เสน่หาสายใยรัก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 8 : Ep8 : การจากลา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



การลาจาก...

 


ผลการตรวจร่างกายของนาทยสุรีออกมาตรงตามการคาดเดาของทุกคน นาทยสุรีตั้งครรภ์ได้เกือบสี่สัปดาห์แล้ว  ว่าที่คุณแม่คนใหม่ดูมีใบหน้าเบิกบานแช่มชื่นมากขึ้น ช่างต่างกับอีกคนโดยสิ้นเชิง เมื่อใบหน้าของปวีณนั้นติดจะคร่ำเคร่งไม่ยินดียินร้ายกับผลการตรวจที่ออกมา แค่นี้นาทยสุรีก็พอจะเดาอะไรๆออกได้ไม่ยาก เขาไม่ต้องการจะมีลูกกับเธอ ใบหน้าของเขาถึงได้ดูดุกร้าวบึ้งตึง มันดูไม่เหมือนคนกำลังจะเป็นพ่อคนเมื่อได้ฟังข่าวดีเลยสักนิด...

 นาทยสุรีเลือกจะไม่สนใจคนหน้าเคร่งขรึมด้านข้าง เมื่อเขาขับรถพาเธอออกมาจากโรงพยาบาลมาได้ ก็ไม่ยอมพูดยอมจาอะไรออกมาสักคำเดียว เขาไม่มีอาการดีใจหรือตื่นเต้นให้เห็นกันสักนิดเมื่อได้ฟังข่าวดีจากปากของคุณหมอ เอาแต่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์ คิ้วของเขานั้นก็แทบจะชนกันผูกเป็นโบได้อยู่แล้ว...

 เธอรู้เขาไม่ได้ต้องการจะมีลูก แต่นั่นมันก็เรื่องของเขาสิ ในเมื่อตอนนี้เจ้าตัวน้อยได้ก่อกำเนิดมาเกิดในท้องของเธอ ลูกจะมีพ่อหรือไม่มีพ่อ มันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไร เพราะต่อไปเธอจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับเขาเอง ...

ฝ่ามือน้อยคอยลูบไล้หน้าท้องแบนราบของตัวเองด้วยความรัก หญิงสาวต้องการสื่อความรักความห่วงใยไปให้ถึงเจ้าตัวน้อยในท้องนี้ ถึงพ่อเขาไม่รักไม่ต้องการก็ไม่เป็นไรนะลูกจ๋า อย่างน้อยลูกก็มีแม่คนนี้จะคอยทุ่มเททั้งความรักและชีวิตที่เหลืออยู่ให้กับเจ้าเพียงคนเดียว...

“ฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน...” คำบอกกล่าวทื่อๆดังออกมาจากปากคนหน้านิ่วคิ้วขมวด และหวังว่าคำพูดของเขาจะทำให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวด ร้องขออย่าให้เขาทอดทิ้งเธอในตอนนี้เลย แต่ความคิดของปวีณกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อนาทยสุรี เลือกตอบรับคำอย่างสงบ...

“ค่ะ..”

นาทยสุรีเลือกจะตอบรับคำของเขาสั้นๆ จนคนบอกกล่าวเริ่มอาการหงุดหงิดขึ้นมาเสียเอง การไปส่งบ้านของเขาวันนี้ นั่นหมายถึงเขาจะทอดทิ้งเธออย่างไม่มีวันหวนกลับ และประเด็นสำคัญ เขาจะไม่รับผิดชอบลูกในท้องของเธออีกด้วย

แต่นาทยสุรีไม่ได้มีท่าทางหรืออาการตกอกตกใจหรือแม้แต่แสดงอาการเศร้าเสียใจออกมาให้เขาได้เห็นเลยด้วยซ้ำ ใบหน้าสวยหวานยังคงยิ้มแย้มอารมณ์ดี ฝ่ามือเรียวเสลาก็คอยแต่ลูบไล้หน้าท้องของตัวเองไปมา จนเขาเสียเองกลับมีอาการโหวงๆอยู่ในหัวอก ยิ่งเมื่อมองหน้าท้องแบนราบของหญิงสาว ความผูกพันทางสายเลือดบีบรัดให้เขาหายใจแทบไม่ออก แล้วจะให้เขาเลือกทำอย่างไรตอนนี้ ในเมื่อทุกอย่างกำลังเดินไปตามแผนการซึ่งเขาสู้อุตส่าห์วางเอาไว้ทุกประการ

 นาทยสุรีต้องได้รับความอับอายจากสังคมเหมือนอย่างที่ลูกหว้าเคยได้รับ แต่เขาไม่คิดอยากจะให้นาทยสุรีคิดอะไรสั้นๆเหมือนอย่างที่ลูกหว้าเคยคิดทำ เขาเพียงต้องการให้ไอ้นนท์มันบ้าคลั่งยามเมื่อเห็นน้องสาวสุดที่รักของมัน ถูกฟันจนตั้งท้องแล้วทิ้งเท่านั้น เพราะเขาเองคงทนรับไม่ได้ หากนาทยสุรีจะต้องจบชีวิตลงพร้อมกับลูกน้อยของเขาที่อยู่ในครรภ์ของเธอ...

“ต่อไปเราสองคนคงจะไม่ต้องพบเจอกันอีก...” ปวีณต้องตั้งสติของตัวเองเสียใหม่ พยายามพูดจาตัดรอนให้นาทยสุรีเผยปฏิกิริยาตอบสนองในทางอาลัยอาวรณ์เขาออกมาให้เห็นบ้าง แต่หญิงสาวก็ยังคงแสดงท่าทีนิ่งเฉย รับคำของเขาสั้นๆเพียงแค่นั้นเช่นเดิม

“ค่ะ...”

“ฉันขออวยพรให้เธอหาผัวใหม่ให้ได้เร็วๆก่อนท้องโตๆของเธอมันจะโย้ออกมาประจานตัวเธอเสียก่อนก็แล้วกันนะ และก็หวังว่าคนทางบ้านของเธอคงไม่ใจดำพอ ถึงขั้นบังคับให้เธอไปเอาไอ้เด็กหัวขนในท้องออก เพราะทนความอับอายต่อพฤติกรรมมักง่ายของลูกสาวเพียงเดียวไม่ได้...”

ฝ่ามือน้อยหยุดชะงักกึก เมื่อได้ยินคำเรียกขานลูกในท้องของเธอในทางหมิ่นแค้น คำพูดของคนเป็นพ่อใช้เรียกขานลูกของตัวเองเป็นเพียงสิ่งต้อยต่ำเช่นนี้เลยหรือ ดวงตาเคยหวานจึงตวัดขึ้นมองไปทางคนใจดำอย่างไม่พอใจ เขาไม่รับผิดชอบตัวเธอ เธอทนได้ แต่ไม่ใช่มาเรียกสิ่งมีค่านี้ว่าเป็นเด็กหัวขน..

“ถ้าหากนายจะกรุณาเราสองคนแม่ลูกจริงๆ ฉันขอแค่เรื่องเดียวเท่านั้น และหวังว่านายจะให้เราสองคนแม่ลูกได้สบาย”

“เธอจะขออะไร?...”

“ขอให้นายออกไปจากชีวิตของเราสองคนแม่ลูกซะที หรือหายสาปสูญไปได้เลยยิ่งดี และฉันจะถือเป็นความกรุณาอย่างที่สุดแล้วถ้าหากนายไม่เสนอหน้าไปยุ่งเกี่ยววุ่นวายกับเราสองคนแม่ลูกอีก ไม่ต้องกลัวลูกของฉันจะไม่ได้ลืมตามาดูโลกโหดร้ายใบนี้หรอกนะ ถึงเขาจะเกิดมาเพราะความไม่ตั้งใจจากผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง แต่เขาคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน...ลาก่อน

นาทยสุรีเอ่ยลาเสียงนิ่ง เมื่อเธอตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ดวงตาหวานไม่แม้แต่จะชายตาแลคนข้างกายให้ต้องเจ็บปวดหัวใจไปมากกว่าที่เป็น เมื่อรถยนต์แล่นมาจนติดไฟแดงตรงสี่แยก  ร่างงามระหงจึงตัดสินใจเปิดประตูรถออก แล้วก้าวขาเดินเชิดใบหน้างดงามขึ้นสูง สิ้นสุดกันเสียทีกับขุมนรกอเวจี ขุมนรกที่ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ผู้ชายคนนั้นจับตัวเธอไปเพื่ออะไร...

ปวีณถึงกับตัวสั่นเทาใจหายใจคว่ำไปหมด ชายหนุ่มรีบเอื้อมมือออกไปจนสุดแขนเพียงหวังเพื่อจะฉุดรั้งร่างงามนั้นเอาไว้จนเกินกำลัง ไม่คิดสักนิดว่านาทยสุรีจะกล้าหาญชาญชัยโดยการปล่อยเขาเอาไว้ตรงนี้ เธอไม่ยอมให้เขาไปส่งถึงบ้าน นี่เธอตัดขาดจากเขาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ ดวงตาใหญ่สีนิลต้องพยายามกระพริบถี่ๆ เมื่อมันรู้สึกแสบจนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เขากำลังจะร้องไห้ ไอ้น้ำตาบ้าๆนี้มันกำลังจะไหลลงมาประจานความอ่อนแอหรือมันกำลังดีใจ เมื่อแผนการทุกอย่างได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีกันแน่ ...

“นาทยสุรี!กลับขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้เลยนะ...กลับมาสิโถ่โว้ย!!

เสียงห้าวตะโกนเรียกชื่อของคนจากลาด้วยความเสียใจ เขาอยากจะกระโจนลงจากรถแล้วไปกระชากร่างบอบบางนั้นกลับเข้ามาในรถแล้วยกเลิกแผนการบ้าๆลงแค่นี้ เขาอยากจะกอดอยากจะหอมแก้มแล้วเอ่ยขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เพราะสีของไฟกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว และร่างน้องน้อยของเขานั้นก็รีบเดินกึ่งวิ่งจนลับจากสายตาหายไปไหนเสียแล้วก็ไม่รู้...

“โธ่โว้ย!!!

 ฝ่ามือใหญ่ทุบลงกับพวงมาลัยเพื่อระบายอารมณ์บ้าคลั่ง แทนที่นาทยสุรีจะทุรนทุรายกับการจากลาในครั้งนี้ แต่ดันเป็นเขาเสียเองที่กลับมีความรู้สึกนั้นจนอยากจะย้อนกลับไปดึงรั้งให้นาทยสุรีอยู่ต่อ และเปลี่ยนแผนการของตัวเองเสียใหม่

น้ำตาของลูกผู้ชายซึมผ่านจนเอ่อล้นจากหัวตา มันกำลังจะไหลหยดลงมาเพื่ออาบชำระความเลวของตัวเขาเอง  นี่เขากำลังทำอะไรลงไป เขาทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อชดใช้ให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งอย่างนั้นเหรอ แล้วผลต่อจากนี้ไปเขาจะทำอย่างไร เขาจะยอมละทิ้งแล้วหันหลังให้กับลูกและเมียของตัวเองได้จริงๆอย่างงั้นใช่ไหม นาทยสุรีจะเป็นอย่างไร คุณลุงคุณป้าจะให้อภัยหญิงสาวหรือไม่ แล้วไอ้นนท์มันจะสำนึกได้หรือเปล่า เรื่องราวมากมายผุดเข้ามาในสมองของปวีณจนเขารู้สึกว้าวุ่นใจไปหมด วันพรุ่งนี้จะดีหรือร้าย คงไม่มีความหมายอะไรกับชีวิตของเขาอีกต่อไปแล้ว เมื่อต่อจากนี้ไปชีวิตของเขาจะอยู่หรือตายมันก็คงหาความสุขไม่ได้อีกต่อไป

 

*********************

 

“คุณนิ่มกลับมาแล้ว...”

 เสียงร้องออกมาด้วยความดีใจของนมแจ่มดังไปทั่วทั้งคฤหาสน์เที่ยงบูรณกำจร เมื่อตัวนางเดินออกมาจากด้านในของตัวตึกเพื่อจะออกไปจ่ายตลาด สายตาฝ้าฟางก็บังเอิญเหลือบแลไปเห็นร่างอันคุ้นตาเข้าเสียก่อน นายสาวคนงามของตัวเองกำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหม่อลอย ร่างอวบอิ่มดูผอมบางลงจนนมแจ่มถึงกับตกใจ

“คุณนิ่มของนม!” เพราะเสียงเรียกอันดังทำให้คนเหม่อลอยได้สติ และเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของแม่นมตัวเอง นาทยสุรีจึงรีบถลาดั่งนกปีกหักเข้าไปหาทันทีทันใด

“นมแจ่มจ๋า...”  นาทยสุรีเปิดยิ้มกว้าง รีบเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เดินเร็วขึ้น ก่อนจะโผเข้ากอดร่างอ้วนท้วนของแม่นมตัวเองด้วยความคิดถึงมากมาย...

“นมแจ่มจ๋า นมแจ่มของนิ่ม..” เสียงหวานออดอ้อนเหมือนดังเช่นเก่าก่อน หอมแก้มซ้ายแก้มขวาของแม่นมตัวเองจนเจ้าตัวส่งเสียงหัวเราะคิกคักเพราะจักจี้ ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี หนูนิ่มของนางก็ยังขี้อ้อนอยู่เช่นเดิม

“ทำไมคุณนิ่มถึงเดินมาเองล่ะคะ คุณอรเธอไม่ได้มาส่งหรอกหรือคะเนี่ย หรือว่าติดธุระจึงรีบไป...” แม่นมชะโงกหน้ามองไปยังด้านหลังตรงประตูทางเข้าด้วยความสงสัย

“คะ? อร...ทำไมอรต้องมาส่งนิ่มด้วยล่ะ ก็ในเมื่อนิ่ม...เอ่อ...”

“อ้าว! ก็ในจดหมายคุณนิ่มเขียนบอกเอาไว้ จะขึ้นไปเหนือกับคุณอิงอรไม่ใช่หรอกเหรอ ทำไมคุณนิ่มดูมีสีหน้างงๆยังงั้นล่ะคะ หรือคุณนิ่มไม่ได้ไปกับคุณอร...” นมแจ่มดันร่างงามออกห่าง เมื่อนางเห็นแววตาสับสนของเจ้านายสาว ยิ่งตรวจดูสภาพทรุดโทรมลงไปมาก หัวใจของคนแก่ก็กระตุกจนต้องลากร่างงามเข้าไปยังตัวตึก แล้วเร่งฝีเท้าให้รีบเดินขึ้นไปยังห้องนอนของนาทยสุรีโดยด่วน ก่อนคุณท่านทั้งหลายจะลงมาพบเจอสภาพไม่น่าดูนี่เข้าเสียก่อน...

“คุณนิ่ม...” 

เมื่อเข้ามาถึงยังห้องพักของเจ้านายสาว นมแจ่มจึงดึงร่างงามของหญิงสาวเข้ามากอดด้วยความรักความคิดจนสุดพรรณนา นาทยสุรีถึงกับปล่อยโฮออกมาชุดใหญ่ นานนับชั่วโมงบนรถเท็กซี่ เธอต้องอดกลั้นไม่ให้น้ำตารินไหลออกมา ไม่ใช่เธอไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอทั้งเสียใจและเจ็บปวดจนพูดไม่ออก แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนแต่ก่อน จะคิดจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงสายใยแห่งความรักในครรภ์ของตัวเองให้มากๆ ความเศร้าความเสียใจของเธออาจส่งผลเสียให้ถึงบุตรในครรภ์ของตัวก็อาจเป็นได้...

“นมแจ่มจ๋า...หนูนิ่มไม่รู้...ทุกอย่างมันรวดเร็วจนหนูนิ่มรับไม่ไหว แต่หนูนิ่มพูดไม่ได้ ไม่ได้จริงๆค่ะ” 

หญิงสางเอื้อนเอ่ยออกมาทั้งน้ำหูน้ำตา นมแจ่มถึงกับตกใจแต่ก็ไม่อยากซักถามอะไรกันในตอนนี้ให้มากความ นางได้แต่ปลอบใจโดยการลูบหลังลูบไหล เอาไว้ค่อยๆถามกันไป คงจะมีเรื่องเลวร้ายอะไรเกิดขึ้นกับนาทยสุรีแน่ๆ การหายตัวไปเป็นแรมเดือนในหนนี้ คุณนิ่มของนางคงไม่ได้ขึ้นไปเชียงใหม่กับคุณอิงอรอย่างที่บอกเอาไว้ในจดหมาย แต่จะเป็นด้วยสาเหตุอะไรเอาไว้ค่อยฟังจากปากของคุณนิ่มเมื่อพร้อมเองก็แล้วกัน...

“ไปค่ะคนดีของนม เข้าไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายเนื้อสบายตัวเสียก่อนนะคะ มาเหนื่อยๆอย่างนี้ อย่าพึ่งคิดอะไรให้มันหนักสมองเลย เอาไว้ถ้าคุณนิ่มพร้อมเมื่อไหร่ สัญญานะคะคุณนิ่มจะเล่าให้นมฟังก่อนเป็นคนแรก...”

“ค่ะนม...หนูนิ่มจะบอกนมเป็นคนแรก...”  หญิงสาวพยักหน้าทั้งน้ำตา เธอเพียงขอเวลาตั้งสติ แล้วเธอจะบอกเล่าทุกอย่างให้ทุกคนในบ้านฟัง เมื่อเรื่องนี้ไม่อาจปิดบังผลของมันที่เกิดขึ้นมาได้ เพราะอีกไม่นานครรภ์ของเธอก็จะต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอจะไม่เอ่ยไปถึงต้นสายปลายเหตุของผู้ก่อปัญหานี้อย่างแน่นอน เขาได้ตายจากชีวิตของเธอไปแล้ว และจะไม่มีวันต้องมาเกี่ยวข้องกันอีกอย่างแน่นอน

“เดี๋ยวนมเตรียมชุดให้ใส่แล้วกันนะคะ อาบน้ำเสร็จคุณนิ่มคงต้องลงไปพบคุณท่านกับคุณผู้หญิงเสียก่อน แล้วค่อยขึ้นมาพักผ่อน เพราะตั้งแต่คุณนิ่มไม่อยู่ คุณผู้หญิงท่านก็เอาแต่บ่นคิดถึงคุณนิ่มอยู่ทุกวัน จนคุณท่านถึงกับส่ายหน้าเลยล่ะค่ะ บ่นว่าคุณนิ่มไม่ยอมโทรกลับมาหาบ้างล่ะ เที่ยวเตร่อะไรจนลืมคนทางบ้านอย่างนี้...”   หญิงสาวได้แต่ส่งยิ้มจืดเจือน อยากจะบอกออกไปใจจะขาด เธอไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหนสักหน่อย แต่ถูกคนใจร้ายใจดำจับตัวไปต่างหาก แต่เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตขึ้นมา หญิงสาวจึงไม่คิดจะแย้งคำพูดของนม เอาเถอะ...การให้ทางบ้านรับรู้ไปในทางนี้ ก็ยังดีกว่าให้พวกท่านรับรู้ถึงความอัปยศอดสูจากสิ่งที่เธอได้รับมา

“นิ่มก็คิดถึงคุณน้าค่ะ และก็คิดถึงทุกๆคนด้วย แต่เอ่อ...แต่ตรงที่นิ่มไปพักมันไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือเลย นิ่มเลยไม่ได้โทรมาหาใครสักคน นมแจ่มจ๋าไม่งอนนิ่มนะคะ...”  เสียงหวานออดอ้อนขึ้นเพื่อใช้กลบเกลื่อนความจริงเอาไว้

“เมื่อก่อนก็งอนค่ะ แต่ตอนนี้ไม่งอนแล้ว แค่นมเห็นคุณนิ่มกลับบ้านมาอย่างปลอดภัย แค่นี้นมก็ดีใจแทบตายแล้วล่ะค่ะ...”  นมแจ่มเดินเข้ามาโอบร่างบาง ก่อนจะพากันเดินตรงไปยังห้องน้ำ เมื่อคิดว่าคุณท่านทั้งสองคงจะต้องได้ยินเสียงโหวกเหวกของตัวเอง ตอนเมื่อนางได้เห็นเจ้านายสาวเดินเข้ามาในบ้าน และท่านทั้งคู่คงกำลังนั่งรอลูกสาวสุดรักสุดหวงด้วยความคิดถึงอยู่ นมแจ่มจึงไม่อยากให้เสียเวลาไปนานกว่านี้ จึงพาเจ้านายสาวเดินตรงไปยังห้องน้ำเสียเลย

“แช่น้ำอุ่นสักนิดก็ดีนะคะ ดูสิ...ผอมบางลงไปตั้งเยอะแหน่ะ อาหารที่นั่นคงไม่ถูกปากคุณนิ่มของนมแน่เลยใช่ไหมล่ะ งั้นไม่ได้การแล้ว นมจะรีบลงไปเตรียมทำของชอบของคุณนิ่มรอก็แล้วกันนะคะคนดี...”  ฝ่ามือเหี่ยวลูบไล้ไปมายังลำแขนเล็ก ดวงตาของคนแก่ทอดมองด้วยความแปลกใจ ถึงความสวยสดงดงามของนาทยสุรีจะไม่จางหายไปไหนเลยสักนิด แต่ร่างกายบอบบางกลับดูทรุดโทรมลงมากทำให้นมแจ่มยิ่งนึกเป็นกังวลใจ เหมือนนาทยสุรีจะไปตกระกำลำบากที่ไหนมา ยิ่งสัมผัสฝ่ามือนุ่มนิ่มนุ่มนวลอย่างคนไม่เคยหยิบจับงานหนัก แต่มาบัดนี้กลับดูหยาบกระด้างมีรอยแตกขึ้นเป็นริ้วรอยอีกต่างหาก

นาทยสุรีถอนใจเมื่อก้มสำรวจมองร่างกายของตัวเอง การทำงานหนักในสวนและอีกทั้งการต้องรองรับศึกหนักของคนบ้ากามตลอดทั้งค่ำคืน ร่างกายเธอไม่ทรุดโทรมลง ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว...

“งั้นนมขอตัวลงไปทำของชอบของคุณนิ่มรอแล้วกันนะคะ เสร็จแล้วคุณนิ่มก็รีบลงไปด้านล่าง อย่าปล่อยให้คุณทั้งสองต้องนั่งรอกันนานนักนะ เดี๋ยวจะเกิดอาการน้อยใจกันขึ้นมาอีก...”

“ค่ะ...อาบน้ำเสร็จแล้วนิ่มจะรีบลงไปกราบทั้งท่านสองคน...”

และเมื่อแม่นมของตัวเองผละออกไปยังด้านล่าง ดวงตาดำดั่งกวางน้อยสำรวจมองตามร่างอวบไปจนบานประตูห้องปิดลงสนิท ก็หลั่งน้ำตาออกมาอีกจนได้ ความเลวร้ายมันได้จบลงแล้ว จบไปพร้อมกับการเอ่ยคำลา เมื่อเธอหมดคุณค่าไม่เหลือคุณประโยชน์อันใด จะทำให้ผู้ชายใจดำคนนั้นมีความสุขอีกต่อไป ก็ถึงเวลาโบยบินกลับคืนรัง โดยหอบเอาเส้นสายใยรัดรึงติดท้องตัวเองกลับมาด้วย

การหลุดพ้นจากขุมนรกนั้นกลับมาได้ ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมใจเจ้ากรรมจะต้องไปหวนหาอาวรณ์กับมันอยู่ได้ ผู้ชายคนนั้นเปรียบเสมือนปีศาจร้าย เขาเข้ามาผพร่าพลาญเอาความสุขออกไปจากชีวิตของเธอ ความภาคภูมิใจสิ่งสุดท้ายของเธอเขาก็มาช่วงชิงมันไปอย่างหน้าด้านๆเสียด้วย เขากระทำย่ำยีกับมันจนไม่หลงเหลือคุณค่าอันใดเอาไว้ให้เธอได้ภูมิใจอีกแล้ว หากวันข้างหน้าชีวิตของเธอจะต้องพบเจอกับคนที่ใจรอคอย เธอคงทำได้เพียงแค่ทักทายอย่างคนเคยพูดคุยกันมา แต่จะไม่เอาตัวเองเข้าชิดใกล้ เมื่อเธอตระหนักถึงตอนนี้ เธอเป็นผู้หญิงมีราคีที่ถูกสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีไปเสียแล้ว....

 

********************

 

หลังจากปวีณกลับมาจากข้างนอกเท่านั้น ชายหนุ่มก็เอาแต่นั่งดื่มเหล้าจนเมามายไม่ได้สติ  ทิ้งความสงสัยให้ทั้งขมิ้นกับเข้ม ซึ่งต่างยืนมองเจ้านายด้วยท่าทางร้อนใจ กระสับกระส่ายด้วยนึกเป็นห่วงนาทยสุรี เมื่อไม่เห็นเจ้านายสาวกลับเข้ามาพร้อมกันกับเจ้านายของตนเอง ไม่รู้เจ้านายทำอะไรกับคุณนิ่มผู้น่าสงสารอีกหรือเปล่า ออกไปข้างนอกด้วยกันแท้ๆ ทำไมถึงได้กลับมาเพียงคนเดียวเสียเล่า...

“เอาไงดีล่ะพี่เข้ม...” ขมิ้นหันไปสะกิดเรียกพี่ชาย พยักเพยิดใบหน้าไปทางคนเมามายตรงมุมชุดโซฟา ขวดเหล้าหลากหลายยี่ห้อกลิ้งอยู่บนพื้นกลาดเกลื่อน อย่างนี้อย่าเรียกว่าดื่มเข้าไปเลย เรียกว่าอาบน่าจะเข้าท่าเสียมากกว่า...

“พี่ไม่กล้าถามหรอกเอ็ง...ก็ดูเอาสิ กลับมาก็เรียกหาแต่ขวดเหล้า จนป่านนี้ยังไม่ยอมหยุดดื่มอีก ไม่รู้คุณเสือแกเอาคุณนิ่มไปทิ้งไว้ที่ไหนเสียแล้ว ทำไมถึงไม่พากลับมาพร้อมกันด้วยก็ไม่รูสินะ พี่รู้สึกเป็นห่วงคุณนิ่มจังเลยว่ะขมิ้น หรือคุณเสือจะพาคุณนิ่มกลับไปส่งบ้านของเธอแล้ว...”

เสียงคนเป็นพี่ชายติดเป็นกังวล เมื่อใจเขาอดห่วงใยไปถึงเจ้านายสาวผู้น่าสงสารไม่ได้ ไม่รู้เจ้านายของตัวเองเอาคุณนิ่มไปทิ้งไว้ที่ไหนเสียแล้ว หรือจะพาไปส่งบ้านเสียแล้วก็ไม่รู้ และถ้าหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะก็ เขาเองจะได้หมดห่วงไปเสียที เบื่อจะสร้างเวรสร้างกรรมกับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเรื่องนี้ หากคุณนิ่มได้กลับบ้านก็หมายความว่า...

“คุณนิ่มท้อง!...  เสียงของเข้มอุทานขึ้นจนคนเมามายหันใบหน้ามาขวับ ดวงตาแดงก่ำจับจ้องลูกน้องด้วยสายตาดุกร้าว

“ทำไม!...” เสียงแหบแห้งตะคอกลั่น คำว่าท้องเป็นคำแสลงใจในความรู้สึกของเขาเหลือเกิน

ผู้หญิงใจร้ายใจดำ คงดีใจจนเนื้อเต้นสิไม่ว่าที่เขาปลดปล่อยเธอออกจากพันธะ เขาไม่เห็นน้ำตาสักหยดเดียวของแม่น้องน้อย พอเอ่ยลาเขาได้ก็สะบัดก้นเดินมาดนางพญาออกไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้เยื่อใย วันเวลาที่อยู่ร่วมกันมาหลายเดือน ไม่อาจทำให้นายสุรีรู้สึกผูกพันรักใคร่เขาขึ้นมาบ้างเลยเชียวหรือไงนะ ถึงเขาจะจับตัวเธอมาข่มเหงรังแกเอาแต่ใจ แต่เรื่องบางอย่าง บางการกระทำ มันก็ออกมาจากภายในจิตใจ ซึ่งเขารู้สึกกับแม่น้องน้อยของเขาจริงๆไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด

“เอ่อ...คุณนิ่มเธอไปแล้วหรือครับคุณเสือ...” เข้มต้องกัดฟันถามเจ้านายออกไปด้วยความอยากรู้

“แล้วมึงจะมาเสือกถามหาผู้หญิงคนนั้นอีกทำไม ไปแล้วก็ไปสิ ทำไมจะต้องตามมาหลอกหลอนกูอีก ผู้หญิงใจดำ...”  เข้มกับขมิ้นต้องหันหน้ามองกันตาปริบๆ อยากจะพลั้งปากออกไป ใครกันแน่ที่ใจดำกันแน่ จับเอาเขามาแก้แค้นต่างๆนาๆโดยสาวเจ้าไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวด้วยเลย นี่เจ้านายยังมีหน้าไปกล่าวร้าย ใส่ความหาว่าคุณนิ่มเธอเป็นผู้หญิงใจดำได้อีก คุณเสือนะคุณเสือ งานนี้ไม่รู้ใครถูกใครทิ้งกันแน่

“ถ้าคุณเสือรักเธอ ทำไมไม่ออกไปตามเธอกลับมาล่ะครับ จะมานั่งดื่มเหล้าทำร้ายตัวเองอยู่ทำไม คนเราเกิดมาก็ต้องทำผิดพลาดกันทุกคน ผมเชื่อว่าผู้หญิงอย่างคุณนิ่มเธอต้องมีเหตุผลพอ สามีภรรยากันต่อให้อย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด ยิ่งมามีลูกด้วยกันแล้วแบบนี้ คุณนิ่มเธอคงให้อภัยคุณเสือได้ไม่ยาก ถ้าหากคุณเสือพร้อมจะละทิ้งไอ้แผนการนี้ลง ความสุขของครอบครัวก็คงอยู่แค่เพียงคุณเสือเอื้อมมือไปคว้ามันมานี้เองแหละครับ...”

เข้มพูดเตือนสติคนเมา แต่ด้วยทิฐิยังคงมีอยู่เกินล้น ปวีณจึงได้แต่แสยะยิ้ม เขาเดินมาจนเกือบสุดทาง เรื่องอะไรเขาจะละทิ้งแผนการที่กำลังจะสำเร็จลงง่ายๆด้วยเล่า  อานนท์จะต้องกระอักเป็นสายเลือด เมื่อน้องสาวของมันถูกกระทำไม่ต่างจากลูกหว้าโดนกระทำมา

“กูไม่ไปตามหาใครทั้งนั้นแหละ อยากไปก็ไปเชิญไปให้ไกลๆกูเลยยิ่งดี เรื่องนี้ลูกหว้าจะต้องไม่ถูกทำร้ายฟรี ตาต่อตาฟันต่อฟันโว้ย มึงคอยดูความหายนะของพวกบ้านนั้นก็แล้วกัน พวกมันจะต้องได้รับความอับอายเหมือนอย่างที่แม่กูรู้สึก...”

 เสียงคนเมาอาละวาดโหวกเหวกดังลั่นไปทั้งด้านล่างของตัวบ้าน ขมิ้นกับเข้มต่างก็หันมาส่ายหัวให้กันอย่างหมดปัญญา เมื่อเจ้านายเลือกจะทำร้ายตัวเองแบบนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อันใดจะต้องเตือนสติกันอีกต่อไป ผลของการกระทำจะเป็นบทเรียนสอนให้เจ้านายของตนได้รู้เองในอนาคต คนที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้อาจไม่ใช่คุณลูกหว้า แต่อาจเป็นคุณนาทยสุรีเสียมากกว่า...

**************************

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha