หวงรักพันธนาการเถื่อน

โดย: trysreerung



ตอนที่ 5 : หวงรักพันธนาการเถื่อน ## ห้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สองเดือนกว่างามฟ้าอยู่ในบ้านปิยรมย์ไม่ต่างคนรับใช้คนหนึ่ง แต่สำหรับหญิงสาวรู้สึกว่าตนเองเหนื่อยล้ากว่าคนอื่นหลายเท่านักเพราะนอกจากเวลากลางวันที่ต้องดูแลทำความสะอาดในตึกที่ได้รับมอบหมาย งานครัว ดูแลลูก กลางคืนเธอต้องรองรับอารมณ์หื่นพิสดารของคนที่เคยปรามาสว่าเธอน่ารังเกียจไม้ไม่เว้นสักคืนเดียว งามฟ้าปลดปล่อยอารมณ์ต้องการด้วยตนเองเมื่อฆนศิลาจากไป หญิงสาวอดสูหัวใจเหลือเกินที่ถูกปลุกปั่นความต้องการส่วนลึกจนเธอเก็บกลั้นไม่ไหวต้องหาทางระบายความต้องการด้วยตนเองอย่างที่เขาเคยสอน

“งามขอไปส่งลูกที่โรงเรียนพรุ่งนี้วันแรกดินเปิดเรียนคะ” คืนหนึ่งงามฟ้าบอกก่อนฆนศิลาออกจากห้อง

“ต้องไปเฝ้าทั้งวันหรือไง” งามฟ้าแหงนสบตาสีถ่าน

คุณไม่เคยได้ทำหน้าที่พ่อเหมือนคนอื่นๆ ยิ่งกับลูกชายที่ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน รู้ไหมงามต้องเป็นทุกข์ห่วงลูกขนาดไหน เมื่อลูกต้องห่างสายตา

เด็กชายฟ้าศิลา สมุทรเทวา แรกคลอดน้ำหนัก สองพันห้าร้อยสามสิบกรัม ตัวค่อนข้างเล็กเพราะงามฟ้าแพ้ท้องในช่วงเดือนที่สามทั้งเดือน แม้พยายามฝืนกิน แต่เมื่อหัวใจไม่มีความสุขก็ไม่เจริญอาหาร คลอดออกมาวันที่สองลูกถ่ายออกเลือดสดๆ งามฟ้าร้องไห้ด้วยความวิตกกังวล หลายวันที่รอหมอพาอึเด็กน้อยเข้าห้องแลป ลูกน้อยต้องจากอ้อมอกไปอยู่ห้องอภิบาลเด็กแรกเกิดตั้งแต่วันนั้น นมจากอกก็ต้องหยุดดื่ม งามฟ้าได้แต่ชะเง้อมองลูกผ่านกระจกที่กั้นไว้ เวลาลูกร้องไห้โยเย เท่านั้นคุณหมอจะอนุญาตให้เธอเข้าอุ้มไว้แนบอก นิธิชมาดูแลเพียงชั่วครั้งคราว ส่งเด็กมาให้ดูแลหนึ่งคน แต่งามฟ้าก็ไม่สามารถปรับทุกข์ในหัวใจที่มากล้นให้ใครฟังได้ สาวน้อยกลายเป็นแม่คนตั้งแต่ยังสาวแอบร้องไห้หวาดกลัวเพียงลำพัง กลัวลูกแสนอาภัพจะทิ้งเธอไป เธอกลัวมากจริงๆ

วันหนึ่งพยาบาลโทรเข้ามาหาในห้องพักฟื้นว่าให้เธอไปที่ห้องอภิบาลกลางดึก ไม่ทันได้รู้รายละเอียด งามฟ้านั่งรถเข็ญเพราะยังเดินไม่สะดวกจากการผ่าตัดคลอด สาวน้อยร้องไห้ตลอดทางหวาดกลัวจะเกิดเรื่องร้าย เมื่อไปถึงคลายกังวลลงนิดหน่อยเมื่อพยาบาลแจ้งว่าลูกชายงอแง อยากให้มากล่อมให้หลับ

งามฟ้ายกเด็กน้อยน้ำหนักหดหายเพราะไม่ได้ดื่มนมมีเพียงสายน้ำเกลือเท่านั้นจากแปล ต้องเจ็บทุกวันเพราะต้องฉีดยาฆ่าเชื้อในสำไส้ ก้มมองก้นเด็กน้อยยังมีเลือดไหลซึมน้ำตาแม่ไหลริน แม้คำปลอบโยนของหมอก็ไม่สามารถทำให้เลิกร้องไห้ได้ เพราะสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่รู้

เจ็ดวันผ่านไปต้องทนเห็นลูกน้อยดูดเพียงจุกนมยางเพื่อจะได้คลายความหิว จนกระทั่งหมอแจ้งสาเหตุว่าลูกตัวน้อยแพ้นมวัว เธอต้องหยุดดื่ม อาหารทุกชนิดที่ใส่นม งามฟ้าจึงรู้สึกดีขึ้น ตั้งแต่วันนั้นที่ออกจากโรงพยาบาลอาหารการกินลูก นม ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ จนตอนนี้ผ่านหลายปีเธอก็ยังพาลูกไปตรวจร่างกายอยู่

“ไปสิ อย่าให้รู้เท่านั้นว่าไปหาคู่ขาเก่า เพราะตอนนี้ถ้าเธอผิดสัญญา ฉันจะไม่ให้สิ่งที่เธอต้องการ อย่ามาหาว่าใจดำนะ”

งามฟ้าไม่เข้าใจ “ใครคุณพูดอะไร ”

ฆนศิลาหันกลับมามอง “ก็เพื่อนผัวเก่าเธอไง บัดสีจริงๆ ที่ได้รู้เรื่องเธอกับไอ้หมอนั่น” ว่าแล้วร่างสูงเดินโทงๆ เข้าห้องน้ำ งามฟ้าหันไปทางอื่น

 คิดได้ยังไงนะว่าโกเมนเป็นคนรักใหม่ของเธอ คงคิดให้เธอเสียใจที่ต้องพรากจากโกเมน งามฟ้าถอนหายใจกับเรื่องราวใหม่ที่ได้รู้ อยากคิดก็คิดไป เธอไม่อยากแก้ตัวอะไร พูดไปก็รังจะยืดยาวไม่จบไม่สิ้น และไม่มีวันเชื่อ

 

คุณนายนิลเนตรลดกระจกลงเห็นอดีตสะใภ้จูงหลานชายที่ห่างเหินกันตั้งแต่ลูกชายเสียชีวิตเข้าในโรงเรียน “แกเคยเห็นหลานฉันใกล้ๆ หรือเปล่า” ถามเด็กรับใช้ที่มาส่งหลานชายอีกคนด้วยกัน

“เคยเห็นคะ เรียนอนุบาลสองค่ะ คุณหนูฟ้าศิลาแก่กว่าคุณหนูนพกรแค่สี่เดือนนี่คะคุณนาย”

คุณนายชะเง้อมอง รู้สึกหวงแหนอยากได้หลานชายคนแรกกลับมาอยู่ด้วย เพราะลูกสาวแจ้งว่าอาจต้องตามสามีซึ่งเป็นเลขาทูตไปต่างประเทศเร็วๆ นี้ นั่นหมายถึงนพกรหลานรักต้องห่างอกไปด้วย

“แกไปถามหาที่อยู่งามฟ้ามาสิ ฉันอยากพบเขา” จึงสั่งคนรับใช้

 คิดว่าเสนอเงินก้อนโตๆ งามฟ้าคงยินยอมเพราะพอจะรู้ว่าครอบครัวอดีตสะใภ้ค่อนข้างลำบาก อีกอย่างได้ข่าวว่ากำลังมีหนุ่มคนใหม่มาติดพัน อดีตสะใภ้ยังสาวมากอาจต้องการอิสรเสรี คิดถึงตรงนี้คุณนายนึกฉุน ไม่ชอบใจงามฟ้าที่ทำแบบนั้น เรื่องนายโกเมน

กลับถึงบ้านจึงพูดเรื่องนี้กับลูกสาว

“คุณแม่อย่าหวังให้มากนะคะ ถ้าผิดหวังจะแย่” นิชดาได้รู้ความประสงค์มารดาเรื่องหลานพูดความจริงที่คิด ขึ้นชื่อว่า แม่ใครบ้างไม่รักลูก งามฟ้าแม้ไม่ทันได้สนิทสนมแต่เห็นดูแลลูกชายเองตั้งแต่คลอด ให้นมเองแม้ยังเด็กมาก นิชดาเชื่อแน่ไม่ยินยอมง่ายๆ แถมมารดาห่างเหินไม่ดูแลเมื่อพี่ชายเสียชีวิตไป

“แต่อยู่กับงามฟ้าหลานเราจะแย่นะ ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แม่จะสู้สุดใจเพื่อให้ได้หลานคืนมา” คุณนายมุ่งมั่น

นิชดาเห็นสามีเดินเข้ามาขอตัวมารดา อีกอย่างรู้ความคิดเธอไม่สามารถเปลี่ยนใจท่านได้ อะไรจะเกิดก็ช่าง แต่ถ้านพกรไม่มีตัวหารในสมบัติก็ดี นิชดาไม่วายคิดเห็นแก่ตัวตามที่มนุษย์คนหนึ่งที่รักลูก

วันหนึ่งงามฟ้าเจอคนรับใช้บ้านนิธิช ฝ่ายนั้นแจ้งเรื่องคุณนายอยากพบ งามฟ้าไม่อยากไปเจอคุณนายนิลเนตร จะบอกปัดก็ไม่ได้ มองหน้าลูกชายเมื่อคุณครูมาส่ง มีลางสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับลูก เมื่อฟ้าศิลาหลับจึงทำงานด้วยใจเหม่อลอย

“งามฟ้าเอาของว่างไปได้แล้ว เตรียมตั้งนานแล้วนะ” ดาหลาสั่ง งามฟ้าไม่ได้ยิน วิรามาสะกิด หญิงสาวจึงเดินไปยังห้องดูหนัง

“ฉันบอกไม่เอาหวาน จำไม่ได้หรือไง” ปานขวัญโวยวายเมื่อดื่มกาแฟไม่ได้ตามที่สั่ง

“ขอโทษค่ะ” งามฟ้ารีบขอโทษไปชงมาให้ใหม่ ปานขวัญหงุดหงิด อดคิดไม่ได้สาวใช้คนใหม่ไม่มีความนบน้อมให้ตนเองอย่างคนอื่น หรือจะโกรธเคืองเรื่องวันนั้น

“ดูแลคุณขวัญดีๆ หน่อย อย่าทำให้เธอไม่พอใจล่ะ เธอชอบเหวี่ยงชอบวีนคล้ายๆ ดาราทั้งหลายจ้าคุณแม่คนสวย” วิราบอกกล่าว เพราะเคยเจอฤทธิ์เดชแม่คุณมาแล้ว

“ขอบคุณมากพี่วิรา”  งามฟ้าขอบคุณ เดินออกมาเสิร์ฟกาแฟอีกครั้ง เจอสายตาคมสีถ่านมองมา และเรียก

“มาใกล้ๆ ตรงนี้”

งามฟ้าเดินเข้าไปมองหาไม่เห็นปานขวัญ วางกาแฟถ้วยใหม่ลงตรงที่เดิมที่เคยวางเมื่อครู่ ก้าวเดินถอยหลัง หันหน้าเดินออกจากห้อง

“อย่าเพิ่งสิ” มือหนาเข้ามารวบเอวของเธอไว้ งามฟ้าตกใจ ดิ้นรน

“ปล่อยนะคุณ ปล่อยฉันเถอะ”

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ขวัญขอตัวเอาของไปให้แม่เขาอีกสักพักจะกลับ”

งามฟ้าเม้มปาก ไม่คิดผู้ชายอย่างฆนศิลาจะเป็นคนแบบนี้ ยิ่งคิดยิ่งเสียใจที่เคยรัก

ใบหน้าหล่อเหลาคลุกเคล้าลงมาบนต้นคอเธอจึงเบี่ยงตัวหลบ

“ทำไมกล้าขัดใจหรือไง” เขาว่าเสียงเป็นต่อ งามฟ้าหลับตา พยายามพูดเพราะๆ

“ปล่อยฉันเถอะ ได้โปรด”

มือแข็งแรงซุกซนกว่าเดิมได้ยินเสียงน่ารัก พอใจที่ชุดแม่บ้านทำให้ตนสะดวกในการลูบไล้เรียวขาสวย

“ไม่นะ” งามฟ้าร้องเสียงสั่น

“เร้าอารมณ์ไปอีกแบบนะเธอใส่ชุดนี้” ฆนศิลากระซิบตรงลำคอแดงที่กัดเม้ม ดึงชุดแม่บ้านจากด้านล่างให้มากองที่เอวคอด ลูบไล้บีบเคล้นเนินเนื้อนูน

“ไม่

ฆนศิลาไม่ฟังเสียงร้องเดินไปยืนเผชิญหน้าก้มมอบจูบเร้าใจให้คนที่กำลังตกใจ

ร่างบางเริ่มอ่อนปวกเปียกเมื่อโดนปาก ลิ้น และมือคลึงอกอวบ เขาจึงช้อนร่างสวยให้เอนตัวลงบนพื้นพรม ศีรษะพาดกับที่นั่งของโซฟาตัวหนา

“จะทำอะไรคะ” งามฟ้าไม่รู้จะพูดอะไรดีไปกว่านี้ จ้องเขาด้วยสายตาวอนขอว่าอย่าทำ แต่ไม่เป็นอย่างใจต้องการ เพราะเขาก้มหน้ามอบจูบดูดดื่มให้อีกครั้ง เขากำลังสูบวิญญาณให้เธอยอมศิโรราบ

“อา” งามฟ้าคราง ยกก้นผายขาวผ่อง เมื่อนิ้วของเขาเริ่มแหวกกางเกงชั้นในเข้าไปสัมผัสความอ่อนนุ่มที่เริ่มชุ่มฉ่ำ

ฆนศิลามองใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้ม ร้องครางไม่หยุดหย่อนเมื่อตนส่งนิ้วเข้าโรมรันความอ่อนนุ่ม

“ดีมาก ปลดปล่อยออกมาเลย ร้อนมาก แบบนั้นแหละ” เขากระซิบ งามฟ้าลืมตา น้ำตาปริ่มขอบตาเพราะความสุขสมที่เริ่มถาโถมเพื่อไปยังจุดสูงสุด

ฆนศิลาพยายามเก็บกดความต้องการที่กำลังจะระเบิดเมื่อเห็นคนที่อ่อนระทวยบนพื้นเมื่อครู่ดึงกางเกงชั้นในขึ้นบนเรียวขาขาว

เธอระเบิดพร่างพรายได้น่ารักมาก ไม่เสียทีที่กลั่นแกล้ง

“ฉันไปนะคะ” งามฟ้าหรุบสายตามองพื้นเสียงสั่นเทาก่อนจะออกจากห้อง

“ไปสิแต่ลืมอะไรหรือเปล่า” ฆนศิลาถาม พอใจที่สายตาที่หรุบต่ำแหงนขึ้น

“ขอบใจฉันสิที่มอบความสุขให้เธอ ดูสิฉันไม่ได้อะไรตอบแทนเลย”

“แต่คุณงามไม่ได้ขอ” งามฟ้าอยากจะร้องไห้

“แต่ฉันจำได้ เธอบอกว่า เร็วค่ะ อะไรนั่นแหละ นั่นไม่ใช่หรือไง”

งามฟ้าหน้าแดง คราวนี้เพราะความอับอายและอดสู

“เร็ว ขวัญคงจะมาแล้ว ถ้าไม่พูดคืนนี้เธอไม่ได้กลับไปนอนกอดลูกแน่”

“ขอบคุณ” งามฟ้ากลั้นใจพูด

“เพราะๆ สิ ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องไปไหน”

“งามขอบคุณมากค่ะคุณหิน พอใจหรือยังคะ” พูดแล้วงามฟ้าวิ่งออกจากห้อง หนศิลายิ้มพอใจ

ปานขวัญกลับมาชวนคู่หมั้นคุยเรื่องงานกุศลที่ต้องไปด้วยกัน ได้เห็นสายตาคู่หมั้นมองคนรับใช้คนใหม่ที่เข้ามาดูแลเรื่องขนม หันมองบ้าง นิ่วหน้าเห็นท่าทีคนทั้งสอง เพราะความที่หวงฆนศิลามาก ปานขวัญจึงช่างสังเกตเมื่อคู่หมั้นเข้าใกล้สาวสวย

“เลือกชุดหรือยังครับ” ฆนศิลาถามปานขวัญเรื่องที่คุยค้าง ปานขวัญทิ้งความคิดระแวงออกไป กระแซะเข้านั่งซบไหล่กว้าง

“เรียบร้อยแล้วคะพี่หิน”

ฆนศิลาชวนปานขวัญคุยไม่สนใจงามฟ้าที่เดินออกไป งามฟ้าเองหันมองคนทั้งสองเพียงครั้งเดียว ชั่ววินาทีก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น พยายามบอกตนเองเรื่องที่คิดเข้ามาในสมองไม่มีวันเป็นจริง เขาเกลียดเธอ ชอบแกล้งให้หมดหนทางต่อสู้ แบบนี้ไม่มีใครจะปกป้องลูกชายของเธอได้เท่าตนเอง ไม่อยากคิดว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องฟ้าศิลา ลูกชายจะโดนอะไรบ้างหากมีแม่เลี้ยงอย่างปานขวัญ

 “ยิ้มอะไรจ๊ะ เอ ยิ้มหรือหัวเราะกันแน่” วิราคนเดิมเดินมาเห็นถามขึ้น

“เปล่าจ้า ไม่มีอะไร” งามฟ้าปรับสีหน้าให้ปกติ ก่อนขอตัวไปทำงานในครัว เป็นดาหลาที่มองตามงามฟ้าสุดสายตา

“ขยันจริงๆ นะคะคุณแม่บ้าน มือเล็กนิดเดียว ทีแรกคิดว่ามือจะนุ่มนิ่ม ทำอะไรไม่เป็นอย่างกับหน้าตารูปร่าง แต่เปล่าเลยคะ มือคุณแม่คนสวยยับเยินยังกับทำงานหนักมาทั้งชีวิต หนูเห็นแล้วยังอดภูมิใจมือตัวเองไม่ได้ ว่าแต่คุณแม่คนสวยญาติทางไหนคุณหญิงหรือเปล่าคะ ทำไมได้อยู่บ้านหลังเล็ก”

ดาหลาสีหน้าเรียบ วิรารู้นั่นหมายถึงกำลังไม่พอใจ วิราไม่คิดถามอีก เดินไปทำงานของตนเองต่อ

ทำงานเสร็จงามฟ้าขอตัวดาหลาออกไปทำธุระ หญิงสาวเดินออกจากหน้าปากซอยนัดโกเมนเพื่อปรึกษาปัญหาที่หวาดกลัวมานานแสนนาน เหตุเพราะเมื่อเช้าเจอคุณนายนิลเนตรตอนไปส่งลูกเอง ฝ่ายนั้นไม่อ้อมค้อมบอกเรื่องราวที่ต้องการ นั่นคือพาฟ้าศิลากลับไปดูแล เธอปฏิเสธเสียงแข็ง ดูคุณนายโมโหมาก

“ฉันไม่ยอมเธอหรอก อย่ามาหัวแข็งกับฉัน ตอนแรกจะพาเธอไปด้วยกัน แต่ถ้าดื้อรั้นอย่างนี้ฉันเอาหลานคนเดียวก็พอ” คุณนายข่มขู่ก่อนแยกย้ายกันไป งามฟ้าเองอยากอยู่กับคุณนายหากดินคือหลานแท้ๆ ของฝ่ายนั้น แต่ไม่อยากไปชุบมือเปิบ หลอกลวงคนบ้านนั้น มันน่าละอายเกินไป สู้ยอมอยู่ที่ปิยรมย์แบบซ้ำๆ ยังดีกว่า แล้วค่อยหาทางขยับขยายเมื่อได้บ้านและที่ดินคืนมา

งามฟ้าเดินเข้าร้านกาแฟโบราณซึ่งอยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อที่หาไม่ยากนัก เปิดประตูเข้าไปสั่งน้ำผลไม้เพราะเธองดของจำพวกนมเนยมาตั้งแต่คลอดลูก โกเมนเดินเข้ามาคุณแม่โบกมือแสดงตำแหน่งเพราะตอนเที่ยงคนค่อนข้างเยอะ เมื่อเพื่อนใจสามีเก่าซึ่งสนิทสนมทรุดนั่งไม่รีรอคุยธุระ

“พี่โกเมนงามจะทำยังไงดี งามกลัวจะสู้อิทธิพลคุณแม่พี่ธิชไม่ได้เรื่องของดิน” หญิงสาวจับมือโกเมนเขย่าทันทีที่โกเมนนั่งเพราะกังวลมาหลายวัน

“ถ้าถึงวันนั้นก็บอกความจริงทุกคนไปสิงาม อย่ากลัวเลยตอนนี้พี่นิธิชไม่อยู่แล้ว งามเองช่วยพี่กับธิชไว้เยอะ ยังไงพี่ไม่ทิ้งเราหรอกนะ” โกเมนเอ่ยเรื่องที่รู้อยู่แก่ใจ แม้ไม่ทั้งหมดแต่ไม่คิดละลาบละล้วง รอให้งามฟ้าพร้อมคงจะบอกเอง

งามฟ้าหน้าซีด “งามไม่อยากบอกให้พ่อเขารู้ ถ้าทำอย่างนั้นงามก็อาจเสียลูกไปเหมือนกันอีกอย่างเขาคงไม่เชื่อ”

“ไหนตอนแรกที่รู้ ผู้ชายคนนั้นไม่ต้องการลูกนี่น่า” โกเมนพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ แต่ไม่วายบีบมือบางเป็นการขอโทษ ก่อนจะอุทานตกใจ “ไปโดนอะไรมา มือแตกเชียว หรือที่บอกว่าไปทำงาน นี่คือผลจากงานหรือไง” โกเมนตกใจ งานอะไร จับจอบจับเคียวอย่างชาวนาชาวสวนหรืออย่างไรถึงแตกขนาดนี้

งามฟ้าหดมือเก็บไว้บนตักเสีย มือเธอแตกเป็นปมเจ็บมากตอนที่ดาหลาให้ไปดูแลต้นไม้ ดอกไม้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอไม่เสียใจชินเสียแล้วที่ถูกใช้งาน  “ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกจ๊ะ แค่งามไม่เคยทำงานมานานแล้วก็เท่านั้น อยู่ที่บ้านพี่ธิชก็เคยแตกมาก่อนตอนนั้นกว่าจะหายก็หลายเดือนจ๊ะ”

โกเมนรู้สึกผิดอีกครั้งแม้ไม่ใช่ความผิดโดยตรง แต่ตนกับนิธิชไม่สามารถดูแลเด็กสาวตัวเล็กๆ ได้ตลอกเวลา “ทำงานกับพี่ไหม ไหนตอนแรกบอกว่าลูกเปิดเทอมจะไปไง ทำไมเปลี่ยนใจเสียล่ะ” โกเมนชวนคุยอีกเรื่องที่ยังคาใจ งามฟ้าย้ายออกจากบ้านไม่บอกไม่กล่าว ตนกังวลใจมากกว่าจะติดต่อกลับมาก็เป็นสัปดาห์

“เอ่อ งานของพี่ไม่เป็นเวลา งามขอบใจมากค่ะ ไว้ลูกโตอีกหน่อยงามอาจต้องพึ่งพี่อีก แต่ตอนนี้งามขอทำงานที่อื่นก่อนนะคะ”

โกเมนเปิดร้านพรีเวดดิ้ง ยังทำหน้าที่เป็นช่างภาพเองในบางครั้ง เลยชวนงามฟ้าไปช่วย มีนอกสถานที่อยู่เสมอๆ งามฟ้าจึงมีข้ออ้างเรื่องนี้ได้ เธอรู้สึกโล่งใจ

“อือ ตามใจงาม ส่วนเรื่องลูกอย่าห่วงเลย พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือ พี่รักดินเหมือนลูก ถึงไม่มีพี่ธิชแล้วก็จะไม่ทิ้งงามนะ พี่ธิชเคยสัญญาเรื่องบางอย่างกับงามแต่ทำให้ไม่ได้ พี่จะดูแลงามเอง จนกว่างามจะเจอใครที่งามรักนะ” ใบหน้าโกเมนเศร้าเมื่อเอ่ยถึงอดีตคนรัก กลับกลายเป็นต้องผลัดกันปลอบใจ

“อย่าคิดมากสิจ๊ะ อย่าร้องไห้อีก พี่สัญญากับงามแล้วนะ”

โกเมนสบตางามฟ้าซึ้งใจ ผู้หญิงคนนี้คงเคยทำบุญทำกรรมร่วมกับตนและนิธิชจึงหนีกันไม่พ้น ต้องมาเกี่ยวพันกันตลอด โกเมนแม้ภายนอกเหมือนคนอ่อนแอ แต่ชายใจหญิง สัญญากับคนรักตอนเขานอนไร้ลมหายใจว่าจะดูแลสาวน้อย พร้อมลูกชายวัยห้าเดือนที่น่าสงสารไปให้ถึงฝั่ง อย่างที่สาวเจ้าเคยช่วยเหลือตนเองให้ได้ใช้ชีวิตฉันท์คู่รักกับนิธิชถึงแม้จะเป็นการหลบๆ ซ่อนๆ และช่วงเวลาไม่นานก็ตาม

คุยกันไม่นานงามฟ้าเดินกลับเข้าซอยแต่เดินไม่กี่ก้าวเปลี่ยนใจหยิบมือถือรุ่นเก่าจากกระเป๋ากดโทรหาดาหลาบอกว่าขอเวลาอีกสองชั่วโมง ไม่มีเสียงทักท้วงเพราะเธอทำงานเรียบร้อยแล้ว แค่ต้องกลับไปดูแลอาหารเย็นให้ทันเท่านั้น งามฟ้าโบกรถแท็กซี่ มุ่งตรงบ้านหลังเก่า

ประตูรั้วไม้ไม่ได้รับการดูแลแต่ยังใช้งานได้อยู่ งามฟ้าไขกุญแจที่ได้จากฆนศิลา เดินเข้าในบ้าน มุ่งตรงไปห้องนอนตนเอง พยายามไม่มองวัชพืชที่เริ่มปกคลุมดอกไม้ที่เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากตนเองและปู่ มีข้าวของอีกหลายอย่างที่เธอต้องการกลับมานำไปด้วย

ไขลิ้นชักล่างของโต๊ะอ่านหนังสือนำกระดาษสีชมพูเล็กๆ ออกมา อ่านวันสิ้นสุดการไถ่ถอน รู้สึกดีใจยัดใส่กระเป๋าถือ ไม่ลืมปิดลิ้นชักไว้เหมือนเดิม ก่อนจะเดินไปกราบรูปถ่ายบานใหญ่ของปู่ในห้องนั่งเล่น และหยิบฉากใบหนึ่งไปด้วย

เวลาไม่คอยท่าไม่อยากโดนต่อว่าจึงรีบเดินออกจากบ้านหลังน้อยด้วยใจหมองเศร้า

ช่างบังเอิญเมื่อออกมาหน้าบ้านโกเมนมาติดต่องานในซอยเดียวกัน “พี่โกเมน” งามฟ้าเรียก

“จะมาที่นี่ทำไมไม่บอกพี่ ว่าแต่คงคิดถึงสินะ” โกเมนพูดแค่นั้นไปต่อไม่ได้ เพราะความรู้สึกผิดเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง งามฟ้าดีใจที่โกเมนไม่เห็นตอนเธอเข้าไปในบ้าน

“ขอบคุณคะ แต่งามไม่รบกวนดีกว่า” งามฟ้าปฏิเสธ

รถคันหรูถอยกลับมาใกล้งามฟ้า โกเมนลงมาจากรถ “เป็นอะไรไป คิดว่าคุยกันเข้าใจแล้วเสียอีก อย่าเกรงใจพี่เลย ไปกันเถอะ”

งามฟ้าไม่อยากให้เสียน้ำใจคิดว่าจะให้โกเมนไปส่งแค่หน้าปากซอย เดินไปขึ้นรถ

รถโกเมนเคลื่อนออกไป รถยุโรปสีดำมันวาวมาจอดแทนที่ ฆนศิลานั่นเอง ชายหนุ่มมองมองงามฟ้าและผู้ชายอีกคนมาพักใหญ่ๆ แล้ว อารามไม่พอใจ ขุ่นเคือง ฆนศิลาไม่คิดเปลี่ยนใจเรื่องที่รอตัดสินใจอีก ชายหนุ่มกดสมาร์ทโฟนเครื่องหรู

“พีท ให้สถาปนิกเข้ามาดูแลบ้านหลังเล็กที่ฉันเคยพูดได้เลย ส่วนรายละเอียดให้มาคุยกับฉันที่นี่”

“โอเค” เลขาเพื่อนซี้รับคำ ฆนศิลาไม่ลืมจำกัดเวลาว่าต้องรีบ ไม่อยากคอยนาน

ไม่อยากนั่งในรอในรถ ฆนศิลาถอดเสื้อสูทก้าวเดินลงจากรถ ระหว่างไจกุญแจหน้าประตูสายตาเหลือบเห็นบางอย่างที่พื้นใกล้รองเท้า ก้มหยิบขึ้นมาดู ใบหน้าหวานลอยเข้ามาเพราะเห็นชื่อที่ปรากฏในใบสีชมพูเล็กๆ อย่าบอกนะว่าแวะมาเอาของสิ่งนี้

“คอยนานหรือเปล่าครับคุณหิน ขอโทษครับที่ต้องให้คอย”

อารักษ์คือสถาปนิกฝีมือเยี่ยม หนุ่มร่างสูงแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงยีนต์เข้ารูป ฆนศิลาเก็บกระดาษใบเล็กในกระเป๋ากางเกง

“ไม่นานหรอก ” ฆนศิลาเปิดประตูเดินนำหน้าอารักษ์เข้าบ้าน

“เอ๊ะ! บ้านหลังนี้ บ้านเก่าเพื่อนผมนี่น่า” อารักษ์ดูดีใจเมื่อเข้ามาด้านใน ฆนศิลาเอี้ยวหน้ามอง

“คุณหินรู้จักเจ้าของเดิมหรือเปล่าครับเธอชื่องามฟ้า”

ฆนศิลาหน้าขรึม อารักษ์ไม่ทันมองเพราะเดินนำหน้าเจ้านายเข้าไปในบ้าน

ดูเหมือนอารักษ์จะไม่สนใจคำตอบ หรืออาจคิดว่าเขาไม่รู้จักงามฟ้า เพราะหนุ่มหน้ามนเลิกถามต่อ สนใจเดินดูรอบๆ บริเวณบ้านอย่างเดียว

 ฆนศิลาอยากเดินไปสวนดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งชอบไปยืนสูดอากาศเหมือนกัน แต่เมื่อเห็นท่าทีลูกน้องหนุ่มไฟแรง ก็รู้สึกหงุดหงิดจนไม่อยากเดินไปไหน เลือกทรุดนั่งตรงศาลาไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ รอคุยรายละเอียดงาน

อารักษ์กลับมาจึงเริ่มคุยราบละเอียดที่ต้องการ อารักษ์รับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะทุกอย่างจะใช้เวลาไม่นาน

ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ สองหนุ่มลุกขึ้น อารักษ์ดูเหมือนไม่รีบร้อนเดินไปยืนตรงจุดที่ฆนศิลาอยากไป เห็นลูกน้องเด็ดดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งขึ้นสูดดม สายตาเหมือนจะมองอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ฆนศิลาเดินเข้าไปใกล้อย่างอดใจไม่อยู่

“รู้จักสนิทกับเจ้าของเก่าหรือ”

อารักษ์หันมองเจ้านาย

“งามฟ้า สนิทครับ”

อารักษ์คิดจะถามคำถามเดิมเพราะยังไม่ได้รับคำตอบ แต่มือถือเจ้านายดังขึ้น ร่างสูงเดินห่างเขาออกไป อารักษ์จึงได้หวนนึกถึงผู้หญิงที่ไม่เคยลืมไปจากหัวใจ

ป่านนี้เธอจะอยู่ที่ไหนนะ

 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha