดสะเดาถึงทรวงลงโทษเขาอีกเช่นเคยเป็นแน่แท้

มะขามยกริมฝีปากยิ้มร่า พลาดจากอีกคนทว่าได้กินอีกคนก็ไม่เสียเวลา...

 

 

คนตัวใหญ่กำลังนอนกระสับกระส่ายบนพื้นไม้แข็งกระด้าง ถึงแม้นด้านล่างนั้นถูกปูลองไว้ด้วยผ้าผืนหนาและใหญ่ซึ่งอัดแน่นไว้ด้วยเส้นไหมจากพืชธรรมชาติก็ตาม แต่มันไม่สบายเนื้อสบายตัวเขาสักเท่าไหร่ ในความเคยชินส่วนลึกที่ชาคร์รับรู้ได้ เขาเคยได้นอนบนที่นอนนุ่มสบายกว่านี้มาก ทว่าเขานึกไม่ออก เขาเคยนอนแบบนั้นได้ที่ไหน และเมื่อไหร่

และพอเริ่มใช้ส่วนสมองคิดทบทวนความทรงจำที่หายไป ชาคร์ คาร์เกนถึงกับรีบยกนิ้วมือขึ้นคลึงขมับ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบ้ เส้นเลือดรอบบริเวณหน้าผากมันรู้สึกขมวดเครียดจนร้าวระบม เขาจำต้องหยุดใช้ความคิดแล้วสอดส่ายสายตามองหาร่างบอบบางของผู้หญิงคนนั้น หญิงสาวสวยที่เขายังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าหล่อนมีความสัมพันธ์เช่นใดกับเขากันแน่

“นี่เจ้าหล่อนหายไปไหนกันนะ”  

คนเจ็บมองหาพร้อมกับบ่นพึมพำ พยายามจะขยับตัวเพื่อลุกขึ้นนั่ง เมื่อเขารู้สึกปวดเบาขึ้นมา แต่ขยับลุกไม่ได้คล่องสักเท่าไหร่ มันยังรู้สึกเจ็บตรึงอยู่ทั่วทั้งร่าง จะขยับแต่ละครั้งล้วนสร้างความเจ็บปวดทรมานแก่เขาเหลือเกิน ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยวลงอีกคราก่อนชายหนุ่มจะยอมแพ้ล้มลงนอนราบลงที่เดิม ปล่อยให้เกิดเรื่องน่าอับอายขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเขาไม่อาจกลั้นสิ่งที่ต้องการปลดปล่อยไว้

ชายหนุ่มหลับตาอย่างรู้สึกสมเพชตนเองยิ่งนัก โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเขาเหลือเกิน

ทว่ารอไม่นานนักใบหน้าขาวที่มีส่วนผสมอย่างลงตัวก็โผล่ศีรษะได้รูปเข้ามาเมียงมองก่อนจะขยายแววตาออกกว้าง แล้วยิ้มจนดวงตาที่เขาแอบชื่นชมนั้นหยีลง

“ตื่นนานแล้วเหรอคุณ ฉันไปซักผ้ามาน่ะ” ขวัญไพรบอกแล้วเอากระบุงเดินเข้ามาเก็บที่

“อืม...” ชาคร์ส่งเสียงเป็นการขานรับ

“คือว่า...เอ่อ...ฉัน” เขารู้สึกกระอักกระอ่วน กระดากอายเกินกว่าจะบอกว่าเขานั้นฉี่รดที่นอน

 ขวัญไพรเมื่อนำกระบุงวางเก็บยังที่เดิมเจ้าหล่อนจึงเดินกลับมานั่งแหมะลงข้างคนเจ็บ และทันเห็นสิ่งผิดปกติบนผืนฟูก เมื่อเธอเห็นรอยด่างเป็นคาบของน้ำและกลิ่นของมันก็ระบุชัดว่าคืออะไร

“นี่คุณฉี่เหรอ” และเพราะหญิงสาวเห็นอาการอ้ำอึ้งของชายหนุ่มเธอจึงรู้ว่าเขาคงจะอายสินะ หญิงสาวจึงส่งยิ้มละมุนเพื่อปลอบใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากลั้นไว้ไม่อยู่จนฉี่รดกางเกงนอน

“ขอโทษด้วยที่ปล่อยให้คุณนอนคนเดียว คุณคงนอนไม่สบายตัวแน่เลย มา ฉันจะช่วยเช็ดทำความสะอาดให้”  พูดจบหญิงสาวรีบดึงผ้าห่มออกจากกายหนา แต่เกิดอาการชะงักเล็กน้อยเพราะลำนูนอวบใหญ่ที่เธอเคยเห็นมาบ้างยามต้องคอยเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้เขา มันกำลังขยับขยายตัวตามสัญชาตญาณ

ชาคร์รู้สึกละอายแก่ใจเกินกว่าจะหลุดคำพูดใดบอกแก่หญิงสาว เขายังไม่รู้สถานะอันแท้จริงว่าเจ้าหล่อนนั้นเป็นอะไรกับเขากันแน่ เขารู้เพียงเจ้าหล่อนมีตาเป็นหมอที่เก่งมาก รักษาอาการเขาอย่างชำนาญ

วัดได้จากอาการของเขาที่หายวันหายคืนเพียงใช้เวลาไม่นานนักถ้าดูจากสภาพก่อนหน้าเขาอาจตายไปแล้วก็อาจเป็นได้ 

ขวัญไพรกลืนน้ำลายเหนียวหนืด พยายามไม่คิดอะไรฟุ้งซ่าน ครั้นสายตาหวานเหลือบแลเห็นบางอย่างซึ่งเธอรู้ดีว่ามันคืออะไร กำลังดันเนื้อผ้าขึ้นมาจนเห็นเป็นรูปร่างน่าขยาดกลัว โหนกแก้มสาวเริ่มกลายเป็นสีแดงระเรื่อ เธอต้องหลับตาเพื่อข่มใจตนเองห้ามอย่ากลัว เธอขยับตัวนั่งคุกเข่าพลางเอื้อมมือหันไปหยิบผ้าผืนบางแล้วจัดการปิดบังส่วนล่างของชายหนุ่มเอาไว้กันอุจาด ก่อนจะยื่นมือลงด้านล่างกระตุกปมกางเกงจัดการดึงรั้งมันออกจนพ้นร่างหนา

“อืม...” คนเจ็บเผลอครางเสียงแหบเมื่อเนื้อผ้ากางเกงนั้นลากโดนแผลสดเข้าอย่างจัง และเนื้อผ้าบางเบาบางส่วนยังสัมผัสถูกปลายหัวเห็ดของตัวเองอีกด้วย

ใบหน้าหล่อที่มีหนวดเคราขึ้นรุงรังเหยเก เขาอยากปลดปล่อยอารมณ์พลุกพล่าน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่อาจขยับลุกเดินด้วยตนเอง แถมยังมีหญิงสาวที่เขาไม่ทราบถึงสถานะชัดเจนอยู่ด้วยอีกคน

ชายหนุ่มเริ่มคิดหนัก มองใบหน้าสวยหวานพานจะยิ่งทำให้อารมณ์สังวาสภายในตัวเขาแล่นลิ่วหนักขึ้นกว่าเดิม หัวเห็ดบานออกจนเริ่มมีน้ำไหลปริ่ม

“อุ๊ย! ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ เจ็บมากเหรอคะ”

เธอถามเขาอย่างห่วงใย ชาคร์รีบส่ายหน้าหวือแล้วกัดฟันกรอด เพราะปลายนิ้วมือเรียวยาวนั้นแตะถูกส่วนหัวเข้าอย่างจัง แต่เพียงแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นเจ้าของนิ้วมือกลับชักมันหนีห่างเนื่องจากเจ้าของนิ้วมือซุกซนไม่รู้ตัวเองสักนิดว่านิ้วมือของตนเองเกี่ยวถูกอะไรเข้า

“นิดหน่อย เธอจัดการต่อเถอะ” คนเจ็บปฏิเสธเสียงเบาหวิวพูดอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าใดนัก ตอนนี้ใช่เขาแค่รู้สึกได้ถึงอาการเจ็บแปลบตรงบริเวณแผลเสียเมื่อไหร่กัน

 ทว่าตรงส่วนไวต่อระบบสัมผัสมันกำลังตื่นตัวจนเขาปวดร้าวยิ่งกว่า

ชาคร์จำต้องกัดฟันเพื่อระงับอารมณ์ใฝ่ต่ำให้จมลึกดิ่ง แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน เขาต้องทำบางอย่างเพื่อคล้ายความทรมาน หรือเขาจะร้องขอให้สาวน้อยหน้าสวยผู้นี้จัดการมันให้เขาที ชายหนุ่มแอบมองร่างอรชรอย่างเผลอไผล ปรากฏส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างเด่นชัด หน้าอกอวบอิ่มที่ยามเจ้าหล่อนก้มตัวลงทายาให้เขาจะเห็นความขาวผ่องรำไร

มาตอนนี้มันเตะตาเขาเข้าอย่างจัง จนเขาอยากจับเรือนร่างหอมกรุ่นตรงหน้ายัดความอลังการเข้าใส่แล้วกระแทกๆให้หนำใจ เขาอยากได้ยินเสียงร้องครวญครางหวานหยดของเจ้าหล่อน

 ชายหนุ่มเริ่มเกร็งตัวเมื่อถูกฝ่ามือร้อนฉ่าจับพลิกร่างแล้วหันใบหน้าคมคายเข้าหาร่างงดงาม จนปลายจมูกแตะถูกเนื้อนางหอมจรุงใจ ชาคร์รีบสูดดมความหอมนั้นไว้อย่างเต็มอารมณ์ แล้วจินตนาการเรื่องอย่างว่าจนผิวหนุ่มนั้นเต้นระยิบ

โอ๊ะ! เขาทนไม่ไหวอีกแล้วโว้ย

สาวน้อยใสซื่อไม่อาจล่วงรู้ความคิดในแง่ร้ายของชายหนุ่ม ผู้ที่ตนเองลงมือช่วยเหลือเอาไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ความปรารถนาเร้นร้ายซ่อนซ้อนอยู่ภายใต้ดุ้นเอ็นขนาดเขื่อง มันเต้นตุบตับเรียกร้องขอให้เจ้าของร่างหนาปลดปล่อยมันเสียที แต่ทว่าจะทำอย่างไรได้ในเมื่อชายหนุ่มเองยังไม่สามารถขยับเคลื่อนลุกเดินจากที่นอน ได้อย่างใจต้องการ

 ปฏิกิริยาทางร่างกายเกินควบคุมทำให้สองมือหนาสั่นเทา มันค่อยๆลากไล้ไต่ลงยังเนื้อนุ่มนิ่มนอกร่มผ้า เสื้อทรงกระบอกแนบลู่เข้ากับเรือนร่างอวบอิ่มยิ่งเป็นตัวกระตุ้นกำหนัดใฝ่ต่ำได้ดี ชาคร์กดสายตาเชื่อมมองพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

ใช่เขากำลังมีอารมณ์ใคร่ที่เกินต้านทานได้ในตอนนี้

 ชายหนุ่มเลยกดปลายจมูกโด่งเป็นสัน จมลึกเข้าหากลางอกอวบอิ่มจนร่างสาวสะดุ้งไหว เพราะไม่เพียงแค่ถูกปลายจมูกซุกซนจู่โจมเข้าหาเท่านั้น ทว่าริมฝีปากร้อนชื้นนั้นยังมีการขบเม้มเม็ดจะงอยที่ดันเนื้อผ้าออกมาให้สะดุ้งสะท้านไหวอีกต่างหาก

“อุ้ย!คุณจะทำอะไรน่ะ...”

ขวัญไพรสะดุ้งจนทำเอามือที่กำลังเข้าประคองร่างหนาหลุดออก แล้วด้วยความตกใจเลยเผลอผลักร่างหนาออกห่าง เป็นเหตุให้คนหื่นไม่รู้จักเวลาหลุดเสียงครวญครางลั่นด้วยเพราะแรงผลักทำให้อาการพลั้งเผลอไม่ได้ตั้งใจนั้น เป็นเหตุทำให้รอยแผลฉกรรจ์กระทบกระเทือนจนฉีกขาด

 ยิ่งเมื่อร่างหนาหล่นกระแทกเข้ากับพื้นแข็ง เลยสะเทือนถึงบาดแผลฉกรรจ์ตรงส่วนอื่นตามไปด้วย

“โอ๊ะ!...ซู้ดดดด” ชาคร์ครางเสียงหลงพร้อมยกมือลูบบาดแผลตรงที่หล่นกระแทกถูกพื้นแข็งของไม้ขัดเรือน

เห็นตัวเล็กแค่นี้ทำไมมือถึงหนักเป็นบ้า ความเจ็บทำให้ชายหนุ่มอดบ่นไม่ได้

“นี่คิดจะฆ่ากันให้ตายเลยหรือไง ถึงผลักลงมาเสียเต็มแรงขนาดนี้...” คนเจ็บยังมิวายสำนึกผิด ทำปากดีบ่นกระปอดกระแปดใส่ไฟคนตกใจ

จนดุ้นเอ็นที่แข็งโปนเริ่มอ่อนตัวเมื่อถูกความรู้สึกอื่นแทรกซึมเข้ามาแทนที่ ความเจ็บพานทำให้อารมณ์หื่นกระหายก่อนหน้าลดลงฮวบราบเรียบ ลูกชายอ่อนตัวนอนสงบสิ้นฤทธิ์อยู่ตรงหว่างขายาว 

“ถ้าคิดจะฆ่ากันให้ตาย เอามีดคมมาปักอกฉันเสียยังดีกว่า”

ชายหนุ่มต่อว่าเสียงพ้อ โดยลืมสิ้นว่าไอ้ที่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้นั้นเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดกันแน่ ไม่ใช่เป็นเพราะตนเองหรอกเหรอที่เป็นคนเริ่มก่อน

คนถูกโวยแถมยังถูกกล่าวหาถึงกับทำหน้าเหวอ อารมณ์ตื่นตกใจเพราะความไม่เคยต้องมือชายใดทำให้เสียหาย แปลเปลี่ยนเป็นโกรธเคืองจนแทบอยากจะฉีกเนื้อชายหนุ่มออกเป็นชิ้นๆเสียเดียวนี้ เสียแรงที่เธออุตส่าห์ช่วยชีวิตเขาไว้  

“แล้วคุณคิดจะทำบ้าอะไรกับฉันก่อนไม่ทราบหะ!...” ฝ่ายคนถูกกล่าวหาตวาดเสียงห้วนกระด้าง เชิดดวงหน้าหวานหยดมองคนผิดแต่กลับโยนให้เธออย่างหน้าไม่อาย

“ฉันเอ่อ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ชาคร์เองก็คงเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่าตนเองนั้นผิด มิใช่หญิงสาว เลยเสหลบดวงตากลมโตวาววับกระด้างแข็งที่กำลังจ้องเขม็งมายังเขา

“คนเลว คุณคิดทำเรื่องน่าบัดสีอย่างนี้กับคนที่ช่วยชีวิตคุณเอาไว้ได้ยังไง รู้เสียอย่างนี้ ฉันน่าจะปล่อยให้คุณนอนตายตรงนั้นเสียยังดีกว่า”

 สาดวาจาใส่คนไม่รู้จักสำนึกบุญคุณพร้อมร่างอรชรรีบถอยล้นจนแผ่นหลังติดข้างฝา ปัดร่องรอยเปียกชื้นน้ำลายตรงบริเวณหน้าอกออกด้วยนึกรังเกียจ แม้ว่าตอนนี้ความรู้สึกแปลกใหม่ซ่านสยิวยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ไม่จางหาย จำต้องปัดมันทิ้งอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ตนเองนั้นเคลิ้มตาม แล้วปล่อยตัวเองง่ายไปกลับกิเลสราคะ

 ขวัญไพรยกลำแขนกลมกลึงกอดกระชับร่างตนเองไว้ เพื่อเป็นการปกป้องสายตาจากชายหื่นหน้าไม่อาย เพราะเธอเริ่มไม่ไว้ใจคนเจ็บ กลัวเขาจะคิดทำเรื่องทุเรศขึ้นมาอีก ไม่รู้ไอ้ที่เขาเจ็บอยู่ตอนนี้นั้นมีอะไรแอบแฝง แต่ยังแอบมีความรู้สึกผิดต่อเขาบ้างเล็กน้อย เมื่อเธอเห็นรอยบาดแผลตรงบริเวณที่กระแทกลงถูกพื้นนั้นเริ่มมีเลือดซึมไหลออกมา

“ก็...ฉันแค่เอ่อ...คิดว่าเอ่อ” ชาคร์คิดหาคำตอบแต่ไม่รู้จะพูดอธิบายยังไงให้ไม่ดูเหมือนตัวเองเป็นผู้ชายบ้ากาม แม้มันจะดูสายไปเสียแล้วในความคิดของสาวน้อยขวัญไพรก็ตามที

แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดมันก็เกิด

“ว้าย! คนลามก” ความวัวยังไม่ทันหายดีความควายดันเข้ามาแทรกเสียอย่างนั้น  เพราะผ้าห่มผืนเล็กที่ขวัญไพรนำมาปิดบังกันอุจาดตาตอนเจ้าหล่อนถอดกางเกงที่เปียกปัสสาวะของชายหนุ่มนั้นดันหล่นร่วงจนเห็นพวงสวรรค์เด่นชัดกระจ่างเต็มสองลูกตากลมโต

 เป็นเหตุให้สาวน้อยส่งเสียงร้องโวยวาย แล้วรีบยกฝ่ามือน้อยขึ้นปิดบังดวงตาเมื่อคิดว่าเขาอยากโชว์มากกว่าจะเป็นอย่างอื่น

ชาคร์เองก็ตกใจไม่น้อย เขารีบดึงรั้งผ้าคลุมช่วงล่างกลับขึ้นมาถึงบั้นเอวหนา โหนกแก้มขาวที่รกรุงรังด้วยหนวดเครากลายเป็นสีแดงระเรื่อ

“ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโชว์นะ เธออย่าเข้าใจผิดอีกละ” คนมีความผิดติดตัวเอ่ยปากอธิบายรวดเร็วเพราะกลัวถูกเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

“จะผิดได้ยังไงในเมื่อคุณทำให้ฉันเข้าไปไปเช่นนั้นแล้ว”

“แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทว่าขวัญไพรส่ายหน้าหวือไม่เชื่อเขาเด็ดขาด เจ้าหล่อนยังคงยกฝ่ามือที่ปิดดวงตาเอาไว้ด้วยความหวาดหวั่นว่าอาจจะเห็นสิ่งน่าเกลียดน่ากลัวจากชายหนุ่มอีก

“เปิดตาเถอะ ฉันเก็บมันเรียบร้อยแล้วละ ทำเหมือนเธอไม่เคยเห็นไปได้ ทั้งที่ฉันคิดว่า...” ท้ายประโยคชาคร์ทอดเสียงลังเลก่อนจะหยุดพูด

เพราะเขาพูดไม่จบประโยคเลยทำให้คนรอฟังหลุดเสียงถามออกมา

“คุณคิดว่าอะไร”

“ก็คิดว่าอยากทำอย่างที่ผัวเมียเขาทำกันไงละ ทำไมเธอต้องโมโหฉันถึงขนาดนั้นด้วยเล่า...”

เมื่อคิดหาคำตอบที่ไม่รู้สึกทำให้ตนเองอับอายหรือดูเป็นผู้ชายหื่นกาม ชาคร์จึงโพล่งในสิ่งที่ตนเองหลงเข้าใจผิด คิดว่าตนเองกับสาวน้อยตรงหน้าต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ไม่อย่างนั้นเจ้าหล่อนจะอดทนมาคอยนั่งเฝ้าดูแลปรนนิบัติเขาชนิดหามรุ่งหามค่ำทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ทำไม ถ้าหากว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน ผลัดเปลี่ยนให้คนอื่นเข้ามาทำแทนก็ได้ ใช่ว่าเขาไม่เห็นมีหญิงสาวคนอื่นเสนอตัวขอเข้ามาช่วยดูแล

 รวถึงเฒ่าสยาผู้เป็นตาแท้ๆของหญิงสาวเอง รายนั้นมักชอบพูดอะไรแปลกๆยามเขาถามถึงสาวน้อย เจ้าหล่อนเป็นอะไรกับเขากันแน่ เฒ่าสยาแค่บอกว่ามันเป็นเรื่องของพรหมลิขิต หนีกันไม่พ้น

คำตอบของแกทำเอาเขางงงวย ไม่อาจแปลคำตอบของเฒ่าสยาได้มากกว่าที่แอบคิดเอาไว้ เขากับขวัญไพรคงเป็นผัวเมียกันมากกว่าจะเป็นอย่างอื่น   

สาวน้อยผู้ได้ยินคำตอบ ถึงกลับมีสีหน้าคล้ายกินยาขม เบิกตากลมโตมองคนพูดยิ่งกว่าคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกเสียอีก

“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไร เราสองคนเป็นอะไร...”

“ผัว เมียกันไง” ชาคร์ย้ำชัดให้คนอยากฟังได้ยินเต็มสองรูหู มุมปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มบางเบา รู้สึกหัวใจเต้นกระหน่ำยามเมื่อเขาเอ่ยถึงความสัมพันธ์นั้นแก่หญิงสาว

“ใครเขาบอกคุณ ว่าเราสองคนเป็นเอ่อ...ผัว เมียกัน”

 

 

**************************


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha