หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 ชีวิตไร้อิสรภาพ-3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูหน้าห้องพักผู้ป่วยสิ้นสุดลงพร้อมกับคุณกิตติที่มีใบหน้าอิดโรยราวกับคนอดหลับอดนอนหอบหิ้วกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมบุตรชายของเพื่อนรักที่ตอนนี้ยังนอนไม่ได้สติหลังจากได้รับการรักษาจากทีมแพทย์มาหลายชั่วโมง คุณทะนงศักดิ์จึงรีบผละลุกขึ้นไปรับกระเช้าจากเพื่อนรัก ขณะที่คนเป็นภรรยายังคงขุ่นเคืองไม่หายที่ลูกสาวของเพื่อนสนิทสามีทำให้บุตรชายเพียงคนเดียวของตนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

“คราวหลังไม่ต้องหอบหิ้วอะไรมาอีกนะกิต ลำบากเปล่าๆ แล้วทางตำรวจได้เบาะแสหนูปิ่นบ้างหรือยังล่ะ”

“ไม่...ไม่เลย” คนเป็นพ่อที่กินไม่ได้นอนไม่หลับมาทั้งคืนตอบ    เสียงสั่นเครือ ดวงตาของชายวัยห้าสิบกว่าคลอด้วยหยาดน้ำตา

ทะนงศักดิ์วางมือบนบ่าของเพื่อนอย่างนึกเห็นใจ ฝ่ายคุณสร้อยทิพย์ก็เอาแต่เหยียดปากออกคล้ายจะสมน้ำหน้าเสียมากกว่า อีกอย่างตนก็โกรธภรรยาของเพื่อนสนิทสามีไม่หาย ที่จนป่านนี้ยังไม่เห็นมาเยี่ยมบุตรชายของตน

“แล้วทางคนที่จับตัวหนูปิ่นไปล่ะ พอจะรู้บ้างหรือเปล่า ว่ามันเป็นพวกเจ้าหนี้หรือพวกไหนกันแน่” ทะนงศักดิ์ถามเสียงเครียด พลางพยักหน้าให้เพื่อนออกไปนั่งพูดคุยกันหน้าห้องพักผู้ป่วย เพราะตนอยากมอบเงินเพื่อช่วยเหลือเพื่อนรักแต่ติดที่ภรรยาไม่ยอม และเมื่อออกมาอยู่หน้าห้องพักเรียบร้อย คุณทะนงศักดิ์ก็ลอบมองสีหน้าของเพื่อนที่ดูไม่สู้ดีนักจนกลัวว่าเพื่อนอาจล้มป่วยจากโรคประจำตัวก็เป็นได้

“บอกตามตรง ว่าฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันจะใช่หรือเปล่า เป็นห่วงก็แต่  ยัยปิ่น ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง ตำรวจก็ตามไม่พบเบาะแสอะไรเลย ส่วนรถตู้คันนั้น ก็ไม่มีร่องรอยอะไรให้ตามสืบหาตัวคนร้ายสักนิด”

คุณกิตติบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลางยกมือลูบหน้าลูบตา คิดห่วงลูกยังไม่พอ ยังต้องมาคอยฟังคำถากถางจากคนเป็นภรรยาเข้าให้อีก ยิ่งทำให้ชายวัยห้าสิบกว่าเครียดจนโรคประจำตัวจะกำเริบขึ้นมา...โรคที่ตนปิดบังคนในครอบครัวเอาไว้

“แล้วคนที่จับตัวหนูปิ่นไป มันยังไม่ติดต่อมาอีกหรือ” คนเป็นเพื่อนถอนใจตามเพื่อนอย่างกลัดกลุ้ม หลังจากลูกชายเพียงคนเดียวพ้นขีดอันตราย แต่ว่าที่ลูกสะใภ้กลับไม่รู้ชะตากรรม

“ฉันว่ามันไม่ต้องการเงินหรอก แต่ฉันก็มืดแปดด้านจริงๆ ว่าเคยไปทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า มันถึงได้มาลักพายัยปิ่นไป”

“ไม่น่าจะใช่เรื่องธุรกิจหรอก แล้วเรื่องบ้านนั่นแหละ จะเอายังไง ฉันมีเงินเก็บอยู่บ้าง ฉันจะยกให้เอาไปใช้หนี้ อย่างน้อยๆ ก็ยังมีบ้านให้อยู่ ฉันรู้ว่าคุณภาคงไม่ยอมให้ขายบ้าน”

“ขอบคุณจริงๆ ทะนง แต่แกเก็บเงินเอาไว้เถอะ ฉันไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้แกและครอบครัวอีกแล้ว ส่วนเงินจ่ายให้ธนาคาร เจ้าปัดไปหายืมจากเพื่อนได้แล้ว” พูดจบก็มองหน้าเพื่อนรักอย่างซาบซึ้งใจ แต่เรื่องนี้ต่อให้ปฐวีหาเงินมาผ่อนชำระหนี้ธนาคารไม่ได้ ตนก็ไม่คิดจะหยิบยืมเงินจากเพื่อนรัก เพราะไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะเบาะกันในครอบครัวเพราะตน

“แกอย่าคิดมากเลยกิต เรามันคบกันมานาน เพื่อนเดือดร้อนขนาดนี้ แกจะไม่ให้ฉันดูดำดูดีเลยหรือไง แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อแกบอกเจ้าปัดหาเงินมาได้แล้วก็แล้วไป แต่ถ้าไม่พอ แกต้องคิดถึงฉันคนแรกแล้วกัน แม้มีไม่มากแต่มันก็พอช่วยได้สักระยะ ส่วนเรื่องหนูปิ่น คงต้องรอทางตำรวจหรือไม่ก็ต้องรอให้คนพวกนั้นมันติดต่อมา ส่วนแกไปหาหมอตรวจร่างกายบ้างเถอะเผื่ออาการจะกำเริบ แล้วเรื่องโรคหัวใจของแกล่ะ บอกคุณภาไปหรือยัง” คุณทะนงศักดิ์กล่าวจบก็ตบหลังมือเพื่อนรักเบาๆ

“ยังหรอก แกก็รู้ว่าตั้งแต่มีเรื่องหนี้สิน คุณภาก็เอาแต่ต่อว่าฉัน แล้วนี้ขนาดยัยปิ่นหายไป คุณภายังไม่คิดถามถึงแม้แต่คำเดียว เอาแต่ต่อว่าว่ายัยปิ่นหาแต่เรื่อง” คุณกิตติเอ่ยด้วยสีหน้าทุกข์ใจเพราะตั้งแต่ตนกลับไปถึงบ้านเช้ามาก็เจอคู่ชีวิตบ่นว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพราะปิ่นมุกเป็นต้นเหตุ

“เอาเถอะ ไม่บอกก็ไม่บอก ฉันว่าฉันไปส่งแกหาหมอดีกว่า หน้าตาแกดูอิดโรยมาก ขืนกลับไปบ้านตอนนี้ได้ล้มทั้งยืนแน่ หากไปแล้วเจอ     คุณภา” ทะนงศักดิ์แนะ จังหวะนั้นคนขับรถของคุณกิตติก็เดินเข้ามาพอดี คนเกรงใจเพื่อนรักจึงบอกให้ทะนงศักดิ์กลับเข้าไปดูแลบุตรชาย ส่วนตนก็คงต้องทำตามที่เพื่อนบอก คือไปให้หมอตรวจอาการเสียหน่อย ใจก็ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองบุตรสาวคนเล็กให้รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

 

เกาะเหอฮวา

หลังผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ทว่าปิ่นมุกยังไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำ ถังเฟ่ยหลงจึงทุบประตูเสียงดังสนั่น พานให้ปิ่นมุกยิ่งหวาดกลัวหนักขึ้น เธอหันรีหันขวางหาทางหนี ทว่าภายในห้องน้ำเล็กๆ ก็มีเพียงช่องระบายอากาศกว้างไม่ถึงฟุตด้วยซ้ำ คนอยากหนีก็เลยยิ่งอับจนหนทางจะให้ออกไปก็กลัวคนที่รออยู่ในห้อง

ปัง! ปัง! ปัง!

“ปิ่นมุก! เธอคิดจะลองดีกับฉันหรือไง!” เสียงเคาะประตูดังระรัวพร้อมเสียงจากเจ้าของเกาะเหอฮวาก็ดังเอ็ดตะโรตามมา ไม่กี่นาทีถัดมาถังเฟ่ยหลงก็ใช้เท้าเตะประตูห้องน้ำดังโครมๆ จนแทบพัง

“ปิ่นมุก!” สิ้นเสียงห้าวห้วนของถังเฟ่ยหลง ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมร่างเล็กๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าเช็ดตัวสีเข้ม ค่อยๆ ก้าวทีละก้าวอย่างหวาดหวั่น ปิ่นมุกรู้สึกว่าลำคอของตนแห้งผากกระหายน้ำขึ้นมาดื้อๆ เมื่อเจอสายตาดุดันดุจเสือร้ายของชายหนุ่มจ้องราวกับเธอคือสิ่งประหลาด  สองมือเล็กสั่นเทาก็จับปมผ้าเช็ดตัวไว้แน่น

“จะ...จะทำอะไรฉัน” เจ้าของร่างเล็กร้องถามหน้าตาตื่นเมื่อ      ต้นแขนข้างหนึ่งถูกกระชากจนตัวเธอปลิวปะทะอกแกร่ง ปิ่นมุกหน้า     ร้อนผ่าวเมื่อสัมผัสเข้ากับเนื้อแท้ของชายชาตรี

“หาอะไรสนุกๆ ทำกับเธอไง แล้วฉันก็ได้ให้เวลาเธอเตรียมตัวนานเกินไปแล้ว” ถังเฟ่ยหลงโน้มใบหน้าลงมากระซิบ พลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวและทันทีที่สูดเข้าเต็มปอด ร่างกายของเขาก็เกิดการตอบสนอง ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มเล็กๆ สาวเท้าเดินไล่ต้อนหญิงสาวใน   วงแขนไปที่เตียง ที่ตอนนี้มีแม่บ้านเข้ามาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว

ปิ่นมุกเดินถอยร่นอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะถูกร่างกายใหญ่โตคอยเบียดหากไม่เดินตามความต้องการของอีกฝ่าย ด้วยการใช้ร่างกายอัดแน่นด้วย  มัดกล้ามเสียดสีกับตัวเธอจนเกิดความร้อนไปทั่วร่างกาย มันร้อนแบบที่เธอไม่เคยพบ ยิ่งเขาโน้มใบหน้าลงและจงใจให้ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวหน้าของเธอ ยิ่งทำให้ใจเธอสั่น

“อย่ากลัวไปเลยปิ่นมุก เพราะเรื่องที่ฉันจะทำกับเธอ มันก็ไม่ต่างจากที่เธอเคยเจอมา นอกเสียจากลีลาของฉันมันคงถึงใจเธอมากกว่าใคร”

ถังเฟ่ยหลงกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเจ้าของร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย ดวงตาเล็กกลิ้งกลอกไปมาด้วยไม่เข้าใจว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หมายถึงอะไรกันแน่

“อย่ามาทำหน้าอินโนเซ้นท์ เพราะคนอย่างฉันไม่มีวันเชื่อผู้หญิงอย่างเธอแน่นอน”

ถังเฟ่ยหลงว่าเสียงเย้ยหยัน ส่วนคนกำลังถูกลงทัณฑ์ด้วยรสสวาทเริ่มจะเข้าใจในความหมายที่เขาพูดออกมา จึงเหลียวมองหาทางหนี...นั่นคือประตูเหล็ก ความหวังสุดท้ายของเธอที่จะรอดเงื้อมือของคนชั่วช้าคนนี้ ครั้นจะให้เธอร้องขอให้ใครช่วย คงไม่มีทางเป็นไปได้แน่ เพราะที่นี่คืออาณาจักรของผู้ชายชั่วช้าคนนี้

“อยากหนีหรือไง” เสือร้ายแห่งเกาะเหอฮวาเอ่ยถามด้วยคำถามจี้ใจคนฟัง

ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของลมหายใจที่เป่ารดข้างแก้ม เป็นโอกาสให้ถังเฟ่ยหลงประกบริมฝีปากหยักทาบลงบนกลีบปากนุ่มอย่างถือสิทธิ์เป็นเจ้าของด้วยความกระหายหิว ถังเฟ่ยหลงอดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ชื่นชอบ   กลีบปากนุ่มคู่นี้เข้าอย่างจัง เขาดูดเม้มทั่วทุกตารางนิ้วของเรียวปากนุ่มที่มีความหวานละมุนไม่เหมือนใคร

ปิ่นมุกพยายามเบี่ยงหน้าหนีอย่างเอาเป็นเอาตายกับความซาบซ่านที่ได้รับจากริมฝีปากหยัก เธอยกมือผลักไสร่างใหญ่โตที่ปล้นจูบจนลืมนึกไปว่าตอนนี้ผ้าเช็ดตัวได้หลุดจากร่างไปแล้ว ถังเฟ่ยหลงที่รู้เห็นก่อนเจ้าของ เริ่มลากมือสำรวจทุกซอกมุมของผิวเนียนนุ่มด้วยวัยสาว

“ยะ...อย่า...อย่า...” เสียงหอบระโหยของปิ่นมุกดังขาดห้วงเมื่อ    ริมฝีปากหยักผละห่างมาดูดเม้มซอกคอ ใบหูนุ่มนิ่ม แล้ววกกลับมาขบกัด   ดูดเม้มจนเกิดรอยบนลำคอขาวผ่องไร้ความอ่อนโยนเช่นเดิม

ถังเฟ่ยหลงบุกรุกผิวกายของเหยื่อสาวด้วยริมฝีปากจนพอใจ จึงได้ผละห่าง เขาก้าวถอยหลังสองสามเก้าเพื่อสำรวจร่างกายเปล่าเปลือยของเหยื่อสาว ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความกระหายอยากอย่างไม่คิดปิดบัง ปิ่นมุกหน้าร้อนผะผ่าวก้มมองสภาพตัวเองก็ยิ่งให้อับอาย ยกมือขึ้นมาปิดบังร่างกายด้วยมือสั่นเทา

“คนสารเลว” แม้จะกลัวแทบขาดใจแต่เธอก็ยังเค้นเสียงด่าทอผู้ชายไร้มารยาทเสียงสั่น

“ถึงฉันเลว แต่ก็ยังเลวน้อยกว่าคนในครอบครัวของเธอ จำใส่หัวเอาไว้ ปิ่นมุก” เจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ยอกย้อนกลับเสียงราบเรียบแต่  หนักแน่น ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มหยัน ดวงตาคู่คมจดจ้องคนปากดีด้วยสายตาวาวโรจน์

คำก็เลว คำก็ชั่ว แล้วเขาจะชั่วจะเลวให้ดู

“โอ๊ย!” เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ปิ่นมุกล้มกระแทกพื้นเตียงเข้าอย่างจังเมื่อถังเฟ่ยหลงสาวเท้าเข้ามาแล้วผลักร่างเล็กให้ล้มลงไปบนเตียง เรือนกายแกร่งตามมาทาบทับพร้อมกักร่างเล็กไม่ให้มีสิทธิ์ดิ้นหนี

“รอรับความเลวของฉันดูแล้วกันปิ่นมุก แล้วเธอจะได้รู้ซึ้งว่าเวลาที่ฉันเลวขึ้นมาจริงๆ มันจะเป็นยังไง”

น้ำเสียงเยือกเย็นที่ดังอยู่เหนือร่างทำให้ปิ่นมุกยิ่งอกสั่นขวัญแขวน เธอพยายามหนีบขาทั้งสองไม่ให้มือใหญ่แยกได้ สองมือเล็กก็ระดมทำร้ายผู้ชายดิบเถื่อนเพื่อหวังให้ตัวเองรอดพ้น แต่ความเป็นไปได้ดูน้อยเต็มทน หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอสองตาเมื่อเธอสู้แรงของเขาไม่ได้ เรียวขาสวยทั้งสองถูกจับแยกให้ห่างกัน ตามด้วยเรือนกายใหญ่แทรกเข้ามาแทน

“ได้โปรด อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันขอร้อง ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้คุณจริงๆ นะคะ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ...นะคะ” เมื่อต่อสู้แล้ว      หมดทางหนี ทำให้ปิ่นมุกเริ่มใช้ไม้อ่อนด้วยการเว้าวอนขอความเมตตาจากชายหนุ่ม

“เลิกพล่ามซะที” ขาดคำถังเฟ่ยหลงโถมความกำยำบุกฝ่าความ  อ่อนนุ่มโดยไม่มีการโอ้โลมให้เสียเวลา พร้อมเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนใต้ร่าง ปิ่นมุกดิ้นกระเสือกกระสนหนีความร้อนผ่าวที่กำลังรุกรานตัวตนของเธออย่างบ้าคลั่ง มันเจ็บปวดแสนสาหัสคล้ายร่างกายจะ  ฉีกขาด หยาดน้ำตาก็ไหลพรากแต่ก็ไร้ความเห็นใจ

“บ้าฉิบ! ปิ่นมุกหยุดดิ้นเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอไม่อยากตาย” ถังเฟ่ยหลงสบถอย่างหัวเสีย เขาหยุดยั้งร่างกายเอาไว้ด้วยความทรมาน พลางก้มกอดรัดหญิงสาวให้หยุดอาการดิ้นรน

“ออกไป!” ปิ่นมุกกรีดร้องเสียงดังลั่น

“ฉันบอกให้เธอหยุดดิ้น” ถังเฟ่ยหลงตวาดกลับ สองมือใหญ่เปลี่ยนมายึดหัวไหล่มนไว้แน่น

“ออกไป! ออกไปจากตัวฉัน ไอ้คนสารเลว แกมันเลว...เลวยิ่งกว่าสัตว์นรก ออกไป” นอกจากไม่หยุดดิ้นแล้วคนใต้ร่างยังสาดถ้อยคำด่าทอใส่ ถังเฟ่ยหลงก็ฉุนขาดได้เช่นกัน เขาจัดการโถมกายใหญ่เติมเต็มอย่างไม่คิดรีรออีกต่อไป

 “กรี๊ด!! ฮึก...ฮือ...อย่าทำฉัน” คำร้องขอต่างๆ นานาจากปิ่นมุกฟังไม่ได้ผล เพราะตอนนี้คนเหนือร่างมีแต่ความโกรธเกรี้ยวส่งมอบให้ ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึงและแดงก่ำจากอารมณ์โกรธและอารมณ์พิศวาส

ถังเฟ่ยหลงขับเคลื่อนร่างกายเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อัดแน่นและทำให้เขาทรมานโดยไม่คิดจะออมแรง อยากด่าว่าเขามันเลวยิ่งกว่าสัตว์นรกดีนัก ก็นี่แหละคือผลตอบแทน ส่วนคนใต้ร่างก็ดิ้นเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะนอนนิ่งน้ำตาไหลเมื่อเรี่ยวแรงหดหายและต่อให้ดิ้นจนตายเธอก็ไม่มีวันหนีพ้นความเจ็บปวดที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนของคนชั่ว

 “ถ้าคิดว่านอนนิ่งเป็นท่อนไม้แล้วเธอจะหยุดยั้งฉันได้ เธอคิดผิดไปแล้ว...ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงเยาะด้วยน้ำเสียงพร่า เขาถอนตัวออกแล้วจับคนนอนนิ่งพลิกตะแคงแล้วตามประกบ ความเจ็บปวดถูกเติมเต็มเข้ามาอีกครั้งจากคนเข้ามาโอบซ้อนแผ่นหลังของเธอ ปิ่นมุกนอนกัดฟันอดทนกับความเจ็บที่ได้รับ สองมือขยำผ้าปูที่นอนแน่นจนเส้นเลือดนูนขึ้น

 “ทนให้ได้แล้วกัน เพราะฉันก็ชอบมีอะไรกับผู้หญิงที่นอนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้แล้วเหมือนกัน” เจ้าของถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความสะใจจัดการจับร่างเล็กพลิกซ้าย พลิกขวาตามแต่ความต้องการของตน พร้อมเสียงครวญครางเพราะความหวามหวิว ซาบซ่าน เข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด

 นาทีถัดมาปิ่นมุกก็พ่ายแพ้ให้แก่คนป่าเถื่อนในที่สุด เธอผวาทุกครั้งยามเขาถอนตัวออกจนแทบห่างหาย เธอยื่นมือไปเกาะเกี่ยวเขาไว้แน่น ยามที่เขาถาโถมร่างกายกลับเข้ามาสร้างความเร่าร้อนรัญจวนให้กับร่างกายเธอ แม้จะอับอายทว่าเมื่อร่างกายร้อนรุ่มเพราะความต้องการตามธรรมชาติทำให้ปิ่นมุกไม่หลงเหลือความกระดากอายอีกแล้วเพื่อให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอให้หายจากอาการซาบซ่านที่เธอพึงประสบพบเจอในครั้งนี้เสียที

“ขอร้องละ...ช่วยฉันด้วย” แววตาคู่สวยมองอย่างเว้าวอนและรู้สึกเกลียดร่างกายตัวเองยิ่งนัก ที่มันร่ำร้องต้องการผู้ชายร้ายกาจคนนี้แทบ  ขาดใจเมื่อถูกละทิ้งกลางคัน

“เธอต้องการอะไรล่ะ” ถังเฟ่ยหลงย้อนถามเสียงหยัน พลางยื่นมือเคล้นคลึงทรวงอกสาวอย่างหลงใหล

“อะ...อะไรก็ได้ที่จะทำให้ฉันหาย...ร้อน” ตอบแล้วไปก็ได้แต่      เม้มปากแน่น เพราะเขาส่งเสียงหัวเราะเยาะเธอ

“แบบนี้หรือเปล่า” ถังเฟ่ยหลงขยับเติมกายร้อนผ่าวเข้าหากลาง  ร่างสาวเพียงนิด พลางเคลื่อนฝ่ามือลูบโลมผิวเนียนละเอียดตั้งแต่ลำคอ   ขาวผ่อง เนินไหล่ ทรวงอกและหยุดนิ่งที่เอวคอด เขาลากนิ้วอ้อยอิง ไม่คิดจะทำตามคำร้องขอของคนใต้ร่าง ปิ่นมุกสลัดความอายแล้วพยักหน้าเบาๆ กระแสธารสวาทจึงถาโถมเข้าใส่ในนาทีถัดมาพร้อมเสียงคำรามราวสัตว์ป่าได้รับบาดเจ็บดังก้องไปทั่วห้องจากคนเหนือร่าง เมื่อการเดินทางบนถนนสายพิศวาสสิ้นสุดลง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha