เทพบุตรจอมวายร้าย

โดย: วรดร/กัญนิชา



ตอนที่ 1 : บทที่1.ของขวัญจากพระเจ้า


ตอนต่อไป

1สัปดาห์ก่อนวันขอบคุณพระเจ้า...

                แมทธิว ดีแลนทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลดังฝั่งอเมริกาเขานั่งหน้าตึงท่ามกลางญาติสนิทที่มารวมตัวกันในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ เนื่องจากคนในปกครองของชายหนุ่ม  เด็กสาว ที่เขาอุปการะไว้ หายตัวไปแบบลึกลับ...มีเพียงกระดาษชิ้นเล็กๆ ทิ้งไว้กับ ทารก!! เพศหญิงอีกหนึ่งคน

                ยัยผู้หญิงบ้า...งี่เง่าที่เขาโอบอุ้มหล่อนตามคำสั่งคุณย่า แต่หล่อนดันตลบหลังเขา...มีพฤติกรรมที่ไม่น่าอภัย

                ‘สำส่อน นิยามนี้เหมาะกับเด็กสาวใจแตกอย่าง ทิพยอาภา เลียม ที่สุด!!

                “จาคอป...เอาเด็กนี่ไปยกให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซะ...ค่าใช้จ่ายทั้งหมดฉันจะออกให้เอง แต่อย่าเอา เด็ก มาทิ้งไว้ใกล้ตาฉัน ฉันยังไม่อยากเป็นคนเลวในสายตาทุกคน” เสียงของแมทธิวดุดัน จนไม่มีใครกล้าปริปากท้วง ความคลั่งแค้นปะปนมาในกระแสเสียง จนคนได้ยินยังสะท้าน

                การ์ดหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เขาไม่กล้ามองสบนัยน์ตาใสแจ๋วของเด็กน้อยที่นอนมองตาแป๋ว...แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ชะตาชีวิตเด็กคนนี้จะเป็นเยี่ยงไร...การ์ดหนุ่มยกตะกร้าใบใหญ่...ที่ถูกทำเป็นเหมือนอู่นอนของเด็กน้อยคนนี้ มีกระดาษแผ่นเล็กๆ ห้อยไว้ที่หูตะกร้าลายมือเป็นระเบียนนั่น เขียนระบุชื่อแซ่ของเด็กน้อยที่หน้าตาน่ารักน่าชังคนนี้ว่า Angelina ‘Daughter of Matthew’ จาคอปมองสำรวจใบหน้าเล็กๆ ของเด็กทารกน้อยผิวขาวอ้วนจ้ำหม่ำ สลับกับการเปรียบเทียบโครงหน้าของเจ้านาย เขาลงความเห็นแบบฟันธง!! เด็กน้อยในตะกร้ามีส่วน คล้าย แมทธิวเจ้านายอยู่สามส่วน หนึ่งคือเรียวคิ้วเข้มๆ กับริมฝีปากหยักส่วนบนที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้านายหนุ่ม รวมถึงใบหูที่มีรอยหยักตรงกลาง...เหมือนกับว่า...เด็กน้อยนี่ ย่อส่วนแมทธิวออกมาเลย

                “เออ...ดิฉันคิดว่า...” มาดามแพซี่เอ่ยท้วงเบาๆ แต่ก็ต้องรีบหุบปากฉับ เมื่อลูกเลี้ยงหนุ่มตวัดสายตาไม่พอใจมองผ่านมาที่นาง

                “อย่ายุ่งเลยมาดาม เรื่องของแมทธิวให้เขาจัดการเองเถอะ” อาเธอร์ตบหลังมือภรรยาคนที่สองเบาๆ ท่านเป็นบิดาของแมทธิวก็จริง แต่สิทธิ์ขาดเป็นของแมทธิวเองท่านไม่ควรก้าวก่าย เมื่ออำนาจการปกครองจากมาดามจูเลียถูกส่งมอบให้แมทธิว แทนที่จะเป็นท่าน บุตรชายเป็นหลานรัก...เป็นที่โปรดปรานของมารดา แมทธิวมีความเป็นผู้นำสูง เขาถูกปลูกฝังจากมาดามจูเลียตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น

                “แต่ว่า...” สาวใหญ่ทอดสายตามองเด็กน้อยนัยน์ตาใสแจ๋ว เด็กคนนั้นรู้อยู่ จนไม่แม้จะปริปากร้อง ใบหน้าเล็กๆ นั่นยังกับนางฟ้าตัวน้อยๆ หัวใจสาวใหญ่ที่อยากมีลูก แต่มีไม่ได้ถึงกับอ่อนยวบ!!

                “เอาออกไป!!” เสียงตวาดก้องของแมทธิว ทำให้เด็กน้อยแผดเสียงร้องจ้า...เป็นครั้งแรก เพราะความตื่นตกใจ

                “แอ๊ๆ” หนุ่มโสดตัวพ่อ ยกมือกุมขมับ!! เขาเกลียดเด็ก เกลียดเสียงร้องลั่นแบบนี้

                “จาคอป!!” แมทธิวตะโกนซ้ำ จนการ์ดหนุ่มต้องรีบลนลาน เขาสอดมือลงไปในตะกร้า ช้อนอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแบบทุลักทุเล

                “ส่งเด็กมาให้ฉันจาคอป” แพซี่อดรนทนไม่ไหว ใบหน้าเล็กๆ นั่นแดงก่ำ มือเล็กกำจนแน่น หลับหู หลับตาส่งเสียงร้องดังลั่น นางกลัวว่าเด็กจะช็อคไปเสียก่อน จึงยื่นมือเข้าช่วย

                สาวใหญ่อุ้มเด็กน้อยแนบอก...หล่อนโยกตัวเบาๆ มือเรียวบางตบอยู่ที่ก้นอูมๆ ของเด็กใต้กางเกงผ้าอ้อมที่เหมือนจะชุ่มน้ำ

                “โอ๋ๆ ไม่ร้องค่ะ ไม่ร้องนะคะ” นางปลอบ “ให้ใครไปซื้อผ้าอ้อมมาหน่อยสิ เหมือนกางเกงจะแฉะก็เลยโยเย”

                จาคอปมองไปที่ตะกร้าที่โอบอุ้มเด็กน้อยไว้ เขาเห็นกางเกงผ้าอ้อมของเด็กถูกซุกไว้มุมหนึ่งของตะกร้าจึงรีบฉวยมาส่งให้มาดามแพซี่

                สาวใหญ่ยิ้มให้ เธอคอยๆ ประคองเด็กน้อยที่สงบลงวางบนโซฟาเนื้อนุ่ม พร้อมกับรีบถอดกางเกงของเด็กเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมเปียกๆ ทิ้งไป

                “โอ๊ะโอ๋!! ผู้หญิงด้วยค่ะคุณ เอะ!” นางถอดกางเกงผ้าอ้อม แล้วจึงอุทานเสียงหลง...เมื่อมองเห็นสัญญาลักษณ์บางอย่างบนตัวเด็ก

                มาดามแพซี่เงยหน้าขึ้นมองสามี เธอชี้ให้อาเธอร์มองปานรูปหยดน้ำ ตรงขาอ่อนของเด็กน้อย สัญญาลักษณ์คนในตระกูลดีแลน ที่สืบต่อกันมาเป็นทอดๆ เธอสบตาสามี พร้อมกับเหลียวไปมองแมทธิวที่กำลังยืนหน้าตึงอยู่กลางบ้าน

                “ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ ถ้าคุณจะเอาเด็กนี่ไปทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์” นางกล่าวเสียงแข็ง

                เป็นครั้งแรกที่มาดามแพซี่ลุกขึ้นมาต่อต้านลูกเลี้ยง เพราะเห็นแก่เด็กตาดำที่อาจจะเป็นทายาทของแมทธิว

                “ผมไม่ได้ขอความเห็นคุณนะมาดาม...ผมสั่ง” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเย็นชา

                “ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีค่ะ ดิฉันจะเลี้ยงเด็กนี่เอง จนกว่าคุณท่านจะกลับมาเป็นคนตัดสินใจ”

                หล่อนเชิดหน้าขึ้น เสหลบตาแมทธิว เมื่อชายหนุ่มเบิกตาโต นัยน์ตาเขาลุกวาบ มันเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ!!

                “มาดาม?” อาเธอร์พยายามจะท้วง เขาไม่อยากให้บุตรชายยิ่งรู้สึกไม่มีกับภรรยาคนใหม่ไปมากกว่านี้

                “คุณพี่คะ ครั้งนี้น้องยอมไม่ได้จริงๆ คุณพี่ก็เห็น” นางกล่าวกับสามีเสียงหนักๆ ไม่มีวันยอมให้สายเลือดของดีแลน ไปตกระกำลำบากที่อื่นเป็นเด็ดขาด!!

                วันนี้น่าจะเป็นวันที่มีความสุข เมื่อนานๆ ครั้งที่สมาชิกของดีแลนจะอยู่พร้อมหน้า ที่ขาดก็แค่มาดามจูเลียคนเดียว ท่านเดินไปเซ็นสัญญาโปรเจ็กต์พันล้านที่อิตาลี แต่จะกลับมาก่อนวันขอบคุณพระเจ้าที่จะถึงนี้ อาเธอร์ถอนใจแรงๆ เขาหนักอกที่จะต้องงัดข้อกับบุตรชาย เมื่อเด็กน้อยนั่น!! มีรอยตราของดีแลน มันเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีที่สุด เพียงแต่เขาไม่รู้ที่มาที่ไปของเด็กน้อยคนนี้ชัดๆ แค่นั้นเอง

                “แมทพ่อว่า...รอให้คุณย่ากลับมาก่อนดีไหมลูก?”

                อาเธอร์กล่าว เขามองสบตาบุตรชาย หนุ่มใหญ่เห็นความยุ่งยากในหน่วยตาแมทธิว ก่อนที่เขาจะมองตรงไปยังเด็กน้อยด้วยสายตานิ่งๆ แต่แปลความหมายไม่ออก

                ชายหนุ่มเม้มปาก เขาหมุนตัวเดินจากไป ไม่มีคำตอบ แต่ท่านรู้... แมทธิวหาได้สมยอมเพียงแต่เขายังหาทางเลี่ยงไม่เจอ มีจาคอปเดินตามไปห่างๆ

                “พูว์!! รอดแล้วจ้ะหนูน้อย...มาอยู่กับฉันนะ ฉันจะเลี้ยงหนูเอง”

                มาดามแพซี่ถอนใจพรวด นางช้อนอุ้มเด็กน้อยผิวขาวปานสำลีขึ้นมาแนบอก

                “แองเจิ้ล!!” จู่ ๆ นางก็โพล่งออกมาไม่มีปี่มีขลุย อาเธอร์มองไปรอบๆ เขาไม่เห็นนางฟ้าสักคน

                “หาอะไรคะคุณพี่...” เสียงภรรยาถามเบาๆ กลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ หนุ่มใหญ่จึงหยุดมองไปรอบๆ เขาหมุนตัวมามองไปยังมาดามแพซี่พร้อมกับถาม “ไหนนางฟ้า มาดามตาฝาดเหรอเปล่า?”

                หญิงสาวคลี่ยิ้ม นางชี้นิ้วไปที่เด็กหญิงในอ้อมกอดที่กำลังยิ้มหน้าเป็น มือป้อม ๆ ยัดอยู่ในปาก น้ำลายไหลยืดแทบจะหยด “นี่ไงคะ แองเจิ้ล นางฟ้าของคุณย่า” มาดามแพซี่รีบสวมรอยเป็นคุณย่าให้เด็กน้อย เมื่อหลักฐานมีชัดๆ หากต้องตรวจ DNA กันจริงๆ เธอเชื่อว่าเด็กนี่มีสายเลือดของดีแลนชัวร์!!

                อาเธอร์โครงศีรษะ ท่านมองดวงหน้าของเด็กหญิงนิ่งๆ

                ผ่อนลมหายใจแผ่วๆ ไม่รู้ว่าแมทธิวไปก่อเรื่องอะไรไว้...เด็กน้อยตรงหน้าจึงต้องมารับชะตากรรมที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก

                จากนั้นความอลหม่านก็เกิดขึ้น เมื่อแมทธิวไม่ได้อยู่ทักท้วง มาดามแพซี่จึงเนรมิตถูกอย่างที่เด็กหญิงควรมีในฐานะของ ดีแลน คนหนึ่ง!!

                ไม่ว่าจะห้องนอนน่ารัก เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แทบจะเหมามาทั้งร้าน อุปกรณ์ของใช้เด็กอ่อน รวมทั้งการประกาศหาพี่เลี้ยงเด็ก...หรือแม่นม มาคอยดูแลเด็กน้อยแบบ24 ชั่วโมง

 

รัฐแคลิฟอร์เนีย...อเมริกา...

                สายตาหวานเศร้ามองเหม่อไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า หญิงสาวใบหน้าหม่นนั่งท้าวคางที่ราวระเบียงอาพาร์ทเม้นท์ มีน้ำตาหยดเล็กๆ รินไหลผ่านร่องแก้ม เมื่อความเศร้าเกาะกุมหัวใจดวงน้อย มันเจ็บจุกเหมือนใจจะขาด เพราะจำต้องพลัดพรากจากลูกน้อย...ที่อายุไม่ถึง1ขวบดี

                “แกจะร้องไห้ทำไมนักยะ ต่อให้น้ำตาไหลหมดตัว ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี แกตัดสินใจไปแล้วนี่ แบบนี้ดีแล้วแหละ...ดีที่สุดสำหรับแกกับลูกแล้วนะทิพ!!ไทรีส มัว หนุ่มหล่อหัวใจหญิง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ทิพยอาภาไว้ใจ จนยอมบอกเล่าความลับของตัวเองทุกเรื่อง รวมถึงเรื่อง แองเจลิน่า ลูกนอกสมรสของเธอกับแมทธิวด้วย เด็กน้อยที่เกิดมาจากความรักของเธอ กับความใคร่ของบิดา เมื่อแมทธิวเห็นเธอเป็นแค่ เครื่องระบายอารมณ์ เมื่อเธอเป็นแค่เด็กในปกครอง เป็นผู้หญิงที่เขาส่งเสียจนเติบกล้า แต่เธอดันสะเออะไป หลงรัก เขาเอง

                “ไท ฉันคิดถึงแองเจิ้ล!!” หญิงสาวยกมือปาดคราบน้ำตา เธอเหลียวหลังมามองเพื่อนรัก อธิบายให้เขาเข้าใจความคิดของตนเอง ลูกคือนางฟ้าสำหรับเธอ แม้คนเป็นพ่อจะไม่ต้องการ

                “เห้อ!! ตัดใจ นั่นคือสิ่งที่แกควรทำ หากแกยังอยากจะมีชีวิตรอดบนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้”

                หนุ่มหล่อหัวใจสีชมพูเอ่ยเตือน คนอย่างแมทธิว ดีแลน ผู้ชายจองหองคนนั้นคงไม่ชายตาเด็กสาวกำพืดต่ำต้อยเรี่ยดินอย่างเพื่อนสาวข้างตัว เมื่อเขาคิดว่าตัวเองเป็นเทวดายืนอยู่เหนือน่านฟ้า มีแต่ผู้คนหมอบกราบยอมสยบให้ ความหยิ่งผยองของแมทธิว คนทั่วไปย่อมรู้ดี เขาถูกเลี้ยงดูมาจากผู้หญิงบ้าอำนาจ!! มองคนต่ำกว่าไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ ชอบสร้างภาพว่าเป็นคนใจบุญ แต่ฉากหลังโสมมจนไม่อยากกล่าวถึง

                “ฉันรู้... แต่นั่นลูกฉันนะไท!!” หญิงสาวท้วง ทิพยอาภาใจแทบขาด ตอนที่ตัดใจทิ้งลูกน้อยไว้ในคฤหาสน์หลังนั้น หลังเธอถูกแมทธิวเรียกไปพบ เธอหอบลูกไปด้วย และตัดใจจากมา ทิ้งสายเลือดของเขาไว้ต่างหน้าตัวเอง

                “แองเจิ้ลอยู่กับแกจะพาให้ทุกข์ไปกันใหญ่น่ะสิ... แกรู้ตัวมั้ยทิพ...รู้ไหมว่าตัวเองโทรมขนาดไหน แกกินน้ำตาต่างข้าวมานานแล้วนะยะ!!

                ทิพยอาภาผ่ายผอม หล่อนซูบลงตั้งแต่คลอดลูกน้อย หล่อนโชคดีที่ไทรีสอยู่ข้างๆ ไม่อย่างนั้นทั้งทิพยอาภาและแองเจลิน่า คงไม่อยู่รอดมาถึงตอนนี้ เมื่อหล่อนถูกชายหนุ่มอับเปหิมา ตั้งแต่วันที่เขาฟัดหล่อนจนไม่เหลือชิ้นดี

                เขาอ้างว่าเมา...

                และมันเป็นเรื่องจริง...

18 เดือนก่อน...

            วันนี้เป็นวันสำเร็จการศึกษา หลังผ่านพิธีรับประกาศนียบัตรทิพยอาภาได้รับโทรศัพท์จากผู้อุปการะครั้งแรก...เขาอนุญาตให้เธอไปพบ สร้างความยินดีให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก เธอหอบประกาศนียบัตรไว้ในอ้อมแขน ขณะที่นั่งอยู่ตอนหลังรถยนต์ยุโรปยี่ห้อดัง เพื่อนร่วมรุ่นโบกมืออวยพรกันอย่างเซ็งแซ่ เมื่อพวกเขารู้ดี พ่ออุปถัมภ์ของเธอคือใคร

            แมทธิว ดีแลน

            พ่ออุปถัมภ์ของเธอตั้งแต่เธอ10 ขวบ จนปัจจุบันทิพยอาภามีอายุ23 ปี

            หญิงสาวแอบมองชายหนุ่มอยู่ห่างๆ ผู้ชายอายุ 35 ปี แต่เขาไม่แก่เลยสำหรับเธอ หญิงสาวหลงรูปของแมทธิว มโนในใจว่าเขาคงเป็นเจ้าชายที่มีจิตใจประเสริฐ แต่ความเป็นจริงโหดร้ายจนไม่อยากคิด!!

            ทิพยอาภาได้พบเจ้าชายในฝันสมใจ แต่เขาเมาจนครองสติไม่อยู่ตอนที่เธอเข้าไปหา

            เรื่องทั้งหมดจึงเกิดขึ้น เธอโทษแมทธิวได้ไม่เต็มปาก เมื่อมันเกิดขึ้นจากความสมยอมของตัวเอง เพราะหากเธอขัดขืนมากกว่านี้ ผู้ชายที่ไร้สติ แบบเขา... ก็คงทำอะไรเธอไม่ได้เช่นกัน แต่การตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา คือความฝันอย่างหนึ่งของเด็กสาวไร้เดียงสาแบบเธอมาตลอด หญิงสาวจึงยอมทอดร่างสนองอารมณ์ดุดันของแมทธิวอย่างยินดี

            แต่มันไม่ได้จบแบบในนวนิยาย หนังสืออ่านเล่นที่เธอชอบอ่านก่อนนอน

            เจ้าชาย...ไม่มีจริงในโลกปัจจุบัน

            แมทธิวเป็นเทพบุตรแค่เปลือก เนื้อในเขาเป็นจอมวายร้าย

            “เอาเด็กออก!!” คำบัญชาของเขา ตอนที่เธอบอกเขาเรื่องที่เธอ ท้อง

            เขาเย็นชายิ่งกว่าหิมะกลางฤดูหนาว ใจดำยิ่งกว่าสีของขนนกกา

            แมทธิวให้เธอทำลายเลือดก้อนหนึ่งของเขากับเธอ...แต่ ทิพยอาภาไม่ทำ!!...เธอหลบหน้าหลบตาเขา แอบคลอดลูกและไม่ปริปากบอกเขาสักคำ เมื่อเขาไม่ต้องการ...เธอก็จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ด้วยสองมือ สองขาของผู้หญิงคนหนึ่ง

            มันไม่จบแค่นั้น...

หากจอมวายร้ายอย่างเขาจะปล่อยผ่าน เมื่อเธอหายตัวไป แมทธิวกลับตามจนเจอ!!...เขาให้จาคอปรับตัวเธอมาที่คฤหาสน์ดีแลน เพื่อตกลงกับเธอครั้งสุดท้าย...

            เมื่อแมทธิวบีบจนเธอไม่มีทางเดิน เธอก็ได้แต่หวังว่าคนในคฤหาสน์หลังนั้น จะยังพอมีความเมตตาหลงเหลืออยู่บ้าง ยังไงเสีย... แองเจลิน่าก็เป็นสายเลือดของ ดีแลน!! คนหนึ่ง...

            “จะเอาไงต่อ จะกลับบ้าน หรือจะหางานทำที่นี่?” เสียงของไทรีสปลุกความคิดล่องลอยของทิพยอาภากลับมาอยู่ที่เดิม

                “ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกไท ฉันจะกลับบ้าน”

                บ้านเกิดของแม่...บ้านที่เธอเหลือแค่ความทรงจำลางๆ เพราะก่อนที่เธอจะถูกส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ ทิพยอาภาเคยมีมารดาเป็นหลักชัย แต่ท่านเสียชีวิตไปจากโลกนี้เสียแล้วด้วยโรคร้าย คร่าชีวิตผู้มีพระคุณคนสุดท้ายของเธอ ทิพยอาภาจึงต้องเผชิญโลกเพียงลำพัง สามีคนใหม่ของมารดา บิดาเลี้ยงของเธอ...เขาไม่ต้องการรับผิดชอบลูกที่ไม่ได้เกิดจากเขา และตัวเองคงทนไม่ได้เช่นกัน คงอดไม่ได้ที่จะไปคอยแอบมองบุตรสาว เมื่อยังอาศัยอยู่ในประเทศเดียวกัน...ทางที่ดีเธอควรไปให้ไกลที่สุด แม้หัวใจจะแหลกยับ...ก็ต้องก้มหน้าทน...มันเป็นเวรกรรมของเธอ เวรกรรมนั่นต้องไม่ตกอยู่ที่แองเจลิน่าด้วย...

                “คิดดีแล้วใช่ไหม?” ไทรีสถามกลับเสียงหม่น ไม่ว่าจะทิพยอาภา หรือแมทธิว แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง

                “อืม...” หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ เธอทรุดนั่งด้วยความอ่อนแรง จากนี้ไปเธอคงเหมือนซากร่างกายที่ไร้หัวใจ

                หนุ่มหัวใจสีชมพูถอนใจเฮือก...ปล่อยให้เพื่อนสาวทอดอาลัยตายอยากตามลำพัง ไทรีสเดินไปนั่ง เขาเปิดคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เขาคลิ้กดูนั่นนี่ท่องเที่ยวในโลกโซเซียล...ไปเรื่อย...จนกระทั่งเห็นกรอบเล็กๆ ที่เป็นประกาศหาคนทำงาน...

                รับสมัครพี่เลี้ยงเด็ก!!

                มันไม่น่าสนใจเลย...หากมันเป็นการประกาศหาคนเลี้ยงเด็กธรรมดา

                ที่มันไม่ธรรมดาคือ...นามสกุล ดีแลน ต่างหากเล่า...

                กรอบโฆษณานั่น มาจากมาดามแพซี่...

                ไทรีสหยิบปากกาจดเบอร์โทรศัพท์ไว้ เขาครุ่นคิดบางอย่าง...เงียบๆ

                ชายหนุ่มลุกไปชะโงกหน้ามองทิพยอาภาซ้ำ หล่อนยังจมอยู่ในห้วงทุกข์ เมื่อจำใจพรากจากลูกสาวที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน

                “สมมุตินะทิพ หากแกได้มีโอกาสอยู่ใกล้ลูก โดยที่ไม่ให้คนอื่นรู้ รวมทั้งไอ้หมอนั่นด้วย แกจะลองทำมั้ย?”

                แผนการอันแยบยลผุดขึ้นในสมองอันปราดเปรื่องของไทรีส

                หญิงสาวหมุนตัวขวับ!! หันกลับมามองเพื่อนหนุ่มหัวใจสาว เธอรีบยกมือปาดน้ำตาบนผิวแก้ม และตอบกลับแบบไม่ต้องคิด

                “ทำสิ!! แต่...”

                หญิงสาวตอบกลับเสียงรัว แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อนึกถึงใครบางคน ที่มีอิทธิพลกับตนเอง เธอกลัวที่สุดคือแมทธิวจับได้...และหากเขารู้ความจริง เธอคงถูกเฉดหัวออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นแทบไม่ทัน

                ไทรีสอมยิ้ม...แค่นี้เขาก็รู้คำตอบแล้วล่ะ

                “มานี่สิ ฉันมีอะไรให้แกดู”

                ชายหนุ่มกวักมือเรียกทิพยอาภา เขาถอยหลังเดินกลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะนั่งหน้าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่เปิดค้างไว้

                หญิงสาวเดินซอยเท้าถี่ๆ กึ่งวิ่งกึ่งเดิน เธอหยุดยืนซ้อนหลังเพื่อน มองกรอบเล็กๆ ที่ไทรีสชี้ให้ดู

                น้ำตาทะลักออกมาอีกครั้ง... มือเล็กยกขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะอื่นไห้ แองเจลิน่าลูกของเธอ ไม่ได้ถูกส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์เหมือนที่กลัว...มีคนใจดีรับลูกของเธอไว้ บุคคลคนๆ นั้น คือมาดามแพซี่ ภรรยารองของบิดาของแมทธิว...ลูกของเธอได้อยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น...ในฐานะส่วนหนึ่งของ ดีแลน

                “ฉันไม่กล้าหรอกไท?” หญิงสาวส่ายใบหน้า ยกมือเช็ดน้ำตาป้อยๆ แม้มันจะเป็นทางเดียวที่ทำให้เธอได้อยู่ใกล้ชิดลูก

                “กว่าแกจะมาถึงตรงนี้แกผ่านความลำบากอะไรมาบ้างทิพ แกจะยอมง่ายๆ แบบนี้เหรอไง?”

                ความลำบากที่ทิพยอาภาผ่านพบมาตลอดชีวิต ไทรีสรับรู้เมื่อเพื่อนสาวเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือก ระหว่างเขากับทิพยอาภาจึงไม่เคยมีความลับต่อกัน ดังนั้น... การที่เพื่อนรักเจ็บปวด เขาเองย่อมรู้สึกไม่ต่างกัน...หากเขาจะทำให้ทิพยอาภาได้ใกล้ชิดลูก และหากสวรรค์มีตา...ทำให้หนุ่มสุดจองหองคนนั้นหันมามองผู้หญิงต้อยต่ำอย่างเพื่อนตัวเองได้บ้าง แม้โอกาสจะมีแค่1% ไทรีสก็อยากลอง...

                ในความคิดของคนที่ก่ำกึ่งทางเพศ ชายหนุ่มยังไม่รู้ความต้องการของตัวเองแน่ชัด เขารู้แค่ว่าเขาไม่พิศวาสผู้หญิง เมื่อร่างกายของพวกหล่อนไม่สามารถปลุกความกำหนัดในตัวของเขาได้ เรือนกายกำยำต่างหากที่ทำให้เขาพุ่งพล่าน แต่เขาก็รู้ดี ฤทธิ์ความรักเป็นเยี่ยงไร...หากตกลงไปในบ่วงนั่นแล้ว ชีวิตของตัวเองก็เหมือนเกาะเส้นด้ายห้อยต่องแต่งอยู่กลางเหวลึก!! หากโชคดีคู่ของตัวเองมีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกัน...ด้ายเส้นนั้นก็มั่นคงขึ้น และถูกดึงจนพ้นปากเหว แต่...หากคนที่ตัวเองปักใจรัก มีแค่คำลวง สักวันด้ายก็จะเปื่อยและขาด ตัวเองก็ตกลงสู่ก้นเหวที่ดำมืด จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ระทม

                มือเล็กๆ กำชายกระโปรงแน่น เรียวปากอิ่มเม้มจนเป็นเส้นตรง เธอหลุบเปลือกตาลง...และใคร่ครวญอย่างหนัก

                “อืม...ฉันจะทำ!!

                ทิพยอาภาลืมตาขึ้น...ดวงตาเธอลุกโชนไปด้วยแสงแห่งความหวัง

                หญิงสาวไม่ได้ต้องการกลับไปใกล้ชิดแมทธิว...สิ่งที่เธอต้องการคือการได้โอบอุ้ม นางฟ้า ตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ในฐานะ แม่ ก็ตาม

                “ดี!! ฉันจะเนรมิตให้แกเอง...”

                ไทรีสยิ้ม เขาหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมากดโทร. ออก

                ตืดดดดดดดดดดดดดดด...

                เสียงสัญญาณดังยาวนาน กว่าจะมีคนรับสาย...

                “สวัสดีค่ะ บ้านดีแลน ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรคะ?”

                ปลายสายกดรับและกรอกเสียงถามกลับมาแบบคนมืออาชีพ

                “สวัสดีฮ้า...” ชายหนุ่มดัดเสียงนิดหน่อย...จากเสียงห้าวๆ เป็นเสียงแหลมที่ออกจะดีดดิ้นเกินจริง “ฮั้นเห็นประกาศหาพี่เลี้ยงเด็ก...และฮั้นมีคนงานที่ต้องการทำงานนี้อยู่ ไม่ทราบว่าเราจะพอคุยกันได้ไหมฮ้า” เขายิงตรงเป้า แจ้งความต้องการแบบไม่รอช้า

                ปลายสายเงียบไปชั่วครู่...ก่อนจะมีเสียงนุ่ม ๆ ตอบกลับมา

                “ไม่ทราบว่าดิฉันคุยกับใครอยู่คะ แล้วคนที่ว่า...มีความชำนาญแค่ไหนที่จะดูแลเด็กเล็กๆ สักคน”

                มาดามแพชี่ขอคุยเอง เธอต้องการมืออาชีพสำหรับดูแลใกล้ชิด แองเจิ้ล

                “ของอย่างนี้ต้องพิสูจน์เองฮ่ะ คนของฮั้นฝึกมาดี สามารถเอาอยู่ตั้งแต่นาทีแรก ไม่ว่าเด็กจะดื้อหรือโยเยแค่ไหน?” ไทรีสฟุ้ง!! ทิพยอาภาเลี้ยงเด็กไม่เป็นหรอก เธอเองก็เพิ่งมีลูกคนแรก แต่สัญชาตญาณของแม่กับลูก จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

                “มีคนติดต่อมาหลายเจ้าค่ะ...แต่เราจะเลือกคนที่เหมาะที่สุด สำหรับ หลาน ดิฉัน”

                มาดามแพชี่ตอบแบบไว้ท่า ใครก็ตามที่ผ่านด่านนี้มาได้ ต้องดีจริงๆ เมื่อแต่ละคนที่ส่งใบสมัครมา นางไม่เชื่อว่า หล่อน จะอยากมาดูแลเด็ก พวกหล่อนคงใช้เป็นข้ออ้างที่จะแฝงกายเข้ามาอยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์ดีแลน เมื่อเป้าหมายที่คนส่วนใหญ่โฟกัส...คือ แมทธิว...ลูกเลี้ยงของนาง

                “ฮ้า...”

                “พรุ่งนี้10:00 นาฬิกาสะดวกไหมคะ?”

                ยิ่งเร็วยิ่งดี เมื่อนางเองก็ไม่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็ก อีกอย่าง...แองเจิ้ลเริ่มซึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนตอนแรกที่ได้พบ บ่อยครั้งที่เด็กน้อยนิ่งเงียบจนนางใจหาย

                “สะดวกฮ้า...แล้วเจอกัน”

                ไทรีสจบบทสนทนา เขาเงยหน้ามองเพื่อนรักที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ มีน้ำตาหยดเล็กๆ ไหลปริ่มเงียบๆ

                “เอาล่ะ มาแปลงโฉมกัน แกจะไปทั้งแบบนี้ไม่ได้หรอก”

                ชายหนุ่มกราดตามองทิพยอาภาทั้งตัว...การปลอมตัวเพื่อพรางตาแมทธิว จะทำให้หญิงสาวมีโอกาสได้อยู่กับลูกนานขึ้นอีกนิด

                “ผมแกยาวไปทิพ แต่หากตัดก็เสียดายแย่!!” ไทรีสยกมือเกาคาง...เขาเปรยเมื่อสะดุดตากับผมดำยาวของเพื่อน

                ทิพยอาภายกมือจับปอยผม เธอทำหน้าแหย เพราะผมเป็นอีกอย่างที่เธอรัก

                “วิก!! ฉันมีวิกเยอะ แกต้องทนหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มดีดนิ้ว เขาลุกไปรื้อค้นตู้ข้างตัว ก้นตู้มีวิกผมหลายแบบ ที่ทิพยอาภาเห็นยังต้องอ้าปากค้าง

                “มันก็มีบ้าง...ลุคแบบนี้ฉันจะจิกผู้ชายที่ไหนมากินล่ะยะ” หนุ่มหล่อหัวใจสีชมพูไหวไหล่ หล่อลำกล้ามใหญ่แบบตนเอง คงไม่มีผู้ชายคนไหนเสี่ยงลอง เขาเลยต้องปลอมตัวออกไปหาเหยื่อยามราตรี เป็น One night stand มีความสุขแบบวินๆ เช้ามาก็แยกย้ายไม่ผูกพัน

                รอยยิ้มเล็ก ๆ แต้มมุมปาก...เป็นครั้งแรกหลังจากปีกหักออกมาจากคฤหาสน์ดีแลน ที่ทิพยอาภาพอจะยิ้มออกมาได้

                “เสื้อผ้า หน้า ผมเปลี่ยนใหม่หมด...แกจะเข้าไปแบบอึ๋ม ๆ งี้ไม่ได้”

                 ไทรีสไม่ได้พูดเกินจริง ถึงทิพยอาภาจะโทรมเพราะวุ่นวายกับการเลี้ยงบุตร แต่เมื่อมองรวมๆ แล้ว ผู้หญิงหลังคลอดมีน้ำมีนวล โดยเฉพาะเนินอก

                กระบวนการแปลงโฉมกว่าจะลงตัวและเป็นที่พอใจของชายหนุ่มได้

                ทิพยอาภาต้องเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก...กว่า2 ชั่วโมง ไทรีสจึงยอมหยุด

                หญิงสาวมองตัวเองผ่านกระจกเงา วิกผมสั้นกระเซอะกระเซิงกับแว่นตาหนาเตอะบนใบหน้า เสื้อผ้าหลวมๆ กระดุมเสื้อติดทุกเม็ดถึงลำคอ กระโปรงยาวกรอมเท้ากับรองเท้าคัดชูสีดำ

                “แบบนี้...ใครมองแกแล้วไม่ Sex เสื่อม ฉันให้เตะ”

                สภาพนางฟ้า เปลี่ยนไปเป็นคนธรรมดา...ชายหนุ่มเปรยยิ้มๆ เขาส่ายหน้าแรงๆ เมื่อมองเพื่อนทั้งซ้าย ทั้งขวา เขามั่นใจ ไม่มีใครจำทิพยอาภาได้...แม้แต่ แมทธิว!!

                “เอาล่ะ แบบนี้แกพร้อมแล้วที่จะเข้าไปที่นั่นแล้ว”

                หลังจากมองจนแน่ใจ...ทิพยอาภาสามารถผ่านด่านได้แน่ จากนี้ไปคือลิขิตสวรรค์แล้วล่ะ หากได้งานนี้ เพื่อนของเขาก็สามารถอยู่ใกล้ ลูก ได้นานอีกหน่อย...


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha