หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 16 : ตอนที่ 8 จุดใต้ตำต่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  8 จุดใต้ตำต่อ

 

 

            “คุณถังเฟ่ยหลงครับ คุณหายหัวไปไหนมา ตั้งนานสองนาน” พิธานเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าเพื่อนรักเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง หลังจากเขาถูกทิ้งให้นั่งรออยู่กับเจ้าวายุและสายลมร่วมชั่วโมง ส่วนคนถูกถามทำเพียงไหวไหล่น้อยๆ แล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟาเรียบหรู

“ดีจริงๆ เป็นเจ้าของบ้านที่ดีมาก” พิธานประชด พลางยกน้ำชาขึ้นจิบที่ตัวเองก็ไม่ได้นับเหมือนกันว่าจิบไปเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนับตั้งแต่เพื่อนรักบอกให้นั่งรอสักครู่

“แกนี่มันชอบบ่นจริงๆ เลยว่ะ รอนิดรอหน่อยไม่ได้เชียวนะไอ้คุณพิธาน” หนุ่มฮ่องกงย้อนคืนบ้าง พลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างขบขันเมื่อเพื่อนรักร้องหึในลำคอแล้วมองตาขวาง

“ฉันรอเป็นมาชั่วโมง มันนิดหน่อยบ้านแกสิ ไอ้คุณถังเฟ่ยหลง แล้วนี่หายหัวไปทำอะไรมาวะ ตอนกลับเข้าบ้านหน้าตายังกะคนแบกโลก แต่ดูตอนนี้สิ หน้าแกมันบานมากหรือที่นี่มีอะไรดีๆ” พิธานแขวะ พลางมองหาของดีของเพื่อนรอบๆ ห้องรับแขก

“ไม่มี แต่ถึงมีก็ไม่บอกว่ะ ว่าแต่แกเถอะ มีเรื่องอะไรจะให้ฉันช่วย ถึงได้รีบบึ่งมาหาฉัน” ถังเฟ่ยหลงถามเป็นงานเป็นการหลังจิบน้ำชาเรียบร้อย ก่อนทิ้งแผ่นหลังเอนพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายและอารมณ์ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

“นี่ไง” พิธานล้วงเอาภาพถ่ายสาวน้อยน่ารักวางบนโต๊ะเล็กๆตรงหน้าแล้วเลื่อนให้เจ้าของบ้านดู ดวงตาคมกริบไหววูบไปเมื่อหยิบภาพถ่ายของสาวน้อยผู้มีรอยยิ้มสดใสทว่าแววตากลับแฝงความหมองเศร้า

“ใคร” ถังเฟ่ยหลงเอ่ยถามสั้นๆ โดยไม่ยอมละสายตาไปจากคนในภาพ

“น้องปิ่นมุก ลูกสาวคุณลุงกิตติ เพื่อนคุณแม่ฉัน น้องปิ่นถูกลักพาตัวไปจากงานแต่งเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้คนในบ้านยังตามหาไม่พบ ส่วนทางตำรวจก็ไม่พบเบาะแสของคนที่ลักพาตัวน้องปิ่นไปเลยด้วยซ้ำ พอดีว่ากลุ่มคนที่ลักพาตัวน้องปิ่นไป คุณลุงบอกรายละเอียดว่าไม่ใช่คนไทย ลักษณะออกไปทางจีนๆ หน่อย ฉันเลยมาขอร้องให้นายช่วยตามหาอีกแรง ฉันกลัวว่าน้องปิ่นอาจจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศ”

พิธานบอกเล่าเสียงราบเรียบ โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของเพื่อนรักว่าตอนนี้เคร่งขรึมเพียงใด ก่อนที่ถังเฟ่ยหลงจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วผ่อนลมหายใจยาวๆออกมา

“แกเป็นอะไรกับผู้หญิงในภาพกันแน่พิธาน” ถังเฟ่ยหลงถามคล้ายไม่ใส่ใจจะฟัง ทว่าแท้จริงแล้วเขากำลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ กลัวว่าเพื่อนจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่น่าใช่ เพราะปิ่นมุกยังบริสุทธิ์

“หมายความว่าไงไอ้ใหญ่” พิธานจ้องหน้าเพื่อนหนุ่มที่รู้จักกันมาหลายปีหลังจากถังเฟ่ยหลงได้มาซื้อเกาะส่วนตัวที่นี่ กอปรกับเขาเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงบ่อยและบังเอิญได้พบกัน คุยกันจนถูกคอและไปมาหาสู่กันเป็นประจำจนได้เป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันมาจนถึงทุกวันนี้ รวมๆ แล้วก็เป็นสิบปีได้

“ฉันก็หมายถึงแกไง ตกลงหล่อนเป็นคนรักของแกหรือไง” ถังเฟ่ยหลงถามตรงประเด็นเพราะใจมันร้อนรุ่มชอบกล

“ฉัน...หลงชอบเธอตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกแล้วว่ะเพื่อน แต่น้องปิ่นไม่รู้หรอก อีกอย่างตอนนี้เธอก็แต่งงานกับชายอื่นไปแล้ว ฉัน...คงหมดสิทธิ์ ว่าแต่แกเถอะ จะช่วยไหม”

พิธานตอบเรียบ ก่อนจะเงยหน้าประสานสายตากับเพื่อนรัก ถังเฟ่ยหลงขยับปากยิ้มนิดๆ พร้อมกับทอดถอนใจออกมาเหมือนจะโล่งอก

“แสดงว่าแกหลงรักหล่อนข้างเดียวงั้นสิ ทำไมวะ ผู้หญิงก็มีออกเยอะแยะ โดยเฉพาะพนักงานในโรงแรมของแก ฉันก็เห็นมีแต่สาวสวย    หน้าคมกันทั้งนั้น ไม่สนบ้างหรือไง” เพื่อนหนุ่มสัพยอก แล้วเสไปยกน้ำชาขึ้นจิบ แต่สายตานั้นจดจ้องหน้าเพื่อนไม่เลิก

“อย่าเพิ่งถามเรื่องนี้ได้ไหมวะ ฉันยังไม่เจอคนถูกใจ อีกอย่างฉันก็ยังเป็นห่วงน้องปิ่นอยู่”

พิธานตัดบทเสียงออกห้วนๆ เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักเซ้าซี้ตน แล้วตั้งแต่รู้ข่าวว่าปิ่นมุกกลับมาจากต่างประเทศ เขาก็อยากมาเยี่ยมเยียนอยู่หรอกแต่ก็ติดงานจนปลีกตัวไปหาเธอไม่ได้ ก่อนจะมารู้ว่าเธอกำลังแต่งงานกับนายอธิปลูกของเพื่อนสนิทของคุณลุงกิตติอีกคน ยอมรับว่าเจ็บเหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเขาไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกให้เธอรู้มาก่อน แล้วไหนยังเรื่องราวความสัมพันธ์ในอดีตของคุณแม่ของเขาและคุณลุงกิตตินั่นอีก ที่คุณปภาดายังคงหวาดระแวงและคงไม่มีวันยอมรับเขาเป็นลูกเขยแน่ๆ

“ก็ดี งั้นแกก็อยู่เป็นหนุ่มโสดเป็นเพื่อนฉันไปก่อนแล้วกัน” ถังเฟ่ยหลงยกไหล่น้อยๆ เมื่อพิธานกระแทกลมหายใจใส่ ก่อนที่เจ้าของเกาะ    เหอฮวาจะหยิบรูปถ่ายของปิ่นมุกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหลังเพิ่งวางลงได้ไม่นานและป่านนี้เธอคงนอนหลับไปแล้วเพราะถูกเขาสูบพลังงานไปเยอะ แล้วก็อย่าหวังว่าใครจะพาเธอออกไปได้ หากเขาไม่อนุญาต

“ว่าไงพิธาน ตกลงแกจะอยู่เป็นโสด” ถังเฟ่ยหลงย้ำ

“เออ!” พิธานรับคำเสียงกระแทก พลางตวัดตามองเพื่อนอย่างไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นัก

“เอาละเลิกพูดเรื่องนี้ก็ได้ ส่วนไอ้เรื่องตามหานั้น ฉันช่วยก็ได้ แต่ไม่รับปากว่าจะพบตัวหรือเปล่า ส่วนแกไหนลองเล่าเรื่องครอบครัวของหล่อน ให้ฉันฟังบ้างสิ” ถังเฟ่ยหลงเอ่ยถามทั้งที่รู้มาบ้าง พิธานถอนใจแล้วเริ่มเล่าให้เพื่อนรักฟังเสียงเรียบๆ

“คุณลุงกิตติมีลูกสามคน คนโตเป็นผู้ชาย อีกสองคนเป็นผู้หญิง    ฝาแฝดกัน น้องปิ่นเป็นคนสุดท้อง เห็นว่าเกิดหลังพี่สาวไม่กี่นาที ชีวิตของลูกชายคนโตและลูกสาวคนกลางได้รับความรักจากพ่อและแม่เต็มที่อยู่นะ แต่สำหรับน้องปิ่น ไม่เคยได้รับการเอาใจจากคนเป็นแม่เลย เพราะน้องปิ่นถูกส่งไปให้คนรับใช้เลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ ส่วนคนเป็นแม่ก็สอนให้พี่ชายและพี่สาวเกลียดน้องสาวตัวเองเข้าไส้เลยแหละ ต่อมาพอครอบครัวเริ่มประสบปัญหาการเงิน คุณลุงก็หันไปคบเพื่อนใหม่จนพากันเอาเงินไปถลุงเล่นที่กาสิโนแล้วก็เป็นหนี้เกือบร้อยล้าน ส่วนธุรกิจโรงแรมที่มีอยู่ก็ขาดทุนเพราะไร้คนบริหาร คุณลุงก็เลยประกาศขาย แต่เห็นว่ามีนักธุรกิจเข้าไปขอซื้อเรียบร้อยแล้ว แต่ให้ราคาไม่มากนักแล้วตอนนี้เห็นว่ากำลังปรับปรุงครั้งใหญ่และจะเปิดให้บริการ ส่วนน้องปิ่นหลังจากครอบครัวเริ่มประสบปัญหาการเงิน น้องปิ่นก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระครอบครัว เธอพยายามหาทุนเรียน จนมีอาจารย์คนหนึ่งรับอุปการะและส่งเสียน้องปิ่นเรียนและได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษจนจบปริญญาตรีและเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน ก่อนถูกพ่อจับให้แต่งงานกับลูกชายเพื่อน แล้วก็มาถูกลักพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอยจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของน้องปิ่นอีกเลยตั้งแต่หายตัวไป บอกตามตรงฉัน     เป็นห่วงน้องปิ่นมาก แต่ก็จนปัญญาจะตามหาเหมือนกัน เพราะทางตำรวจก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย” เล่าจบแล้วก็มองหน้าเพื่อนที่ยกมือลูบคางไปมา

“แกนี่รู้ลึกรู้ดีจริงๆ เลยว่ะ” ถังเฟ่ยหลงแขวะ เพราะเรื่องลึกตื้นหนาบางภายในครอบครัวปิ่นมุก เขาไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือไอ้ปฐวีมันทำร้ายหัวใจน้องสาวของเขาจนย่อยยับ

“ฉันรู้ เพราะคุณลุงกิตติมีอะไรก็มาระบายให้คุณแม่ของฉันฟัง ท่านก็เลยเล่าให้ฉันฟังบ้าง คุณแม่ของฉันกับคุณลุงเคยเป็นคนรักกันมาก่อน แต่มีเรื่องเกิดขึ้นทำให้ท่านทั้งสองต้องแยกจากกัน”

“เหลือเชื่อ” ถังเฟ่ยหลงครวญด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“เชื่อไม่เชื่อมันก็เป็นไปแล้ว” พิธานตอบกลับเสียงเอื่อยๆ

“แต่ฉันขอถามหน่อยเถอะ ถ้าสมมุติว่าแก ตามหาผู้หญิงในภาพเจอ ในสภาพที่ไม่ปกติ เช่น ท้อง พิการ ความจำเสื่อม อะไรเทือกๆ นั้น แกยังจะรักจะชอบหล่อนอยู่อีกไหม พิธาน”

“ทำไมแกถึงถามแบบนี้ไอ้ใหญ่” พิธานย้อนถามด้วยความสงสัย ส่งสายตาไปจับผิดเพื่อนรักเพราะสงสัยตั้งแต่เพื่อนได้เห็นภาพของปิ่นมุกครั้งแรกแล้ว ที่ถังเฟ่ยหลงมีอาการตกใจอยู่เหมือนกัน

“ไม่มีอะไรฉันก็แค่ถามดูเท่านั้น แล้วแกล่ะ ตกลงว่าไง” ถังเฟ่ยหลงตอบเสียงเรียบและไม่มีพิรุธให้เพื่อนรักจับได้ พิธานได้แต่ถอนใจเพราะไม่เห็นความผิดปกติของเพื่อนรัก

“ฉันรับได้หมด ไม่ว่าเธอจะกลับมาในสภาพไหน ขอเพียงเธอปลอดภัยกลับมา ฉันอยากดูแลเธอจริงๆ นะใหญ่ เพราะชีวิตของน้องปิ่น เกิดมาก็มีแต่คนเกลียดชัง ไม่เว้นแม้กระทั่งแม่แท้ๆ และพี่สาวที่คลานตามกันออกมา ส่วนพี่ชายเท่าได้ฟังจากคุณลุง นายปฐวีไม่ได้มีท่าทีเกลียดน้องสาวอีกคนเท่าไหร่นัก แต่นายปฐวีก็ไม่ได้ให้ความสนใจ แล้วตอนนี้ที่ฉันรู้มาก็คือคนในบ้านนั้นนอกจากคุณลุงแล้วก็มีเพียงคนรับใช้แค่นั้นที่เป็นห่วงน้องปิ่น ส่วนแม่ พี่ชายและพี่สาวไม่เคยใส่ใจด้วยซ้ำไป แม้กระทั่งตัวคุณลุงเองก็เถอะ แม้จะนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลมาหลายวัน คุณภาและลูกสาวอีกคนไม่เคยไปเยี่ยมเลยสักครั้ง ฉันเห็นใจคุณลุงมาก เพราะแค่น้องปิ่นหายตัวไป คุณลุงก็ทุกข์มากพออยู่แล้ว แต่นี่ยังต้องมาทุกข์เพราะคู่ชีวิตและลูกๆ ที่เหลือไม่เคยเหลียวแลอีก”

พูดจบก็ยกฝ่ามือลูบหน้าตัวเองไปพลางๆ นึกไปก็อยากให้คุณลุงกิตติหันมาลงเอ่ยกับคุณแม่ของเขาเสียยังจะดีกว่า เพราะคุณพ่อของเขา ท่านก็จากไปนานหลายปีแล้ว หากท่านจะได้อยู่ร่วมกับคนที่รักในช่วง      บั้นปลายของชีวิต เขาก็พร้อมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของมารดา แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะคุณลุงยังมีคุณปภาดา

“ชีวิตคนเรานี่มันยิ่งกว่าละครอีกเหรอวะ” ถังเฟ่ยหลงเปรยออกมาเบาๆ หลังจากรับฟังเรื่องราวของครอบครัวอิทธิเชษฐ์จากเพื่อน แต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวนี้ก็ต้องได้รับผลตอบแทนบ้างที่ทำให้ฮุ่ยจื่อและหลานของเขาจากโลกนี้ไป

“คงใช่แหละ แล้วตกลงแกจะเริ่มตามหาน้องปิ่นได้เมื่อไหร่ แล้วจะเริ่มจากที่ไหนก่อน ฉันอยากรู้เร็วๆ อยากรู้ว่าน้องปิ่นยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” สีหน้าและแววตาแสดงออกการเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบังพานทำให้คนเห็นรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

“ไม่แน่ใจ แต่ฉันรับปากจะสั่งคนตามหาให้” ถังเฟ่ยหลงตอบเลี่ยงๆ ก่อนสั่งให้เพื่อนรักขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง หลังจากแม่บ้านเดินลงมาแจ้งว่าจัดห้องรับรองให้เรียบร้อยแล้ว

พิธานพยักหน้าน้อยๆ แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องพักชั้นสองทั้งที่ตนไม่ได้รู้สึกง่วงเลยสักนิดและคืนนี้คงข่มตาหลับไม่ลงแน่ๆ ขณะที่เจ้าของเกาะเหอฮวาหลังจากสั่งให้แม่บ้านและเด็กๆไปพักผ่อนกันได้แล้ว เขาก็เอาแต่นั่งมองภาพถ่ายของปิ่นมุกอย่างครุ่นคิดอยู่นานสองนานจนเมื่อกู่ฉินเดินเข้ามาถึงได้สอดรูปลงกระเป๋าเสื้อ ถังเฟ่ยหลงพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อให้กู่ฉินตามไปที่ห้องทำงานเพื่อดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป

“ตกลงทางนั้นรับปากหรือเปล่าอาฉิน” ทันทีที่คนสนิทนั่งเรียบร้อย เจ้านายหนุ่มก็เปิดปากถามทันควันเพราะไม่อยากรอให้เสียเวลาอีกต่อไป

“เรียบร้อยครับคุณถัง” กู่ฉินตอบเสียงเรียบๆ แล้วยื่นเอกสารเรื่องหนี้สิ้นทั้งหมดของครอบครัวอิทธิเชษฐ์ให้เจ้านายหนุ่มได้พิจารณา โดยเฉพาะหนี้สินกับกาสิโนที่ตอนนี้เหลืออีกเกือบเจ็ดสิบกว่าล้านและเขาจะใช้โรงแรมที่ซื้อมาจากนายกิตติมอบให้เจ้าหนี้ที่กาสิโน ส่วนที่เหลือเขาจะจ่ายเป็นเม็ดเงิน จากนั้นเขาจะไล่คิดบัญชีกับคนในครอบครัวอิทธิเชษฐ์แบบไม่มีเว้นแม้แต่คนเดียว ในเมื่อเขาสูญเสียน้องสาวและหลานไปคนพวกนั่นก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน

“ดี! งั้นอีกสามวันไปรับลูกสาวอีกคนของนายกิตติมาที่นี่ แล้วไอ้ปฐวีตอนนี้มันอยู่ที่ไหน” เอ่ยถามเสียงเฉียบขาด แววตาคมแข็งกร้าวขึ้นมาเมื่อต้องเอ่ยชื่อไอ้คนที่ทำลายชีวิตอันบริสุทธิ์ของน้องสาว

“กลับมากรุงเทพฯ แล้วครับ เห็นว่าตอนนี้กำลังติดพันอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง สวยมากทีเดียว แต่ผมรู้สึกจะคุ้นหน้าฝ่ายหญิงว่าเธอเคยมาพบคุณถังครั้งสองครั้งนี่แหละครับ ที่โรงแรมของคุณพิธาน”

กู่ฉินรายงาน พลางนึกย้อนไปเมื่อปลายปีเพราะเจ้านายหนุ่มของตนได้เชิญหญิงสาวมาหาความสุขตามประสาชายโสดและสาวสวยที่ว่าก็พบเจอกันในผับแล้วเกิดคลิกกันจึงพากันไปจบที่เตียง

“ไอ้ปฐวีมันกล้าซ้ำรอยผู้หญิงของฉันหรือไง แล้วเป็นใครกัน” ไม่ได้มีอาการหึงหวงแต่อย่างใดแต่เป็นเพราะไม่คิดว่า อีกคนจะวนเวียนอยู่ใกล้ๆตัว เช่นนั้นแล้วเขาก็จัดการน้องสาวของมันไปก่อน ระหว่างนี้ก็ให้มันสนุกกับชีวิตให้พอก่อนที่มันจะไม่มีลมหายใจอีกต่อไป!

“ผมไม่แน่ใจหรอกครับ” คนสนิทตอบเสียงเรียบๆ

“ช่างมันเถอะ เพราะฉันไม่คิดใส่ใจผู้หญิงที่ถูกใช้งานมาแล้วหลายครั้ง” ถังเฟ่ยหลงตัดบท หวนให้นึกถึงคนที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน

สำหรับปิ่นมุก ไม่เหมือนคนอื่น แววตาเธอเกลียดชังเขา แต่ยามใดที่มีเขาอยู่เหนือร่างเธอ เธอจะเร่าร้อน แววตาจะเต็มไปคำเว้าวอนให้เขาส่งเธอขึ้นสวรรค์ ถังเฟ่ยหลงเหยียดปากยิ้มนิดๆ พลางย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องที่เขาสั่งให้สองคนงานทำร้ายหญิงสาว แต่ถึงแม้ปิ่นมุกจะถูกคนงานของเขาทำอะไรไป เขาก็ไม่สน เพราะอีกไม่นานเธอก็ต้องถูกเฉดหัวทิ้ง

“แต่ก็ตามดูให้ฉันด้วยว่าผู้หญิงที่มันติดพันอยู่เป็นใคร” ถังเฟ่ย   หลงบอกเสียงเรียบๆ หลังมีแผนอยู่ในใจ

“ได้ครับคุณถัง” กู่ฉินตอบรับด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่คิดถามไถ่ให้เจ้านายต้องขุ่นเคืองใจ

“ส่วนเรื่องหนี้สินของนายกิตติ แกไปจัดการเรื่องหนี้สินกับธนาคารให้หมด คฤหาสน์หลังนั้นจะตกเป็นของฉัน ส่วนเรื่องหนี้สินที่กาสิโน แกไปขอเจรจากับฝ่ายนั้นด้วยการเอาโรงแรมที่กำลังปรังปรุงพร้อมเงินส่วนที่เหลือแล้วจัดการเรื่องหนี้สินให้หมดไปซะ จากนั้นก็ถึงเวลาที่พวกเราจะได้เห็นความหายนะของคนในครอบครัวอิทธิเชษฐ์ทีละคน จนครบหมดทั้งครอบครัวอิทธิเชษฐ์”

ถังเฟ่ยหลงบอกเสียงเย็น ดวงตาแวววาวด้วยความคั่งแค้น น้องสาวของเขามีจุดจบเช่นไหร่ ลูกสาวของนายกิตติก็ต้องมีจุดจบไม่ต่างกัน ส่วนไอ้ปฐวี เขาจะลากมันมากราบขมาต่อหน้าหลุมศพน้องสาวและหลานของเขาเมื่อถึงเวลาเพื่อให้มันชดใช้ชีวิตให้กับฮุ่ยจื่อและลูกของมัน!

 

            ลางดึกประตูเหล็กภายในห้องใต้ดินถูกเปิดเข้ามาอย่างเบามือ ตามด้วยร่างสูงในชุดกางเกงนอนตัวยาวลายทาง สวมทับด้วยเสื้อคลุมสีเข้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเล็กที่นอนขดคู้ใต้ผ้าห่มเมื่อเปิดไฟจนสว่างโร่ ก่อนสาวเท้าเข้าไปหย่อนสะโพกลงข้างเตียง มือใหญ่ยกขึ้นลากเกลี่ยผิวแก้มแผ่วเบาอยู่นานหลายนาที จนอดใจไม่ไหวเขาโน้มใบหน้าลงต่ำก่อนประทับริมฝีปากบดเคล้าคลอกลีบปากนุ่มอย่างสิเน่หา เคลื่อนมือมาบีบกระพุ้งแก้มเล็กให้เปิดปากออกเพื่อเขาจะส่งลิ้นอุ่นเข้าไปช่วงชิงน้ำหวานจากริมฝีปากคู่สวย

“อื้อ!” เจ้าของริมฝีปากคู่สวยครางออกมาหลังจากคล้ายตัวเองจมดิ่งสู่ก้นเหวลึก อากาศรอบตัวก็เหลือน้อยเต็มทน ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้นและปรับให้ชินกับแสงสว่าง ก่อนจะเลื่อนสองมือมาผลักไสศีรษะทุยปกคลุมไปด้วยเส้นผมดกดำ

“อยู่นิ่งๆ ปิ่นมุก” น้ำเสียงกระเส่าดังชิดกลีบปากนุ่มแล้วประกบจูบอีกครั้ง หลังอนุญาตให้หญิงสาวสูดเอาอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายเพียงแค่เสี้ยวนาทีเท่านั้น ฝ่ามือใหญ่ลากต่ำมายังเนินอกอวบอิ่มเต็มมือ ถังเฟ่ยหลงปัดผ้าห่มออกไปจนพ้นร่างเล็กที่นอนดิ้นกระสับกระส่ายไปมา

“อื้อ” ปิ่นมุกประท้วงพลางดิ้นไปมาเพราะรู้แน่ชัดแล้วคนที่ปล้ำจูบเธอคือใครกัน

“ฉันสั่งให้เธออยู่นิ่งๆ ไม่เข้าใจหรือไงปิ่นมุก หรือเธออยากให้ฉัน    ใช้กำลังกับเธอ” ริมฝีปากร้อนจำใจผละจากความหวานล้ำที่กำลังตักตวงจากช่องปากอิ่มมาดุใส่เชลยสาวที่นอนมองตาโต เธอตกใจเพราะถูกคน    ใจร้ายบุกมาปลุกปล้ำทั้งๆ ที่เธอหลับ แต่ความวาบหวามจากรสจุมพิตของเขากลับทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งได้ตัวเหมือนกัน

“ออกไปนะ” เธอออกปากไล่เสียงสั่น 

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงยิ้มเย้ย แล้วก้มลงจะประกบจูบเพราะเขาติดใจรสชาติหวานล้ำจากริมฝีปากของหญิงสาว

“คุณมันน่าเกลียดที่สุด จะขืนใจฉันอีกหรือไง” ถามเสียงสั่นเครือเมื่อเสื้อคอกระเช้าถูกรั้งออกทางศีรษะและเธอก็ยื้อมันไว้ไม่ได้เพราะสู้แรงเขาไม่ได้

“ถ้าเธอไม่ยอม ฉันก็จำเป็น” เจ้าของแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความกระหายใคร่โต้กลับ เคลื่อนฝ่ามือมากดคลึงยอดอกสีสวยทั้งสองข้างหนักเบาสลับกัน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหญิงสาวตอบรับสัมผัส ปิ่นมุกสั่นหน้าปฏิเสธพัลวันด้วยใบหน้าแดงซ่าน ยกมือไล่ปัดมือใหญ่ออกห่างทว่าเขาก็กลับมาทำแบบเดิมอีกครั้ง

“ยะ...อย่านะ อย่าทำอะไรฉันอีกเลย ฉัน...เหนื่อย” เพราะเพิ่งจะฟื้นจากพิษไข้และยังต้องมารองรับอารมณ์ใคร่ของคนใจร้ายเมื่อช่วงหัวค่ำ ปิ่นมุกจำต้องวิงวอนขอความเห็นใจ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ทว่าร่างกายกลับทรยศเพราะมันกำลังตอบรับฝ่ามือร้อนที่เคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ

“ไม่หรอกปิ่นมุก เธอไม่เหนื่อยเลยสักนิด ดูสิหน้าอกของเธอมันเต่งตึงจนเคร่งครัดเพราะมันตอบรับฉัน ส่วน นี่ ก็ชุ่มฉ่ำรอต้อนรับตัวตนของฉัน เธออย่าปฏิเสธเลยปิ่นมุก ฉันต้องการเธอมากและเธอก็ต้องการฉันมากเหมือนกัน” ถังเฟ่ยหลงโน้มใบหน้าลงไปกระซิบเสียงสั่นกระเส่า ขณะที่    ปิ่นมุกส่ายหน้าปฏิเสธ

เขาทาบปากร้อนบดขยี้กลีบปากนุ่มทั้งที่ปากเธอบอกปฏิเสธแต่ร่างกายกลับยินยอมตอบรับสัมผัสเขาไปหมดและเธอก็เริ่มเรียนรู้ความซาบซ่านด้วยการจูบตอบ เธอซุกซนตามประสาคนไม่เคยลิ้มลองแม้จะถูกจูบมาแล้วหลายครั้งก็ตามที แต่ครั้งนี้ถังเฟ่ยหลงหลอกล่อจนเชลยสาวเป็นฝ่ายไล่ต้อนและเขาก็ยอมเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า สักพักลิ้นนุ่มก็ตวัดรัดแทบจะกลืนกินลิ้นอุ่นเมื่อถังเฟ่ยหลงยอมให้เธอซุกซนอย่างคนใคร่รู้ ไม่นานก็เกิดเสียงครางฮึ่มอย่างพออกพอใจของคนมากประสบการณ์

ปิ่นมุกเริ่มเคลื่อนมือเล็กไต่สำรวจผิวกระด้างภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่ เธอรู้สึกรำคาญมันเสียนักหนาจนถึงกับกระชากมันออกแต่ไม่หลุดหายไปอย่างที่ใจต้องการ

“เธอต้องปลดสายคาดเอวของฉันก่อนปิ่นมุก แล้วเธอจะได้ในสิ่งที่เธอต้องการ” เจ้าของเสื้อคลุมจำใจถอนจูบมากระซิบตรงหางคิ้วของ     หญิงสาว ก่อนกดจูบหนักหน่วงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาเต็มอารมณ์ปรารถนา

ปิ่นมุกเปิดเปลือกตามองเจ้าของถ้อยคำหวานหู หลังจากหลับตาพริ้มเพราะความซ่านเสียวจากกลางร่างที่ถูกฝ่ามือใหญ่บุกรุกราวกับเป็นเจ้าของ เขาลากวน เขาลูบไล้อย่างนักสำรวจราวกับจะเสาะหาบางสิ่งจากสิ่งนั้นของเธอ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น เมื่อถูกกระตุ้นให้รีบจัดการปลด      สายคาดเอวของชุดคลุมออกด้วยนิ้วเรียวยาวของเขาที่ช่างจะชำนาญการเสียจนเธอกลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่ไหว

“ยะ...อย่าทำฉัน” ครางห้ามเสียงแผ่วพลิ้ว นั่นเพราะจิตใต้สำนึกไม่อยากทำตามความต้องการของคนป่าเถื่อน

“ถ้าไม่ทำ ฉันจะทำให้เธอทรมานถึงขีดสุดปิ่นมุก แล้วฉันจะทิ้งให้เธอตกสวรรค์ อยากลองดูไหม” น้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งบังคับดังชิดปลายจมูกโด่งน่ารัก ก่อนหันมามองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อเพราะถูกพิษพิศวาสรุมเล่นงาน ผมยาวสลวยถูกปล่อยกระจัดกระจายเต็มหมอนนุ่ม บางส่วนตกลงระไปตามโครงหน้าแดงระเรื่อของเจ้าตัว

 ถังเฟ่ยหลงอยากเอื้อมมือไปปัดป่ายอยู่บ่อยครั้งแต่ก็หยุดยั้งตัวเองได้ทุกครั้ง เพราะไม่อยากแสดงความอ่อนโยนกับผู้หญิงคนนี้ เมื่อไร้สิ่งตอบสนองจากคนใต้ร่าง ถังเฟ่ยหลงจึงเฝ้าจุมพิตกลีบปากคู่สวยที่แดงช้ำจากการถูกปล้ำจูบมาก่อนหน้าอย่างเร่าร้อน สลับเบี่ยงไปดูดเม้ม ขบกัด  ลาดไหล่เนียน ซอกคอกลิ่นหอม นาทีถัดมาเขาก็เฝ้าปรนเปรอด้วย      เพลิงสวาทร้อนแรงและช่ำชองของตน หลังจากปลดเอาความอัดแน่นของตนออกมาเผชิญโลกภายนอกได้สำเร็จโดยไม่คิดจะพึ่งพาหญิงสาวอีกต่อไป

“ยะ...อย่านะ ฉันเจ็บนะ โอ๊ะ! คุณ...” ความยิ่งใหญ่ที่บุกฝ่าเข้ามาทำให้คนกำลังคิดตัดสินใจเพราะร่างกายและความรู้สึกขัดแย้งกัน ครางห้ามเสียงแผ่วพลิ้วก่อนถูกกลืนหายลงสู่ลำคอหนา พร้อมกับที่เรือนกายใหญ่โตก็ไม่คิดจะหยุดตามคำร้องขอของหญิงสาว ปิ่นมุกได้แต่นอนกัดฟันอดทนกับความเจ็บปวดซ้ำซากที่ได้รับ ถังเฟ่ยหลงอยากจะทอดทิ้งเธอตามที่พูดทว่าเวลานี้เขากลับต้องการการปลดปล่อยมากที่สุด

เพลิงสวาทแสนวาบหวามยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยความดุดัน ขณะที่คนใต้ร่างเริ่มส่งเสียงหอบโยนเมื่อถูกแรงกระหน่ำจากเรือนกายหนาหนักดั่งลูกคลื่นจากพายุที่มาพร้อมสายฝนตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ปิ่นมุกนอนนิ่งพร้อมหยาดน้ำใสๆ ก็ไหลนองสองแก้มไม่ขาดสาย เธอทั้งเจ็บ ทั้งปวด ทั้งทรมานกับบทรักของเขา แต่ดูเหมือนคนสร้างความเจ็บช้ำไม่คิดจะใส่ใจ เขาเดินหน้าตักตวงสิ่งที่ต้องการ กระทั่งเขาโน้มใบหน้ามาจูบ สองแขนใหญ่กอดรัดร่างเล็กเมื่อเดินทางมาถึงจังหวะสุดท้าย ถังเฟ่ยหลงถอนกายแล้วพลิกตัวนอนหอบเสียงกระเส่า ปิ่นมุกพลิกตัวหนีไปนอนเบียดอยู่ริมเตียงที่คับแคบแต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะคำสั่งของเขา

“ลุกขึ้นไปสวมเสื้อผ้าซะ” ร่างสูงลุกขึ้นนั่งจัดแจงเสื้อผ้าของตนให้เข้าที่แล้วลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์สั่งการไม่กี่คำก็วางสายแล้วหันมามอง    หญิงสาวที่ดูเหมือนไม่ได้ยินคำสั่งของเขา

“ปิ่นมุก! ฉันสั่งให้เธอไปใส่เสื้อผ้า หรือเมื่อกี้เธอยังไม่ได้ขึ้นสวรรค์ ถึงได้นอนรอให้ฉันจัดการเธออีกครั้ง” คำพูดแดกดันดังขึ้น เรียกให้ปิ่นมุกขยับลุกนั่งด้วยใบหน้าเหยเก

“คนสารเลว” เค้นเสียงต่อว่าดังแค่แผ่วๆ เท่านั้นเพราะหวาดกลัวบทลงโทษจากคนใจร้ายที่ใช้แรงงานเธอราวกับวัวกับควาย พลางควานหาเสื้อผ้าที่หล่นกระจายบนพื้นอย่างทุลักทุเลเพราะต้องหอบเอาผ้าบนเตียงคอยห่อร่างกายไปด้วย

“ถ้าอยากจะด่าฉัน ก็ด่าออกมาตรงๆ ปิ่นมุก ฉันไม่ชอบให้เธอทำเสียง ทำปากแบบนี้ใส่ฉัน!” ย้อนด้วยเสียงห้วนๆ ดวงตาคมวาวโรจน์อย่างกรุ่นโกรธ

“คนป่าเถื่อน คนสารเลว ฉันขอสาปแช่งให้คุณไม่ตายดี หรือไม่ก็แช่งให้คุณพิการไปตลอดชีวิต” เมื่ออยากได้ยินนักคนตัวเล็กเลยตอบสนองให้อย่างแค้นเคืองเขาเป็นที่สุด

แช่ง! เธอขอแช่งให้เขาให้พิการ

“ฮึ! ฉันก็ขอสาปแช่งให้เธอไม่ตายดีแล้วก็พิการไปตลอดชีวิตเหมือนกันนั่นแหละ ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงยืมคำมายอกย้อนจนเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ได้แต่ยืนปากสั่นระริก ดวงหน้าซีดเซียวซีดมากกว่าเดิม

“คุณ...คุณมันร้ายกาจที่สุด ข่มเหงฉันยังไม่พอ ยังคิดจะมาสาปแช่งฉันอีกหรือไง”

“ใช่! เพราะครอบครัวของเธอมันสมควรถูกสาปแช่งที่สุด” เขาสวนกลับด้วยเสียงดุดัน ยื่นมือไปบีบแขนเล็กจนแขนแทบหักก่อนกระชากเข้าหาตัว

ถังเฟ่ยหลงโน้มหน้าเข้าไปกระแทกจูบลงบนกลีบปากนุ่มเต็มแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดเค็มปะแล่มๆ จากช่องปากเล็ก มือใหญ่เคลื่อนมาตรึง    ท้ายทอยเล็กแล้วกระหน่ำจูบเต็มอารมณ์โกรธ ปิ่นมุกดิ้นรนสุดแรง ยกมือทุบตีร่างใหญ่เท่าที่จะมีแรงในตอนนี้ ทว่าเขาก็ไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิดแต่กลับเพิ่มแรงบดขยี้จนกลีบปากแดงช้ำมากขึ้น

“อื้อ!” ปิ่นมุกครางห้ามเสียงหลง พยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ร่างกายของเธอกลับถูกพลิกให้หันเข้าไปชิดผนังห้อง ผ้าที่ใช้ห่อร่างกายหลุดหายไปนานแล้ว ก่อนที่เรียวขาทั้งสองจะถูกดันให้แยกห่างแล้วบางสิ่งก็บดเบียดเข้ามาแทนที่ ผิวหน้าของเธอร้อนผะผ่าวหลังได้รู้ว่าบางสิ่งที่รุกรานสะโพกของตนคืออะไร

“ไม่นะ พอแล้ว ฉันเจ็บ อย่าทำอะไรฉันอีกเลย ฮึก...ฮือ...” เธอร้องขอความเห็นใจเสียงสะอื้น ใบหน้าสวยสั่นส่ายไปมาจนผิวหน้าบางส่วนครูดพรืดไปตามผนังปูนจนเป็นรอยแดง

“ฮึ!” คนถูกขอร้องครางในลำคอเพียงสั้นๆ แล้วนำพาความกำยำที่ร้อนผ่าวเบียดเข้าหาสิ่งที่ต้องการ

“คุณถังได้โปรด ฉันเจ็บ ฮึก...ฮือ...ฮือ” สองมือเล็กที่ถูกสั่งให้เท้าบนผนังสั่นเทาเหมือนร่างกายจะทรุดลงไปกองกับพื้นให้ได้ แต่ก็ถูกสองมือใหญ่ฉุดรั้งเอาไว้

“อดทนสักพัก แล้วเธอจะไม่เจ็บปิ่นมุก”

สิ้นคำสั่นกระเส่า เพลิงสวาทระลอกใหม่ที่ดุดันและรุนแรงมากกว่าเดิมก็เริ่มบรรเลงอย่างเร่าร้อน สลับผ่อนเบาตามความต้องการของชายหนุ่ม ถังเฟ่ยหลงละมือจากเอวคอดกิ่วเคลื่อนไปรั้งศีรษะเล็กให้เบี่ยงมารับจุมพิตหนักหน่วง แม้ไม่เต็มใจแต่ก็ฝืนทนต่อความต้องการของร่างกายไม่ไหว สุดท้ายปิ่นมุกก็พ่ายแพ้ให้แก่เกมกามาอีกครั้ง

“ฉันบอกเธอแล้วไงปิ่นมุก ว่าเธอจะเจ็บแค่นิดเดียวเท่านั้น แล้วเธอจะมีแต่ความสุข”

ถ้อยคำถากถางดังชิดซอกหูนุ่มพร้อมแรงดูดเม้มสลับขบกัด สร้างความสั่นสะเทิ้มให้แก่เจ้าของได้มากจนได้รับเสียงครวญครางผะแผ่วดังจากริมฝีปากสวย ไม่นานเกมสวาทระลอกใหม่ก็ถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง จวบกระทั่งได้ยินเสียงจินเหลียงตะโกนบอกเบาๆ ว่าเรือพร้อมแล้ว คลื่นสวาทแสน     เร่าร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าถึงได้สิ้นสุดลง  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha