หลงไฟมาร [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3 ศึกชิงตัว-3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ราวครึ่งชั่วโมงถัดมา ปิ่นมุกก็ได้แต่เหลียวมองผู้คนในรถด้วยความหวาดกลัว หลังจากคนพวกนี้พาเธอย้ายจากรถตู้สีดำเป็นรถคันหรู อีกทั้งยังหวั่นวิตกไปหมดหลังจากเธอถามอะไรไป กลุ่มคนแปลกหน้าไม่มีใครตอบเธอแม้แต่คนเดียว หญิงสาวเลยได้แต่มองสำรวจลักษณะของชายฉกรรจ์ในรถคนอย่างพินิจ เพราะด้วยลักษณะท่าทางการพูดคุยของคนพวกเหล่านี้ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนไทย

แล้วคนพวกนี้เป็นใคร? มาจากไหนกันแน่?’

“คุณ! ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณเป็นใคร แล้วฉันไปทำอะไรให้ ถึงถูกจับตัวมาแบบนี้ แต่ฉันมั่นใจว่าฉันไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ได้โปรดเถอะนะ ปล่อยฉันไปเถอะ” เจ้าสาวคนสวยวิงวอนด้วยเสียงสั่นเครือ แม้เธอจะพออุ่นใจได้บ้างว่าคนพวกนี้ไม่ได้ลงมือทำร้ายเธอตอนนี้ ทว่าต่อจากนี้เธอไม่อยากคิดเลยด้วยซ้ำว่าต้องพบเจอกับอะไรบ้าง แล้วถนนหนทางที่ออกนอกเมืองเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เธอหวาดกลัว

“นั่งเงียบๆไปเถอะ ถ้าคุณยังห่วงชีวิตตัวเองและชีวิตคนในครอบครัวของคุณอยู่” จินเหลียงเอ่ยเตือนเสียงเรียบ พลางเหลียวมองคนที่เจ้านายหนุ่มต้องการเพียงเล็กน้อยแล้วเบนหน้ากลับไปเอนตัวพิงเบาะรถด้วยท่าทีผ่อนคลาย

“ฉันเงียบไม่ได้ ในเมื่อฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ที่จู่ๆ ก็ถูกจับตัวมาแบบนี้ ฉันว่าพวกคุณคงจับผิดคนแล้วละ ฉันพูดจริงๆนะ ว่าคนในครอบครัวของฉันไม่เคยไปทำร้ายใคร ฉันขอร้องเถอะ ปล่อยฉันไป ให้ฉันลงจากรถตรงนี้ก็ได้ ขอร้อง นะคะ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” ปิ่นมุกพยายามอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ

“ผมว่าคุณไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า เพราะถ้าคุณได้รับรู้ความจริงเมื่อไหร่ คุณคงช็อกแน่” จินเหลียงตอบเสียงเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวเยือกในอกชอบกล ปิ่นมุกลอบมองคนในรถอีกครั้งอย่างหวาดๆ ก่อนเบียดตัวเข้าหาเบาะราวกับจะพึ่งมันให้ช่วยคุ้มภัยแก่เธอ

“คุณพักผ่อนเสียเถอะ อีกนานกว่าจะถึงที่หมาย แล้วก็วางใจเถอะ ผมไม่ทำอะไรคุณตอนนี้แน่” จินเหลียงกล่าวออกมาเบาๆ หลังจาก    เหลียวมองเห็นเจ้าสาวคนสวยนั่งเบียดตัวเข้าหาเบาะรถ สวย น่ารัก น่า  ทะนุถนอม แต่เธอคือของต้องห้ามสำหรับทุกคนบนรถ หากใครคิดแตะต้อง ไม่ได้ตายดีแน่!

“ฉัน...จะไว้ใจได้แค่ไหนกัน แล้วพวกคุณจะพาฉันไปที่ไหน” แม้จะหวาดกลัวจับขั้วหัวใจสักแค่ไหน ทว่าเพราะอยากรู้ชะตากรรมต่อจากนี้ทำให้ปิ่นมุกเอ่ยถามเสียงหวาดหวั่น เธอคิดถึงทุกคนในครอบครัว เธออยากกลับไปหาทุกคนแต่ก็เป็นไปไม่ได้ หยาดน้ำตาหยดลงบนแก้มนวลด้วยความเศร้าใจและหวาดกลัว

“วางใจเถอะว่าคุณปลอดภัยแน่นอนระหว่างอยู่บนรถคันนี้ ส่วนจะไปที่ไหนยังไง นั้นมันใช่สิ่งที่คุณควรรู้”

รอยยิ้มเจือจางประดับบนมุมปากของชายแปลกหน้าเล็กน้อย ทว่าเพียงแค่นั้นก็ทำให้ปิ่นมุกพอวางใจได้บ้างว่าเธอจะปลอดภัยขณะยังนั่งอยู่บนรถคันนี้ แต่ถ้าถึงที่หมายเมื่อไหร่ เธอต้องพบเจอเหตุร้ายอะไรบ้างนี้สิคือสิ่งที่เธอหวั่นวิตกยิ่งกว่า คนพวกนี้ก็พูดจาแปลกๆ ราวกับว่าคนในครอบครัวของเธอไปทำร้ายใครเอาไว้ แต่เวลานี้เธอหมดหนทางจะพาตัวเองหนีไปจากที่นี่จริงๆ ศีรษะเล็กเอนพิงเบาะรถอย่างท้อแท้ใจ

 

ที่โรงพยาบาลชื่อดังของกรุงเทพฯ หน้าห้องฉุกเฉินทุกคนต่างกำลังกระวนกระวายและเป็นห่วงเจ้าบ่าวที่ตอนนี้ทางทีมแพทย์กำลังเร่งช่วยชีวิตกันอยู่ ส่วนที่หน้าห้องก็มีบรรดาญาติทางฝั่งเจ้าบ่าวพร้อมพ่อแม่ของเจ้าบ่าวและพ่อของฝ่ายเจ้าสาวนั่งรอลุ้นจนใบหน้าเคร่งเครียดไปตามๆ กัน หลังจากผลการรักษาผ่านมาร่วมชั่วโมงแต่หมอหรือพยาบาลยังไม่ออกมาแม้แต่คนเดียว

“กิต ฉันว่าแกไปตามข่าวหนูปิ่นก่อนเถอะ ส่วนเจ้าอธิป ฉันจะดูแลเอง แล้วยังไงจะโทรมาบอกความคืบหน้ากันบ้าง” คุณทะนงศักดิ์พูดขึ้น หลังจากที่ตนเฝ้าบอกให้เพื่อนรักสมัยเรียนไปตามหาลูกสาวร่วมชั่วโมงหลังจากส่งลูกชายถึงมือหมอเรียบร้อย

“ฉัน...” คนที่ทำให้เพื่อนรักต้องเกือบสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวพูดเสียงเครือๆ จนเมื่อได้เห็นสายตาของภรรยาเพื่อนเข้า ก็พานทำให้พูดไม่ออก

“ไปเถอะ อย่าห่วงทางนี้เลย เจ้าอธิปไม่เป็นอะไรไปง่ายๆ หรอก” คนเป็นเพื่อนพูดปลอบ

“หากไม่เป็นอะไรจริง ทำไมป่านนี้แล้วหมอยังไม่ออกมาอีกล่ะคุณศักดิ์ ฉันไม่ยอมหรอกนะ ที่ตาอธิปจะต้องมาตายเพราะเจ้าสาวคนนี้ ฮึ! เห็นเป็นคนน่ารัก อ่อนหวาน แต่ที่ไหนได้กลับมีคนรักซุกซ่อนอยู่ แล้วยังให้ผู้ชายคนนั้นมาฉุดคร่ากลางงานแต่งเข้าให้อีก แบบนี้มันจงใจโกหกกันชัดๆ”

คุณสร้อยทิพย์โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด พร้อมทั้งโทษทางฝ่ายเจ้าสาวที่ทำให้เกิดเรื่องร้ายแบบนี้ขึ้นกลางงานแต่ง

“ไม่เอาน่าคุณทิพย์” คุณทะนงศักดิ์ออกปากปรามภรรยา

“ผมขอโทษจริงๆ คุณทิพย์ แต่ผมขอยืนยันว่ายัยปิ่นไม่มีคนรัก   แอบซ่อนอย่างที่คุณกล่าวหาแน่ๆ” คนเป็นพ่อแก้ต่างให้บุตรสาวคนเล็กด้วยสีหน้าเป็นทุกข์ เพราะเพิ่งจะได้รับแจ้งว่าพบรถคันดังกล่าวแล้วแต่ไม่พบคนแม้แต่คนเดียว ร่องรอยอะไรก็ไม่มีให้ติดตาม

“ฮึ! เก็บคำขอโทษของคุณไว้ตรงนี้เถอะ ฉันคงรับเอาไว้ไม่ได้หรอก ในเมื่อชีวิตตาอธิปเป็นตายเท่ากัน ถ้าฉันรู้ว่าจะมีเรื่องอับอายแบบนี้เกิดขึ้น ฉันไม่มีวันให้ตาอธิปแต่งงานกับปิ่นมุกแน่!

“คุณทิพย์ คุณใจเย็นๆ ก่อนเถอะ ใช่ว่าลูกเราจะเกิดเรื่องคนเดียวเสียเมื่อไหร่กัน ในเมื่อตอนนี้เรายังไม่รู้ข่าวหนูปิ่นเลยด้วยซ้ำ แล้วเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่มีใครรู้เหมือนกัน ส่วนตาอธิป ตอนนี้ลูกของเราอยู่ในมือหมอแล้ว คุณสงบสติอารมณ์บ้างเถอะ กิตเองก็เสียใจมากอยู่แล้วที่มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

ทะนงศักดิ์ปรามภรรยาด้วยสีหน้าหนักใจ เพราะอีกฝั่งก็เพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียน อีกคนก็ภรรยาที่รัก แต่จะให้ตนเข้าข้างแต่ใครคนใดคนหนึ่งก็ไม่ได้เหมือนกัน

“ฉันจะใจเย็นได้ยังไงคุณศักดิ์ ในเมื่อลูกชายคนเดียวของฉันกำลังจะตาย” คุณสร้อยทิพย์ตวาดกลับเพราะเป็นห่วงชีวิตลูกชายเพียงคนเดียว

“คุณทิพย์! คุณเป็นแม่ประสาอะไร ถึงได้แช่งลูกตัวเองแบบนี้” ทะนงศักดิ์ตวาดอย่างเหลืออดเช่นกัน สบตากับภรรยาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ส่วนคนเป็นภรรยาก็ทำเสียงฮึดฮัดใส่ แล้วแยกตัวออกไปนั่งรวมกับญาติพี่น้อง ทางด้านคุณทะนงศักดิ์ก็พยักหน้าให้กิตติออกไปสืบข่าวตามหาปิ่นมุก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha