หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 14 : ตอนที่ 6 ว่าที่นายหญิงแห่งเกาะเหอฮวา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  6 ว่าที่นายหญิงแห่งเกาะเหอฮวา

 

 

            ช้าวันถัดมาภายในห้องรับแขกของครอบครัวอิทธิเชษฐ์ได้ต้อนรับตัวแทนจากนักธุรกิจหนุ่มชาวฮ่องกงมาเจรจาขอซื้อคฤหาสน์หลังงาม เมื่อสืบทราบมาว่าลูกชายของบ้านนี้ไม่สามารถหาเงินไปชำระหนี้ให้กับธนาคารได้ ขณะที่ประมุขของบ้านก็นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากเข้าไปตรวจร่างกายตามคำแนะนำของเพื่อนรักแล้วคุณหมอแนะนำให้    นอนดูอาการ เพราะคนป่วยอยู่ในภาวะเครียดจัด ทำให้ภายในห้องรับแขกของครอบครัวอิทธิเชษฐ์เหลือเพียงคุณปภาดาคอยรับหน้าอยู่เพียงลำพังเพราะลูกสาวคนโตไม่อยากลงมาเสวนาด้วย

“ผมหวังว่าคุณน่าจะพอใจกับข้อเสนอของเจ้านายผมนะครับ” หนุ่มสัญชาติฮ่องกงพูดขึ้นหลังจากอธิบายถึงข้อตกลงด้วยภาษาไทยแปร่งปร่า

“ฉันขอเวลาสามวัน แล้วจะติดต่อกลับไป” คุณปภาดาตอบกลับเสียงเรียบ พร้อมครุ่นคิดถึงข้อเสนอที่หนุ่มวัยสามสิบห้ายื่นมาให้ตน แต่ที่ตนยังคิดลังเลเพราะชายหนุ่มคนดังกล่าวไม่มีภาพของชายหนุ่มที่ต้องการบุตรสาวของตนไปเป็นภรรยามาให้ดูจึงทำให้ตัดสินใจยากขึ้น

“ได้ครับ นี่นามบัตรของผม ถ้าได้คำตอบ ติดต่อผมได้เลยโดยตรง”

กล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนโค้งศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกไปพร้อมคนติดตาม ส่วนคุณปภาดาก็ตกอยู่ในห้วงความคิดของตนกับข้อเสนอที่ได้รับ เมื่อเจ้าของเกาะเหอฮวาต้องการให้ปิ่นสุดาไปเป็นภรรยา พร้อมกับหนี้สินทุกบาททุกสตางค์ เจ้าของเกาะเหอฮวาจะเป็นคนจัดการชำระหนี้ให้ทั้งหมด รวมถึงคฤหาสน์หลังนี้ก็เช่นกันที่จะไม่ถูกธนาคารยึด โดยไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้บุตรสาวคนโตกำลังมองมา

“คุณแม่คะ คนพวกนั้นกลับไปแล้วเหรอคะ” ปิ่นสุดาเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามมารดา พร้อมคว้าเอานิตยสารขึ้นมาเปิดดูไปพลางๆ

“กลับไปแล้ว ยัยเปรม แม่ถามจริงๆ เถอะ แกมีคนรักอยู่หรือเปล่า” คุณปภาดาเปิดฉากถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากคิดทบทวนดีแล้วว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี

“ถามทำไมคะคุณแม่ แต่เปรมก็แค่คบไปเล่นๆ เท่านั่นแหละค่ะ” ปิ่นสุดาตอบเสียงเอื่อยๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะชายหนุ่มแต่ละคนที่เธอ   คบหาไม่ได้ตรงสเปกเธอสักคน หนำซ้ำบ้างคนยังต้องขอเงินจากพ่อแม่อีกด้วย บางคนก็ร่ำรวยไม่จริง

“ก็ดีแล้วที่ลูกเปรมไม่ได้รักใคร” คนเป็นแม่บอก พลางสังเกตบุตรสาวอย่างพินิจพิจารณา ทั้งที่ตนก็ไม่ทราบหรอกว่าเจ้าของเกาะเหอฮวามารู้จักหรือเคยเห็นหน้าค่าตาของบุตรสาวตนหรือไม่ ถึงได้มายื่นข้อเสนอขอปิ่นสุดาไปเป็นภรรยา

“คุณแม่พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ อย่าบอกนะว่าคุณแม่จะจับเปรมไปแต่งงานกับเพื่อนคุณแม่น่ะ เปรมไม่เอาด้วยนะคะ” ปิ่นสุดค้าน เสียงสูง พลางปิดหนังสือในมือลงและเตรียมจะลุกเดินหนีไป

“เดี๋ยวก่อนยัยเปรม แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” คุณปภาดาดึงแขนบุตรสาวคนโตเอาไว้ บังคับด้วยสายตาดุกร้าวให้บุตรสาวนั่งลงดีๆ

“เปรมบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าเปรมไม่ยอมให้คุณแม่หรือคุณพ่อมาจับเปรมไปแต่งงานกับผู้ชายคนไหนทั้งนั้นค่ะ แล้วถ้าอยากจะให้ใครไปแต่งงานนัก ก็ไปหาตัวนังปิ่นมา แล้วให้มันไปแต่งงานซะ” พูดจบก็ทำท่าฮึดฮัดใส่มารดา

“อย่าเพิ่งมาปฏิเสธได้ไหมยัยเปรม” คุณปภาดาดุอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะหันไปเห็นลูกชายเพียงคนเดียวเดินเข้าบ้านมา ส่วนปฐวีกำลังจะเดินเลี่ยงขึ้นห้องพักหลังจากเพิ่งบินกลับมาจากเชียงใหม่พร้อมเงินแต่ก็ได้มาแค่ห้าล้าน เมื่อฮุ่ยหลันหาเงินสิบล้านมาให้ไม่ได้ ปฐวีจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยไม่ร่ำลาหญิงสาวที่กำลังกระวนกระวายใจเพราะติดต่อปฐวีไม่ได้

“ตาปัด! เข้ามานี่ก่อน” คุณปภาดาเรียกไว้ได้ทันก่อนที่บุตรชายจะเดินหนีขึ้นห้องพัก

“มีอะไรครับคุณแม่ ผมเหนื่อย อยากพักผ่อน” ปฐวีค้านแต่ก็ยอมเดินไปนั่งข้างน้องสาวที่ทำหน้าทำตาบอกบุญไม่รับ ก็คาดเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องหนี้สินอีกตามเคย

“คุณพ่อไปไหนครับ แล้วเรื่องยัยปิ่นไปถึงไหนแล้ว ได้ข่าวบ้างหรือยัง” หลังจากมองหน้ามารดาและน้องสาวสลับกันไปมาสักพัก ปฐวีก็ถามถึงบิดาที่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายวัน

“พี่ปัดจะไปถามหามันทำไมกัน มันหายไปนะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมาอยู่บ้านหลังนี้ให้รกหูรกตา” ปิ่นสุดาโพล่งขึ้น พลางมองหน้าพี่ชายเพียง    คนเดียวด้วยความไม่พอใจ

“แกพูดแบบนี้หมายความว่าไงยัยเปรม ยัยปิ่นเป็นน้องแกนะ” ปฐวีค้านเสียงดัง เพราะลึกๆ แล้วเขาก็เป็นห่วงน้องสาวอีกคนเหมือนกัน แม้มารดาจะบอกอยู่เสมอว่าเขามีปิ่นสุดาเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว

“ใครรับมันเป็นน้องกันล่ะพี่ปัด ก็คุณแม่บอกเองว่านังปิ่นเป็นลูก  คนใช้” ปิ่นสุดาค้านตามที่มารดาบอก

“เอาละๆ แกสองคนจะทะเลาะกันเพราะยัยปิ่นหรือไง ส่วนแก    ตาปัดไม่ต้องไปสนใจยัยปิ่นนักหรอก ป่านนี้ยัยปิ่นคงมีความสุขอยู่กับ      ไอ้ผู้ชายที่มันหนีตามไปนั่นแหละ”

คุณปภาดาปรามลูกๆ ทั้งสองคน พลางถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย ทั้งที่ตนก็พร่ำสอนให้ทั้งปฐวีและปิ่นสุดารักใคร่ปรองดองกันมาตั้งแต่เด็ก ทว่ายิ่งโตทั้งสองคนก็เหมือนจะไม่ค่อยถูกชะตากัน

“ก็พี่ปัดน่ะสิ ชอบหาเรื่องเปรม” ปิ่นสุดาเถียงเสียงแหลม พลางสะบัดหน้าใส่พี่ชายและมารดา

“พี่หาเรื่องแกตอนไหนยัยเปรม” ปฐวีโต้กลับน้องสาวเสียงเหนื่อยๆ

“พอที!” คนเป็นแม่ตวาดลั่น ส่งสายตาดุตามไปด้วย

“คุณแม่! ทำไมต้องตวาดเปรมด้วยคะ ก็พี่ปัดหาเรื่องก่อนนี่”        ปิ่นสุดาลุกพรวดอย่างขัดใจ

“นั่งลงยัยเปรม แม่มีเรื่องจะคุยกับแก” คุณปภาดาสั่งเสียงดุ      ปิ่นสุดาเลยจำใจนั่งลงที่เดิมอย่างกระแทกกระทั้น พลางยกมือกอดอก     เชิดหน้าใส่พี่ชาย

“มีอะไรคะ แต่ถ้าเป็นเรื่องจับเปรมไปแต่งงาน เปรมไม่มีวันยอมแน่ๆ” ออกตัวเสียงดัง พานทำให้ปฐวีเลยเหลียวมองหน้ามารดาด้วยความสงสัย

“แกจะฟังฉันให้จบก่อน แล้วค่อยเถียงค่อยค้านสักนิดไม่ได้หรือไงยัยเปรม หรือแกจะปล่อยให้แม่ของแกตกระกำลำบากเพราะหนี้สินที่พ่อแกไปสร้างเอาไว้กันล่ะ แล้วไหนตอนนี้พอแกยังมานอนป่วยอยู่โรงพยาบาลนั่นอีก”

“คุณพ่อไม่สบาย คุณพ่อป่วยเป็นอะไรไปครับคุณแม่” ปฐวีถามด้วยสีหน้าตกใจ เพราะพ่อของเขาท่านก็ดูแข็งแรงดีมาตลอด ไม่น่าจะมาล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนี้

“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นหมอแจ้งว่าอยากให้พ่อของแกมีเวลาพักผ่อนให้มากๆ เลยให้นอนพักที่โรงพยาบาล” น้ำเสียงของคุณปภาดาบอกอย่าง    ไม่ค่อยจะใส่ใจ ปฐวีจึงหน้าเสียไปนิดที่มารดาพูดเหมือนไม่เป็นห่วงพ่อของเขา

“งั้นผมจะไปเยี่ยมคุณพ่อ” ปฐวีว่าพลางลุกขึ้นยืน

“นั่งลงตาปัด ยังไม่ต้องไป” คุณปภาดาห้ามเสียงดัง ปฐวีเลยนั่งลงที่เดิมด้วยใจกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงบิดา ก่อนจะมองหน้ามารดาที่เหมือนมีเรื่องอยู่ในใจ ส่วนคุณปภาดาก็ชั่งใจอยู่พักใหญ่แล้วพูดขึ้น

“มีคนมาขอยัยเปรมไปแต่งงาน ซึ่งถ้าทางเรายอมตกลง ฝ่ายนั้นจะใช้หนี้ให้เราทั้งหมด รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วยก็ไม่ถูกธนาคารยึด แต่ว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นของเรา ก็ต่อเมื่อยัยเปรมมีทายาทเท่านั้น”

“ไม่ค่ะ! เปรมไม่แต่ง แล้วไอ้ผู้ชายบ้าคนนั้น หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่รู้ เรื่องอะไรเปรมจะไป” ปิ่นสุดาค้านเสียงดังลั่นเมื่อมารดาพูดจบ

“แกไม่คิดจะช่วยเหลือครอบครัวบ้างหรือไงยัยเปรม” คุณปภาดาว่า พลางส่งสายตำหนิบุตรสาวคนโตเล็กน้อย

“ฮึ! ก็แล้วไอ้ผู้ชายที่ว่านั่น มันหาผู้หญิงไม่ได้หรือไง ถึงต้องมาเลือกเปรม หน้าตาของมันคงทุเรศที่สุดแน่ๆ แล้วถ้าคุณแม่อยากยกลูกสาวไป     ใช้หนี้จริงๆ ก็ไปตามหานังปิ่นมาสิคะ แล้วเอานังปิ่นนั่นแหละไปเมียแทนเปรม เพราะเปรมไม่อยากแต่งงานกับไอ้ผู้ชายหน้าตาทุเรศคนนั้น”

“แกรู้ได้ยังไงว่าเขาหน้าตาทุเรศ ยัยเปรม” ปฐวีค้านขึ้นบ้างหลังจากเงียบอยู่นานและเขาก็เห็นด้วยกับมารดา

“พี่ปัด! พี่พูดแบบนี้ หมายความไง” ปิ่นสุดาหันมาแหวใส่พี่ชายตาขุ่นขวาง

“ไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น แต่พี่เห็นด้วยกับคุณแม่ ที่แกควรทำอะไรเพื่อครอบครัวซะบ้าง”

“ฮึ! ทำอย่างกับพี่ปัดช่วยอะไรครอบครัวงั้นแหละ ถ้างั้นพี่ก็ไปแต่งเองซะสิ” ปิ่นสุดาสวนกลับหน้าตาบูดบึ้ง

“เลิกเถียงกันสักทีได้ไหมแกสองคน ตาปัด! จะไปพักผ่อนหรือไปเยี่ยมพ่อแกก็ไป ฉันเบื่อจะฟังแกสองคนทะเลาะกันแล้ว” คุณปภาดาออกปากไล่ ปฐวีจึงลุกขึ้นเดินหนีไปที่โรงรถหลังจากหันไปถามชื่อโรงพยาบาล ส่วนภายในห้องรับแขกคุณปภาดาก็หันมามองบุตรสาวคนโตอย่างอ่อนใจ

“คุณแม่คะ เปรมไม่แต่งนะคะ คุณแม่ไม่รักเปรมแล้วเหรอคะ ถึงคิดจะยกเปรมให้คนอื่นง่ายๆ ก็เปรมบอกแล้วไงว่าให้คุณแม่ไปตามหานังปิ่น แล้วเอามันไปแต่งงานแทนเปรม” เมื่อคิดว่าดึงดันปฏิเสธต่อไปคงไม่ได้ผล ปิ่นสุดาจึงเริ่มออดอ้อนพลางบีบน้ำตาให้มารดาสงสาร

“ฟังนะยัยเปรม แม่ว่าคนที่มาขอลูกไปเป็นภรรยา คงเป็นผู้ชายที่ดูดีมากเชียวละและคงรวยมาก ลูกรู้หรือเปล่าว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของเกาะ...เกาะเหอฮวาหรืออะไรนี่แหละ แม่ก็จำไม่ค่อยได้ แล้วเห็นว่าเป็นลูกครึ่งอีกด้วย อีกอย่างคนที่มาติดต่อสู่ขอลูกเปรมของแม่ก็บอกแม่มาว่าเจ้าของเกาะคนนั้นอายุแค่สามสิบกว่าเท่านั้น หนูเปรม ลูกน่ะหน้าตาสะสวยมากรู้ไหม แล้วคงไปถูกตาต้องใจผู้ชายคนนั้นเข้านั่นแหละ ถึงได้ส่งคนมาเจรจาสู่ขอเรา อีกอย่างแม่ว่านี่ก็เป็นโอกาสดีนะที่ลูกจะเหนือกว่ายัยปิ่น แม่รับประกันว่าผู้ชายคนนั้นต้องเป็นมหาเศรษฐีแน่ๆ เปรมคิดดูให้ดีนะลูก เพราะถ้าลูกยอม ลูกจะสบายไปทั้งชีวิต ส่วนยัยปิ่นก็ปล่อยไปเถอะ หรือไม่อีกไม่เกินสองสามเดือน ยัยปิ่นอาจจะอุ้มท้องกลับมาก็ได้ เพราะฉะนั้นลูกเปรมของแม่ต้องได้ดีกว่ายัยปิ่น เข้าใจไหมลูกเปรม”

มารดาหว่านล้อมเสียงอ่อนๆ พลางยกมือลูบหน้าลูบตาบุตรสาว     คนโตด้วยความรัก ผิดจากปิ่นมุกที่คุณปภาดาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเข้าไปโอบกอด

“คุณแม่พูดจริงเหรอคะ แล้วถ้าผู้ชายคนนั้น หัวล้าน อ้วนลงพุงล่ะคะ เปรมจะทำยังไง” แม้ใจจะคิดตามที่มารดาพูดไปแล้ว ทว่าปิ่นสุดามิวายจะค้าน พลางหวนให้คิดทบทวนเรื่องที่ได้ฟังจากปากมารดาอีกครั้งเพราะคุ้นกับชื่อเกาะ

“ถ้าเป็นอย่างที่ลูกเปรมว่าจริงๆ แม่นี่แหละจะไปพาลูกเปรมกลับมา” คนเป็นแม่ยังคงหว่านล้อมไม่เลิก

“คุณแม่ทำได้จริงเหรอคะ แล้วถ้าคนพวกนั้นเป็นพวกมาเฟียล่ะคะ คุณแม่จะไปช่วยเปรมได้ยังไง ว่าแต่เมื่อกี้คุณแม่บอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของเกาะเหอฮวาจริงเหรอคะ”

ปิ่นสุดากำลังวาดภาพรูปร่างหน้าตาเจ้าของเกาะเหอฮวาตามที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมากๆ แล้วยังมีธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกงและเมืองไทย

“จริงสิ แล้วลูกเปรมสงสัยอะไร” คุณปภาดาย้อนถามพลางทำคิ้วขมวด

“ถ้างั้น คุณแม่รีบตกลงเลยค่ะ ว่าเปรมยินดีไปเป็นภรรยาให้เจ้าของเกาะเหอฮวา” ปิ่นสุดาตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หน้าตาก็ยิ้มพรายจนมารดาสงสัย

“ลูกเปรม ลูกรู้จักเจ้าของเกาะหรือไง” คุณปภาดาถามบุตรสาวด้วยสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย

“ไม่รู้จักหรอกค่ะคุณแม่ แต่เพื่อนๆ ของเปรมที่ทำงานอยู่บนเกาะใกล้เกาะเหอฮวา เคยเห็นหน้าตาเจ้าของเกาะเหอฮวามาแล้ว แถมผู้ชาย คนนี้ยังมีธุรกิจทั้งในฮ่องกงแล้วก็เมืองไทยอีกด้วยค่ะคุณแม่ เปรมดีใจที่สุดเลยค่ะคุณแม่ ที่เขาส่งคนมาทาบทามเปรม ฮึ! แล้วต่อไปนังปิ่นมันต้องอิจฉาเปรมแน่ๆ จริงไหมคะคุณแม่ขา” ปิ่นสุดาโผเข้ากอดมารดาแน่น เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่

“ใช่จ้ะลูกเปรม เพราะลูกเปรมของแม่ต้องได้ดีกว่ายัยปิ่น” คุณ   ปภาดาพูดตอบบุตรสาวคนโตราวกับปิ่นมุกไม่ใช่เลือดเนื้อไขของตน

“ถูกต้องค่ะคุณแม่ ถ้างั้นคุณแม่ก็รีบติดต่อไปหาทางนั้นสิคะ ว่าเราตกลง อีกอย่างเปรมอยากพบหน้าผู้ชายคนนั้นเร็วๆ ด้วยค่ะ” ปิ่นสุดาผละจากอ้อมกอดมารดามาเร่งเร้า

“แต่แม่ว่าเราควรรอให้ครบสามวันดีกว่านะลูกเปรม ขืนให้ตอบ    ตกลงตอนนี้ มันจะน่าเกลียดเกินไป อีกอย่างลูกเปรมคนสวยของแม่ต้อง เล่นตัวเสียหน่อย ผู้ชายจะได้เห็นคุณค่า เพราะเมื่อเห็นแล้วจะได้ไม่ทิ้งขว้างไงจ๊ะลูกเปรม” คุณปภาดาค้านเสียงอ่อนโยน

“โธ่คุณแม่ขา อีกตั้งสามวันนะคะ เปรมใจร้อนค่ะ” ปิ่นสุดาทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่มารดา

“นะคะลูกเปรม อดทนรออีกแค่สามวัน แล้วระหว่างนี้ลูกเปรมก็ไปขัดตัว แต่งเติมความสวยให้พร้อมเป็นเจ้าสาวดีกว่านะจ๊ะ แม่ว่างานแต่งงานของลูกเปรม ต้องเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบปีแน่นอน แล้วงานนี้แม่จะเชิญแขกเหรื่อระดับผู้หลักผู้ใหญ่มากันให้หมด แล้วลูกเปรมของแม่ต้องสวยที่สุดในงาน”

คุณปภาดาวาดฝันด้วยสีหน้าแช่มชื่น โดยไม่คิดห่วงบุตรสาวคนเล็กที่ถูกลักพาตัวไป จากนั้นคุณปภาดาก็พาบุตรสาวออกจากบ้านและพากันเข้าร้านเสริมสวย

ก๊อกๆ

สิ้นเสียงเคาะประตูห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลชื่อดัง ประตูก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมร่างสูงใหญ่ที่ไม่ได้พบหน้าตากันมานาน คุณกิตติขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเพ่งมองชายหนุ่มที่อายุรุ่นราวเดียวกับปฐวี พลางยิ้มอ่อนโยนมอบให้

“สวัสดีครับคุณลุง” พิธาน ชายหนุ่มเจ้าของโรงแรมบนเกาะกูดกล่าวทักทายเพื่อนของมารดา พร้อมวางตะกร้าผลไม้ของฝากลงบนโต๊ะ

“ขอบใจมากหลานชาย แล้วเป็นไงบ้างล่ะเรา ช่วงนี้สบายดีใช่ไหม แล้ว...” คุณกิตติทักทายกลับ สายตาของท่านเหลือบมองหามารดาของชายหนุ่ม

“คุณแม่สบายดีครับ แต่ท่านติดธุระครับ เลยไม่ได้มาเยี่ยม แต่ความจริงผมจะมาตั้งแต่รู้เรื่องที่น้องปิ่นแต่งงานแล้วนะครับ แต่บังเอิญที่โรงแรมมีเรื่องนิดหน่อยครับ แล้วน้องปิ่นไม่อยู่เหรอครับ”

พิธานลากเก้าอี้มานั่งไม่ห่างจากคนป่วยมากนัก พลางมองหา     สาวน้อยหน้าใส กิริยามารยาทก็น่ารักและเขาก็หลงรักสาวน้อยคนนี้นับตั้งแต่ได้เห็นหน้า แต่ก็มีอันต้องห่างกันไกลเมื่อปิ่นมุกต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ

“ยัยปิ่น...ถูกลักพาตัวไปจากงานแต่งหลายวันแล้วละพิธาน แล้วตอนนี้ลุงก็ยังตามหาไม่พบ” คุณกิตติบอกเสียงสั่นเครือ เพราะเป็นห่วงบุตรสาวคนเล็กที่ป่านนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม หนำซ้ำทั้งแม่ทั้งพี่สาวและพี่ชาย ดูเหมือนจะไม่มีใครให้ความสนใจเลยสักนิด ส่วนตัวท่านก็พึ่งทั้งตำรวจและนักสืบแต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

“อะไรนะครับ! น้องปิ่นถูกลักพาตัว มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงครับ แล้วคุณลุงพอเห็นจะหน้าพวกมันไหมครับ แล้วพวกมันเป็นใครกันครับ” พิธานเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจ

“ไม่เห็นหรอกหลานชาย พวกมันใส่หมวกปิดหน้าปิดตากันหมด ลุงสั่งให้คนตามไปจนพบรถที่มันใช้พายัยปิ่นหนีไป แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกมันเอา    ยัยปิ่นไปไว้ที่ไหน ลุงจนปัญญาจริงๆ พิธาน ลุงไม่รู้จะไปตามหายัยปิ่นได้ที่ไหน” คุณกิตติเอ่ยบอกเสียงสั่นๆ น้ำตาก็พานไหลด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว

ท่านยกมือกุมหน้าอกของตนเอาไว้ พิธานเห็นอาการไม่ได้จึงรีบ    กดกริ่งเรียกพยาบาล ไม่นานพยาบาลก็เข้ามาพิธานจึงหลีกทางให้และออกมายืนรอหน้าห้องพัก พอดีกับที่ปฐวีก็เดินทางมาถึงหน้าห้องพักของบิดา สองหนุ่มจ้องหน้ากันและกันนิ่ง ปฐวีรู้สึกไม่ชอบหน้าพิธาน ทั้งที่ไม่เคยเจอะเจอกันมาก่อน ส่วนพิธานก็มองออกว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ชอบตน แต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไปเพราะอีกคนคือลูกชายคุณลุงกิตติ คนรักเก่าของมารดา เขารู้เรื่องนี้เพราะมารดาเล่าให้ฟัง อีกทั้งยังสั่งไม่ให้เขาเข้าไป   ยุ่งเกี่ยวกับลูกๆ ของคุณลุงกิตติ แต่มันก็เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่ได้พบ    คุณลุงและปิ่นมุก จากนั้นคุณลุงก็แนะนำเขาให้รู้จักปิ่นมุก

“คุณยังเข้าไปเยี่ยมไม่ได้” พิธานเอ่ยบอกเมื่ออีกคนจะเปิดประตูเข้าไป ปฐวีเหลียวมองพลางละมือห่างจากประตู

“แกเป็นใครวะ แล้วมาทำอะไรที่นี่” ปฐวีถามเสียงห้วน มองคนชอบแส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเหยียดปากยิ้ม

“ผมมาเยี่ยมคุณลุง” พิธานบอกเสียงเรียบและไม่คิดใส่ใจกับท่าทีของอีกฝ่าย

“เยี่ยมแล้วก็กลับไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับพ่อฉันอีก เพราะฉันไม่ชอบหน้าแกว่ะ” ปฐวีออกปากไล่ สบตากับอีกฝ่ายอย่างท้าทาย พิธานทำเพียงถอนใจเบาๆ เขาก็อยากไปเหมือนกัน แต่อาการของคุณลุงยังไม่ปลอดภัย เลยทำให้เจ้าของโรงแรมชื่อดังของเกาะกูดยืนนิ่งเฉย

“เฮ้ย! ฉันบอกให้แกกลับไปไง” ปฐวียื่นมือกระชากเสื้อแล้วผลักอกของพิธานจนอีกคนเสียหลักเซชนผนัง

“ผมไปแน่ แต่ต้องรู้ว่าอาการคุณลุงปลอดภัยเสียก่อน” ยืนตั้งหลักได้แล้วก็โต้กลับเสียงเข้ม จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางหลังจากถูกปฐวีกระชาก

“ก็กูบอกแล้วไงว่านั้นน่ะพ่อกู กูดูแลเองได้ ส่วนมึง รีบๆ ไปซะ ก่อนจะถูกกระทืบ” ปฐวีข่มขู่

“ถ้าคุณคิดจะกระทืบผมได้ง่ายๆ ก็ลองดู แต่ขอเตือนว่าที่นี่โรงพยาบาล อย่ามาทำตัวเป็นนักเลง แล้วผมก็ไม่ยอมให้ใครมาต่อยหรือกระทืบผมฟรีๆ เหมือนกัน” พิธานโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว และคนที่นึกกลัวขึ้นมาก็คือปฐวีที่ไม่ชอบบู๊กับใคร

“ไงคุณ ตกลงจะเอายังไง” พิธานถามย้ำ แต่ปฐวียังไม่ได้ทันโต้ตอบประตูห้องพักพิเศษก็เปิดออกมาเสียก่อน

“ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้กูเจอหน้ามึงอีกก็แล้วกัน” ปฐวีกระซิบเสียงเหี้ยมแล้วเดินเข้าไปห้องพักของบิดา ตามด้วยพิธาน

“ว่าไงเจ้าปัด แล้วยัยเปรมกับแม่แกล่ะ” ถามเพราะหวังให้คู่ชีวิตและลูกสาวอีกคนมาเยี่ยมเยียนบ้าง ก่อนมองเลยไปยังพิธาน ลูกชายเพียงคนเดียวของตวงรัตน์ อดีตคนรักของท่าน

“คุณแม่กับยัยเปรมอยู่บ้านครับคุณพ่อ” ปฐวีว่าพลางเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟา หางตาก็เหลือบมองชายหนุ่มอีกคน ส่วนคุณกิตติพอได้ฟังก็หน้าสลดลงไป เพราะตั้งแต่นอนอยู่โรงพยาบาล คุณปภาดาและปิ่นสุดา    ไม่เคยมาเยี่ยมตนสักครั้ง แม้แต่โทรมาถามไถ่อาการก็ไม่มี

“แล้วนี่รู้จักกันหรือยัง” คุณกิตติถาม พลางหันไปแนะนำหนุ่มๆ ทั้งสองคนให้รู้จักกัน ครู่ต่อมาหลังจากปฐวีมาเห็นอาการของบิดาปลอดภัย จึงได้ขอตัวกลับไปพักผ่อนเพราะรู้สึกขัดหูขัดตาพิธาน ภายในห้องพักพิเศษจึงเหลือเพียงคุณกิตติและพิธาน

“คุณลุงครับ เรื่องน้องปิ่น ผมจะให้เพื่อนออกตามหาอีกแรงนะครับ เผื่อเราจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มบ้าง” พิธานบอกเสียงเครียดๆ ไม่ต่างจาก      สีหน้านัก เมื่อได้ฟังรายละเอียดเพิ่มเติมว่าคนที่บุกเข้ามาลักพาตัวปิ่นมุกไปจากงานแต่งไม่ใช่คนไทยเพราะกลุ่มเหล่านั้นพูดไทยไม่ชัด 

“ขอบใจนะหลานชาย แล้วนี่เราจะอยู่พักกรุงเทพฯ ก่อนหรือกลับเกาะเลยล่ะ” คุณกิตติยิ้มอ่อนโยนมอบให้หลังพูดจบ

“ผมจะกลับเลยครับ ผมจะได้รีบไปขอให้เพื่อนช่วยตามหาน้องปิ่นด้วย”

“แล้วเพื่อนเรา เป็นใครกันล่ะพิธาน” คุณกิตติถามเพราะเกรงใจและไม่อยากให้เรื่องมันลุกลามไปกว่านี้ เพราะกลัวว่าบุตรสาวจะเป็นอันตรายมากขึ้น

“เพื่อนผมเป็นคนฮ่องกงครับคุณลุง มีอิทธิพลมากอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้พักอยู่ที่เกาะส่วนตัว เห็นว่ามาพักผ่อนแล้วก็มาดูแลงานที่เชียงใหม่น่ะครับ คุณลุงวางใจเถอะครับ เพื่อนผมคนนี้ไว้ใจได้ และผมรับรองว่ามันไม่คิดร้ายกับใครหรอกครับ” พิธานอธิบายสีหน้ายิ้มนิดๆ และเขาก็มั่นใจว่าถังเฟ่ยหลงจะช่วยเขาได้มากเหมือนกัน เพราะหมอนี่มีลูกน้องเยอะแยะ

“คนฮ่องกงหรอกเหรอ” คุณกิตติครางถามสีหน้าดูทุกข์ใจมากขึ้นและกังวลไปสารพัด เพราะคนที่มาติดต่อขอซื้อโรงแรมและติดต่อขอซื้อคฤหาสน์ก็เป็นคนฮ่องกงเหมือนกัน

“ครับ คุณลุงมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรพิธาน ว่าแต่คุณแม่ของเรา สบายดีใช่ไหม” คนป่วยวัย  ห้าสิบเปลี่ยนเรื่องด้วยการถามถึงอดีตคนรักที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายปีและตัวท่านก็ไม่เคยลืมตวงรัตน์ได้เลย

“สบายดีครับ นี่ครับ คุณแม่ผมฝากมาให้ครับ” พิธานยื่นห่อดอกไม้อบแห้งที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่งให้ ซึ่งเป็นประจำที่คุณแม่ของเขาจะฝากดอกไม้มาให้คุณลุง จนมาวันหนึ่งเขาต้องถามท่านว่าทำไมท่านต้องดอกไม้ให้ลุงกิตติทุกปี ท่านก็ตอบว่าเพราะเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ท่านเคยมอบให้คุณลุงเมื่อครั้งที่คบหาเป็นคนรักกัน แต่ความรักของท่านก็จบลงเมื่อไปเห็นว่าลุงกิตติกำลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณปภาดาในห้อง ท่านเสียใจมากเลยตัดขาดจากคนทั้งสองไปอยู่บ้านเกิด คือที่เกาะกูดและได้พบกับคุณพ่อของเขาและเพราะความสงสารที่คุณพ่อคอยตามตื๊อ กอปรกับคุณแม่ของเขาอยากลืมคนรักเก่า ท่านจึงตัดสินใจแต่งงานกัน แต่สุดท้ายพรหมลิขิตก็นำพาให้ท่านทั้งสองมาพบเจอกันอีกครั้ง เมื่อคุณลุงกิตติพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะกูด จนเมื่อคุณพ่อของเขาเสียชีวิตลง คุณลุงกิตติก็พยายามติดต่อคุณแม่ของเขาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันเป็นประจำ

“ฝากคำขอบคุณไปให้คุณแม่ของเราด้วยแล้วกันพิธาน แล้วบอกว่าลุงชอบมาก” อีกครั้งที่พิธานได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้เป็นลุง พิธานจึงยิ้มตอบท่าน

“ได้ครับคุณลุง เอาไว้ว่างๆ ผมจะพาคุณแม่มาเยี่ยมนะครับ” พิธานกล่าวยิ้มๆ

จากนั้นสองหนุ่มต่างวัยก็พูดคุยกันด้วยสัพเพเหระต่อร่วมชั่วโมงก่อนที่พิธานขอตัวออกไปโทรศัพท์ติดต่อเพื่อนรัก พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนฟัง เพื่อขอแรงให้เพื่อนรักช่วยตามหาปิ่นมุก จากนั้นพิธานก็ขอตัวเดินทางกลับเกาะกูดเพื่อไปพบเพื่อนที่เกาะเหอฮวา ขณะคนที่พิธานกำลังเดินทางไปพบก็ผลุนผลันสั่งความไว้กับจินเหลียงแล้วรีบลงเรือเพื่อเดินทางไปเชียงใหม่ หลังจากลูกน้องรายงานว่าฮุ่ยหลันเบิกเงินออกไปในเวลาไล่เลี่ยกันถึงสิบห้าล้าน ทำให้ถังเฟ่ยหลงร้อนใจว่าน้องสาวอาจเกิดเรื่อง เพราะทุกครั้งฮุ่ยหลันจะใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ต้องปรึกษาตนเสียก่อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha