กับดักเสน่หา (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ตอนที่ 8 : เป้าหมายของการลักพา 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


สายๆของใหม่ภายใต้อาณาเขตคฤหาสน์ชาญวิริญาซึ่งประมุขของบ้านอย่างคุณมนต์และบุตรสาวคนโตได้ออกไปทำงานตามปกติเช่นทุกวันส่วนคุณมณีมาศก็ออกไปธุระกับเพื่อนสนิทตั้งแต่เช้าจะมีก็แต่เมษญาที่เพิ่งจะลุกจากที่นอนก่อนจะจัดการตัวเองเพื่อลงไปทานอาหารมื้อเช้าแม้ว่าจะสายมากแล้วก็ตาม

“คุณเมร์จะรับโจ๊กหรืออเมริกันเบรกฟาสท์คะ” ป้าลออแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใช้มาเกือบสิบปีเอ่ยถามหญิงสาวตามหน้าที่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ขอเป็นโจ๊กดีกว่าค่ะป้า อยู่ที่กรุงเทพเมร์เจอแต่อาหารเร่งรีบคิดถึงโจ๊กฝีมือป้าลออใจแทบขาด” หญิงสาวหยอดลูกอ้อนคนแก่จนยิ้มแก้มปริก่อนจะรีบกลับไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าตามที่หญิงสาวร้องขอ

“มาแล้วค่ะโจ๊กกุ้งของโปรดคุณเมร์ ป้าเพิ่มกุ้งให้พิเศษเลยนะคะเพราะรู้ว่าคุณเมร์ชอบ” แม่บ้าสูงวัยยกโจ๊กชามใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมเตะจมูกกระตุ้นต่อมเจริญอาหารให้กับเมริศาได้ดีเหลือเกินยิ่งเห็นกุ้งตัวโตสีแดงอมส้มยิ่งทำให้ท้องไส้ร้องประท้วงมากขึ้นไปอีก

“ป้าลออน่ารักที่สุดเลยค่ะรู้ใจเมร์ ว่าแต่บ้านเงียบๆคุณแม่ไปไหนหรือคะ” หญิงสาวประจบผู้สูงวัยพร้อมกับเอ่ยถามถึงมารดา

“คุณผู้หญิงออกไปธุระตั้งแต่เช้าแล้วค่ะเห็นว่าจะไปช่วยคุณลดาเลือกไข่มุกน่ะค่ะ” แม่บ้านสูงวัยบอกพร้อมกับรินน้ำเย็นใส่แก้วเสิร์ฟให้กับหญิงสาว

“ขอบคุณค่ะ” นางแบบสาวยิ้มให้พร้อมกับจัดการเมนูโปรดตรงหน้าจนอิ่มท้องแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะกลับขึ้นห้องพักเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออกไปเดินเที่ยวหลังจากที่ทำงานมาตลอดเวลาจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเองที่จะได้ออกไปเดินเที่ยวเหมือนคนอื่นๆทั่วไป ร่างบางในชุดกางเกงยีนส์สีเข้มสวมคู่กับเสื้อยืดพอดีตัวสีดำเพ้นท์ลากการ์ตูนสีสดทำให้เมริศาดูเป็นสาวน้อยมาดทะมัดทะแมงขึ้นทันทียิ่งหญิงสาวสวมหมวกแก๊ปและแว่นตาดำเพื่ออำพรางตนเองเวลาออกไปไหนมาไหนและเลี่ยงสายตาพวกปาปารัสซี่หรือนักข่าว

“อ้าว!! คุณเมร์จะออกไหนหรือคะ” ป้าลออถามเมื่อเห็นนางแบบสาวเตรียมจะก้าวออกพ้นประตู

“จะออกไปเดินเที่ยวสำรวจพื้นที่หน่อยค่ะ ไม่ได้มาตั้งนานแล้วเผื่อจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นบ้างไหม” หญิงสาวยิ้มพราวสดใสก่อนจะตรงดิ่งไปที่พาหนะคันย่อมที่สนนราคาไม่ได้ย่อมตามขนาดของรถอย่างมินิคูเปอร์รถหรูจากยุโรปที่หญิงสาวกำลังขับเคลื่อนออกจากคฤหาสน์ชาญวิริญามุ่งตรงไปยังถนนสายหลักโดยมิได้สังเกตว่ามีรถกระบะขอลูกน้องนายเจริญขับไล่ตามไปติดเพื่อเก็บภาพและความเคลื่อนไหวของนางแบบสาวเพื่อส่งต่อให้ผู้นายอีกที

เมริศาขับรถไปตามเส้นทางด้วยความเร็วเพียงเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อมองดูบรรยากาศและความเปลี่ยนแปลงที่ดูจะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วภายในชุนชนบ้านเกิดของเธอ

ไม่ได้มาแค่ไม่กี่เดือนมีร้านรวงเปิดขึ้นมากมาย แถมยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ หญิงสาวคิดในใจพลางเลี้ยวรถเข้ายังลานจอดของห้างใหญ่ใจกลางเมืองภูเก็ตก่อนจะก้าวเข้าด้านในห้างดัง

นางแบบสาวใช้เวลาในการเดินเที่ยวอยู่ภายในห้างหลายชั่วก่อนที่เธอจะตัดสินใจขับรถกลับบ้านซึ่งในระหว่างที่หญิงสาวเดินกลับมาที่ลานจอดรถเธอรู้สึกเหมือนมีคนคอยดูเดินตามเฝ้ามองเธออยู่ทุกฝีก้าว เมริศากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่รถอย่างเร็วทันทีที่ก้าวขึ้นรถได้เธอก็ไม่รั้งรอที่จะรีบสตาร์ทเครื่องแล้วขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็ว

เฮ้อ...ขนาดหนีมาถึงที่นี่ยังเจอพวกปาปารัสซี่อีก หญิงสาวบ่นอุบในใจด้วยความเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ต้องวิ่งหนีพวกที่เก็บภาพของเธอไปขายตามนิตยสารกอสซิปที่ขายข่าวขายภาพไปในทางแง่ลบมากกว่าเพราะข่าวเสียๆหายมักจะเรียกร้องความสนใจของผู้อ่านได้มากกว่าข่าวในแง่บวก

ข้างฝั่งลูกน้องของเศรษฐีท้องถิ่นอย่างนายเจริญก็รีบกลับไปรายงานผู้เป็นนายพร้อมกับภาพถ่ายและรายละเอียดของหญิงสาวตั้งแต่ขับรถออกจากคฤหาสน์จนมาถึงห้างใหญ่แถมยังพ่วงข้อมูลเด็ดเรื่องที่นางแบบสาวจะร่วมเดินแบบการกุศลในปลายเดือนหน้านี้ด้วย

“พวกแกทำงานดีมา” นายเจริญเอ่ยชมลูกน้องก่อนจะส่งรูปและข้อมูลของเมริศาไปให้นายบุญรัตน์ตามที่ร้องขอ

 

ณ ห้องประชุมภายในบริษัทเวิร์ลเรียลเอสเตทที่กำลังเคร่งเครียดกับโครงการรีสอร์ตใหม่ที่ภูเก็ตซึ่งนักธุรกิจหนุ่มเป็นผู้ดูแลโครงการนี้ทั้งหมดตามความเห็นชอบของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ยกเว้นนายทินกร วงศ์นพกานต์ผู้เป็นอาของสุธนานั่นเองที่ไม่เห็นด้วยเพราะทำให้โครงการรีสอร์ตที่เชียงใหม่ของเขาต้องชวดไปพร้อมกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่เขาคิดไว้ในตอนต้นหากโครงการของเขาผ่านและนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณทินกรขัดแข้งขัดขาหลานชายตัวเองอย่างออกนอกหน้า

“รีสอร์ตที่บาหลีเราก็มีอยู่แล้ว อาว่าไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องขยายสาขาเวิล์ดซีซั่นแกรนด์โฮเตล แอนด์ รีสอร์ตที่ภูเก็ตให้เปลืองงบบริษัท หรือถ้าจะขยายจริงๆก็น่ะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติบนดอยอย่างเชียงใหม่เชียงรายอาว่ายังจะน่าสนใจกว่า” นายทินกรกล่าวต่อหน้าผู้ถือหุ้นเพื่อต้องการหักหน้าสุธนา แต่ถูกอีกฝ่ายตอกกลับอย่างไม่สนใจในความเป็นอาเป็นหลานเช่นกันเพราะเวลาอยู่ในที่ทำงานสุธนาถืออำนาจเป็นสิทธ์ขาดโดยยึดถือหลักการทำงานอย่างตรงไปตรงมา

“ผมยอมรับว่าโครงการรีสอร์ตบนดอยของคุณอาน่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ผมคิดว่าการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงจนเราต้องทุ่มงบประมาณเพื่อเอาชนะคู่แข่งอย่างนั้นหรือครับ ผมเห็นว่ามันเป็นอะไรที่ไร้สาระเกินไปและที่สำคัญผมไม่อยากได้ชื่อว่าทำลายป่าเขาเพื่อสร้างเม็ดเงินให้กับตัวเอง แต่ถ้าคุณอาอยากทำจริงๆผมจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมหารืออีกทีแต่คงไม่ได้งบตามที่คุณอาเสนอมาหรอกนะครับ”

ทินกรกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจที่ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยกับโครงการของเขาซ้ำยังรู้ทันในเรื่องงบประมาณที่เขาต้องการกวาดเข้ากระเป๋าตัวเองไอ้เด็กเมื่อวานซืน คอยดูนะวันใดฉันสอยแกลงมาจากตำแหน่งประธานบริษัทได้เมื่อไหร่แกได้กลายเป็นหมาข้างถนนแน่

หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นสุธนาก็รีบกลับมาเคลียร์งานที่ห้องแต่ผู้เป็นอายังเจ็บใจไม่หายที่ถูกชายหนุ่มหักหน้าในห้องประชุม

“สุธนาพูดแบบนั้นที่ที่ประชุมอาก็เสียเครดิตในสายตาผู้ถือหุ้นหมดสิ” ทินกรต่อว่าเสียงแข็งแต่สุธนาหาได้สนใจหรือเกรงกลัวไม่

“ดูอาทินจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับโครงการรีสอร์ตที่เชียงใหม่เหลือเกินนะครับ” สุธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยันๆเพราะรู้ดีว่าผู้เป็นนั้นมีประวัติไม่ค่อยดีนักเพียงแต่ยังหาหลักฐานไม่ได้เท่านั้น

“อาจะเดือดร้อนทำไม ในเมื่ออาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร ธนาก็รู้ว่าอาทำงานที่นี่มาตั้งแต่เรายังเรียนมัธยมต้นเองด้วยซ้ำอาเลยอยากให้เราพูดอะไรรักษาหน้ารักษาน้ำใจอาบ้างก็เท่านั้น” ทินกรแสร้งเอาเรื่องความนับถือฉันท์อาหลานขึ้นมาพูดเพื่อให้ชายหนุ่มเกรงใจเพราะยังไงเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นอา

สุธนาเหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังพิงพนักเกาอี้ประจำตำแหน่ง ขาแกร่งยกขึ้นพาดบนท่อนขาอีกข้างในท่าไขว้ห้าง “ผมทราบว่าคุณอาทำงานให้คุณพ่อมานาน นานจนคิดว่าเป็นบริษัทของตัวเองด้วยใช่ไหมล่ะครับ” นักธุรกิจหนุ่มพูดเหมือนอ่านความคิดภายในใจของผู้เป็นอาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ทินกรถึงกับหน้าตึงกับคำพูดของสุธนาที่ล่วงรู้ความคิดของเขา “อาไม่รู้แกไปเอาความคิดนี้มาจากใคร แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าฉันไม่ช่วยพ่อแกบริหารงาน แกก็ไม่มีวันขึ้นมาผยองอวดดีใส่ฉันเหมือนตอนนี้หรอก” ทินกรลำเลิกบุญคุณพร้อมกับชี้หน้ามือไม้สั่นด้วยความโกรธกรุ่นก่อนจะรีบหุ่นหันออกจากทำงานของสุธนาไปอย่างเร็ว

นักธุรกิจหนุ่มได้แต่ยิ้มมุมปากด้วยความสะใจเล็กๆที่ได้ดักทางผู้เป็นแถมยังบอกเป็นนัยๆว่าเขารู้ทันความคิดในเรื่องที่ทินกรพยายามจะยึดอำนาจภายในบริษัทรวมทั้งคอยขัดแข้งขัดขาไม่เห็นด้วยในเรื่องของการตรวจบัญชีที่ชายหนุ่มหยิบยกขึ้นมาหารือเป็นอีกหนึ่งประเด็นในวันนี้ซึ่งสร้างความไม่พอให้ให้กับนายทินกรเป็นอย่างมาก

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ดังขึ้น สุธนาเห็นเป็นหมายเลขนายบุญรัตน์ของอดีเลขาฯบิดาจึงกดรับสายก่อนจะเอ่ยทักเสียงเรียนตามปกติเช่นทุกครั้ง

“สวัสดีครับคุณธนา ลุงโทรมารบกวนเวลางานหรือเปล่าครับ” อดีตคนสนิทของบิดาเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ

“ไม่ครับ ลุงบุญมีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้โทรหาผม” สุธนาถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วงแม้นายบุญรัตน์จะเป็นคนอื่นแต่ก็มีความจริงใจและรับบริษัทมากกว่าญาติแท้อย่างนายทินกรผู้เป็นอาของเขาเสียอีก

“ปะ...เปล่าครับ พอดีลุงมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณเมริศา บุตรสาวคุณมนต์มาให้คุณธนา ไม่ทราบว่าคุณธนายังสนอยู่ไหมครับ” อดีตเลขาฯเอ่ยถามหยั่งเชิงนักธุรกิจหนุ่มซึ่งอีกฝ่ายถึงกับใจไหวระรัวเพียงแค่ได้ยินชื่อนางในฝัน

“ไม่น่าถามเลยนะครับ ลุงบุญก็น่าจะรู้คำตอบนะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับน้ำเสียงแฝงแววดีใจลึกๆที่แม้ว่าสุธนาพยายามจะเก็บซ่อนอาการแต่ผู้สูงวัยก็รู้ได้ว่าชายหนุ่มนั้นดีใจมากแค่ไหนกับข่าวสารบรรณาการชิ้นย่อยก่อนที่เขาจะส่งมองบรรณาการชิ้นใหญ่

“เอาเป็นว่าคุณธนาดูจากข้อความที่ผมจะส่งให้หลังจากวางสายก็แล้วกันครับถือว่าเป็นการเริ่มต้น” อดีตเลขาฯสูงวัยพูดทิ้งท้ายเป็นปริศนาให้กับนักธุรกิจหนุ่มก่อนจะกดวางสายแล้วส่งภาพอิริยาบถต่างๆของเมริศาให้กับนักธุรกิจหนุ่มซึ่งเพียงแค่เห็นภาพหญิงสาวในอิริยาบถสบายๆดูเป็นธรรมชาติยิ่งทำให้สุธนาหลงเสน่ห์นางแบบสาวมากขึ้นไปอีก

เมริศา คุณเป็นแม่มดหรือนางฟ้ากันแน่นะ ทำไมคุณถึงได้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มคิดในใจ หากแต่สายตาคมอบอุ่นของนักธุรกิจหนุ่มหาได้ละจากภาพใบหน้าสวยหวานภายใต้แว่นตาดำที่ปิดบังอำพรางไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะสลัดภวังค์แห่งปรารถนานั้นชั่วคราวเมื่อคุณธนวัฒน์ผู้เป็นบิดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทำเอาสุธนารีบเก็บอุปกรณ์สื่อสารเครื่องบางราคาสูงลงในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างเร็ว

“คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้มาหาผมถึงที่นี่”

“แกไปว่าอะไรอาแกเข้าอีกล่ะ ถึงได้โร่โทรมาฟ้องฉัน” คุณธนวัฒน์ถามน้ำเสียงติดกระด้างเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจกับการไม่ลงรอยของอาหลานคู่นี้

“โธ่...ผมนึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็คนแก่ขี้ฟ้องทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต” สุธนายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เพราะรู้ดีว่าบิดาของเขาไม่ได้โมโหจริงจังอะไรมากมาย

“ก็แกเล่นไปหักหน้าเขาในห้องประชุม เขาก็อายน่ะสิ” อดีตประธานบริษัทเวิร์ลเรียลเอสเตทบอกกับบุตรชายก่อนจะทรุดกายเอนหลังบนโซฟาใหญ่มุมห้อง

“ผมก็พูดไปตามเหตุผลและตามความจริงเท่านั้นซึ่งอาทินน่าจะรับได้ในเหตุผลที่ผมพูดถ้าอาทินมีวุฒิภาวะพอ” ชายหนุ่มพูดตามเหตุผลที่เขาคิดแม้จะดูเหมือนมีอคติก็ตาม

“แกก็เป็นซะอย่างนี้ชอบพูดจาทำลายความรู้สึกอาแกตลอด” คุณธนวัฒน์บ่นกระปอดกระแปดก่อนจะถามถึงความคืบหน้าของโครงการรีสอร์ตที่ภูเก็ต

“คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ ตอนนี้ผมกำลังคุยกับทีมสถาปนิกให้ร่างแบบอาคารของรีสอร์ตมาให้ผมดูก่อน ส่วนเรื่องที่ผมไปดูมาแล้วโลเกชั่นถือว่าดีทีเดียวเพราะติดทะเลซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่น่าจะชอบและที่สำคัญยังไม่มีคู่แข่งมากเท่าไหร่” ชายหนุ่มอธิบายเนื้องานของโครงการพร้อมเพียงคร่าวๆซึ่งอดีตประธานบริษัทมองดูเอกสารรายละเอียดที่ผู้เป็นบุตรชายนำมาให้ดูก็ถึงกับลอบยิ้มด้วยความพอใจ คิดไม่ผิดที่วางมือและให้ชายหนุ่มบริหารงานแทน

“อืม....แกก็ดำเนินต่อไปก็แล้วกัน ส่วนโครงการของอาแกเดี๋ยวให้คนเอาไปให้ที่ห้องทำงานพ่อด้วยล่ะกัน พ่ออยากจะขอพิจารณาดูอีกทีก่อน”

“ครับ แล้วผมจะให้เลขาฯเอาไปให้นะครับ” ชายหนุ่มรับคำด้วยความรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูกรู้ว่าผู้เป็นอาไปพูดหว่านล้อมอะไรบิดาของเขาถึงได้อยากจะพิจารณาโครงการรีสอร์ตที่เชียงใหม่อีกครั้ง

“อ่อ...พ่อลืมบอกแกไปปลายเดือนหน้าพ่อจะให้แกขึ้นไปดูความเรียบร้อยที่ตราดสักหน่อย ทำไมไตรมาสที่ผ่านมาผลกำไรถึงดิ่งลงไปหลายเปอร์เซ็นต์”

สุธนาไม่อยากจะพูดถึงสาเหตุว่าทำไมสาขาภาคตะวันออกถึงได้มีผลกำไรดิ่งลงกว่าไตรมาสที่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผู้บริหารฝ่ายการเงินอย่างคุณอาที่หาวิธียักย้ายถ่ายเทผลกำไรบางส่วนเข่ากระเป๋าตัวเองโดยที่ไม่มีใครจับได้

“ได้ครับ คุณพ่อจะให้ผมไปสักกี่วันล่ะครับ”

“อาทิตย์เดียวก็พอ แกจะได้กลับมาดูแลทางนี้ต่อ” คุณธนวัฒน์บอกบุตรชายก่อนจะลุกขึ้นก้าวออกจากห้องไปทิ้งให้สุธนาได้แต่ถอนใจด้วยความกังวลว่าขออย่างให้สิ่งที่เขากลัวจะเกิดขึ้นเลย



กับดักเสน่หา
สลิลฉัตร
www.mebmarket.com
“คุณมันคนเจ้าเล่ห์ ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นพวกลิ้นสองแฉกตลบตะแลง นี่น่ะหรือสุธนา วงศ์นพกานต์ทายาทเวิร์ลเรียลเอสเตทผู้มั่งคั่ง แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากอสรพิษ” เมริศาโพล่งออกไปอย่างเหลืออดพร้อมกับระดมกำปั้นเล็กๆทุบตีไปตามอกกว้าง แม้เรี่ยวแรงที่หญิงสาวประทุษร้ายจะไม่ได้สร้างความระคายเคืองให้กับสุธนาเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยแรงโทสะเพราะความดื้อดึงอวดดีของหญิงสาวทำให้สุธนาลืมตัว “ผมก็ไม่คิดว่านางแบบสาวลูกเศรษฐีอย่างคุณจะปากคอเราะร้ายไม่ต่างจากแม่ค้าในตลาดติดแอร์”“แล้วไอ้โจรชั่วบ้ากามคนไหนที่ใช้ให้ลูกน้องไปจับตัวแม่ค้าปากตลาดอย่างฉันมา” เมริศาทิ้งมาดนางแบบสาวมานิ่งกลายเป็นสาวปากร้ายต่อปากต่อคำอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ“มันจะมากไปแล้วนะเมริศา” “มันน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างคุณ...” เสียงหวานเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกริมฝีปากร้อนกดประทับเรียวปากสีอิ่ม “อื้อ อนอ้า อ่อยอ๊ะ (คนบ้าปล่อยนะ)” หญิงสาวพยายามเปล่งเสียงร้อง แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่สดับรับฟังเธอเลยสักนิดนอกจากเพิ่มแรงกดบดเคล้าขยี้จนริมฝีปากบางชอกช้ำด้วยความเอาแต่ใจสุธนาดันร่างบางชนชิดติดกำแพงโดยไม่ยอมถอนจุมพิตร้อนจากกลีบปากแสนหวาน ร่างหนาเบียดชิดจนอกแกร่งบดเบียดกับความนุ่มหยุ่นของทรวงอกอวบจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านางแบบสาวหุ่นบอบบางจะซ่อนความอวบใหญ่ไว้ภายใต้เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ร่างสูงถึงกับอดใจไม่ไหวที่จะสัมผัสเนื้อแท้ของความอวบอิ่มนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha