หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 13 : ตอนที่ 5 แผนการขั้นต่อไป-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “เอาเลยร้องให้พอปิ่นมุก เพราะฉันก็เริ่มชอบการมีเซ็กส์แบบนี้แล้วเหมือนกัน เธอรู้ไหมปิ่นมุกว่าฉันไม่เคยขืนใจผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้ง เพราะฉันไม่ชอบ แต่ครั้งนี้...ฉันจะถือว่าเธอโชคดีก็แล้วกัน ที่เป็นเหยื่อคนแรกของฉัน แล้วก็เป็นเหยื่อคนแรกที่ฉันชอบมากเสียด้วย แต่ผู้หญิงอย่างเธอ ฉันร่วมรักด้วยไม่กี่ครั้งก็เบื่อแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ เพราะฉันจะส่งเธอต่อให้ลูกน้องของฉันที่มีอีกเป็นสิบคน แล้วฉันก็รับรองว่าคนของงานของฉันที่ถนัดใช้แต่แรงจะทำให้เธอมีความสุขจนสำลักแน่ๆ”

ถังเฟ่ยหลงเริ่มปลดกระดุมเสื้ออย่างเชื่องช้าจนมันหลุดออกจาก   รังดุมทั้งแถว ก่อนจะถอดออกแล้วเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใส่ใจว่ามันจะไปหล่นกองอยู่ตรงไหนของห้อง

“มะ...ไม่...ไม่นะ...ไม่ ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรฉันอีกเลย” สั่นหน้าจนเส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิงแต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะถังเฟ่ยหลงแหงนหน้าครวญเสียงหัวเราะ นาทีถัดมาเขาก็ก้มลงมาสบตากับนัยน์ตาสวยที่ฉ่ำด้วยหยาดน้ำตาอย่างน่าเวทนา แต่น้ำตาของเธอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงสารสักนิด

“อย่ามาขอร้องให้เสียเวลาเลยปิ่นมุก ก็ฉันบอกเธอไปแล้วไงว่าฉันมีอะไรสนุกๆ ให้เธอลิ้มลอง ให้เธอทำอีกมาก แต่ต้องหลังจากที่ฉันสนุกกับเธอจนพอใจเสียก่อน แล้วเมื่อนั้นฉันจะส่งเธอให้ไปสนุกกับคนอื่นดูบ้าง” ถังเฟ่ยหลงโน้มใบหน้าลงมากระซิบเสียงเหี้ยม พลางส่งเสียงหัวเราะเยาะตามหลัง

“ฮึก...ฮือๆ...ยะ... อย่า อย่าทำอะไรฉันอีกเลย ฉันขอร้อง” ปิ่นมุกยกสองมือวิงวอนขอร้องทั้งน้ำตา หวาดกลัวว่าเขาจะส่งเธอต่อให้ลูกน้องของเขาตามคำขู่ ร่างเล็กพยายามกระเสือกกระสนหนีแต่ก็ไปไหนไม่รอดเพราะถูกกักเอาไว้ด้วยเรือนกายใหญ่โต ที่เธอเพียรผลักไสอยู่นานก็ไม่ขยับหายไปไหนเสียที  

“อย่ามาอ้อนวอน เพราะฉันจะทำให้เธอได้อับอายเร็วๆ เหมือน...” ถังเฟ่ยหลงหยุดคำพูดได้ทันแล้วซุกหน้าจูบไซ้ซอกคอขาวเต็มไปด้วยความรุนแรง ขณะที่ปิ่นมุกก็ดิ้นสุดแรงเกิดเช่นกัน เมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีจะเกิดอะไรขึ้น เธอหยิกข่วนร่างใหญ่ทว่าก็ทำได้ไม่นานเมื่อถังเฟ่ยหลงเคลื่อนมือมาจับมือเล็กเอาไว้ เขากดจนจมลงบนที่นอนพร้อมกับขบฟันกัดผิวเนื้อขาวผ่องจนเกิดร่องรอยเขียวจ้ำ ปิ่นมุกสะอื้นไห้เพราะเจ็บรอยช้ำจากรอยเก่าที่ไม่ทันจางหายรอยใหม่ก็เกิดขึ้น

“ไอ้คนซาดิสม์ ไอ้พวกจิตใจวิปริต ฉะ....ฉัน...” ถ้อยคำเลือนหายเมื่อถูกประกบจูบดุดัน เจ้าของริมฝีปากคู่สวยกัดฟันแน่นได้ทันเพราะไม่ยอมให้ลิ้นอุ่นล่วงล้ำเข้าไปภายในอย่างที่เขาต้องการ

“อื้อ! มะ...ไม่...” เพราะถูกฝ่ามือร้ายกาจของเขาวาดไล้และกดคลึงกลางร่างอย่างหนักหน่วง ปิ่นมุกจึงพ่ายแพ้ต่อเกมครั้งนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ลิ้นอุ่นซอกซอนเข้าไปได้สำเร็จ ถังเฟ่ยหลงดูดเม้มไล่ต้อนลิ้นนุ่มราวกับจะฆ่ากันให้ตายไปครั้งหนึ่ง เสี้ยวนาทีหลังกระหน่ำจูบจนสาแก่ใจ เขาหันมาจัดการปลดกางเกงของตัวเองลงอย่างรวดเร็วเพื่อจะสอดกายรวดร้าวเข้าไปในร่างสาว

“ยะ...อย่า...” มีโอกาสร้องห้ามได้เพียงสั้นๆ หลังริมฝีปากเร่าร้อนผละห่างจากกลีบปากสวย แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็กลับมาประกบปากอีกครั้งอย่างจงใจกลั่นแกล้งเธอ ปิ่นมุกดิ้นพล่านอย่างทรมานเพราะถูกเล้าโลมและยังเจ็บร้าวทั่วกลีบปากกับจุมพิตดุดันของเขา

ถังเฟ่ยหลงลากฝ่ามือบุกรุกผิวเนียนอย่างไร้ความอ่อนโยน เพราะไม่ว่าจะแตะต้องไปตรงไหน เขาก็ทิ้งรอยช้ำเอาไว้ ไม่ต่างจากกายเบื้องล่างที่ ถาโถมสาดซัดดั่งคลื่นพายุที่ท้องทะเลกำลังแปรปรวน ปิ่นมุกเจ็บร่างกายเจียนตายเพราะร่างกายถูกใช้งานอย่างหนัก เธอทำได้แค่นอนนิ่งพร้อมหยาดน้ำตาเพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์ของคนชั่ว กลีบปากสวยที่บวมเจ่อเม้มแน่น เมื่อเขาผละริมฝีปากไปฝากฝังบนเนินไหล่ ฟันคมขาวสะอาดฝังลงบนเนินเนื้อละเอียนจนเป็นรอยช้ำ คนใต้ร่างก็แต่นอนกัดฟันอดทนกับความเจ็บ

“เธอเป็นคนปรักปรำว่าฉันเป็นคนซาดิสม์ ฉันก็จะทำให้เธอรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง” เขากระซิบเสียงแตกพร่าพร้อมจับคนใต้ร่างพลิกตะแคงขณะที่ร่างกายยังประสานกัน ปิ่นมุกฝืนร่างกายไม่ยินยอมแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่เขา

“ฮึก...ฮือ...เจ็บ ฉันเจ็บ หยุดสักทีเถอะ” เพราะแรงถาโถมจากเจ้าชายหนุ่มไม่แพ้พายุหลงฤดู ทำให้ปิ่นมุกอดทนไม่เอ่ยปากขอร้องไม่ไหวอีกต่อไป ทว่าเสียงร้องขอความเมตตาจึงดังออกมาแผ่วๆ

“แล้วรู้หรือยังว่าซาดิสม์เป็นยังไงปิ่นมุก แล้วก็จำเอาไว้ ว่าฉันชอบใช้ความรุนแรงก็เฉพาะผู้หญิงอย่างเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วเธอรู้ไหมปิ่นมุก ว่าฉันรู้สึกดีเป็นบ้าเลยตอนนี้”

กระซิบเสียงสั่นพร่าข้างใบหูนุ่มนิ่ม พร้อมขับเคลื่อนร่างกายอย่าง บ้าคลั่งเพื่อให้คนในครอบครัวอิทธิเชษฐ์เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เหมือนที่ตระกูลถังได้รับ น้องสาวของเขาลาโลกไปเพราะคนไม่จริงใจอย่างไอ้ปฐวี แล้วยังมีหลานของเขาอีกคนที่ไม่โอกาสได้ลืมตามาดูโลก ความโกรธแค้นจึงกลายเป็นแรงกระตุ้นการขับเคลื่อนอย่างดุดัน เตียงเล็กที่รองรับแทบจะ  ทรุดพังเสียให้ได้

“พะ...พอ...พอแล้ว ได้โปรดเถอะ ฉันเจ็บ ฉัน...ไม่ไหวแล้ว” ความเจ็บปวดจากกลางร่างส่งผ่านไปทั่วร่างจนเจ้าของร่างเล็กทนไม่ไหว เสียงวอนขอความเมตตาจึงดังออกมาจากริมฝีปากสวยอีกครั้ง หยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้มราวกับสายฝน ทว่าถังเฟ่ยหลงหาได้แยแสไม่และยังเพิ่มแรง  ถาโถมกายใส่ไม่หยุดหย่อน

“กรี๊ด! พอ...พอแล้ว” ร่างเล็กดิ้นส่ายไปมาคล้ายคนถูกของร้อนๆ มาทาบบนผิวกาย ดวงตาฉ่ำหยาดน้ำตาส่งไปเว้าวอนคนเหนือร่าง

ถังเฟ่ยหลงเหยียดปากยิ้มเย้ยหยันส่งให้เท่านั้น พลางหวนให้นึกถึงเรื่องที่น้องสาวได้เจอะเจอมาอีกครั้ง เมื่อไอ้พี่ชายสารเลวของผู้หญิงใต้ร่างคนนี้ มันเฉดหัวน้องสาวของเขาทิ้ง ทั้งๆ ที่ฮุ่ยจื่อกำลังอุ้มท้องลูกของมัน แล้วหมอยังตรวจพบว่าน้องสาวของเขาถูกรุมโทรมก่อนกลับมาฮ่องกง แล้วก็ไม่ใช่ใครหน้าไหนสั่งให้ทำนอกเสียจากไอ้ปฐวี!

“ฉันขอร้อง หยุดซะทีเถอะ ฉันเจ็บ” ปิ่นมุกร้องขอความปรานีอีกครั้ง เธอเคลื่อนมือมาเกาะท่อนแขนใหญ่และกดจิกปลายเล็บเต็มแรงเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากร่างกาย ทว่าคนเหนือร่างไม่คิดใส่ใจฟัง          คำวิงวอน เพราะเขาต้องการทำให้ครอบครัวอิทธิเชษฐ์ได้รู้ซึ้งถึงความสูญเสียและความเจ็บปวด

ความกระหายใคร่ในรสวาทผสมความขุ่นแค้นสิ้นสุดลง เมื่อถังเฟ่ยหลงถอดถอนกายถอยห่างแล้วเฝ้ามองเจ้าของร่างเล็กที่พลิกกายหนีพร้อมเสียงสะอื้นไห้ มือเล็กที่สั่นเทาควานหาผ้าห่มมาปิดร่างกายบอบช้ำของตนเองอย่างเชื่องช้าและน่าเวทนานัก รอยยิ้มร้ายลึกประดับบนใบหน้า   หล่อเหลา เมื่อการชำระแค้นด้วยบทสวาทไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่สิ้นลง ทว่าแค่นี้มันยังไม่สาแกใจเขา!

 

เกือบสิบนาทีต่อมาเจ้าของเกาะเหอฮวาก็เดินออกมาจากห้องน้ำหลังเข้าไปจัดการทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย ก่อนเดินออกจากห้องไปพร้อมเสียงปิดประตูโครมใหญ่ ส่วนเจ้าของร่างเล็กไม่มีกะจิตกะใจจะไยดีเสียงโครมครามนั้นแม้แต่น้อย โดยไม่รู้เลยว่าภัยร้ายกำลังจะคืบคลานเข้ามาหาเธออีกครั้งเพราะถ้อยคำด่าทอทีเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากบวมเจ่อเมื่อพายุสวาทสิ้นสุดลง

“อาฉิน!” ถังเฟ่ยหลงก็เรียกหาคนสนิทเสียงดังลั่นหลังจากเดินมาถึงห้องโถงของบ้านพัก

“ครับ คุณถัง” กู่ฉินเดินเร็วมายืนอยู่ไม่ห่าง พร้อมรอรับคำสั่งจากเจ้านายหนุ่ม   

“ไปตามคนงานท้ายเกาะมาสองคน แล้วสั่งให้มันทั้งสองคนไปจัดการผู้หญิงในห้องใต้ดินซะ ฉันยกให้ พวกมันจะทำอะไรก็เรื่องของมัน”

สิ้นคำสั่งของถังเฟ่ยหลง กู่ฉินได้แต่ยืนตะลึงขณะที่คนพูดได้เดินขึ้นห้องพักส่วนตัวไปแล้ว พอดีกับที่เหยียนซ่านและจินเหลียงเดินเข้ามาสมทบและทันได้ยินคำสั่งเช่นกัน สามหนุ่มต่างเหลียวมองหน้ากันด้วยความ  ลำบากใจ อดจะเห็นใจหญิงสาวที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินไม่ได้ แต่คำสั่งก็คือคำสั่ง ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน

“เอาไงดีพี่ฉิน” จินเหลียงพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบงันและแต่ละคนก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เลิก

“แล้วแกสองคนกล้าขัดคำสั่งคุณถังกันหรือเปล่าล่ะ” กู่ฉินย้อนถามเสียงเครียด พลางมองหน้าเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนที่พากันส่ายหน้า เพราะใครๆ ต่างก็รู้ดีว่า นับตั้งแต่คุณหนูฮุ่ยจื่อจากไปพร้อมลูกน้อยในครรภ์     คุณถังก็อารมณ์ร้ายมากขึ้นทุกวัน

“จินเหลียง แกสั่งให้อาหย่งไปตามคนงานท้ายเกาะมา แล้วให้ไปที่ห้องใต้ดิน ส่วนเหยียนซ่าน แกไปรอหน้าห้องใต้ดินแล้วกัน ส่วนฉันจะไปดูคุณถัง”

กู่ฉินสั่งงานเสียงเรียบแต่แววตาครุ่นคิดอย่างหนักแล้วเดินจากไปโดยเดินไปยังห้องครัวเพื่อให้แม่ครัวเตรียมน้ำชานำไปให้คุณถังบนห้องทำงาน เพราะตนรู้ดีว่าคุณถังไม่นิยมใช้กำลังขืนใจผู้หญิง ทว่าวันนี้ตนมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณถังใช้กำลังปลุกปล้ำน้องสาวนายปฐวีแน่ๆ ถึงแม้จะเห็นใจหญิงสาวสักแค่ไหน ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ หรือแม้แต่เฉียดกรายไปที่ห้องใต้ดินก็ไม่มีใครกล้า

“แกคิดว่าคุณถังต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้จริงๆ หรือเปล่า      อาซ่าน” จินเหลียงเอ่ยถามเพื่อนร่วมงาน สีหน้าหนักใจไม่น้อยกับคำสั่งที่ได้รับจากกู่ฉิน

“ฉันรู้ว่าพี่ฉินคงมีวิธีจัดการแล้วละ ส่วนแกก็ไปหาอาหย่ง แล้วรีบจัดการทำตามคำสั่งคุณถังเถอะ ขืนชักช้า พวกเรานี่แหละจะโดนคุณถังประเคนลูกปืนใส่” เหยียนซ่านตบบ่าของเพื่อนร่วมงาน แล้วเดินลงไปที่ห้องใต้ดินพร้อมเสียงถอนใจดังครั้งแล้วครั้งเล่า และตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากู่ฉินจะให้ลงไปเฝ้าทำไม เพราะเขาไม่ได้อยากมาเห็นภาพทรมานของผู้หญิง     ตัวเล็กๆ สักนิด

 

ส่วนคนในห้องใต้ดินกำลังพยุงตัวลุกขึ้นเพื่อพาตัวเองเข้าไปชำระล้างคาวโลกีย์ที่แปดเปื้อนบนร่างกาย เธอเกลียด เธอขยะแขยงสิ่งที่เขาปลดปล่อยใส่ร่างกายของเธอเอาไว้ เขาต้องการให้เธอท้องงั้นเหรอ?’ คำถามผุดขึ้นกลางใจเมื่อพาตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องน้ำได้ไม่กี่นาที ดวงตาแดงก่ำก้มมองร่องรอยที่เขาฝากฝังเอาไว้อย่างป่าเถื่อน ความเจ็บช้ำครั้งนี้ เธอจะลบเลือนมันออกไปจากตัวได้อย่างไรกันเล่า หยาดน้ำตารินเมื่อมองเห็นแต่ร่องรอยเขียวช้ำบนร่างของตน สองมือเล็กสั่นๆ ยกขึ้นถูไถลบรอยนั้นจนเนื้อตัวแดงเถือก

เขาบอกอยากให้เธออับอาย คือให้เธออุ้มท้องโดยไม่มีใครรับเป็นพ่อของลูกงั้นเหรอ เขาอยากให้เธอเป็นเหมือนใครกัน แล้วคนในครอบครัวของเธอไปทำอะไรไว้กันแน่ ทำไมเธอถึงไม่รู้อะไรเลย

ปิ่นมุกเฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาแต่สุดท้ายคำตอบก็หยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม หวนนึกถึงแต่สิ่งที่ผู้ชายป่าเถื่อนกระทำต่อร่างกายก็ยิ่งให้รู้สึกชอกช้ำใจเกินจะกล่าว ร่างเล็กค่อยๆ รูดกับผนังห้องน้ำนั่งชันเข่าซบหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้คนที่นั่งชันเข่าซบหน้าร้องไห้เงยหน้าขึ้นมองประตูห้องน้ำด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว เธอกลัวผู้ชายใจร้ายคนนั้นจะกลับมาย่ำยีร่างกายอีกครั้ง ปิ่นมุกหันรีหันขวางหาอาวุธป้องกันตัว แต่ก็มีเพียงขวดยาสระผมเท่านั้น แต่กระนั้นเธอก็หยิบมันขึ้นมาถือไว้มั่น

“ใคร” คนในห้องน้ำร้องถามเสียงสั่น หลังจากมีแต่เสียงเคาะประตูดังมากขึ้นเรื่อยๆ

“คุณออกมาเถอะ” เหยียนซ่านส่งเสียงเรียกหน้าเครียด หลังจากที่คนงานท้ายเกาะมากันครบ แล้วกู่ฉินก็เพิ่งจะลงมาบอกว่าอีกสักครู่คุณถังจะลงมาที่นี่ งานนี้คงหาทางช่วยหญิงสาวไม่ได้แน่

“ไม่! พวกคุณจะทำอะไรฉันอีก” ปิ่นมุกเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง พลางเดินถอยห่างจากประตูห้องน้ำจนไปเบียดอยู่กับผนัง

“คุณถังสั่งให้คุณออกมา ผมว่าคุณรีบออกมาเถอะ ก่อนที่คุณถังจะลงมา” เหยียนซ่านพยายามเกลี่ยกล่อม ขณะที่ปิ่นมุกก็จดจำชื่อคนป่าเถื่อนจนขึ้นใจ เธอสาบานได้เลยว่าไม่เคยรู้จักคนคนนี้มาก่อนแน่

“เจ้านายของพวกคุณจะทำอะไรกับฉันอีก แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจอีกหรือไง ฉันบอกพวกคุณไปแล้วไงว่าจับผิดมาตัว ในเมื่อฉันไม่เคยรู้จักเจ้านายของพวกคุณมาก่อน แล้วฉันก็มั่นใจว่าคนในครอบครัวของฉัน ไม่มีใครเลวทรามต่ำช้า แล้วก็ป่าเถื่อนอย่างเจ้านายของพวกคุณแน่” ปิ่นมุกตอบกลับคนหน้าห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาร่วมฟังด้วย

“ฉันพูดกรอกหูเธอ ให้เธอได้ยินมาหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังคิดว่าครอบครัวของเธอบริสุทธิ์อยู่อีกหรือไงปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงโต้กลับแทน      เหยียนซ่านที่ถอยหลีกทางให้ ส่วนปิ่นมุกเมื่อรู้แน่ชัดว่าเป็นเสียงใครยิ่งทำให้เธอหวาดกลัวไม่กล้าเปิดประตูออกไป

ปัง!

“เปิดประตู!” สิ้นเสียงเคาะประตูก็ตามมาด้วยเสียงจากเจ้าของเกาะเหอฮวาตามมา คนด้านนอกที่ได้ยินเริ่มหนาวเยือกในอก ไม่ต่างจากปิ่นมุกเช่นกัน ที่เธอก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าหวาดกลัวผู้ชายป่าเถื่อนมากแค่ไหน

“ฉันสั่งให้เธอเปิดประตูปิ่นมุก! แล้วถ้าไม่เปิด ฉันจะให้คนงานของฉันเข้าไปจัดการเธอในห้องน้ำซะ”

ถังเฟ่ยหลงพูดข่มขวัญเหยื่อสาวที่ขวัญหนีกระเจิงไปหมดแล้วเมื่อ  ได้ยินเสียงตะคอกของชายหนุ่ม สองเท้าเล็กค่อยๆ ก้าวทีละก้าวไปหาประตูห้องน้ำ พลางคว้าผ้าห่มที่ตัวเองลากเข้ามาด้วยห่อร่างกายเอาไว้ เมื่อเดินมาถึงประตูห้องน้ำ ปิ่นมุกก็ยกมือปาดน้ำตาออกจากสองแก้ม กระชับมือที่กำปมผ้าเอาไว้แน่น อีกมือก็ยื่นไปปลดกลอนแล้วค่อยๆ แง้มบานประตูออกมา เธอเห็นชายฉกรรจ์ยืนรออยู่ในห้องถึงห้าคน ทำให้ปิ่นมุกถอยร่นกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง

“จะหนีไปไหน” ถังเฟ่ยหลงถามเสียงเหี้ยม ตามไปคว้าแขนเล็กแล้วฉุดให้ออกมาจากห้องน้ำ แล้วจัดการเหวี่ยงลงบนเตียงก่อนที่คนเหวี่ยงจะเดินถอยห่างออกมา พลางเหลียวมองไปยังคนงานท้ายเกาะทั้งสองคน

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันยกให้พวกแกสองคน จะทำอะไรก็เชิญ” สิ้นคำประกาศกร้าวของคนป่าเถื่อน ที่เห็นเธอเป็นสิ่งของที่ยกให้ใครต่อใครก็ได้ ปิ่นมุกก็รีบถอยหนีอย่างลนลาน พลางคว้าเอาผ้าห่มตามไปด้วยและไปยืนซุกตัวชิดผนัง ใบหน้าสวยสั่นส่ายไปมาอย่างขอร้อง

“ไม่นะ! คุณอย่าทำกับฉันแบบนี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องให้คนของคุณมาทำร้ายฉันด้วย ฉันขอร้องอย่าทำกับฉันแบบนี้เลย” ปิ่นมุกเอ่ยขอร้องเสียงสั่นเครือ

“ฮึ! ไม่ผิดงั้นเหรอ” ถังเฟ่ยหลงยอกย้อน พลางหรี่ตามองน้องสาวของศัตรู

“ใช่ฉันไม่ผิด เพราะฉันไม่เคยทำอะไรให้พวกคุณมาก่อน แล้วฉันก็จำได้ว่าไม่เคยรู้จักพวกคุณด้วย” ปิ่นมุกก้าวถอยไปตามผนังห้องเก่าๆ เมื่อถังเฟ่ยหลงสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบจดจ้องที่    ริมฝีปากสั่นระริกก่อนที่มุมปากจะเหยียดยิ้มเยาะ

“เธอจะรู้จักฉันหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญเลยสักนิดปิ่นมุก เพราะความผิดของเธอก็คือ เธอดันเกิดมาเป็นน้องไอ้ปฐวียังไงล่ะ” มือใหญ่ยื่นไปบีบคางเล็กพร้อมกับเพิ่มแรงบีบให้มากขึ้นจนใบหน้าสวยบิดเบี้ยว ปิ่นมุกละมือจากปมผ้ามาผลักไสมือใหญ่ทว่าเขาไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

“พี่ปัดน่ะเหรอ แล้วพี่ปัดไปทำอะไรให้พวกคุณกันแน่ ทำไมพวกคุณต้องมาทำร้ายฉันด้วย แล้วพวกคุณไม่เกรงกลัวกฎหมายกันบ้างหรือไง”    คนเสียเปรียบหยิบยกกฎหมายมาข่มขู่หวังจะให้เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาบ้าง

“กฎหมายงั้นเหรอ ฮึ! ฉันไม่สนกฎหมายอยู่แล้ว ไม่งั้นฉันไม่ลากเธอออกมาจากเจ้าบ่าวของเธอหรอก ปิ่นมุก! แล้วฉันจะบอกให้ ว่าตอนนี้ไอ้เจ้าบ่าวของเธอมันนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลโน่น เพราะถูกคนของฉันยิง ข้อหาแส่ไม่เข้าเรื่อง ส่วนพ่อของเธอก็นอนรักษาตัวเพราะอาการป่วยกำเริบแล้วก็รอวันตาย ส่วนแม่กับพี่สาวของเธอน่ะเหรอ วันๆ ก็เอาแต่ออกไปเที่ยว แล้วก็ไอ้พี่ชายสุดที่รักของเธอ ตอนนี้มันก็อยู่เที่ยวที่เชียงใหม่ แต่ต่อให้ใครอยู่ที่ไหน ฉันก็จะตามไปคิดบัญชีให้หมด แต่เวลานี้ ตอนนี้ ฉันจะคิดบัญชีกับเธอคนแรก ส่วนคนอื่นๆ เธอไม่ต้องห่วงไปหรอกปิ่นมุก เพราะฉันตามไปเอาคืนหมดแน่”

สิ้นน้ำเสียงเหี้ยมที่กระซิบชิดแก้มนุ่ม ถังเฟ่ยหลงก็แสยะยิ้มข่มขวัญหญิงสาว

“พวกคุณมันชั่วช้า รังแกคนไม่มีทางสู้ งั้นก็พูดออกมาตรงๆ สิว่าครอบครัวของฉันไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้พวกคุณกันแน่ หรือที่แท้พวกคุณ มันก็ไม่กล้าพูดความจริงออกมา” ปิ่นมุกเชิดหน้าย้อนถาม พลางปลดมือใหญ่ออกจากคางของตนแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ หนำซ้ำยังเจ็บร้าวมากขึ้น

“ฉันจะบอกให้เธอรู้แน่ แต่เธอควรรู้จากปากคนในครอบครัวของเธอเองต่างหากเล่าปิ่นมุก เพราะมันจะทำให้เธอเจ็บปวดยิ่งกว่ารู้จากปากของฉัน” ถังเฟ่ยหลงสะบัดมือออกจากคางเล็กเต็มแรง แล้วถอยห่างออกมา

“จัดการน้องสาวไอ้สารเลวซะ แล้วถ้าใครไม่ทำ ฉันจะฆ่ามัน”

ถังเฟ่ยหลงออกคำสั่งหลังจากหันไปมองสองคนงานท้ายเกาะ ที่เขารู้ดีว่ามันอดอยากเรื่องอย่างว่าแค่ไหน สองหนุ่มฉกรรจ์ที่มีหนวดเครารกครึ้มเต็มใบหน้า ต่างเหลียวมองหน้ากันอย่างชั่งใจ

“แกสองคนอยากตายกันนักใช่ไหม” สิ้นเสียงตะคอกของคน        ป่าเถื่อนที่เปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจของปิ่นมุก สองหนุ่มหน้าตาคล้ายโจรก็กรูเข้าไปหาปิ่นมุกทันทีเพราะกลัวตาย

“กรี๊ด!! ไอ้พวกชั่วอย่าเข้ามานะ ออกไป ออกไป ไอ้พวกสารเลวอย่ามาทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยฉัน!” ปิ่นมุกหวีดร้องสุดเสียง พลางยกปัดป้องร่างกายพัลวัน ส่วนถังเฟ่ยหลงก็ทำเพียงหยุดยิ้มเย็นอยู่หน้าประตูห้องที่ด้านหลังก็ตามด้วยมาเหยียนซ่าน จินเหลียงและกู่ฉิน

ปิ่นมุกดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อหนีสองคนงานท้ายเกาะสุดชีวิต แต่หนทางรอดพ้นของเธอดูน้อยลงทุกที เมื่ออีกคนไล่ต้อนด้านหน้า อีกคนไล่ต้อนด้านหลัง จนในที่สุดมันทั้งสองคนก็ยืนประกบหน้าหลัง ปิ่นมุกส่ายหน้าวิงวอนด้วยน้ำตานองหน้า เธอร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่เพิ่งเดินจากไปแต่ก็ไร้คนเหลียวแล

“กรี๊ดดดด ไม่นะ พวกแกอย่าทำอะไรฉัน ฮึก....ฮือ...”

สิ้นเสียงกรีดร้องโหยหวนของปิ่นมุก ถังเฟ่ยหลงก็ก้าวพ้นจากห้อง  ใต้ดินพร้อมลูกน้องอีกสามคน ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันหลังมาถึง   ห้องโถงเมื่อเจ้านายหนุ่มสั่งให้จินเหลียงและเหยียนซ่านไปนำวายุและ    สายลม เสือโคร่งเพศผู้ออกจากกรงขังและให้มานอนเฝ้าหน้าห้องใต้ดิน 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha