หวงรักพันธนาการเถื่อน

โดย: trysreerung



ตอนที่ 36 : หวงรักพันธนาการเถื่อน## อวสาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อวสาน

พีทเดินออกมาสูบบุหรี่ด้านข้างบ้าน มีสายเข้ามากดรับคิดว่าเป็นเพื่อนที่ให้ตามข่าวฆนศิลาแต่เมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาในสายก็ลุกขึ้นด้วยความดีใจถามออกไปเป็นชุดใหญ่

“หินแกเหรอ แกอยู่ไหน ปลอดภัยดีหรือเปล่า”

“ฉันอยู่ที่ไหนเหรอ ตอนนี้ฉันอยู่แถวชายหาดกะรน นายอย่าเพิ่งถามบอกลูกน้องกรให้มารับฉัน”

พีทร้องเรียกหาฆนากรทันที และดีใจที่ลูกน้องของฆนากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตามหาเพื่อนอยู่ทั่วทั้งเกาะคิดว่าอีกไม่นานคงเจอฆนศิลาแน่ๆ

ทุกคนดีใจเมื่อฆนศิลาส่งข่าวและเพียงไม่กี่อึดใจลูกน้องก็รายงานว่าเจอฆนศิลา แต่เมื่อถามถึงบาดแผลที่อาจโดนทำร้ายฆนากรก็หน้าซีด ทรายชมพูทนไม่ได้ถามน้าชายขึ้น

“ทำไมคะน้าหินเป็นยังไงได้รับบาดเจ็บมากหรือไงน้ากรถึงทำหน้าแบบนั้น”

“ใช่บอกแม่มาสิ แล้วจะพาไปโรงพยาบาลไหน” คุณหญิงรุจยาเขย่าแขนลูกชายคนเล็ก

“เอ่อ

“บอกมาเดี่ยวนี้กร” คุณหญิงคาดคั้น

“พี่หินโดนยิงครับ ไม่อยากไว้ใจใครหนีออกมาได้ก็ติดต่อเราผ่านตู้สาธารณะ ตอนนี้คนของเราคงพาไปโรงพยาบาลแล้ว”

“งั้นลูกก็ไปดูแลพี่สิ อิทธิพลนายกรเทพมีไม่ใช่น้อยเราจะประมาทเหมือนครั้งก่อนได้หรือ

“ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ” ฆนากรเดินไปขึ้นรถ

“พี่ไปด้วย ทรายดูแลคุณหญิงนะรออยู่ที่บ้านนะครับถ้าให้ดีอย่าออกไปไหน” พีทสั่งทรายชมพู

“ฉันอยากไปด้วยอยากไปเจอพี่หิน” ปานขวัญร้องไห้เดินเข้ามาไม่อาจแอบฟังอีกแม้กลัวคุณหญิงแต่ห่วงฆนศิลามากกว่า

“อย่ามายุ่งกับลูกชายฉันกลับไปเลย กลับบ้านหล่อนไป”คุณหญิงขับไล่เสียงดัง

“คุณยายใจเย็นคะ” ทรายชมพูห้ามก่อนหันไปบอกให้ปานขวัญออกไปก่อน

“มาแล้วคะ รู้สึกว่าเป็นคุณหญิงขวัญรักษ์” เด็กรับใช้เข้ามาพอดี

คุณหญิงหันไปมองรถตู้ก่อนจะเมินเดินเข้าในบ้าน ทรายชมพูตามไปอีกคน ปานขวัญยืนตัวสั่นกลั้นน้ำตาที่กำลังจะรินไหล เธอจะทำยังไง มารดามาเห็นสภาพนี้จะไม่ด่าทอให้อายคนอื่นหรืออย่างไร

ทว่าสิ่งที่หวาดกลัวกลับเป็นตรงกันข้าม มารดาลงจากรถตรงมาโอบกอดเธอพร่ำพูดว่าคิดถึง เป็นห่วง และคำว่า กลับบ้านเรานะลูก ทำให้ปานขวัญร้องไห้โอด้วยความดีใจ

“กลับบ้านคะ กลับบ้าน ขวัญอยากได้ยินคำนี้จากคุณแม่มานานแล้วแต่ไม่กล้าโทรไปหากลัวจะไม่ได้ยินมัน”

“โธ่! ขวัญลูก” คุณหญิงขวัญรักษ์โอบกอดลูกสาวแน่น ก่อนจะพาเดินออกจากบ้านปิยรมย์

 

ฆนากรนำพี่ชายส่งโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองไม่พูดอะไรกันเพราะฆนศิลาร่างกายอ่อนเพลียมาก ร่วมชั่วโมงแพทย์ทำการผ่าตัดกระสุนออกจากไหล่ของพี่ชาย ทุกคนโล่งใจเมื่อหมอบอกว่าคนเจ็บปลอดภัย

“เราจะเอายังไงต่อดีนายกรเทพโทรเข้ามาอีกแล้ว” พีทถามฆนากรเรื่องของกรเทพเพราะเห็นสายของนายนั่นเข้ามา

“มันไหวตัวทันรู้ว่าเราดักฟังโทรศัพท์เลยหนีไปได้ แต่พี่อย่าห่วงเลยทางตำรวจไม่ปล่อยมันแน่มีหลักฐานมากมายว่ามันเกี่ยวข้องกับแก๊งค์ยาเสพติดที่ตำรวจกำลังต้องการตัว เราชำระแค้นกับมันด้วยวิธีนี้ดีกว่า ผมจะไม่รับสายมัน แค่นี้มันก็กระอักเลือดออกมาแล้ว ปานขวัญก็ไม่ได้ตัวไป และมันคงเดาได้ว่าพี่หินกลับมาอย่างปลอดภัย

“ยังไงนายก็ต้องระวังตัวนะ” พีทเป็นห่วงกล่าวเตือน

“ผมรู้ครับครั้งเดียวก็เกินพอให้จดจำ” ว่าแล้วนายหัวหนุ่มก็สั่งให้ลูกน้องดูแลฆนศิลาให้ดี และดูแลระวังที่บ้านและที่บริษัทเช่นเดียวกัน เพราะตนจะวางใจได้ก็ต่อเมื่อนายกรเทพโดนตำรวจควบคุมตัวเท่านั้น

 

งามฟ้ามาถึงภูเก็ตแวะเข้าบ้านฆนากรตามที่อยู่ที่ทรายชมพูบอกไว้ ฟ้าศิลาวิ่งไปกอดคุณหญิงรุจยาด้วยความดีใจเมื่อเจอหน้า

“คุณย่า” เด็กน้อยร้องเรียก”

“หลานย่า หลานย่า พ่อคุณ” คุณหญิงรุจยาแทบหายจากโรคทั้งปวง น้ำตาซึมขอบตา “นึกว่าจะต้องจากกันเสียแล้ว” ไม่วายพึมพำออกมา

เด็กชายดินเช็ดน้ำตาให้ยิ่งปล่อยน้ำตาออกมา

“คุณยายคะยิ้มสิคะไม่ใช่มาร้องไห้แบบนี้” ทรายชมพูตื้นตันกับภาพที่เห็นพูด

“สวัสดีค่ะ” งามฟ้าไหว้คุณหญิงรุจยา ทำหน้าไม่ค่อยถูกกับภาพที่เห็น

“มานี่เข้ามาใกล้ๆ” คุณหญิงเรียกงามฟ้าเบาๆ

ทรายชมพูหลบออกไปไม่อาจสู้หน้าเพื่อนที่เคยทำร้าย ซ้ำเข้าใจผิด งามฟ้ามองตาม

“มาสิ มาดูใกล้ๆ สิว่าเธอปลอดภัยดีเหมือนกับหลานของฉัน” คุณหญิงเรียกอีกครั้งจึงเลิกสนใจทรายชมพู

“เจอหินแล้วเธอรู้ใช่ไหม นับว่าหินโชคดีที่รอดมาได้ พวกเราเป็นห่วงเขามาก ฉันว่าเพราะฟ้าศิลาและเธอทำให้เขาเอาตัวรอกมาได้ ใครกันอยากจากลูกและเอ่อ เมียไปทั้งที่เพิ่งจะเจอกันแท้ๆ”

“ใครครับใครลูก คุณลุงไปไหน” ฟ้าศิลาได้ยินอยากรู้ตามประสาเด็ก

งามฟ้ากอดลูก คุณหญิงแปลกใจที่หลานยังไม่รู้เรื่องนี้ มองหน้างามฟ้า

“ดิฉันจะบอกเขาเองคะ” งามฟ้าบอกคุณหญิง

“ก็ตามใจ ว่าแต่เธอจะไปเยี่ยมหินเลยหรือเปล่า ฉันจะให้เด็กไปส่งเอง ไม่อยากให้ไปลำพังหรอกนะ”

“เอ่อ” งามฟ้าอึกอัก

คุณหญิงคาดเดาท่าทีคนตรงหน้า แบบนี้คงยังไม่ปรับความเข้าใจกัน หรือบางทีงามฟ้าอาจตัดใจจากลูกชายได้แล้ว คิดแบบนี้ขึ้นมาคุณหญิงก็ร้อนใจ แต่ยังไงตนก็มีส่วนผิดกับเรื่องนี้จะไม่ช่วยลูกชายก็ไม่ใช่เรื่อง คุณหญิงจึงยอมลดทิฐิเอ่ยบางอย่างกับงามฟ้า หวังว่าเรื่องราวที่ออกจากปากคงช่วยลูกชายได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

อารักษ์มาถึงหลังจากงามฟ้าถึงหนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มรู้ข่าวจากพีท

“งามขอโทษที่ไม่ได้บอกเอง” งามฟ้าพูดกับเพื่อนเมื่อเจอหน้า

อารักษ์เห็นแววตาท่าทางรู้ว่างามฟ้าเป็นห่วงฆนศิลามากก็เสียใจแต่ก็พยายามเก็บอาการไว้

“ว่าแต่งามไปเยี่ยมคุณหินแล้วหรือ”

“ยัง ถ้าอย่างนั้นเราไปด้วยนะ”

“ไปสิ” งามฟ้าตกลง ก่อนจะหันไปเรียกหาลูกชาย

“ดีแล้วที่พาฟ้าศิลาไปด้วยตาหินเจอหน้าลูกจะได้หายเร็วๆ” คุณหญิงพูดตามที่คิด งามฟ้าหน้าเจื่อน อารักษ์อีกคน แต่คุณหญิงไม่เห็นสั่งเสียงดังให้คนของลกชายดูแลหลานและงามฟ้าให้ดี

“คุณยายไม่ไปด้วยกันหรือคะ” ทรายชมพูเข้ามาสมทบเพราะอยากไปเยี่ยมน้าชายเหมือนกัน

“ไปเถอะ แม่จะสวดมนต์อยู่บ้าน ตอนนี้น้าเราเขาปลอดภัยแล้ว”

ทรายชมพูทำใจกล้าเดินเข้ามาใกล้งามฟ้า “ไปกันเถอะงาม”

งามฟ้าพยักหน้าจูงมือลูกชายไปขึ้นรถ

 

คุณหมอมาตรวจอาการฆนศิลาเมื่อพยาบาลแจ้งว่าคนป่วยรู้สึกตัวหลังจากหมอให้ยาเพื่อพักผ่อนไป หมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ปกติ ฆนากรกับพีทเข้าไปในห้องคนป่วย

“ไอ้หินแข็ง แข็งสมชื่อมากเพื่อน” พีททักทายเพื่อนรัก เดินไปยืนใกล้ปลายเท้า

ฆนศิลาค่อยๆ ลืมตา มือข้างที่มีสายน้ำเกลือกลับมาวางที่เดิมหลังจากจับไหล่ที่โดนกระสุนปืนอยู่

“พี่เป็นไงบ้างครับ” ฆนากรพูดเพียงเท่านั้นเพราะดีใจที่พี่ชายปลอดภัยจนพูดอะไรแทบไม่ออก

“ฉันจะเป็นอะไรนายกร อย่างที่ไอ้พีทมันว่า” ฆนศิลาพยายามพูดให้ตลก

“ผมขอโทษครับ”

“เรื่องอะไร” ฆนศิลามองหน้าน้อง

“ก็เรื่อง

“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ว่าแต่จะเอายังไงต่อไป” ฆนศิลาไม่อยากให้เรื่องนี้ล่วงเลยไปนาน ใจจดจ่ออยากเอาคืนนายกรเทพ ไอ้บ้านั่นกล้ามากที่มาทำร้ายตน ฆนศิลาคิดแค้น

“จะทำอะไรวะ” พีทถาม

“ฉันจะฆ่ามัน”

ไปเอาอะไรกับพวกขี้ยาวะ” พีทอยากให้เพื่อนใจเย็นจึงห้ามปราม

“เรื่องนั้นฉันพอรู้แต่มันใช่ข้อแก้ตัวเหรอวะพีท”

“พักผ่อนก่อนเถอะครับถ้ายังไงผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ก่อน ก่อนที่พี่จะแข็งแรง”

ฆนากรเอาน้ำเย็นเข้าลูบพี่ชายที่ใจกำลังร้อน พีทพอใจพูดเสริมขึ้น

“ใช่อย่างที่กรว่า พักก่อนเถอะ”

ฆนศิลาเงียบ เรื่องของปานขวัญที่ไม่มีใครพูดถึงจึงไม่ซักถามต่อ คิดว่าน้องชายคงจัดการเรียบร้อยเอง เพราะใจจริงไม่อยากไปเจอหน้าอดีตคู่หมั้นอีกเลย

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตู ก่อนที่งามฟ้าจะเดินเข้ามา คนทั้งสองที่มาเยี่ยมก่อนใครหันมองหน้าคนป่วย เห็นใบหน้าเครียดผ่อนคลายลงก็รู้สึกดีใจ ทว่าปรากฏใบหน้านั้นเพียงไม่นานใบหน้าหล่อซีดก็เปลี่ยนไป ทั้งสองเลยหันกลับไปมองที่ประตูเห็นอารักษ์เข้าตามทรายชมพูมาอีกคนก็พอเข้าใจอะไรเป็นอะไร

 “ฉันออกไปก่อนนะ” พีทลาเพื่อน

“ผมเองก็ขอตัวครับ”

สองหนุ่มขอตัวพร้อมกัน เพราะไม่สามารถปลอบใจ จัดการให้ได้ในเรื่องนี้ คงต้องจัดการเอง ฆนศิลาพยักหน้าพร้อมพูด “ไปเถอะ”

“คุณลุง” ฟ้าศิลาทำลายความเครียดทั้งปวงลง คนป่วยยิ้มออกมาให้ลูกชาย สายตาเลิกมองคนอื่นๆ

“คุณน้า” ทรายชมพูร้องไห้เห็นใบหน้าซีดของน้าชาย

“ร้องไห้ทำไมน้ายังไม่ตายนะ” ฆนศิลาพูดกับหลาน สายตาอดชะเลืองมองงามฟ้าไม่ได้

“เจ้านายหายเร็วๆ นะครับ” อารักษ์เดินเข้าไปบ้าง แต่เพียงไม่นานก็ขอตัวออกไปก่อนเพราะรับรู้ถึงความอึดอัดที่เกิดขึ้นในห้อง ฆนศิลาไม่ได้คลายความเครียดแม้อารักษ์ออกไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหลายังเฉยชา แม้ฟ้าศิลาจะส่งเสียงเจื้อยแจ้วชวนคุยแต่ดูเหมือนสมองเขาจะไม่พร้อมรับรู้อะไรทั้งนั้น

“ทรายออกไปข้างนอกก่อนนะคะ ฟ้าศิลาไปไหมครับ ไปหาอะไรทานกัน” ทรายชมพูเปิดโอกาสให้คนที่กลายเป็นใบ้อย่างงามฟ้าและคุณน้าได้คุยกัน

“ครับ” ฟ้าศิลาตอบตกลง ทรายชมพูจึงจูงมือเด็กชายออกไปจากห้อง

งามฟ้าเดินเข้าไปใกล้คนป่วย เขาหันมาสบตาเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่จะว่าเย็นชา โกรธเคืองเธอเดาไม่ถูกจริงๆ เมื่อเจอแบบนี้เข้างามฟ้ารู้เลยว่าตนอยากเห็นสายตาอ้อนวอนเหมือนหลายวันก่อนที่เขาตามไปขอโทษมากกว่าอย่างอื่น

“ฉันไม่เป็นอะไรขอบใจมากที่พาฟ้าศิลามาเยี่ยม” คนป่วยพูดขึ้นก่อน คนที่จะถามอาการเลยไม่มีเรื่องคุยต่อทันที

“เอ่อ” เธอติดอ่าง

“จะกลับวันไหนโรงเรียนฟ้าศิลาจะเปิดแล้วไม่ใช่เรือ แล้วหาที่เรียนใกล้ๆ บ้านใช่ไหม” ฆนศิลาชวนคุยเรื่องลูกชายเพราะหวังจะได้ยินอะไรบ้าง อย่างเช่นเธอยอมรับให้เขาเป็นพ่อ

งามฟ้าแปลกใจที่เขารู้เรื่องนี้ แต่อาจเป็นตัวลูกชายก็ได้ที่บอกเขา

“คุณเอ่อ ทานได้หรือเปล่าคะ หมายถึงทานอะไรได้หรือยังอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” งามฟ้าคิดเรื่องที่จะคุยได้ ฆนศิลามองอย่างแปลกใจ แล้วคนป่วยก็ห้ามปากไม่ได้ถามออกมา

“เธอจะอยู่ทำให้ทานหรือไง คนของเธอไม่ว่าเอาเหรอ”

“เขาไม่ว่าหรอก” งามฟ้าพูดหน้าตาย

“อย่าเลย เธอออกไปเถอะ” รู้คำตอบฆนศิลาเสียงแข็งขึ้นมาฉับพลัน

“เป็นอะไรไปคะ หรือเจ็บแผล” งามฟ้าแกล้งถาม

“เปล่าแค่ปวดหัวอยากนอนพักแล้ว” คนป่วยพูดไม่ตรงกับใจ

“ถ้าอย่างนั้นคุณนอนพักเถอะค่ะ” งามฟ้าลืมตัวดึงผ้าห่มบนร่างเขาให้เรียบร้อย ฆนศิลาเองก็ทำเหมือนกันสองมือจึงโดนกันโดยที่ไม่ตั้งใจ ทั้งสองสบตากัน ชะงักไปทั้งคู่

“เอ่อฉันยังไม่กลับ จะพาเอ่อฟ้าศิลามาเยี่ยม” งามฟ้าอยากแทนชื่อฟ้าศิลาว่าลูกแต่ก็ไม่ได้ทำ ฆนศิลาหลับตาลง

“ถ้าเธอไม่อยากอยู่ก็ไม่อยากรบกวนเวลาของเธอ แต่ฟ้าศิลาคงอยู่ได้ใช่ไหม คุณแม่คงอยากอยู่กับเขาสักพัก ถ้าเธอวางใจ

“ได้ค่ะ” งามฟ้าพูดก่อนจะเดินออกจากห้อง คล้อยหลังหญิงสาวฆนศิลาลืมตาขึ้น บอกตนเองแค่ลูกเขาก็ควรจะดีใจแล้วใช่ไหม อย่าหวังมากไปในสิ่งที่ไม่อาจคว้ากลับมาได้

 

ฟ้าศิลามาเยี่ยมฆนศิลาทุกวันจนถึงวันที่จะกลับเด็กชายร้องไห้จนคนป่วยตื้นตันใจ

สายใยรักของลูกมีให้กันขนาดนี้ น่าดีใจนัก

“ลุงจะตามไปหานะหากหายป่วย ว่าแต่ใครมารับล่ะ หรือว่าน้ากรไปส่งเอง” ฆนศิลาถามเพราะยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับน้องชาย ทรายชมพูเดินเข้ามาได้ยินพอดี

“เขากลับกับแม่สิคะน้าหิน”

“ออ งามฟ้ามารับ” ฆนศิลาไม่อยากคิดว่าเธอมากับใครเลิกถามเรื่องนี้

“ทานอาหารได้เยอะเลยนะคะ งามฟ้ากลับไปน้าหินจะน้ำหนักลดเปล่าคะเนี่ย” ทรายชมพูชวนคุยแซวนิดหน่อยไม่ได้รู้ว่าน้าชายยังไม่รู้ว่างามฟ้ายังอยู่ที่บ้าน ฆนศิลาได้ยินหันถาม

“ทรายพูดว่างามฟ้ายังไม่กลับเหรอ”

“ใช่คะ อาหารพวกนี้เธอลงทุนเข้าครัวเองเลยนะคะ” พูดแล้วเห็นหน้าตาน้าชายสดใสขึ้นทันตาเห็นทรายชมพูแปลกใจบ้าง

“ทำไมคะมาเยี่ยมทุกวันไม่เจอกันหรือไง”

“หินเข้ามาคนเดียวครับแม่งามบอกว่ารอข้างนอก” ฟ้าศิลาให้คำตอบคนที่ซักถามกัน

ทรายชมพูมองหน้าน้าชาย “อะไรกันคะ ทรายคิดว่าเข้าใจกันแล้วเสียอีก”

“เขาคงไม่ให้อภัยน้า” ฆนศิลายังคิดเรื่องเดิมๆ

“อะไรกันคะ ไม่มีทาง เขาไม่ใช่คนใจโลเลทรายเชื่อแบบนั้น ไม่อย่างนั้นหาผู้ชายคนใหม่มาดูแลนานแล้ว เขาเอ่อ ออกจะลำบากนะคะ ผู้ชายรอบตัวก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าที่มอง”

“อารักษ์กลับไปแล้วเหรอ” ฆนศิลาถามถึงคนที่หลานสาวพาดพิงถึงทางอ้อม

“กลับกับน้าพีทค่ะ” ทรายชมพูเห็นน้าชายเงียบไป ให้กำลังใจอีกครั้ง “เชื่อทรายเถอะคะ ไม่มีใครน่ารักเท่าน่าหินสักคน ไม่อย่างนั้นเด็กสาวที่หนุ่มๆ หลงเพ้อมากมายอย่างงามฟ้าจะเลือกน้าหินได้ยังไงคะ”

ฆนศิลาค่อยยิ้มออกมาได้

“แม่งามชอบคุงลุง” ฟ้าศิลาฟังอยู่นานพูดขึ้นบ้าง

น้าหลานหันไปมองพร้อมกัน

“แม่งามชอบนั่งมองรูปถ่ายปู่แล้วร้องไห้ แม่งามรักปู่”

“อ้าวแล้วมันเกี่ยวกับลุงตรงไหนครับเนี่ย” ทรายชมพูหัวเราะ

“ก็แม่งามมีรูปคุณลุง มองรูปคุณลุงแล้วร้องไห้ แม่งามก็ต้องชอบ เอ่อไม่ใช่ รักคุณลุงสิครับ”

ทรายชมพูยิ้มหน้าบาน สำหรับฆนศิลาแม้จะดีใจ หวังให้เรื่องราวที่ได้ยินคือความจริงแต่ก็ยังไม่มั่นใจมากนัก จนกว่าได้ยินจากปากเธอเท่านั้นเขาถึงจะเชื่อ

งามฟ้าคุยกับโกเมนอยู่หน้าห้องคนป่วย เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น โกเมนบอกว่าจะเลื่อนการเดินทางอีกครั้ง ช้าลงหน่อย งามฟ้าบอกไม่ต้องเป็นห่วง หญิงสาววางสายเมื่อได้ยินเสียงกุกกักด้านหลังคิดว่าคนของฆนากรพาลูกชายออกมาแต่แล้วเมื่อเห็นเป็นคนป่วยเดินช้าๆ ลากเหล็กและสายน้ำเกลือออกมาก็ตกใจรีบเข้าพยุง

“คุณออกมาทำไมคะ” เธอถามเขา

“ก็มีคนใจดำไม่มาให้ฉันเห็นหน้าก็เลยต้องออกมาดู” ฆนศิลาเริ่มต้นจีบคนตรงหน้าอีกครั้งเมื่อได้แรงใจจากคนในห้อง

งามฟ้าก้มหน้ากับอกกว้างแต่ไม่ปล่อยมือจากร่างสูงเพราะเป็นห่วงเขา

“บอกฉันสิว่าเธอจะใจดำกับฉันอีกนานแค่ไหน จะลงโทษฉันอีกนานเท่าไหร่” ฆนศิลากระซิบที่ใบหูเล็ก งามฟ้าไม่ตอบกลับพูดอีกอย่าง

“เข้าห้องเถอะค่ะ”

ฆนศิลายอมให้ร่างบางพยุง รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเห็นใบหน้าแดงระเรื่อเมื่อตนกระซิบถามใกล้ๆ เมื่อครู่

ลูกชายและทรายชมพูพร้อมใจกันออกนอกห้องเมื่องามฟ้าและคนป่วยเข้าไปในห้อง ฆนศิลารุกถามเรื่องที่ยังไม่ได้คำตอบ

“ว่ายังไงงาม”

“ว่ายังไงเรื่องอะไรคะ” งามฟ้าปล่อยมือจากร่างสูงเมื่อเข้ามาในห้อง ทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนถามรุกแถมสายตาคมยังจ้องไม่กะพริบตา

“ช่างเถอะถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ กลับไปสิฟ้าศิลาคงรออยู่” ฆนศิลาพอจะเดาทางหญิงสาวออกแกล้งไล่ให้เธอกลับ งามฟ้าไม่พอใจเมื่อโดนไล่

“กลับเองก็ได้ไม่เห็นต้องไล่เลย” ใบหน้าสวยงอ

“เธองอนฉันเหรอ” คนป่วยได้ทีเข้ากอดร่างบางในอ้อมกอด งามฟ้าดิ้น

“อย่าดิ้นได้ไหมฉันเจ็บแผลนะเธอดิ้นแบบนี้” ฆนศิลาซุกตรงไหล่มนเพราะกอดเธอทางด้านหลัง งามฟ้าหมั่นไส้ที่คนป่วยมือไวแต่ไม่อยากทำร้ายจึงบอกเสียงค่อย

“ปล่อยเถอะเดี๋ยวใครมาเห็นคะ”

“นายอารักษ์กลับไปแล้วนิ หรือยังมีใครมายุ่งกับเมียฉันอีกหรือไง”

งามฟ้าเอี้ยวหน้าจ้องเจอสายตากรุ่มกริ่ม รู้สึกขัดเขินแต่พยายามไม่แสดงอาการนั้นให้เขาเห็น

“พูดบ้าๆ ปล่อยฉันนะ ใครเมียคุณ” ไม่วายด่าทอเขา

“ก็คนในอ้อมกอดนี่ไง”

“ฉันมันเป็นแค่นางบำเรอที่คุณเก็บไว้ระบายอารมณ์เพื่อแลกกับบางอย่างเท่านั้นไม่ใช่หรือไง”

“ประชดแบบนี้แสดงว่ายังโกรธไม่ให้อภัยและยังน้อยใจ”

“ใครน้อยใจคุณเพ้อรึเปล่า” งามฟ้าไม่ยอมรับ

“แต่ฉันยอมรับว่าเคยเพ้อว่าเด็กสาวคนหนึ่งเขารักฉัน และฉันเคยคลั่งแทบตายตอนที่เขาหนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น”

คำสารภาพของคนด้านหลังทำให้งามฟ้าตัวแข็งทื่อ แม้จะได้ยินจากคุณหญิงรุจยามาแล้ว ว่าลูกชายนางไม่เคยเสียใจอะไรเท่ากับวันที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงาน แต่ไม่เท่ากับได้ยินจากคนใจร้ายอย่างเขา

“ทำไมเงียบไป”

“เมียจ๋า”

งามฟ้าหันขวับ ฆนศิลายอมปล่อยร่างบางแต่เพียงหันหน้าหญิงสาวมาเผชิญหน้ากัน

“ชอบให้เรียกแบบนี้ใช่ไหมดูสิหันมาหาทันทีพอได้ยิน” ชายหนุ่มเย้าแหย่ต่อ

นี่คนป่วยจริงรึเปล่าคะ” งามฟ้าไม่รู้จะพูดอะไร

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง อยากถามอะไรสักหน่อยสิ ถ้าชอบแบบนี้ทำไมต้องหนีฉันไปแต่งงานกับคนอื่น แต่กับใครไม่แต่ง แต่งกับเกย์”

“อย่าพูดแบบนี้นะ” งามฟ้าเสียงสะอื้นเมื่อเขาพูดเรื่องนี้ขึ้น

“แตะนายนั้นไม่ได้หรือไง ยังไงมันก็แย่งเธอไปจากฉัน ฉันไม่อภัยให้มันหรอกนะ”

“ก็คุณหลอกฉัน” งามฟ้ายอมพูดเรื่องนี้ออกมา เพราะไม่อยากเก็บไว้ให้หนักใจอีกต่อไป

“ฉันเคยพูดหรือไง เธอเคยได้ยินจากปากฉันหรือ ถึงไม่เคยบอกว่ารักมาก แต่ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น”

งามฟ้าน้ำตาไหล ทบทวนทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ เธอได้ยินจากปากคุณหญิงรุจยาก็สรุปเออออเรื่องราวเอาเอง แต่มีเรื่องหนึ่งให้เธอได้เถียงเขา “แต่ดุเหมือนคุณไม่ต้องการลูก ฉันแน่ใจวันนั้นที่ได้ยินที่คอนโด คุณพูดแบบนั้นกับคุณหญิง อีกอย่างคุณเองก็หมั้นทันที่ที่ฉันแต่งงาน ฉัน ฉัน

“เด็กโง่” ฆนศิลากอดร่างที่สั่นเทิ้มเพราะกลั้นสะอื้นในอ้อมกอด ทุกอย่างที่ออกจากปากหญิงสาวบอกความในใจของเธอหมด เธอรักเขามากขนาดนี้ ใครจะโง่ไปมองหาคนอื่นอีก

“คุณรักคุณปานขวัญหรือเปล่า” แม้อ้อมกอดแกร่งจะทำให้เธออบอุ่น ดีใจ และตื้นตันใจแต่ก็ยังไม่แน่ใจจนกว่าจะได้ยินคำตอบนี้จากปากเขา เพราะถ้าเขายังมีคนอื่นในใจเธอก็ไม่พร้อมเป็นตัวสำรองหรือตัวแทนใคร

“ถ้าฉันรักเขา จะไม่แคร์ว่าเขาเป็นยังไงเมื่อเกิดเรื่องขึ้น แต่อยากบอกว่าเกิดเรื่องขึ้นฉันดีใจที่มีคนรอเขาอยู่และเขาอาจจะยังรักกัน”

“ไม่เชื่อ ทีกับฉันคุณต่อว่าต่างๆ นาๆ” งามฟ้าดันอกกว้างให้ห่าง

“ก็เธอไม่ได้บอกฉันสักหน่อยว่ารักฉัน ใครจะไปรู้แต่กับปานขวัญเมื่อยังเป็นคู่หมั้นกันฉันก็ไม่คิดทิ้งขว้างเขา”

งามฟ้ามองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความชื่นชมแต่เพียงครู่เดียวก็ก้มหน้าเพราะไม่อยากให้เขาเห็น

“ฉันรักเธอคนเดียว พยายามพันธนาการเธอไว้เพราะความหวงแหนที่ไม่ยอมหายไปจากใจ”

งามฟ้าแหงนหน้า “คุณ”

“เรียกพี่หินสิ ฉันอยากได้ยินคำนี้ จะบอกเธอวันนั้น ก่อนจะเธอจะหนีฉันไปว่าไม่อยากเป็นคุณน้า แต่เธอก็ไม่รอฟัง”

งามฟ้าน้ำตาไหล กอดคนป่วยแน่น

ฆนศิลาเชยคางมนอดใจไม่ไหวจูบปากบางแผ่วเบา ก่อนจะร้อนแรงตามใจปรารถนา “อื้อยืนคุยนานแล้วไปที่เตียงเถอะคะ” งามฟ้าดันอกกว้าง

ไปที่เตียงเดี๋ยวฉันต้องการมากกว่าจูบนะ” คนป่วยกระซิบ งามฟ้าก้มหน้าขวยเขิน คนป่วยมองด้วยความรักล้นหัวใจ


 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha