เทพบุตรจอมวายร้าย

โดย: วรดร/กัญนิชา



ตอนที่ 8 : บทที่8.ขาไปเหมือนไก่ตีปีก ขากลับเหมือนไก่โดนน็อค...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

น้ำหอมยี่ห้อดังถูกปะพรมบนร่างกายกำยำหลังอาบน้ำจนชุ่มปอด แมทธิวก้มมองอวัยวะสำคัญที่ฟื้นคืนชีพด้วยสายตาเป็นประกาย...วันนี้เป็นวันดี...วันที่ ลูกชาย ของเขามีชีวิต มันกระดุกกระดิกได้ แถมยังแผลงฤทธิ์เสียจนอารมณ์ฉุนเฉียวที่เคยมีกระเด็นหายไปจนหมด วันนี้จะเป็นวันที่เขาออกไปเริงร่าในรอบ1 ปี หลังจากเก็บตัวเงียบมาแสนนาน เพราะอาวุธประจำกายไม่สู้คน...

                “ฮ่าๆ !!

                แมทธิวเงยหน้าหัวเราะ เขาหมุนตัวเป็นวงกลมประหนึ่งนักบัลเล่ต์ที่กำลังหมุนตัวด้วยท่า Fouette แบบเร็วๆ เป็นการฉลองชัยให้ตัวเอง เขาจะกลับไปผงาดในวงการอีกครั้งเมื่อแมทธิวมั่นใจ เขาไม่ได้เป็นโรค กามตายด้าน เมื่อวันนี้เขาสามารถ ฟาด ทิพยอาภาจนหล่อนครางหงุงหงิง

                จาคอปเดินเข้ามารอคำสั่ง เพราะเจ้านายหนุ่มโทรศัพท์ตามตัวแบบเร่งด่วน ในเวลากลางคืน ซึ่งแมทธิวไม่เคยเรียกใช้เขาแบบนี้มาเป็นปีๆ

                “เอารถออกให้หน่อยว่ะ วันนี้จะออกไปแรด”

                แมทธิวเปรยยิ้มๆ เขาฉวยกางเกงสีขรึมขึ้นมาสวมทับกางเกงชั้นในสีขาวสะอาด ตามด้วยเสื้อยืดพอดีตัว กับสูทผ่าหน้าแบบไม่มีกระดุม...ผิวปากเบาๆ อารมณ์ดีเหมือนวัวหนุ่มที่กำลังรอการผสมพันธุ์

                ชายหนุ่มอารมณ์ดีขนาดเดินออกจากห้องนอนทางปีกขวาของดีแลน มุ่งหน้าปีกซ้ายของตึก เพื่อหยอกใครบางคนก่อนออกจากบ้าน

                จาคอปเดินตามแบบไม่ใคร่แน่ใจ เขามองข้างทาง มองรอบๆ ตัว มันแปลกใจเสียจน อดสงสัยไม่ได้ว่า...ช่วงที่เขาไม่ได้ตามติดแมทธิว เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านาย...ถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคน จากผู้ชายหน้าดำคล้ำ เปลี่ยนเป็นหน้าระรื่น อารมณ์ดีขนาดเดินฮัมเพลง

                ปึก!!

                ทิพยอาภาผวา เธอมองประตูห้องที่เปิดอ้าตาค้าง...

                กลิ่นน้ำหอมโชยฟุ้งเขามาจนเกือบเผลอตัวจาม...เหมือนกับบุคคลที่มาใหม่เดินไปตกบ่อน้ำหอมมาเลย

                “เด็กนั่น...เป็นไงบ้าง?”

                แมทธิวถามเหมือนไม่ต้องการคำตอบ เมื่อแองเจลิน่าอยู่ในอ้อมแขนของทิพยอาภา เด็กนั่น...ที่เขาพูดถึงจะทำอะไรได้ เมื่อแองเจลิน่ายังเดินไม่ได้ ที่เด็กน้อยทำคือพลิกตัวไปมา กับการกินและนอน

                “เออ...” หญิงสาวตอบไม่ถูก เธอเสก้มหน้า หลบสายตากรุ่มกริ่มของเขา

                แปลก?

                จาคอปเลิกหัวคิ้วขึ้นสูง...ผีเข้าเจ้านายหรืออย่างไร ทำไมวันนี้ถึงดูระรื่นผิดตา แถมยังทำท่าเจ้าชู้ใส่พี่เลี้ยงเด็กที่เคยถูกแมทธิวแค่นว่า...หล่อนเป็นวัตถุที่ทำให้ Sex เสื่อม หากเผลอตัวมองหล่อนนานๆ

                “ไง...ดื้อเปล่าเรา?” ชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้าไปถามแองเจลิน่าใกล้ๆ ปลายจมูกเฉียดแก้มใสของทิพยอาภาแบบเฉียดฉิว

                หญิงสาวผงะ เกือบหงายหลัง เธอช้อนสายตาขุ่นๆ มองลอดแว่นตากรอบโต พร้อมกับหมุบหมิบบ่น “บ้า!!

                “อย่าดื้อล่ะ ฉันจะไปเที่ยว เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก...” แมทธิวยืดตัวยืนตรงๆ เขากล่าวลอยๆ

                ทิพยอาภาไม่ได้ตอบโต้ เธอก้มหน้าลง พรางกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น หัวใจเจ็บแปลบ เหมือนมีใครเอาเข็มแหลมๆ มาทิ่มแทง แมทธิวมาเพื่อเย้ย...เมื่อสิ่งที่เขาทำ มันหมายถึงเขาต้องการให้เธอรู้ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน เธอไม่เคยมีค่าในสายตาเขา...เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์กลัดมันแค่นั้นเอง...

                แต่ก่อนที่แมทธิวจะออกจากห้องนอนบุตรสาว...

                เขาโน้มตัวเร็วๆ กดจมูกที่แก้มยุ้ยของแองเจลิน่า ก่อนจะไถลปลายจมูก กดลงบนเนินอกอิ่มของทิพยอาภาแรงๆ ท่ามกลางความตกใจของหญิงสาว กับความเคลือบแคลงของจาคอป...

                “ฟิ้ว!!” เสียงผิวปากดังๆ ก่อนที่แมทธิวจะเดินลอยชายจากไป เขาสอดมือล้วงเป้ากางเกงลูบคลำอาวุธประจำกาย...มันคึกคักและพร้อมรบ.... “ฮ่าๆ !!” เสียงหัวเราะเหมือนคนบ้า ยิ่งทำให้จาคอปปวดหัวหนัก ตกลงเจ้านายของเขา เมา หรือ เพี้ยน!!

                ทิพยอาภาตะปบเนินอก ตรงตำแหน่งหัวใจตนเอง เธอยิ้มแหยๆ ให้บุตรสาวที่ส่งเสียงอ้อแอ้...เมื่อหัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากขั้ว...หญิงสาวตามอารมณ์แมทธิวไม่ทัน ไม่รู้ว่าเวลานี้ชายหนุ่มคิดอะไรอยู่

 

บรรยากาศแสนคุ้นเคย มีเสียงเพลงดังคลอเบาๆ กับความสลัวๆ ของแสงไฟ กลุ่มสาวสวยเดินโฉบไปโฉบมา ยั่วยวนชวนน้ำลายสอ แมทธิวกระตุกยิ้มมุมปาก เขาเดินทอดน่องเข้าไปด้านในเอื่อยๆ กวาดตามองหาที่นั่งประจำ และมันก็ว่างอยู่พอดี แค่กระดิกนิ้ว...บริกรหน้าหล่อก็วิ่งถลามาค้อมตัวรอคำสั่ง

                ชายหนุ่มขอเครื่องดื่มดีกรีอ่อนๆ เมื่อเขาต้องการดื่มด่ำกับบรรยากาศเก่าๆ ที่ร้างราไปแสนนาน สายตาคมดุกราดมองไปรอบบริเวณ เขากำลังมองหา เหยื่อ คืนนี้แมทธิวจะทวงคืนตำแหน่งคาสโนว่าคืน...เมื่อสิ่งที่เขาเคยกลัว...มันถูกขจัดไปหมดแล้ว เขากลับมาปึ๋งปั๋งเหมือนเดิม...ไม่ต้องกลัวว่าจะล่มไม่เป็นท่าหากจะหลับนอนกับผู้หญิงสักคน...

                30 นาทีต่อมา...

                แมทธิวก็ได้ เหยื่อ สมใจ สาวสวยหน้าตาคมขำ ผมยาวสีดำพลิ้วไหวไปมาตอนที่หล่อนขยับตัว ชายหนุ่มมองหล่อนตาเชื่อม มันเป็นสัญญาณที่หล่อนน่าจะพอรู้ ผีเสื้อปีกบางแสนสวยจึงบินร่อน ถลาลงมาบนหน้าตักเขา พร้อมกับการออดอ้อนแบบรู้ใจ...แมทธิวกระแทกปาก...บดจูบกับหล่อนด้วยความเริงร่า...

                ฮึมๆ ชายหนุ่มคำรามในใจ เขากำลังสาละวนกับการแลกลิ้นกับสาวสวยที่ฉกมาได้ ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันถามชื่อแซ่!!

                ปากหล่อนหยาบไปนิด...หากเทียบกับปากนุ่มนิ่มของทิพยอาภา...รสจูบที่น่าจะหวานซ่าน เมื่อคู่เสน่หาดูจะเจนโลกไม่น้อย กร่อยลงไปถนัดใจ

                ฮืมมมม...กลิ่นตัวหล่อนเหม็นเอียนๆ จนแมทธิวนึกอยากผลักหล่อนลงจากตัก โนมเนื้อของหล่อนที่เขาสัมผัส ดูเหลวเผละผละจนไม่อยากขยำขยี้

                โว้ย!! ไม่ไหวแล้ว?

                ชายหนุ่มดันผู้หญิงแปลกหน้าในอ้อมกอดออกห่างตัวสุดแรง!! เขาสูดลมหายใจลึกๆ ความกำหนัดที่เคยมีก่อนหน้านี้...เหี่ยวหด นึกอยากเลิกภารกิจสะท้านอารมณ์นี่เสียเหลือเกิน

                “เราไปต่อกันไหมคะ?”

                หล่อนยังมีหน้ามาถาม แมทธิวอยากจะตะโกนใส่หน้า...เขาเกือบจะอาเจียนเพราะกลิ่นตัวหล่อนนี่แหละ

                ชายหนุ่มเสหยิบแก้วเหล้าขึ้นมากระดก เขากลืนแอลกอฮอลล์แรงๆ ลงไปในลำคอ เพื่อลดความหงุดหงิดที่กำลังผุดขึ้นมาทีละนิด

                “จาคอป!!” การปฏิเสธแบบไม่ต้องออกปาก คือการให้จาคอปกำจัดผู้หญิงตรงหน้าออกไป ก่อนที่เขาจะคลั่ง

                หญิงสาวนางนั้นถูกกันออกไป หล่อนงงงวยอยู่ชั่วครู่ ตอนที่หล่อนยอมถอย หล่อนก็ยังไม่วายแควะ!! ให้แมทธิวแสบๆ คันๆ หัวใจเล่นๆ

                “ไม่คิดว่าเสือหิวอย่างคุณแมทธิว จะยอมถอยง่ายๆ ทั้งที่เหยื่ออยู่ตรงหน้า มีปัญหาสุขภาพเหมือนที่เขาลือกันเหรอคะ?”

                หล่อนยิ้มเยาะให้แมทธิวขุ่นใจเล่นๆ ใช่!! เขามีปัญหากับร่างกายตัวเองมันไม่สนองตอบความต้องการ และกลิ่นของพวกหล่อนคือปัญหาใหญ่...ไอ้ความคึกคักก่อนออกจากบ้านหายวับไปในอากาศ เหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น...แมทธิวก้มมองเป้ากางเกงตัวเอง ไอ้ที่เคยชูคอแข็งขึง...มันเหี่ยวหดไม่ต่างอะไรกับ...มะเขือเผา...

                หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ซดเหล้าเหมือนอดอยากมาจากไหน เขาดื่มอักๆ เพื่อประชดตัวเอง ประชดคนทั้งโลก...กับปัญหาใหญ่ที่หาทางแก้ไม่ตก...

2ชั่วโมงต่อมา...

                จาคอปหิ้วปีกเจ้านายหนุ่มกลับมาที่รถยนต์ เมื่อเห็นท่าทางเจ้านายคงไม่ไหว...สาวๆ ปลายตามองพร้อมกับหันไปซุบซิบกัน...การ์ดหนุ่มโครงศีรษะ!! พรุ่งนี้เช้า คงมีข่าวก็อตซิปที่เกี่ยวกับเจ้านายขึ้นปกหน้าของสื่อสิ่งพิมพ์แน่ๆ

                “จาคอป...กูจะทำไงกับตัวเองดีวะ...กูอยาก...แต่กูไม่มีอารมณ์!!

                เสียโวยลั่นของแมทธิว เขาพร่ำพูดด้วยเสียงอ้อแอ้ ปัญหาหนักอกที่ไม่มีทางออก

                การ์ดหนุ่มยิ้มกร่อยๆ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักรักตัวฉกาจอย่างเจ้านาย ไม่รู้ว่าอะไรทำให้แมทธิวกลายเป็นแบบนี้ จาคอปจึงได้แต่ฟังและคอยเก็บข้อมูล

                แมทธิวยังคงโวย...เขาขวางหูขวางตา และยิ่งสติไม่เต็มร้อย ถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็เผยความจริงให้การ์ดหนุ่มรับรู้ จา-   คอปอมยิ้ม...จากประสบการณ์ที่ผ่านมา...งานนี้เจ้านายคงหลงใหลทิพยอาภาไม่น้อย เขาถึงไม่สามารถร่วมอภิรมย์กับหญิงอื่นได้ เมื่อจิตใต้สำนึกคอยต่อต้าน...

                “ยัยบ้า!! เพราะยัยนั่นคนเดียวกูเลยทำอะไรคนอื่นไม่ได้...ผู้หญิงบ้าอะไรว่ะ...”

                เสียงโวยนั่นยังดังต่อเนื่อง...ระหว่างเดินทางกลับคฤหาสน์ดีแลน แมทธิวเผยความลับคับใจให้จาคอปรู้ไม่น้อย...รวมถึงเรื่อง อริส พี่เลี้ยงของบุตรสาวเขาด้วย

                “หึ!! ปลอมตัวมา...คิดว่าฉันไม่รู้ โธ่!! กลิ่นมันฟ้อง จำไม่ได้กูคงเป็นควาย!!

                จาคอปตะแคงหูฟังและคิดตาม... “อริส!! ไอ้เวรไทรีสคงตั้งให้...เป็นอริสในแดนมหัศจรรย์งายยยย...”

                การ์ดหนุ่มถึงบางอ้อ...เมื่อเจ้านายค่อย ๆ คายความลับออกมาเรื่อยๆ ที่เขาแปลกใจคือ...แมทธิวควานหาตัวทิพยอาภาเพื่อตกลงกับหล่อน...และขจัดหล่อนออกไปจากวงจรชีวิต...แล้วทำไมไม่อัปเปหิหล่อนออกไปจากดีแลน...เมื่อรู้ว่าหล่อนอยู่ไหน...เท่าที่เห็นดูเจ้านายจะ หวง หล่อนไม่น้อย...แบบนี้ คงไม่ใช่แค่ ทางผ่าน เผลอทิพยอาภาจะมาวิน...หล่อนอาจจะคว้าเอาตำแหน่งมาดามดีแลนไปครอง...ซะมั้ง!!

                “ไม่ต้องตาม...” แมทธิวปัดมือการ์ดหนุ่มคู่ใจ เขาเดินเอียงซ้ายเอียงขวา แต่ไม่ได้บ่ายหน้าไปทางพื้นที่ ที่ตัวเองครอบครอง...

                จาคอปเห็นท่าไม่ดี เขาเดินตามมาห่างๆ การ์ดหนุ่มส่ายใบหน้า เมื่อพอจะเดาใจเจ้านายออก เมื่อทิศทางที่เจ้านายหนุ่มมุ่งหน้าไป...คือปีกซ้ายของคฤหาสน์ดีแลน!!

                “เปิดๆ !!” แมทธิวทุบประตูห้องนอนแองเจลิน่าเสียงดังโครมๆ

                แต่คนที่ผลักประตูให้เปิดออกมา กลับไม่ใช่คนที่เขาอยากเจอ...

                สวีตตี้ทำหน้างุนงง...เจ้าหล่อนช้อนสายตามองเจ้านายหนุ่มแบบหวาดๆ

                “อริสไปไหน?!!” แม้สติไม่เต็มร้อยดี แมทธิวก็รู้ เขาควรพูดอะไร หรือไม่ควรพูดอะไร

                “คะ คุณท่านให้พาคุณหนูไปนอนที่ห้องค่ะ” สาวใช้ตัวอวบรีบตอบ หล่อนค้อมตัวลงหลบสายตาดุดันของเจ้านายหนุ่ม

                “หึ!!” แมทธิวกระแทกเสียงในคอ เขาเดินลิ่วๆ ไปทางห้องนอนของมาดามแพชี่ แต่จาคอปเข้าไปขวางไว้ก่อน

                “อย่าดีกว่าครับเจ้านาย เดี๋ยวจะไปกันใหญ่”

                ชายหนุ่มรีบเตือน...ไม่อย่างนั้นอะไรๆ คงเปิดเผยในคืนนี้

                “ฉันจะไปหา...เออ...เด็กนั่น!!

                แมทธิวกล่าวแก้เก้อ...

                “เช้าดีกว่าครับ คุณหนูคงหลับแล้ว” จาคอปรับลูก เขาทำเป็นไม่เข้าใจความต้องการของเจ้านายหนุ่ม

                คนเมาที่กำลังรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ เมื่อความกระสันล้นอก แต่ไม่สามารถปลดปล่อยได้อย่างที่ต้องการ จากคนที่ควบคุมตัวเองอย่างดี มาดดีไม่เคยหลุด วันนี้แมทธิวทั้งรั่ว และฉุนเฉียวไม่ต่างอะไรกับนักเลงข้างถนน ใบหน้าดำคล้ำยุ่งเหยิง...

                สายตามุงมั่นมองตรงไปยังทิศทางที่ทิพยอาภาน่าจะซุกตัวอยู่

                เอาเถอะ!! เขาจะปล่อยให้หล่อน...อยู่รอดปลอดภัยไปอีกวัน

                พญาอินทรีสุดผยองจึงเดินตุปัดตุเป๋กลับห้องนอน ไม่ต่างอะไรกับไก่โดนน็อค!!

                และไม่สามารถข่มตาหลับได้ทั้งคืน...

 

เช้าวันรุ่งขึ้น...

                คนที่ไม่รู้ชะตาตัวเองว่าเวลานี้ตนเองเหมือนยืนอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงอยู่ปากเหวลึก!! นั่งฟังเพื่อนร่วมงานฝอยให้ฟังด้วยหัวใจที่เต็นตุ๊บๆ

                “อริส!! เมื่อคืนนี้นะ ฉันกำลังนอนเพลินๆ คุณแมทธิวมาเคาะประตูเรียกปังๆ ฉันนี้... หัวใจจะหยุดเต้น!!

                คนเล่ายกมือทาบอก กลอกตาไปมา มองเหมือนลูกแก้วกลิ้งอยู่ในขวดโหล

                “กลิ่นเหล้าหึ่ง!! สงสัยจะเมาจัด...โธ่ๆ คงคิดถึงคุณหนู ถึงได้มาหาเสียกลางดึก...อย่างว่าล่ะนะ เลือดยังไงก็ตัดไม่ขาด มันผูกพันกันตามสัญชาตญาณ” หล่อนเล่าเหมือนรู้ใจเจ้านายหนุ่มเสียเต็มประดา

                “พอบอกว่าคุณหนูไม่อยู่ เดินคอห้อยกลับไปเลย”

                สวีตตี้เล่าแบบออกรส หล่อนจีบปากพูด ผสมกับการหัวเราะคิกคัก

                ทิพยอาภาผ่อนลมหายใจแผ่วๆ มันช่างเป็นความโชคดีของเธอ ที่มาดามแพชี่นึกอยากนอนกับหลานสาว เมื่อคืนเธอจึงได้นอนเฝ้าบุตรสาวอยู่ที่ข้างเตียง เลยไม่ต้องผจญกับคนเรื่องมากอย่างแมทธิว

                “ฉันไปทำข้าวบดให้คุณหนูก่อนนะ เดี๋ยวเธอตื่นมาจะได้กิน”

                “เออ...อริส ฉันถามหน่อยสิ?” คนพูดมากเก็บความลับไม่อยู่ รีบกระซิบถาม

                “อะไรเหรอ?” ทิพยอาภายิ้มอ่อน เธอหยุดฟังคำถามจากเพื่อนร่วมงานโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง...

                “เธอใส่วิกทำไมเหรอ?”

                สวีตตี้ถามแบบไม่รู้อะไร หล่อนเห็นทิพยอาภาถูกแมทธิวกระ-   ชากลากถูกจนวิกผมหลุด แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบโต้ของคนทั้งคู่ เนื่องจากตรงที่ซ่อนตัวอยู่ห่างเกินไป

                หญิงสาวหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกซิกๆ

                “เออ...”

                “ฉันว่าผมสีดำสวยกว่าผมทรงนี้อีก เธอผมยาวน่าจะดูดีกว่านะ” สาวใช้ตัวอวบยังพูดต่อ...

                “อย่าบอกใครนะเรื่องผมของเรานะสวี้ตตี้นะๆ เราไม่อยากให้ไวโอเล็ตเขม่นหน้า เราอยากทำงานมากกว่า” ข้ออ้างที่ดีที่สุดสำหรับทิพยอาภาเท่าที่นึกออก...คือหากเป็นคนหน้าตาดี อาจจะไม่เป็นที่พอใจ เมื่อเธอจะถูกเขม่นจากเพื่อนร่วมงาน

                “ทำไมต้องสนยัยนั่นด้วย หล่อนไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้เรานะ” สาวอวบตอบเสียงแข็ง

                “ฮือ...เรารู้ แต่เราไม่อยากมีปัญหา...เราอยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากเดือดร้อนจนถูกไล่กลับ เรามีภาระทางบ้านหลายทาง”

                ทิพยอาภาอธิบายอย่างใจเย็น...เธอใช้ข้ออ้างเรื่องภาระใช้จ่าย ซึ่งคนขายแรงกายเหมือนกันน่าจะเข้าใจ

                สวี้ตตี้พยักใบหน้าหงึกหงักเห็นด้วย...เพื่อนร่วมงานของหล่อนเดินทางมาไกลเพื่อทำงานหาเงิน การที่หล่อนพยายามซ่อนรูปร่างสะดุดตาเพราะไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ร่วมถึงนายจ้างด้วย

                “แล้วคุณแมทเขาทำอะไรเธอ เธอไปทำอะไรให้คุณเขาไม่พอใจเหรอ?” ปมที่หนึ่งคลี่คลายไปในทางที่ดี และสวีตตี้ยอมรับ ปมที่สองตามมาติด ๆ และทิพยอาภาแทบจะหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ

                เธอหยุดคิด...ก่อนจะตอบ...แต่...

                “อริส!!” เสียงเรียกดังๆ

                กับบุคคลในหัวข้อสนทนา เขายังอยู่ในอาการของคนเมา ดวงตาคมดุคู่นั่นแดงก่ำ

                “อุ้ย!!” สวีตตี้อุทาน เธอรีบเสหลบตาเจ้านายหนุ่ม

                “คะ...” หญิงสาวขานรับเสียงอ่อยๆ เธอถอนใจแรงๆ พร้อมกับรีบหลบสายตา เมื่อแววตาของแมทธิวฉายแววบางอย่างที่น่าชวนขนหัวลุก...

                “มานี่ซิ...ตามฉันมาหน่อย...”

                ชายหนุ่มแหกตาตื่น ทั้งที่ยังหลับได้ไม่ถึง3 ชั่วโมง อาการมึนๆ ยังค้างอยู่ในสมอง แมทธิวรู้แค่ว่า เขาอยากพิสูจน์บางอย่าง...

                “คือว่า...” หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ทำท่าเหมือนจะแย้ง

                “ทำไม!!” เสียงกร้าวตวาดแบบไม่พอใจ

                ทิพยอาภากลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ “ไม่ทำไมหรอกค่ะ หากคุณผู้ชายต้องการสาวใช้ ด้านนอกนั่นมีหลายคน ดิฉันมีหน้าที่ดูแลคุณหนู หากไปกับคุณจะเป็นการทำงานผิดประเภทค่ะ” เธอพยายามอธิบายให้   แมทธิวเข้าใจ เขาจะมาเรียกใช้เธอแบบนี้ไม่ได้ คนอื่นๆ จะพลอยสงสัยไปด้วย

                สวีตตี้ตาเหลือก สาวอวบช้อนสายตามองเพื่อนร่วมงานแบบเหลือเชื่อ

                “ฉันจะใช้เธอ มีปัญหารึ?” แมทธิวยืดตัวพยายามยืนตรงๆ เขาถามกลับเหมือนตั้งใจยวน

                “ไม่ค่ะ ไม่เลย คุณผู้ชายอยากใช้เราทำอะไรคะ?” คนตอบไม่ใช่ทิพยอาภา เพราะสวีตตี้กลัวเรื่องบานปลาย หล่อนเลยรีบตอบเสียเอง

                “ฉันจะอาบน้ำ ให้ใครเตรียมน้ำให้หน่อย”

                สาวใช้ตัวอวบกระพริบเปลือกตาปริบๆ ระยะทางจากปีกขวาของตึก มาปีกซ้าย ไม่ใช่ใกล้ๆ เจ้านายหนุ่มลงทุนเดินมาไกลเพื่อมาหาสาวใช้ไปทำเรื่องแค่เนี้ยนะ...มันเป็นไปได้ยังไง เมื่อสาวใช้ต้นห้อง รวมทั้งตาลุง   ชิเอลพ่อบ้าน ที่ทำงานเหมือนดั่งทาสผู้ซื่อสัตย์ของดีแลน พวกเขาเหล่านั้นหายไปไหนกันหมด ทำไมปล่อยให้เจ้านายหนุ่มออกมาควานหาตัวสาวใช้ไปทำงานที่มีแต่คนเต็มใจจะทำให้...

                “ค่ะ...เดี๋ยวสวีตตี้ตามคนให้นะคะ...คุณผู้ชายกลับไปรอที่ห้องเถอะค่ะ”

                “ไม่...ฉันจะให้ยัยนี่ทำให้ คนอื่นไม่ต้อง...”

                ชายหนุ่มตอบกลับเสียงขุ่น เขายกมือกอดอก ปลายตามองเหมือนกำลังตั้งใจหาเรื่อง

                “มีอะไรกันเหรอจ้ะ?” ตัวช่วยชั้นดี ที่น่าจะเป็นคนเดียวที่พอจะช่วยทิพยอาภาได้

                มาดามแพชี่เดินแทรกเข้ามาในห้อง นางมองลูกเลี้ยง สลับกับมองสาวใช้ของตนเอง

                “เออ...” สาวอวบพูดตะกุกตะกัก เจ้าหล่อนไม่มีความกล้าพอที่จะเพ็จทูน

                “คุณผู้ชายมาหาสาวใช้ไปผสมน้ำให้อาบน่ะค่ะ” ทิพยอาภาเลยชิงตอบแทน

                มาดามแพชี่ขมวดคิ้ว หน้าที่นั้น เท่าที่นางรู้ พ่อบ้านวัยดึก นามชิเอลเป็นคนทำให้แมทธิว เมื่อชายหนุ่มไม่ชอบให้สาวใช้เข้าไปยุ่มย่าม ช่วงที่เขาต้องการชำระร่างกาย

                “หืม...เหรอจ้ะ”

                หนุ่มหล่อสุดเซ็ง กำลังจะหาเรื่องฉกทิพยอาภาไปเพื่อพิสูจน์ร่างกายตนเองซ้ำ...เขาคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับหล่อน การที่มังกรผยองของเขา สลดลง...กลายเป็นแค่มะเขือเผา...

                “โทษที...ฉันอาจจะมาไกลไปหน่อย...ช่วยตามชิเอลให้ทีสิ...”

                ชายหนุ่มรีบฉากหนี เมื่อแววตาสนเท่ห์ของมาดามแพชี่มองตรงมาที่เขา

                “เขามาบ่อยไหม?” มาดามเปรยลอยๆ นางเริ่มสับสนกับพฤติกรรมของลูกเลี้ยง

                “สอง สามครั้งแล้วค่ะ” สวีตตี้ชิงตอบ และทิพยอาภาห้ามไม่ทัน

                “หืม...” มาดามครางรับ เธอเดินตรงไปหาหลานรักที่ดูเหมือนว่าจะตื่นนอนแล้ว

                “ไงจ้ะ...ย่าไม่ได้คิดไปเองนะ...ย่าคิดว่าอีกไม่นานพ่อของหนู คงยอมรับหนูมากขึ้น” นางคิดว่าการที่แมทธิวโฉบมาห้องนอนของแองเจลิน่าบ่อยๆ เพราะชายหนุ่มเริ่มรู้สึกผูกพันกับเด็กน้อยทีละนิด

                ทิพยอาภาถอนใจ...เธอเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ “เอ...เหมือนฟันจะขึ้นนะ มีตุ่มนูนๆ ตรงนี้” คุณย่ามือใหม่ยิ้มกว้าง เธอมองตูมนูนๆ บนเหงือกของหลานสาวด้วยสายตาเป็นประกาย

                “จริงด้วยค่ะคุณผู้หญิง”

                สวีตตี้รีบวิ่งมาชะเง้อมอง หล่อนรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย

                “โตขึ้นอีกวันแล้วนะหลานรัก...อีกไม่นานก็คงพูดได้ เดินได้”

                มาดามแพชี่เปรย ในอนาคต เด็กน้อยคนนี้จะมีอิทธิพลในดีแลน เมื่อเขาเป็นทายาทหนึ่งเดียว ถึงไม่มีใครยอมรับ แต่ก็ยังไม่มีใครปฏิเสธ แม้แต่มาดามจูเลีย ที่เป็นทวด ยังไม่มีคำสั่งใดใดหลุดออกมาจากปากนาง นั่นย่อมหมายความว่านาง เห็น บางสิ่งบางอย่างบนตัวแองเจลิน่าแล้ว

               

                อ่างน้ำวนขนาดใหญ่มีฟองสีขาวละเลียดลอยฟูฟ่อง กลางอ่างน้ำนั่นมีผู้ชายรูปร่างงามประหนึ่งเทพบุตรนอนอิงศีรษะกับขอบอ่าง เขาหลุบเปลือกตาลงเมื่อกระแสน้ำอุ่นช่วยทำให้เขาผ่อนคลายความตึงเครียด แมทธิวควานมือบนชั้นวางของ เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องบางเฉียบขึ้นมากดรับโดยที่ยังไม่ลืมตา

                “แมทคะ คุณเป็นไงบ้าง?” เอ็มม่านั่นเองที่เป็นคนโทร. มาหา   แมทธิว

                “หืม...อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นล่ะ” เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามกลับไปแทน

                สาวโสภาเซเลปชื่อดังเบ้ปาก...แมทธิวเป็นบุคคลที่ใครๆ ก็จับตามอง แค่เขาขยับตัว ไม่ว่าจะเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่...ก็มักจะเป็นข่าวดังเสมอ ดังนั้น... หากเธออยากรู้ความเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม เธอสามารถหาได้ในอินเตอร์เน็ต และภาพหลุดของแมทธิวก็เด้งขึ้นมาเต็มหน้าฟีดข่าว...มีคนอับโหลดรูปของเขาไว้ พร้อมกับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

                “เปล่าคะ เอ็มม่าเห็นคุณเงียบๆ ช่วงนี้ เลยคิดเอาเองน่ะค่ะว่าคุณน่าจะมีปัญหา”

                หญิงสาวแสร้งตอบ...กลั้นใจฟังคำตอบจากอีกฝ่าย

                แมทธิกระตุกยิ้มมุมปาก ใช่!! เขากำลังมีปัญหา...ปัญหาใหญ่เกี่ยวกับความต้องการที่อัดแน่นเต็มอก...แต่ไม่สามารถจัดการกับมันได้...

                “ไม่เลยเอ็มม่า ผมสบายดี” ชายหนุ่มเลือกที่จะตอบไม่ตรงความจริง เอ็มม่ายังไม่สำคัญพอที่เขาจะเปิดเผยความคิดในใจ

                “ค่ะ มีอะไรไม่สบายใจ บอกเอ็มม่าก็ได้นะคะ ยังไงเราก็สนิทกันเกินเพื่อน” หล่อนลองแย็บซ้ำ

                “อือ...” เป็นคำตอบที่แสนห้วนสั้น แต่หล่อนฉลาดพอที่จะไม่ถามเพิ่ม เพราะแมทธิวเป็นคนทะนง หากเขาคิดจะปิด เธอไม่มีวันง้างปากเขาได้หรอก ต้องให้เขาเป็นฝ่ายเปิดปากเอง

                “อย่าลืมนะแมท เอ็มม่าอยู่ข้างคุณ” หล่อนหยอดซ้ำ...

                ชายหนุ่มปรือเปลือกตาขึ้น เขาถอนใจเฮือกใหญ่ๆ กดวางสายแล้วจึงโยนโทรศัพท์ขึ้นไว้บนชั้นวางเหมือนเดิม ปัญหากวนใจที่เกิดขึ้นกับตนเอง มันไม่มีทางออก เป็นปัญหาหนักอกที่แมทธิวไม่คิดจะปริปากบอกใคร...มันเป็นเรื่องน่าอายของผู้ชาย และเขาคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวพันกับทิพยอาภา ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาเป็นแบบนี้

                “เธอสาปแช่งฉันเหรอทิพ...ฉันถึงได้เป็นแบบนี้”

                เสียงรำพันแผ่วๆ จากปากสีเข้ม ที่กดมุมปากโค้งลง...เพราะกำลังยิ้มหยันให้ตัวเอง

                แมทธิวรู้...สิ่งที่เขากระทำต่อทิพยอาภาไม่ถูกต้องเท่าใดนัก แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ล่ะ? เมื่อหล่อนเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา หล่อนไม่มีชาติตระกูล เป็นแค่เศษฝุ่นที่ปลิวอยู่ในอากาศไม่มีค่าควรยกย่องเชิดชู มีดีแค่อย่างเดียว คือร่างกายของหล่อนสนองอารมณ์ดิบ เถื่อนกับเขาเป็นอย่างดี ลูก ใช่ว่าเขาไม่ต้องการ...แต่ลูกของเขา ควรเกิดในเวลาที่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ? เมื่อระหว่างตนเองกับทิพยอาภา มันเป็นแค่ความใคร่!! ที่มันไม่มีทางพัฒนาเป็นอย่างอื่นได้ หล่อนไม่มีค่ามากพอที่จะมายืนอยู่ข้างๆ เขา

                “จาคอปขอไวน์แก้วสิ”

                ชายหนุ่มร้องขอ เขารู้ดีจาคอปไม่เคยอยู่ห่างกายเขา สิ่งใดก็ตามที่การ์ดหนุ่มผู้นั้นทำได้ เขาจะไม่รอช้าที่จะทำ

                สิ่งที่เขาร้องขอถูกส่งเข้ามาภายในเวลาไม่เกิน5 นาที ไวน์ราคาแพงที่แมทธิวมีเก็บไว้ในห้องใต้ดิน เพื่อสนองความต้องการตัวเอง เขาดื่มด่ำกับรสชาติเฝื่อนนิดๆ ที่ผสมกับแอลกอฮอลล์แบบลงตัว เป็นองุ่นรสหวานที่ถูกบ่มเป็นแรมปี เพื่อจะกลั่นออกมาเป็นไวน์หนึ่งขวด...

                “คิดว่าฉันควรทำยังไงกับ เด็กนั่น ดี?”

                แมทธิวไม่เคยคิดว่าตัวเองจะจนแต้มจนต้องขอคำปรึกษาจากการ์ดตัวเอง เวลานี้หัวสมองของเขามันฟ่อ มันคิดอะไรไม่ออก...มีแต่แป้งฝุ่นบรรจุอยู่ในนั้นแทนความคิด...

                จาคอปค้อมตัวลง เขายืนอยู่ด้านหลังผ้าม่านกันน้ำ ชายหนุ่มถอนใจ!! กับปัญหาโลกแตกที่จัดการได้ง่ายๆ หากยอมรับ แต่นี่คือปัญหาของเจ้านาย...เขาเป็นคนที่รักหน้าตัวเองมากกว่าสิ่งใด แล้วจะให้เขายอมรับ ลูกที่เกิดนอกสมรส มันคงเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้

                “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ!!

                จาคอปจนปัญญา หากเป็นตัวเอง เขาจะยอมรับและรีบอุ้มชูสายเลือดตัวเอง

                แต่ปัญหานี่ไม่ใช่ปัญหาของเขา มันเกิดขึ้นกับเจ้านายจอมยโส...

                ม่านกั้นถูกรูดให้เปิดออก แมทธิวก้าวออกมาจากอ่างด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เขาเดินโทงๆ ผ่านหน้าจาคอปไปแบบเฉียดฉิว กับคำพูดทิ้งท้ายที่จาคอปเกือบสำลัก “กูก็ไม่รู้เหมือนกัน!!

                การ์ดหนุ่มอมยิ้ม ความอวดดีของแมทธิว ในเวลาที่จนแต้มกับปัญหา เจ้านายหนุ่มสุดทะนงก็ยังไม่ยอมสยบให้โชคชะตาอยู่ดี

“หาอะไรให้ฉันกินหน่อย หิวฉิบ!!

เสียงบ่นพึมพำ เขาแสบคอ แสบท้อง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะร่ำสุราทั้งคืน หรือเป็นเพราะสิ่งที่หิวจริงๆ ยังไม่ได้จัดการ

“ครับ”

จาคอปหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง เขาเดินสวนกับชิเอลพอดี มือของพ่อบ้านวัยชรามีถาดอาหารที่น่าจะนำมาเสิร์ฟเจ้านาย

“นกรู้จริงๆ นะลุง”

จาคอปสัพยอก เขาเดินตามชิเอลมาติดๆ

สายตาฝ้าฟางตวัดมอง แต่ไม่ได้ตอบกลับ เมื่อชายสูงวัยเลือกที่จะสงบมากกว่าการต่อปากต่อคำกับหนุ่มรุ่นลูก ที่เป็นจอมกวนหากไปสะกิดต่อมโมโหเข้า ใครๆ ว่าจาคอปเป็นโรบ็อต ชิเอลถียงแทน จาคอปไม่ใช่หุ่นยนต์ เขาเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อ แถมเจ้าอารมณ์ไม่แพ้เจ้านายหนุ่ม แต่จาคอปเลือกที่จะเก็บกดเอาไว้

ประตูห้องถูกดันให้เปิด และแมทธิวยังไม่ได้จัดการอะไรกับตัวเองเลย เขาแค่ฉวยผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันเอวเอาไว้

“ผมคิดว่าท่านน่าจะหิว”

ชิเอลเดาใจเจ้านายถูกเสมอ เมื่อเขารับรู้ว่าแมทธิวถูกหิ้วปีกกลับมากลางดึก ในสภาพที่เมามายไม่ต่างอะไรกับสุนัขข้างทาง เขาจึงจัดแจงเตรียมอาหารไว้รอท่า พร้อมกับกาแฟเหยือกใหญ่ๆ ที่สามารถช่วยให้แมทธิวตาสว่างทันที เพียงแค่จิบแรกที่ลิ้มรส

รถเข็นอาหารถูกเข็นตามมา สาวใช้ที่เป็นคนเข็นไม่ใช่บรรดาสาวๆ แมทธิวจึงไม่อารมณ์เสีย เมื่อห้องนอนของเขา...เป็นพื้นที่ส่วนตัว หากไม่มีคำอนุญาต....สาวๆ หน้าไหนก็เยี่ยมกรายเข้ามาไม่ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha