เสน่หาสายใยรัก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 6 : Ep6 : หน้าที่ของนางบำเรอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



หน้าที่ของนางบำเรอ...

 


            “โอ๊!!!

เสียงคำรามหนักดังลั่นเมื่อเสร็จสมอารมณ์หมาย ปวีณแช่ตัวอยู่ในช่องเหลือบแสนคับแน่นรอจนกว่าจะถูกรีดพิษออกจากความกระสันเสียวจนหยดสุดท้าย นาทยสุรีนอนหายใจรวยรินเพื่อปรับระบบหายใจให้เป็นปกติ เมื่อบ่ายนี้เขากลับเข้าไปฉุดเธอออกมาจากบ้านที่ไม่ต่างจากกรงขังสำหรับเธอ  แล้วลากเธอมายังกระท่อมท้ายสวนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เขาก็จัดการปล้ำถอดชุดเธอ ก่อนจะกระโจนจ้วงเข้าใส่โดยไม่พูดไม่จากันสักคำเดียว...

                “ลุกออกจากตัวฉันเสียทีสิ ฉันหนักนะ...”  ฝ่ามือน้อยผลักร่างหนาให้ลุกออกไปให้พ้นจากตัวเธอ ดวงตาใสแต่เต็มไปด้วยหยาดของน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองคนใจร้าย เขาทำกับเธอไม่ต่างจากโสเภณีข้างถนน เวลานึกอยากขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไปฉุดกระชากเธอมากระทำย่ำยี โดยไม่คิดจะถามไถ่กันสักคำเดียวว่าเธอต้องการหรือเปล่า พอเข้ากระท่อมมาได้ เขาก็จับเธอนอนกับพื้นเตียงกระแทกความปรารถนาเข้าใส่อย่างไม่ลืมหูลืมตาก็ว่าได้...

                “หึ...เก่งดีนี่ ขนาดโดนฉันจัดหนักขนาดนี้ ยังอุตส่าห์มีเรี่ยวแรงหลงเหลือมาสะดีดสะดิ้งใส่ฉันได้อีก หรือจะต่อกันอีกสักยกดีล่ะ ฉันยังไม่ค่อยอิ่มสักเท่าไหร่เลยเหมือนกัน เฮ้อ!ก็เนื้อเธอมันช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน ยิ่งกินก็ยิ่งหิวยิ่งอยากอึบเธออีกหลายๆรอบ เป็นเมียคนบ้านป่าบ้านสวนก็ต้องอดทนหน่อยแล้วกัน เพราะของดีๆแบบเธอมันหากินยากเสียด้วย พอได้มาแล้วมันก็ต้องใช้ให้คุ้มค่ากับการเสี่ยงไปฉุดตัวเธอมากันสักหน่อย...” คำพูดหยาบคายไม่รักษาน้ำใจกัน ยิ่งทำให้นาทยสุรีต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง

                “ฉันเกลียดแก...” หญิงสาวตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจ ถ้าหากเธอรู้สักนิด เขาทำกับเธออย่างนี้เพราะสาเหตุมาจากอะไร บางทีเธออาจจะยอมชดใช้ให้กับเขาโดยไม่ต้องใช้กำลังเข้าข่มเหงรังแกกันให้เจ็บปวดอย่างนี้ก็ได้...

                “แล้วคิดว่าฉันรักเธอตายนักหรือไง เพราะฉันก็เกลียดเธอไม่ต่างกันนักหรอกนะ อาจจะเกลียดมากกว่าเธอรู้สึกกับฉันร้อยเท่าพันเท่าก็ได้...”

                “ถ้าเกลียดฉันนักก็ปล่อยฉันไปเสียทีสิ จะมากักขังฉันไว้ทำไมล่ะหะ!

 ถึงปากจะตะโกนบอกเขาว่าเกลียด แต่จะมีผู้หญิงสักกี่คนจะเกลียดผู้ชายคนแรกของตัวเองได้ลงคอจริงๆ ยิ่งความรู้สึกส่วนลึกมันมักจะชี้ให้เธอเห็นเขาเป็นพี่เสือเข้าไปทุกที เธอจึงรู้สึกรู้สากับความรู้สึกนี้จนอยากจะบ้าตาย แม้จะย้ำบอกกับตัวเองสักกี่ครั้ง ไอ้ผู้ชายแสนร้ายกาจคนนี้ไม่มีทางจะใช่พี่เสือของเธอไปได้ แต่พอโดนเขาสัมผัสถึงเนื้อถึงตัวทีไร ความรู้สึกมันก็บอกชัดให้เธอคิดว่าเขาคือพี่เสือของเธออยู่นั่นเอง แล้วถ้าหากเขาคือพี่เสือของเธอขึ้นมาจริงๆ เธอไม่ต้องเสียใจหนักไปมากกว่านี้หรอกหรือ กับสิ่งที่เขาทำกับเธออย่างไม่ให้เกียรติกันเช่นนี้...

                “จุ๊ๆ...เธอนี่มันความจำปลาทองหรือไงกันนะ ฉันเคยแหกปากบอกอะไรเอาไว้ เธอถึงไม่เคยจำใส่สมองกลวงๆเอาไว้บ้างเลย...” ปวีณทำเป็นส่ายหัว ก้มมองร่างแน่งน้อยด้วยสายตาเอือมระอาหนักหนา และเมื่อเห็นสายตาวุ่นวายเหมือนจะพยายามนึกให้ได้  ชายหนุ่มเลยโพล่งบอกออกไปเพื่อตัดความรำคาญเองเสียเลย

“ไอ้ที่ฉันยังไม่ยอมปล่อยเธอไปเสียทีน่ะ ไม่ใช่เป็นเพราะฉันนึกพิศวาสในตัวเธอมากมายอะไรนักหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันยังไม่เบื่อผิวขาวๆเต้าอวบๆของเธอต่างหากล่ะแม่นางบำเรอเนื้อหวานของฉัน...”  คำว่านางบำเรอที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็ไม่ต่างจากปลายมีดเล็กแหลมคมทิ่มตำลงมากลางหัวใจของเธอแบบสดๆสักเท่าไหร่ ใช่สินะ...เขาเคยบอกกับเธอเอาไว้ว่า ถ้าหากเขาเบื่อเธอขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาจะพาเธอกลับไปส่งบ้านเองนั่นแหละ...

“แล้วอีกนานแค่ไหน นายถึงจะเบื่อฉันแล้วพาฉันกลับบ้านเสียที...” น้ำเสียงตัดพ้อเอ่ยถาม

“ก็จนกว่า...” ชายหนุ่มหยุดคำพูดของตัวเองเอาไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะสลัดความผิดบาปในใจออกไป

ก็เขาจะบอกออกไปได้อย่างไร...ก็จนกว่านาทยสุรีจะตั้งท้องลูกของเขานะสิ เขาถึงจะเฉดหัวเธอไปส่งบ้านแล้วยุติเรื่องทุกอย่างเอาไว้แต่เพียงแค่นี้ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้สังคมประณามเหยียดหยาม หาว่าเธอตั้งท้องลูกไม่มีพ่อ หรือถูกผู้ชายหลอกฟันแล้วก็ทิ้งเพราะไม่ต้องการ เหมือนอย่างที่น้องสาวของเขาโดนสังคมตราหน้าอยู่ในขณะนี้ไง เกลือมันก็ต้องจิ้มด้วยเกลือมันถึงจะพอสมน้ำสมเนื้อกัน ไอ้นนท์มันทำกับน้องของเขาเอาไว้ยังไง เขาก็จะทำกับน้องสาวมันไม่ต่างกัน ส่วนหลังจากนั้น ตัวเขาก็จะไปทำหน้าที่ของพี่ชายและอาจรวมหมายถึงทำหน้าที่พ่อของหลานตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมาดูโลกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เขาอาจจะขอลูกหว้าแต่งงาน เมื่ออย่างไรเสียลูกหว้าแม่น้องสาวตัวน้อยแสนอ่อนหวานของเขาก็ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันออกมา แต่ลูกหว้าเป็นเด็กที่มารดาเขาเก็บเอามาอุปการะไว้ตั้งแต่เยาว์วัยต่างหาก...

แต่ไอ้ความคิดทั้งหลายในหัวของเขาตอนนี้ ทำไมมันถึงทำให้เขามีความรู้สึกเจ็บแปลบๆขึ้นมาก็ไม่รู้สินะ  และเมื่อถึงวันนั้นขึ้นมาจริงๆ เขาจะทำอย่างใจคิดวางแผนเอาไว้ได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ในเมื่อส่วนหนึ่งของหัวใจ เขามีนาทยสุรีเข้ามาเดินเล่นอยู่เกือบจะทั้งดวงก็ว่าได้ และเด็กที่ติดท้องของเธอไป ก็คือสายเลือดแท้ๆของเขาทั้งก้อน...

“จนกว่าอะไร?” เสียงแหบแห้งถามขึ้นทำลายความคิดทุกอย่างลง ปวีณก้มใบหน้าเต็มไปด้วยเคราจางๆลงมองเจ้าของเสียงหวาน

“ก็จนกว่าฉันจะเบื่อเธอนั่นแหละ ถามอะไรมากมายน่ารำคาญจริง...”

คนแกล้งตีสีหน้าดุสะบัดร่างลุกขึ้นนั่ง ชายหนุ่มยกนิ้วมือสางผมยุ่งเหยิงของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ส่วนนาทยสุรีรีบลนลานกวาดเสื้อผ้าที่ตกกระจายอยู่รอบเตียงไม้ นำขึ้นสวมใส่มือไม้สั่นเทา ถึงจะรู้สึกเจ็บแสบตรงบริเวณช่วงล่าง เนื่องจากตอนที่เธอโดนเขากระโจนเข้าใส่ ร่างกายเธอยังไม่พร้อมสำหรับรองรับความอหังการใหญ่โตของเขาเลย ความแห้งผากจึงทำให้เธอเจ็บแสบระบมขึ้นมานั่นเอง หญิงสาวต้องนิ่วหน้ากัดฟันทนฝืนก้มหน้าก้มตาสวมใส่เสื้อผ้า พอขยับกายทีไรความเจ็บก็เข้ามาเล่นงานเสียทุกทีไป เธอจึงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอาบทั้งสองข้างแก้ม เพื่อตอกย้ำให้เธอได้จดจำความใจร้ายใจดำของผู้ชายคนนี้เอาไว้ดีๆ แล้วห้ามเผลอไผลแอบยกหัวใจไปให้เขาเหยียบย่ำอย่างเด็ดขาด  ไม่ว่าในอนาคตข้างหน้าหากเขาเบื่อเธอขึ้นมาจริงๆเมื่อไหร่ เธอจะเดินจากเขาไปโดยไม่มีวันรู้สึกอาลัยอาวรณ์เขาเลยแม้แต่น้อย  ไม่ว่าเขาจะใช่หรือไม่ใช่พี่เสือของเธอ แต่เธอจะไม่ยอมรอใครอีกต่อไปแล้ว พอกันทีกับสิ่งรอคอยอันไร้ค่าอยู่ฝ่ายเดียว...

ปวีณทันเห็นสีหน้าเหยเกของหญิงสาวยามขยับร่างกาย ทำให้เขาต้องก้มหน้าลงเมื่อสามัญสำนึกมันผุดขึ้นมาให้เขาเกิดความละอายใจอยู่ไม่น้อย เขามันบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้หน้ามืดกระโจนเข้าใส่โดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของหญิงสาวเสียก่อน เขาสุขอิ่มเอมแต่แม่น้องน้อยคงเจ็บปวดจากผลของการกระทำเอาแต่ใจของเขาน่าดู...

“แต่งตัวเสร็จแล้วก็รีบลุกขึ้น อย่ามัวมานั่งสำออย ยังมีงานอีกหลายอย่างต้องรีบทำ มัวอืดอาดยืดยาดอยู่ได้ เกิดเป็นเมียคนไร่คนสวนจะมานั่งทำตัวสวยๆแล้วนอนรอแบอ้าขาให้ผัวเอาอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ มันต้องออกมาช่วยกันทำมาหากินกันข้างนอกบ้าน จำใส่หัวสมองเอาไว้ซะบ้าง แม่เมียร่านสวาท...” ชายหนุ่มกัดฟันพูดขึ้นเสียงแข็ง เขาจะไม่ยอมใจอ่อนนึกสงสารหญิงสาวอีกแล้ว ขืนปล่อยให้ความสงสารเข้ามาเคลือบคลานในจิตใจ การแก้แค้นไอ้นนท์ก็ไม่สนุกนะสิ

หึ...ช่วยไม่ได้ ก็นาทยสุรีอยากเกิดมาเป็นน้องของไอ้เพื่อนสารเลวของเขาทำไมล่ะ ถ้าหากไอ้นนท์มันเป็นลูกผู้ชายมากพอ มันคงไม่หลอกฟันจนลูกหว้าตั้งท้องโย้ แล้วถีบหัวส่งปัดความรับผิดชอบหนีกลับมาเมืองไทย จนลูกหว้าเกิดคิดสั้นฆ่าตัวตายหรอกนะ ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไปช่วยทั้งสองชีวิตเอาไว้ได้ทันการณ์เสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงได้สูญเสียทั้งน้องสาวและหลานตัวน้อยไปในวันนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น และความแค้นก็มาลงกับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างนาทยสุรีอีกตามเคย

ปวีณหันไปกระชากร่างอ่อนแรงให้ลุกเดินตามออกไปยังนอกกระท่อม แล้วสั่งให้เธอขุดหลุมปลูกต้นกล้วยตลอดช่วงเย็นนั้นจนถึงมืดค่ำก็ว่าได้...


*******************


อีกฝากหนึ่งของซีกโลก ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างกำลังก่ายกอดกันด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อทั้งเขาและเธอต่างช่วยกันเติมเต็มสิ่งที่ต้องการจนล้นปรี่เสร็จสมอารมณ์หมาย หญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มเพราะเกิดจากการตั้งครรภ์อ่อนๆจึงซุกซบลงบนอกชายหนุ่มตาน้ำข้าวด้วยความสุขใจอย่างล้นเอ่อ...

“ผมไม่เคยนอนกับผู้หญิงท้องมาก่อน ถ้ารู้ว่าทั้งมันและสุขสุดๆแบบนี้ ผมคงไม่ยอมเสียเวลาปฏิเสธที่รักตั้งแต่ทีแรกแล้วล่ะดาร์ลิ้งจ๋า...” แมทธิว เวอร์สันขยับริมฝีปากได้รูปบอกคนข้างกาย ฝ่ามือหนาลูบไล้กายเปลือยละมุนลื่นมือด้วยความพึงพอใจ และนี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่ทั้งเขากับผู้หญิงเอเชียแต่มีความต้องการเรื่องเซ็กส์สูงคนนี้มีอะไรลึกซึงต่อกัน แต่ก่อนหน้านั้นทั้งเขาและเธอมักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเธอเงียบหายไปนานหลายเดือน

จนล่าสุดเธอโทรนัดเขาให้ออกมาหายังคอนโดของเธอ และบอกความต้องการของตัวเองให้เขาได้รับฟังอย่างไม่มีเหนียมอายสักนิด เขาอาจมีลังเลใจอยู่บ้างในตอนแรก เมื่อเธอบอกว่าเธอกำลังตั้งท้องอ่อนๆอยู่ และเธอก็ต้องการให้เขาช่วย โดยการเข้าไปทักทายลูกน้อยของเธอในท้องให้ที เขามันพวกขัดกับเรื่องอย่างนี้ไม่ได้เสียด้วย เลยจัดหนักให้เธอไปตั้งหลายยกกว่าแม่สาวร่านคนนี้จะอิ่มเอมและพึงพอใจ...

“ฉันเตรียมเงินไว้ให้คุณแล้วนะคะแมท วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งนั่น ถ้าคุณอยากอาบน้ำก็เชิญได้เลย ฉันขอนอนพักสักครู่ รู้สึกเหนื่อยยังไงไม่รู้...”

น้ำเสียงเหนื่อยล้าเอ่ยบอก เมื่อเธอเรียกใช้บริการจากเขาจนอิ่มหนำสำราญใจ และนั่นก็คงหมดหน้าที่ของผู้ชายที่ดีแต่เรื่องบนเตียงแต่ไร้ซึ่งเกียรติยศเงินทอง แต่หญิงสาวจะไม่รีบตัดความสัมพันธ์ฉาบฉวยนี้ลงก่อนจะถึงกำหนดวันกลับเมืองไทย เพราะยังเหลืออีกตั้งหลายเดือน กว่าพี่เสือจะอนุญาตให้เธอบินกลับไปคลอดลูกที่นั่น

 และดูเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเธอ เขาก็ใจดีพอจะเซ็นต์รับไอ้มารหัวขนในท้องของเธอไปเป็นบุตรบุญธรรมของเขาด้วยความเต็มใจ ก็ในเมื่อแพะรับบาปไม่ยอมตกบ่วงของเธอง่ายๆ เธอเองก็เลยต้องยอมปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่าง ตกไปเป็นหน้าที่ของพี่ชายหน้าโง่ของเธอรับช่วงทำแทนอย่างไรล่ะ...

“ขอบคุณครับดาร์ลิ้ง คุณน่ะทั้งเด็ดดวงและถึงใจผมมากๆนะจ๊ะวาวาที่รักจ๋า...” วาวาหรือลูกหว้าขยับร่างกายเผยอริมฝีปากขึ้นไปจูบปลายคางบึกบึนเป็นการให้รางวัลคนปากหวาน

“ขอบคุณค่ะแมท ที่ช่วยมาต่อแขนต่อขาให้ลูกในท้องของวาวาวันนี้ หึ...ความจริงวาวาก็ไม่ทราบหรอกนะคะว่าใครเป็นพ่อของไอ้มารหัวขนในท้องของวาวากันแน่ แต่วาวาไม่สนใจ ถึงยังไงวาวาก็จองตัวพ่อให้ลูกของวาวาเรียบร้อยเอาไว้แล้ว...” อาจเป็นเพราะแมทธิวเป็นผู้ชายที่สบายๆ ไม่ได้ยึดติดกับเรื่องผิดหรือถูกมากมาย จึงทำให้ลูกหว้ากล้าจะเปิดเผยความจริงให้ชายหนุ่มได้รู้เรื่องราวทั้งหมด

 ทว่าความจริงเธออยากได้อานนท์มาเป็นพ่อให้กับลูกในท้องของเธอมากกว่าผู้ชายคนไหน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อเขาแสดงท่าทีปฏิเสธความรับผิดชอบในตัวเธอทุกข้อกล่าวหา เธอจึงต้องยืมมือพี่ชายแสนดีแต่ก็โง่บรมมาช่วย แต่อานนท์ก็เคี้ยวยากเกินคน จนเธอต้องคิดวางแผนการเสียใหม่ โดยแสร้งทำทีเป็นฆ่าตัวตายต่อหน้าพี่เสือ ร้องไห้คร่ำครวญจะเป็นจะตายเสียให้ได้ เพื่อหวังให้เขาได้จัดการบังคับอานนท์เพื่อนสนิทของตัวเองให้รับผิดชอบเป็นพ่อของลูกในท้องเธอให้ได้

 แต่อานนท์ก็ยังคงยืนกรานกระต่ายขาเดียว เขาไม่ยอมรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น ก็เขาจะรับผิดชอบได้ยังไงเล่า ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึงอะไรต่อกันเลย ทั้งๆที่เธอก็ยอมและให้ท่าเขามาตั้งหลายครั้งหลายหน แต่อานนท์ก็ดูเหมือนจะรู้ทันเธอไปหมดทุกอย่าง เขาปิดประตูตอกกลอนใส่เธอทุกๆทาง เลยทำให้เธอยิ่งกระสันอยากได้เขามาครอบครองจนตัวสั่น และถ้ากลับไปเมืองไทยคราวนี้ เธอจะเรียกร้องให้เขารับผิดชอบลูกในท้องของเธอให้จงได้...

 

*********************

 

 

นาทยสุรีกวาดตามองตลาดสดโดยรอบด้วยอาการตื่นเต้นยินดี นี่ก็นานเป็นเดือนแล้วที่เธอไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน สูดอากาศบริสุทธิ์ยังด้านนอกกรงขังนั่นเลย วันนี้ปวีณเกิดใจดีอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เขาจึงพาเธอกับแม่บ้านของเขาออกมาเปิดหูเปิดตายังตลาดสดแห่งนี้ได้...

 โดยเขาให้เหตุผลเพียงแค่ต้องการอยากออกมาหาอาหารกินนอกบ้านดูบ้าง เพราะเบื่อกับข้าวฝีมือของเธอเต็มทน เขาเบื่อก็ดี เพราะเธอเองจะได้ไม่ต้องทนเหนื่อยทำงานอะไรเพิ่มเติมกว่างานที่ต้องทำงกๆ และใจเธอก็เฝ้าแต่ภาวนาให้เขาเบื่อเธอเสียทีด้วย เพราะเธอคิดถึงบ้านจับจิตจับใจ ไม่รู้ป่านนี้คุณพ่อกับคุณน้าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง พวกท่านจะทราบข่าวกันหรือยัง ว่าเธอถูกจับตัวมาขังไว้ที่ขุมนรกแห่งนี้...

“คุณนิ่มคะ กล้วยปิ้งนั่นดูน่ากินจังเลยนะคะ ลองชิมกันสักไม้ดีกว่า คุณนิ่มสนใจหรือเปล่าคะ...”  ขมิ้นเดินเข้ามาขนาบด้านข้างของหญิงสาวตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม อย่าปล่อยให้นาทยสุรีคาดจากสายตาเป็นอันขาด หญิงสาวชี้ชวนให้เจ้านายสาวดูกล้วยปิ้งบนเตาย่าง ซึ่งหน้าตาของมันช่างดูน่ารับประทานอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว...

“นั่นสิคะพี่ขมิ้น กลิ่นก็หอมด้วยค่ะ เห็นแล้วนิ่มนี่น้ำลายแตกสอขึ้นมาเลย...” นาทยสุรีพยักหน้าเห็นด้วย รีบจับจูงมือกันเดินตรงไปยังร้านกล้วยปิ้งตรงหน้า

“ป้าจ๊ะฉันเอากล้วยปิ้งนี้สิบไม้...” ขมิ้นเป็นคนสั่งกล้วยปิ้งหน้าตาน่ากิน นาทยสุรีเห็นแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“ตะกละ ตั้งสิบไม้จะกินเข้าไปหมดหรือนั่นนะ...” สารถีหน้าเข้มเดินเข้ามากระแซะร่างงาม พร้อมกับเอื้อมมือไปดึงรั้งเอวคอดกิ่วของแม่น้องน้อยเอามาไว้ข้างกายอย่างถือสิทธิ์เต็มที่ แม้หญิงสาวจะพยายามดิ้นรนออกจากพันธนาการเหนี่ยวแน่นนั้นเพียงใด ชายหนุ่มก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวของเธอง่ายๆเลย...

“คุณเสือว่าขมิ้นหรือเปล่าคะนั่น...” คนรับอาสาสั่งกล้วยปิ้งหันไปถามเจ้านายด้วยสายตาล้อเลียน และเมื่อเห็นสองร่างแนบชิดสนิทกันจนลมไม่อาจพัดผ่านไปได้ ขมิ้นก็ได้แต่แอบยิ้มสุขใจกับภาพที่เห็น

“นี่ค่ะกล้วยปิ้งของคุณนิ่ม...” แม่บ้านสาวยื่นกล้วยปิ้งให้เจ้านายเป็นคนถือแทน ปวีณไม่อิดออดอะไรแต่กลับรีบยกมือขึ้นไปรับถุงกล้วยปิ้งนั้นมาถือไว้แทน ก่อนจะหยิบกล้วยปิ้งไม้พอดีคำ ส่งเข้าปากคนหน้ามุ่ยข้างกายเป็นการเอาใจ

“กินซะสิ ฉันเห็นเธออยากกินไม่ใช่หรือไงไอ้กล้วยแบนๆแบบนี้น่ะ หรือว่าความจริง เธออยากจะกินกล้วยทั้งดุ้นแทนกันแน่ .ฉันมีให้เธอกินจนจุใจเชียวนะ รอให้กลับห้องของเราก่อนฉันจะป้อนเธอให้ถึงปากเลยคอยดู...” ท้ายประโยคปวีณก้มใบหน้ากระซิบถามเสียงเบา พอให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น

“คนบ้า...” นาทยสุรีเหวใส่เสียงแข็ง สะบัดค้อนใส่คนหื่นได้ตลอดเวลา แต่ก็ยอมเปิดปากรับกล้วยปิ้งที่เขาอุตส่าห์ป้อนเธอเข้าไปเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“งั้นขมิ้นขอตัวเดินไปดูของใช้ส่วนตัวทางด้านนู่นก่อนนะคะคุณเสือ ถ้าคุณเสือกับคุณนิ่มทานข้าวกันเสร็จเมื่อไหร่ก็โทรตามขมิ้นได้เลยนะคะ ขมิ้นจะเดินรออยู่แถวๆรถนี้ล่ะค่ะ...” ปวีณพยักหน้ารับคำแม่บ้านสาวของตัวเอง ก่อนจะลากร่างอรชรเดินตามไปยังร้านอาหารเจ้าประจำของตนเอง

 

*********************

 

และพอปวีณเลือกที่นั่งได้เป็นสัดเป็นส่วนตรงมุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มจึงสั่งรายการอาหารด้วยความคล่องแคล่วว่องไว้ สมกับที่เขาบอกว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารประจำ ที่เขามักมาเลือกนั่งรับประทานอยู่เป็นประจำ แต่เขาก็ไม่ยอมถามเธอสักคำเดียว เธออยากกินอาหารอะไรมากเป็นพิเศษนอกเหนือจากอาหารที่เขาสั่งไปหรือเปล่า...

“ผมเอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเดี๋ยวค่อยสั่งใหม่ก็แล้วกัน...” ปวีณยื่นเมณูส่งคืนให้กับพนักงานเสิร์ฟด้วยรอยยิ้มติดมุมปาก ก็เขาเป็นแขกประจำร้านนี้ จึงดูไม่ขัดเขินกับบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายนี้สักเท่าไหร่ ต่างจากหญิงสาว พอเธอถูกบังคับให้นั่งใกล้ๆคนพามารับประทานอาหารได้ สายตาหวานก็เริ่มกวาดมองโดยรอบอย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่ต่างจากเด็กเล็กๆเลยสักนิด

“ครับคุณเสือ...” พนักงานก้มศีรษะรับก่อนจะเดินออกไปเพื่อทำการสั่งอาหารยังห้องครัว แต่ก็ไม่วายเหลือบตามองหญิงสาวสวยอย่างกับนางฟ้าข้างกายของลูกค้าขาประจำ

“ร้านนี้รสมือเขาอร่อยมาก มากี่ครั้งก็ต้องมากินร้านนี้ทุกครั้ง เอาไว้เธอจำรสมือแล้วเอาไปทำให้ฉันกินบ้างก็แล้วกันนะ...” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ เขาบังคับให้เธอนั่งลงข้างๆเขา ไม่ยอมให้เธอนั่งฝั่งตรงกันข้าม นาทยสุรีไม่อยากขัดใจเขามากเลยจำยอมนั่งตามที่เขาบัญชา ขัดขืนไปก็รังแต่จะทำให้เธอเจ็บตัวเสียเปล่าๆ

“เจ้าค่ะคุณท่าน...” นาทยสุรีย่นปลายจมูกเล็กให้ หญิงสาวน้อมรับด้วยคำพูดประชดประชัน ไม่ว่าอะไรเมื่อไหร่เขาก็ดีแต่ออกคำสั่งให้เธอต้องทำตามเขาอยู่ร่ำไปนั่นเอง

“ไงไอ้เสือ ลมอะไรหอบมึงมากินอาหารร้านเมียกูได้วะวันนี้...” เสียงห้าวร้องทักอยู่ทางเบื้องหลัง และไม่ต้องทำให้นาทยสุรีสงสัยนานเลย เมื่อเจ้าของเสียงทักนั้นเดินเข้ามาตบลงบนบ่าของคนข้างกายเธอเสียงดังฉาดใหญ่

“ก็ลมอยากแดกยังไงล่ะมึง ไอ้ห่าเอ๊ยตบมาได้บนบ่าคน...แล้วนี่เมียมึงไปไหนเสียแล้วล่ะ ไม่เห็นออกมาต้อนรับลูกค้าวีไอพีอย่างกูสักที...”

“เอื้อยเขาพาเด็กๆไปเล่นน้ำในหมู่บ้านน่ะ บอกว่าจะเข้ามาค่ำๆสักหน่อย ว่าแต่...” พงษ์พัตรหยุดปากพูดเมื่อสายตาปะทะเข้ากับหญิงสาวสวยข้างกายไอ้เพื่อนรักเข้า

ปวีณเขม่นตาไม่ชอบใจสายตาของไอ้เพื่อนตัวดีนัก...

“อ้าว! สวัสดีครับคุณคนสวย...”  ด้วยพื้นฐานนิสัยของพงษ์พัตรเป็นคนอัธยาศัยไมตรีดีเกินมนุษย์ทั่วๆไปอยู่สักหน่อย ชายหนุ่มหน้าตาทะเล้นจึงไม่รีรอให้ไอ้เพื่อนหน้ามุ่ยต้องเสียเวลาแนะนำคนข้างๆมันให้เสียเวลาทำมาหากินไปมากกว่านี้

“ผมพงษ์พัตร หรือเรียกว่าพัตรเฉยๆก็ได้นะครับ ผมเป็นสามีดีเด่นของเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้เอง ว่าแต่...แล้วคุณล่ะครับคุณคนสวย มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร แล้วที่สำคัญเป็นอะไรกับไอ้คุณเสือเพื่อนของกระผมขอรับเนี่ย...”

คำแนะนำตัวพร้อมกับคำถามยาวเหยียดเรียกรอยยิ้มละไมของนาทยสุรี ปวีณได้แต่ส่งสายตาแข็งกระด้างส่งไปให้เพื่อนสนิท ไอ้ห่านี้มันจะมากเกินไปแล้วนะ เสือกมาทำสายตาเจ้าชู้ใส่แม่น้องน้อยของเขาอยู่นั่นแหละ คอยดูเถอะ ถ้าเอื้อยเมียมันเข้าร้านมาเมื่อไหร่ เขาจะฟ้องให้มันโดนตีหัวให้แบะเลยคอยดู...

“ดิฉันชื่อ นิ่มค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณพัตรเช่นกัน...”

“ครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ ว่าแต่แล้วคุณนิ่มกับไอ้เสือนี่เป็นเอ่อ...”

“เขาเป็นคนงานในสวนกู มึงมีปัญหาอะไรสงสัยอีกไหมไอ้เวรพัตร มึงมาถามกูนี่ ไม่ต้องไปถามเขา...” ปวีณรีบขัดจังหวะขึ้น ชายหนุ่มหันไปส่งสายตาปรามให้หญิงสาวหยุดพูด หยุดยิ้มกับเพื่อนรักของเขาเสียที เธอไม่รู้หรือไงว่าเขาไม่ชอบให้เธอไปพูดคุยกับผู้ชายคนอื่น...

“ร้อยไม่เชื่อพันก็ไม่เชื่อเด็ดขาด คนงานบ้านมึงอะไรจะสวยปานนางฟ้าแบบนี้วะ มึงสารภาพกับกูมาเสียดีๆ คุณนิ่มนี่เขาเป็นอะไรกับมึงกันแน่...”

“ไม่เชื่อก็เรื่องของมึงปะไร ทำไมกูจะต้องบอกมึงด้วย กูหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว มึงไปเร่งอาหารมาให้กูทีสิก่อนที่กูจะอาละวาดให้ร้านเมียมึงพังทั้งร้านเสียก่อนเพราะความโมโหหิว...”

“โมโหหิวหรือโมโหหึงกันแน่ไอ้เพื่อนเวร แหมะ...ทำมาเป็นออกอาการหึงหวงกับเพื่อนกับฝูง ทั้งๆที่ปากมึงบอกเขาไม่ได้เป็นอะไรกับมึงเสียหน่อย ไอ้นี่มันยังไงกันแน่วะ กูชักสงสัยหนักขึ้นเสียแล้วสิ...”

“อย่าเสือกทำเป็นรู้ดีไปหน่อยน่าไอ้พัตร...เอาไว้ว่างๆกูจะเล่าให้มึงฟัง แต่ตอนนี้กูหิวข้าว มึงช่วยไปเอามาให้กูกินเร็วๆทีสิ...”  คนมีความลับเร่งเร้าหาอาหาร เขาไม่อยากหลุดปากบอกอะไรตอนนี้กับเพื่อนรักมาก กลัวนาทยสุรีจะล่วงรู้แผนการของเขาเข้าเสียก่อน

“เออๆเดี๋ยวกูก็รู้ มึงไม่รอดหรอกไอ้เสือ อย่างไรกูก็ต้องรู้เรื่องของมึงให้ได้วันยังค่ำนั่นแหละวะ ไม่เชื่อมึงคอยดูก็แล้วกัน...”

“พูดมากนักนะไอ้นี่ สรุปว่าวันนี้กูจะได้แดกไหม อาหารร้านมึงเนี่ยฮะไอ้พัตร...”

“เออๆ รอเดี๋ยวก็แล้วกัน กูจะไปเร่งพวกพ่อครัวให้เดี๋ยวนี้แหละ เอาแต่ใจไม่หายเลยนะมึงเนี่ย...” สามีเจ้าของร้านยักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อนรัก คอยดูเถอะถ้ามันกินข้าวอิ่มเมื่อไหร่ เขาจะต้องลากตัวมันไปซักฟอกให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่งเลย แหมะ...เดี๋ยวนี้มันหัดมีความลับกับเพื่อนเสียด้วยไอ้เสือร้ายเอ่ย!

“เพื่อนนายนี่ก็ตลกดีนะ ดูมีอัธยาศัยไมตรีน่าคบอยู่เหมือนกัน ก็น่าแปลก ทำไมเขาถึงยอมคบกับนายเป็นเพื่อนได้ ดูไม่เห็นจะเข้ากันตรงไหนเลย...”  

“หุบปากเน่าๆของเธอไปเลยแม่ตัวดี ถ้ายังไม่อยากถูกฉันลงโทษตรงร้านอาหารนี้ ก็ช่วยอยู่อย่างสงบอย่าทำตัวระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำให้มันมากนัก ไอ้พัตรมันมีเมียแล้ว และมันก็รักเมียของมันมากด้วยจำใส่สมองร่านๆของเธอเอาไว้ให้ดี...” คนออกอาการหึงกระชากลำแขนกลมกลึงเข้าหาลำตัว

“โอ้ย!” คนถูกกระชากถึงกับหลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บ ชายหนุ่มบีบรอบแขนนิ่มนั่นเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่น เขานึกไม่ชอบใจกับคำพูดของหญิงสาวเอาเสียเลย ทำไมจะต้องไปชื่นชมมันนักหนาด้วยก็ไม่รู้ เธอเป็นเมียของเขาก็ต้องชื่นชมเขามันถึงจะถูก...

“ฉันเจ็บนะ...” คนเจ็บร้องประท้วง พยายามจะแกะนิ้วมือเรียวของเขาออก แต่ก็ทำไม่ได้

“เจ็บสิดี เธอจะได้จำใส่สมองเอาไว้ให้ขึ้นใจ ฉันเป็นผัวของเธอ ถ้าหากจะชื่นชมใคร คนนั้นก็ต้องเป็นฉันไม่ใช่ไอ้ตัวผู้ตัวไหน เข้าใจไหมหะ!แม่ตัวดี แล้ววันหลังก็อย่ามาทำตัวร่านต่อหน้าฉันอีก จะหาว่าฉันไม่เตือนเธอไม่ได้นะนาทยสุรี...”

 นาทยสุรีต้องกั้นเสียงสะอื้นไม่ยอมให้มันเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของตัวเอง จะให้เธอชื่นชมอะไรในตัวของเขาได้เล่า ในเมื่อสิ่งที่เขากระทำกับเธอ มันไม่ต่างจากเธอตกลงยังขุมนรกอเวจีเลยสักนิดเดียว เขาทั้งโหดร้าย ทั้งป่าเถื่อน กระทำย่ำยีกับเธอไม่ต่างจากสัตว์ร้ายมันทำกัน แล้วเขามีความดีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง หากจะให้เธอเอ่ยชื่นชมเขาออกไป...

ปวีณปล่อยลำแขนที่ขึ้นลอยเขียวเป็นจ้ำออกห่าง เมื่อเขาเห็นบริกรนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟพอดี...

“ขอบใจมากนะ...” ปวีณกล่าวขอบคุณพนักงานในร้านอาหาร และพอพนักงานเดินลับห่างออกไป ชายหนุ่มจึงหันมาเล่นงานคนที่จุดอารมณ์หึงหวงเขาต่อ

“รีบๆกินซะ อิ่มแล้วจะได้กลับไปทำหน้าที่หลักของเธอไง อย่าลืมหน้าที่หลักของตัวเองเชียวนะ ต่อให้เธออยากทำหรือไม่อยากทำ ถ้าฉันต้องการขึ้นมาเมื่อไหร่ เธอต้องตอบสนองให้ฉันได้ทุกเมื่อทุกเวลา และตอนนี้ฉันก็เริ่มรู้สึกอยากจะกินเนื้อหวานๆของเธอแทนไอ้กับข้าวบนโต๊ะนี้ขึ้นมาเสียแล้วสิ ยิ่งได้มาเห็นอาการหน้าตาระรื่นยามอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนอื่นของเธอเมื่อกี้นี่ บอกตามตรงฉันชักจะไม่ค่อยแน่ใจในตัวเธอขึ้นมา กับไอ้อาการสะดีดสะดิ้งร้องไห้คร่ำครวญจะเป็นจะตายเสียให้ได้ ตอนที่ฉันเอาเธอแรงๆ มันเป็นเรื่องจริงหรือเธอแสดงขึ้นมาตบตาฉันกันแน่ แต่ก็เอาเถอะ...ตอนนี้ฉันก็ชักเริ่มเบื่อๆรสชาติจืดชืดของเธอเต็มทนขึ้นมาแล้วเหมือนกัน คงอีกไม่นานหรอกหนูนิ่ม ฉันจะเฉดหัวเธอทิ้งแล้วพาเธอกลับไปส่งบ้านตามที่เธอเคยแหกปากร้องขอไง...” 

นาทยสุรีต้องแอบเช็ดน้ำตาออกปรอยๆ เธอรู้สึกยอกแสลงในอกอย่างบอกไม่ถูก เขาบอกว่าเบื่อรสชาติจืดชืดของเธอแล้วมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง ใยเธอจะต้องมาร้องไห้เสียใจให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ด้วย เขาจะพาเธอกลับบ้านไปหาคุณพ่อกับคุณน้าตามความต้องการของเธอแล้ว เธอจะต้องรู้สึกดีใจสิมันถึงจะถูก แต่ทำไมเธอถึงกลับไม่ได้รู้สึกดีใจ แต่ดันรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในใจขึ้นมาแทนเสียได้...

 และถ้าหากวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ เธอสัญญากับตัวเอง เธอจะรีบลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะย้ำเตือนกับตัวเอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธออยู่ตอนนี้ มันก็แค่ฝันร้าย พอเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันใหม่ เธอก็จะลืมความฝันโหดร้ายนี้ไปเองนั่นแหละ เธอจะต้องทำมันให้ได้...

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha