หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 18 : ตอนที่ 10 หน้าที่ของเชลย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  10 หน้าที่ของเชลย

 

 

ามวันถัดมาภายในบ้านพักบนเกาะเหอฮวาได้ต้อนรับว่าที่    นายหญิงของเกาะพร้อมกับแขกสาวอีกคนก็ถูกเชิญตัวให้เข้ามาพักผ่อนบนเกาะเช่นกัน หลังจากถังเฟ่ยหลงสั่งให้กู่ฉินสืบทราบจนรู้แน่ชัดแล้วว่าผู้หญิงที่ปฐวีกำลังติดพันอยู่คือใคร ส่วนสองสาวที่เดินทางมาถึงบ้านพักในเวลาไล่เลี่ยกันก็ยืนประจันหน้ากันอยู่ภายในห้องรับแขกของบ้าน ส่วนเจ้าของเกาะกำลังเดินทางไปหาเชลยสาวอีกคนที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายวันนับตั้งแต่ส่งไปอยู่อีกเกาะ โดยไม่รู้เลยว่าเวลานี้สองสาวกำลังจะห้ำหั่นกันเมื่อต่างฝ่ายต่างเกิดไม่ชอบหน้ากัน

“หล่อนเป็นใคร” ไอรินกระชากเสียงถาม พลางส่งสายตามองสำรวจด้วยสายตาเหยียดหยาม

“แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ปิ่นสุดาย้อนถามเสียงหยัน ใช้สายตาแบบเดียวกันมองสำรวจอีกฝ่าย

“แกหาเรื่องฉันหรือไง นังบ้า!” ไอรินสลัดคราบนางเอกหน้าใสทางหน้าจอทีวีเป็นนางมารร้าย ด้วยการผลักไหล่ปิ่นสุดาจนเซล้มสะโพกกระแทกพื้น และเพราะนับตั้งแต่เกิดไม่เคยมีทำแบบนี้กับตนมาก่อน ทำให้ปิ่นสุดาโกรธอีกฝ่ายมากขึ้น มากจนอยากคนตรงหน้าให้ตายคามือ

“แกสิเป็นนังบ้า!” ต่อว่าจบก็พยุงตัวลุกขึ้นพร้อมฟาดฝ่ามือใส่นางเอกคนดังไม่ยั้ง ไอรินที่ไม่ทันตั้งตัวก็โดนฝ่ามือของปิ่นสุดาไปหลายครั้งติดต่อกันจนหน้าหัน ผิวหน้าปรากฏรอยแดงอย่างเด่นชัด

“แกรู้บ้างไหมว่าฉันมาที่นี่ในฐานะอะไร” ปิ่นสุดาที่ถนัดใช้กำลังมากกว่าจัดการทำให้ไอรินนอนราบกับพื้นพร้อมตบสั่งสอนไปหลายครั้ง

“ฉันจะไปรู้กับแกหรือไงนังบ้า!” ไอรินอ้าปากงับแขนของอีกฝ่าย แล้วจัดผลักให้จนปิ่นสุดาเพลี่ยงพล้ำลงไปนอนบนพื้นแทนตน ฝ่ามือของ   ไอรินสะบัดใส่ใบหน้าปิ่นสุดาไม่ยั้งเพราะต้องการเอาคืน

“แกคิดว่ามีมือมีเท้าคนเดียวหรือไงฮะนังบ้า!” สิ้นคำร่างของไอรินก็ถูกผลักกระเด็นด้วยฝ่าเท้าของปิ่นสุดาที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้า นาทีถัดมาสองสาวก็เข้าตะลุมบอนกัน ตามด้วยเสียงเอะอะโวยวายที่ทั้งสองแข่งกัน   ส่งเสียงเรียกให้คนในบ้านกรูกันออกมาเฝ้าดูเหตุการณ์

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! คุณไอริน คุณปิ่นสุดา” กู่ฉินตวาดกร้าว แต่ดูเหมือนสองสาวที่มีสภาพสะบักสะบอมพอกันไม่ได้สนใจสักนิดเพราะยังแลกตบกันไม่ยั้ง ความสวยที่ตกแต่งกันมาเต็มพิกัดไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย     คนห้ามเลยแต่ยืนเท้าเอวพร้อมเสียงถอนใจหนักหน่วง ขณะที่สามสาวใช้  วัยยี่สิบต้นๆ ต่างพากันออกท่าออกทางลุ้นจนตัวโก่ง เพราะนานๆ ที่จะมีฉากตบตีเหมือนในละครให้ดู จนหญิงชราเพียงหนึ่งเดียวในบ้านพักบนเกาะต้องออกปากห้าม ก่อนหันไปมองคนสนิทของเจ้านายหนุ่ม

“อาฉิน เข้าไปห้ามหน่อยเถอะ เดี๋ยวก็ได้ตายกันพอดี” หลังพูดจบป้าเหม่ยก็จดจ้องไปยังสองสาว ที่คนหนึ่งมีหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ     หญิงสาวอีกคนที่เจ้านายหนุ่มพาไปอยู่อีกเกาะ

“เห็นทีผมคนเดียวคงไม่ไหว” กู่ฉินเอ่ยบอกเพราะนึกขยาดแรงของสองสาว

“แล้วจะปล่อยให้ตบตีกันอยู่แบบนี้หรือไงล่ะ อาฉิน” ป้าเหม่ยว่า มองด้วยสายตำหนิไปยังชายหนุ่ม

“เอาเถอะป้า รออีกพักใหญ่ๆ เดี๋ยวก็หยุดกันไปเอง ส่วนเธอสองคนไปเตรียมหายา คอยปฐมพยาบาลได้เลย คงน่วมด้วยกันทั้งคู่” กู่ฉินบอก แล้วหันไปหาสองสาวใช้ที่ยังลุ้นกันหน้าตาตื่น ก่อนพากันสะดุ้งโหยงเพราะเสียงดุๆ จากกู่ฉิน สองสาวเลยต้องรีบพาตัวเองไปจัดการตามคำสั่ง

“ส่วนป้าจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ผมรับประกันว่าไม่มีใครมาตายที่นี่แน่นอน” พูดจบก็เตรียมเดินเข้าห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มเพราะมีงานรออยู่ แต่ถูกหญิงชราเรียกเอาไว้

“อาฉิน ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้หน้าตาเหมือนคนที่คุณถังพาไปอยู่เกาะฝั่งโน้นล่ะ”

“ผมว่าป้าอย่ารู้เลยดีกว่า ผมขอตัวก่อน” กู่ฉินเดินหนี เพราะกลัวถูกป้าเหม่ยซักไซ้ แต่อีกไม่นานทุกคนจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ป้าเหม่ยเลยได้แต่ส่ายหน้าแทน แล้วเดินออกไปดูแปลงผัก ตามมาด้วยสองสาวใช้ที่จัดการเตรียมกล่องยาไว้เรียบร้อยตามคำสั่งกู่ฉิน ก็เดินตามหญิงชราไปยังแปลงผัก ปากก็คุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องทะเลาะตบตีของสองสาว

“ป้าเหม่ย ผู้หญิงคนนั้นทำไมหน้าตาเหมือนผู้หญิงที่นายพาไปอยู่เกาะฝั่งโน้นล่ะ” แตง สาวใช้ตัวอ้วนกลมถามทันทีเมื่อเดินมาถึงแปลงผักสวนครัว ตามด้วยเสียงสมทบจากเพลิน สาวใช้รุ่นเดียวกันที่ก็อยากรู้อยากเห็นไม่ต่างกัน

“เอ็งสองคนอยากตายกันนักหรือไง ถึงได้มาถามเรื่องที่คุณถังสั่งห้าม หรือถ้าอยากนัก ฉันจะไปบอกคุณถังว่าให้เอาเอ็งสองคนไปเป็นอาหารให้เจ้าวายุกับเจ้าสายลม” คนแก่กล่าวจบ ก็มอบมะเหงกให้สองสาวคนละครั้งสองครั้ง

“โธ่ป้า ก็คนมันอยากรู้นี่นา หรือว่าสองคนนั้นจะเป็นคู่แฝดกัน แล้วแบบนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นไหมล่ะ ถ้าสองพี่น้องต้องมามีสามีคนเดียวกัน ฉันว่านะ งานนี้มีตบกันกระจายอีกแน่ๆ” เพลินว่า พลางคิดวาดภาพตามตอนที่สองพี่น้องยื้อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน จนถึงขนาดฆ่าแกงกันเอง

“นังเพลิน! เอ็งนี่มันรู้ดีเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวจะโดนมะเหงกอีกรอบ” ป้าเหม่ยยกมือฟาดผลัวะบนท่อนแขนของเพลินจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

“ป้า! ฉันเจ็บนะ ฟาดมาได้ ก็มันจริงๆ นี่นาหรือป้าจะบอกว่าคุณถังจับคุณคนนั้นมาขังเล่นเฉยๆ กันเล่า แล้วฉันก็ไม่เชื่อเด็ดขาดด้วย เพราะฉันได้ยินเสียงคุณคนนั้นน่ะร้องด้วย แล้วไหนยังมีพวกคนงานท้ายเกาะอีกน่ะ พวกมันบอกว่ามีคนงานสองถูกเรียกตัวให้ไปจัดการคุณคนนั้นจนสลบไปเลยนะป้า แต่ฉันว่าป้าน่าจะรู้นะ แล้วเป็นไงบ้างล่ะป้า สภาพที่ป้าเข้าไปเห็น ครั้งแรก คุณคนนั้นเป็นยังไงบ้าง เลือดสาดเลยไหมป้า”

“เอ๊ะ! นังนี่ หุบปากไปเลยนะ ถ้าเอ็งยังไม่อยากถูกจับเป็นอาหารให้เจ้าสองตัวนั่น” ป้าเหม่ยตวาดอย่างเหลืออดพร้อมมอบมะเหงกกลางหน้าผากของสาวใช้

“โธ่ป้า รู้อะไรดีๆ ก็ไม่เล่าให้ฟังบ้างเลยนะ” เพลินยังคร่ำครวญ    ไม่เลิก ส่วนแตงก็ไม่กล้าปริปากถามเพราะกลัวถูกคุณถังจับไปเป็นอาหารให้เจ้าวายุกับเจ้าสายลม ที่มันเชื่องมากแต่ก็ดุมากเหมือนกัน เพราะก่อนมาทำงานบนเกาะก็ได้ข่าวว่ามีคนงานถูกเสือกัดตายไปแล้วหนึ่งคน แล้วไหนยังมีข่าวว่าคนเลี้ยงก็ถูกกัดจนเป็นแผลเหวอะหวะอีกด้วย

“นังเพลิน เดี๋ยวเถอะนังนี่ เดี๋ยวจะโดนเลาะฟัน ปากช่างพูดช่างถามดีนัก” ป้าเหม่ยเอ็ดเข้าให้ก่อนออกคำสั่งให้สองสาวตัดผักไปทำอาหารเพื่อต้อนรับสองสาวที่ไม่รู้ป่านนี้เลิกตบตีกันหรือยัง ขณะที่ไอรินและปิ่นสุดาต่างฝ่ายต่างก็ผละห่างจากกันนานแล้ว เพราะต่างก็บาดเจ็บจนเลือดตกยางออก

“นี่ครับ กุญแจห้องพักของคุณทั้งสองคน” กู่ฉินเดินออกมาจาก   ห้องทำงานเมื่อเสียงเอะอะโวยวายเงียบ พร้อมกับชี้ไปยังห้องพักชั้นสองทางปีกซ้าย สองสาวคว้ากุญแจแล้วหิ้วกระเป๋าเดินหน้าเชิดตามกันไปติดๆ

“ผมจะให้เด็กๆ เอากล่องยาขึ้นไปให้นะครับ” พูดจบก็เดินออกไปตามหาแตงและเพลินให้นำกล่องยาไปให้ทั้งสองสาวและให้รีบลงมา เกือบสิบนาทีต่อมากู่ฉินก็กลับเข้าไปทำงานในห้องต่ออย่างสบายใจเพราะหมดเรื่องของสองสาวไปแล้ว แต่จะห่วงก็อีกหนึ่งสาวที่ตอนนี้เจ้านายหนุ่มกำลังเดินทางไปพบนี้แหละ

 

            ายในห้องครัว ปิ่นมุกกำลังสาละวนกับการทำอาหารมื้อเช้าจนไม่ทันได้ยินเสียงเรือแล่นเข้ามาจอดและตอนนี้เธอกำลังตกเป็นอาหารทางสายตาของชายหนุ่มเจ้าของบ้านพัก ช่วงขาเรียวสวยที่พ้นชายเสื้อเชิ้ตสีเข้มคือสิ่งที่ถังเฟ่ยหลงใช้เวลามองนานที่สุด เขามองและจินตนาการไปถึงตอนที่สองขาขาวๆ โอบรอบเอวของเขาเอาไว้ รอยยิ้มร้ายและเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นใบหน้าหล่อเหลา ทว่าเวลานี้กลับมีหนวดเคราเขียวครึ้มชวนให้น่ามองยิ่งขึ้น

“ทำอะไร” ส่งเสียงไปทำลายความเงียบจนคนยืนอยู่หน้าเตาสะดุ้งโหยง ก่อนหมุนตัวหันไปมองทางต้นเสียง

“คุณ” ขานเรียกเสียงแผ่วๆ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มือเล็กก็รีบดึงชายเสื้อหวังให้ยืดยาวเพื่อปกปิดช่วงขา

“เจอหน้าผัวทีไร ทำไมเธอต้องทำท่าตกใจแบบนี้ทุกครั้งฮึ! ปิ่นมุก” เจ้าของเสียงใช้แผ่นหลังอิงกรอบประตูไว้ยามที่พูดและจ้องหน้าเชลยสาว ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้รับยอมรับสักนิด” ตอบจบแล้วก็หมุนตัวหันมาสนใจทำอาหารเช้าเพื่อประทังชีวิตต่อ วันนี้เธอลงมือทำน้ำพริกกะปิและไข่ทอดชะอม เพราะคิดถึงรสมือป้าช้อย ป้าใจดีที่เลี้ยงดูเธอมาจนโตเพราะมารดาไม่เคยสนใจเธอ โดยไม่ทันระแวดระวังภัยจากคนด้านหลังที่กำลังยืนขบกรามแน่น ในเมื่อหญิงสาวเป็นแค่เชลยมีสิทธิ์อะไรมาหันหนีเขาทั้งที่ยังพูดกันไม่จบ

“อ๊ะ! เอามือออกไปเดี๋ยวนี้นะไอ้โจรเถื่อน ไอ้คนลามก”

คนถูกรุกรานร้องห้ามเสียงหลงเพราะมีคนมายืนซ้อนหลังและสอดมือผ่านชายเสื้อเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อด้านใน ถังเฟ่ยหลงค่อยๆ ลากปลายนิ้ววนเวียนช่อดอกไม้กลางร่างสาวในอาการหยอกเย้าให้เจ้าของผวาเล่น      ริมฝีปากร้อนผ่าวก็กดทาบบนต้นคอด้านหลัง

“หยุดนะ! ฉันบอกให้เอามือออกไป ไอ้โจรบ้ากาม” ปิ่นมุกสั่งเสียงสั่นๆ หวังจะใช้มือของตนปัดมือใหญ่ออกก็ทำไม่ได้เพราะถูกรวบตรึงด้วยมือของเขาอีกข้างหนึ่ง

“ฉันไม่อยู่ร่วมรักกับเธอมาสามวัน เธอไม่คิดถึงฉันเลยหรือไง ถึงเอาแต่ไล่ฉัน ถามจริงๆ เถอะปิ่นมุก ไม่ติดใจรสชาติของฉันบ้างเลยหรือไง” ถามชิดใบหูนุ่ม ก่อนใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มสลับดูดดึงอย่างมันเขี้ยว เขาเบียดกายแกร่งแนบชิดกับทุกสัดส่วนของหญิงสาว ปิ่นมุกหน้าร้อนผะผ่าวเมื่อสะโพกสวยรับรู้ถึงบางอย่างที่กำลังบดเบียดเธออยู่

“มะ...ไม่...ไม่คิดถึงสักนิด เพราะฉันเกลียดคนป่าเถื่อนอย่างคุณที่สุด คุณมันโหดร้าย” เสียงขานตอบจากคนตัวเล็กแผ่วลงเรื่อยๆ เมื่อฝ่ามือของเขารุกรานช่อดอกไม้จนร่างกายของเธอร้อนผะผ่าวคล้ายถูกกระแสไฟแรงสูงพุ่งเข้าใส่ ซอกคอก็ถูกริมฝีปากร้อนแทะเล็มราวกับลำคอของเธอเป็น ของหวาน ฟันคม ลิ้นอุ่นพากันแย่งชิงความหวานจนเส้นขนอ่อนๆ บริเวณนั้นพากันลุกชัน

“ยะ...อย่า...อย่านะ” ร้องเสียงขาดห้วง นึกเกลียดร่างกายของตัวเองอย่างที่สุดเพราะมันต้องตอบสนองสัมผัสจากคนป่าเถื่อนว่องไวเหลือเกิน แข็งขาของเธอสั่นเทาแทบจะยืนหยัดไม่อยู่

“ขนาดนี้แล้วยังคิดจะห้ามฉันอีกหรือไง...ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงลากเสียงถามอย่างยั่วเย้า ไม่ต่างจากปลายนิ้วที่ไม่มีการผ่อนปรนจากการ      ทำหน้าที่ปลุกระดมให้ร่างกายสาวพร้อมเลยแม้แต่น้อย

ปิ่นมุกยังไม่ทันได้โต้ตอบตัวเธอก็ถูกตวัดอุ้มขึ้นแนบอกและเดินออกจากห้องครัวตรงไปยังห้องนอน แผ่นหลังแนบพื้นที่นอนนุ่มในเวลาไม่นานนัก ทั้งที่กลีบปากนุ่มยังถูกครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของคนป่าเถื่อน เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกปลดออกอย่างเชื่องช้า ผิดจากทุกครั้งที่ถังเฟ่ยหลงจะกระชากจนมันขาดวิ่นและถูกเหวี่ยงกระจัดกระจายเต็มพื้น ตามด้วย    เรือนกายหนาหนักที่ยังคงมีเสื้อผ้าครบชุด

“ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรฉันอีกเลย ฉันกลัว” เพราะเข็ดกับบทรักที่ผ่านมาของเขา ปิ่นมุกเลยเว้าวอนด้วยน้ำตาคลอสองตาคู่สวย มือเล็กวางบนบ่ากว้าง กดจิกปลายเล็บหวังระบายความหวาดกลัวและความซาบซ่าน

“มันไม่น่ากลัวสักนิดปิ่นมุก ถ้าเธอยอมตามใจฉัน” ถังเฟ่ยหลง กระซิบเสียงกระเส่า กดปากจูบเคล้าคลอกลีบปากนุ่มเนิ่นนาน กว่าจะปล่อยให้เธอได้ควานหาอากาศ ดวงตาคู่สวยเฝ้ามองเรือนกายใหญ่โตที่ผละห่างออกไปด้วยความดีใจ

“คิดว่าฉันจะไม่ทำอะไรเธอหรือไง ปิ่นมุก” ปากถามแต่มือกำลังปลดกระดุมเสื้อผ้าออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดสุดท้าย และตอนนี้เสื้อก็ถูกเหวี่ยงไปกองอยู่บนพื้น ตามด้วยกางเกงตัวนอกตัวในไปกองบนพื้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ปิ่นมุกหลับตาแน่น ริมฝีปากบางก็เม้มจนเป็นเส้นตรงอย่างหวาดหวั่นเมื่อรู้ว่าเธอคงหนีไม่พ้น

“เธอจะยอมฉันดีๆ หรือต้องให้ฉันใช้กำลัง” เจ้าของเรือนกายแข็งแกร่งโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบชิดปลายจมูกโด่งสวยของหญิงสาว เขากดปากร้อนจูบสลับขบเม้มปลายจมูก ไม่เว้นแม้กระทั่งผิวนุ่มเนียนบนสองแก้มแดงระเรื่อ ลากต่ำไปยังกลีบปากนุ่มที่มีรสชาติหวานล้ำไม่เหมือนกัน

ถังเฟ่ยหลงเริ่มเกลียดตัวเองที่มักหลงใหลไปกับความหวานล้ำและทุกสิ่งที่หลอมรวมออกมาเป็นผู้หญิงที่ชื่อ ปิ่นมุก แต่เขาไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้ คนที่มีส่วนทำให้น้องสาวและหลานของเขาต้องตายอย่างเด็ดขาด สั่งใจไม่ให้คิดแต่สายใยเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจกลับกำลังถักทอกลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ถังเฟ่ยหลงพยายามตัดมันออกไป เพราะยิ่งได้อยู่ใกล้เธอมากเท่าไหร่ เขาก็ลุ่มหลงจนเหมือนคนเสพติดร่างกายของหญิงสาวเข้าไปทุกที

“อีกนานไหม ที่ฉันต้องอยู่รองรับอารมณ์ของคุณ” เอ่ยถามเสียง   สั่นเครือ ดวงตาคู่สวยจดจ้องเขานิ่ง

“ฉันไม่อยากได้ยินคำถามจากเธอ...ปิ่นมุก เพราะฉะนั้นอย่าถามให้ฉันต้องอารมณ์เสีย แล้วมันจะเป็นเธอเองนั่นแหละที่ต้องเจ็บตัว” เขาดุกลับเคลื่อนใบหน้ามาเสมอใบหน้าสวย ใช้เข่าสองข้างแยกเรียวขาสวยพร้อมแทรกกายเข้าไป

“ปิ่นมุก เธออยากให้ฉันใช้กำลังกับเธอหรือไง” ถังเฟ่ยหลงย้ำถามเสียงพร่า ลากฝ่ามือไปตามผิวเนียนละเอียดจากสีข้างไปหยุดนิ่งบนสะโพกงามงอน

“ฉัน...จะยอมคุณก็ได้” ตอบอย่างคนหมดทางสู้ เพราะต่อสู้ไปเธอก็มีแต่แพ้กับแพ้ ดวงตาสวยหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากร้อนเคลื่อนมาประกบจูบ

ถังเฟ่ยหลงบดเคล้าริมฝีปากบนกลีบปากสวยนุ่มนวลแต่เรียกร้องอยู่ในที จนในที่สุดริมฝีปากคู่สวยก็ยอมเผยอออกแต่โดยดี พร้อมเสียงครางฮึ่มจากลำคอหนา นาทีถัดมาทุกอย่างก็เป็นไปตามความต้องการของถังเฟ่ยหลง บทรักแสนรัญจวนดำเนินไปอย่างอ้อยอิงสลับหนักหน่วงเป็นบางครั้งคราว เมื่อมีเสียงครวญเล็กๆ ดังออกมาจากคนใต้ร่าง ถังเฟ่ยหลงจึงได้หยุดยั้งตัวเองและผ่อนปรนแรงรักทำให้เธอและเขาพานพบความสุข

ราวสิบนาทีถัดมาเจ้าของเรือนกายหนาหนักจึงพลิกตัวนอนแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม หลังจากตักตวงหาความสุขใส่ตัวจนสำราญใจ ขณะที่    ปิ่นมุกก็พลิกตัวหันหลังให้แล้วควานหาผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้ อยากจะร้องไห้ให้สาแก่ใจที่ถูกรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่หยาดน้ำตากลับไม่มีให้ไหลแม้แต่หยดเดียว เพราะเธอบอกตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็นอีกแล้ว เธอจะอยู่รอจนกว่าจะได้รู้ความจริงว่าทำไมเขาถึงต้องทำร้ายเธอ หรือไม่ก็รอให้เขาแก้แค้นให้สาแก่ใจเขา เธอคงมีวันได้หลุดพ้นจากสภาพที่ไม่ต่างจากนางบำเรอ

“ตายแล้ว!” ร่างเล็กที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตนผุดลุกขึ้นนั่ง เพราะลืมไปว่าเธอเปิดเตาไว้ แล้วไหนยังมีไข่ทอดชะอมของเธอลอยอยู่ในกระทะนั่นอีก ปิ่นมุกเร่งรีบควานหาเสื้อผ้ามาสวมอย่างเร่งรีบ

“จะไปไหน ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงถามเสียงดุๆ นอนตัวเปลือยโดยไม่คิดจะหาอะไรมาปิด คนเหลียวมามองคนถามเลยเบิกตาโตแล้วรีบยกมือปิดหน้าปิดตา อยากจะร้องด่าเขาให้สาแก่ใจแต่รู้ดีว่าด่าไปก็ไม่ประโยชน์อะไร

“จริงๆ เธอน่าจะชินกับร่างกายของฉันได้แล้วนะปิ่นมุก จำเอาไว้สิ ว่าฉันเป็นผัวคนแรกของเธอ” ถังเฟ่ยหลงลากเสียงตอบยั่วให้หญิงสาวหน้าแดงหูแดง ปิ่นมุกไม่คิดจะรอฟังให้ตัวเองต้องอับอายเพราะเธอวิ่งออกไปจากห้องและตรงไปยังห้องครัวอย่างรวดเร็ว

“ใครปิดเตาล่ะนี่” พึมพำแผ่วเบาหลังจากวิ่งมาถึงห้องครัว จากนั้นก็ยืนถอนใจออกมาแรงๆ แล้วเริ่มลงมือทำกับข้าวต่อเพราะเหลือเพียงทอด  ไข่ชะอมเท่านั้น ส่วนคนที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงก็ขอนอนพักเอาแรง

ยี่สิบนาทีต่อมาปิ่นมุกก็ทำอาหารเช้าเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับไปในห้องนอน เพื่อทำธุระส่วนตัวแล้วเธอจะออกมาทานอาหารเช้าที่สายมากแล้วและสาเหตุก็มาจากคนป่าเถื่อนที่เอาแต่นอนหลับอุตุอยู่บนเตียง ปิ่นมุกมาหยุดอยู่ข้างเตียงมองอย่างพินิจ มองนานจนนึกอยากฆ่าเขาให้ตายนักแต่ก็กลัวบาป

“คิดจะฆ่าฉันหรือไง” เอ่ยถามทั้งที่ยังนอนหลับตาราวกับเข้าไปนั่งอยู่ในใจอีกคนที่ยืนเด่นอยู่ใกล้เตียง

“ใช่ ฉันอยากฆ่าคุณมาก แต่ฉันกลัวบาป ฉันเลยไม่ลงมือทำ เพราะฉันจะให้บาปที่คุณก่อ ย้อนไปทำร้ายคุณเอง” เธอตอบเสียงดังฟังชัดแล้วเด้งตัวออกห่างเมื่อคนบนเตียงขยับตัว

“อย่ากลัวไปเลยคำว่าบาปถ้าเธออยากฆ่าฉันจริงๆ แล้วถ้าคิดว่าทำได้ ก็เข้ามาเลยสิ ฆ่าฉันให้ตายนะ เพราะไม่งั้นจะเป็นเธอนั่นแหละที่ต้องตายแทน” ถังเฟ่ยหลงท้าทาย พร้อมตวัดผ้าห่มออกจากกาย ปิ่นมุกยกมือปิดตาแทบไม่ทัน

“น่าเกลียดที่สุด” ต่อว่าเสียงอ้อมแอ้มแล้วหันหลังให้ หวังจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำก็ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิดเพราะขามันก้าวไม่ออกเสียดื้อๆ

“จะน่าเกลียดหรือไม่ ยังไงซะเธอก็ต้องรับมันเข้าไปอยู่ในตัวเธอ    ทุกครั้งที่ฉันต้องการนั่นแหละ ปิ่นมุก” คนชอบอวดเรือนร่างย้อนกลับเสียงเรียบๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“บ้า! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน หน้าไม่อาย” ปิ่นมุกแอบบ่นทำปาก       ขมุบขมิบ บังคับสองขาให้เดินไปหยิบเสื้อผ้าของเขาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ โดยมีสายตาของถังเฟ่ยหลงมองตามทุกฝีก้าว และทันทีที่ปิ่นมุกเดินถึงหน้าห้องน้ำ ร่างสูงก็ก้าวพรวดตามไปติดๆ มือใหญ่คว้าหมับที่เอวบางแล้วรั้งเข้ามาชิดลำตัวแข็งแกร่งที่ปราศจากเสื้อผ้าปกปิด ปิ่นมุกหน้าร้อนผ่าวเมื่อบั้นท้ายสัมผัสเข้ากับความกำยำของคนป่าเถื่อนที่แผลงฤทธิ์ขึ้นมาอีกแล้ว

“ไอ้โจรลามก ปล่อยฉันนะ อื้อ!” เบี่ยงหน้ามาต่อว่าทว่าริมฝีปากกลับถูกกดทับด้วยริมฝีปากร้อนรุ่ม เขาบดขยี้อย่างคนกระหายใคร่ทั้งที่เพิ่งผ่านบนรักมาได้ไม่นาน ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนลูบไล้ผิวเนียนละเอียดจาก     หน้าท้องแบนราบและหยุดนิ่งบนเนินอกอวบอิ่ม

ถังเฟ่ยหลงเคลื่อนปากลงต่ำหลังจากปล้ำจูบกลีบปากนุ่มจนหนำใจลงมาหาซอกคอขาวผ่อง เนินอกที่ประดับด้วยยอดสีชมพูระเรื่ออย่างน่ามองและน่าลิ้มลอง เจ้าของเรือนกายแข็งแกร่งใช้เวลาเนิ่นนานดื่มด่ำกับ       ยอดทรวงก่อนจะตัดใจละห่าง เขาย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วตวัดอุ้มหญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำ อ่างน้ำสีขาวสะอาดตาคือสิ่งที่ถังเฟ่ยหลงหมายตาจะใช้เป็นที่ปลดปล่อยความต้องการที่อัดแน่นของร่างกาย สองมือใหญ่ค่อยๆ วาง  ร่างเล็กอย่างบรรจงโดยที่ความอ่อนโยนนั้นเป็นไปตามที่ใจสั่งให้ทำ เวลานี้ความแค้นถูกลบเลือนด้วยความปรารถนาจนหมดสิ้น

“เอ่อ...คือ...ฉะ...ฉัน...” ดวงตาคู่สวยปรือปรอย ก่อนเมินหลบเมื่อเรือนร่างแข็งแกร่งยืนอวดสายตาอยู่ไม่ไกล ถังเฟ่ยหลงกดยิ้มมุมปากแล้วหันไปเปิดน้ำใส่อ่างก่อนก้าวตามลงไป

“ถ้าคิดจะห้ามฉัน เธออย่ามัวเสียเวลาห้ามเลยปิ่นมุก เพราะฉันต้องการเธอ และเธอก็ไม่สิทธิ์ปฏิเสธฉัน เข้าใจใช่ไหม” น้ำเสียงดุกระซิบชิดปลายจมูกเล็ก ก่อนที่ริมฝีปากร้อนรุ่มจะเบี่ยงเข้าหากลีบปากบวมเจ่อที่เผยอรับลิ้นอุ่นให้สอดแทรกเข้าไปในช่องปากตามที่เขาปรารถนาอย่างไม่มีทางเลี่ยง

เธอหนีเขาไม่พ้นจริงๆ

สองมือเล็กเคลื่อนมาเกาะเกี่ยวบ่ากว้างไว้แน่นเมื่อระดับน้ำสูงถึงเนินอก แต่เวลานี้ถังเฟ่ยหลงไม่คิดสนใจเสียงน้ำล้นที่เจิ่งนองตามพื้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มสนใจมากที่สุดคือหญิงสาว มือใหญ่เคลื่อนลงสู่โคนขาเนียน ลากไล้อย่างมีชั้นเชิงชวนให้เจ้าของสั่นผวาครั้งแล้วครั้งเล่า ถัดมาเพลิงสวาทก็เริ่มบรรเลงอย่างเร่าร้อนและเรียกร้องการตอบสนองจากหญิงสาว ไม่เคยเลยสักครั้งที่บทรักแต่ละครั้งของถังเฟ่ยหลงจะจบลงใน   ครั้งเดียว เพราะยามใดที่เขาทอดมองดวงตาหวานฉ่ำของปิ่นมุก ถังเฟ่ยหลงก็กระโจนเข้าหาหญิงสาวอีกครั้งราวกับคนอดอยากปากแห้งมาแรมปี

“รีบอาบน้ำซะ ปิ่นมุก” เสียงหอบกระเส่าดังชิดซอกหูนุ่ม ส่วนคนสั่งก็ผละกายห่างเมื่อพายุสวาทสิ้นสุดลงทั้งที่ร่างกายยังต้องการเธออย่างไม่รู้จักพอ ขณะที่ปิ่นมุกยังคงนั่งพิงขอบอ่างน้ำนิ่ง หดขาทั้งสองข้างปกปิดร่างกายตัวเองเอาไว้เมื่อร่างสูงออกไปยืนใต้ฝักบัวเพราะหวังให้เขาจัดการตัวเองไปเรียบร้อยเสียก่อนแล้วถึงจะเป็นเธอบ้าง

“ถ้าช้า ฉันจัดการเธอต่อแน่ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงเอี้ยวหน้ามากล่าวเตือน คนนั่งนิ่งเลยรีบสปริงตัวมาจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วเพราะกลัวคำขู่ โดยมีคนสั่งหันมาช่วยอาบน้ำให้ หลังจากถังเฟ่ยหลงจัดการตัวเองเรียบร้อย ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากห้องน้ำด้วยสภาพผ้าเช็ดตัวพันกายคนละผืน

ปิ่นมุกยืนเคว้งกลางห้องอยู่อึดใจ จนเมื่อมีคนใจดียื่นเสื้อผ้าเป็นเสื้อเชิ้ตตัวยาวมาให้เธอก็รีบมาแล้ววิ่งเข้าห้องหายไปนานกว่าจะออกมา พร้อมเสียงถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อคนป่าเถื่อนไม่อยู่ในห้อง ส่วนถังเฟ่ยหลงก็เดินออกไปหาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดหน้าบ้านที่จินเหลียงกำลังพาเดินเล่นอยู่บนชายหาด

“ไงแก ชอบกันไหม ได้มาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง” ถังเฟ่ยหลงยื่นมือลูบหัวสองสัตว์เลี้ยงเบาๆ ก่อนที่สัตว์เลี้ยงจะส่งเสียงคำรามลั่น เมื่อปิ่นมุกออกมายืนอยู่หน้าระเบียง ถังเฟ่ยหลงเหลียวมองตามสายตาของสัตว์      ตัวโปรดแล้วเรียกให้ปิ่นมุกลงมา ทว่าหญิงสาวสั่นหน้าปฏิเสธทันควัน

“ปิ่นมุก! อย่าขัดคำสั่งฉัน” ถังเฟ่ยหลงบอกเสียงติดจะหงุดหงิด 

“ฉันกลัวมันกัด” ตอบเสียงขลาดๆ เพราะเธอกลัวดวงตาของเสือ

“กลัวไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกปิ่นมุก เพราะเธอต้องทำหน้าที่อาบน้ำให้มัน”

“คุณจะบ้าหรือไง แล้วถ้ามันงับหัวฉัน ฉันจะทำยังไง” คนขี้กลัว    โต้กลับเสียงขุ่น พลางมองคนและเสือสลับกัน ที่ทั้งคนทั้งเสือคงดุร้ายและป่าเถื่อนพอๆ กัน

“นั่นมันเรื่องของเธอ ปิ่นมุก” ถังเฟ่ยหลงตอบแบบไม่คิดจะให้กำลังใจอีกคนแม้แต่นิดเดียว

“ถ้ามันเรื่องฉัน ฉันก็ไม่ทำ ถ้าเจ้าสองตัวอยากอาบน้ำนัก ก็ให้มันลงไปเล่นน้ำทะเลเองแล้วกัน” กล่าวจบก็เดินหนีเข้าบ้านปิดประตูลงกลอนเสียแน่นหนา แล้วก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าวด้วยความโมโห ส่วนถังเฟ่ยหลงก็หันไปสั่งให้จินเหลียงพาวายุและสายลมกลับไปที่พัก พร้อมทั้งให้จินเหลียงขับเรือกลับเกาะเหอฮวาไปก่อน แล้วสั่งให้มารับอีกครั้งตอนบ่าย ก่อนที่   ร่างสูงจะเดินขึ้นบ้านพักไปจัดการคนที่กล้าเดินหนีและกล้าขัดคำสั่ง

 

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงเคาะประดังโครมครามอยู่หน้าบ้าน เรียกให้คนที่กำลังตักข้าวเข้าปากหยุดชะงัก พลางเหลียวมองไปยังต้นทางของเสียง ส่วนถังเฟ่ยหลงก็ยืนหัวเสียไม่น้อยที่ตามขึ้นมาแล้วพบว่าประตูล็อก

“ปิ่นมุก! มาเปิดประตูเดี๋ยวนี้ อย่าให้ฉันต้องพังเข้าไป แล้วถ้ามันพัง ฉันจะให้เจ้าวายุ เจ้าสายลมมานั่งเฝ้าเธอแทน” น้ำเสียงห้วนดุเอ่ยสั่ง ร่างสูงเดินวนไปวนหน้าอยู่หน้าบ้าน นึกเจ็บใจตัวเองนักที่ไม่คว้ากุญแจสำรองติดมือมาด้วย

“ปิ่นมุก!” ถังเฟ่ยหลงตะโกนลั่นบ้าน เมื่อแม่เชลยสาวกล้าขัดคำสั่ง ส่วนปิ่นมุกเดินมาแอบมองอยู่ใกล้ประตูนานแล้วแต่กำลังคิดลังเลอยู่ว่าจะเปิดดีหรือไม่เปิดดี พักใหญ่ๆ เธอจึงเดินมาที่ประตูประจันหน้ากับเขาที่เหลียวมามองพอดีเช่นกันด้วยใบหน้าถมึงทึง

“คุณ...ห้ามทำอะไรฉันนะ ถ้าฉันเปิดประตูให้” เธอต่อรองเสียงหวาดๆ

“ถ้าช้าอีกวินาทีเดียว ฉันทำเธอแน่” คนอารมณ์เสียขู่ พอประตูเปิดกว้างก็ก้าวพรวดเข้าไปแล้วกระชากร่างเล็กจนปลิวปะทะอกแกร่ง ปิ่นมุกยกสองมือยันแผงอกของเขาเอาไว้ พลางมองเขาตาโต

“แค่สองมือคิดว่าจะห้ามฉันได้หรือไง ฮึ!” เขาคำรามในระยะกระชั้นชิด

“ฉันก็เปิดประตูให้แล้วนะ อุ๊บ!” ปากร้อนกระแทกลงมาปิดกลั้นเสียงเล็กจนหมดสิ้นพร้อมแรงจูบก็เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้น ปิ่นมุกยกมือทุบตีเพราะเริ่มหายใจไม่ออก เมื่อจูบดุดันจากคนป่าเถื่อนไม่ยอมหยุดง่ายๆ

“คราวหลังอย่าทำแบบนี้กับฉันอีก ปิ่นมุก! เพราะฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาเล่นด้วย ไปทานข้าวได้แล้ว” ขาดคำก็ฉุดมือเล็กไปนั่งและลงมือ    ทานข้าวเช้าด้วยกัน ปิ่นมุกตักข้าวเข้าปากสลับกับจ้องหน้าคนป่าเถื่อนไปพลางๆ เธอเห็นเขาทานข้าวหน้าตาเฉยและไม่พูดสักคำ จนเมื่อข้าวหมดจาน เสียงเข้มก็สั่งให้เธอตักข้าวเพิ่มแล้วเขาก็นั่งทานต่อ

“เธอทำอาหารอร่อยเหมือนกันนะปิ่นมุก นับจากวันนี้ไป เธอต้องทำให้ฉันทานทุกเช้าและทุกเย็น ห้ามขาดแม้แต่วันเดียว” เหมือนคำบังคับกรายๆ หลังจากชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนเกือบหมดแก้ว ดวงตาคมส่งไปจดจ้องดวงหน้าสวยของเชลยสาวที่อ้าปากค้างกับคำสั่งของคนป่าเถื่อน เขาบอกให้ทำอาหารให้ทานทุกเช้า นั่นก็หมายความว่าเขาจะต้องอยู่ที่นี่และเธอต้องคอยรองรับอารมณ์จากเขาหรือไงกัน

“ได้ยินไหมปิ่นมุก” เขาถามเสียงดุ วางแก้วในมือกระแทกบนโต๊ะอาหารอย่างคนไม่สบอารมณ์

“ฉันได้ยินแล้ว” ตอบเสียงอ้อมแอ้มแล้วก้มหน้าเก็บจานชามเพื่อหนีสายตาคมกริบ ที่เธอไม่รู้ว่าเขาจะมองเธอทำไมนักหนา ตามมาด้วยเสียงเข้มๆ ของคนป่าเถื่อนที่สั่งให้เธอเร่งจัดการทำความสะอาดห้องครัวแล้วให้ออกไปพบหน้าบ้านพัก ส่วนคนสั่งก็เดินอาดๆ ออกไปนั่งรอหน้าบ้านพร้อมกับกาแฟหอมกรุ่นที่เขาสั่งให้เธอทำให้ ปิ่นมุกแม้อยากขัดคำสั่งของเขาสักแค่ไหน แต่ก็ทำไม่ได้และไม่กล้า เพราะกลัวถูกจับโยนให้เจ้าวายุและเจ้า  สายลมขย้ำเล่น   


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha