กับดักเสน่หา (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ตอนที่ 4 : แรกพบก็ไม่ถูกชะตา 35%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


2

แรกพบก็ไม่ถูกชะตา

 

ร่างท้วมภูมิฐานของนักธุรกิจใหญ่แห่งอันดามันอย่างนายมนต์ ชาญวิริญาที่กำลังก้าวเข้าภายในโรงแรมหรูของตนเพื่อตรงไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นบนสุดโดยมีผู้บริหารฝ่ายการตลาดสาวสวยอย่างเมษญาบุตรสาวคนโตที่ทั้งเก่งฉลาดและที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนไม่ว่าจะโปรไฟล์หล่อรวยเลิศครบสูตรก็ตาม

“วันนี้เรามีนัดกับลูกค้าหรือเปล่า” คุณมนต์ถามบุตรสาวหลังจากก้าวเข้ามาห้องทำงาน

“ไม่มีค่ะ คุณพ่อมีอะไรจะใช้มิ้นต์หรือเปล่าคะ” เมษญาถามผู้เป็นบิดาพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารงานบางส่วนที่เธอหอบเอาไปทำที่บ้านลงบนโต๊ะทำงานของบิดาเพื่อให้เซ็นต์ลงนาม

“เปล่าหรอก พอดีช่วงบ่ายพ่อมีประชุมกับทางสมาพันธ์โรงแรมก็เลยจะฝากให้ลูกช่วยดูงานทางนี้ให้พอหน่อยก็เท่านั้นเอง” นักธุรกิจสูงวัยเอนกายลงนั่งยังเก้าอี้ประจำตำแหน่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองที่ประตูเมื่อเลขาฯส่วนตัวยกกาแฟเข้ามาเสิร์ฟตามหน้าที่ คุณมนต์จึงไม่ลืมที่จะถามตารางงานของวันนี้กับคุณเกศกนกเลขาฯส่วนตัวที่เข้ามาทำงานแทนนายบุญรัตน์

“วันนี้คุณมนต์มีประชุมกับทางสมาพันธ์โรงแรมช่วงบ่ายเท่านั้นค่ะ” เลขาฯสาววัยเลขสามรายงานอย่างคล่องแคล่วด้วยความเป็นมืออาชีพในหน้าที่เลขาฯ

“ถ้าอย่างนั้นบ่ายนี้มีอะไรเร่งด่วนก็ให้คุณเมษญาตัดสินใจแทนผมได้เลย” นักธุรกิจสูงวัยบอกกับเลขาฯส่วนตัวก่อนที่เธอจะออกไปทำงานตามหน้าที่เหมือนเดิม

“เดี๋ยวมิ้นต์ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะคุณพ่อว่าจะลงไปเดินดูความเรียบร้อยของแต่ละแผนกซะหน่อยค่ะ อ่อ...เกือบลืมเดี๋ยวตอนเย็นคุณแม่กับยัยเมร์จะแวะมาทานอาหารที่นี่นะคะ” หญิงสาวบอกก่อนที่เธอจะก้าวออกจากห้องทำงานผู้เป็นบิดา

ที่ชั้นล่างของโรงแรม ณ จุดประชาสัมพันธ์และต้อนรับลูกค้าซึ่งพนักงานสาวถึงกับปวดเศียรเวียนเกล้ากับลูกค้ารายใหญ่ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการเช็คอินแบบเหมารายเดือนรวมทั้งต้องการชำระค่าห้องก่อนล่วงหน้าซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของโรงแรมมักจะพักไม่เคยเกินหนึ่งอาทิตย์น้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำที่จะขอเข้าพักเป็นรายเดือนแบบนี้

“ทำอย่างไรดีล่ะ ลองโทรไปถามหัวหน้าฤทัยดีไหมเธอ” ประชาสัมพันธ์สาวหันไปปรึกษาเพื่อนร่วมงานก่อนจะยิ้มให้ลูกค้ารายใหญ่เจ้าปัญหาแล้วยกหูโทรศัพท์เพื่อโทรสอบถามหัวหน้างานของพวกเธอ แต่ยังไม่ทันที่พนักงานประชาสัมพันธ์สาวจะกดโทรหาหัวหน้าฝ่ายของเธอ ผู้บริหารสาวคนเก่งมาดขรึมซึ่งเดินลงมาสังเกตการณ์พอดีจึงเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของสองสาวประชาสัมพันธ์

“มีอะไรกันหรือเปล่า” เมษญาถามน้ำเสียงเรียบเช่นเดียวกับสีหน้าที่ยังคงนิ่งขรึมไม่บ่งบอกอาการใดๆทำให้เหล่าพนักงานต่างเกรงรัศมีของเธอกันทุกคน สองประชาสัมพันธ์สาวถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อถูกผู้บริหารสาวถาม

“คือ...คุณลูกค้าท่านนี้จะมาขอเช็คอินแบบรายเดือนน่ะค่ะคุณมิ้นต์ พวกเราเลยว่าจะโทรไปถามพี่ฤทัยน่ะค่ะ” หนึ่งในสองสาวรายงานไปตามความจริงแม้ว่าจะกลัวว่าจะถูกเมษญาดุก็ตามว่าทำไมพวกเธอถึงไม่รู้เรื่องระเบียบในการเช็คอินห้อง

ผู้บริหารสาวได้ฟังก็รู้สึกแปลกๆเพราะปกติแล้วลูกค้าหลักใหญ่ของที่นี่จะเช็คอินเข้าพักอย่างมากก็แค่หนึ่งสัปดาห์ด้วยปัจจัยหลักใหญ่คือราคาห้องพักที่แพงพอสมควรหากจะเข้าพักเป็นเดือนก็คงต้องเสียค่าเข้าพักไม่ต่ำกว่าหลักแสนซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากนอกเสียจากลูกค้าท่านนั้นจะต้องเป็นเศรษฐีเงินถุงเงินถังที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเงินหกหลักกับการเช่าห้องพักหรูๆของโรงแรมใหญ่

“ในเมื่อลูกค้าต้องการแบบนั้นพวกเธอก็จัดการไปตามระเบียบไม่เห็นจะมีอะไรที่น่าจะเป็นปัญหา” เมษญาบอกก่อนจะหันไปสบตากับลูกค้าหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัยที่จ้องมองเธอราวกับสิ่งประหลาดน่าตื่นใจทำให้เมษญาสาวเก่งรู้สึกความมั่นใจในตัวเองสั่นคลอน แต่ก็พยายามวางสีหน้าเรียบเฉยเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์และบุคลิกน่าเกรงขามเพราะอยู่ต่อหน้าประชาสัมพันธ์สาวทั้งสองก่อนที่ผู้บริหารสาวมาดมั่นจะรีบก้าวออกจากหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อเลี่ยงที่จะสบสายตากรุ้มกริ่มของลูกค้ารายใหญ่

“เดี๋ยวครับคุณ” มิมะ คัทซึโนริ หรือ มินธรรพ์ เลิศนุรัษน์ คัทซึโนริ หนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ตรวจสอบมาตรฐานโรงแรมระดับโลกซึ่งได้รับมอบหมายให้มาแฝงตัวเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อสำรวจตรวจสอบคุณภาพของโรมแรมเกรทสตาร์เอ่ยรั้งเมษญาไว้ด้วยต้องการจะบอกสาวว่าลิปสติกที่เธอทานั้นเลอะออกมาตรงมุมปาก

ผู้บริหารฝ่ายการตลาดสาวมาดขรึมหันกลับมาตามเสียงทุ้มของชายหนุ่ม “มีอะไรหรือคะ” เมษญาถามน้ำเสียงยังคงราบเรียบเช่นเดียวกับใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาว

มิมะชี้นิ้วแตะที่มุมปากตัวเองพร้อมกับทำปากจูจุ๊บเพื่อบอกกับเมษญาเป็นนัยๆว่าลิปติกเลอะที่มุมปากของหญิงสาว แต่ผู้บริหารสาวคนเก่งกลับเข้าใจว่าชายหนุ่มแสดงท่าทางทะลึ่งใส่เธอทำให้เมษญาถึงกับลมออกหูแต่พยายามข่มอารมณ์ขุ่นเคืองไม่พอใจไว้อย่างสุดกำลังด้วยการท่องคาถาข่มใจว่าชายหนุ่มคือลูกค้าและเธอไม่ควรมีปัญหาเพราะนอกจะทำให้เสียลูกค้าแล้วยังสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับโรมแรมของเธอและการท่องเที่ยวอีกต่างหาก

เมษญากำหมัดแน่นแล้วรีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อย่างไว แต่นักท่องเที่ยวหนุ่มก็ยังไม่ลดละรีบปราดเข้าไปดักหน้าเมษญาไว้ก่อนที่หญิงไว้

“นี่คุณ ต้องการอะไรกันแน่” เมษญาถามเสียงเขียวบ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นเคืองอย่างชัดเจน แต่น่าแปลกแทนที่มิมะจะกลัวเขากลับรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นสาวมั่นมาดขรึมตีหน้ายุ่งหลุดมาดผู้บริหารสาวน่าเกรงขาม

“แล้วคุณคิดว่าผมตามคุณมาแบบนี้ต้องการอะไรจากคุณล่ะครับ” มิมะตีรวนถามกลับพร้อมกับส่งสายตากรุ้มกริ่มเป็นประกายวับวาบเล่นเอาเมษญาถึงกับหน้าร้อนผ่าวจนแก้มแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว

“ดิฉันไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ แต่ดิฉันขอให้คุณกลับไปจัดการเรื่องห้องพักน่าจะดีกว่าที่จะมาวุ่นวายกับดิฉันซึ่งไม่ได้มีเวลามากพอที่จะมาพูดคุยกับลูกค้ามากนัก ต้องขอโทษด้วยค่ะ” เมษญากอดอกอย่างไว้มาดและท่าทีพร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่ยังติดกระด้างหน่อยๆก่อนจะหันไปกดปุ่มเพื่อให้ประตูลิฟต์เปิดเธอจะได้หลีกลี้จากผู้ชายกวนประสาทคนนี้เสียที

“ดูคุณจะไม่ชอบหน้าลูกค้าวีไอพีอย่างผมเลยนะครับ ทั้งที่ความจริงคุณน่าจะบริการลูกค้าใจใหญ่กระเป๋าหนักอย่างผมนะเผื่อผมประทับใจในการบริการผมอาจจะทุ่มไม่อั้นเหมาเป็นรายปีก็ได้นะ” ชายหนุ่มยิ้มยั่วทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อจัดการเรื่องห้องพักให้เสร็จสรรพตามที่หญิงสาวบอก

เมษญาอยากกรี๊ดให้ลั่นโรงแรมกับคำพูดแสนกำกวมแฝงความนัยของชายหนุ่มรวมทั้งสายตาเจ้าชู้ที่จ้องมองเธออย่างไร้มารยาท

คนบ้าไร้มารยาท ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกค้าแม่จะขอซัดสักหมัดสองหมัดให้ปากกินข้าวไม่ได้เลย ผู้บริหารสาวเข่นเขี้ยวในใจก่อนจะก้าวเข้าภายในลิฟต์เพื่อกลับไปยังห้องทำงานของตนเองแม้ว่าอาการหงุดหงิดจะยังไม่จางก็ตาม

 

ภายในห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมไฮคลาส แกรนด์ เดอ โฮเตลซึ่งกำลังจะมีการประชุมใหญ่ที่เหล่านักธุรกิจโรมแรมระดับภาคต่างพากันตบเท้าเข้าร่วมประชุมซึ่งคุณมนต์ก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งเนื้อหาของการประชุมหลักๆจะเน้นเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อดึงความสนใจให้นักท่องเที่ยวจากนานาประเทศหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในบ้านเราโดยเฉพาะช่วงเทศกาลรวมถึงช่วงไฮซีซั่น

“จากที่ทุกท่านได้สรุปแผนโปรโมทเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวในปีนี้ที่คาดว่าน่าจะดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรปได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ทางกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรวมทั้งสมาพันธ์โรมแรมแห่งประเทศไทยจึงอยากจะขอบคุณทุกท่านด้วยการจัดแฟชั่นการกุศลซึ่งอยากให้ทุกท่านมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้” ผู้แทนของสมาพันธ์บอกกับผู้ร่วมประชุมก่อนจะขอให้แต่ละละท่านส่งตัวแทนเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งนักธุรกิจใหญ่อย่างคุณมนต์ผู้จะมีภาษีดีกว่าใครตรงที่เมริศาบุตรสาวคนเล็กมีดีกรีเป็นถึงนางแบบระดับแนวหน้าจึงไม่พลาดที่จะเสนอชื่อเมริศาขึ้นเดินแฟชั่นการกุศลในครั้งนี้

“ลืมไปว่าบุตรสาวคุณมนต์เป็นถึงนางแบบดาวรุ่งชื่อดัง สงสัยงานนี้ไม่ต้องเรียกนักข่าวให้เสียเวลาแค่โปรโมทว่างานนี้มีหนูเมริศามาเดินแบบให้ขี้คร้านนักข่าวจะแห่กันมาทำข่าวกันอย่างเนื่องแน่น”

คุณมนต์ได้แต่ยิ้มรับด้วยความรู้สึกภูมิใจลึกๆในตัวบุตรสาวคนเล็กทั้งที่ตอนแรกเขานั้นไม่ได้รู้สึกยินดีกับการที่ต้องเห็นบุตรสาวยืนโพสท่าถ่ายรูปหรือแต่งตัวด้วยชุดแปลกๆเดินอยู่บนเวทีซึ่งรายล้อมด้วยผู้คนมากมาย

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คุณมนต์เอ่ยอย่างถ่อมตนตามวิสัยส่วนตัวที่ใครๆต่างก็รู้กันดีว่านักธุรกิจใหญ่เป็นคนดีมีเมตตาและรู้จักแบ่งปันซ้ำยังไม่เคยดูถูกคนที่ด้อยกว่าตรงกันข้ามกับชอบช่วยเหลือและให้โอกาสจนเป็นที่รักใคร่ของคนในท้องถิ่น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมใหญ่นักธุรกิจสูงวัยก็กลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง 

กับดักเสน่หา
สลิลฉัตร
www.mebmarket.com
“คุณมันคนเจ้าเล่ห์ ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นพวกลิ้นสองแฉกตลบตะแลง นี่น่ะหรือสุธนา วงศ์นพกานต์ทายาทเวิร์ลเรียลเอสเตทผู้มั่งคั่ง แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากอสรพิษ” เมริศาโพล่งออกไปอย่างเหลืออดพร้อมกับระดมกำปั้นเล็กๆทุบตีไปตามอกกว้าง แม้เรี่ยวแรงที่หญิงสาวประทุษร้ายจะไม่ได้สร้างความระคายเคืองให้กับสุธนาเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยแรงโทสะเพราะความดื้อดึงอวดดีของหญิงสาวทำให้สุธนาลืมตัว “ผมก็ไม่คิดว่านางแบบสาวลูกเศรษฐีอย่างคุณจะปากคอเราะร้ายไม่ต่างจากแม่ค้าในตลาดติดแอร์”“แล้วไอ้โจรชั่วบ้ากามคนไหนที่ใช้ให้ลูกน้องไปจับตัวแม่ค้าปากตลาดอย่างฉันมา” เมริศาทิ้งมาดนางแบบสาวมานิ่งกลายเป็นสาวปากร้ายต่อปากต่อคำอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ“มันจะมากไปแล้วนะเมริศา” “มันน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างคุณ...” เสียงหวานเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกริมฝีปากร้อนกดประทับเรียวปากสีอิ่ม “อื้อ อนอ้า อ่อยอ๊ะ (คนบ้าปล่อยนะ)” หญิงสาวพยายามเปล่งเสียงร้อง แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่สดับรับฟังเธอเลยสักนิดนอกจากเพิ่มแรงกดบดเคล้าขยี้จนริมฝีปากบางชอกช้ำด้วยความเอาแต่ใจสุธนาดันร่างบางชนชิดติดกำแพงโดยไม่ยอมถอนจุมพิตร้อนจากกลีบปากแสนหวาน ร่างหนาเบียดชิดจนอกแกร่งบดเบียดกับความนุ่มหยุ่นของทรวงอกอวบจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านางแบบสาวหุ่นบอบบางจะซ่อนความอวบใหญ่ไว้ภายใต้เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ร่างสูงถึงกับอดใจไม่ไหวที่จะสัมผัสเนื้อแท้ของความอวบอิ่มนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha