หวงรักพันธนาการเถื่อน

โดย: trysreerung



ตอนที่ 4 : หวงรักพันธนาการเถื่อน ## สี่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คุณหญิงรุจยานั่งกุมตรงตำแหน่งหัวใจที่เต้นระรัว ใบหน้าซีดกังวลเริ่มดีขึ้นมานิดหน่อยเห็นลูกชาย “หินไปดูหลานเร็ว เด็กกำลังช่วยจับอยู่อาละวาดไม่เลิกเลย”

ฆนศิลารีบวิ่งเข้าห้องหลาน “ทำไมเป็นแบบนี้” ชายหนุ่มคำราม คิ้วขมวดมุ่นเห็นทรายชมพูกำลังคลุ้มคลั่ง

“คุณทรายเห็นข่าวเอ่อ หน้านี้คะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน” เด็กรับใช้คนหนึ่งบอก ฆนศิลาไม่ได้สนใจหนังสือในมือที่ยื่นมา เข้ากอดหลานสาวพลางถามอีกเรื่อง

“หมอล่ะ โทรหรือยัง”

เด็กรับใช้พยักหน้า ชายหนุ่มหันมาปลอบใจหลาน

“ใจเย็นๆ นะทราย หายใจลึกๆ นะหลานอย่าคิดมาก

“น้าหินฮือ น้า พี่ธิชตายแล้ว ตายแล้ว ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม!” ทรายชมพูใบหน้าวัยสาวร่วงโรยหายไปกำลังครวญคราง น้ำตาอาบสองแก้มซีดเซียว มองกี่ครั้งก็สะท้อนใจคนเป็นน้ายิ่งนัก

ฆนศิลาเจ็บในอก เสียใจเห็นหลานเจ็บไม่สามารถบรรเทาอาการนั้นได้แม้เพียงน้อย ผู้ชายสารเลวและงามฟ้าสินะ สองชื่อนี้เท่านั้นที่ทำให้ทรายชมพูผู้อมทุกข์ไม่พูดไม่จากับใคร ไม่ยอมเปิดปาก แต่เปิดปากแบบนี้ไม่น่ายินดีเลย ฆนศิลาปลอบโยนหลานสาว

“ตายไปก็ดีไม่ใช่หรือไง ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก นะทราย”

ลูกพี่สาวคนนี้ เป็นหลานคนแรก คนเดียว เห็นมาแต่อ้อนแต่ออด ตั้งแต่นับทรายและพี่เขยเสียชีวิตพร้อมเรื่องเศร้าๆ ที่รุมเร้าเข้ามายิ่งไม่เคยห่าง ฆนศิลารักหลานคนนี้มากที่สุด เธอมีชีวิตที่แสนอาภัพ

“ไม่ไม่ คนที่ต้องตายคือนังเพื่อนทรยศ ทรายดีกับมันทุกอย่าง ไม่เคยรังเกียจมันเหมือนเพื่อนคนอื่น น้าบอกทรายสิคะว่ามันตายด้วย มันตายไปแล้ว!”ทรายชมพูเสียงดังกว่าเดิม

ฆนศิลาลูบหัวหลานเบามือ จนรู้สึกว่าทรายชมพูผ่อนคลายลง ในใจนึกหวั่นวิตกรู้ว่าทรายชมพูยังเคืองแค้นงามฟ้าเข้ากระดูก อย่างนี้จะดีหรือหากเขาให้เธออยู่ที่บ้านหลังเล็กต่อไป ไม่วันใดก็วันหนึ่งหลานอาจจะรู้เรื่องนี้เข้า

“หลานต้องการอย่างนั้นหรือ” ฆนศิลาเผลอถามทรายชมพูเมื่อหลานหายสะอื้น

ทรายชมพูจ้องน้าเขม็ง “ใช่น้าทำให้มันตายไปจากโลกได้ไหม ตายทั้งเป็นยิ่งดี ทรายเกลียดมัน เกลียดมัน!

ความรัก ความแค้น ทำให้คนจิตใจดี เปราะบางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้หรือ อย่างเช่นหลานผู้ใฝ่รักเดียวจากชายคนนั้น แต่ข่าวคราวการทำร้าย แก้แค้นกันตามสื่อปัจจุบันสะท้อนให้ฆนศิลาเห็นถึงความจริง มีที่รุนแรงกว่านี้มากมายหากไม่เข้มแข็งพอ ครอบครัวคือกำลังใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ ฆนศิลาเช็ดน้ำตาให้หลาน ในใจคั่งแค้นเดือดเป็นประกายไฟ! เขาคนหนึ่งที่กลายเป็นคนมีไฟแค้น ไม่ต้องมองจากที่ไหนอื่น

“พาทรายไปภูเก็ตดีไหมหิน” คุณหญิงรุจถามความคิดเห็นลูกชายเมื่อคุณหมอประจำตัวหลานกลับไปหลังจากฉีดยาให้ทรายชมพูหายจากอาการคลั่ง

ฆนศิลายืนอยู่ริมหน้าต่างมองออกไปยังแม่น้ำในคืนมืดมิด ยอมรับว่ากำลังคิดอะไรไม่ออก เริ่มหวาดกลัวมากขึ้นว่าจะไม่ได้หลานคนเดิมกลับคืนมาในใจชายหนุ่มหนักอึ้งเกือบห้าปีเต็มที่เขารอคอยปาฏิหาริย์ แต่ขาที่พิการเดินไม่ได้เพราะประสบอุบัติเหตุของหลานเริ่มลีบฝ่อ เนื่องจากทรายชมพูไม่ยอมทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง มารู้เรื่องนี้เข้ากำลังใจก็คงลดหายมากกว่าเดิม

“หินว่าไง ลูกงานยุ่งหรือช่วงนี้” คุณหญิงถามอีก

“ได้สิครับ ผมจะลองคุยกับทรายดู”

คุณหญิงพยักหน้าเดินไปหาทรายชมพู ฆนศิลาเดินกลับตึกใหญ่ ครุ่นคิดเรื่องงามฟ้าต่อว่าจะเอายังไง ให้สาสมกับความเสียใจที่หลานสาวมีเพิ่มขึ้น

 

งามฟ้ามองรถตู้ที่วิ่งออกจากบ้านริมน้ำ ชะเง้อสุดสายตาเมื่อเด็กรับใช้คนหนึ่งพูดว่า ทรายชมพูเดินทางไปพักผ่อนภูเก็ต

“อย่าให้ทรายและคุณแม่เจอเธอไม่อย่างนั้นเจอดีแน่” เสียงของฆนศิลาดังเข้ามาในโสตประสาทงามฟ้ารีบหลบฉากเมื่อรู้สึกว่าเสี่ยงเกินไปที่มายืนชะเง้อมองแบบนี้ คำสั่งนี้มาพร้อมกับเธอต้องทำงานบ้านห้ามอู้เด็ดขาด ไม่มีปากมีเสียงกับดาหลา

“แม่คาบโรงเลียน นักเลียน ดินไปเลียน” ลูกชายเรียกให้ไปดูทีวีซึ่งกำลังมีรายการที่เด็กนักเรียนเล่นสนุกสนาน งามฟ้าเข้าไปหาลูก

“อีกไม่กี่วันก็ได้ไปแล้วครับ” งามฟ้าบอกลูกเรื่องโรงเรียนที่ลูกชายบ่นหามาหลายวัน ลูกชายยิ้มดีใจเดินไปหยิบกระเป๋าหนังสือขีดเขียนไปตามประสา งามฟ้าคิดได้อีกเรื่องเมื่อลูกชายพูดเรื่องโรงเรียน ต่อสายถึงคุณครูที่ลูกชายเข้าเรียนตั้งแต่สองขวบครึ่งแจ้งเรื่องที่อยู่ของลูกให้ทางนั้นได้รับรู้

 

ฆนศิลารีบเคลียร์งานคิดจะตามหลานสาวไป แต่ได้คุยกับมารดา ท่านบอกว่าหลานมีความสุข จึงเปลี่ยนใจกลับบ้านเร็วกว่าปกติ พลบค่ำแล้วงามฟ้าที่เรียกหายังไม่เห็น ชายหนุ่มก้าวเดินออกจากห้องเพื่อไปถามดาหลาอีกครั้ง

 “ไปไหนนะ  ชื่อโรงเรียนอะไรบอกใหม่สิ”

“ไม่ได้บอกไว้คะ”

ได้รับคำตอบที่ไม่ต้องการฆนศิลาจึงเดินไปบ้านหลังเล็ก เข้าไปในห้องหญิงสาว มองถ้วนทั่วห้อง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหาอะไรจนเห็นกระดาษแผ่นบางวางไว้หน้าโต๊ะอ่านหนังสือเดินเข้าไปใกล้ หยิบขึ้นมาอ่าน เห็นปฏิทินอันเล็กขนาดพกพากากบาททับเป็นรูปตัวเอ็ก คิ้วได้รูปขมวดวันที่สิบห้า วันนี้นี่น่า มีนัดกับใครนอกจากไปโรงเรียน

เสียงรถวิ่งมาจอดหน้าตึกใหญ่ ฆนศิลากำปฏิทินอันเล็กไว้ในมือ เดินลงไปดูว่าใครมาส่งงามฟ้า แต่เห็นเป็นแท็กซี่จึงคลายหน้าบึ้งลง

 งามฟ้าอุ้มลูกชายลงเห็นฆนศิลา ใจหญิงสาวอยากขอช่วยให้เขารับดินไปอุ้ม เพราะเธอเกิดเหน็บชาขึ้นมากะทันหัน แต่ร่างสูงหันหลังกลับไปเสียก่อน งามฟ้าเองก็ได้รู้สึกตัวว่าตนเป็นเพียงคนรับใช้จึงทรุดนั่งยองๆ เพราะต้องพักมือก่อนจะก้าวเดินต่อ

ฆนศิลาเห็นด้านหลังไร้เสียงคนเดินตามหันมามอง “เป็นอะไรไป” เสียงเรียบๆ ถาม ไม่ได้รับคำตอบทันทีอย่างที่ต้องการเสียงชายหนุ่มเข้มกว่าเดิม “ไปทำอะไรมาหมดเรี่ยวแรงจนอุ้มลูกไม่ได้หึ”

งามฟ้ายังมีดินอยู่บนบ่าแม้จะทรุดนั่งแหงนมองหน้าฆนศิลา ไม่เข้าใจ “คุณหมายความว่าอะไรคะ”

“หมายความตามนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องตอบตอนนี้ก็ได้ พาลูกชายเธอไปนอนก่อนเถอะ”

“ฉันพาลูกไปหาหมอมาคะ หลังจากกลับจากโรงเรียน” งามฟ้าไม่อยากสาธยายต่อว่าที่หมดเรี่ยวแรงเพราะลูกชายไม่สบายสาเหตุจากวัคซีนนั่นเอง คิดว่าไม่จำเป็น

ฆนศิลาชะงัก แวบหนึ่งอยากถามว่าเด็กชายเป็นอะไร แต่ก็ไม่พูดออกมา เดินกลับขึ้นตึกไป งามฟ้าเหนื่อยเกินกว่าจะเหนื่อยกับสิ่งอกุศลที่คนเดินจากไปคิด หญิงสาวสะบัดให้มือข้างหนึ่งหายชาเพื่อกอดลูกน้อยอีกครั้ง แล้วเดินกลับไปพักผ่อนบ้าง

ครู่ต่อมา ฆนศิลาเดินขึ้นบ้านหลังเล็ก เสียงเงียบไร้นิทานก่อนนอนอย่างที่เคยได้ยินจนรู้สึกสงสัย ประตูห้องไม่เป็นอุปสรรคแม้จะล็อค ฆนศิลาเปิดออก ภาพสองแม่ลูกกอดกันอย่างอบอุ่น บีบคั้นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก มือเล็กที่โอบอุ้มเต้าขาวนวลไว้ในมือสร้างความริษยาอย่างน่าละอาย ฆนศิลายกยิ้มหยัน เมื่อคิดว่าสาวน้อยคนนั้นที่เคยมีใจใฝ่ปองมากกว่าผู้หญิงคนไหนในชีวิตหายสาบสูญไปแล้ว บัดนี้มีกระดังงาลนไฟเรือพ่วงมาให้แทนที่

“คุณ” งามฟ้าตกใจตื่นเห็นร่างสูงยืนสำรวจตรวจตรากัน หญิงสาวรีบดึงมืออูมของลูกชายออกจากทรวงอกเปลือย หน้าคุณแม่แดงซ่านเมื่อคิดว่าฆนศิลาเข้ามายืนอยู่นานแล้ว ทว่าเมื่อคิดว่าตนเองล็อคประตูไว้ก่อนล้มตัวนอนก็ถามขึ้นทันทีด้วยความไม่พอใจ

“คุณไขประตูเข้ามาหรือคะ”

“ หรือจะให้พังเข้ามา” เสียงเข้มทำให้งามฟ้าหน้ามุ่ยโดยที่ไม่รู้ตัวถ้าเป็นเมื่อก่อนฆนศิลาคงมองว่าน่ารัก แต่ตอนนี้เขาเมินมองไปทางอื่นพร้อมกล่าวถ้อยคำย้ำเรื่องราวให้งามฟ้าเข้าใจสถานะตนเองให้แน่ชัด

“ว่าไง คงไม่คิดอย่างนั้นใช่ไหม เพราะที่นี่เธอมีสิทธิ์ทำตามที่ฉันต้องการอย่างเดียว ไม่ใช่มาเสนอว่าต้องการอย่างโน่น อยากได้อย่างนี้  ตัวอย่างวันนี้คือออกไปนานมาก”

งามฟ้าหน้าเจื่อนลุกขึ้นเอ่ยโดยที่ไม่มองหน้าฆนศิลา “ฉันบอกธุระไปแล้ว ส่วนอีกเรื่องจะช้าทำไมละคะ ทำสิทธิ์ของคุณให้จบๆ ไปฉันจะได้พักผ่อนซะที”

 “เธอว่าอะไรนะ!” เขาหน้าบึ้ง คำรามด้วยความไม่แน่ใจ

“โน่นนี่ฉันไม่มีสิทธิ์สักอย่างใช่ไหม คิดอะไรก็ไม่ได้ ตอนนี้ฉันแค่ให้คุณทำธุระของคุณให้จบๆ ไป หรือคุณจะใจดำกับฉันว่าห้ามพูดอีกจะทำร้าย กลั่นแกล้งกันไปถึงไหนคะ” งามฟ้าเหนื่อยล้ามาทั้งวันเจอหน้าบูดบึ้ง ไร้รอยยิ้ม เจ้ากี้เจ้าการสุดจะทน

 “จะดำจนกว่าเธอจะมอดไหม้ไม่ใช่สิต้องบอกว่าจนกว่าฉันจะสาแก่ใจ นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำรู้ไว้ซะ” ร่างสูงหันหลัง “ตามฉันมา”

งามฟ้ากลั้นสะอื้นหันเห็นลูกชายพลิกกระสับกระส่ายเพราะเสียงพ่อที่ไม่รู้สถานะตนเองกับแม่ผู้โง่เขลาอาจจะดังเกินไป เดินไปตีก้นเบาๆ ปลอบโยนคอยจนลูกหลับสนิทจึงเดินตามเขาไป

แม้ร่างกายเหนื่อยล้าเธอไม่มีอุทธรณ์ร้องขอใช่ไหม งามฟ้าเหม่อลอยเดินเข้าห้องเล็กนั้น ห้องที่พันธนาการเธอไว้ด้วยความทรมาน พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยากร้องไห้เขาได้สะใจ ที่สามารถทำร้ายเธอได้

นางบำเรอความใคร่มีหน้าที่ตามนั้น แม้ร่างกายทรมานเพราะถูกปลุกเร้าฆนศิลาไม่สนใจเธอ งามฟ้าหน้าแดงซ่าน กัดริมฝีปากไม่ให้วอนขอให้เขาร่วมรักกับเธอ สายตาเหยียดหยามที่มองเหมือนรอคอยคำเหล่านั้นทำให้ใจเจ็บเกินจะเอ่ยความต้องการออกไป งามฟ้าทำในสิ่งที่เขาต้องการเหมือนวันก่อน เพียงแต่ครั้งนี้ทำให้เขาหลั่งไหลลาวาร้อนออกมาถึงสามครั้ง ชายหนุ่มใช้น้ำรักลูบไล้ทั่วร่างกายเปลือยเปล่ากระตุ้นเหมือนพยายามปลุกเร้าเธอ อกอวบชูช่อเมื่อโดนบี้คลึงเคล้า

“อื้อ” งามฟ้าไม่อาจทนทานความเสียวซ่านได้ เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้เขาหัวเราะ แม้เขาทำให้เธอทุกข์ทรมานอับอายก็ตาม

“ต้องการฉันก็บอกจะพาไปสวรรค์ด้วยนิ้ว แต่ของ ของฉันยังไม่พร้อมทะลวงบุกในที่ซึ่งผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเคยทำหรอก”

คิดว่าเธอโง่ไม่รู้หรือไง งามฟ้าเมินหน้าหนีสายตาเหยียดหยาม บอกให้เขารู้เป็นนัยว่าเธอ ไม่ต้องการ

“ฉันจะดูว่าเธอจะหยิ่งได้สักกี่ครั้ง” ฆนศิลาควานนิ้วลงสู่ความชุ่มฉ่ำกลางกลีบเกลี้ยงเกลา

“ไม่นะ”

“ต้องการก็วอนขอฉันสิงามฟ้า” ฆนศิลาบีบเคล้นเต้าอวบอิ่ม

“ไม่งามเกลียดคุณอื้อ” งามฟ้าน้ำตาร่วง มือทั้งสองกำผ้าปูที่นอนแน่น

“ชอบนิ้วของฉันยังมาบอกว่าเกลียดฉันหรือ นั่นไงมันบีบรัดฉันแน่นเชียวนะ”

“เอาออกไปนะ เอาออกไป ฮื้อ” งามฟ้าส่ายหน้าเส้นผมยาวกระจายเต็มหมอน ฆนศิลาเป้ากางเกงตุงเพราะความต้องการ เขาอยากจะทำตามใจต้องการ เขาเองกำลังจะทนไม่ได้

งามฟ้าป่ายปัดนิ้วร้ายกาจออกจากกึ่งกาย ฝืนใจยันร่างกายที่สั่นเทิ้มลุกขึ้น ขาเรียวสวยเหมือนจะทรุดเดินไม่ไหว แต่กัดริมฝีปากเพื่ออดทน

“จะไปไหนยังไม่อนุญาต” ฆนศิลาเสียงเข้ม

“งามห่วงลูก”

“ถ้าตื่นก็ได้ยิน อย่ามาเรื่องมาก มานี่”

งามฟ้ากำต้นขาของตนเองด้วยเล็บ ก้าวเดินไปหาฆนศิลา ฆนศิลายิ้มเมื่อใบหน้าสวยหวานก้มหน้าลงมองกลางแก่นกายของตนแล้วใบหน้าแดงก่ำ

“จัดการมันสิมันกำลังรออยู่นะ” เขาสั่ง

 

งามฟ้าก้มหน้าจัดการปลดเปลื้องความต้องการให้เขาอีก เธอร้อนรุ่มเพราะโดนกลั่นแกล้งก็พยายามอดทน หญิงสาวไม่รู้ว่าท่าทีนั้นอยู่ในสายตาคมทุกวินาที หลายครั้งฆนศิลาแทบทิ้งความคิดเดิมทำตามที่ร่างกายต้องการจริงๆ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็หักห้ามใจได้ เพราะใบหน้าผู้ชายของเธอลอยมาทำให้ใจขุ่นมัวนั่นเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha