เสน่หาสายใยรัก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 4 : Ep4 : หน้าที่เชลย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



หน้าที่ของเชลย...

เสน่หาสายใยรัก
กนกรส
www.mebmarket.com
ฝ่ามือน้อยหยุดชะงักกึก เมื่อได้ยินคำเรียกขานลูกในท้องของเธอในทางหมิ่นแค้น คำพูดของคนเป็นพ่อใช้เรียกขานลูกของตัวเองเป็นเพียงสิ่งต้อยต่ำเช่นนี้เลยหรือ ดวงตาเคยหวานจึงตวัดขึ้นมองไปทางคนใจดำอย่างไม่พอใจ เขาไม่รับผิดชอบตัวเธอ เธอทนได้ แต่ไม่ใช่มาเรียกสิ่งมีค่านี้ว่าเป็นเด็กหัวขน.. “ถ้าหากนายจะกรุณาเราสองคนแม่ลูกจริงๆ ฉันขอแค่เรื่องเดียวเท่านั้น และหวังว่านายจะให้เราสองคนแม่ลูกได้สบาย” “เธอจะขออะไร?...”


 

            เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปได้หลายชั่วโมง ร่างงามที่นอนหมดสติเพราะต้องรองรับกับอารมณ์กำหนัดของคนไม่รู้จักพอ ก็เริ่มขยับเปลือกตาขึ้นขยุกขยิก และคนที่พึ่งไขกุญแจก้าวเท้าเข้ามาพอดีกระตุกริมฝีปากขึ้นมองร่างขาวภายใต้ผ้าห่มด้วยความรู้สึกสุขใจ...

“เป็นเมียชาวสวนมันต้องรู้จักรีบตื่น รีบลุกขึ้นไปทำมาหากินแต่เช้ารู้ไหม...ไม่มีใครเขามานอนให้ตะวันมันเลียก้นอย่างเธอกันหรอกนะ นี่ฉันเห็นว่าเธอยังใหม่อยู่ เลยไม่อยากขัดใจปล่อยให้นอนหลับสบายไปก่อน แต่วันพรุ่งนี้จะมาทำตัวเป็นคุณนายนอนตื่นสายแบบนี้คงจะไม่ได้ ต้องรีบตื่นมาช่วยกันทำมาหากินรู้ไหมหึ...” เสียงน่ารำคาญแต่ก็เริ่มทำให้นาทยสุรีคุ้นชินดังขึ้นอยู่ไม่ไกลนัก

พอปวีณเดินมาหยุดข้างเตียง เขาจึงโน้มกายประกบปิดปากขโมยจูบคนขี้เซามันซะเลย...

                “อืม...ยังหอมหวานเหมือนเดิมเลยนะ ขนาดยังเธอยังไม่แปรงฟัน...” ร่างหนาขยับกายหย่อนก้นลงนั่งบนเตียงแล้วโน้มกายลงเข้าหาก่อนจะกดปลายจมูกโด่งเป็นสันลงบนแก้มนวลอีกหน

สักพักหญิงสาวขี้เซาซึ่งยังนอนหลับสะลึมสะลืออยู่บนเตียง มีอันต้องลุกขึ้นนั่งพรวดพราด เมื่อสติย้ำบอกว่าเธอไม่ได้นอนอยู่ในบ้านของตัวเอง แต่เธอกลับโดนลักพาตัวมาอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่งก็ไม่อาจรู้ได้ แถมเธอยังต้องเสียพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายชั่วช้าคนนั้นไปอย่างน่าเจ็บใจ...

“ตื่นสักทีนะแม่ขี้เซา”

“แก!...” แววตาหวานเบิกโพลงมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตระหนกตกใจ

“จุ๊ๆๆ ทำไมเรียกผัวของตัวเองไม่เพราะเลยล่ะจ๊ะเมียจ๋า มากงมาแกได้ยังไงกัน ต้องเรียกว่าผัวจ๊ะ ผัวจ๋าสิ มันถึงจะฟังแล้วชื่นใจขึ้นมาหน่อย...”

                “กรี๊ด!ๆๆๆ...บ้า ใครเขาไปเป็นเมียของแกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ไอ้ชั่ว ไอ้เลว แกจับตัวฉันมาทำไม ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้น....ไม่งั้น...ฉันจะ...จะ...โอ้ย...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน แกเป็นใครกันแน่ แล้วมาทำกับฉันอย่างนี้ทำไมฮะ...”  

เสียงเล็กตวาดถามแม้ไม่บ่อยครั้งนัก นาทยสุรีจะหลุดคำพูดหยาบคายออกมาเช่นนี้ เมื่อความรู้สึกภายในมันปะปนจนเธอมึนงงไปหมด ความหวาดกลัวที่มีก่อนหน้ามลายหายไปพร้อมกับความเจ็บลึกในทรวงอก สิ่งหวงแหนเดียวที่เธอเฝ้าเก็บเอาไว้เพื่อรอคอยการกลับมาของพี่เสือ ตอนนี้มันถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี...

                “ใจเย็นๆสิจ๊ะแม่เมียยั่วสวาท เธอจะตื่นขึ้นมาเอะอะโมโหผัวตัวเองเป็นผีบ้าแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ ทางบ้านไม่เคยสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยมาบ้างเลยหรือไง การเป็นเมียที่ดีต้องปฏิบัติตัวต่อสามีอย่างไรตอนตื่นนอน...”  ดวงตาสีนิลดำกวาดสายตาซุกซน สำรวจโลมเลียร่างขาวผุดผ่องเบื้องหน้า เมื่อเจ้าของร่างขาวไม่ทันระวังตัว ตอนนี้กายอวบอิ่มนั้นไร้ซึ่งเสื้อผ้าห่อหุ้มเอาไว้ จึงเปิดเผยโนมเนื้อทั้งสองเต้ากวัดแกว่งไปมาตามการหายใจเข้าและออก ปวีณมองภาพเบื้องหน้าตาละห้อย อยากจะทำอะไรกับร่างขาวนี้มากกว่าการเอาน้ำกับข้าวขึ้นมาให้ แต่อีกเดี๋ยวเขามีนัดกับลูกค้ารายสำคัญ จึงไม่อาจปลดปล่อยความกระสันของตัวเองตอนนี้ได้ดั่งใจหมาย...

                “มองอะไร!” คนยังไม่รู้ตัวตวาดส่งสายตาเขียวปั้ด

 ปวีณไม่ตอบแต่เขาเบือนหน้าหนีจากของล่อใจ...ให้ตายสิแม่นี่จะน่าฟัดน่าเอาไปถึงไหนกันวะ นี่ถ้าเขารู้ว่านาทยสุรีโตขึ้นแล้วจะสวยหวานปานนางฟ้านางสวรรค์อย่างนี้แล้วล่ะก็ เขาคงเข้าหาเจ้าสัวนาทไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยให้การเจอกันระหว่างน้องน้อยกับเขาต้องมีเรื่องของการแก้แค้นเข้ามาคั่นกลางจนในที่สุดทั้งเขากับนาทยสุรีคงต้องแตกหักกันในที่สุดอย่างนี้แน่นอน...

คนตัวเปล่าเปลือยรู้สึกเย็นวาบแปลกๆ เธอจึงรีบก้มใบหน้าลงมอง...

“อุ๊ย!...” ลมหายใจยามสะท้อนขึ้นลงเพราะความโกรธถึงกับสะดุด เมื่อสองเต้าสะคราญดันโชว์หราหันไปชี้หน้าเขาเสียได้ มือน้อยจึงรีบตะครุบผ้าห่มตาลีตาเหลือกดึงขึ้นมาปิดกายสาวเอาไว้อย่างเขินอาย

“จะอายทำไม นมเธอออกจะสวย น่าฟัดน่าเลียแล้วก็น่าขยำเป็นบ้า ฉันนี่ยังติดใจไม่หายอยากจะดูดมันแทนข้าวเสียด้วยซ้ำ...” แววตาหื่นกระหายบวกกับน้ำคำทะลึ่งตึงตังเรียกสายตาเขียวปั้ดของเจ้าของเต้างามหันไปส่งค้อนให้เขา

“ไอ้บ้า ไอ้ลามก ใครมันจะไปหน้าหนาหน้าทนเหมือนแกกันล่ะ...ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจะกลับบ้าน ถ้าแกอยากได้เงิน ฉันจะบอกพ่อให้ แกอยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามา...” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างหยิ่งผยอง พอจะเดาได้ไม่ยากนักหรอก ว่าไอ้โจรชั่วแต่หน้าตาหล่อเหลาคนนี้มันต้องการอะไรจากการจับตัวเธอมากันแน่

“ไม่ได้อยากได้เงิน แต่อยากอึบเธอและก็จะอึบเธอจนกว่าจะเบื่อด้วย ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ก็จะปล่อยกลับบ้าน” คนฟังเริ่มมีใบหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าลูกตำลึงเพราะทั้งโกรธทั้งอาย

 “ก็เธอมันสวย ผิวก็ทั้งขาวและก็หวาน ใครบ้างที่เห็นเธอแล้วไม่อยากได้ แค่ฉันเห็นเธอแวบแรก อนาคอนด้าของฉันมันก็แข็งเป็นท่อนไม้ขึ้นมาเป็นลำแล้ว ไม่เชื่อจะลองจับดูก็ได้นะ...” พูดจบคนหน้ามึนก็ขยับกาย หันหน้ารูดซิบลงเพื่อรอให้หญิงสาวที่นั่งอ้าปากค้างได้พิสูจน์

“อี๊!...สกปรกที่สุด ถอยออกไปให้ห่างจากฉันเลยไป ไอ้ทะลึ่ง ฉันไม่ได้อยากพิสูจน์อะไรของแกทั้งนั้นแหละ...”  เมื่อกำลังจะถูกดึงมือขึ้นพิสูจน์ความแข็งชัน ซึ่งเมื่อมองด้วยตาเปล่าแม้จะเป็นแค่เพียงภายนอก นาทยสุรีก็ต้องแอบกลืนน้ำลายอย่างเหนียวหนืดรีบชักมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมอย่างฉับไว

“ถ้าอยากมากนักก็ไปเอาอีตัวโน่น จะจับตัวฉันมาทำไม เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเสียหน่อย แกทำแบบนี้ ไม่กลัวถูกจับหรือไง แกก็เห็นนี่ บ้านของฉันใหญ่โตแค่ไหน โดยเฉพาะคุณพ่อของฉัน ท่านก็มีอิทธิพลกว้างขวางเสียด้วย สักวันเถอะ ท่านก็ต้องรู้ว่าแกจับตัวฉันมาไว้ที่นี่ ถ้าแกคิดจะกลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ยังไม่สายนะฉันสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องอัปยศนี้กับใครทั้งสิ้น...” จบคำพูดนาทยสุรีจึงเงยใบหน้าขึ้นจับจ้องโครงหน้า มันช่างคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเธอเคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน ยิ่งดวงตาสีดำนิลคู่นั้นของเขา มันทำให้เธอสะดุดใจประหวัดกลับไปคิดถึงใครบางคนขึ้นมา...

นาทยสุรีพยายามข่มใจ จ้องมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มจริงจังมากขึ้น...

“ฉันรู้ว่านายต้องคิดได้...” เมื่อเห็นเขายังเงียบ นาทยสุรีจึงคิดเดาเอาว่าเขาคงจะเริ่มคิดได้ ยิ่งได้เห็นดวงตาสีดำนิลแสนคุ้นของเขาไหววูบดูคล้ายๆไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง นาทยสุรีก็ใจชื้นขึ้นมานิดนึง

“อืม!ฉันคงต้องกลัวอิทธิพลของพ่อเธอใช่ไหม...” เสียงห้วนเอ่ยถามขึ้น หัวคิ้วเข้มเข้ากับรูปหน้าบึกบึนเลิกขึ้นเล็กน้อย

“ถึงคุณพ่อฉันท่านจะเป็นคนมีเมตตากับใครหลายๆคน แต่ท่านคงไม่ใจดีกับคนที่มันบังอาจมาทำร้ายลูกสาวของท่านอย่างนี้หรอกนะ ท่านคงเอานายถึงตายแน่ เชื่อฉันสิ...”

“แต่ให้ลูกชายตัวเองทำเลวๆกับผู้หญิงคนอื่นได้อย่างงั้นใช่ไหมล่ะ!...” ดวงตาสีนิลขยายวาววับขึ้น นาทยสุรีต้องขมวดคิ้วสวยมุ่น ไม่เข้าใจในคำพูดของเขาสักเท่าไหร่หรอก เขาพูดเหมือนใส่ร้ายกล่าวหาถึงคุณพ่อให้ท้ายพี่นนท์ทำความผิดอะไรสักอย่าง มันจะเป็นไปได้ยังไง คนอย่างคุณพ่อคงไม่ยอมปล่อยให้พี่นนท์ทำเรื่องร้ายแรงแบบนั้นเด็ดขาด คุณพ่อท่านมีความยุติธรรมพอ ไม่เคยสอนให้ลูกคนไหนทำร้ายใครก่อนโดยเฉพาะเพศที่อ่อนแอกว่า...

“แก่อย่ามากล่าวหาคนอื่นเขาส่งเดชสิ นอกจากแกแล้วฉันก็ยังไม่เคยเห็นใคร มีความคิดและการกระทำเลวทรามต่ำช้าสักคนเดียว...ว้าย!!!” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ร่างเปล่าเปลือยแต่ขาวละเอียดลออก็โดนกระชากปะทะเข้ากับร่างใหญ่ยักษ์จนนาทยสุรีหลุดเสียงร้องเพราะความเจ็บจุก

“ใช่...ฉันมันเลว และยังเลวได้มากกว่าที่เธอร้องด่าฉันปาวๆอย่างนี้ด้วย งั้นเรามาลองดูกันว่าฉันจะทำเลวๆกับเธออย่างไรได้อีก นาทยสุรี!...” ปวีณตวาดลั่นห้อง

“ปล่อยนะไอ้ชั่ว...ฉันเจ็บ...” หญิงสาวดิ้นรนขัดขืน เมื่อเธอรู้สึกกระดูกจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆยามเมื่อเขารัดร่างเธอแนบแน่นฝั่งร่างงามเข้าหาร่างหนั่นแน่นของเขาจนแทบจะหลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียว

“ปากดีอย่างนี้มันน่าจะจับจูบเสียให้หายปากดี...”

“อย่านะไอ้...” คำห้ามถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากหนา เมื่อปวีณจงใจกระแทกเข้าหาความนิ่มนุ่มอย่างไม่ปราณีปราศรัย กลิ่นคาวเลือดจางๆทำให้นาทยสุรีต้องนิ่วหน้า เมื่อการจูบปิดปากของเขาคราวนี้ ทำเอาน้ำตาของเธอแทบเล็ดออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงบริเวณเนื้อนิ่มตรงริมฝีปากอิ่ม

ปลายลิ้นอ่อนเริ่มชอนไชสำรวจเข้าหา ถึงแม้นาทยสุรีจะเม้มปากที่ถูกเขากระแทกจนเจ็บเอาไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความเจ็บจี๊ดๆตรงปลายคาง เมื่อถูกมือหยาบใหญ่บีบลงมาจนเธอต้องส่งเสียงร้องยอมเผยอปากขึ้นจนลิ้นร้ายกาจของคนใจร้าย ผ่านเข้ามาทำการกวาดต้อนเอาทุกอย่างจากโพรงปากหวานไปอย่างหยามใจทุกซอกทุกมุม

“อืม...อ่อยอะ...” เสียงอู้อี้ร้องประท้วงขึ้นเมื่อเขาเล่นจูบเอาจูบเอาโดยไม่ให้โอกาสเธอได้หายใจหายคอเสียบ้างเลย จนแรงดิ้นนั้นค่อยๆเบาบางลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มเหมือนจะรู้ตัว เขาจึงยอมถอยห่างจากความหอมหวานอย่างแสนเสียดาย

“ฮือ...ไอ้บ้า ไอ้เลว ฉันหายใจไม่ทันแล้วแกไม่เห็นหรือไง...” เสียงสะอึกสะอื้นบวกกับกำปั้นน้อยทุบลงมายังอกแกร่งโดยไม่ลืมหูลืมตา ปวีณรวบกำปั้นน้อยมาแนบไว้กับอก ไม่ใช่เขารู้สึกเจ็บ แต่กลัวมือนิ่มๆนี้จะช้ำต่างหากล่ะ

“ก็เธอมันชอบดื้อกับฉันนักนี่ ก็ต้องลงโทษกันเสียบ้างสิ ฉันคงไม่ปล่อยเธอไว้ทำแม่ฉันหรอกนะยัยจอมดื้อ...” ปวีณฮึดฮัดหน้าตาบึ้งตึง

“แต่แกไม่มีสิทธิ์มาลงโทษฉันซะหน่อย ฉันไปทำอะไรให้แกหนักหนาฮะ!...”

“ถ้าผัวไม่มีสิทธิ์แล้วใครหน้าไหนมันจะมี ไหนเธอลองบอกฉันมาหน่อยสิ ยัยเมียหัวรั้นแถมยังเอวดีตอบสนองฉันกลับไม่ต่างจากโสเภณีร่านสวาทราคาถูก...”

“อ้าย! ไอ้ปากเสีย แกว่าใครเป็นโสเภณีร่านสวาท...”

“ก็เมียไงจ๊ะ เห็นร้องครวญครางให้พี่เอาแรงๆ ถ้าไม่เรียกว่าร่านสวาทแล้วจะให้เรียกว่าอะไรหึ...ไหนลองบอกให้ผัวคนนี้ฟังหน่อยสิ...เมียจ๋า...” นาทยสุรีแทบจะกระโจนเข้าหาคนปากเสีย ไม่รู้เมื่อชาติที่แล้วเธอได้ไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับผู้ชายใจทรามคนนี้นักหนา ชาตินี้ถึงได้ต้องมาเจอกัน และถูกเขาผร่าพลาญพรหมจรรย์เอาอย่างหน้าด้านๆ ความเศร้าเสียใจบังเกิดขึ้นมาเมื่อไขว้คิดถึงชายหนุ่มที่เธอเฝ้ารอคอย ป่านนี้พี่เสือของเธอจะยังคิดถึงเธอเหมือนอย่างที่เธอคิดถึงเขาทุกขณะจิตเช่นนี้หรือเปล่านะ เพราะนี่ก็นานนับสิบกว่าปีเห็นจะได้ เธอกับเขาไม่เคยได้พบเจอหน้ากันอีกเลย เมื่อพี่เสือต้องเดินทางไปเรียนต่อยังต่างประเทศ และนับจากวันนั้นเป็นต้นมาเธอกับพี่เสือก็ตัดขาดไม่ได้ติดต่อกันอีกโดยปริยาย เพราะช่วงเวลานั้นตัวเธอช่างเด็กนัก เครื่องมือสื่อสารอะไรก็ยังใช้ไม่เป็นกับเขาสักอย่างจวบจนเวลาเนิ่นนานเข้า ความห่างเหินจึงกลายเป็นความกลัวและไม่กล้าเอ่ยปากถามไถ่กับคุณน้าปานดาว ตอนนี้พี่เสือของเธอสุขสบายหรือเป็นเช่นไรและเมื่อไหร่เขาจะกลับมาเมืองไทยเสียที...

“ลุกขึ้นแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว ไม่รู้ตัวบ้างหรือไง เธอนะมันมีแต่กลิ่นสาบเหม็นคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง...” ใบหน้าหวานช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างโกรธๆ แต่เมื่อเห็นเขาก็มองเธอมาตาเขม็งไม่ต่างกัน นาทยสุรีจึงต้องหลุบสายตาลงมองแค่อกของเขา เมื่อคิดว่าการต่อปากต่อคำกับคนชั่วคนนี้ มีแต่ฝ่ายเธอที่ต้องเสียหาย

“แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าสักชุดเดียว ในเมื่อแก...เอ่อ...” หญิงสาวเลือกที่จะหยุดพูดและกวาดตามองหาชุดที่เธอสวมใส่เมื่อคืนนี้ และก็เห็นมันตกกระจายอยู่รอบเตียง ไม่บอกก็พอจะเดาได้ไม่อยากนัก นั่นมันเป็นฝีมือของใคร ถ้าไม่ใช่ของไอ้ผู้ชายใจทรามตรงหน้าเธอคนนี้

“ก็ไม่ต้องใส่ อยู่มันทั้งอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันชอบ...อีกอย่างเนื้อผิวของพวกผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดินอย่างเธอนี่ยิ่งกินมันก็ยิ่งอร่อยลิ้นเป็นบ้าเลยวะ...” แววตาซุกซนกวาดมองสำรวจไปทั่วร่าง เมื่อเนื้อขาวๆยามมันโผล่พ้นออกมาจากผืนผ้าห่มช่างยั่วกิเลสเขาเป็นบ้า นาทยสุรีถลึงตาใส่ด้วยความไม่พอใจ จึงส่งผลให้ปวีณหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่สนใจ

“รีบไปอาบน้ำสิ จะมานั่งมองหน้าฉันทำไม หรือว่าอยากโดนฉันอึบอีกสักรอบหึ...” มือน้อยที่จับชายผ้าปกปิดร่างงามเอาไว้กำเข้าหากันแน่นขึ้น ริมฝีปากบวมเจ่อเม้มเข้าหากันสนิทเพื่อระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง

“ไหนล่ะ...เสื้อผ้า” หญิงสาวร้องขอเสียงกระด้าง

“เข้าไปอาบน้ำ เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้ แล้ววันหน้าวันหลังก็อย่ามาทำเป็นเรื่องมากกับฉันให้มันมากนัก เธอก็น่าจะรู้ได้แล้ว ผู้ชายอย่างฉันความอดทนมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากมายขนาดไหน ถ้ายังไม่อยากถูดฉันจับกดนอนอ้าขาให้ฉันเอาทั้งวันทั้งคืนในห้องนี้ ก็หัดพูดจาดีๆและอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเสียบ้าง...”

เมื่อเห็นใบหน้าแดงๆของแม่น้องน้อย ปวีณถอนใจเหวี่ยงขาก้าวลงจากเตียงเดินอาดๆเปิดประตูออกไปแล้วปิดกระแทกเข้ามาเสียงดังสนั่นตามอารมณ์ เมื่อร่างใหญ่ยักษ์เดินพ้นออกนอกห้องไปแล้ว นาทยสุรีจึงปล่อยโฮออกมาด้วยความคับแค้นใจสุดๆ...

 

************************************

 

 

นาทยสุรีแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามบ่ายคล้อยด้วยดวงตาหม่นวูบ แดดร้อนยามนี้เมื่อมันส่องมากระทบกับผิวเนื้อละเอียดลออก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาได้ ในเมื่อตลอดชีวิตของเธอไม่เคยมีสักครั้งเลยจะต้องมาทำงานตรากตรำอยู่กลางแดดแรงกล้าเช่นนี้...

“นี่แก...ฉันหิวน้ำ ขอน้ำฉันดื่มหน่อยสิ...” นาทยสุรีร้องขอน้ำ เมื่อเธอต้องทำงานกลางแดดจ้ามานานหลายชั่วโมง โดยมีคนยืนควบคุมอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เขากำลังนั่งกระดิกเท้าอยู่บนแคร่ไม้อย่างสบายใจเฉิบ ปล่อยให้เธอต้องมายืนขุดหลุมบ้าบอจนมือนุ่มนิ่มนั้นแตกระยับ แถมน้ำท่าก็ไม่ยอมให้เธอได้ดื่มกินอีกต่างหาก

“รีบๆขุดเข้าเลย มัวแต่ยืนอ้อยสร้อยอ่อยผู้ชายอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็ได้มืดค่ำเสียก่อนจะขุดดินเสร็จจนได้ล่ะ อ้อ...ฉันบอกเอาไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเธอขุดหลุมสำหรับปลูกต้นกล้วยแนวนี้ไม่เสร็จ ก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น เธอก็น่าจะจำขึ้นใจได้แล้ว ไอ้ฉันน่ะมันประเภทพูดคำไหนเป็นคำนั้นเสียด้วย...”

“แต่ฉันหิวน้ำนี่ และมันก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะแน่ะ แกจะไม่ให้ฉันพักดื่มน้ำสักหน่อยเลยหรือไง”

“สองชั่วโมงก่อนเธอก็ดื่มไปแล้ว...” ผู้คุมขยับกายขึ้นยืนมองตาเขียว

“นั่นมันตั้งสองชั่วโมงต่างหากล่ะไอ้บ้า นี่แกกะจะให้ฉันขุดไปตลอดแนวนี้เลยเหรอไงย่ะ...แกต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ใครมันจะไปขุดกันไหวเล่า...” เมื่อมองแนวคันดินดวงตากลมโตก็ต้องเบิกออกกว้างสองมือน้อยเริ่มมีอาการเจ็บระบบกำเข้าหากันแน่น นี่มันต้องแกล้งกันชัดๆ โอ้ย!ยังเหลืออีกตั้งไกลกว่าเธอจะขุดไปถึง เย็นนี้เธอก็คงไม่ได้กินข้าวอย่างที่ไอ้ผู้ชายใจร้ายมันบอกนั่นล่ะ...

“หุบปากเน่าๆของเธอสักทีสิ แล้วก็หันกลับไปตั้งใจขุดดินดีๆได้แล้ว อย่าทำตัวให้มันมีปัญหามากนัก ไม่งั้นถ้าฉันหมดความอดทนกับเธอขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันจะให้เธอดื่มน้ำจากตัวฉันแทน ยิ่งบ่ายๆอย่างนี้มันกำลังคึกคักนักเชียวนะ อีกอย่างก็ได้บรรยากาศดีพิลึกมันคงจะมันดีไปอีกแบบ เอาไหมล่ะถ้าเธอกระหายอยากมากนัก ฉันจะจัดให้ดื่มสักน้ำสองน้ำ...”

“ไอ้วิตถาร...” ริมฝีปากซีดแต่อวบอิ่มรีบก้มหน้าลงก่นด่าไอ้คนหื่นด้วยความเจ็บแค้น

“โธ่!...นึกว่าจะแน่จริง...ฮ่าๆๆๆๆ ไม่ร่ำร้องอยากดื่มน้ำอีกแล้วหรือไงแม่ร่านสวาท...”  ส่วนคนข่มขู่แต่หัวสมองแอบจินตนาการตามที่ตัวเองพูดไปด้วย ได้แต่ส่งเสียงหัวเราะร่วนออกมาด้วยความสะใจ...

ยิ่งได้มายืนด้านหลังของแม่เนื้อนางหวานลิ้น สะโพกกลมมนแต่หนั่นแน่นส่ายยึกยักไปตามแรงเหวี่ยงของพลั่ว  ปวีณต้องรีบสะบัดหัว ขับไล่อาการหน้ามืดออกไปจากหัวให้เร็วไวที่สุด ไม่อย่างงั้นมีหวังเขาได้กระชากร่างอิ่มแต่เต็มไม้เต็มมือของคนช่างยั่วกิเลสตัณหา กดลงมันตรงแปลงดินนี้จนได้

เฮ้อ!ไอ้อาการหื่นจนหน้ามืดตามัวนี่มันเกิดขึ้นกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ทั้งๆก่อนหน้าไม่ว่าผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนก็ไม่เคยเรียกความกำหนัดเขาได้มากมายจนไม่เป็นอันทำงานทำการ ต้องมายืนเฝ้าแม่ร่างอิ่มนี้ทั้งวี่ทั้งวัน จนประสาทเขาจะกลับเมื่อยามต้องต่อปากต่อคำกับเจ้าหล่อน...

 

****************************

 

“พี่ว่าอะไรนะ!...ขมิ้นร้องขึ้นเสียงดัง ทำให้คนที่กำลังนั่งใบหน้าตึงเครียดในห้องครัวถึงกับสะดุ้งตกใจ ปลายนิ้วชี้ยกขึ้นแหย่เข้าไปในรูหู เมื่อรู้สึกมันสั่นสะเทือนจนลั่นเปรี๊ยะเพราะไอ้เสียงปรอทแตกของคนเป็นน้องสาว

“คุณเสือแกพาพี่ไปฉุดสาวมาจากกรุงเทพฯ...” เข้มบอกย้ำน้องสาวชัดๆอีกรอบ ก่อนจะถอนหายใจหนักหน่วง คิดไปคิดมาไม่น่าให้ความร่วมมือกับเจ้านายของตัวเองเลย นี่มันเป็นการหาเรื่องซวยให้ตัวเองชัดๆ ดูก็รู้ คุณคนสวยคนนั้นไม่ได้เต็มใจให้ฉุดเลยสักนิดเดียว...

“ตายๆๆ ผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใครล่ะจ๊ะพี่ แล้วคุณเสือแกหน้ามืดไปฉุดเขามาทำไม ฉันก็เห็นแกมีสาวๆมาตามล้อมหน้าล้อมหลังออกจะเพียบ ไม่น่าจะขาดแคลนจนถึงขั้นต้องไปฉุดใครเขามา...”

“ก็คุณนิ่มไง เอ็งจำเด็กน่ารักๆคนนั้นได้หรือเปล่า...”

“คุณนิ่ม...คุณหนูที่ถักเปียสองข้างนะเหรอพี่”

“ใช่...ลูกสาวของคุณละไมนั่นแหละ”

“ตายแล้ว!พี่ นี่ถ้าหากคุณผู้หญิงบ้านใหญ่รู้เข้า มีหวังได้ซวยกันยกเซ็ตอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ๆเลยพี่...”

“เอ็งก็อย่าเผลอสาระแนไปฟ้องท่านก็แล้วกัน ปล่อยให้คุณเสือแกจัดการแก้ปัญหานี้ด้วยตัวของแกเองเถอะ ไอ้เรามันเป็นขี้ข้าเขา ถึงจะรู้อันไหนดีไม่ดี แต่ปากเอ็งจะไปสั่งห้ามเขาได้ไหมล่ะ ทางที่ดี เราสองคนก็หุบปากแล้วทำตามคำสั่งของคุณเสือเป็นพอ เรื่องอื่นเราก็ปิดหูปิดตาซะ จะได้ไม่เดือดร้อน...”

“มันจะดีหรือพี่ แล้วครอบครัวคุณนิ่ม เขาจะไม่แจ้งความจับคุณเสือของเราหรอกเหรอ เล่นไปดักฉุดลูกสาวเขามาแบบนี้...” ขมิ้นมองหน้าพี่ชายเขม็ง

“ก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอกมั้ง เพราะคุณเสือแกรู้จักคนบ้านนั้นดีอยู่แล้ว...” ตอนนี้เข้มไม่ได้นึกห่วงคนบ้านนั้น แต่ที่ตัวเองนึกห่วงคือคุณหนูบ้านนั้นที่โดนฉุดมาต่างหากล่ะ เมื่อหลายวันมานี้ เจ้านายรักของตัวเอง แทบจะไม่อยู่ห่างจากคุณหนูนิ่มนางฟ้าเดินดินได้สักวินาที ไอ้ที่หนักหนาและอดสงสารไม่ได้ ก็คุณเสือของมันเล่นใช้งานคุณหนูแสนบอบบาง โดยการให้ทำสวนกลางดินกลางแดดร้อนเปรี้ยงปร้างน่ะสิ ลูกคุณหนูเกิดมาจากตะกูลผู้รากมากดีผิวพรรณบอบบางอย่างนั้นใครมันจะไปทนทานได้ไหวกันเล่า...

“แล้วคุณนิ่มนี่โตขึ้นสวยมากไหมพี่ ฉันชักอยากเห็นหน้าของเธอขึ้นมาแล้วสิ...”

“สวยสิ ไม่งั้นคุณเสือจะลงทุนไปดักฉุดด้วยตัวเองเลยหรือไงล่ะ ใช้ให้พวกพี่ไปทำแทนก็ได้...”

“อย่างงั้นเองหรอกเหรอพี่ โอ้ย! งั้นไม่ได้การซะแล้วล่ะ ขอฉันไปดูให้เห็นกับตาหน่อยสักหน่อยเถอะ ทำไมคุณเสือถึงได้กล้าทำอะไรพิเรนอย่างนี้ได้นะ ไม่รู้หรือไง คุณหญิงท่านทั้งรักและก็เมตตาคุณนิ่มเธอมากขนาดไหน ถ้ารักถ้าชอบเขา ทำไมคุณเสือถึงไม่เข้าตามตรอกออกตามประตูล่ะพี่...” พอได้รู้ว่าหญิงสาวที่ถูกเจ้านายรักฉุดมาเป็นใคร ขมิ้นก็ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ รีบลุกขึ้นพรวดพราดมองค้อนคนให้ความร่วมมืออย่างขุ่นเคืองใจ

“พี่นะพี่เข้ม ทำไมไม่รู้จักห้ามปรามคุณเสือเอาไว้บ้าง ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังกันให้ดีซะก่อน ระวังผลที่ได้มันจะไม่คุ้มกับผลเสีย”

“เอ็งก็หัดใจเย็นๆเสียบ้างเถอะโว้ยขมิ้น ถ้าคุณเสือแกหมดสนุกแกก็จัดการไปสู่ขอคุณนิ่มเองนั่นแหละ ถ้าเอ็งอยากจะช่วย ก็ช่วยไปดูแลคุณนิ่มแกหน่อย ไม่รู้ป่านนี้จะทานข้าวทานปลาหรือยัง ก่อนพี่จะขับรถกลับมา ยังเห็นคุณเสือแกใช้ให้ขุดดินอยู่ในสวนกล้วยอยู่เลย...”

“อะไรนะพี่!!!” เป็นอีกครั้งที่เข้มต้องยกมือขึ้นปิดหูกับเสียงปรอทแตกของน้องสาว

“เอ็งจะแหกปากเสียงดังทำไมนักหนาวะ ก็นั่งกันอยู่ใกล้แค่นี้เอง กลัวคนอื่นเขาจะไม่ได้ยินไปได้...”

“ก็ฉันตกใจนี่พี่ก็...” คนบอกว่าตกใจส่งค้อนควักไปให้พี่ชาย

“เออ...ข้าก็ตกใจเสียงเอ็งเหมือนกันขมิ้น...”

ขมิ้นได้แต่ยกฝ่ามือขึ้นตบอกตัวเองเบาๆพร้อมกับขยันส่งค้อนให้พี่ชายตาหลับตาเหลือก นี่ยังมีอะไรจะเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นมาอีกหรือเปล่าหนอ คุณเสือนะคุณเสือ โตแล้วยังจะคิดทำเรื่องพิเรนไปดักฉุดสาวมากลั่นแกล้งเขาอยู่อีก อะไรมันจะยิ่งกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าวปานฉะนี้ คิดแล้วก็คงต้องรีบไปดูคุณหนูนิ่มเธอสักหน่อย เพราะตัวเองมัวแต่ไปทำธุระในเมืองมาหลายวัน เลยไม่รู้เหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของเจ้านายตัวเอง...

 

***********************************

 

                ภายในตัวบ้านไม้สักหลังกะทัดรัดชวนมอง  ซึ่งโดยรอบของตัวบ้านไม้ล้วนปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่นาๆพรรณดูหลากหลายชนิด บางต้นปลูกไว้เพื่อใช้รับประทาน และบางต้นปลูกไว้เพื่อใช้เป็นร่มเงาเอาไว้บดบังแสงแดดจ้าของดวงอาทิตย์  ปวีณจึงมักจะมาขลุกตัวอยู่กับบ้านสวนหลังนี้มากกว่าการขึ้นไปดูแลกิจการที่กรุงเทพฯ...

 อาชีพชาวสวนเป็นอาชีพในฝันของปวีณเคยนึกอยากทำมันมาตั้งแต่เด็ก หากเขามีโอกาส เขาก็อยากจะสานต่อเจตนารมณ์เดิมของผู้เป็นบิดาให้สำเร็จจงได้...

เมื่อบิดาของเขาเป็นเพียงคนทำสวนธรรมดาๆคนหนึ่ง และบังเอิญโชคชะตานำพาหญิงสาวงดงามจากเชียงใหม่ให้มาพบเจอและตกหลุมรักกันถึงที่นี้ จึงก่อเกิดเรื่องราวความรักต่างชนชั้นขึ้นมากมาย จนเมื่อความรักของทั้งคู่สุกงอมเต็มที่ ทั้งคู่จึงตกลงปลงใจแต่งงานกัน และได้มีโซ่ทองคล้องใจนั่นก็คือเขานั่นเอง...

 ในช่วงที่มารดาของเขาตั้งครรภ์อ่อนๆ บิดาของเขาจึงตัดสินใจโยกย้ายตัวเองขึ้นไปบริหารงานที่เชียงใหม่อย่างเต็มตัวแทนคุณตา เมื่อทางนั้นน่าจะสร้างอนาคตที่ดีที่สุดสำหรับลูกและภรรยาได้ โดยปล่อยไร่สวนของตัวเองให้ชาวบ้านซึ่งไร้ที่ทำกินในละแวกนี้ ได้ทำการเช่าพื้นดินทำกินกันต่อไปจนถึงปัจจุบันนี้...

“เร่งมือเข้าหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันหิวจนไส้จะขาดตายอยู่แล้วนะ หึ...ไม่รู้จะกระเดือกลงคอหรือเปล่า ไอ้อาหารฝีมือลูกคุณหนูอย่างเธอน่ะไม่ใช่มันดูดีแต่น่าตาหรอกนะ เพราะฉันเห็นมานักต่อนัก ข้างนอกสุกใสข้างในมันเป็นโพรง...” คนโดนเร่งต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันเอาไว้ ไม่ให้ตัวเองเผลอส่งเสียงกรี๊ดออกมา เมื่อความอดทนของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที แต่ก็ไม่มีแรงมากพอจะทำอย่างนั้น เมื่อวันนี้ทั้งวันเธอแทบจะไม่ได้พักมือจากการทำงานงกๆตามคำสั่งของไอ้ผู้ชายเฮ็งซวยคนนี้ คนที่เธอยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของมันเลยด้วยซ้ำ มันใช้งานเธอยิ่งกว่าทาสเสียอีก...

“ถ้าช้านักฉันจะได้กินอย่างอื่นแทนไอ้อาหารบนเตานั่นซะ...”

“คนบ้า ไม่เห็นหรือไงว่าฉันก็เร่งมือทำอยู่นี่ จะให้มันเร็วขนาดไหนคนมีสองมือสองเท้าจะเร่งอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ถ้าหิวมากนักล่ะก็ งั้นแกก็มาทำกินเองเสียสิมันจะได้ทันใจแกไง...”  นาทยสุรีร้องประท้วงเสียงฮึดฮัด วางทัพพีคนแกงลงกับโต๊ะเสียงดัง

“อย่ามาทำปากดีกับฉันนะหนูนิ่ม...” เสียงห้าวตวาดลั่น

“แล้วก็เลิกเรียกฉันว่า..แก...เสียด้วย เพราะฉันเป็นผัวของเธอไม่ใช่เพื่อนเล่น...” ร่างใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ชี้นิ้วสั่งด้วยใบหน้าดุดัน

“ฉันจะเรียกอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน คิดว่าแกเป็นใคร สูงส่งมาจากไหนมิทราบ ยิ่งแกห้ามฉันก็จะเรียกว่า...แก...แก...แก...มีอะไรไหม ไอ้โรคจิต...” คนท้าทายลอยหน้าลอยตา ยิ่งเห็นเขาโกรธจนนั่งก้นไม่ติดเก้าอี้ หญิงสาวก็แอบชอบใจ ดีจะได้รู้ซะบ้าง คนอย่างเธอในยามดีก็ดีใจหาย แต่ถ้าลุกขึ้นมาร้าย ใครหน้าไหนเธอก็ไม่กลัวทั้งนั้น

อย่าคิดว่าเห็นภายนอกเธอดูนุ่มนิ่มอ่อนหวาน ดูเหมือนคนหัวอ่อนแล้วจะยอมใครง่ายๆ ถ้าดีมาเธอก็ดีตอบแต่ถ้าร้ายมาเธอก็จะสู้จนหัวชนฟ้าให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่งเหมือนกัน...

“มีสิ...มีเยอะเสียด้วย...” ร่างใหญ่สมชายกระโจนลุกพรวดเข้าใส่ร่างน้อย แต่คนรอท่าอยู่แล้ว ก็หลบวูบได้ทันแบบฉิวเฉียด ร่างใหญ่จึงเซถลาจนเกือบล้มดีที่ชายหนุ่มคว้าขอบโต๊ะเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

“แม่ตัวดี...จะหนีผัวไปไหนฮะ...กลับมาทำอาหารให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลยนะ...โธ่โว้ย...ให้มันได้อย่างนี้สิแม่ตัวแสบ...” คนกัดฟันกรอดๆร้องสั่งอย่างหัวเสีย ใบหน้าหล่อถมึงทึงขึ้นมา ในใจคิดคาดโทษหญิงสาวตัวร้ายเอาไว้ อย่าให้จับได้เชียวนะ พ่อจะจับกดไม่ต้องให้เห็นเดือนเห็นตะวันกันเลยทีนี้...

ส่วนคนวิ่งหนีออกมาได้ ต้องถอนหายใจออกมาเสียงดังเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ แต่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อหญิงสาวเองก็ไม่รู้ว่าตรงนี้เขาเรียกว่าอะไร เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นมีแต่ต้นไม้ใหญ่ปลูกเอาไว้ระรานตาเต็มไปหมดทั้งสองฝั่งถนนดิน...

 

****************************


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha