เสน่หาสายใยรัก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 7 : Ep7 : สายใยก่อเกิด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



สายใยก่อเกิด...

 


สองร่างชายหญิงผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร นาทยสุรีผลักร่างกายกำยำของชายหนุ่มให้นอนราบ ก่อนเธอจะปีนป่ายร่างกายนั้นขึ้นมานั่งค่อมอยู่ด้านบน เธอจับความอลังการของเขานั้นสอดใส่เข้าไปยังด้านในโพรงแสนคับแคบของตัวเองจนมิดทั้งลำ ส่วนสองลำแขนเสลาทาบทับอยู่บนหน้าอกหนั่นแน่นไร้ไขมันของชายหนุ่มคอยจับยึดเอาไว้มั่น เมื่อช่วงล่างเชื่อมโยงความสุขเริ่มโยกโยนไปมา...

“ซี้ดส์...” 

“โอ๊ะ!” สองเสียงต่างร้องขึ้นประสานกันดังไปทั่วทั้งห้องนอน ถึงพระอาทิตย์จะเริ่มส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา บ่งบอกว่าวันใหม่ได้มาเยือนแล้ว แต่สองร่างที่กำลังเติมเต็มความโหยหาให้แก่กัน ก็หาได้สนใจไม่...

“เธอมันคือนางแม่มดชัดๆเลยน้องนิ่มจ๋า...” ปวีณนิ่วหน้าเมื่อเขาถูกแม่มดตัวน้อยเล่นงานเสียราบคาบ เมื่อร่างแน่งน้อยขยับโยกเคลื่อนตัวไปตามแรงกระสันอยาก แรงมีเท่าไหร่หญิงสาวกระแทกกระทั้นมันเข้าหาเต็มที่ ไม่ต้องรอให้คนด้านล่างชี้นำ เมื่อสิ่งนี้เป็นหนึ่งในบทเรียนที่เขาเคยบังคับให้เธอกระทำกับเขาเมื่อตอนเธอโดนเขารังแกใหม่ๆ

“ซี้ดส์...นิ่มเสียวเหลือเกินค่ะพี่เสือขา...” ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นสูดอากาศด้านบน เมื่อช่วงล่างที่กำลังสอดประสานกันอย่างคับแน่น ทำเอาหญิงสาวจุกเจ็บปนเสียวซ่านจนแทบจะลืมหายใจ

“พี่ก็เสียวเหลือเกินครับ เสียวจนแทบจะขาดใจตาย นี่ขนาดพี่เอากับหนูนิ่มทุกวันแล้วนะ ทำไมเจ้าโพรงสวาทของหนูนิ่มถึงได้คับแน่น เล่นงานพี่ไม่ให้กระดิกทำอะไรได้อย่างนี้อีกน่า...โอ้ย!...” เจ้าของโพรงส่งแรงกระแทกลงมาเพื่อตอกย้ำความคับแน่นของตัวเองให้คนด้านล่างได้หลุดเสียงร้องโหยหวน

“แรงอีกนิดครับหนูนิ่ม โอ้ย!...นั่นแหละ แรงอย่างนั้นแหละ...ซี้ดส์ พี่จะขาดใจตายอยู่แล้วนะครับน้องนิ่มจ๋า”

 เสียงบัญชาการสั่งก่อนจะเอื้อมมือขึ้นบีบขยำพสองทรวงอวบอัดเพื่อบรรเทาอาการเสียวซ่านจนแทบคลั่งให้มันเบาบางทุเลาลงได้บ้าง ร่างขาวยิ่งกว่านมสดพาสเจอร์ไรซ์เกร็งกระตุก แรงบีบด้านในโพรงสวาทเต้นถี่ยิบ เมื่อความสุขล้ำกำลังจะมาเยี่ยมเยือนเธออีกระลอก ก่อนหญิงสาวจะปล่อยเสียงกรีดร้องลั่น เซซบลงยังอกแกร่ง ปวีณไม่ยอมให้หญิงสาวได้ถึงจุดหมายเพียงลำพัง เมื่อชายหนุ่มพลิกร่างน้อยให้นอนราบกับพื้นเตียง แหวกขาเรียวออกกว้าง พร้อมกับส่งตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปยังแหล่งอุดมสมบูรณ์ของน้ำผึ้งสีขาวขุ่น พุ่งทะยานเข้าหาจนร่างน้อยสั่นคลอนไปทั้งร่าง

“พี่เสือขาช่วยนิ่มด้วย นิ่มเสียวเหลือเกินค่ะ”

“พี่กำลังช่วยอยู่ครับคนดี...” พูดจบปวีณจึงโน้มใบหน้าลงประกบริมฝีปากเข้าด้วยกัน เขาดูดดื่มความหอมหวานภายในโพรงปาก พร้อมกับส่งปลายชิวหาเข้าไปกวาดต้อนเอาทุกอย่างมาเป็นของตน สร้างความรัญจวนไปทั้งสรรพางค์กายแก่หญิงสาวยิ่งนัก ข้างบนก็โดนเขารุกหนักข้างล่างก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

ชายหนุ่มพลิกร่างขาวให้นอนคว่ำหน้า ยกสะโพกมนขึ้นตั้งโด่ง ก่อนจะสอดใส่ลำอวบเข้าหากลีบผกาสีชมพูเข้ม โยกโยนตอกเข้าใส่ตามความกระสันอย่างไม่ยั้ง นาทยสุรีต้องเม้มริมฝีปากของตัวเองเอาไว้แน่น ดวงตาโตหลับพริ้มส่วนสองมือน้อยก็กำผ้าปูเตียงเอาไว้จนกลัวว่ามันจะขาดติดมือออกมาได้ ภาพที่เห็นเบื้องหน้ายิ่งทำให้ปวีณฮึกเหิมลำพองใจ ชายหนุ่มจึงเพิ่มแรงกระแทกเข้าใส่ไปโดยไม่ออมแรงเลยสักนิดเดียว...

“โอ้ย / โอ๊ะ!

เมื่อความอยากมาถึงจนสุดปลายทาง การปลดปล่อยจึงก่อเกิดขึ้นภายใน ปวีณฉีดน้ำรักเข้าใส่โพรงสีหวานจนหมดทุกหยาดหยด ความมากมายของมันเอ่อล้นออกมาเปรอะเปื้อนลำขาขาวเป็นหยวกกล้วย  ร่างใหญ่อ่อนแรงทาบทับลงบนร่างอรชร พอลมหายใจเข้าออกเป็นปกติ ชายหนุ่มจึงช้อนร่างหมดแรงขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เขาจูบซับหน้าผากมนเพื่อเป็นการขอบคุณ ก่อนจะอุ้มร่างหอมเข้าไปในห้องน้ำ พายุสวาทจึงเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้งจวบจนกระทั่งอาหารเช้านั่นแหละ ทั้งคู่ถึงได้หยุดกิจกรรมร่วมเรียงเคียงหมอนแล้วพากันเดินลงมายังด้านล่าง โดยมีขมิ้นจัดเตรียมอาหารเช้าขึ้นโต๊ะไว้รอ ก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้าไปช่วยชาวบ้านทำงานในสวนตามปกติต่อไป...

 

*****************************

 

ธรรมชาติอันเงียบสงบเป็นสิ่งที่นาทยสุรีไม่เคยนึกรังเกียจ เมื่อการใช้ชีวิตปกติของเธอในคฤหาสน์ เที่ยงบูรณกำจรนั้น เธอก็มักขลุกตัวเองอยู่กับพวกสวนแปลงดอกไม้นานาชนิดทั้งวันอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องน่าอึดอัดใจอะไรหากเธอจะอยู่ที่นี่โดยปราศจากปัญหาใดๆ แต่ปัญหามันก็มีอยู่สิ่งเดียวนั่นแหละ คือเธอไม่ได้ก้าวขาเข้ามาเหยียบย่างในสถานที่กักขังแห่งนี้ด้วยความเต็มใจ แต่เธอถูกผู้ชายใจร้ายใจดำจับตัวมากักขังเอาไว้ต่างหากเล่า...

“คุณนิ่มครับ...”

“อุ้ย!...” ร่างเล็กแสนอวบอัดขึ้นผิดหูผิดตา สะดุ้งเล็กน้อยก่อนเธอจะหันไปตามเสียงเรียก

“ขอโทษทีครับที่ทำให้คุณนิ่มตกใจ...” เข้มรีบเอ่ยขอโทษ ก่อนจะก้าวเท้ามาหยุดยืนเยื้องไปอีกด้านหนึ่งของหญิงสาว

“เจ้านายของพี่เข้มให้มาตามนิ่มหรือคะ...” นาทยสุรีไม่ได้หันหน้าไปตอนเอ่ยปากถาม เมื่อพอจะรู้ถึงจุดประสงค์การมาของลูกน้องคู่กายคนใจดำดี

“เปล่าหรอกครับ วันนี้คุณเสือแกเข้าไปในตัวเมือง ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาทันด้วยหรือเปล่า...”

เข้มรายงานสิ่งที่ตัวเองรับรู้มา เมื่อวันนี้คุณเสือของตัวเองต้องไปรับน้องสาวยังกรุงเทพฯ และไม่ได้บอกอะไรเอาไว้เสียด้วย ว่าจะกลับมายังบ้านสวนนี้อีกหรือไม่ แต่ก็ไม่น่าจะกลับมาหรอก เพราะคุณลูกหว้าไม่ชอบบ้านสวนหลังนี้สักเท่าไหร่ คางคกยามขึ้นวอก็ยากนักที่จะกลับคืนลงมายืนบนพื้นล่าง คางคกมันขึ้นวอฉันใดดูเหมือนคุณลูกหว้าก็ไม่ค่อยจะต่างกันเท่าใดนักหรอก...

“หรือคะ...ไม่เห็นเขาบอกนิ่มว่าจะเข้าในเมือง แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะ นิ่มจะได้อยู่อย่างสงบสุขกับเขาสักที เบื่อจะแย่แล้วค่ะ ต้องถูกควบคุมตัวแจ จะกระดิกทำอะไรไม่ค่อยจะได้เลยสักอย่างเดียว...”

ความจริงเขาก็ไม่เคยบอกหรือพูดจากับเธอดีๆอยู่แล้ว หากไม่ใช่ตอนเวลาเขาเผลอไผลยามอยู่ในร่างกายของเธอ ความจริงอันเจ็บปวดที่เธอพยายามขับไสให้มันสลัดออกไปจากความรู้สึก เธอไม่ได้อยากอาลัยอาวรความเป็นสุภาพบุรุษจากผู้ชายใจยักษ์ใจมาร เมื่อรู้ระหว่างเธอกับเขา สักวันก็ต้องเดินหันหลังให้กันอยู่ดี

“คุณเสือแกเข้าไปเรื่องงานน่ะครับ คงมีธุระด่วนจริงๆถึงได้รีบไปจนลืมบอกคุณนิ่มให้รู้ ผมเองก็พึ่งทราบเมื่อสักครู่นี้เหมือนกันแหละครับ คุณนิ่มอย่าคิดมากไปเลย คุณเสือแกเป็นคนทำอะไรรวดเร็วจนบางทีเราก็ตามแกไม่ค่อยจะทัน...”    

เพราะเข้มวัดจากอาการเหงาง่อยลงของหญิงสาวตรงหน้า เขาจึงพูดจาเพื่อเป็นการปลอบโยนหญิงสาวออกไป

“ค่ะ...นิ่มก็ไม่ได้คิดมากอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอยู่แล้ว พี่เข้มไม่ต้องกังวลอะไรหรอกนะคะ นิ่มกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย พี่เข้มก็รู้ดีนี่คะ นิ่มมาอยู่ตรงนี้ด้วยเพราะสาเหตุอะไร ใช่นิ่มเต็มใจอยากมาอยู่ให้เขากักขังเสียเมื่อไหร่ ถ้ามีหนทางไหนจะทำให้นิ่มหลุดพ้นจากเวรกรรมตรงนี้ไปได้ นิ่มก็พร้อมจะไปเสมอ...”  สายตาตำหนิจ้องไปยังคนด้านข้าง แต่ไม่อาจปรักปรำกล่าวหาคนข้างกายของเธอได้อย่างเต็มปากเต็มคำนัก  เมื่อวันเวลาของการถูกเหนี่ยวรั้งโดยการกักขัง ก็มีเข้มนี้อีกคนที่คอยแอบช่วยเหลืองานเธออยู่บ่อยครั้ง

“นิ่มคิดถึงบ้านค่ะ อยากกลับบ้านมากกว่า...” น้ำเสียงฟังเศร้าสร้อยทำให้คนมีความผิดติดตัวรู้สึกหนาวสะท้านในหัวใจ แต่เพราะเป็นเพียงขี้ข้า จึงไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มาก นอกจากคอยแอบช่วยเรื่องงานเล็กๆน้อยๆได้เท่านั้น

“สักวันคุณนิ่มจะได้กลับครับ ผมเชื่อแบบนั้น และเมื่อถึงวันนั้นผมขอให้คุณโชคดี อะไรที่ผมเคยทำผิดต่อคุณนิ่มเอาไว้ ช่วยอโหสิกรรมให้ผมด้วยแล้วกันนะครับ เรื่องบางเรื่อง ผมเองก็ไม่อาจยับยั้งมันได้อย่างที่ใจต้องการ...”

“เช่นกันค่ะ...สบายใจได้เลยนะคะ นิ่มจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้พี่เข้มเด็ดขาด อะไรที่มันจบลงแล้วมันจะหลงเหลือไว้เพียงตะกอนขุ่นมัว เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปนานวันเข้า ตะกอนเหล่านั้นก็จะสูญสลายไปเอง นิ่มจะลืมทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่ แล้วจะเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีตะกอนขุ่นมัวอะไรมารบกวนจิตใจเลยล่ะค่ะ พี่เข้มเชื่อนิ่มนะ นิ่มจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครแม้แต่เจ้านายของพี่เข้ม นิ่มก็จะอโหสิกรรมให้กับเขาเหมือนกัน ต่างคนก็อยู่ ต่างคนต่างกลับไปใช้ชีวิตของใครของมันก็แล้วกัน โดยเส้นทางเบื้องหน้า จะไม่มีวันหวนกลับมาบรรจบกันได้อีกเลย นิ่มสัญญาค่ะ...”

คำมั่นคล้ายดั่งคำสัญญา ทำให้น้ำตาของลูกผู้ชายไหลริน ความจริงที่เข้มได้ยินมา ไม่ต่างจากใบมีดคมกริบเชือดเฉือนลงสู่หัวใจของเขาเลย นาทยสุรีคือเหยื่อผู้น่าสงสาร โดยมีเสือร้ายอย่างปวีณเป็นผู้ล่า และสุดท้ายเหยื่อก็ถูกขย้ำฉีกเนื้อจนขาดย่อยยับจนแทบไม่เหลือชิ้นดี สิ่งสะท้อนให้เห็นของความอาดูรของคนเขลา ก็คงหนีไม่พ้นเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้เป็นนาย หากก่อกำเนิดขึ้นมาตามแผนการ เข้มก็ไม่อาจคาดเดาได้ ปวีณจะเดินตามแผนของตนเองที่วางเอาไว้หรือไม่....

ทว่าเข้มก็ได้แต่คาดหวัง คงจะมีสักวันหนึ่ง  ดวงตาอันมืดบอดของเจ้านายจะต้องเปิดขึ้นมามองเห็นความเป็นจริงกับเรื่องบางเรื่อง  และเมื่อถึงวันนั้น คนที่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องราวแก้แค้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นมานี้ เห็นทีจะมีเพียงเจ้านายของตนเองเสียกระมั้ง คงจะต้องทุกข์ทรมานกายใจมากกว่าใครทั้งหมด...

 แต่เข้มก็ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ขอให้เจ้านายของตนเองได้เห็นความผิดบาปก่อนจะต้องสูญเสียดวงใจของตัวเองไปทั้งดวง เมื่อวันนี้เวลานี้ อะไรๆทั้งหลายยังไม่ดูสายจนเกินไปนัก หนทางในวันนี้ยังมีหนทางแก้ไข หากปวีณจะรู้เห็นความจริงอะไรบางอย่างขึ้นมา...

 

*********************

 

วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่นาทยสุรีมีอาการแปลกไปจากปกติ เมื่อเธอทั้งรู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้ จนต้องลุกขึ้นมาคายเอาของเก่าออกจนหมดเรี่ยวหมดแรงอย่างเช่นนี้ทุกวัน และปวีณก็หายหน้าหายตาไปตั้งแต่พี่เข้มบอกกับเธอว่าเขาจะเลยเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปทำธุระด่วน ขมิ้นเลยขออาสาขึ้นมานอนเป็นเพื่อนเธอแทน

“ไปหาหมอดูหน่อยก็ดีเหมือนกันนะคะคุณนิ่ม ขมิ้นว่าอาการมันแปลกๆอยู่เหมือนกัน หรือว่าจะเป็น...” ขมิ้นปิดปากแต่เบิกตาโพลงแทน นึกสังหรณ์ใจอะไรขึ้นมา เมื่ออาการของคุณนิ่มของเธอไม่ต่างจากอาการของคนแพ้ท้องสักเท่าไหร่ แล้วถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงขึ้นมา คุณนิ่มผู้น่าสงสารจะตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์อีกมากน้อยแค่ไหน เมื่อพ่อของเด็กมีแผนการอันเลวร้าย โดยการทำให้ท้องแล้วจะทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดีทั้งแม่และลูกในอนาคต...

“เป็นอะไรหรือคะพี่ขมิ้น...”  เจ้าของร่างน้อยซวนเซเล็กน้อย ขมิ้นเลยรีบเข้าไปพยุงร่างบอบบางแล้วพาเดินออกมาด้านนอก สิ่งที่กำลังคิดทำให้สายตาของคนผ่านโลกมานานกว่าดูหมองเศร้าลงอย่างผิดสังเกต แต่ต้องพยายามทำเป็นยิ้มแย้ม เมื่อไม่อยากให้หญิงสาวผู้น่าสงสาร รู้สึกไม่สบายใจตามไปด้วย

“นิ่มอยากทานมะดันเปรี้ยวๆจังเลยค่ะ ในสวนเราพอจะมีบ้างหรือเปล่าคะ ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร ทำไมนิ่มถึงนึกอยากทานแต่ของเปรี้ยว...” เจ้าของอาการแปลกร้องขอ เมื่อเธอนึกเปรี้ยวปากอยากจะกินอะไรเปรี้ยวๆขึ้นมา

“มีค่ะ...งั้นคุณนิ่มนอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ขมิ้นจะไปเก็บมะดันสดๆจากต้นมาให้ทานพร้อมกับอาหารเช้าด้วยเลย วันนี้พี่ทำข้าวต้มปลาของโปรดของคุณนิ่มด้วยนะคะ เห็นคุณนิ่มทานอะไรไม่ค่อยได้มาหลายวัน ทานของที่ตัวเองชอบน่าจะทานได้มากขึ้น คุณนิ่มรอแป๊บนะคะ...”

“ขอบคุณค่ะพี่ขมิ้น นิ่มรบกวนด้วยนะคะ...” คนป่วยส่งยิ้มหวานเป็นการขอบคุณ  

เมื่อร่างพี่สาวแสนดีลับหายไปจนประตูห้องถูกปิดลงสนิท ร่างน้อยบนเตียงกว้างก็ปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลรินลงมาจนอาบทั้งสองแก้ม สองมือน้อยผอมบางลูบไล้ไปมายังหน้าท้องแบนราบ อาการของเธอมันชี้ชัดขนาดนี้ ทำไมเธอในฐานะผู้ให้กำเนิดจะไม่รู้ ตอนนี้มีสายใยบางๆกำลังก่อกำเนิดขึ้นมาในร่างของเธอแล้วนะสิ...

ลูกแม่...

 และมันก็คงใกล้จะถึงเวลา เมื่อเธอไม่อาจให้ความสุขความสำราญแก่ผู้ชายคนนั้นได้อย่างที่เขาต้องการ เขาก็คงจะเฉดหัวเธอไปให้พ้น ปลดปล่อยพันธนาการเธอออกจากกรงขังนี้เสียที ทว่าพอถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ หัวใจแสนบอบช้ำดวงนี้  มันจะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สากับเขาได้เลยจริงๆหรือไม่ แต่เธอจะต้องพยายาม ตัดบัวจะต้องไม่ให้เหลือใย เมื่อเขาไม่ใช่คนที่เธอเฝ้ารอคอยมานานหลายปี...

พี่เสือขา หนูนิ่มคิดถึงพี่เสือจังเลยค่ะ ป่านนี้พี่เสือจะเป็นอย่างไรบ้างนะ จะยังเป็นพี่ชายแสนอบอุ่นเหมือนเดิมหรือเปล่า แต่พี่เสือคงไม่เคยคิดถึงหนูนิ่มหรอก ถ้าคิดถึงกันระยะเวลาเป็นยี่สิบกว่าปี ทำไมพี่เสือของหนูนิ่มถึงไม่เคยติดต่อกลับมาหาหนูนิ่มบ้างเลยล่ะคะ ทำไม...

ความคิดของหญิงสาวมีอันต้องสะดุดลง เมื่ออยู่ดีๆประตูห้องก็ถูกเปิดผลัวะเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงตะคอกจากคนที่หายหน้าหายตาไปนานเป็นอาทิตย์...

เขากลับมาแล้ว และหัวใจไม่รักดีมันก็ดันเต้นโครมครามจนเธอไม่พอใจ ทำไมจะต้องมีความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ เพียงเพราะเขากลับมาหาเธอเสียทีด้วยนะ หัวใจบ้าอะไรอย่างนี้...

“นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วหะแม่คุณ จะนอนกินบ้านกินเมืองกันไปถึงไหน หรือพอฉันไม่อยู่เธอจึงคิดแอบอู้ไม่ยอมลุกขึ้นไปทำงานในสวนเหมือนพวกคนงานคนอื่นๆ สันดานรักความสบายจนเคยตัว พอห่างไม้ห่างมือเข้าหน่อยมันเลยกำเริบขึ้นมา...”  เสียงตะคอกดังอยู่ตรงปากประตูโหวกเหวก ทำให้ร่างบางที่นอนหมดเรี่ยวแรงเนื่องจากอาการเวียนศีรษะเมื่อสักครู่ ต้องกำข้อมือเข้าหากันจนแน่น แต่นาทยสุรีแกล้งทำเป็นหลับตานิ่งไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าของผู้ชายใจดำตอนนี้เลย

 เขาหายไปนานหลายวัน พอกลับมาก็จ้องจะหาเรื่องกันอย่างเดียว แทนที่จะถามไถ่กันดีๆ สายป่านนี้ทำไมเธอถึงยังไม่ลุกขึ้นจากเตียงนอน เขาไม่คิดห่วงใยกันสักนิด พอกลับมาก็เอาแต่ใส่อารมณ์ด่าว่าเธอเสียๆหายๆ อารมณ์อ่อนไหวพาลจะทำให้น้ำตาไหลคลอออกมา แต่นาทยสุรีเลือกจะกักเก็บให้มันไหลย้อนกลับสู่ความอาดูรภายใน เวลาของความเสียใจมันใกล้จะสิ้นสุดเข้ามาทุกที เธอจะไม่เลือกให้ตัวเองต้องเจ็บเพียงเพราะผู้ชายสารเลวคนนี้เป็นผู้ก่อขึ้นเด็ดขาด

“นี่แม่คุณ! อย่ามาทำเป็นแกล้งหลับ ฉันรู้ว่าเธอตื่นนานแล้ว ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ งานในสวนมีตั้งมากมาย ทำไมไม่คิดจะลุกขึ้นไปช่วยคนอื่นเขาทำบ้างหะ หรือคิดว่าการที่เธอนอนอ้าขาแบให้ฉันเอาทุกคืน มันจะทำให้เธอมีสิทธิ์เหนือพวกคนงานในสวนพวกนั้น คงคิดว่าฉันจะติดใจ จนหน้ามืดถึงขั้นยอมยกย่องให้เธอเป็นเมียฉันขึ้นมาสิท่า เหอะ...ฝันไปเถอะแม่คุณ ฉันคงไม่เอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับพวกผู้ดีตีนแดงให้ตัวเองต้องติดเสนียดจัญไรไอ้พวกคนใจดำไปตลอดทั้งชาติหรอกนะ คิดว่าครอบครัวพวกเธอสูงส่งมาจากไหน ถึงชอบทำอะไรมักง่ายแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ เธอเองมันก็ไม่ต่างจากไอ้พี่ชายสารเลวของเธอเท่าไหร่นักหรอก ทำตัวเป็นหงส์เชิดคอเสียจนดูเลิศเลอ คอยยกตัวให้อยู่สูงเหนือกว่าคนอื่น เหอะ...สุดท้ายแล้วไงล่ะ ก็หนีไม่พ้นต้องลงมาเสพสมกับไอ้คนกระจอกงอกง่อยสุดแสนจะธรรมดาอย่างฉัน  แล้วเธอก็ช่วยจำใส่สมองของเธอให้ขึ้นใจเอาไว้ดีๆด้วยล่ะ ว่าชาตินี้ทั้งชาติอย่างดีเธอมันก็เป็นได้เพียงสิ่งระบายอารมณ์ทางเพศของฉันเท่านั้นแหละ อย่าได้คิดเผยอยกตัวเองขึ้นมาเป็นเมียของฉันอย่างเด็ดขาด...”

 ถ้อยคำรุนแรงถูกระบายความอัดอั้นออกจากปากของผู้ชายใจร้ายใจมาร นาทยสุรีได้แต่นอนทนฟังคำหยาบคายของเขาพ่นออกมาต่อว่าต่อขานไปถึงครอบครัวของเธออย่างไม่เข้าใจเท่าใดนัก หรือการที่เธอถูกจับตัวมากักขังอยู่อย่างนี้ สาเหตุที่แท้จริงอาจจะมาจากพี่ชายของเธอเองก็อาจเป็นได้ แล้วมันคือเรื่องอะไรกัน เธอเองก็อยากจะรู้ใจแทบขาด ได้แต่แอบหวังเอาไว้อยู่ภายใน สักวันเธอจะต้องรู้สาเหตุของการถูกจับตัวมาเป็นนางบำเรอของผู้ชายใจร้ายคนนี้ให้ได้...

“ฉันขอสั่งให้เธอลุกขึ้น แล้วไปทำงานในสวนได้แล้ว...”

“ฉันไม่สบาย...” นาทยสุรีจำใจร้องบอกเขาออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง หากแต่เปลือกตายังปิดสนิท

“โรคสำออยน่ะสิไม่ว่า ทำเป็นเหมือนฉันไม่รู้จักสันดานขี้เกียจสันหลังยาวของเธอไปได้นะหนูนิ่ม...”  คนกล่าวหาเดินอาดๆเข้ามาชะโงกหน้าดู ใจชายหนุ่มเต้นระรัวตั้งแต่เขาเปิดประตูห้องเข้ามานั่นแล้ว  เมื่อห่วงอันงดงามเส้นนี้รัดรึงหัวใจเขาให้โหยหาแทบขาดใจ แต่เพราะเมื่อเห็นใบหน้าไร้เดียงสาของน้องสาวต่างสายเลือด ใจที่เคยอ่อนยวบเมื่อก่อนไป กลับคลั่งแค้นขึ้นมาอีกระลอก เหมือนคลื่นซัดสาด ยามเมื่อพระอาทิตย์ตกดินคลื่นแห่งท้องทะเลก็ดูนิ่งสงบ แต่เมื่อถึงเช้าของวันใหม่มาถึง คลื่นทะเลก็เริ่มก่อตัวสาดซัดเข้าหาชายหาดตามแรงของลม ลมพายุลูกย่อมกำลังก่อตัว เมื่อเขาเปิดห้องเข้ามาแล้วเห็นน้องสาวของไอ้เพื่อนสารเลว นอนหลับตาพริ้มอย่างสบายอกสบายใจอยู่บนเตียงนอน...

มือหนาจึงเอื้อมวางลงแตะต้องร่างกายอรชร ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อองศาที่วัดได้จากกายสาว ไม่ได้มีอุณหภูมิร้อนขึ้นแต่อย่างใด

หึ...คงจะเป็นโรคสำออยอย่างปากเขาว่าไว้นั่นแหละ นาทยสุรีจะเป็นอะไรได้ เมื่อก่อนเขาเข้ากรุงเทพฯไป เธอยังดูสุขกายสบายใจดีอยู่เลยนี่นา...

“ตัวก็ไม่เห็นร้อนอะไรเลยนี่ อย่างนี้เขาเรียกว่าโรคสำออยจริงๆนั่นแหละ”

ร่างหนากระแทกก้นนั่งลงเคียงข้างร่างบอบบางที่นอนหลับตาพริ้ม ขนาดเขาเดินเข้ามาจนประชิดติดขอบเตียง นาทยสุรีก็ไม่คิดจะลืมตาขึ้นมาดูกันบ้าง  หนูนิ่มไม่คิดถึงเขาบ้างเลยหรือไง ดูอย่างเขาสิ ห่างกันไม่กี่วันใจมันก็แทบจะขาดรอนๆเสียให้ได้ เขายังไม่อยากจะคิดถึงวันนั้นขึ้นมา ถ้าหากนาทยสุรีท้อง ใจเขาจะทนได้หรือไม่ หากจะไม่มีเธออีกต่อไปแล้ว...

“ลุกขึ้น!”  ชายหนุ่มกระชากเสียงสั่ง เมื่อตัวของนาทยสุรีไม่ร้อน นั่นก็แสดงว่าเธอแกล้งป่วย และผลของการเสแสร้งต่อหน้าเขา จะต้องมีบทเรียนให้เจ้าหล่อนได้หลาบจำกันเสียบ้างล่ะ...

“ฉันสั่งให้เธอลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ไง...”

“ฉันเวียนหัว...” นาทยสุรีจำใจตอบกลับ แม้ความจริงหญิงสาวยังไม่พร้อมจะให้เขานึกสงสัยอาการแพ้นี้ของเธอสักเท่าไหร่ เมื่อเธอยังไม่แน่ใจ หากเขาล่วงรู้เรื่องนี้ เขาจะทำอย่างไรกับเธอต่อไป แต่เพราะไม่ไหวจริงๆ เธอจึงไม่คิดจะปลดเขาเรื่องอาการที่เธอกำลังเป็นอยู่...

“ลุกขึ้นแล้วก็ไปอาบน้ำซะ อย่าทำตัวมีปัญหาให้มันมากนัก แล้ววันนี้ฉันจะเป็นคนควบคุมการทำงานของเธอเอง ห่างหายมาหลายวันคงจะกลับไปเคยตัวเหมือนเก่าอีกแล้วนะสิ ลูกคุณหนูอย่างเธอ มันต้องฝึกทำงานหนักๆให้เป็นเอาไว้บ้าง เผื่อวันใดครอบครัวเธอฉิบหายขึ้นมา จะได้เอาตัวรอดได้ไง...” 

น้ำคำของคนใจร้ายทำให้ดวงตาปิดสนิท เปิดโพลงขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ เขามาพูดจาสาปแช่งไปถึงครอบครัวของเธอได้ยังไง ทั้งๆที่ครอบครัวเธอก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับเขาสักหน่อย...

“ฉันไม่ลุก...หูแตกหรือไง คนเวียนหัวจะตาย ยังจะมาบังคับกันอยู่ได้อีก...” หญิงสาวกัดฟันปฏิเสธที่จะทำตามความประสงค์ของคนใจร้าย มันไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องทำตามความต้องการของเขาอีกต่อไป อยากจะฆ่าจะแกงกันก็เชิญ อยู่หรือไปตอนนี้เธอก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

“อย่ามาทำปากดีกับฉันนะหนูนิ่ม หรือเธอลืมบทเรียนครั้งสุดท้ายไปแล้ว ฉันสามารถทำอะไรกับเธอได้บ้าง หรือต้องการจะให้ฉันเตือนความจำเธออีกสักครั้ง...” พอได้ยินคำปฏิเสธออกจากปากสาวปุ๊บ อารมณ์ของคนเตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าใส่ได้ตลอดเวลาก็ระเบิดตูมเป็นพายุลูกย่อมขึ้นมาทันที

ชายหนุ่มกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน มือหนายกขึ้นเท้าสะเอวจ้องมองร่างบนเตียงแทบอยากจะกระโจนเข้าหา นาทยสุรีค่อยๆพยุงร่างขึ้น แต่เพราะยังรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่ เธอจึงรีบหลับตาลงเพื่อตั้งสติตัวเองเสียใหม่ หากเป็นเช่นนี้เธอคงไม่ได้พักผ่อนได้อย่างสบายอีก คนร้ายกาจคงไม่ยอมปล่อยให้เธอได้นอนพักแน่ๆ หญิงสาวจึงทำใจกล้า ตะเบ็งเสียงท้าทายชายหนุ่มออกไป...

“ก็เอาสิ จะตบจะตีฉันก็เอาเลย ฉันก็อยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเหมือนกัน ...”

“อย่ามาทำปากดีกับฉันนะ!

“ฉันจะทำ แกจะทำไม ก็เอาสิ เอาเลย จะฆ่าจะแกงกันก็เชิญเลย ฉันมันไม่มีทางสู้แกได้อยู่แล้วนี่ โธ่...ไอ้หน้าตัวเมีย รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้...” 

คนไม่คิดกลัวเกรงกันอีกแล้ว ฝืนลอยหน้าลอยตาท้าทายออกไป ส่วนคนโดนท้าทายก็ย่างสามขุมเข้าใส่ ก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาลำตัว ประกบปิดปากที่ชอบเถียงเขาฉอดๆให้หายคิดถึง

“อือ!!!อ่อยอ่ะ...” เสียงอู้อี้พร้อมด้วยอาการผลักไส ไม่อาจทำให้คนกำลังหน้ามืดผละห่างออกจากความหวานรสเลิศจากริมฝีปากอวบอิ่ม มันเนิ่นนานเป็นอาทิตย์แล้ว ที่เขาโหยหาสัมผัสจากร่างหอมจรุงใจนี้ของนาทยสุรี

“อ่อยอิ...” ร่างน้อยพยายามดิ้นรนทุบตีร่างหนาให้ปล่อยเธอเสียที เมื่ออาการคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ และก่อนที่มันจะพุ่งออกมาเลอะเทอะจนเปรอะเปื้อน ร่างน้อยจึงรวบรวมแรงกายที่มีเฮือกสุดท้าย ผลักร่างหนาให้กระเด็นออกห่าง ก่อนจะวิ่งโซซัดโซเซมุ่งตรงไปยังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

เสียงอาเจียนโอ้กอาก เรียกสติกระเจิดกระเจิงของปวีณให้กลับมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยอาการของนาทยสุรี หรือว่า...

เมื่อความคิดหนึ่งวูบเข้ามาในสมอง ดวงตาดำนิลเบิกกว้างขึ้น หัวใจที่เคยแกร่งกระตุกไหววูบ ถ้าหากเป็นอย่างที่เขาคิด แผนการของเขามันก็คงใกล้สำเร็จแล้วสินะ แต่ทำไมหัวใจของเขาถึงได้บีดรัดจนแน่นหน้าอกไปหมดแบบนี้ ทำไมมันถึงไม่รู้สึกซะใจอย่างที่ควรจะเป็น  ทำไม?...

ปวีณหยุดความคิดทุกอย่างลง แล้วเหวี่ยงลำขาใหญ่ก้าวเดินตรงไปยังที่มาของเสียงโอ้กอ้ากในห้องน้ำ คิ้วดกหนาเป็นปื้นขมวดเข้าหากันจนดูยุ่งเหยิง ระบบการเต้นของหัวใจมันดูเต้นช้าลงเรื่อยๆ จะต้องไปแคร์ไปสนทำไม อย่าลืมสิ ไอ้นนท์มันทำอะไรกับลูกหว้าเอาไว้บ้าง มันก็สาสมกันแล้วหากเขาจะทำกับน้องสาวของมันแบบนั้นบ้าง...

ปวีณย้ำเตือนกับตัวเองให้จดจำสิ่งเลวร้าย ถึงเรื่องที่อานนท์กระทำกับน้องสาวนอกไส้ของตัวเองเอาไว้ให้ขึ้นใจ ก่อนจะผลักบานประตูห้องน้ำเปิดอ้าออก มองร่างน้อยโก่งคออาเจียนจนหน้าซีดหน้าเซียว แต่เขาจะไม่ยอมยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มลูบหลังลูบไหลให้หรอกนะ แค้นต้องชำระด้วยแค้นมันถึงจะสาสมใจ...

“ฉันจะพาเธอไปให้หมอตรวจ อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยก็แล้วกัน ฉันจะลงไปรอเธอข้างล่าง อ้อ...ฉันให้เวลาเธอยี่สิบนาทีเท่านั้นนะ เลิกพยศแล้วก็อย่าทำตัวงี่เง่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีกก็ช่วยทำตามที่ฉันสั่งด้วย...”

คำสั่งที่มาพร้อมคำข่มขู่ นาทยสุรีฟังด้วยความเจ็บปวด ขนาดเธอมีอาการหนักต่อหน้าเขาแบบนี้ ผู้ชายใจร้ายใจมารอย่างเขา ยังแค่ยืนนิ่งไม่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือกัน เขาทำเพียงปรายหางตามองมาอย่างดูดาย ไม่คิดจะให้ความช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์สักนิดก็ไม่มี

เขาใจดำกับเธอมากเกินไปแล้ว แต่อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ความทรงจำระหว่างเธอกับเขา จะได้ไม่ต้องหลงเหลือหรือให้ระลึกถึงความดีอะไรเอาไว้ให้จดจำกันอีกต่อไป ถ้าขาดแล้วก็ขอให้ขาดจากกันไปเลย บัวสายนี้จะต้องไม่มีเยื่อของใยเอาไว้ผูกเข้าหากันได้อีก...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha