เสน่หานางไพร

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 9 : Ep9 : ลูกไก่ในกำมือ (จบบท) Nc+


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Ep9

(ลูกไก่ในกำมือ)

 

 

สิงห์ผลักบานประตูห้องนอนคับแคบออกมายืนบิดกายยังด้านนอกเพื่อต้องการขับไล่อาการเมื่อยขบให้มันรู้สึกกระฉับกระเฉงและสดชื่นขึ้น ใบหน้าครามเขียวขรึมด้วยตอหนวดระบายยิ้มอ่อนเมื่อยามดวงตาคมดุลากผ่านเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่ทว่าให้ความหอมหวานจนมิอาจหาใครมาเปรียบเทียบได้นั้น ทำเอาเขาไม่ได้หลับได้นอนมันทั้งคืน

 ชารีนให้ความรู้สึกอิ่มเอมหัวใจจนเขาไม่อาจตัดใจปล่อยวางให้ร่างนวลหยุดพัก เขาตั้งหน้าตั้งตาตักตวงความสุขจากเรือนกายขาวผ่องแสนน่าใคร่ จนตนเองนั้นรู้สึกพุงกาง เขามีความสุขและไม่คิดจะหยุดความสุขนี้ลงง่ายๆเสียด้วย

เจ้าหล่อนสามารถตอบสนองสิ่งที่เขาต้องการได้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องลงมือทำอะไรกับเขา แค่นี้เขาก็หลงหญิงสาวจนโงหัวไม่ขึ้น ทว่าไม่อาจยอมตามใจตนเองโดยการยกย่องเชิดชูให้ขึ้นมาเทียบเคียงหรือเป็นคนที่ใช่ของหัวใจอย่างออกหน้าออกตาในฐานะภรรยาได้ในตอนนี้

เขาต้องใจเย็น แล้วอดทนรอจนกว่าปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลาย ได้รับการแก้ไขและยุติในทางที่เขาแน่ใจว่าเขาจะไม่เสียชารีนไปตลอดกาลในอนาคต

 ตอนนี้ร่างน้อยที่เขารักกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเล็ก  กว่าพายุสวาทที่เขาปรนเปรอให้หญิงสาวจะสงบลงตะวันดวงโตก็เกือบโผล่พ้นขอบฟ้าพอดี

 แม่สาวน้อยเนื้อหวานหอมถึงกับสลบไสล ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ไฉนความต้องการมากล้นของเขายังไม่อาจหยุดยั้งตัวเองได้ เพราะเขายังคงชำแรกเนื้ออูมอวบอิ่มที่รัดเขาแน่นจนเสียวสะท้านต่อครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงแม้มันจะไร้การตอบสนองบทรักจากชารีนก็ตาม ทว่าเขาไม่อาจหยุดยั้งมันได้

 สาวน้อยของเขาคงไม่ไหว เมื่อถูกเขารังแกนับร่วมหลายชั่วโมง ถึงได้นอนหลับเป็นตาย...

“เช้านี้คุณสิงห์จะเข้าบริษัทเลยหรือเปล่าครับ” เมโรเดินใบหน้าเรียบเข้ามาโค้งคำนับผู้เป็นนายก่อนเอ่ยถาม เพราะเขาจะได้เตรียมรถยนต์ได้ถูกคัน

“อืม...แต่เช้านี้ฉันขอไข่ลวกสักห้าฟองก่อนก็แล้วกัน แล้วนายเอาขึ้นไปให้ฉันบนห้องด้วย จะได้ไม่เสียเวลา” สิงห์สั่งเสียงเหนื่อย เมื่อคืนเป็นเพราะเขาคิดถึงปนด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่แม่สาวน้อยทำหัวดื้อไม่ยอมเปิดประตูให้เขา เลยต้องจัดการสั่งสอนเสียหลายยก ประเดี๋ยวจะได้ใจคิดว่าเขาทำอะไรเจ้าหล่อนไม่ได้ ก็แค่ประตูบานแค่นี้คิดหรือว่าจะป้องกันอะไรได้มาก

เมโรก้มใบหน้าลงเพื่อรับคำสั่ง ก่อนชายหนุ่มเจ้าของความสูงถึงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรจะเดินเลี่ยงจากเจ้านายตรงไปยังห้องครัวเพื่อสั่งงานตามคำสั่งอีกต่อ

 พลางถอนหายใจหนักหน่วงเมื่อภายในใจของบอดี้การ์ดมือขวารู้สึกไม่ดีสักนิด การเรียกหาไข่ลวกจำนวนมากของผู้เป็นนายแต่เช้า มันบ่งบอกได้ถึงเรื่องเมื่อคืน หูเขาไม่ได้ฝาด เจ้านายเล่นรังแกสาวน้อยผู้มีชะตาน่าเห็นใจลากยาวจนถึงรุ่งเช้า เพราะเขาเองนั้นนอนไม่หลับด้วยเสียงที่บังเอิญได้ยินทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับได้นั่นเอง

ชายหนุ่มส่ายหน้า นี่เจ้านายเขากลัดมันมาจากไหน ถึงได้เล่นบทรักหฤโหดขนาดนี้ นึกเห็นใจคนร่างบาง ตัวเล็กเท่าพริกขี้หนูแบบนั้น จะไปทนสู้แรงพญาสิงห์ผู้หิวโหยอย่างเจ้านายของตนเองได้สักกี่น้ำ อีกทั้งห้องหับที่อาศัยช่างแสนคับแคบเหม็นอับเหลือเกิน เขาไม่เข้าใจ เหตุใดเจ้านายหนุ่มของเขาถึงไม่ยอมยกห้องบนตึกใหญ่ให้หญิงสาวได้อาศัยสักห้อง ทั้งที่บนตึกใหญ่ล้วนมีห้องว่างนับสิบห้องเห็นจะได้

เมโรถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง อดนึกสงสารเจ้าของห้องพักเล็กเท่ารูหนูไม่ได้ ถึงจะไม่เก่าทรุดโทรมอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ไหวทั้งเหม็นทั้งเต็มไปด้วยฝุ่นจับแผ่นผนังห้องจนหนา

 ซึ่งจากเดิมทีห้องพักนั้นเป็นห้องเก็บของ คุณสิงห์ออกคำสั่งให้คุณหนูชารีนเก็บทำความสะอาดก่อนยัดเยียดให้เป็นที่ซุกหัวนอนสำหรับหญิงสาว วันนั้นเขายังแอบกระซิบบอกปานให้เข้ามาช่วย เมื่อเขาอดทนยืนดูด้วยความเวทนาไม่ไหว ก่อนจะถูกหมายหัวเมื่อเจ้านายดันรู้เรื่องนี้เข้าจากคนงานปากโป้ง...

 

 

“ฉันเห็นนะไอ้พี่ขาม เมื่อกี้พี่ส่งสายตาหวานให้นังขวัญมัน”

เสียงกระเง้ากระงอดอย่างมีแง่งอนของดาวเรืองทำให้อารมณ์พิศวาสที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปหยกๆของมะขามกำลังเริ่มปะทุเดือดขึ้นมาอีกระลอก เลยทำให้ฝ่ามือหนาของคนถูกต่อว่าลากไล้เคล้าคลึงเน้นหนักอยู่ตรงทรวงอกอวบใหญ่ โดยหาให้ความสนใจกับคำพูดของหญิงสาวสักคำเดียว มะขามเล้าโลมบีบบี้หัวจะงอยชูชันแสนอร่อยลิ้นยามได้ลากผ่าน เขาลงน้ำหนักมือแล้วเพิ่มด้วยการขยำเนื้อนิ่มจนปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว

 เพื่อต้องการกระตุ้นให้ร่างนวลก่อเกิดอารมณ์พิศวาสไปพร้อมกับตนเองอีกครั้ง วันนี้เขาว่างไม่ต้องเข้าไร่ช่วยพี่บ้านเก็บหัวมัน เลยมีเวลาเล่นสนุกกับแม่สาวผิวขาวได้ทั้งวัน ถ้าเสร็จกิจครั้งนี้ในหัวเขาคิดวางแผนสนุกๆเอาไว้ล่วงหน้า เขาจะลากดาวเรืองลงไปกระแทกดุ้นใส่ให้มันหยดติ่งตรงน้ำตกตรงฝั่งนู้น

“อือ...อย่าเพิ่งสิพี่ ฉันยังเหนื่อยอยู่นะ จะเอาฉันอีกแล้วหรอ แล้วนี่ไม่ได้ฟังฉันพูดเลยใช่ไหมหะไอ้พี่ขามบ้า” ดาวเรืองที่มีอารมณ์โกรธค้างคา เจ้าหล่อนเม้มกลีบปากหลังจากส่งเสียงแว๊ดใส่ ด้วยเนื่องจากกำลังถูกก่อกวนอารมณ์ใคร่จนต้องระงับตนเอง สั่งห้ามอย่าได้คล้อยตามคนเจ้าชู้ มีอย่างที่ไหนกล้าส่งสายตาหวานให้กับเพื่อนของตน

 แต่ทว่าดาวเรืองต้านทานอารมณ์ใคร่ได้ไม่นาน สองกลีบอวบเปิดอ้าหน่อยๆเพราะถูกของใหญ่ทะลวงเข้าใส่ก่อนหน้า มันกำลังฉ่ำเยิ้มปลิ่มน้ำหวานของทั้งคู่ผสมผสานกันดันเต้นตุบตับบีบรัดช่องสังวาสคั้นน้ำรักให้ไหลซึมเพิ่มความพร้อมให้ตนเองเสียอย่างนั้น ครั้นจะยอมเออออตามใจชายหนุ่มแต่ก็ยังติดว่าตนเองนั้นงอนฝ่ายชาย เลยทำทีปัดมือที่กำลังบีบเคล้นสองนมตั้งเต้านั้นออกห่างอย่างไม่แยแส

“ถอยออกไปเลยนะ ฉันจะกลับบ้าน”

“จุ๊ๆ อย่าเพิ่งงอนพี่นักเลยดาวเรืองจ๋า อ๊าห์...พี่อยากกระเด้าไอ้ลูกชายตัวใหญ่ใส่น้องสาวแสนงดงามของเอ็งอีกแล้ววะ ขอพี่ทำเอ็งก่อนเถอะนะอย่าไปสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องนักเลย”

มะขามกอดรัดร่างเปลือยเปล่าแนบเข้าหาลำตัวเป็นการเอาใจ ก่อนจะหันร่างเปลือยขาวลออกลับหน้าเข้าหาตนเอง กลิ่นเหงื่อใคร่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวของน้ำรักนั้นไม่ได้ลดความต้องการของเขาลงสักนิด มันมีแต่จะทำให้เกิดความปรารถนาใฝ่ต่ำกระพือปีกกางขึ้นอย่างรุนแรงเสียมากกว่า

“นมเอ็งก็น่าฟัดน่ากินเสียเหลือเกินมะขามเอ่ย ข้าอยากกลืนเอ็งลงท้องมันเสียทั้งตัว” มะขามครางเสียงแผ่วยามเมื่อเนื้อนมไข่ของสาวเจ้าบดเบียดอยู่กับหน้าอกแกร่งของตนเอง

“ข้าขอซดน้ำนมจากเต้าเอ็งให้หายหิวก่อนก็แล้วกันนะดาวเรืองจ๋า”

จ๊วบ...จ๊วบ...แพร๊บ...แพร๊บ

“ซี้ด...โอ๊ะ! อย่ารุนแรงนักสิพี่ ฉันเจ็บนะ ”

ดาวเรืองห่อปากจู๋เมื่อปลายหัวถันสีสดถูกกัดกินอย่างตะกละตะกลาม สองเนินเนื้อแดงช้ำถูกแหวกออกด้วยปลายนิ้วยาว เจ้าหล่อนบิดกายสาวอย่างรู้สึกรัญจวนรีบคว้ามับเข้าหาเอ็นอวบใหญ่ รูดถลอกหนังห่อหุ้มอย่างคนเป็นงานเป็นการตอบโต้กลับ นัยน์ตาพร่ามัวฉ่ำเยิ้มของทั้งสองดวงสอดประสานสื่อความต้องการมากล้น

“อ๊าห์...” สองเสียงซูดปากไม่ต่างจากกินของเผ็ดร้อน อีกคนจ้วงแทงทะยานจนนิ้วสัมผัสกับผนังเนื้อใน ส่วนอีกคนกระชับอุ้งมือเล็กพร้อมจับรูดถลอกหนังจนหัวเห็ดบานใหญ่เริ่มมีน้ำปริ่มตรงรูกลาง

“ซี้ด...เสียวเหลือเกินดาวเรืองจ๋า เพิ่มแรงบีบหน่อยสิจ๊ะ พี่อยากได้แบบแรงๆ แรงกว่านี้”

สิ้นคำขอปลายลิ้นร้อนจัดการตวัดรวบยอดเต้าขาวอวบดื่มกินไม่ต่างจากทารกน้อย ทั้งดูดทั้งบีบเคล้นจนเนื้อขาวกลายเป็นรอยแดง ดาวเรืองรีบตามใจบีบขยำเจ้าเนื้อร้อนระอุในอุ้งมือเพิ่มน้ำหนักแรงขึ้นจนเจ้าหล่อนได้ยินเสียงซี๊ดซ๊าดของคนร้องขอ ใบหน้านวลยิ้มร่า รู้สึกพอใจที่ได้ยินเสียงแห่งความสุขนี้ของชายหนุ่มคนรัก

“พี่เอาเอ็งเลยแล้วกันนะ ข้าทนไม่ไหวแล้ววะ”

“ก็เอาสิพี่ จะมัวรออะไรอยู่อีกล่ะ ฉันเองก็อยากพอๆกับพี่นั่นแหละ” ดาวเรืองชม้ายชายตาซ่านเสียวลงมองความหนั่นแน่นของพวงเนื้ออวบใหญ่ในอุ้งมือตนเองก่อนจำต้องปล่อยมันออกอย่างนึกเสียดาย

นั่นเพราะตนเองรู้ดี มันดุเด็ดเผ็ดมันแค่ไหนยามเมื่อเข้ามาทักทายอยู่ภายในกาย

 มะขามพลิกกายสาวที่อ่อนระทดระทวยให้นอนราบกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ กิ่งก้านใบของมันหนาทึบช่วยบดบังสายตาคนได้เป็นอย่างดี ก่อนชายหนุ่มจะขึ้นคร่อมร่างอรชรกักกันไว้ด้วยลำขาแข็งแกร่ง ใช้หัวเข่าดันลำขาเรียวอ่อนให้เปิดอ้าออก ก่อนจัดวางดุ้นร้ายถูไถหยอกเอินบนผืนนาน้อยของสาวเจ้า ขนหยิกเปียกปอนด้วยน้ำเมือกขาวดูยุ่งเหยิง มันเสียดสีเข้าหากันจนแยกไม่ออกของใครเป็นคนใคร

“อืม...โอ๊ะ...โอ๊ะ...อ๊าห์”

 ดาวเรืองครางเสียงกระเส่าพร้อมกับแอ่นอกใหญ่ขึ้นป้อนชายคนรัก แม้นภายในใจนั้นยังนึกเคืองขุ่นอยู่ไม่น้อย ทว่าถูกจู่โจมจนเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์แบบนี้ใครมันจะทานทนไหว มีแต่จะยิ่งทำให้แดดิ้นเจียนตายคาอกก็เท่านั้นเอง

มะขามส่งปลายลิ้นเปียกน้ำลายละเลงฐานอวบสลับกับการดูดดึงก้อนเนื้อนุ่ม ก่อนด้านล่างจะถูกกดดันกระเด้าดุ้นร้อนพรวดเดียวทำเอาเสาเข้มอันใหญ่โตทะลึ่งพรวดลับหายเข้าหาหลุมสวาทจนมิดทั้งด้าม ดาวเรืองห่อปากใบหน้าเหยเกด้วยรู้สึกทั้งจุกทั้งเสียวแน่นช่องรักไปหมด

ร่างสาวสั่นเกร็งตอนถูกคนบนร่างโยกกายเข้าใส่ หญิงสาวอ้าขาออกกว้างเพื่อรองรับแรงมหาศาล แล้วรัดร่างชื้นเหงื่อของชายหนุ่มมากอดรัดไว้แน่น แหงนเงยใบหน้าสวยร้องครางพลางเสียงระโหย กระดกบั้นท้ายขึ้นรับแรงกระเด้าตอกถี่จนผมเผ้ากระจายเต็มพื้นหญ้า สร้างความกระสันอยากให้มะขามเพิ่มเท่าทวีคูณ

“ซี๊ด...ดาวเรืองเอ่ย ของเอ็งนี่มันดูดเอ็นพี่ดีจริง เอาเท่าไหร่ก็ไม่เคยหลวม”

มะขามกัดฟันชมเพราะตัวเองนั้นเสียวสะเด้าเกินทน ของมันดีแบบนี้เขาถึงไม่คิดเบื่อหน่าย ไม่เหมือนกับสาวหม้ายอีกคน รายนั้นจับกระเด้าไปได้สักพักหลุมรักของเจ้าหล่อนนั้นเริ่มคลายตัวหลวมโพรก

 ติดว่าลีลานั้นเก่งฉกาจทำเอาเขาหัวหมุน เขาถึงแอบหย่องหาหม้ายสาวเพื่อคล้ายกำหนัดเกือบทุกค่ำคืน แต่เมื่อหลายวันก่อนเจ้าหล่อนทำให้เขาอารมณ์เสีย เมื่อเขาดันถูกปฏิเสธโดนตัดหน้า เมื่อหม้ายสาวกลับเปิดรับชายหนุ่มคนอื่นให้เข้าไปบำรุงบำเรอรสกามแทนตนเองเสียได้...

 

 

ตัวชาคร์เองก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกตอนนี้ของตนเองได้ มันรู้สึกผิดหวัง เสียดาย อย่างบอกไม่ถูก นัยน์ตานัยน์ตาสีฟ้าอมเทามีน้ำหล่อเลี้ยงเหลือบมองร่างน้อยตาละห้อย เขากับสาวน้อยแสนงามผู้นี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดเกี่ยวข้องต่อกันเลยสักนิด

 เขาเจ็บหนักและเจ้าหล่อนเป็นคนช่วยเหลือเขาเอาไว้แค่นั้น

เบื้องลึกของหัวใจมันไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลยนี่นา ถึงแม้ไม่ได้เป็นผัวเมียกันถ้าได้เป็นคนรักกันก็ยังดี เขาจะได้ใช้สิทธิ์ทำอะไรบางอย่างกับเจ้าหล่อนบ้าง  ทั้งที่ไม่รู้ตอนนี้ตนเองเป็นใครมาจากไหน แต่เขากลับรู้สึกถูกตาต้องใจกับสาวน้อยนางนี้เหลือเกิน  

อยากให้เจ้าหล่อนเป็นอย่างที่เขาคิดเองเออเองที่สุด

แต่ก็เอาเถอะ ถึงตอนนี้ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ใช่ว่าในอนาคตจะเป็นไม่ได้เสียหน่อย เพราะอย่างไรเสีย ณ เวลานี้ เขายังคงต้องนอนรักษาตัวเองอีกนาน อีกทั้งความจำเขาก็ยังเสื่อมอยู่ มันต้องใช้เวลาฟื้นฟูสักพัก พอถึงตอนนั้นไม่แน่ เขากับขวัญไพรอาจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันที่เปลี่ยนไปแล้วก็อาจเป็นได้

ทว่าตอนนี้เขาจะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ดังกล่าวคืบหน้าขึ้นมา ประเด็นสำคัญ ถ้าหากเกิดเขามีอารมณ์ในแบบผู้ชาย เขาจะทำอย่างไร

ดังนั้นเขาต้องหาทางพูดหว่านล้อมขอความช่วยเหลือกับสาวน้อยนางนี้ โดยที่เจ้าตัวจะไม่ลุกขึ้นมาแพ่นกระบาลเขาแตกเสียก่อน ถ้าหากเขาขอความช่วยเหลือต่อเธอในวันข้างหน้านี้...

ชายหนุ่มวางสีหน้าลุแก่โทษ ช้อนสายตามองไปยังสาวน้อยที่กำลังนั่งจ้องเขาตาวาววับอย่างสำนึกในความผิด เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเลย

“ผมขอโทษ” น้ำเสียงอ่อนทุ้มของชาคร์สามารถดับอารมณ์โมโหของสาวน้อยชาวป่าได้ในที่สุด ขวัญไพรพยักหน้ายอมรับคำขอโทษจากชายหนุ่ม ปล่อยลำแขนตนเองลงข้างลำตัว

“หวังว่าต่อไปคุณจะไม่ทำอะไรเหมือนเมื่อสักครู่นี่อีกนะคะ” ขวัญไพรเม้มปากอิ่มตวัดสายตาขุ่นมัวไม่จางไปยังเขา ถึงจะหายโมโหใช่ว่าเธอจะเรียกความรู้สึกเดิมกลับมาได้ในตอนนี้ เมื่อร่องรอยสัมผัสจากริมฝีปากชื้นของเขายังคงตามหลอกหลอนเธอไม่ห่างหาย  

หญิงสาวกระชับเสื้อผ้าฝ้ายเข้าหาลำตัว เมื่อนึกถึงความซ่านสยิวนั้นเข้า อยากกำจัดไอ้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยนั้นให้หายเสียที แต่ยามได้เห็นใบหน้าคมคายมองมายังเธอ มันทำให้เธอรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวอย่างบอกไม่รู้

 ชาคร์ถอนหายใจก่อนพยักหน้าลงเพื่อเป็นการยืนยัน เขาจะไม่ทำเหมือนอย่างเมื่อสักครู่ แต่ภายในใจนั้นแอบค้าน คิดว่ามันต้องมีครั้งต่อไปแน่นอน เขาเป็นผู้ชายมีเลือดมีเนื้อ มีความรู้สึก ยิ่งได้มาใกล้ชิดกับหญิงสาวสวยสดซึ่งมีกลิ่นตัวหอมจรุงใจเช่นนี้ทุกวัน ใครมันจะห้ามปรามอารมณ์ไหว ยิ่งไอ้ความต้องการตามธรรมชาติของผู้ชายโฮโมนมันรุนแรงเรียกร้อง เขาอาจเผลอลืมตัว แต่เขาจะต้องระวังมากขึ้น คงบุ่มบ่ามทำตามอำเภอใจอย่างเมื่อกี้นี้ เขาคงต้องค่อยเป็นค่อยไป ตะล่อมขอกับหญิงสาวตามตรง ขอให้สาวน้อยทำบางอย่างเพื่อช่วยตนเองให้คลายความทรมาน

“ผมจะพยายามหักห้ามใจ ไม่ทำแบบนั้นกับคุณอีก” เขาพูดแล้วหยุดกลืนน้ำลาย

“แต่มันคงอยากน่าดู เพราะว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ชายเรา ผมเอ่อ...ไม่ได้ตั้งใจทำมันกับคุณหรอกนะ ถ้ารู้ว่าคุณไม่ใช่เมียของผม” ชาคร์ให้เหตุผลโดยยังเน้นย้ำคำว่าเมียจนใจสาวน้อยยังอดเต้นตึกตักไม่ได้ เธอปรายตามองเขาเพื่อรอบสังเกตดูความจริงใจ

 ชาคร์เม้มกลีบปากเมื่อต้องใช้สมองขบคิด เขาจะเปิดอกพูดกับสาวน้อยผู้นี้ ต่อไปเจ้าหล่อนจะได้ไม่ตกใจแล้วก็โกรธเขาอีก ถ้าหากเกิดเขาห้ามความปรารถนาส่วนต่ำไม่ได้ เขาอาจจะขอให้เจ้าหล่อนช่วยเหลือ ช่วยรีดเอาความทรมานนั้นออกจากร่างกายเขาที

“ฉันขอย้ำอีกหนว่าฉันไม่ใช่เมียของคุณ”

ชาคร์ถอนใจพยักหน้า

“ไอ้ที่ผมเผลอทำไปเมื่อสักครู่ เป็นเพราะผมคิดว่าคุณเป็น...เมียนั่นแหละ และผมห้ามความต้องการอย่างผู้ชายปรารถนาไม่ได้ มันเอ่อ...ต้องเคล้นน้ำจากในนี้ออกมา”

 ขวัญไพรย่นหัวคิ้วลงต่ำ พร้อมกับตั้งใจฟังสิ่งที่ชายหนุ่มพูด

“ผมเดินไม่ได้...” ชาคร์เว้นจังหวะแล้วหลุบตามองท่อนล่างของตนเอง ขวัญไพรมองตามเลยอดรู้สึกเห็นใจเขาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เขานอนเป็นผักมาได้หลายอาทิตย์ เขาคงจะเบื่อและทรมานไม่ใช่น้อยสินะ คงอยากลุกเดินไปไหนมาไหนได้บ้าง

“อีกไม่นานคุณก็จะกลับมาเดินได้เหมือนเก่า เพราะตาสยาของฉันท่านรักษาเก่ง เป็นหมอมือหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้” ไม่ลืมจะโอ้อวดความสามารถของผู้เป็นตา

“ผมรู้ครับ แต่ตอนนี้ผมเดินไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผมคงเดินไปเคล้นมันออกในห้องน้ำ ไม่มาสร้างความลำบากใจให้กับคุณแบบนี้หรอก”  ชายหนุ่มหาทางโยงเข้าเรื่องเดิม

“เคล้น...เคล้นอะไรเหรอคะ” สาวน้อยชาวป่าเริ่มสนใจจึงรีบซักถาม

“เคล้นน้ำจากตรงนี้ครับ” ชาคร์มองต่ำเพื่อบอกเป้าหมายว่าเคล้นน้ำจากตรงไหน และสาวน้อยถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน โดยที่ใบหน้าหวานนั้นเริ่มกลายเป็นสีตำลึงแดงก่ำ เมื่อเธอชำเลืองหางตามองตามสายตาของเขาที่กำลังสื่อว่าเคล้นน้ำจากตรงไหนออก

“ที่คุณเคยเห็นเวลามันเอ่อ...ขยายใหญ่ขึ้นในทุกๆเช้า เป็นเพราะมันมีน้ำจากในตัวผมไหลออกมาให้ผมต้องเคล้นมันทิ้ง ถ้าไม่อย่างนั้น มันจะเจ็บและปวดมากๆ” ถึงจะรู้สึกกระดากในยามพูดอธิบายอยู่บ้างแต่ชาคร์ไม่คิดหยุด เพราะเขามีแผนบางอย่างอยู่ในหัว

“ถ้าเอ่อ...แล้วถ้าคุณไม่เอามันออก มันจะทำให้เจ็บจริงๆเหรอ” คนอยากรู้ค่อยๆคลานเข่าเข้าใกล้ร่างหนามากขึ้น ลืมแม้กระทั่งความอายความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีมากกว่า ทำไมเกิดเป็นผู้ชายมันยุ่งยากนักหนา หรืออาจคล้ายกับผู้หญิงเราต้องมีประจำเดือนทุกเดือนนั่นละมั้ง  มันก็คงคล้ายๆกันนั่นแหละ ขวัญไพรคิดเองสรุปเอง ก่อนตั้งใจฟังคำพูดของชายหนุ่มต่อ

“ใช่ครับ ผมจะรู้สึกเจ็บ แล้วก็ปวดมากๆ ปวดจนเหมือนจะขาดใจ” พอเห็นดวงตากลมโตสว่างไสวเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็นเลยเข้าทางคนคิดแผนเจ้าเล่ห์ ชาคร์พูดเพิ่มฟังให้ดูน่าสงสารและมันก็เข้าทางเขาอีกตามเคย เพราะสีหน้าของสาวน้อยอ่อนเดียงสาดูสลดวูบ

“เมื่อกี้คุณคงเจ็บมาก ฉันเอ่อ...ขอโทษนะคะ เพราะฉันตกใจ” สาวน้อยพึมพำด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ความอ่อนวัยเลยทำให้สาวน้อยไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของชายหนุ่ม

“ครับ...เจ็บพอๆกับบาดแผลพวกนี้ แต่จะโทษคุณคงไม่ได้ ในเมื่อคุณไม่ได้เป็นอะไรกับผม”

 ชาคร์บอกเสียงอ่อนทำนัยน์ตาเศร้าเรียกร้องขอความเห็นใจจากสาวน้อย

ขวัญไพรเอื้อมมือแตะลงกับมัดกล้ามเปลือยเปล่า  

“ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ ฉันแค่ตกใจ เพราะไม่เคยเอ่อ...ถูกทำแบบเมื่อกี้มาก่อน”

คนใจอ่อนส่งสายตาสำนึกผิด ใบหน้านวลซับสีเลือดจาง ชาคร์อยากยิ้มเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ ขวัญไพรยังไม่ประสีประสา แต่ต้องฝืนเอาไว้อย่างสุดกลั้น ก่อนจะเอ่ยคำพูดทำให้ตนเองนั้นดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ตอนนี้ก็ยังเจ็บอยู่...ลองจับดูสิครับ ” ชาคร์ไม่พูดเปล่าทว่าเขาคว้าหมับลงบนฝ่ามือน้อยที่กำลังแตะลำแขนของเขามาจับไว้แน่น

“คะ...จับ...จับอะไร” สาวน้อยตื่นตระหนกรีบชักมือตนเองออกจากการเกาะกุมไว้ ถึงเธอจะเดียงสาแต่ใช่ว่าจะไม่รู้ สิ่งนั้น เขาหมายถึงอะไร...

 

 

สิงห์เหลือบสายตาขึ้นมองสาวน้อยที่เอาแต่ยืนก้มหน้า เจ้าหล่อนดูเหมือนคนป่วยหนัก ด้วยใบหน้านั้นขาวซีดราวกระดาษไข ไม่รู้ใครเป็นคนออกคำสั่งให้ชารีนขึ้นมาบนนี้ ทั้งที่ก่อนเขากลับขึ้นตึกใหญ่ สาวน้อยกำลังนอนหลับสบาย และเขาไม่ได้รบกวนอะไรเจ้าหล่อนทำเพียงแค่หอมแก้มแล้วตัดใจเดินออกจากห้องนั้นมาเลย

“ลองทานจานนี้ดูสิคะพี่สิงห์ ฤดีว่ารสชาติมันดีเหลือเกิน” สิงห์ชักสายตากลับมาหาคนยื่นช้อนรอจ่อส่งถึงริมฝีปากตนเอง เลยจำต้องเผยออ้าปากรับอาหารคำนั้นเข้ามาเคี้ยวเพื่อตัดความรำคาญ แต่สาบานได้เลย เขาไม่อาจสัมผัสรสชาติมันได้สักนิด เพราะตอนนี้สมองของเขากำลังนึกห่วงหญิงสาวที่เอาแต่ยืนก้มหน้าอยู่

“ใครเป็นคนสั่งให้เธอเสนอหน้าขึ้นมาบนนี้” เมื่อเคี้ยวอาหารจนหมดปากสิงห์ทนความหงุดหงิดไม่ไหวพอยกผ้าขึ้นมาเช็ดเสร็จเขาจึงตวาดถามขึ้นเสียงกร้าว

ชารีนงอตัวให้เล็กลงกว่าเดิมเพราะสะดุ้งตกใจ พร้อมกับรีบถอยร่างอ่อนแรงเซเข้าหาเมโรใช้ยึดเป็นหลักพึ่งพิง และบอดี้การ์ดมือหนึ่งของสิงห์รีบขยับร่างหนาเข้ามาบังร่างบอบบางไว้ในทันที สร้างความหงุดหงิดใจให้กับเจ้าของคฤหาสน์หลังโตนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าทวี สิงห์ตวัดสายตาขุ่นเขียวมองภาพตรงหน้า มือทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากัน

“หรือมึงไอ้เมโร ที่เสือกเรียกแม่นี่ขึ้นมาบนนี้”

 เมโรไม่ตอบเมื่อสรรพนามที่เคยเรียกขานเขากร้าวกระด้างขึ้นแบบนี้ นั่นแสดงว่าเจ้านายของตนเองกำลังเข้าอยู่โหมดไหน การยืนรูดซิปปากถือเป็นการเอาตัวรอดที่ดีที่สุด

 เขาเชื่อ...ทำไมเจ้านายเขาจะไม่รู้ ใครเป็นคนเรียกชารีนขึ้นมากันแน่

 อาการที่โบ้ยมาหาเขา คงเป็นเพราะคงไม่พอใจเขาอยู่นั่นเอง

“น้องเองล่ะค่ะพี่สิงห์ ที่เป็นคนเรียกให้แม่นี่ขึ้นมาหาเอง” มาฤดีรวบช้อนก่อนเอ่ยบอกเสียงอ่อนหวาน ชม้ายสายตามองใบหน้าคามคม

“ได้ยินว่าพี่สิงห์ให้แม่นี่ค้างอยู่ที่บ้านนี้ด้วย น้องเลยคิดว่า ควรจะให้ทำงานหน้าที่อื่นดูบ้าง ไม่ใช่เอ่อ...คอยรับใช้พี่สิงห์อยู่บนเตียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

มาฤดีจีบปากจีบคอให้เหตุผลโดยที่ใบหน้านวลประดับรอยยิ้มหวานหยด แต่ทว่าท้ายประโยคเจ้าตัวจงใจเน้นคำพร้อมกับตวัดหางตามองผู้หญิงหน้าด้านด้วยสายตาเหยียดหยาม ริษยา

ชารีนเม้มปากอิ่มน้ำตาคลอเบ้า จะเถียงกลับก็ไม่ได้เสียด้วยเพราะมันคือเรื่องจริง เชลยที่ไม่ต่างจากนางบำเรอที่เขาเอาไว้คอยปรนเปรอความสุขทางกาย ฟังช่างดูไร้ค่าไม่ต่างจากโสเภณีบนเตียงนอน

“ถ้าพี่สิงห์ไม่ว่าอะไร น้องอยากขอแม่นี่มาคอยรับใช้ตอนที่น้องอยู่เมืองไทย ได้ไหมคะ”

หญิงสาวซบใบหน้าลงบนหัวไหล่บึกบึนออดอ้อนเสียงหวาน โดยตวัดสายตาดุวาวจับจ้องศัตรูหัวใจไม่คลาดเคลื่อน มันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวอย่างที่พี่สิงห์โกหก แต่มันคือน้องสาวศัตรูของพี่สิงห์ที่ชื่อชาคร์อะไรนั่นต่างหาก

  เธอเคยได้ยินมานานเกี่ยวกับความไม่ลงลอยของทั้งสองฝ่าย และเด็กผู้หญิงที่เธอเคยได้ยินพี่สิงห์ถามถึงบ่อยครั้ง ก็คือแม่คนนี้ คนที่บังอาจขึ้นมาเหยียบย่ำบนหัวใจของเธอ

 มันถูกพี่สิงห์จับตัวมาให้อยู่ในฐานะเชลย ถือเป็นการแก้แค้นที่ถูกฝ่ายนั้นยื่นประมูลตัดหน้าชนะ เธอรู้ว่าความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด การที่พี่สิงห์ตั้งใจจับตัวมันมาให้อยู่ใกล้ตัวเขา เป็นเพราะพี่สิงห์หวังอย่างอื่นจากตัวมันมากกว่า

 “พี่คงให้อย่างที่น้องขอไม่ได้หรอกนะฤดี” สิงห์ค่อยๆดึงตัวเองออกห่างจากใบหน้าสวย ใบหน้าคมคายตึงเขม็งหรี่มองสองคนตรงหน้าด้วยสายตาอำมหิต

“สาวใช้ในบ้านเรามีออกตั้งมากมาย เอาคนอื่นมาช่วยงานฤดีเถอะ สำหรับชารีน พี่จะให้เขาคอยช่วยเป็นลูกมือป้าปานทำอาหารในครัว” 

“แต่น้องอยาก...”

“พี่จะรีบไปทำงาน คงไม่มีเวลามานั่งเถียงกับฤดี เอาตามที่พี่บอกนี่แหละ...” มาฤดีจำต้องรีบหุบปากลงแต่โดยดี สีหน้านั้นขัดใจอย่างมากเมื่อถูกปิดการสนทนาด้วยการลุกขึ้นยืนของชายหนุ่ม

“ไอ้เมโรมึงไปเตรียมรถ ส่วนเธอเดินตามฉันมานี่” เมโรโค้งศีรษะพลางแตะลำแขนเรียวบุ้ยปากให้ชารีนเดินตามเจ้านายขึ้นไปด้านบน ส่วนหญิงสาวอีกคนถึงกับนั่งหน้าเหวอ ไม่คิดว่าจะถูกพี่สิงห์ทิ้งไว้บนโต๊ะอาหารอย่างไม่ไว้หน้า มันชักจะมากไปแล้วนะ...

มาฤดีกัดฟันอยากจะลุกขึ้นกรีดร้องให้หายแค้นใจ แล้วกระโจนเข้าใส่อีเด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ที่พี่สิงห์เห็นมันดีกว่าเธอ

“เมโร...แต่หนูไม่อยากไปกับเขา”

สาวน้อยรีบซอยเท้าเดินตามชายหนุ่มร่างสูงแล้วรั้งชายเสื้อสูทเอาไว้ สิงห์ถึงกับสะดุดลมหายใจตัวเอง ชายหนุ่มหันใบหน้าโกรธขึงมองร่างเล็กที่เดินตามบอดีการ์ดตนเองตัวปลิว แต่กลับไม่ยอมเดินตามเขามา สร้างความขุ่นเคืองใจให้พญาสิงห์ที่มีอารมณ์ดั่งพายุโหมกระพือยิ่งนัก อารมณ์ของชายหนุ่มจึงขาดผึง

“ไอ้เมโร...มึงไปเดี๋ยวนี้” สิงห์ชี้นิ้วไล่พร้อมด้วยเสียงทรงอำนาจตวาดขึ้นดังลั่นทั่วทั้งห้องอาหาร ร่างกายหนาสั่งเทิ้มด้วยแรงโมโห ชารีนเองถึงกับตัวสั่นเทา สาวน้อยรีบก้มใบหน้าชิดอกปล่อยมือออกจากชายเสื้อสูท ไม่กล้าหันหน้าสบตาสิงห์ร้ายด้วยเพราะกลัวเขาจับใจ

และแม้แต่มาฤดีที่ทำท่าจะลุกขึ้นอาละวาดยังต้องรีบนั่งลงกับที่ไม่กล้าขยับลุกตามชายหนุ่มอย่างที่ตัวเองกำลังคิดจะทำ หญิงสาวคว้าช้อนขึ้นแล้วแสร้งทำทีเป็นตักอาหารเข้าปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย

“มานี่เดี๋ยวนี้เลย แม่ตัวดี ผัวอยู่ทางนี้แต่ริอ่านจะเดินตามชู้หรือไง”

“หนูเปล่า...ปล่อยหนู หนูจะกลับเข้าห้องครัว”

ชารีนส่ายหน้าพร้อมน้ำตาคลอเบ้า ร่างน้อยผละถอยหนีแต่ก็ช้ากว่ามือแข็งแรง สิงห์ปราดเข้ามากระชากร่างแน่งน้อยพร้อมหิ้วปีกติดมือ เดินย้ำเท้าหนักขึ้นมาด้านบนห้องทำงาน

“ส่วนใครที่มีงานอะไรทำก็รีบออกไปทำซะ ไม่ต้องมาอยู่เสนอหน้าให้กูเห็น”

 เขาตวาดไล่คนไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปทำงานตามหน้าที่อย่างนึกรำคาญสายตา เดี๋ยวพ่อสั่งตัดเงินเดือนไอ้พวกสอดรู้สอดเห็นเสียให้เข็ด

“ส่วนเธอ แม่ตัวดี อยากนักใช่ไหม เดี๋ยวผัวจะจัดให้ถึงใจเลยคอยดู”  ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ก้มลงมองร่างน้อยในมือพร้อมเอ่ยเสียงเครียด

ชารีนไม่มีแรงขัดขืนใดเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น หญิงสาวจำต้องปล่อยให้คนใจร้ายลากเธอไปตามแต่เขาต้องการ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยเพราะรู้สึกหึงหวงหญิงสาวอย่างเหลือล้น วันนี้เขารึอุตส่าห์ใจดีคิดจะให้เจ้าหล่อนได้นอนพักอยู่ในห้องสุขสบายเสียหน่อย

แต่นี่อะไร...ดันมาก่อกวนอารมณ์ของเขาให้ร้อนระอุ โดยการเห็นผู้ชายคนอื่นดีกว่าผัวตัวเอง

เพราะฉะนั้นชารีนต้องรับผิดชอบ เจ้าหล่อนต้องเป็นคนดับเชื้อไฟในใจเขาให้มอดดับด้วยตัวเอง...

 ทันทีที่ประตูปิดลง สิงห์ที่กำลังอารมณ์คุกรุ่นด้วยแรงหึงหวง จึงไม่คิดปรานีกับเจ้าของร่างอรชร เขาจับร่างน้อยปล้ำฉีกเสื้อผ้าออกเป็นชิ้นจนขาดวิ่น โดยหาได้ใส่ใจว่าหญิงสาวจะรู้สึกเจ็บแสบบริเวณผิวบอบบางหรือไม่

 ริมฝีปากร้อนฉกปิดกั้นเสียงกรีดร้องบดขยี้จนได้กลิ่นคาวของเลือด ลิ้นร้ายสอดแทรกไล่ต้อนลิ้นเล็ก ดูดดึงมันเล่นอย่างคนตะกละตะกลาม

ชารีนน้ำตาไหลพราก เธอทั้งเจ็บทั้งหวาดกลัวจับหัวใจ เมื่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้รอดพ้นเงื้อมมือมารร้าย จำต้องยอมปล่อยให้เขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างของเธออีกเช่นเคย

“ซี้ด...อืม...อืม...ชารีน...ชารีนจ๋าฉันเสียวเหลือเกิน”

สิงห์ที่กำลังตอกร่างหนาเข้าใส่ร่างเล็กกัดฟันชื่นชม เขากำลังถูกความเสียวซ่านเล่นงานหนักหน่วง ชายหนุ่มรวบเรียวขาแนบเข้าหาร่างเปลือยอรชรจนกลีบผกาแบะกว้างต้อนรับแท่งเหล็กร้อนที่กำลังตอกตึงใส่อย่างไม่ออมแรง

“ฮือ...ฮือ....โอ๊ะ...หนูเจ็บ...ซี้ด...” สาวน้อยร้องไห้จวนจะขาดใจเมื่อเธอทั้งเจ็บทั้งจุกกับแรงกระทุ้งลำดุ้นเข้าใส่รุนแรง จนเธอหัวสั่นหัวคลอน เขาไม่ออมแรงให้เธอสักนิดมีแต่ส่งเข้าแรงจนเธอรู้สึกปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย รอยจ้ำช้ำขึ้นขยายเป็นวงกว้าง เพราะถูกริมฝีปากร้ายขบเม้มเป็นการลงโทษ

“เจ็บหรือเสียวกันแน่แม่เด็กอวดดี”

สิงห์หรี่ตาเอ่ยถาม ยกฝ่ามือลูบใบหน้าหวานอย่างหลงใหล ถึงแม้ตอนนี้ใบหน้าคมคายของเขาเองจะมีเม็ดเหงื่อเกราะพราวแต่สิงห์หาได้สนใจจะเช็ดออกสักนิด ชายหนุ่มยังคงตั้งหน้าตั้งตาดับอารมณ์หึงหวงด้วยการโยกกายอัดเอ็นอวบใหญ่เข้าใส่ร่างนุ่มนิ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย มือหนึ่งกอบกุมดอกบัวตูมบีบขยำจนเนื้อปลิ้น ส่วนด้านล่างเร่งกระเด้าเอวสอบอัดแน่นร่องสวาทฉ่ำเยิ้ม เพียงหวังให้ถึงขอบสวรรค์ให้ทันเวลาน้อยนิด

เช้านี้เขามีประชุมเลยอิดออดใช้เวลาเสพสมร่างหอมหวานนี้ไม่ได้นานนัก ก่อนร่างน้อยที่เอาแต่ร้องไห้จะเกร็งกระตุก ปล่อยเสียงกระเส่าอย่างสุขสมเมื่อเธอนั้นได้เยี่ยมเยือนชั้นสวรรค์ได้สำเร็จ สิงห์เชิดใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสูงแยกลำขาเรียวออกกว้าง พร้อมขยับเร่งความถี่เสยอัดเข้าร่องแคบหวานฉ่ำก่อนเขาจะส่งเสียงคำรามลั่นตามติดสาวน้อยในเวลาต่อมา

“อร๊าย/โอ๊ะ”

สิงห์นอนทาบทับร่างน้อยอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะรวบเอาร่างหอบหายใจแรงช้อนขึ้นอุ้มพาเจ้าหล่อนเดินเข้าห้องเชื่อมไปสู่ยังห้องนอนใหญ่ของตนเอง ผลักบานประตูห้องน้ำออกกว้างแล้ววางร่างไร้เรี่ยวแรงลงเหยียบบนพื้น

เขารัดร่างน้อยไว้ในอ้อมกอดพลางเอื้อมมือเปิดฝักบัว ปล่อยให้ความเย็นจากสายน้ำชำระทำความสะอาดร่างกายของเขากับหญิงสาวไปพร้อมๆกัน ชารีนอิงแอบร่างสั่นเทิ้มเมื่อถูกฝ่ามือร้อนลากไล้ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะตรงจุดซ่อนเร้นนั้นถูกกระตุ้นด้วยการส่งนิ้วเข้าไปทักทาย

“อือ...หนูไม่ไหวแล้วนะคะ” ชารีนบอกทั้งที่ตนเองยังคงหลับตาซบหน้าหวานเข้าหาอกแกร่งเปล่าเปลือย

“ชูว์...ฉันไม่คิดจะทำอะไรเธอหรอกสาวน้อย แค่จะทำความสะอาดให้เท่านั้น”

สิงห์เองที่เริ่มปวดหนึบกับดุ้นเอ็นเพราะมัวเมากับความหอมหวาน ทว่าเขาต้องรีบตัดใจเมื่อมีงานต้องทำในเช้านี้พลาดไม่ได้เสียด้วย

 สิงห์ชักนิ้วร้ายออกจากแหล่งอุดมสมบูรณ์ ยกมันขึ้นมาดูดเลียอย่างเอร็ดอร่อย

“หวานถูกใจฉันจริงๆ...”

ชารีนรู้สึกอายจนหน้าแดงตัวแดงไปหมด สิงห์ส่งสายตาวิบวับเพื่อสื่อความหมาย แต่ถึงแม้อารมณ์ใคร่นั้นเริ่มพลุกพล่านอยากส่งสิงห์น้อยเข้ากระแทกใส่ความนุ่มนิ่มใจจะขาด แต่ชายหนุ่มต้องหักห้ามใจรีบปิดน้ำจากฝักบัวแล้วคว้าผ้ามาห่อหุ้มร่างอรชร ก่อนจะช้อนขึ้นอุ้มแล้วพามาวางนอนบนเตียงใหญ่ของตนเอง หลังจากนั้นจึงลงมือจัดการแต่งตัวให้กับหญิงสาวและตัวเองเสียใหม่ แล้วตัดสินใจคว้าร่างที่นอนหลับปุ้ยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดโดยคิดจะพาชารีนไปทำงานกับเขาด้วยในเช้าวันนี้...

 

**************

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha