หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 15 : ตอนที่ 7 ความปรารถนา...ที่ไม่อาจห้ามใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  7 ความปรารถนา...ที่ไม่อาจห้ามใจ

 

 

            ช่วงบ่ายของวัน หลังจากที่เจ้านายหนุ่มเดินทางออกจากเกาะไปแล้ว จินเหลียงจึงได้เดินลงไปดูหญิงสาวที่ถูกขังอยู่ภายในห้องใต้ดิน โดยไล่ให้เจ้าวายุและสายลมกลับเข้าไปอยู่ในกรง ขณะที่ปิ่นมุกกำลังพยุงตัวลุกจากที่นอนโดยมีหญิงชราวัยห้าสิบคอยดูแลอยู่เนื่องจากคนบนเตียงนอนซมด้วยพิษไข้

“คุณเป็นยังไงบ้าง” จินเหลียงเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องใต้ดิน ปิ่นมุกเงยหน้ามองคนพูดด้วยดวงตาแดงก่ำเพราะพิษไข้ เนื้อตัวของเธอ ร้อนจี๋ราวกับไฟร้อนๆ ลนไปทั่วตัว

“คุณเป็นไข้น่ะอาเหลียง เป็นตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ป้าไม่กล้าไปเรียน คุณถัง เลยแต่ได้เช็ดตัวให้” หญิงชราวัยห้าสิบบอกเสียงเนิบนาบ นึกสงสารหญิงสาวรุ่นลูกจับใจทั้งเป็นไข้ตัวร้อน ตามเนื้อตัวก็มีแต่รอยฟกช้ำ หนำซ้ำพวกคนงานท้ายเกาะก็ลือกันให้แซดว่าคุณถังขืนใจหญิงสาวคนนี้แล้วส่งต่อให้ลูกน้องท้ายเกาะอีกสองคน คนชราเลยได้แต่ส่ายหน้ากับพวกปากหอยปากปูที่ไม่รู้ไม่เห็นจริง แล้วก็เอาไปพูดกันจนดังกระฉ่อนไปทั่วเกาะ พวกคนงานบนเกาะบางคนถึงกับมาแอบด้อมๆ มองๆ ที่บ้านพักของคุณถัง

“ป้าออกไปเอายาแก้ไข้ในตู้มาให้ผมด้วยแล้วกัน” จินเหลียงเอ่ยบอก พลางหันไปคว้าผ้าชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆ ก่อนเอื้อมไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ปิ่นมุกแต่เธอปัดมือออก

“อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อยฉันให้ตายๆ ไปซะ เผื่อเจ้านายของพวกคุณจะสำนึกผิดได้บ้างว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้ ฉันผิดอะไรนักหนา ทำไมต้องมาทำร้ายฉันขนาดนี้ด้วย”

คนถูกพิษไข้รุมเร้าตัดพ้อเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างเวทนาสภาพของตนที่ไม่ต่างจากซากศพนัก มือเล็กยกปาดน้ำตาจากดวงคู่สวยลวกๆ ด้วยความเจ็บช้ำที่ตอบโต้ผู้ชายใจร้ายไม่ได้ หนำซ้ำเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาให้เธอหายข้องใจเสียที ว่าพี่ปัดของเธอไปทำอะไรไว้กันแน่ แล้วมันสาหัสสากรรจ์มากเลยหรือไง เขาถึงต้องมาทำร้ายเธอจนมีสภาพแบบนี้

เขาคนเดียวไม่พอ ยังส่งลูกน้องมาทำร้ายเธออีกด้วย ยิ่งคิดปิ่นมุกก็ยิ่งขยะแขยงตัวเองมากขึ้น เมื่อหวนนึกถึงตัวเองถูกสองคนงานรุมทำร้ายตอนที่เธอสลบไป

“ออกไป” คนถูกพิษไข้เล่นงานออกปากไล่เสียงสะอื้น

“ให้ผมช่วยคุณเถอะ คุณปิ่นมุก” จินเหลียงตื๊อต่อ ทั้งที่ไม่คิดเคยจะใส่ใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เขายอมรับว่าสงสารหญิงสาวตรงหน้าจับใจ

“อย่ายุ่งกับฉัน” ปิ่นมุกปฏิเสธน้ำใจจากหนุ่มหน้าตี๋ ที่พยายามจะเช็ดตัวให้

“ผมขอร้องละนะ คุณอย่าเพิ่งโวยวายได้ไหมคุณปิ่นมุก ไม่งั้นคุณอาจช้ำในตายก็ได้ ดูเนื้อตัวของคุณสิ ช้ำไปทั้งตัว” จินเหลียงพูดขู่ โดยหวังจะให้หญิงสาวเกิดกลัวขึ้นมาบ้าง ทว่าแววตาของเขาอ่อนโยนยามทอดมองหญิงสาว

ปิ่นมุกเงยหน้าจ้องคนพูดเพราะเวลานี้ใจเธอนึกชังคนทั้งเกาะไปแล้ว ทางด้านจินเหลียงก็ระบายยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้าหล่อตี๋ของตน แอบสำรวจหญิงสาวหน้าตาน่ารักอ่อนหวานไปพลางๆ เขายิ้มในใจเพราะเชลยสาวคนนี้ถึงจะหน้าตาคล้ายคนซื่อๆ แต่เอาเข้าจริงก็พยศเอาเรื่องเหมือนกัน ถึงว่าคุณถังถึงได้ใช้เวลาอยู่ในห้องนี้มากกว่าอยู่กับผู้หญิงคนไหน

“คุณปิ่นมุกให้เช็ดตัวให้เถอะ แล้วจะได้ทายาแก้ฟกช้ำ คุณจะได้หายเร็วๆ” จินเหลียงถอนสายตาที่เผลอมองหันมาพูดอย่างขอร้องคนป่วย

“พวกคุณมันก็ชั่วช้าเหมือนกันหมดนั่นแหละ คิดจะมาช่วยรักษาให้ฉันหาย แล้วจะสั่งให้ใครต่อใครมารุมโทรมฉันอีกหรือไง ไอ้พวกป่าเถื่อน” เธอว่าพลางปัดมือใหญ่ออกห่าง จินเหลียงข่มอารมณ์เดือดดาลของตนแล้วเอื้อมไปหยิบยามาใหม่ ก่อนเหลือบตามองเชลยสาว

“ถ้าผมป่าเถื่อนจริง คุณคงถูกผมทำเหมือนคุณถังไปแล้วคุณปิ่นมุก” จินเหลียงเอ่ยบอกเสียงดังลอดไรฟันหวังจะข่มขวัญให้เชลยสาวหน้าตา    ซีดเซียวได้หวาดกลัว เพื่อให้เขาได้ช่วยเช็ดตัวและทายาให้หญิงสาวแต่โดยดี

“หรืออยากให้ผมจับคุณโยนออกไปเป็นอาหารให้เจ้าวายุกับสายลมดีล่ะ” หนุ่มหน้าตี๋พูดต่อ พลางลอบสังเกตท่าทีของเชลยสาวหน้าที่นั่งทำหน้าตาตื่นตระหนก จินเหลียงกดยิ้มมุมปากเมื่อเชยสาวกำลังเฝ้ามองรอบๆ ตัวเพื่อหาเจ้าวายุกับเจ้าสายลมที่ว่า แล้วมันคือตัวอะไร หรือจะเป็นงู

“อะ...อะไร อะไรคือเจ้าวายุกับสายลม ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีตัวอะไรอยู่ในนี้สักตัว” เอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางหดแขนหนีมือใหญ่ที่ยื่นมาทายาให้

“เสือโคร่ง” จินเหลียงตอบเสียงเรียบๆ แต่คนฟังทำตาโตเพราะกลัวเสือมาตั้งแต่เด็ก

“โหดร้ายที่สุด นี่พวกคุณคิดจะจับฉันไปเป็นอาหารของเสือหรือไง” ปิ่นมุกต่อว่าเสียงโกรธๆ เธอก็คิดอยู่ว่ามีเสียงอะไรดังอยู่หน้าห้องตั้งนานสองนานก่อนมันจะเงียบหายไป

“ก็ถ้าคุณอยู่อย่างสงบ ก็คงไม่ต้องไปเป็นอาหารเจ้าวายุกับสายลม สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณถังหรอกครับ คุณปิ่นมุก แต่หลังจากคุณฟื้นไข้เมื่อไหร่ ผมต้องเริ่มสอนงานคุณ ตามคำสั่งคุณถัง” จินเหลียงบอกเสียงราบเรียบและตามตื๊อไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับเชลยสาวที่มองตาขุ่นขวางแต่ยอมให้อีกคนเช็ดตัวให้

“ฮึ! จะให้ฉันเชื่อยังงั้นเหรอ แล้วเจ้านายป่าเถื่อนของพวกคุณ ต้องการให้ฉันทำงานอะไรอีกล่ะ มันช่างทุเรศที่สุด ฉันถูกจับมาเป็นเชลยโดยไม่รู้ความผิด แล้วยังจะมีหน้าสั่งให้ฉันไปทำงาน คอยดูเถอะ ฉันจะหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้”

คนถูกกักขังให้อยู่แต่ในห้องใต้ดินโต้กลับเสียงขุ่น เหลียวมองรอบๆ ห้องเพื่อหาทางหนี แต่หากี่ครั้งก็ไม่พบ แล้วไหนยังจะมีเสืออีกสองตัวคอยเฝ้าอยู่หน้าประตูนั่นอีก

“เอาละ ผมไม่เถียงกับคุณแล้ว แต่ผมว่าคุณทานข้าวสักหน่อยดีกว่า แล้วคุณจะได้ทานยาแล้วก็นอนพัก แล้วผมก็ขอเตือนว่าคุณอย่าคิดหนีไปจากเกาะเหอฮวานี่เลย เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วถ้าคุณหนีไปได้ แต่ยังไงซะคุณก็ต้องไปเจอพวกคนงานท้ายที่เกาะหิวโซอีกอยู่ดี” จินเหลียงเอ่ยขึ้นหลังจากป้าเหม่ยนำอาหารพร้อมยาแก้ไขกลับเข้ามา

“คนงานท้ายเกาะอีกแล้วเหรอ ไม่นะ ฉันไม่อยากเจอพวกมันอีกแล้ว” ปิ่นมุกครางเสียงแผ่วๆ เธอยังนึกขยาดสองคนนั้นไม่หาย อีกทั้งยังขยะแขยงพวกมันอย่างที่สุด

“ถ้าไม่อยากเจอ ผมขอเตือนให้คุณอยู่อย่างสงบ แล้วก็ห้ามโต้เถียงหรือซักไซ้คุณถังอีกเด็ดขาด ไม่งั้นคุณจะเจอแบบเมื่อคืนแน่ๆ เอาละ ผมว่าคุณทานข้าวเถอะ แล้วให้ป้าเหม่ยทายาให้ต่อ จากนั้นก็นอนพักผ่อนเยอะๆ อีกไม่กี่วันคุณคงหายดีแล้วละ” จินเหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรมากขึ้น ปิ่นมุกจึงเงยหน้ามองชายหนุ่มหน้าตี๋อย่างค้นคว้า

“ทำไมคุณต้องทำดีกับฉันด้วย ในเมื่อเจ้านายของพวกคุณ เขา...   ขืนใจฉัน” เธอถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลออกจากดวงตาคู่สวยโดยมีป้า   วัยห้าสิบยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้อย่างนึกสงสาร

 ปิ่นมุกเหลียวมองหญิงชราสลับกับชายหนุ่มไปมาอย่างซาบซึ้งใจ ทั้งที่เธอและบุคคลทั้งสองเพิ่งจะได้พบหน้ากัน ทั้งสองยังห่วงใยเธอมากกว่าคนในครอบครัวของเธอเสียอีก จนมาถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม แม่และพี่สาวถึงไม่ชอบหน้าเธอนัก ส่วนพี่ชายแม้ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเพราะมารดาสั่งห้ามแต่เธอก็ดูออกว่าพี่ปัดไม่ได้รังเกียจอะไรเธอมากนัก

“ขอบคุณค่ะป้า” ปิ่นมุกพนมมือไหว้ ก่อนเงยหน้ามองชายหนุ่มหน้าตี๋

“ผมเห็นคุณเป็นน้องสาวน่ะคุณปิ่นมุก คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนพักผ่อนเสียเถอะ ผมรับประกันว่าจะไม่มีใครเข้ามาทำร้ายคุณ”

จินเหลียงยิ้มอ่อนโยนแล้วเดินจากไป ภายในห้องจึงเหลือเพียง     ปิ่นมุกและหญิงชราที่หันไปหยิบผ้าชุบน้ำมาบิดหมาดๆ เช็ดหน้าเช็ดตาให้ปิ่นมุก ราวสิบนาทีต่อมาปิ่นมุกก็จำใจสวมผ้าถุงตามด้วยเสื้อคอกระเช้าที่หญิงชราจัดหามาให้ พร้อมทานข้าวที่เธอรู้สึกฝืดคออย่างที่สุดแต่ก็พยายามกลืนลงคอ จนเมื่อทานข้าวทานยาเรียบร้อย เธอถูกหญิงชราบังคับให้นอนพักผ่อน

 

เช้าวันรุ่งขึ้นภายในห้องพักของฮุ่ยหลัน หญิงสาวเจ้าของห้องกำลังถูกพี่ชายคาดคั้นอย่างหนักเรื่องเงินที่หายไปในเวลาไม่กี่วันถึงสิบห้าล้าน ถังเฟ่ยหลงไม่คิดเสียดายเงินแต่กลัวน้องสาวจะถูกคนเจ้าเล่ห์มาหลอกลวงเอาเสียมากกว่า และนับตั้งแต่เขาต้องสูญเสียฮุ่ยจื่อไป ถังเฟ่ยหลงไม่คิดจะไว้ใจผู้ชายคนไหนให้เข้าใกล้น้องสาวอีกเลย

“จินนี่”

“คือ...พี่ใหญ่คะ เรื่องเงินนั้น เอ่อ...คือเพื่อนของจินนี่ยืมไปลงทุนค่ะ แต่อีกไม่นานเพื่อนจินนี่จะเอามาคืนให้ พี่ใหญ่อย่าห่วงไปเลยนะคะ”      ฮุ่ยหลันเอ่ยตอบพี่ชายหลังจากถูกคาดคั้นมาหลายครั้ง สองมือเล็กบนตักถูกบีบเข้าหากันแน่น

“พี่ไม่เคยห่วงเรื่องเงิน แต่พี่ห่วงเรามากกว่า แล้วเพื่อนคนไหน ผู้หญิงหรือผู้ชาย พี่รู้จักหรือเปล่า” ถังเฟ่ยหลงถามเสียงอ่อนลงแต่ยังคงถอนใจออกมาเบาๆ

“ผู้หญิงค่ะพี่ใหญ่ แต่พี่ใหญ่คงยังไม่เคยเห็นหน้าหรอกค่ะ เอาไว้วันหลังจินนี่จะพามาแนะนำให้พี่ใหญ่รู้จักนะคะ” ฮุ่ยหลันตอบเสียงแผ่วเบาลงทุกที พลางเมินหน้าหลบสายตาจ้องจับผิดของพี่ชาย

“เอาละ ผู้หญิงก็ผู้หญิง แต่ต่อไปเราควรปรึกษาพี่ก่อน จินนี่...เรารู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ครอบครัวของเราเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง พี่รักและ      เป็นห่วงเรามาก ส่วนเรื่องคบหาเพื่อนไม่ว่าหญิงหรือชาย พี่ไม่ได้ห้าม แต่  จินนี่ต้องเลือกคบคนบ้าง พี่ไม่อยากให้จินนี่มานั่งเสียใจภายหลังแล้วก็คิดสั้นเหมือนฮุ่ยจื่ออีกคน”

“ค่ะพี่ใหญ่ จินนี่ขอบคุณพี่ใหญ่นะคะ ที่รักและหวังดีกับจินนี่ แต่  จินนี่สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่นอนค่ะ แล้วนี่พี่ใหญ่ทานอะไรมาหรือยังคะ” สาวสวยถามยิ้มๆ รู้สึกเบาใจไปมากเมื่อพี่ชายไม่คิดซักไซ้เรื่องเงินต่อ

“พี่ยังไม่หิว แล้วงานที่บริษัทเป็นยังไงบ้างล่ะ เราเรียนรู้งานได้มากแล้วใช่ไหม เห็นคุณโศธินบอกว่าเราเรียนรู้งานได้เร็ว แต่อย่าหักโหมทำงานจนตัวเองไม่สบายไปเสียล่ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่ที่เป็นห่วง พี่ใหญ่ก็เหมือนกันค่ะ อย่าหักโหมงานมากจนไม่มีเวลาหาพี่สะใภ้ให้จินนี่นะคะ” น้องสาวสัพยอก ความหมองเศร้าเพราะคนรักหายหน้าหายตาไปเบาบางลงได้บ้าง

“อย่าเร่งพี่เลยจินนี่ คงอีกนานกว่าพี่จะเจอผู้หญิงถูกใจ ส่วนเรื่องพักผ่อน เราก็รู้แล้วนี่ว่าพี่มาพักผ่อนอยู่ที่เกาะส่วนตัวร่วมเดือน ว่างๆ จินนี่ก็ไปหาพี่ได้ตลอด เอาละพี่ต้องกลับก่อน มีเรื่องต้องไปสะสางต่อที่เกาะ”

ร่างสูงลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากพูดจบโดยมีฮุ่ยหลันเดินมาส่งถึงหน้าประตู ถังเฟ่ยหลงรั้งตัวน้องสาวเข้ามากอดครู่หนึ่งก่อนปล่อยแล้วออกจากห้องไปพร้อมคนติดตาม จนเมื่อเดินลงมาถึงลานจอดรถถังเฟ่ยหลงจึงหันไปสั่งให้กู่ฉินตามตัวลูกน้องให้มาจับตาดูฮุ่ยหลัน

ส่วนฮุ่ยหลันเมื่อพี่ชายจากไปแล้ว หญิงสาวก็มาโทรศัพท์ติดต่อ  ชายคนรักด้วยความร้อนใจ เพราะอีกฝ่ายหายไปหลายวัน แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ติดต่อไม่ได้เสียที จากนั้นเจ้าตัวก็เดินเข้าห้องนอนรื้อหาภาพถ่ายของชายหนุ่มที่เธอเผลอตัวเผลอใจรักไปเขา มาเฝ้ามองด้วยความคิดถึง สักพักจึงพลิกด้านหลังดูก็มีที่อยู่บอกเอาไว้ รอยยิ้มบางเบาจึงปรากฏบนใบหน้าเมื่อคิดว่าเธอควรไปตามหาเขา

 

ในขณะที่ทำให้หญิงสาวเฝ้าคิดถึงกำลังขับรถออกจากบ้านพักไปพบเพื่อนสาวที่นัดเจอกันเพื่อหาความสุขตามประสาชายโสดและไม่คิดจะผูกมัดกับใคร

“ไงคะปัด หายหน้าไปนานเลยนะคะ” ไอรินสาวสวยดีกรีนางเอกเอ็มวีเพลงดังของนักร้องชายยอดนิยมวัยยี่สิบสองทักทายเมื่อ     ชายหนุ่มเดินทางมาถึงห้องพักของเธอ ทว่าคนถูกถามไม่ตอบยื่นมือไปคว้าร่างหญิงสาวเข้ามาปล้ำกอดจูบอย่างคนกระหายใคร่ ไอรินเบี่ยงคอให้      ริมฝีปากร้อนซุกไซ้ได้ถนัดพร้อมเสียงคำฮึ่มฮั่มพึงพอใจของปฐวี

“คิดถึงกันมากขนาดนี้เลยเหรอคะปัด” ไอรินเอ่ยถามเสียงพร่าสั่น เมื่อฝ่ามือร้อนของหนุ่มหล่อลากผ่านแผ่นหลังก่อนวกกลับมาด้านหน้าเพื่อปลดปราการห่อหุ้มดอกบัวคู่งาม

ปฐวีช้อนตามองหญิงสาวก่อนยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วก้มใบหน้าซุกซบทรวงอกอวบอิ่ม เขาคลึงเคล้นราวกับคนหิวโหยมาแรมปีจึงแสดงออกมาอย่างตะกละตะกลาม ส่วนหญิงสาวก็ใช่จะน้อยหน้า เธอลากฝ่ามือจัดการปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายจนหมดแถวแล้วสอดฝ่ามือลูบไล้ผิวกระด้าง   ด้านใน ลูบไล้อย่างเร้าอารมณ์

“คุณก็คิดถึงผมมากเหมือนกันใช่ไหมไอริน...ยอดรัก คุณนี่เร่าร้อนได้ใจผมจริงๆ” ปฐวีครางกระเส่าสลับคำชมจนแทบจับใจความไม่ได้ เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวลากต่ำและเลยเถิดมาถึงกลางร่างของเขา นางเอกเอ็มวีคนดังเผยยิ้มหัวเราะคิกคักเมื่อกายแกร่งของชายหนุ่มสั่นสะท้าน

“ปัดคะ เราไปที่เตียงกันดีกว่านะคะ ฉันไม่อยากมีอะไรกับคุณบนพื้นนะคะ” พูดจบไม่ทันขาดคำดีร่างของตัวเองก็ลอยหวือเข้าสู่วงแขนของชายหนุ่ม

ปฐวีโน้มใบหน้าลงประกบจูบบดขยี้ด้วยความกระหายใคร่ แม้ไม่มองทางเดินเขาก็สามารถพาคนในอ้อมแขนมาถึงเตียงได้และก็รวดเร็วทันใจหญิงสาวไม่น้อย เมื่อแผ่นหลังของเธอกำลังแตะพื้นนุ่มๆ บนเตียงนอน  เรือนกายหนาหนักของชายหนุ่มก็ตามมาทาบทับอย่างคนใจร้อน หลังจากกระชากเสื้อผ้าพ้นกายตน

“ถ้าฉันรู้ว่าห่างจากคุณนานๆ แล้วคุณจะเร่าร้อนและรวดเร็วขนาดนี้ ฉันว่าเราสองคนห่างกันบ่อยๆ ดีไหมคะปัด” ไอรินฉีกยิ้มหวานหยด   เรียวขาสวยถูกแยกออกเพราะความใจร้อนของชายหนุ่ม ตามด้วยเรือนกายใหญ่ขยับแทรกเข้ามาแทนที่ ปฐวีแหงนหน้าหอบกระเส่าเพราะไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายวันและเขาไม่คิดจะรีรอให้เสียเวลาอีกต่อไป ทุกอย่างดำเนินไปตามความปรารถนาของร่างกายทันที

“สักกี่ยกดีคะปัด” เมื่อกายใหญ่พลิกนอนลงเคียงข้าง ไอรินก็จัดการพลิกตัวเป็นฝ่ายคร่อมร่างใหญ่เอาไว้แทน เมื่อพายุสวาทลูกแรกผ่านพ้นไป แต่เธอและเขารู้ดีว่ามันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

“สามเป็นไง” ปฐวียิ้มตอบ พร้อมเสียงครางกระเส่าเมื่อหญิงสาวเข้าครอบครองความเป็นตัวตนของเขาอย่างเก่งกาจ จากนางเอกเอ็มวีก็กลายเป็นจิ้งจอกสาวควบขับอาชาหนุ่มทรงพลังด้วยความร้อนแรง

“อืมม...ขอห้าหรือหกได้ไหมคะปัด ฉันมีแรงอีกเหลือเฟือ” จิ้งจอกสาวผู้เร่าร้อนต่อรองพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจ

“เอาเลยเต็มที่ยอดรัก หากคุณไหวผมก็ไหวเหมือนกัน แต่ตอนนี้ แรงๆ อีกหน่อยเถอะยอดรัก ผมจะขาดใจตายเพราะคุณอยู่แล้ว...แม่จิ้งจอกสาว” อาชาหนุ่มเร่งเร้าทั้งฝ่ามือที่ฟาดบนสะโพกสวยของจิ้งจอกสาวและเสียงกระเส่าดังออกมาเป็นระยะ

“คิดจะทำให้ฉันหมดแรงก่อนหรือไงคะปัด แต่อย่าหวังเลย งานนี้ฉันไม่ยอมถอยแน่ โทษฐานที่คุณหนีไปเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นมาหลายวัน” จิ้งจอกสาวพราวเสน่ห์คาดโทษพร้อมขับเคลื่อนร่างกายด้วยเรี่ยวแรงมากมายที่ไม่มีวันยอมถดถอยง่ายๆ สลับกับเสียงครางกระเส่าดังระงมทั่วห้อง แต่พายุสวาทครั้งนี้ไม่มีวันสงบลงง่ายๆ แน่ เพราะเมื่อพายุลูกสอง     ลูกสามผ่านไป พายุลูกที่สี่ลูกที่ห้าก็ตามมาติดๆ

 

ช่วงค่ำของวัน ถังเฟ่ยหลงเดินทางมาถึงเกาะเหอฮวาและเมื่อมาถึงก็พบเพื่อนรักนั่งรออยู่นานแล้ว ทว่าเจ้าของเกาะกลับสั่งให้เพื่อนรักนั่งรอต่ออีกสักครู่ เพราะเขาจะเดินลงไปดูเชลยสาวที่ห้องใต้ดิน

“คุณ!” เท้าเล็กชะงักกึกอยู่หน้าห้องน้ำเมื่อออกมาแล้วเห็นใคร   บางคนยืนกอดอกรออยู่

“เห็นหน้าผัวคนแรกก็ถึงกับตกใจเลยหรือไง หรือเธอคิดถึงฉัน”    เอ่ยถามเสียงเย้ยหยัน

“ฉันไม่นับโจรชั่วอย่างคุณไปด้วยหรอก” ปิ่นมุกตอกกลับอย่างไม่คิดเกรงกลัว ทั้งที่ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มนานแล้วตั้งแต่ได้ยินเสียงของมัจจุราชร้ายหน้าหล่อคนนี้

“ไม่อยากนับ แต่เธอคงลืมไม่ลงแน่ๆ ว่าฉันคือผัวคนแรกของเธอ” ถังเฟ่ยหลงเหยียดปากยิ้มเยาะ ก่อนก้าวเข้าไปประชิดเชลยสาวที่ยืนตัว    สั่นเทา ทั้งที่เมื่อครู่เธอยังกล้าทำปากดีกับเขาไปหยกๆ

“จะ...จะทำอะไรฉันอีก” ถามไปก็ก้าวถอยหลังไปเรื่อยจนแผ่นหลังชิดขอบประตูห้องน้ำ

“แล้วหน้าที่ของเธอมีอะไรบ้างล่ะ” ถังเฟ่ยหลงย้อนถามเสียง     กลั้วหัวเราะ เขากำลังรู้สึกว่าตัวเองจะอารมณ์ดีขึ้นหลังจากต้องเครียดเรื่องฮุ่ยหลันมาทั้งวัน แต่เมื่อได้มาต่อปากต่อคำกับแม่เชลยอวดเก่งคนนี้แล้ว   ทำให้เขารู้สึกดีจริงๆ

“ไม่! ฉันไม่มีหน้าที่อะไรทั้งนั้น อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ ออกไป ออกไปให้พ้น” เธอออกปากไล่ ทว่าน้ำเสียงกลับไม่หนักแน่นอย่างที่คิด เมื่อ      ชายหนุ่มขยับมาจนใกล้และยังโน้มใบหน้าหล่อเหลาเบียดแก้มของเธอ

ปิ่นมุกเบี่ยงหน้าเบี่ยงตัวหนีจนแทบจะล้มทั้งยืนอยู่รอมร่อ มือเล็กข้างหนึ่งกระชับผ้าถุงที่เธอห่อหุ้มร่างกาย อีกข้างยกผลักไสร่างใหญ่โตและแข็งแกร่งราวกำแผงสุดแรงที่มี ทว่าเขากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำริมฝีปากร้อนรุ่มยังทาบลงบนแก้มของเธออย่างอ้อยอิงแล้วลากวนมาหากลีบปากนุ่มที่เม้มสนิท ปิ่นมุกอยากจะอ้าปากขับไล่ไสส่งอยู่หรอกแต่กลัวจะเป็นโอกาสให้ลิ้นอุ่นล่วงล้ำเข้ามาเหมือนเช่นที่เธอเคยหลงกล      ถังเฟ่ยหลงเผยยิ้มนิดๆ เมื่อสาวเจ้าเอาแต่ทุบตีและเม้มปากแน่น แต่อย่าหวังว่าคนอย่างถังเฟ่ยหลงจะยอมแพ้ให้กับแรงต่อต้านเท่ามด

“โอ๊ะ!” ร้องได้แค่คำสั้นๆ เมื่อถูกฝ่ามือร้ายกาจของมัจจุร้ายกระตุกผ้าถุงจนมันร่วงหล่นไปกองรวมอยู่บนข้อเท้า ลิ้นอุ่นร้อนก็ช่วงชิงเช้าไปสำรวจในช่องปากเล็กได้สมใจ

ถังเฟ่ยหลงกวาดต้อนลิ้นนุ่มเพื่อซอกซอนหาความหวานฉ่ำราวกับนายพราน ปิ่นมุกพยายามปัดป้องตัวเองสุดฤทธิ์ ทั้งฉกลิ้นนุ่มหลีกหนีลิ้นอุ่น ทั้งไล่ปัดมือใหญ่ที่เข้ามากอบกุมเนินทรวงสีสวยราวกับจะยึดเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเสียเอง

“อื้อ! มะ...ไม่...ไม่นะ อย่าทำฉัน” ปิ่นมุกเอ่ยห้ามเสียงอื้ออึ้งอยู่ในลำคอหนา ส่ายหน้าหนีเกือบพ้นอยู่แล้วแต่ถูกมือใหญ่มากดตรึงท้ายทอยเล็กเอาไว้ทำให้ปิ่นมุกหมดโอกาสหนี ลิ้นนุ่มก็ถูกฉกตวัดรัดรึงคล้ายงูตัวใหญ่บีบรัดเหยื่อตัวกระจ้อยร่อยที่กำลังจะตายอยู่รอมร่อจนต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองให้ได้

ท่อนขาใหญ่แทรกเข้ามาหว่างขาเล็กเมื่อถังเฟ่ยหลงรู้ทันเชลยสาวที่คิดจะใช้เข่าทำร้ายของหวงของตน ตามด้วยฝ่ามือใหญ่ฟอนเฟ้นเนินทรวงอย่างลงโทษคนลอบกัด ปิ่นมุกส่ายหน้าหนี เจ็บจนน้ำตาคลอ วางมือเล็กทั้งสองบนเอวสอบ กดจิกเข้าเนื้อกระด้างสุดแรง ปลายเล็บคล้ายจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นๆ ของเลือดจากผิวกระด้างของเขา

“บ้าฉิบ! ปิ่นมุก เธอกล้าทำร้ายฉันหรือไง” ถังเฟ่ยหลงสบถลั่นเมื่อผละปากห่างจากกลีบปากนุ่ม ก่อนเคลื่อนมือไปยึดสองมือเล็กเอาไว้ ดวงตาคมกริบมองอย่างคาดโทษเชลยสาว ปิ่นมุกลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อได้สบตากับดวงตาดุดัน อกสาวสั่นสะท้านเพราะหวาดกลัวแรงกรุ่นโกรธในแววตาคู่คมนั้น

“ฉะ...ฉัน...ฉัน...” คนตัวสั่นขยับปากพูดตะกุกตะกัก นึกอยากจะแทรกตัวหายไปกับผนังเสียให้ได้

“ตระกูลของเธอนี่ทำไมถึงได้ชอบทำร้ายคนอื่นกันนักฮึ!” ถามเสียงดุดัน ก่อนลากตัวปิ่นมุกมาที่เตียงแล้วผลักให้นอนลง ปิ่นมุกดิ้นหนีเมื่อกายใหญ่ตามมาทาบทับ

“คืนนี้ ลองรสชาติผัวคนแรกดูอีกสักทีเป็นไง” น้ำเสียงเหี้ยมดังชิดซอกหูนุ่มเมื่อใบหน้าหล่อเหลาฝากฝังลงไปคลุกเคล้า ฝ่ามือใหญ่เข้ายึดสองมือเล็กและกดราบอยู่ข้างหัวไหล่มน เข่าใหญ่ด้านขวาขยับเข้ามาแทรก  เรียวขาเล็กให้เปิดกว้างเพื่อต้อนรับกายใหญ่ของตน

ปิ่นมุกดิ้นอักอึกเอาเป็นเอาตายและหวาดผวา เมื่อเขาจงใจใช้ความกำยำที่เริ่มขยายตัวบดเบียดเนินหน้าท้องของเธอ

ถังเฟ่ยหลงสบถเบาๆ ในลำคอกับแรงต่อต้านของหญิงสาว เขาจัดการลงโทษผู้หญิงตัวเล็กแต่แรงเยอะและน่ารำคาญด้วยฟันขาวสะอาด ขบกัด ดูดเม้มลาดไหล่ ใบหูนุ่มนิ่มที่เขาค้นพบว่ามันตอบรับสัมผัสได้ดีเกินคาด

“โอ๊ย! ยะ...อย่า...อย่าทำแบบนี้” เจ้าของใบหูนิ่มครางห้ามเสียงแผ่วพลิ้ว ร่างเล็กดิ้นกระเสือกกระสนอยู่ใต้ร่างหนาหนัก สองมือเล็กบิดไปมาหวังจะหลุดจากอุ้งมือใหญ่แต่ก็ดูเป็นไปได้ยากเหลือเกิน

“ไม่อยากให้ฉันทำ ก็ยอมฉันดีๆ เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวปิ่นมุก      ฉันเป็นผัวคนแรกของเธอจำใส่หัวเอาไว้ แล้วฉันก็ไม่สนใจว่าร่างกายของเธอจะไปเกลือกกลั้วกับใครมาบ้าง เพราะคนอย่างฉันถ้า อยาก ฉันก็ลากมาระบายได้หมด” น้ำเสียงเข้มดุกระซิบคล้ายจะเอ่ยขอร้อง ทว่าถ้อยคำต่อๆ มากลับทำให้ปิ่นมุกเงยหน้ามองเจ้าของคำพูดตาโต

“ทำไมล่ะ หรือเธอไม่อยากเลย” ถังเฟ่ยหลงย้อนถามเสียงพร่า เขาเคลื่อนมือมาปลดปราการจากกายตนออกเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ปิ่นมุกมองตามเพราะสงสัย ก่อนรีบหลับตาปี๋เมื่อสายตาปะทะเข้ากับบางอย่างที่น่าเกรงขาม

“อย่ากลัว เพราะเธอเคยเจอมันมาแล้ว” เจ้าของความน่าเกรงขามเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ขยับตัวตนบดเบียดกลางร่างสาว ปิ่นมุกสั่นหน้าปฏิเสธการถูกรุกราน ทว่าก็เปล่าประโยชน์เมื่อความน่าเกรงขามค่อยๆ แทรกลึกเข้าสู่ร่างกาย

“ฉันเจ็บ หยุด หยุดก่อน ฉันเจ็บ” ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดกลางร่างส่งผ่านไปยังทุกส่วนของร่างกาย เส้นผมยาวสลวยกระจัดกระจายบนพื้นที่นอนนุ่ม น้ำใสๆ ก็ไหลรินจากดวงตาคู่สวยทีละนิดและมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับทำนบแตกเมื่อไร้ความเห็นใจจากเจ้าของเรือนกายหนาหนัก   

“สงสัยไอ้สองคนนั้น มันคงไม่ได้ครึ่งของฉันใช่ไหมปิ่นมุก เธอถึงได้ทำให้ฉันแทบขาดใจ” ถ้อยคำแหบพร่าดังลอดไรฟัน สีหน้าของถังเฟ่ยหลงดูทุกข์ทรมานไม่ต่างจากหญิงสาวแม้แต่น้อย

“อย่า...อย่าทำอะไรฉันอีกเลย” เจ้าของร่างเล็กเว้าวอนด้วยเสียงสั่นเครือ แต่เพราะความปรารถนาที่เกินจะหยุดยั้งทำให้ถังเฟ่ยหลงไม่คิดใส่ใจ เขาขยับความน่าเกรงขามเดินหน้าไม่มีถอย กายแกร่งขยับเบียดแนบชิดกับเรือนร่างเนียนนุ่ม สองมือใหญ่กดรั้งสะโพกสวยไม่ให้หญิงสาวถอยหนี ไม่นานทุกสิ่งที่เขาอยากเติมเต็มก็สมหวัง ถังเฟ่ยหลงแหงนหน้าผ่อนลมหายใจหอบกระเส่า ก่อนก้มมองคนหญิงสาวที่ส่งเสียงกรีดร้องคล้ายคนถูกเชือด

“กรี๊ด! ปล่อยฉันเถอะ ฉันเจ็บ” หยาดน้ำตาไหลยาวเป็นสายจนชุ่มผืนผ้าที่รองรับศีรษะเล็ก สองมือเล็กที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระขยุ้มผ้าใกล้มือจนยับยู่ยี่ ริมฝีปากสวยเม้มเป็นเส้นตรงด้วยทรมานกับความเจ็บปวดที่ได้รับ  

“อดทนรออีกสักพักปิ่นมุก แล้วเธอจะค้นพบว่าสวรรค์ของการ   ร่วมรักมันมีอยู่จริง แต่เธอจะมาโทษฉันฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอก เพราะร่างกายของเธอมันบอบบางและเล็กเกินไปต่างหาก เธออาจเจ็บครั้งนี้ แต่ครั้งต่อๆ ไปจะไม่เจ็บแน่ เชื่อฉัน แล้วฉันจะทำบ่อยๆ แล้วกัน เธอจะได้ชิน”

เสียงพร่ากระซิบชิดกลีบปากนุ่ม ก่อนทาบปากร้อนบดเคล้าให้เธอเปิดรับจุมพิต ฝ่ามือก็เร่งปลุกเร้าบนเนินทรวงสีสวย หนักเบาสลับกันตามแรงอารมณ์

ปิ่นมุกแม้จะพยายามฝืนตัวเองไว้สักแค่ไหน ทว่าสุดท้ายเธอก็     พ่ายแพ้ให้แก่ไฟสวาทครั้งนี้จนได้ ความเจ็บปวดต่างๆ เริ่มเลือนราง กระทั่งมีแต่ความหวามหวิว ซาบซ่านประเดประดังเข้าสู่ร่างกาย ดวงตาคู่สวยที่หลับพริ้มตลอดเวลาค่อยๆ เปิดขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา แต่เวลานี้กลับแดงก่ำไปหมดทั้งหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่งใบหูและลำคอของเขา

“เป็นไง” คนหน้าด้านยังมีแก่ใจเอ่ยถาม ก่อนโน้มใบหน้าลงต่ำประกบจูบกลีบปากนุ่ม คลอเคลียเร้าอารมณ์เนิ่นนานไม่ยอมห่างหาย   เรือนกายช่วงล่างก็ไม่คิดผ่อนปรนความเร่าร้อน

“อื้อ!” เพราะอากาศรอบกายดูคล้ายจะเลือนหายไปเสียดื้อๆ ปิ่นมุกจำใจส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ ถังเฟ่ยหลงจึงถอนจูบออกมาจดจ้อง    ดวงหน้าสวยแดงระเรื่อ เขาจ้องมองนานจนเกิดความรู้สึกแปลกใหม่ขึ้น   ในใจ แต่เธอคือน้องสาวของไอ้สารเลวปฐวี แววตาคมจึงกลับมาแวววาว เคลื่อนไหวร่างกายอย่างไม่การทะนุถนอมใดๆ ทั้งสิ้น

“ตอบฉันมาสิปิ่นมุก ว่าเธอรู้สึกยังไงบ้าง ดีไหมแบบนี้” คนเหนือร่างกระซิบถามเสียงหอบกระเส่า เขามองลึกในดวงตาคู่สวยไม่วางตา เน้นย้ำจังหวะรักทุกจังหวะอย่างหนักหน่วงและหนักแน่นจนร่างเล็กสั่นคลอน

“ไม่! คุณจะทำอะไรก็รีบๆ ทำให้มันจบไปซะ แล้วก็ออกไปจากตัวฉัน” เธอเค้นเสียงตอบกลับแล้วเม้มปากแน่นเมื่อร่างกายกำลังทรยศเธอด้วยการเปล่งเสียงครวญครางน่าอายออกมา

ศีรษะเล็กสะบัดส่ายไปมาอย่างทรมานกับความวาบหวามที่       แล่นพล่านเล่นงานทั่วร่างกายของเธอ ทั้งที่เธอบอกว่าเกลียดและชิงชังผู้ชายคนนี้เสียนักหนา ทว่าเวลานี้เขากลับทำให้เธออยากเปล่งเสียงกรีดร้องด้วยความสุขล้นทะลักออกมาดังๆ

“ฉันสั่งให้เธอพูด เธอก็ต้องพูด ปิ่นมุก!” น้ำเสียงดุดันดังเหนือหน้าผากเกลี้ยงเกลา ปากร้อนกดจูบเต็มแรงลากเรื่อยมายังปลายจมูกโด่งน้อยๆ ถังเฟ่ยหลงใช้ฟันกัดเย้าอย่างบังคับแล้วหันไปทำแบบเดียวกันที่ใบหูนิ่มทั้งสองข้าง

“อื้อ! ยะ...อย่า ฉันตอบแล้ว ฉัน...มีความสุข” หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยเสียงขาดกระท่อนกระแท่น สองมือเล็กเอื้อมมาเกาะท่อนแขนใหญ่ที่เท้าคร่อมอยู่ใกล้ๆ ปากตอบเพราะถูกบังคับ ทว่าใจเธอนั้นชิงชังเขานักที่ชอบบังคับและข่มเหงเธอ

“แล้วชอบไหม” เจ้าของคำถามเหยียดปากยิ้มร้ายและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ขยับส่งกายแกร่งเข้าสู่ร่างสาวอย่างเร่าร้อน เมื่อเส้นทางความสุขครั้งนี้ใกล้มาถึงจุดหมายปลายทาง ทว่าเจ้าของเรือนกายหนาหนักกลับผ่อนแรงลงเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากคนใต้ร่างเสียที

"ช...ชอบ...ชอบมาก พอใจหรือยัง”  ปิ่นมุกขานตอบอย่างคน     พ่ายแพ้ต่อความต้องการของร่างกายที่มันทรยศเธออย่างไม่น่าให้อภัย

ถังเฟ่ยหลงก้มลงประกบจูบกลีบปากสวยเพื่อให้รางวัลหญิงสาวพร้อมนำพาเธอข้ามผ่านความทรมานแสนวาบหวาม ไม่นานเสียงคำรามก็ดังกึกก้องสลับเสียงครางเล็กๆ จากคนใต้ร่าง นาทีถัดมาถังเฟ่ยหลงก็ทิ้งตัวซบร่างเล็กที่หมดแรงจะดิ้นหนี สองแขนใหญ่เผลอไผลกอดรัดร่างเล็กเสียแน่นจนเมื่อรู้สึกจึงได้ถอยห่าง จัดการสวมเสื้อผ้าครบชุดแล้วเดินออกจากห้องใต้ดินไปเงียบๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha