เสน่หานางไพร

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 10 : Ep10 : คนป่วยเจ้าเล่ห์ (จบบท) Nc+


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


Ep10

(คนป่วยเจ้าเล่ห์)

 

 

สาวน้อยขวัญไพรรีบขยับถอยห่าง ในขณะที่ข้อมือน้อยยังถูกคนป่วยจับยึดไว้อย่างเหนี่ยวแน่น ดวงตาหวานตื่นตระหนก เธอก้มมองข้อมือตนเองในอุ้งมือใหญ่ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น นึกกลัวเมื่อมันเริ่มมีปฏิกิริยาขยายใหญ่ขึ้น

“ชูว์!ใจเย็นๆสิครับ  มันน่ารักออกจะตาย เห็นไหม”

“แต่ว่าเอ่อ...ฉันกลัวนี่นา”

“ไม่ต้องกลัว เพราะว่าเจ้าสิ่งนี้มันไม่เคยทำร้ายใคร ลองดูนะครับ” คนเอ่ยชวนพยักหน้าส่งสายตาออดอ้อน มันมีแต่จะคอยสร้างความสุขให้เสียมากกว่า ชาคร์พูดต่อในใจ

 ขวัญไพรมองสิ่งแปลกใหม่ตรงหน้า ใจหนึ่งไม่กล้าอีกใจนั้นก็อยากลอง

“สิครับ...”

 หลังจากพูดปลุกปลอบใจให้สาวน้อยหายตื่นกลัวกับสิ่งหฤหรรษ์ และเป็นช่วงจังหวะที่เขาเห็นความลังเลจากดวงตาของสาวน้อย นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาวาววับ คิดว่าเหยื่อน่าจะติดเบ็ดได้ไม่ยากอะไรนักถ้าหากเขาพูดจาหว่านล้อมกับเจ้าหล่อนดีๆ

 พร้อมกันนั้นนัยน์ตาพราวเสน่ห์ยังแอบเหลือบสำรวจรูปทรงองเอว ส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาว เขาไม่อยากเชื่อสายตา สาวน้อยผู้นี้จะเป็นเพียงหญิงสาวชาวป่าธรรมดาคนหนึ่ง เพราะเจ้าหล่อนมีผิวพรรณหมดจด ใบหน้าได้รูปสวยไม่ต่างจากนางฟ้านางสวรรค์ ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน มันจึงทำให้เขารู้สึกเสียดาย เมื่อได้รู้ว่าเขากับหญิงสาวไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งต่อกัน   

ชาคร์กำลังมีความรู้สึกพิเศษกับหญิงสาวข้างกาย เจ้าหล่อนไม่เพียงแต่ชุบชีวิตของเขาให้ฟื้นกลับขึ้นมาใหม่เท่านั้น แต่ทว่าสาวน้อยผู้นี้ยังทำให้หัวใจของเขาเริ่มสั่นคลอน จนเขาแอบคิดอย่างคนเห็นแก่ตัว เขาอยากได้หญิงสาวคนนี้มาเป็นเมีย

ก็เธอช่างสวยหมดจด ผิวพรรณนั้นเกลี้ยงเกลาไร้ริ้วรอยให้ระคายตา นี่ขนาดเขาเห็นเพียงนอกร่มผ้าเท่านั้น ถ้าหากเจ้าหล่อนปลดเปลื้องเสื้อผ้าแล้วเหลือเพียงกายเปล่าเปลือยจะสวยงามมากสักขนาดไหน

 แค่คิดก็ทำเอากายเขากระสัน อยากตอกตรึงเอาความเป็นเขาเข้าไปทักทายโพรงเนื้อสวรรค์มันซะเดียวนี้ ถ้าหากว่าทำได้อ่ะนะ

“ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ มันคงไม่ดีแน่ถ้าหากว่าจะมีใครเข้ามาเห็นว่าฉันทำอะไรกับคุณ” หญิงสาวหาข้ออ้าง ขอร้องให้เขาปล่อยข้อมือของเธอ

“ลองลูบมันดูก่อนก็ได้ครับถ้าคุณยังไม่เคย มันเชื่องมือจะตาย ไม่แน่ต่อไป คุณอาจติดใจแล้วอยากจับมันเล่นทุกวันก็ได้” ชาคร์ทำเป็นไม่สนใจกับคำบอกถึงเหตุผลของหญิงสาว ใครอยากจะเข้ามาเห็นก็ช่างดีเสียอีก เขาจะได้โมเมรวบรัดเอาหญิงสาวมาเป็นของเขามันเสียเลย

“คุณนี่ดื้อจนน่าปล่อยให้นอนเจ็บเสียให้เข็ดนะคะ...”

“คุณคงไม่ใจร้ายทำกับผมแบบนั้นแน่”

 ชาคร์พูดเสียงแผ่วพร้อมกระตุกข้อมือน้อยให้ขยับเข้ามาใกล้ร่างกำยำของเขา เนื่องจากตอนนี้เขาไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้ตามอำเภอใจ ความเจ็บยังคงเกิดขึ้นเสมอยามเขาฝืนขยับกายแรง แต่เขาสามารถอดทนต่อความเจ็บเหล่านั้นได้ ขอแค่ได้ใกล้ชิดกับสาวน้อยผู้นี้เป็นพอ

“ผมแค่อยากให้คุณลองทำมันดู...นะครับ ถือว่าช่วยคนพิการอย่างผมสักครั้ง”

ขวัญไพรรู้สึกจิตใจอ่อนยวบตอนที่ได้ยินชายหนุ่มพูดตัดพ้อต่อโชคชะตา เธอหลุบเปลือกตาลงมองบนพื้นไม้ขัดเงาอย่างลังเลอีกหน ชั่งน้ำหนักดูว่าจะเอาอย่างไรดีต่อคำร้องขอของเขา เพราะเธอไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งยั่วยุกิเลสตัณหาทำนองนี้มาก่อน

 เธอถูกเลี้ยงมาให้อยู่ในกรอบประเพณีอันดีงาม เป็นหลานตาที่ไม่เคยทำตัวให้ท่านหนักใจเหมือนอย่างกับสาววัยรุ่นคนอื่นในหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านถึงได้ไว้วางใจ ปล่อยเธอให้อยู่ดูแลเขาอย่างไม่คิดระแวงหรือห่วงอันใด นี่ถ้าหากท่านรู้ว่าคนป่วยที่ท่านไว้ใจหนักหนานั้น กำลังขอร้องให้หลานรักของท่านทำอะไร ไม่รู้ว่าท่านจะโกรธเคืองมากแค่ไหนกันเชียว

“ได้...โปรด ถือว่าช่วยผมอีกสักเรื่อง แล้วผมจะไม่ลืมบุญคุณ คุณเลย”

 ชาคร์เว้าวอนเสียงออดอ้อน คิดว่าขวัญไพรคงกำลังตัดสินใจทำตามที่เขาร้องขอ เมื่อดุ้นเนื้อร้ายภายใต้ผ้าห่มคุมปิดบังความอุจาดมันกำลังเริ่มแผลงฤทธิ์เพียงแค่เขาได้กลิ่นกายหอมละมุนจากสาวน้อยแสนงาม มันกำลังดันเนื้อผ้าประจานแด่สายตากลมโต

ขวัญไพรใจสั่นมือเท้าเย็บเฉียบ เธอจ้องมองตรงเป้าชี้โด่ตาปริบ สองโหนกแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อชวนหลงใหล จนชาคร์กัดฟันขยับร่างลุกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ฝ่ามือหยาบแตะแต้มกับพวงแก้มนวลได้ถนัดถนี่มากยิ่งขึ้น

“นะครับ...ขวัญไพร” พูดพร้อมลูบแก้มนิ่มสบดวงตาหวานเพื่อขอร้องอีกครา

“เอ่อ ฉัน...ช่วยคุณก็ได้ค่ะ แต่แค่มือเท่านั้นนะคะ” ในที่สุดสาวไร้ประสบการณ์ก็ตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้นรู้ว่าสิ่งที่เธอตัดสินใจช่วยเขานั้นเป็นสิ่งไม่เหมาะสมก็ตามที

“ขอบคุณมากครับขวัญ คุณช่างดีกับผมเหลือเกิน”

 ชาคร์ยิ้มกว้างก่อนฝืนยันกายลุกขึ้นอีกนิดพร้อมโน้มร่างหอมมาแนบกายแกร่ง ริมฝีปากผ่าวร้อนจูบซับลงบนหน้าผากมน ขวัญไพรตื่นตกใจแต่ก็ยอมโอนอ่อนให้เขากอดร่างเธอไว้ด้วยความรู้สึกวาบหวิวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เธอไม่กล้าปัดป้องเพราะกลัวว่าบาดแผลเขาอาจเกิดการฉีกขาดขึ้นมาอีก เลยจำใจต้องปล่อยเลยตามเลย โดยการซุกซบร่างน้อยอยู่ในวงแขนล่ำของชาคร์ไปโดยปริยาย...

กลิ่นกายสาวนุ่มนิ่มอีกทั้งยังหอมละมุนเป็นตัวช่วยเร่งเร้ากระตุ้นความต้องการให้กระพือบินว่อนรุนแรง แม้นตอนนี้ตัวเขาเองนั้นยังมิอาจจำเรื่องราวของตัวเองได้สักอย่าง

ทว่าอารมณ์ดำฤษณายังคงมีอยู่ท่วมท้น ชาคร์สูดกลิ่นหอมจากกายสาวนั้นเข้าปอด ก่อนตลบผ้าห่มที่ดึงมาปิดบังช่วงล่างออก จนแลเห็นสิ่งที่เรียกว่าอาวุธประจำกาย ซึ่งตอนนี้มันกำลังประกาศศักดิ์ดาตัวเอง ว่ามีความยิ่งใหญ่มากมายขนาดไหน

หัวทู่สีแดงก่ำคล้ายเห็ดหัวบานขนาดมหึมากำลังผงกหัวงึกงักเรียกร้องการสัมผัสจากมือนิ่ม ที่ตอนนี้ยังคงไม่กล้าขยับเขยื้อนร่างกาย หลังจากตัดสินใจช่วยชายหนุ่ม

 เจ้าหล่อนยังคงซุกซบใบหน้าเข้าหาหน้าอกแกร่งมากขึ้น ไม่กล้าหันหน้ามองเนื้อร้ายอย่างเต็มตา ชาคร์ยิ้มภูมิใจพร้อมกอดร่างนิ่มไว้อย่างหวงแหน

“ไม่ต้องกลัวมันนะครับคนดี มันน่ารักออกจะตาย”

 ชาคร์ชี้ชวนให้ดูดุ้นเอ็นสีน้ำตาลเข้มของตัวเอง โดยปราศจากความเคอะเขินแต่อย่างใด ก็เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งทำไมจะต้องมาเขินกับการแค่โชว์อาวุธร้ายด้วยเล่า มันมีแต่ความภูมิใจเสียมากกว่า เมื่อความอวบใหญ่ของมันไม่เคยทำให้เขารู้สึกขายหน้า มันดูสมดุลกับร่างกายสูงใหญ่ของเขาที่มีเลือดในกายของชาวตะวันตก

“น่ารักตรงไหน มันน่ากลัวออกจะตายค่ะ”

ขวัญไพรเบิกตาพองตอนเมื่อเผลอมองตามคำชี้ชวนของชายหนุ่ม หญิงสาวถึงกับพูดเสียงสั่น รีบเบือนหน้าหนีกับสิ่งที่คนป่วยจอมเจ้าเล่ห์บอกว่ามันน่ารัก ชาคร์ส่งเสียงหัวเราะหึให้กับปฏิกิริยาน่าเอ็นดู เธอคงไม่เคยเห็นมาก่อนสินะ

“คุณอายุเท่าไหร่แล้วครับขวัญ” ชาคร์เดาว่าคงไม่เกินยี่สิบปีถ้ามองจากใบหน้าอ่อนเยาว์ของสาวเจ้า

“อีกไม่กี่เดือนก็จะยี่สิบเต็มแล้วค่ะ ว่าแต่แล้วนี่คุณจะอยากรู้ไปทำไมกัน”

“ก็ผมยังไม่อยากถูกกล่าวหาว่ากำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กอยู่นะสิครับ”

ชาคร์เฉลยเสียงระรื่น กดปลายจมูกดอมดมกลิ่นผมหอมกรุ่น กระชับอ้อมแขนของตนเองเพื่อต้องการให้ความอวบหยุ่นของสองเต้าสล้างเบียดชิดเข้ากับความร้อนตามผิวกายของตนเอง เป็นการเรียกน้ำย่อยเล็กน้อย

 และคิดว่าถ้าเป็นไปได้ความสุขของเขาจะไม่ใช่เพียงแค่มือน้อยเท่านั้น เขาอาจทำมากกว่านั้น ถ้าหากว่าขวัญไพรยอมร่วมมือ  

“คนบ้า...ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”

ขวัญไพรเขินอายตอนถูกชายหนุ่มเย้าแหย่ ยิ่งตอนถูกเขาหอมเส้นผมนิ่มสลวยพวงแก้มอิ่มถึงกับร้อนผ่าว เลือดลมภายในกระสับกระส่ายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน โดยเฉพาะตรงช่องท้องของเธอตอนนี้มันเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยนับพันตัวพากันกระพือปีกบินว่อนกันอยู่ในนั้น...

 และดูเหมือนหญิงสาวเองยังคงไม่กล้าเอื้อมมือเพื่อแตะต้องเจ้าสิ่งนั้นได้ตามความปรารถนาส่วนลึก มันน่าละอายเหลือเกิน สาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์ยังคงรู้สึกตื่นเต้น หวาดหวั่น ตระหนกกับดุ้นเนื้อของบุรุษเพศตรงหน้า เพราะไม่เคยจับต้องหรือเห็นของจริงมาก่อนสักครั้งในชีวิต จนทำเอาเหงื่อเม็ดเล็กผุดพลายขึ้นตามหน้าผากมน เป็นเหตุให้ถูกริมฝีปากชื้นของคนป่วยจูบซับเม็ดเหงื่อเหล่านั้นให้โดยไม่นึกรังเกียจ สร้างความอุ่นวาบบังเกิดขึ้นภายในใจของสาวแห่งพงไพรในผืนป่าลึกลับ

ใบหน้าสาวแดงก่ำเมื่อริมฝีปากร้อนนั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่หน้าผากของตนเอง มันยังคงพรมจูบระเรื่อยลากผ่านพวงแก้มอิ่มปลายจมูกเล็กรั้นและจบลงข้างมุมปากเอิบอิ่มยั่วตัณหา

 ชาคร์อยากสอดแทรกปลายลิ้นของตัวเองเข้าไปในโพรงปากหวาน แล้วกวาดเอาความหอมละมุนจากภายในนั้นมากลืนกินให้สิ้นซาก เขาอยากกลืนกินเจ้าหล่อนทั้งตัว แต่ก็รู้ว่าตอนนี้เขายังทำไม่ได้ จำต้องหักห้ามใจไว้เพียงสัมผัสภายนอกให้พอคลายความทรมาน

“ผมอยากจูบคุณจัง” นัยน์ตาหวานเยิ้มพร่างพรายเอ่ยร้องขอ

“ยะ...อย่าค่ะ”

และเพียงกลีบปากรูปกระจับเผยอขึ้นหวังห้ามปราม เมื่อเขาคิดจะล่วงเกินเธอมากกว่าที่ขอ แต่ก็ช้าไป เมื่อกลีบปากหนาประกบปิดบดเบียดเนื้อหวานอย่างคนตายอดตายอยากมาเนิ่นนาน เขาขอแต่ไม่คิดรอคำอนุญาต

ขวัญไพรหลับตาปี๋รู้สึกขวัญกระเจิงกับจูบแรกของชีวิต เธอพยายามยกฝ่ามือของตนเองแล้วดันร่างหนาออกห่าง ไม่กล้าทุบตีเขาเพราะยังนึกห่วงกลัวถูกบาดแผลที่ยังแห้งไม่สนิท

“อืม...อืม...”

 หญิงสาวร้องประท้วง รีบดึงหน้าหนีจากปากร้าย ไม่ยอมให้เขาได้สอดลิ้นเข้ามาล่วงล้ำ แต่ดูแล้วคงไม่เป็นผล เมื่อหญิงสาวถูกชาคร์ตรึงท้ายทอยไว้เสียก่อน พร้อมกับบดปากร้อนจูบยิ่งกว่าพายุบุแคม ใช้ฝ่ามือหนาบังคับบล๊อคใบหน้าน้อยแสนสวยไว้อย่างเหนี่ยวแน่น เพื่อต้องการให้เจ้าหล่อนได้รับความหวานจากปากของเขาอย่างเต็มที่ และกันไม่ให้หญิงสาวดิ้นหนีเขาไปทางไหนได้อีกด้วย ก่อนสอดใส่ปลายลิ้นร้ายตามติดลิ้นเล็ก พร้อมกวาดต้อนทุกซอกทุกมุมในช่องปากจนขวัญไพรสิ้นแรง เลิกผลักไส มือไม้อ่อนยวบ ยอมโอนอ่อนให้เขากลืนกินความหอมหวานภายในโพรงปากโดยไม่อาจขัดขืนอะไรได้  

“อือ...อ่าห์...ขวัญจ๋า หวานเหลือเกิน” คนแก่ประสบการณ์ครวญครางเสียงระโหย ฮึกเหิมด้วยแรงตัณหาขับเคลื่อน ไม่คิดว่าจะหวานล้ำจนไม่อยากผละห่างได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นตรงส่วนอื่น ไม่รู้จะหวานมากขนาดไหน

เมื่อเห็นสาวน้อยไม่คิดดิ้นหนี ชาคร์จึงปล่อยมือออกจากดวงหน้างดงาม ก่อนเปลี่ยนทิศทางยกขยำกำเข้ากับสิ่งยั่วน้ำลาย คลึงฝ่ามือเข้าหาหน้าอกตูมเต็ง บีบเคล้นอย่างเมามันเมื่ออารมณ์รัญจวนนั้นพุ่งทะยาน โดยหาสนใจความเจ็บปวดตามร่างกายของตนเองสักนิด

 รู้สึกเหมือนขวัญไพรจะซ้อนรูปไม่เบา เมื่อความนุ่มหยุ่นที่เขากำลังบีบเคล้นอยู่ตอนนี้นั้นขนาดเกินฝ่ามือใหญ่เสียอีก

“อืม...หวานเหลือเกินขวัญจ๋า นมก็ใหญ่โตจนล้นมือของผม” เอ่ยชื่นชมเมื่อให้โอกาสสาวน้อยได้สูดอากาศหายใจ ก่อนประกบลงจูบใหม่โดยไม่รั้งรอให้หญิงสาวได้ทันตั้งตัว

ครานี้ขวัญไพรหลับตาพริ้มยอมรับจูบมอดไหม้ของเขา ถึงจะยังตกใจอยู่บ้าง แต่ร่างงามอรชรก็ตอบโต้อารมณ์พิศวาสกลับตามสัญชาตญาณอย่างเงอะงะ แต่มันช่างเร้าอารมณ์ชายจนชาคร์แทบคลั่ง...

“อืม...อืม...อ๊าห์...”

เสียงครางกระเส่าดังผสมผสานกันจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร ชาคร์ลืมเลือนความเจ็บตามร่างกายโดยสิ้น ปากพรมจูบอย่างดูดดื่ม ส่วนมือไม้อันใหญ่โตของเขาเอาแต่คอยปัดป่ายลูบไล้เนื้อนางจนทั่ว บางจุดจำต้องหยุดมือขยำขยี้บีบเคล้นเนิ่นนานกว่าตรงจุดอื่น ด้วยว่าไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นตรงจุดสองก้อนกลมนุ่มนิ่มขนาดเกินตัวนั่นยิ่งแล้วใหญ่ เขาอยากทำมากกว่าแค่สัมผัสมันด้วยฝ่ามือ เลือดในกายร้อนระอุขึ้นทุกขณะจิตแต่จำต้องหักห้ามมันเอาไว้บ้าง ด้วยเหตุเพราะยังไม่ถึงเวลาอันสมควร

 ส่วนสาวบ้านไพรเองก็ไม่ได้ปัดป้องอย่างที่ควรจะทำมาก อาจเนื่องจากขวัญไพรยังคงไร้ประสบการณ์ด้านอารมณ์ใคร่ระหว่างชายหญิงนี้อย่างสิ้นเชิง ร่างน้อยเลยทำได้เพียงบิดกายหนีฝ่ามือร้อนผ่าว หวังว่าความทรมานที่ไม่รู้ว่ามันคือได้อย่างไรนี้จะจางหายสิ้นในไม่ช้า

เมื่อชาคร์มอบจูบแรกให้แก่หญิงสาวจนสาแก่ใจ เขาจำต้องตัดใจดึงใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเคราออกห่าง แล้วดำเนินการป้อนความซ่านตรงจุดอื่นแทน

ขวัญไพรนั่งหอบหายใจกระเส่า ดวงตาหวานหรุบต่ำด้วยรู้สึกเขินอาย สองลำแขนเกาะไหลแกร่งใช้เป็นที่พักพิง หมดสิ้นเรี่ยวแรงสำหรับการต่อต้านความรัญจวน ที่โหมกระหน่ำดั่งเกลียวคลื่น  

ชาคร์ลูบใบหน้านวลเพื่อปลอบประโลม ก่อนเอ่ยชมเสียงทุ้มนุ่ม

“หวานมากครับขวัญ ถูกใจผมที่สุดเลยรู้ไหม”

เขาพูดด้วยดวงตาหวานหยด แล้วยกนิ้วมือปาดลงที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของตนที่ยังคงเจือกลิ่นปากหวานของสาวเจ้าเอาไว้ไม่เลือนหาย ก่อนจะยัดนิ้วมือที่ปาดนั้นดูดเลีย ต้องการสื่อความหมายถึงความต้องการภายในให้หญิงสาวได้รับรู้

สาวบ้านไพรเลยยิ่งก้มใบหน้างามลงงุด กัดริมฝีปากตนเองไว้เพื่อหวังควบคุมอารมณ์กระเจิงเมื่อสักครู่ให้คงที่

“แต่คุณกำลังทำมากกว่าที่ขอฉันนี่คะ” เมื่อควบคุมจังหวะหายใจในระดับปกติ สาวน้อยจึงเอ่ยปากตัดพ้อ เขาลวนลามเธอ

“ก็คุณอยากสวยจนผมอดใจไว้ไม่ได้เองนี่ครับ” ชาคร์โยนให้เป็นความผิดของสาวเจ้า ขวัญไพรลืมตัวเลยเงยหน้าสวยแล้วตวัดค้อนคมให้ชายหนุ่ม

“แล้วยังมีหน้ามาโยนให้เป็นความผิดของฉันอีกด้วยนี่นะ คุณนี่จริงๆเลย ฉันไม่น่ายอมใจอ่อน”

“ผมแค่บอกความจริงต่างหาก” ชาคร์แก้ตัว

“แล้วคุณ...เอ่อ...จะให้ฉันช่วยอะไรล่ะคะ”

 เสียงหวานตัดสินใจเอ่ยถาม  เมื่อหัวใจดวงน้อยแอบประหวั่นกับอาวุธประจำกายของเขาที่เธอเผลอมอง มันทั้งใหญ่โตและช่างน่าเกรงขามเสียนี่กระไร

“อุ๊ย!...พลางสะดุ้งโหยงแล้วขยับก้นหนีเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างแตะตรงสะโพกของเธอเข้า

ชาคร์ยิ้มหน้าระรื่นรีบกอดรัดร่างนุ่มแสนหอมแนบไว้กับอกล่ำบึก เขานึกเอ็นดูพวงแก้มแดงปลั่งยามเจ้าหล่อนตกอยู่ในภาวะขวยเขิน ก่อนร่างหนาที่ยังไม่หายเจ็บดีจะหยัดกายนั่งตัวตรง ซีดปากครวญแต่ทนสู้ไว้ แล้วพิงร่างลงกับกองหมอนหลายใบโดยในอ้อมกอดของเขายังคงมีร่างเล็กตระกองกอดไว้แนบแน่น

 ใจกลัวเจ้าหล่อนจะหนีหายหรือกระไร ใช่เขากลัวว่าขวัญไพรจะดิ้นหนีเขา ถ้าหากหญิงสาวหวาดกลัวกับเจ้าโลกของเขามากกว่านี้ ชาคร์ยืดอกรับ

“ก็...ช่วยเอาน้ำตรงนี้ออกให้ผมหน่อยจะได้ไหมคนดี” เสียงทุ้มต่ำออดอ้อน

“ตรง...ตรงไหนหรือคะ” ถึงจะรู้ความหมายของเขา เพราะเธอไม่ได้เดียงสาถึงขนาดโง่งมว่าไอ้น้ำที่ชายหนุ่มว่ามันคือน้ำจากตรงไหน เพียงแต่ไอ้ที่ถามเขาออกไปนั้นเป็นเพราะแก้อาการกระดากเสียมากกว่า

ชาคร์ยังคงยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาช้อนร่างนุ่มนิ่มลงนั่งเคียงข้างแล้วจัดท่าให้สะดวกแก่การทำรักด้วยมือ ตอนนี้เขาไม่อยากประวิงเวลารั้งรออะไร ดุ้นเนื้ออวบอ้วนมันทั้งบวมเป่งทั้งร้าวระบมประท้วง ขืนเขายังชักช้าเล่นต่อคำกับหญิงสาว มันคงระเบิดเป็นจุณเสียก่อนเป็นแน่แท้...

“แต่ฉันไมเคยทำมาก่อนเลยนะคะ..” ผู้อาสาสารภาพปากคอสั่น พยายามเบี่ยงสายตามองทางอื่นแทน เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายทั่วร่าง ขวัญไพรรู้สึกตื่นเต้นตอนเมื่อเห็นฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มกอบกำดุ้นเนื้ออันใหญ่ ถอกมันขึ้นลงจนแลเห็นหนังสีน้ำตาลเข้มเปิดปลิ้น

“เดี๋ยวผมจะทำให้คุณดูเป็นตัวอย่างก่อนก็แล้วกัน” ชาคร์บอก

แล้วเริ่มสาธิตให้สาวบ้านป่าดูเป็นตัวอย่าง โดยการกำมือรอบดุ้นเอ็นของตนเองแล้วขยับรูดหนังขึ้นลงอย่างคนชำนาญ

 ขวัญไพรมองการกระทำของเขาตาไม่กะพริบ รู้สึกฉงนงงงวยกับอวัยวะเพศชายที่เธอไม่เคยเห็นอย่างชนิดว่าใกล้ชิดและเต็มตาขนาดนี้มาก่อน

โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้นแอบกลืนน้ำลายลงคอ

หัวของมันบานเหมือนดอกเห็ดป่า ตรงรูเล็กๆบนหัวทู่มีน้ำสีขาวเยิ้ม หนังห่อหุ้มดูไม่น่ารังเกียจอะไรแถมยังมีเส้นเลือดปูดโปนแสดงถึงความกล้าแกร่งของเจ้าของได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้นจะเป็นมือตนเอง ทว่าชาคร์ก็ยังรู้สึกเสียวซ่านได้เหมือนกัน 

“อ๊าห์...อืม...เห็นไหมครับว่าไม่ยากอะไรสักนิด แค่กำแล้วขยับรูดขึ้นรูดลง ค่อยๆทำแบบนี้” ชาคร์ยืนยันพร้อมเสียงกระสันจากความเสียวสยิว

ขวัญไพรพยักหน้า พวงแก้มที่แดงระเรื่อก่อนหน้ามาบัดนี้นั้นแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก พร้อมกันนั้นพยายามข่มความอายแล้วเอื้อมมือออกไปด้านหน้า มันดูสั่นและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ

 ชาคร์อำนวยความสะดวกโดยเป็นฝ่ายรั้งฝ่ามือน้อยของคนขี้กลัวจับหมับเข้ากับท่อนสาก แล้วเป็นคนนำทางสวรรค์

“อุ๊ย!...

 

********************


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha