หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 เรื่องยุ่งยากใจ-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  2 เรื่องยุ่งยากใจ

 

 

            ายในรับแขกตกอยู่ในภาวะเงียบงันอีกครั้งหลังจากบุตรสาวคนโตเดินออกไปพร้อมเงินนับแสนที่คนเป็นแม่ทนลูกตื๊อของบุตรสาวคนโตไม่ได้จึงได้ควักเงินหลายหมื่นให้บุตรสาวไปอีกครั้งจนถูกผู้เป็นสามีต่อว่าเข้าให้

“คุณกิต นี่คุณไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไง จะนั่งรอ นอนรอให้ธนาคารมายึดบ้าน หรือรอให้เจ้าหนี้มาฆ่ายกครัวก่อนหรือไง คุณถึงจะคิดได้ว่าควรทำยังไงต่อไปกับหนี้สินหลายสิบล้านของคุณ” คุณปภาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ หลังลอบมองสีหน้าของผู้เป็นสามีแล้วช่างขัดหูขัดตาเหลือทนกับท่าทีไม่ทุกข์ร้อนเหมือนเช่นหลายวันก่อน

“ผมจะขายบ้านหลังนี้ มันคงพอให้เราเอาไปใช้หนี้ได้บ้าง แล้วผมจะขอร้องเจ้าหนี้ให้เขาให้โอกาสเราได้ผ่อนผันบ้าง ส่วนเรื่องโรงแรม เมื่อ    สองวันก่อนมีตัวแทนของมหาเศรษฐีจากฮ่องกงมาขอซื้อกิจการและผมก็ตัดสินใจขายโรงแรมให้เขาไปแล้ว รอเพียงฝ่ายนั้นมาตกลงทำสัญญาซื้อขายกันเท่านั้น เราก็จะมีเงินไปใช้หนี้ แต่คงไม่พอ”

คุณกิตติตอบคำถามของภรรยาด้วยเสียงราบเรียบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่กำลังตกไปอยู่ในมือของคนอื่น ทว่าในใจของท่านนั้นสุดแสนเสียดายสิ่งที่ได้ก่อสร้างมากับมือ แต่จะให้ทำอย่างไรได้เพราะหากไม่ขายก็มีแต่ล้มละลาย และอาจถูกฆ่ายกครัวจริงตามที่ภรรยาพูดก็เป็นได้ หากไม่มีเงินไปใช้หนี้

“ไม่! ฉันไม่ยอมให้คุณขายบ้านนะคุณกิต” คุณปภาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

“แต่ผมต้องการขาย เพราะเงินเราไม่พอใช้หนี้” คุณกิตติค้านด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ

“ก็แล้วทำไมคุณไม่ขายโรงแรมให้มันพอกับหนี้สินที่เรามีกันล่ะ ไม่ได้! ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้คุณขายบ้านหลังนี้เด็ดขาด”

คนเป็นภรรยาค้านเสียงดังลั่นห้องนั่งเล่น เหล่าคนรับใช้ คนสวน ป้าช้อยต่างก็ชินชาไปเสียแล้วกับการโต้เถียงของคุณกิตติและคุณปภาดา ทว่าสำหรับปิ่นมุก...เธอตกใจกับเสียงเอะอะไม่น้อย ก่อนที่เสียงจะเงียบหายไปเมื่อเธอเดินออกมาชะโงกหน้ามองจากชั้นบน

โดยที่คุณกิตติเรียกให้คู่ชีวิตเข้าไปพูดคุยในห้องหนังสือเพราะไม่ต้องการให้ปิ่นมุกมารับรู้เรื่องหนี้สินของครอบครัว เพราะอีกไม่กี่สัปดาห์  ปิ่นมุกต้องแต่งงานกับอธิป ส่วนปฐวีและปิ่นสุดา ท่านจะมอบเงินให้คนละก้อนเพื่อให้สองพี่น้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศและไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก เพราะรู้ดีว่าตนไม่มีปัญญาหาเงินแปดสิบล้านได้แน่

 

“คุณจะเอายังไง แต่ฉันไม่ให้คุณขายบ้านหลังนี้เด็ดขาด” เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องสมุดได้คุณปภาดาก็เปิดฉากขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

“ผมต้องขาย เพราะเงินมันไม่พอ ธุรกิจโรงแรมของเราขายได้ไม่     กี่สิบล้าน แล้วผมก็เอาเงินจากตรงนั้นไปจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารบางส่วนและจ่ายหนี้ที่กาสิโน เพราะฉะนั้นผมจำเป็นต้องขาย แล้วผมจะมอบ      เงินก้อนใหญ่ให้เจ้าปัดกับยัยเปรมไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก ยัยปิ่นผมจะให้แกแต่งงานกับอธิป ส่วนคุณกับผม เราจะไปหาบ้านเช่าอยู่กันตามลำพัง” คุณกิตติบอกเสียงเรียบๆ ด้วยหวังว่าคู่ชีวิตจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน เมื่อส่งลูกทั้งสามไปอยู่ในที่ปลอดภัย

“ฉันไม่ยอมไปอยู่ห้องเช่ากับคุณแน่คุณกิต เพราะถ้าคุณจะส่ง     ตาปัดยัยเปรมไปอยู่ต่างประเทศจริง ฉันก็จะไปอยู่ด้วย แล้วก็เชิญคุณกับ  ยัยปิ่นหาเงินใช้หนี้กันเองเถอะ แล้วคุณก็รีบๆ ขายไปซะเลยไอ้คฤหาสน์หลังนี้น่ะ ฉันกับตาปัด ยัยเปรมจะได้รีบไปอยู่ต่างประเทศเสียที” คุณปภาดารีบเสนอเพราะไม่อยากอยู่ให้อับอายผู้คน

“คุณภา” คนเป็นสามีครางออกมาแทบไม่เชื่อหู ก่อนเฝ้ามองคู่ชีวิตด้วยสายตาตัดพ้อ

“อย่ามามองฉันแบบนี้คุณกิต เพราะฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้สินของคุณเลยสักนิด แต่เป็นคุณเองต่างหากที่บอกว่าจะเดินทางไปติดต่องานต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่แท้คุณก็เอาเงินไปถลุงเล่นที่กาสิโนจนหมดตัว เพราะฉะนั้นฉันจะหย่ากับคุณ! แล้วก็เชิญคุณหาทางแก้ไขปัญหานี้เองเถอะ”

น้ำเสียงของผู้เป็นภรรยาพูดออกมาแต่ละคำช่างบาดลึกทำร้ายใจ   คนฟังยิ่งนัก คุณกิตติเลยได้แต่เฝ้ามองภรรยาด้วยความเสียใจ ทว่าคุณ  ปภาดาไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับสายตาตัดพ้อต่อว่าของสามีแต่กลับ    เร่งเร้าเอาคำตอบเรื่องหย่าแทน

นาทีถัดมาคุณกิตติจึงพยักหน้ายอมตกลงโดยไม่โต้แย้งแม้แต่คำเดียว แล้วก็ได้แต่มองตามคู่ชีวิตเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นด้วยความปวดร้าวใจ แม้ว่าไม่ได้ตั้งใจครองคู่เป็นสามีภรรยากับปภาดามาแต่แรกก็ตามที แต่เป็นเพราะความผิดพลาดในอดีต ทำให้ต้องรับผิดชอบและแต่งงานกับปภาดาแทนตวงรัตน์ หญิงสาวอันที่เป็นรักและกำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกันแต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน 

เสียงถอนใจหนักหน่วงถูกผ่อนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ใจหนึ่งก็ภาวนาให้ภรรยาหวนกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นและบอกว่าจะอยู่เคียงข้าง เพื่อร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆของคุณกิตติเท่านั้น เมื่อภรรยาไม่ได้หวนกลับคืนมาแต่อย่างใด ขณะที่คุณ   ปภาดาก็เรียกหาสาวใช้ให้มาช่วยจัดกระเป๋าและติดต่อลูกทั้งสองคนทว่าคนเป็นแม่กลับติดต่อไม่ได้แม้แต่คนเดียว

 

สองวันถัดมาที่เชียงใหม่ หลังจากปฐวีเดินทางมาถึงเชียงใหม่ตั้งแต่วันก่อน ชายหนุ่มได้ออกตามหาฮุ่ยจื่อที่บริษัทของเธอโดยหวังจะ  งอนง้อขอคืนดีกับหญิงสาว ทว่าทุกคนในบริษัทตอบแค่ว่าไม่อยู่และยังถามเซ้าซี้อีกว่าเขาเป็นใคร ปฐวีก็น้ำท่วมปากพอควร เพราะระหว่างที่คบหา     ฮุ่ยจื่อ เขาและเธอคบหากันแบบลับๆ และฮุ่ยจื่อก็ไม่อยากให้พี่ชายรู้เรื่องที่เธอแอบมีแฟน นั่นเพราะหญิงสาวมีว่าที่คู่หมั้นอยู่ที่ฮ่องกง ปฐวีจึงต้องออกมาจากบริษัทของฮุ่ยจื่อ หญิงสาวที่ตนหลอกให้รักหลอกให้หลงแล้วเฉียดหัวทิ้ง

หลังจากออกจากบริษัทมาได้ ปฐวีก็เร่งเดินทางไปมาตามหาฮุ่ยจื่อที่แมนชั่น ซึ่งเป็นสถานที่หาความสุขของเขาและเธอ ก็ได้ความว่าฮุ่ยจื่อ      ไม่ได้มาที่นานมากแล้ว ปฐวีจึงเดินทางกลับโรงแรมที่พักด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่รู้จะติดตามหาหญิงสาวได้ที่ไหนอีก มือถือที่ใช้ติดต่อกันก็ติดต่อไม่ได้ กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นปฐวีจึงได้นัดให้เพื่อนออกมาพบที่ร้านกาแฟ ร้านประจำของเพื่อน

“ไงแก หายหัวไปไหนมาตั้งหลายเดือนวะ”

สิทธิ์ชัย พนักงานหนุ่มบริษัททอผ้าไหมของตระกูลถังที่เข้ามาลงทุนอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่หลายปีแล้วเนื่องจากมารดาของฮุ่ยจื่อเป็นคนไทย   คนในตระกูลถังจึงได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ประเทศไทยทั้งครอบครัว ก่อนที่ทายาทคนโตของตระกูลถังจะเดินทางกลับฮ่องกงเพื่อไปได้รับหน้าที่ดูแลกิจการของผู้เป็นปู่ เมื่ออายุครบยี่สิบปี

“เฮ้ย! ไอ้ปัด ถามไม่ได้ยินหรือไง กวนแต่เช้าเชียวนะเอ็ง” สิทธิชัยร้องถามเสียงขุ่น เมื่อคนถูกถามเอาแต่ยกกาแฟขึ้นจิบ อีกทั้งสายตาของเพื่อนก็จ้องไปนอกร้านราวกับมองหาของล้ำค่า

“เที่ยว” ปฐวีตอบสั้นๆ พลันสายตาก็ไปปะทะกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยและเซ็กซี่คนหนึ่งเข้าอย่างจัง แต่หนุ่มหล่อคารมดีอย่างปฐวีแทบจะสำลักกาแฟ เมื่อสิทธิ์ชัยตบบ่าเข้าเต็มแรง

“ไอ้บ้าสิทธิ์ แกจะตบฉันทำไมวะ” ปฐวีหันมาต่อว่าอย่างเคืองๆ แล้วปรายตามองสาวสวยคนนั้นต่อ

“คุณจินนี่” สิทธิ์ชัยบอกเสียงเรียบๆ มองตาเพื่อนก็รู้ใจ ว่าเจ้าหมอนี่ตกหลุมเสน่ห์ของคุณฮุ่ยหลัน เจ้าของบริษัททอผ้าไหมแล้วแน่ๆ

“เฮ้ย! แกรู้จักเธอด้วยเหรอไอ้สิทธิ์ แล้วเธอเป็นใครมาจากไหนวะ สวยเหมือนนางเอกหนังฮ่องกงเลยว่ะ สเปกฉันมากๆ เลยว่ะไอ้สิทธิ์” ปฐวีถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แผนการตีสนิทของตนก็บังเกิดขึ้นมาทันใดเมื่อสาวหน้าสวยกำลังเดินตรงมาที่เขาและเพื่อน

“ก็รู้จัก ทำไม สนใจล่ะสิแก” สิทธิ์ชัยตอบอย่างเล่นตัว ทว่ายังไม่ทันจะถามอะไรต่อจากนั้น เขาก็เห็นปฐวีลุกขึ้นเดินตัวตรงเข้าไปหาคุณฮุ่ยหลันหรือคุณจินนี่เสียแล้ว ขณะที่ปฐวีก็เข้าไปแกล้งเดินชนสาวหน้าสวย

“อุ๊ย!” เป้าหมายของปฐวีเซเข้าสู่วงแขนทันทีจนล้มลงไปด้วยกัน แก้มขาวผ่องของฮุ่ยหลัน สวยสวยวัยยี่สิบห้าปี สัมผัสเข้ากับแผงอกกว้างของชายหนุ่มแปลกหน้าเข้าอย่างจัง ฮุ่ยหลันเกิดอาการตัวร้อนหน้าร้อนผ่าวไปชั่วขณะเมื่อได้ใกล้ชิดกับบุรุษหนุ่มแปลกหน้า สาวสวยพยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม เพราะเธอถูกเลี้ยงให้อยู่ในกรอบมาตลอด เรื่องสนิทสนมกับเพื่อนชายจึงไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ

“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งไป เมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าไม่ยอมปล่อยมือจากตัวเธอ

“ขอโทษครับ ผมนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ เลยนะครับ หรือไม่ก็คงเพราะผมเห็นหน้าสวยๆ ของคุณแน่ๆ เลยทำให้ผมตาลายมองไม่เห็นทาง” ปฐวีส่งยิ้มน่ารักมอบให้สาวหน้าสวย พานทำให้หัวใจของฮุ่ยหลันเต้นตึกตักอย่างไม่รู้สาเหตุ พวงแก้มสาวก็ซับสีเลือดสลับร้อนๆ หนาวๆ ยามที่สายตาของเขา   จดจ้องมาที่เธอ

“ฉันก็ขอโทษด้วยนะคะที่เดินไม่มองทางเหมือนกัน” สาวหน้าสวยแหงนหน้าขึ้นบอกเจ้าของอ้อมกอด ก่อนก้มหน้าหนีอย่างเขินอาย

ปฐวีกดยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพยุงให้สาวหน้าสวยในอ้อมกอดลุกขึ้นจนยืนได้มั่นคง สองหนุ่มสาวต่างเผลอจ้องมองกันและกันอยู่ชั่วครู่ ฮุ่ยหลันนั้นขวยเขินไม่น้อยกับการได้พบปะชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ แต่สำหรับปฐวี...เขากำลังครุ่นคิดหาวิธีเพื่อให้ได้เธอมาครอบครองโดยเร็ววัน

“ผมจะยอมรับคำขอโทษจากคุณ ถ้าคุณให้เกียรติไปนั่งดื่มกาแฟเป็นเพื่อนผม...สักแก้ว” ปฐวีเริ่มรุกด้วยวาจาอ้อนนุ่ม พลางส่งสายตา      เว้าวอนขอร้องอยู่ในที ฮุ่ยหลันอึกอักและขวยเขินหนักกว่าเดิม เธอไม่กล้ารับปากเพราะเพิ่งได้รู้จักกัน แถมเธอยังไม่รู้ชื่อแซ่ของเขาอีกด้วย

“นะครับ” ปฐวีย้ำเสียงเศร้า แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ผมปกรณ์ หรือปัดครับ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ...” มุมปากของปฐวีเผยยิ้มมีเสน่ห์ เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของหญิงสาวที่ดูจะดีใจไม่น้อยหลังจากเขาเอ่ยแนะนำตัวด้วยชื่อที่เขาก็เพิ่งจะคิดออกเมื่อครู่

“ฉัน...ฮุ่ยหลันค่ะ แต่เรียกฉันว่าจินนี่ก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณปัด” หญิงสาวเอ่ยตอบเสียงหวานใส พยายามผินหน้าหลบแววตากรุ้มกริ่มของชายหนุ่ม

“ครับคุณจินนี่ แล้ว....ตกลงว่าไงครับ” ปฐวีรุกต่อ

“เอ่อ...ก็ได้ค่ะ แต่ไม่นานนะคะ คือฉันต้องรีบกลับบ้านค่ะ” ฮุ่ยหลันตอบกลับเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเกรงใจ พลางเดินตามมือใหญ่ที่รั้งเอวของเธอ ส่วนปฐวีก็ลอบมองหน้าเพื่อนหนุ่ม พลางส่งสายตาไล่ให้ไปหาที่นั่งอื่น ส่วนเขาก็ประคองหญิงสาวเข้าไปนั่งเมื่อสิทธิชัยลุกหนีไป

“คุณจินนี่จะรับอะไรดีครับ มอคค่า คาบูชิโน ลาเต้ หรืออเมริกาโน  ดีครับ ร้านที่นี่มีให้เลือกอีกหลายอย่างครับ แต่ผมว่า...คุณจินนี่ดื่มลาเต้ดีกว่านะครับ หวานนุ่มละมุนเหมือนใบหน้าของคุณ” พลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ฮุ่ยหลันผงะหนีด้วยความตกใจ พร้อมเสียงหัวเราะน่าฟังจากปฐวี

“คุณจินนี่ ทำเหมือนไม่ค่อยชอบผู้ชายเลยนะครับ ตกลงเป็น      ลาเต้ร้อนนะครับ” หนุ่มคารมดีเอ่ยเย้า ก่อนหันไปเรียกเด็กในร้านพร้อมจัดการสั่งกาแฟให้หญิงสาว

“ฉันขอโทษค่ะ คือ...ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนเป็นผู้ชายน่ะค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อถูกแววตากรุ้มกริ่มของเขา กลับมาจ้องมองเธอ

“ถ้างั้น...ผมขอสมัครเป็นเพื่อนชายของคุณได้ไหมครับ” ปฐวีเผยยิ้มมีเสน่ห์หลังพูดจบ พานทำให้หัวใจของสาวสวยวัยยี่สิบห้าไหววูบและรู้สึกเก้อเขินอย่างบอกไม่ถูก

“ได้ไหมครับ คุณจินนี่” ปฐวีทำหน้าสลด พลางเลื่อนมือไปวางทาบบนมือสวย เจ้าของมือสวยรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแรงสูงวิ่งผ่านเธออย่างรวดเร็ว หัวใจก็พากันเต้นไม่เป็นจังหวะยามที่มือใหญ่คลึงเล่นบนมือของเธอ

“ได้ไหมครับ” เจ้าของฝ่ามือใหญ่ย้ำถามเสียงนุ่มและไม่คิดจะหยุดมือที่ทั้งคลึงและลูบไล้มือสวย

“เอ่อ...ก็ได้ค่ะ ฉันยินดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบเสียงไม่มั่นคงนัก ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนใหม่พลางยิ้มหวานตอบเขา

“ผมดีใจมากเลยรู้ไหมครับที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ เพราะผมไม่ใช่    คนเชียงใหม่ครับ พอดีผมเหงามากเลยมาเที่ยวที่นี่ แต่ผมไม่มีเพื่อนเลยครับ แล้วคุณจินนี่พอจะว่างพาผมเที่ยวบ้างไหมครับ”

พอได้โอกาสปฐวีไม่คิดรอช้าที่จะตีสนิทหญิงสาวที่กำลังตกเป็นเหยื่อรายต่อไปของตน และดูท่าจะเป็นคนหัวอ่อนไม่แพ้ฮุ่ยจื่อ แต่ทำไมสองสาวถึงได้ชื่อคล้ายกันนัก ทว่าคนอย่างนายปฐวีมีหรือจะสนใจ เขาขอเพียงได้ครอบครองร่างสวยๆ ของเธอคนนี้ก็เพียงพอแล้ว และดูท่าจะเป็นลูกสาวเศรษฐีเสียด้วย

 “เอ่อ...แต่ฉันต้องทำงานจันทร์ถึงศุกร์เลยนะคะ ฉันเลยกลัวว่าจะไม่มีเวลาพาคุณไปเที่ยวน่ะค่ะ” ฮุ่ยหลันตอบด้วยท่าทีตื่นเต้นปนเขินอายเมื่อถูกเพื่อนใหม่จ้องเสียจนผิวหน้าของเธอวูบวาบมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

“ผมรอได้เสมอครับ แต่ว่า...วันนี้เป็นวันเสาร์นะครับ คุณจินนี่พอจะว่างหรือเปล่าครับ” ปฐวีถามด้วยสีหน้าเกรงใจ พร้อมทำหน้าผิดหวังเพื่อให้เพื่อนสาวสงสารและเห็นใจ

“ก็...ว่างค่ะ แล้วคุณปัดอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้างล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกเสียงหวาน พลางก้มหน้าซ่อนยิ้มเอียงอาย เมื่อหลังมือสวยถูก     ริมฝีปากหยักจุมพิต

“ขอบคุณมากนะครับ” ปฐวีเฝ้ามองหญิงสาวด้วยสายตาหวานเชื่อม มุมปากได้รูปของตนขยับยิ้มเล็กน้อย ทว่าก็ทำให้ฮุ่ยหลันเผลอมองอย่างเผลอไผล ยามที่เขายกมือเธอจุมพิตอีกครั้งอย่างนุ่มนวล หัวใจของฮุ่ยหลันสั่นหวามๆ ผิวหน้าก็ร้อนผะผ่าว

“เอ่อ...คุณปัดคะ ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอร้องเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้าก้มตาหลบแววตาหวานเชื่อมของเพื่อนหนุ่ม

“ผมขอโทษครับ ผมดีใจมากไปหน่อยน่ะครับ เลยเผลอจับมือคุณมาจูบ คุณไม่โกรธผมใช่ไหมครับ” พูดจบปฐวีก็ละมือห่างจากมือสวยในอาการเสียดาย

“ไม่โกรธหรอกค่ะ ว่าแต่คุณปัดยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะคะว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง คือฉันไม่ได้ออกไปเที่ยวนานแล้วเหมือนกันค่ะ เลยไม่รู้จะแนะนำคุณยังไงดี หรือไม่ก็เป็นช่วงเย็นดีไหมคะ ฉันจะได้พาคุณไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ที่นั่นดังมากเลยนะคะ ฉันว่าเราไปเที่ยวที่นั่นดีไหมคะ”

พูดจบก็รีบเมินหน้าหลบสายตาแพรวพราวของเพื่อนหนุ่ม โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของปฐวีที่ออกอาการเบื่อหน่ายไม่น้อยกับการไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน เพราะเขาก็ไปมาบ่อยแล้วกับเพื่อนฝูง

“ได้เลยครับ ผมตามใจคนพาเที่ยวอยู่แล้ว แล้วตอนนี้คุณจินนี่จะไปทำธุระที่ไหนต่อครับ” พูดจบก็ส่งยิ้มบาดใจมอบให้หญิงสาว

“เอ่อ...ฉันจะออกไปซื้อของใช้นิดหน่อยค่ะ แล้วคุณปัดถามทำไมเหรอคะ” เธอถามยิ้มๆ พลางยกกาแฟขึ้นจิบ ทว่าปฐวีกลับยื่นมือไปแตะหลังมือสวยรั้งเอาไว้

“ระวังร้อนนะครับ เดี๋ยวผมคนให้นะครับ” หนุ่มคารมดีแสดงความมีน้ำใจอย่างเต็มที่ แต่ถ้าฮุ่ยหลันเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มสักนิดจะได้รู้จะได้เห็นว่า สีหน้าของชายหนุ่มกำลังเผยยิ้มร้ายส่งไปให้เพื่อนที่แยกตัวออกไปนั่งหลบมุม

สิทธิ์ชัยอยากจะบอกเพื่อนอยู่เหมือนกันว่าอย่ายุ่งกับเธอคนนี้ เพราะพี่ชายหวงมาก นับตั้งแต่ที่จู่ๆ คุณฮุ่ยจื่อก็หายหน้าหายตาไปหลายเดือน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหนและต่อมาก็มีคุณฮุ่ยหลันเข้ามาดูแลงานต่อ แต่สุดท้ายแล้วสิทธิ์ชัยก็ไม่ได้เข้าไปเตือนเพื่อน เพราะดูเหมือน   คุณฮุ่ยหลันก็พอใจปฐวีไม่น้อยเหมือนกัน

“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวที่ไม่เคยคบหาชายใดจนสนิทสนมเป็นเพื่อนนอกจากคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดจริงๆ กล่าวด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวสลับแดงระเรื่อ ยิ่งทำให้หนุ่มคารมดีเหยียดยิ้ม     มุมปากอย่างเป็นต่อและไม่เกินคืนนี้สาวสวยลูกคุณหนูอย่างเธอ ต้องตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน จากนั้นสิ่งที่จะตามมาก็คือเงินของเธอ!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha