หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 12 : ตอนที่ 5 แผนการขั้นต่อไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  5  แผนการขั้นต่อไป

 

 

            รึ่งชั่วโมงถัดมา ถังเฟ่ยหลงได้ผละห่างจากเรือนกายสาวเมื่อจบสิ้นพายุสวาทที่เขาตักตวงจนไม่อยากนับครั้งเพื่อให้สิ่งที่เขาต้องการเกิดขึ้นในเร็ววัน ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มฮ่องกง สาวเท้าตัวเปล่าเปลือยเข้าไปชำระคราบไคลในห้องน้ำขนาดเล็กภายในห้องใต้ดิน ขณะที่ปิ่นมุกแทบหมดแรงอยู่บนเตียง พร้อมเสียงสะอื้นไห้ที่เกิดจากความป่าเถื่อนของคนชั่วครั้งแล้วครั้งเล่า เธอรวดร้าวและเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย เขาทารุณต่อเธอนัก แม้จะร้องขอความเมตตาไม่รู้กี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยหยุดการกระทำการป่าเถื่อน มือเล็กๆ ควานหาผ้ามาห่อตัวเองไว้ แล้วไปซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของห้อง

 ปิ่นมุกนั่งชันเข่าแล้วซบหน้าร้องไห้ เสียใจที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ เสียใจที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทำไมเธอต้องมารับเคราะห์กรรมโดยที่เธอไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ผู้ชายคนนั้นก็พูดจาแปลกๆ อยู่ตลอดเวลาขณะอยู่บนตัวเธอ เขาต้องการให้เธอชดใช้...ชดใช้อะไร ใครไปทำร้ายผู้ชายคนนี้ตอนไหนกัน คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจทว่าเธอก็ค้นหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

“อย่ามาทำท่าหวาดกลัวขนาดนั้น เพราะหน้าที่ของเธอไม่ได้มีแค่วันนี้” ถังเฟ่ยหลงพูดขึ้นเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อผ้าครบชุด สายตาก็เหลือบไปเห็นเหยื่อสาวนั่งตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง

ปิ่นมุกสะดุ้งก่อนเงยหน้ามองเจ้าของคำพูดและเธอก็ยิ่งเบียดตัว  เข้าหาผนัง เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้และย่อตัวนั่งลงใกล้เธอ ถังเฟ่ยหลงยื่นปลายนิ้วเชยคางหญิงสาวให้เงยขึ้นสบตา มืออีกข้างยื่นไปกระชากผ้าห่มออกจากตัวหญิงสาว ร่องรอยช้ำมีให้เห็นทั่วผิวขาวเนียน ริมฝีปากสวยของเธอก็แดงช้ำ ดวงตาก็แดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

“ปล่อยฉัน คนสารเลว” คนเสียเปรียบสั่งเสียงสั่นเครือ ยกมือปัดมือใหญ่ออกห่าง ถังเฟ่ยหลงเฝ้ามองทุกการกระทำของหญิงสาวพร้อมใช้ลิ้นดุนในช่องปากกับความกล้าดีของเธอ เห็นหน้าตาซื่อๆ แบบนี้ก็พยศดีเหมือนกัน ขณะที่ปิ่นมุกรีบตะครุบผ้าห่มขึ้นมาห่อกายเอาไว้ด้วยมือสั่นเทา

“ปากดีเหมือนกันนี่ ขนาดโดนไปไม่รู้กี่รอบ เธอก็ยังไม่เลิกปากดีกับฉัน” เจ้าของเกาะเหอฮวากล่าวเสียงเย็น ยื่นมือไปจับคางมนแล้วเลื่อนขึ้น ใช้นิ้วหัวแม่โป้งและนิ้วชี้กดแรงๆ บนกระพุ้งแก้มของเหยื่อสาว

“อื้อ! ปละ...ปล่อย ปล่อยฉันนะ” ปิ่นมุกปล่อยมือจากผ้าห่มแล้วจับมือใหญ่เอาไว้ เพราะเจ็บกระพุ้งแก้มจนน้ำตาร่วง ถังเฟ่ยหลงส่งเสียงหัวเราะลึกในลำคอ พลางเพิ่มแรงบีบให้มากขึ้น ยิ่งเธอทุบตีเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดปิ่นมุกก็เลิกทำร้ายไปเอง น้ำตาไหลผ่านร่องแก้มหยดบนฝ่ามือใหญ่แต่ไม่ได้ช่วยให้รับความเห็นใจหรือสงสารแม้แต่น้อย ริมฝีปากคู่สวยสั่นระริก เธอมองหน้าคนชั่วช้าด้วยสายตาชิงชัง

“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้ปิ่นมุก เพราะฉันคือผัวคนแรกของเธอ เธอไม่มีสิทธิ์มาโกรธเกลียดฉัน จำเอาไว้” มือใหญ่สะบัดออกทันทีเมื่อพูดจบ ปิ่นมุกเจ็บร้าวไปทั้งใบหน้า

“ฉันไม่มีวันรับโจรชั่วๆ เป็นสามีฉันแน่” เธอเค้นเสียงตอบกลับพลางขยับถอยหนีให้จากคนชั่ว ถังเฟ่ยหลงค่อยๆ หมุนกายหันกลับมาเผชิญหน้าหลังจากที่ตั้งใจจะเดินออกไปสะสางงาน แต่เพราะคำว่าประกาศกร้าวของหญิงสาวทำให้เจ้าของเกาะเหอฮวาเดือดมากขึ้น

“เธอว่าอะไรนะ” ถังเฟ่ยหลงเอ่ยถามเสียงเย็น ยื่นมือบีบไหล่มนแน่น ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเพราะแรงบีบ เธอพยายามเบี่ยงตัวหนี

“ตอบ!!” สิ้นเสียงนั้นถังเฟ่ยหลงจัดการโยนคนปากดีลงบนเตียงโครมใหญ่ ร่างของปิ่นมุกกระเด็นร่วงหล่นจากเตียงเจ็บจนจุก ก่อนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอจ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง

“คนสารเลว ฉันไปทำอะไรให้ล่ะ ทำไมต้องทำร้ายฉันขนาดนี้ด้วย ฉันก็เป็นคน มีเลือดเนื้อ มีหัวใจเหมือนกัน แล้วฉันก็เจ็บเป็นด้วย คุณบอกฉันมาสิ ว่าครอบครัวของฉันไปทำอะไรครอบครัวของคุณกันแน่ คุณได้ถึงโหดร้ายป่าเถื่อนกับฉันนัก ไอ้พวกป่าเถื่อน ไอ้คนชั่ว” เพราะอัดอั้นตันใจ ปิ่นมุกจึงตะโกนถามชายหนุ่มแปลกหน้าที่เจอหน้ากันครั้งแรก เขาก็พรากความสาวจากเธอไป แล้วยังปรักปรำว่าครอบครัวของเธอเลวทรามต่ำช้า แต่ทั้งหมดที่เธอเห็นก็มีเพียงแต่เขาละมากกว่าที่เลวทรามยิ่งกว่าสัตว์นรก

“ฮึ! ถ้าครอบครัวอิทธิเชษฐ์มีหัวใจจริง มันคงไม่ทำร้ายผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งให้เจ็บช้ำ แล้วก็ต้องตายด้วยความทรมานหรอกปิ่นมุก!” ถังเฟ่ยหลงโต้กลับเสียงเครียดขึง เขาจ้องหน้าตัวของแทนของการแก้แค้นนิ่งงัน ดวงตาคมกริบดุจมีดทำให้ปิ่นมุกสั่นผวา เธอลนลานวิ่งไปหาที่หลบด้วยความหวาดกลัว

“ทำไมทนฟังไม่ได้หรือไง ถึงต้องลนลานหนี” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นเมื่อเหยื่อถอยหนี

“มะ...ไม่...ไม่จริง ครอบครัวของฉัน ไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยฆ่าใคร คุณอย่ามากล่าวหาครอบครัวของฉันนะ คุณ...จับมาผิดคนแน่ๆ เพราะครอบครัวของฉันไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร” ปิ่นมุกละล่ำละลักปฏิเสธ ดวงตาสวยจดจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ไม่กะพริบ

“ฮึ! น่าขำนัก อย่างเธอจะไปรู้อะไรเพราะเพิ่งกลับมาเมืองไทย แล้วเธอไม่เคยคิดสงสัยบ้างหรือไงว่ามันเพราะอะไร พ่อของเธอถึงได้รีบร้อนให้เธอแต่งงานกับไอ้หมอนั่นนัก ฮึ! โง่แล้วอวดฉลาด เธอคิดว่าคนในครอบครัวของเธอเป็นพวกพ่อพระไม่เคยทำบาปหรือไง ถึงได้กางปีกปกป้องนัก”

ถังเฟ่ยหลงเหยียดปากยิ้มเยาะ ก้าวพรวดเดียวก็เข้าไปคว้าต้นแขนเล็กไว้ได้ทันขณะที่ปิ่นมุกกำลังกระโจนไปยังประตู

“ปล่อยฉัน! ปล่อย! ช่วยด้วย! ไอ้โจรบ้า ปล่อยฉันนะ” เธอดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งพร้อมร้องขอความช่วยเหลือ ไม่นานผ้าที่ใช้ปิดบังร่างกายของหล่นลงไปกองอยู่บนพื้น

“ถ้าคิดว่าแหกปากร้องจนคอแตก แล้วจะมีคนเข้ามาช่วย ก็ร้องเข้าไปให้พอ!” พูดจบถังเฟ่ยหลงก็โยนเหยื่อสาวลงบนเตียงอีกครั้งอย่างไม่มีการทะนุถนอม

“โอ๊ย!…ฮึก...ฮือๆ อย่านะ ช่วยด้วย” ปิ่นมุกร้องห้ามด้วยท่าที      ตื่นตระหนก หลังจากถูกเหวี่ยงลงไปอยู่บนเตียง พลางยันตัวแล้วรีบถอยหนี

ถังเฟ่ยหลงส่งเสียงหัวเราะเล็กน้อยเท่านั้น แล้วโน้มตัวไปคร่อม    ร่างเล็กเพื่อกักขังอิสรภาพหญิงสาวด้วยเรือนกายใหญ่โต ที่ต่อให้ปิ่นมุก  ออกแรงดิ้นให้ตายก็หนีไม่พ้น ดวงตาคู่สวยยิ่งตื่นตระหนกเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่ราดรดผิวบนหน้า ยิ่งทำให้ปิ่นมุกนึกถึงภาพที่เขาย่ำยีเธอ ความเจ็บปวด ความทรมาน มันทำให้เธอหวาดกลัวและขยาดยิ่งกว่าสิ่งใด

“อย่า! ช่วยด้วย” ปิ่นมุกส่งเสียงร้อง ขณะที่คนเหนือร่างยิ้มเย็น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha