กับดักเสน่หา (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ตอนที่ 6 : แรกพบก็ไม่ถูกชะตา 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


“ช่างเถอะ คุณไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ผมขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยได้ไหมนั่งทานข้าวคนเดียวมันโหวงเหวงยังไงไม่รู้น่ะคุณ” มิมะพยายามเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับหญิงสาวด้วยการขอร่วมโต๊ะมื้อเที่ยงกับเธอ แม้จะรู้สึกหวั่นๆใจว่าอาจจะถูกหญิงสาวตกกลับปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยก็เป็นได้

“ตามสบายค่ะ” เมษญาเอ่ยตามมารยาทเพราะไม่อยากมีปัญหากับชายหนุ่มที่ถือสถานะเป็นลูกค้ารายใหญ่ซึ่งเธอท่องไว้เสมอว่าลูกค้าคือพระเจ้าแม้ว่าจะต้องฝืนใจฝืนความรู้สึกอยู่บ้างก็ตาม มิมะระบายยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างคาดไม่ถึงว่าเมษญาจะยอมให้เขานั่งร่วมโต๊ะด้วย “คุณนี่ใจดีกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก เสียอย่างเดียวชอบตีหน้าขรึมเป็นหุ่นปั้น”

ผู้บริหารสาวซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาทานมื้อเที่ยงของตนเองถึงกับสะดุดกึกกับคำพูดกำกวมของชายหนุ่ม เมษญาวางมือจากอาหารตรงหน้าแล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มก่อนจะลุกขึ้นก้าวออกจากร้าน มิมะไม่รอช้ารีบตามร่างบางของผู้บริหารสาวคนสวยไปอย่างเร็วโดยไม่ลืมบอกกับบริกรว่าเขาจะกลับมาเคลียร์ค่าอาหารให้ทีหลัง

“รอผมก่อนสิคุณเมษญา” ชายหนุ่มหลุดปากเรียกชื่อหญิงสาวออกไปเพื่อต้องการรั้งหญิงสาว และก็ดูจะได้ผลเมื่อผู้บริหารสาวหันกลับมาตามที่ชายหนุ่มเรียก ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีสดฉายแววง้ำงอคล้ายไม่พอใจแต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความน่าเกรงขามให้กับมิมะชายหนุ่มนักสำรวจขี้สงสัยซึ่งกับกำลังติดบ่วงแรงดึงดูดจากเสน่ห์บางอย่างในตัวหญิงสาวตรงหน้านี้เข้าให้อย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทั้งที่เพิ่งจะเจอหน้าแค่ไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ

“ดิฉันไม่สนใจหรอกนะว่าคุณรู้ชื่อฉันได้อย่างไรเพราะไม่มีเวลาว่างพอที่จะมานั่งเป็นเป้าสายตาหรือนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับลูกค้า ถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกกับพนักงานของโรงแรมก็แล้วกันนะคะ”

เมษญาสะบัดเสียงใส่พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับตรงไปยังลิฟต์เพื่อกลับห้องทำงานของเธอ แต่มีหรือที่คนอย่างมิมะจะยอมให้หญิงสาวได้แหวใส่เขาฝ่ายเดียวฉอดๆแล้วเดินหนีไปง่ายๆ ชายหนุ่มแกล้งตีสีหน้าสลดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆให้กับหญิงสาว ก่อนจะรอจังหวะสัญญาเสียงประตูลิฟต์เปิดแล้วกระชากข้อมือบางของเมริศาเข้าไปภายในลิฟต์พร้อมกับรีบกดปุ่มปิดประตูค้างไว้เพื่อให้ประตูลิฟต์เปิดระหว่างที่เขาไขข้อข้องใจกับหญิงสาวอย่างแนบชิดแบบฉบับม้าพยศต้องลงแส้

“คะ...คุณจะทำอะไร” เมษญาถามเสียงสั่น ใบหน้าสวยฉายแววตื่นตระหนกพร้อมกับพยายามดันร่างสูงให้พ้นทางเพื่อที่เธอจะได้กดปุ่มเปิดประตู

“แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรคุณล่ะ อยู่กันในลิฟต์สองต่อสองในที่อากาศจำกัดแบบนี้ผมว่าเรามาแลกออกซิเจนกันดีไหมครับเผื่อบางทีคุณอาจจะเลิกเกลียดขี้หน้าผมก็เป็นได้” มิมะแกล้งพูดข่มขวัญผู้บริหารสาวที่ดูเหมือนความมั่นใจในตัวเองของหญิงสาวจะเหือดหายไป

“คนบ้า ถอยไปนะแล้วก็เปิดประตูให้ฉันออกไปเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียก รปภ.มาลากคุณโยนออกไป” เมษญาขู่ฟ่อ แม้ว่าลึกๆในใจเธอจะหวาดหวั่นกับสถานการณ์ล่อแหลมในขณะนี้ก็ตาม ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปชิดแก้มนวลร้อนผ่าว

“จุ๊ๆๆ เงียบๆสิคุณร้องโวยวายแบบนี้เดี๋ยวอากาศภายในลิฟต์ก็หมดกันพอดี หรือคุณอยากให้ผมช่วยเพิ่มเติมออกซิเจนแบบเม้าท์ทูเม้าท์ ก็ดีเหมือนกันนะไหนๆของคาวก็ไม่ได้กินขอลัดคิวกินของหวานตรงหน้านี้แทนก็แล้วกัน” ด้วยแรงจูงใจอยากจะแกล้งหญิงสาวบวกกับแรงปรารถนาลึกๆบางอย่างในใจที่กำลังก่อตัวลุกโชนขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุทำให้มิมะแนบริมฝีปากอุ่นกดประทับปิดเรียวปากสีหวานที่กำลังจะแผดเสียงแหวใส่ด้วยความโกรธกรุ่น ความร้อนจากเรียวปากของมิมะดูดกลืนเรี่ยวแรงสาวมาดมั่นอย่างเมษญาจนแทบสิ้นเรี่ยวแรงขัดขืนมีแค่เพียงเสียงคราวประท้วงในลำคอเท่านั้น

นานเท่าใดมิอาจรู้ได้แต่สำหรับเมษญามันนานเกินไปกับการถูกชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกค้ารุกเร้าชิดใกล้ หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงผลักร่างสูงเต็มแรงจนชายหนุ่มเซไปอีกทางแล้วอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลักรีบกดปุ่มหมายจะเปิดประตู แต่ช้าเกินไปเมื่อตัวโตที่ปราดเข้าไปรั้งเอวคอดของเมษญาไว้แน่นก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนระอุลงบนริมฝีปากสีหวานของหญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มแรงกดบดขยี้หนักหน่วงเพื่อกำราบปราบพยศสาวมั่นให้อยู่หมัด เมษญาทำได้แค่เพียงกำหมัดแน่นทุบลงบนบ่าไหล่แกร่งอย่างแรงเพื่อสร้างความเจ็บร้าวให้ชายหนุ่มปล่อยเธอจากพันธนาการ มิมะเหมือนเสพติดรสหวานที่ยิ่งดื่มด่ำก็ยิ่งโหยหาต้องการมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่อยากถอนริมฝีปากร้อนจากกลีบปากแสนนุ่มละมุนของคนตัวเล็กในอ้อมกอด

“เป็นของหวานที่รสชาติดีที่สุดเท่าผมเคยได้ชิม” มิมะกระซิบพร่าชิดริมฝีปากอิ่มแดงก่ำเพราะแรงบดเคล้าอันหนักหน่วงด้วยความลืมตัวของเขา เมษญารีบผละจากร่างสูงโดยไม่ลืมฝากฝังฝ่ามือบางลงบนซีกหน้าคมคายของชายหนุ่มเป็นการเอาคืนที่บังอาจล่วงเกินเธอ

“ฉันขอไล่ลูกค้าห่วยๆอย่างคุณออกจากโรงแรมของฉัน” เมษญาตะโกนใส่น้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนจะรีบวิ่งออกจากลิฟต์ไปอย่างเร็วมิมะวิ่งตามหมายจะขอโทษในสิ่งที่เขาล่วงเกินแต่สาวมั่นดูเหมือนจะไม่รับฟังอะไรง่ายๆนอกจากตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีเขา

“เดี๋ยวสิคุณ เมษญา ฟังผมอธิบายก่อน” ร่างสูงวิ่งตามไปติดๆซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณเกศกนกเลขาฯส่วนตัวของคุณมนต์กำลังก้าวออกจากห้องมาพอดี

“คุณมิ้นต์...อ้าวคุณมิมะมาถึงตั้งแต่เมื่อไรคะ” คำทักทายของเลขาฯบิดาทำให้เมษญาต้องหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจระคนสงสัยว่าทำไมคุณเกศกนกถึงได้รู้จักลูกค้าจอมฉวยโอกาสคนนี้

“คุณเกศกนกรู้จักลูกค้าท่านนี้ด้วยหรือคะ” เมษญาถามพร้อมกับจ้องหน้ามิมะเขม็งด้วยความไม่พอใจ

“ลูกค้า? คุณมิมะไม่ใช่ลูกค้าหรอกค่ะคุณมิ้นต์ แต่เป็นแขกพิเศษคนสำคัญของโรงแรมเราต่างหากค่ะ” คุณเกศกนกบอกกับผู้บริหารสาวก่อนจะส่งจดหมายจากสมาพันธ์เซเว่นสตาร์โกลบอลลักซ์ชัวรี่อะวอร์ดให้กับเมษญา

เหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้าผู้บริหารสาวคนเก่งมองจดหมายจากสมาพันธ์ระดับโลกสลับกับมองหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งฉวยโอกาสกับเธอในลิฟต์เมื่อสักครู่ “แล้วทำไมมิ้นต์ถึงไม่ทราบเรื่องนี้” เมษญาถามน้ำเสียงกระด้าง มือบางกำจดหมายในมือจนยับย่นด้วยความโกรธกรุ่น

“ดิฉันส่งเมลล์แจ้งไปกับเลขาฯคุณมิ้นต์แล้วนะคะเมื่อสองอาทิตย์ก่อน” เกศกนกเลขาฯมืออาชีพผู้ไม่เคยทำงานพลาดบอกกับเมษญาทำให้หญิงสาวพุ่งประเด็นเอาผิดกับเลขาฯส่วนตัวของตนเอง

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณเกศบอกกับทางฝ่ายบุคคลให้หาเลขาฯคนใหม่ให้มิ้นต์ด้วยนะคะและก็ฝากดูแลแขกพิเศษของโรงแรมแทนมิ้นต์ด้วยล่ะกันค่ะ” หญิงสาวบอกทิ้งท้ายกับเลขาฯส่วนตัว พร้อมกับมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาขุ่นเคืองโกรธกรุ่นและเสียหน้า

“เห็นจะไม่ได้ซะล่ะครับ เพราะผมต้องการทราบรายละเอียดด้านการตลาดของไฮคลาสเพื่อจะได้ให้คะแนนในการประเมินเบื้องต้น และคงไม่มีใครจะให้ข้อมูลผมได้ดีเท่าคุณ” มิมะอมยิ้มพร้อมกับมองหน้าเมษญาด้วยความพึงใจแม้จะรู้ดีว่าตอนนี้หญิงสาวคงเกลียดขี้หน้าเขามากขึ้นกว่าเดิม

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็นัดวันเวลามาก็แล้วกันดิฉันจะได้ให้เลขาฯเตรียมข้อมูลไว้ให้คุณ” เมษญาพยายามปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้นิ่งเฉยมากที่สุดเพราะเธอไม่อยากมีปัญหากับเขาจนส่งผลให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมต้องเสียหาย

มิมะยังคงสนุกไม่เลิกเมื่อเขาถือไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือก็ขอให้สิทธิ์และอำนาจที่มีปราบพยศม้าสาวชั้นดีอย่างเมษญาอยู่หมัด “พอดีผมว่างวันนี้คงต้องรบกวนคุณเมษญาให้ความร่วมมือเพื่อให้ข้อมูลกับผมด้วย หรือถ้าคุณไม่ว่างก็ไม่เป็นไรผมจะได้รายงานว่าเกรทสตาร์ด้วยเรื่องการตลาดและการบริการ”

ผู้บริหารสาวเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง อารมณ์โกรธกรุ่นพุ่งสูงจนแทบอยากจะเข้าไปบีบคอชายหนุ่มให้ตายคามือเลยก็ว่าได้ หญิงสาวจำต้องยอมให้ชายหนุ่มตามเธอไปยังห้องทำงานแม้ว่าลึกๆในใจเธอจะหวาดหวั่นกลัวว่าเขาจะฉวยโอกาสกับเธออีก

ร่างสูงก้าวตามเมษญาไปยังห้องทำงานของหญิงสาว มิมะทรุดกายลงนั่งเอนหลังอย่างสบายอารมณ์ลงบนโซฟารับแขกตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องด้านในโดยไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยปากเชิญ

“ขอโทษนะคะคุณ...” หญิงสาวยังไม่ทันจะเอ่ยจบประโยคอีกฝ่ายก็พลันเอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน

“ผมคิซึโนริ มิมะ หรือมินธรรพ์ เลิศนุรัษน์ ทากาฮาชิ” ชายหนุ่มแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการพร้อมกับหยิบนามบัตรส่งให้กับเมษญาที่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจชื่อของชายหนุ่มเลยสักนิด หญิงสาวต้องการจะถามว่ามิมะต้องการข้อมูลตั้งแต่ปีไหนเธอจะได้สั่งให้เลขาฯนำเข้ามาให้

“คุณต้องการทราบข้อมูลตั้งแต่ปีไหนคะ” เมษญาถามน้ำเสียงราบเรียบหลังจากทรุดกายลงนั่งยังเก้าอี้ทำงานซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่มิมะนั่งอยู่พอสมควร

“ผมยังคิดไม่ออกเลย สงสัยจะหิวน่ะคุณ ขอผมทานอะไรก่อนได้หรือเปล่าเผื่อจะสมองแล่นคิดออกว่าผมต้องการข้อมูลอะไรบ้าง” ชายหนุ่มสนุกกับการได้กวนประสาทผู้บริหารสาวเจ้าของห้องซึ่งตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากกาน้ำเดือดที่ควันไอร้อนพวยพุ่ง

“คุณนี่มัน...ได้ค่ะคุณอยากทานอะไรมิทราบดิฉันจะได้บอกเลขาฯ” เมษญานับหนึ่งถึงสิบไล่ไปจนถึงร้อยในใจเพื่อผลักดันความฉุนเฉียวออกจากความรู้สึกเมื่อคิดถึงชื่อเสียงขอโรงแรมที่จะตามมาหากไฮคลาสผ่านการตรวจสอบจากสมาพันธ์เซเว่นสตาร์    โกลบอลลักซ์ชัวรี่อะวอร์ดนั่นเท่ากับว่าได้เพิ่มเครดิตและภาพลักษณ์รวมทั้งยังทำให้โรงแรมของเธอขึ้นสู่ระดับโรงแรมห้าดาวท้อปอินเอเชีย (Top In Asia) อีกด้วย

“อาหารก็อยากนะ แต่ผมอยากจะกินคุณมากกว่า” ชายหนุ่มยังแกล้งเมษญาไม่เลิกเพราะทุกครั้งที่เขาเห็นสีหน้าไม่พอใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ เมษญาหน้าร้อนผ่าวแก้มนวลแดงก่ำกับคำพูดและสายตากรุ้มกริ่มเป็นประกายของชายหนุ่ม

“ดิฉันไม่มีเวลามากพอที่จะให้คุณมาปั่นหัวเล่นนะคะ ขอร้องเลิกแกล้งเลิกกวนประสาทฉันสักที” เมษญาเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจังทำให้มิมะจำต้องยอมพักรบสงบปากเลิกกวนอารมณ์หญิงสาว

“ผมว่าเราไปทานอาหารกันก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องข้อมูลผมจะแจ้งกับเลขาฯคุณอีกทีหรือไม่ผมจะโทรหาคุณเองโดยตรง หวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไร” มิมะทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวออกจากห้องไปทำเอาเมษญานิ่งอึ้งงุนงงแต่ก็โล่งใจที่ชายหนุ่มเลิกป่วนเธอชั่วคราวก่อนที่เธอจะประสาทเสียไปมากกว่านี้



กับดักเสน่หา
สลิลฉัตร
www.mebmarket.com
“คุณมันคนเจ้าเล่ห์ ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นพวกลิ้นสองแฉกตลบตะแลง นี่น่ะหรือสุธนา วงศ์นพกานต์ทายาทเวิร์ลเรียลเอสเตทผู้มั่งคั่ง แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากอสรพิษ” เมริศาโพล่งออกไปอย่างเหลืออดพร้อมกับระดมกำปั้นเล็กๆทุบตีไปตามอกกว้าง แม้เรี่ยวแรงที่หญิงสาวประทุษร้ายจะไม่ได้สร้างความระคายเคืองให้กับสุธนาเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยแรงโทสะเพราะความดื้อดึงอวดดีของหญิงสาวทำให้สุธนาลืมตัว “ผมก็ไม่คิดว่านางแบบสาวลูกเศรษฐีอย่างคุณจะปากคอเราะร้ายไม่ต่างจากแม่ค้าในตลาดติดแอร์”“แล้วไอ้โจรชั่วบ้ากามคนไหนที่ใช้ให้ลูกน้องไปจับตัวแม่ค้าปากตลาดอย่างฉันมา” เมริศาทิ้งมาดนางแบบสาวมานิ่งกลายเป็นสาวปากร้ายต่อปากต่อคำอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ“มันจะมากไปแล้วนะเมริศา” “มันน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างคุณ...” เสียงหวานเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกริมฝีปากร้อนกดประทับเรียวปากสีอิ่ม “อื้อ อนอ้า อ่อยอ๊ะ (คนบ้าปล่อยนะ)” หญิงสาวพยายามเปล่งเสียงร้อง แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่สดับรับฟังเธอเลยสักนิดนอกจากเพิ่มแรงกดบดเคล้าขยี้จนริมฝีปากบางชอกช้ำด้วยความเอาแต่ใจสุธนาดันร่างบางชนชิดติดกำแพงโดยไม่ยอมถอนจุมพิตร้อนจากกลีบปากแสนหวาน ร่างหนาเบียดชิดจนอกแกร่งบดเบียดกับความนุ่มหยุ่นของทรวงอกอวบจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านางแบบสาวหุ่นบอบบางจะซ่อนความอวบใหญ่ไว้ภายใต้เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ร่างสูงถึงกับอดใจไม่ไหวที่จะสัมผัสเนื้อแท้ของความอวบอิ่มนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha