หนี้ซ่อนรัก

โดย: อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี



ตอนที่ 4 : สัญญาฉบับที่หนึ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        “อืม ใช่ตึกเดียวกับบริษัทพี่ภาคไหมนะ” สุภาวีพลิกนามบัตรของชายแปลกหน้าไปมา เธอจำได้แค่ว่าที่ทำงานของคนรักอยู่ในตึกสูงๆ เขาเพิ่งย้ายมาทำที่นี่ได้ไม่นานและเธอเองก็ยุ่งๆ กับการเรียนปีสุดท้ายจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก มันคงเป็นตึกในย่านธุรกิจทั่วไปที่เปิดพื้นที่ให้บริษัทต่างๆ มาเช่าทำออฟฟิศหรือเปิดร้านค้า

        “มาพบคุณสิทธาค่ะ” เมื่อแจ้งกับเจ้าหน้าที่ด้านล่างสุภาวีก็เริ่มไม่แน่ใจว่าพนักงานจะรู้จักไหมเพราะตึกมันมีตั้งหลายชั้นเธอกำลังจะบอกข้อมูลเพิ่มคือนามสกุลกับชื่อบริษัทแต่ก็โดนขัดขึ้นมา

        “เชิญด้านนี้เลยค่ะ” พนักงานผายมือ สุภาวีรีบเดินตามไปประกบทันที ผู้หญิงหน้าตาสะสวยกดลิฟต์ชั้นสามสิบสี่และใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็มาถึงชั้นที่ต้องการ

        “รอสักครู่นะคะ” เธอบอกให้นั่งรอและมองไปที่โซฟา สุภาวีจึงนั่งลงแบบเกร็งๆ เพราะบริเวณโดยรอบเงียบมากมันไม่เหมือนออฟฟิศเลยสักนิดมันเหมือนคอนโดหรือห้องพักมากกว่า

        “เชิญด้านในเลยค่ะ” ผู้หญิงคนเดิมยืนรออยู่หน้าประตูที่เปิดค้างไว้ สุภาวีเดินไปช้าๆ และในใจนึกอยากวิ่งหนีไปจากตรงนี้ ผู้ชายคนนั้นจะไว้ใจได้จริงๆ หรือ

        “เชิญค่ะคุณสุภาวี คุณสิทธารออยู่ กอแก้วเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

        “ขอบคุณมากนะคะคุณกอแก้ว” ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันและกอแก้วก็เป็นฝ่ายปิดประตู สุภาวีมองไปรอบๆ ก็พบว่ามันคือออฟฟิศขนาดย่อมและคงจะเป็นห้องพักด้วย

        “เชิญนั่งครับ” เสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยขึ้นและน่าแปลกนักที่มันไล่ความกังวลใจของเธอออกไปจนหมดสิ้น สุภาวีรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีความเป็นผู้นำและต้องเก่งในด้านการพูดโน้มน้าวและใช้วาทศิลป์เป็นแน่แท้

        “ขอบคุณมากค่ะ” ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวทิ้งลงที่เก้าอี้เธอพยายามจะไม่มองไปรอบๆ เพราะรู้ว่ามันเป็นมารยาทที่ไม่ดีแต่ทุกสิ่งมันช่างน่าดูเหลือเกิน เครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้นโก้หรูบ่งบอกรสนิยมของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี

        “คุณสุภาวีต้องฝึกงานกี่เดือนครับ”

        “สามเดือนค่ะ” เธอกลับมาจดจ่อกับบทสนทนาตรงหน้าอีกครั้งและมันยากมากเพราะการพูดคุยต้องสบตาฝ่ายตรงข้าม สุภาวีไม่รู้เลยว่าระหว่างน้ำเสียงนุ่มๆ กับดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวของเขาอย่างไหนมันรบกวนจิตใจของเธอมากกว่ากัน

        สุภาวีมีความสัมพันธ์ระยะไกลกับคนรักแบบมั่นคงมาตลอดสามปีเธอไม่เคยวอกแวกหรือแอบมีใจให้ใครแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกหวั่นไหวกับเพศตรงข้าม

        “กอแก้วนี่คิดถูกทุกครั้งเลย” ชายหนุ่มเอ่ยชมเลขาแล้วยิ้มกริ่ม อีกแล้วเขายิ้มอีกแล้วเลิกยิ้มสักทีได้ไหมมันทำให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะ

        “นี่ครับสัญญา คุณสุภาวีสงสัยตรงไหนถามได้เลยนะครับแล้วค่อยเซ็น” สิทธายื่นกระดาษให้ เขารอเวลานี้มานานแล้วเวลาที่จะได้แอบมองเธอนิ่งๆ สักสองสามนาทีโดยที่เธอหนีไปไหนไม่ได้

        สุภาวีก้มหน้าก้มตาอ่านกระดาษสองแผ่นด้วยความตั้งใจแน่แหละว่าเธอต้องตั้งใจอ่านเพราะมันคือสัญญาที่จะผูกมัดเธอไว้ตลอดสามเดือนแต่อีกเหตุผลที่ทำให้เธอจงใจก้มหน้าต่ำจนแทบจะติดกระดาษก็เพราะอยากหลบสายตาเขา มันเป็นความปั่นป่วนที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนแม้แต่พี่ภาคเธอก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้

        “งานจิตอาสานอกเวลาทำงานนี่คืออะไรคะ”

        “เราจะพาพนักงานไปทำงานจิตอาสาเดือนละหนึ่งครั้งในวันอาทิตย์โดยคิดค่าแรงให้ตามปกติ ที่เราเลือกวันนี้เพราะคนที่มีครอบครัวจะได้พาลูกๆ มาด้วยถือเป็นการใช้เวลาร่วมกันที่ดีอย่างนึงครับ ที่เคยไปก็จะเป็นปลูกป่าชายเลน เลี้ยงอาหารเด็กพิการ ให้อาหารสัตว์ในมูลนิธิต่างๆ”

        “ดีจังเลยนะคะ” สุภาวีปลื้มใจมากที่เขามีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น

        “ถ้าดิฉันไม่มีอะไรสงสัยแล้วก็เซ็นสัญญาได้เลยใช่ไหมคะ”

        “ได้เลยครับ” สุภาวีจรดปากกาลงบนแผ่นกระดาษแล้วอยู่ๆ ก็มีภาพหนึ่งวูบขึ้นมาในหัว เธอรู้สึกว่าอีกไม่นานจะได้เซ็นกระดาษแบบนี้อีกแต่ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะเป็นสัญญาเรื่องอะไร

        “นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว คุณสุภาวีให้เกียรติไปทานอาหารกับผมได้ไหมครับผมจะได้แนะนำห้องอาหารของพนักงานไปด้วยเลย”

        “เอ่อ คือ มันจะดีหรอคะ คือตอนนี้คุณเป็นเจ้านายดิฉันแล้วนะคะ”

        “ผมไปทานข้าวกับพนักงานบ่อยคงไม่มีใครมองไม่ดีหรอกมั้งครับแต่ถ้าคุณไม่สบายใจก็ไม่เป็นไรครับไว้มาเจอกันตอนบ่ายแล้วกันผมจะพาไปแนะนำตัวกับคนในบริษัท”

        “ถ้าอย่างนั้นขอรบกวนด้วยนะคะ” เมื่อได้ยินคำตอบ สิทธาก็เดินนำออกไปเขากดลิฟต์ไปที่ชั้นห้องอาหารแล้วพานักศึกษาฝึกงานไปนั่งที่โต๊ะในสุด

        “ถ้าไม่อยากเดินตากแดดไปหาอะไรทานนอกตึกก็มาที่ชั้นนี้นะครับแต่ถ้าออกไปข้างนอกก็จะมีร้านให้เลือกมากกว่า”

        “ทำไมเมนูไม่มีราคาล่ะคะ” สุภาวีถามด้วยความแปลกใจ

        “พนักงานมีอาหารให้ทานฟรีตลอดวันครับ ใครทำโอที ใครมาเช้า ใครกลับดึกหรือใครที่กระเป๋าแห้งก็มาที่นี่ได้ตลอด ห้องอาหารเปิดเจ็ดโมงเช้าถึงสามทุ่มครับ”

        “โอ้โห ไม่ทราบมาก่อนเลยนะคะว่าบริษัทที่ประเทศไทยจะมีบริการดีๆ แบบนี้ด้วย ที่เคยได้ยินก็จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกพวกกูเกิ้ล เฟสบุ๊คที่จะมีสวัสดิการดีๆ แบบนี้”

        “อย่าเอาบริษัทเล็กจิ๋วของผมไปเทียบกับเขาเลยครับของผมก็แค่มีบริการอาหารเท่านั้นเอง กูเกิ้ลเขาเป็นอาณาจักรใหญ่มีสารพัดห้องให้พนักงานผ่อนคลาย”

        “แต่ที่คุณให้มันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตนะคะ ฉันเชื่อว่ามันเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะถ้าไม่มีอาหารไปเลี้ยงสมองเราก็จะไม่มีแรงทำงานและมันก็จะลามไปเรื่องสุขภาพด้วย”

        “ขอบคุณนะครับ” สิทธาเอ่ยแล้วสบตาหวานเชื่อมของหญิงสาวตรงหน้า เธอช่างมีจิตใจที่อ่อนโยนและคิดอะไรได้ลึกซึ้งเหลือเกินเขาจะทำยังไงไม่ให้หลงรักเธอไปมากกว่านี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha