กับดักเสน่หา (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ตอนที่ 12 : หึงหรืออย่างไร 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


บ่ายๆของวันสบายๆสำหรับนางแบบสาวที่ลาพักงานชั่วคราวอย่างเมริศาแต่หญิงสาวก็ไม่ว่างเว้นจากการดูแลตัวเองอย่างออกกำลังกายและการไปฟิตเนสเพื่อดูแลรูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอแม้ว่าจะอยู่ในช่วงพักผ่อนก็ตาม

“จะออกไปข้างนอกหรือยัยเมร์” คุณมณีมาศเอ่ยถามบุตรสาวที่กำลังก้าวลงมาจากชั้นบน คนถูกถามยิ้มสดใสก่อนจะโผเข้ากอดร่างอวบท้วมของคุณมณีมาศอย่างประจบ

“เมร์จะออกไปฟิตเนสหน่อยค่ะ ช่วงนี้เจริญอาหารเดี๋ยวพุงปลิ้นขายไม่ออกกันพอดีค่ะ” หญิงสาวพูดติดตลกอย่างอารมณ์ดีแล้วหอมแก้มผู้เป็นมารดาฟอดใหญ่เป็นการประจบทิ้งท้าย คุณมณีมาศมองตามพร้อมด้วยรอยยิ้มด้วยความอิ่มสุขปลาบปลื้มในตัวบุตรสาว

หลังจากขับรถออกจากบ้านแล้วเมริศาก็ตรงดิ่งมายังสปอร์ตคลับซึ่งอยู่ภายในโรงแรมเกรทสตาร์นั่นเอง เมริศาก้าวออกจากพาหนะคันย่อมโดยไม่ลืมยกกระเป๋าสัมภาระที่ใส่อุปกรณ์ในการออกกำลังกายแต่ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้าวเข้าด้านในของโรงแรมสายตาหวานพลันเหลือบไปเห็นรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลานจอดรถ ซึ่งเมื่อเห็นเมริศาจ้องมองด้วยความสงสัยรถกระบะคันดังกล่าวก็รีบขับเคลื่อนออกไปในทันที

เกือบสามชั่วโมงที่เมริศาใช้เวลากับการออกกำลังกายเพื่อเบิร์นพลังงานให้รูปร่างฟิต     เฟิร์ม สมส่วนตามแบบฉบับของนางแบบที่เอาใจใส่ตัวเองอย่างมีวินัย

ทิ้งช่วงการออกกำลังกายมาไม่ถึงอาทิตย์ พอกลับมาเล่นอีกทีเหนื่อยไม่เบาเลย หญิงสาวบ่นอุบก่อนจะเดินเหงื่อชื้นกายตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะหาอะไรเบาๆที่ให้ไฟเบอร์ต่อร่างกายใส่ท้อง และด้วยความหิวจากการออกกำลังกายอย่างหนักทำให้เมริศาตรงดิ่งมามายังร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ชั้นล่างของฟิตเนสภายในโรงแรมซึ่งเมริศาเคยมาทานแล้วครั้งครั้งนึงกับครอบครัว

นางแบบสาวสั่งอาหารเพียงแค่สองอย่างเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการรอมากนักและที่สำคัญอาการหิวจนท้องกิ่วก็เข้าจู่โจมเธอจนรู้สึกโหวงเหวงในท้องจนหญิงสาวต้องพึ่งน้ำชาอุ่นๆที่บริกรยกมาเสิร์ฟขึ้นดื่มเพื่อบรรเทาอาหารหิวในระหว่างที่รออาหาร

“ยกเลิกนัดกับลูกค้าก็ไม่บอกผม” ชายหนุ่มมาดภูมิฐานผิวขาวสะอาดสะอ้านถือวิสาสะเข้ามานั่งร่วมโต๊ะทำเอาเมริศาถึงกับนิ่งอึ้งงุนงงด้วยความสงสัยว่าเธอนั้นไปรู้จักกับผู้ชายตรงหน้านี้ที่ไหนเมื่อไหร่

“ขอโทษนะคะ คุณนั่งผิดโต๊ะหรือทักผิดคนหรือเปล่าคะ” เมริศาถามอีกฝ่ายด้วยความไม่แน่ใจนัก คำถามของหญิงสาวสร้างความหงุดหงิดให้กับมิมะยิ่งนักเพราะเข้าใจว่าเมริศาคือเมษญา

“คุณจะเล่นมุขคนไม่รู้จักกันกับคนที่เพิ่งจูบคุณเมื่อเช้าอย่างนั้นหรือเมษญา” มิมะสวนกลับน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตาวาวโรจน์ลุกโชนด้วยความไม่พอใจ นางแบบสาวถึงบางอ้อในทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยชื่อพี่สาวฝาแฝดของเธอแม้จะยังคลางแคลงใจในประโยคที่ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นหลักที่เธอสงสัยถึงความสัมพันธ์ของเมษญาพี่สาวเธอกับผู้ชายมาดกวนๆตรงหน้านี้

“คุณทักผิดคนแล้วค่ะ ฉันไม่ได้ชื่อเมษญา” เมริศาสวนกลับเสียงเรียบอย่างไม่แสดงอาการใดๆนอกจากแปลกใจเท่านั้น

“นี่คุณรังเกียจผมมากถึงขนาดทำเป็นไม่รู้จักกันเลยใช่ไหม ดีถ้าอย่างนั้นผมจะทบทวนความจำคุณเดี๋ยวนี้”

เพี๊ยะ!!

ยังไม่ทันที่มิมะจะได้ประชิดตัวเมริศาชายหนุ่มก็ถูกมือบางของของสามั่นอย่างเมษญาฟาดใส่เข้าที่ใบหน้าซีกซ้ายอย่างแรงจนลูกค้าในร้านรวมทั้งเมริศาเองก็ถึงกับตกใจก่อนจะปราดเข้าไปรั้งตัวผู้เป็นพี่สาวเพื่อห้ามปราม คนถูกตบยืนตะลึงชั่วขณะอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าจะมีเมษญาผู้หญิงที่เขาคลั่งไคล้ถึงสองคน จนเมื่อชายหนุ่มพินิจพิจารณาถึงความแตกต่างของบุคลิกและการแต่งกายรวมทั้งแววตาของผู้หญิงสองคนตรงหน้านี้ช่างต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมษญานั้นดูคล่องแคล่ว มั่นใจ แต่อีกคนกลับดูอ่อนหวานเรียบร้อยไร้แววกระด้างต่างจากเมษญา

“คนน่ารังเกียจ ออกไปให้ห่างน้องสาวฉันเลยนะ” เมษญาตวาดไล่มิมะอย่างไม่สนใจสายตาของคนในร้าน

“พี่มิ้นต์คะเบาๆหน่อยค่ะ คนมองกันใหญ่แล้ว” เมริศาพยายามปรามพี่สาว

“ไม่บงไม่เบาแล้วยัยเมร์ แกก็เห็นนี่ว่าผู้ชายคนนี้กำลังจะทำอะไรบ้าๆกับแก” เมษญาเดือดดาลโกรธกรุ่นอย่างไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเธอจึงได้ขาดสติโวยวายต่อหน้าลูกค้ามากมายมากมายอย่างไม่อายแบบนี้ หรือเธอจะโมโหที่มิมะจะฉวยโอกาสกับน้องสาวเธอเหมือนที่เคยทำกับเธอ หรือเพราะว่าเธอหึง หญิงสาวคิดหาคำตอบให้กับตัวเองด้วยใจที่ว้าวุ่นก่อนจะรั้งเมริศาออกจากร้านไปอย่างเร็ว

ทางด้านมิมะที่พอจะจับต้นชนปลายได้บ้างก็รีบก้าวตามสองสาวนั้นไปอย่างไวเพื่อชำระความกับแม่เสือสาวอย่างเมษญาที่กล้าตบเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย

“ผมขอชำระความกับพี่มิ้นต์ของคุณสักครู่นะครับ” มิมะไม่รั้งรอให้เมริศาอนุญาตจัดการกระชากต้นแขนของเมษญาตรงไปยังลานจอดรถแม้ว่าคนดื้อรั้นอย่างเมษญาจะดิ้นรนขัดขืนก็ตาม

“นี่คุณปล่อยฉันนะ ยัยเมร์ไปตาม รปภ.มาลากผู้ชายบ้าคนนี้โยนออกไปนอกโรงแรมเราที” เมษญาสั่งน้องสาวที่พยายามยื้อยุดช่วยเธอจากชายหนุ่ม นางแบบสาวลังเลทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าจะไปตามคนมาช่วยหรือจะทำยังไง

“คุณปล่อยพี่มิ้นต์ก่อนเถอะนะคะ มีอะไรก็พูดกันดีๆ” เมริศาพยายามพูดเพื่อให้ชายหนุ่มใจเย็นลง และดูเหมือนคำพูดของเธอจะได้ผลเมื่อดูจากท่าทีอ่อนลงของชายหนุ่ม

“ผมแค่ขอคุยกับพี่มิ้นต์ของคุณเท่านั้น รับรองว่าจะไม่ทำอะไรพี่คุณเด็ดขาด” มิมะโพล่งออกมาน้ำเสียงจริงจัง

“อย่าไปเชื่อเขา ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าโรคจิต ยัยมิ้นต์อย่าไปฟังเขา” เมษญาอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มหันไปพูดกับน้องสาวกระหน่ำกำปั้นทุบตีร่างสูงพัลวันจนมิมะถึงกับโอดครวญ

“คุณนี่ โอ๊ย! ผมเจ็บนะ” ร่างสูงร้องเสียงหลงเมื่อเจอกำปั้นเล็กๆทุบอั๊กเข้าที่อกแกร่งเต็มแรงพร้อมกับขึงตาดุใส่อย่างเข่นเขี้ยว

เมริศามองดูพี่สาวกับชายหนุ่มคู่กรณีก็พอจะเดาได้ว่าทั้งคู่น่าจะมีอะไรที่ลึกซึ้งต่อกันเป็นแน่เพราะดูจากท่าทีของเมษญาผู้เป็นพี่สาวแล้วบ่งบอกชี้ชัดถึงอาการแง่งอนกระเง้ากระงอด

“เมร์ว่าเพื่อนพี่มิ้นต์คงมีอะไรอยากจะตกลงกันเป็นการส่วนตัว งั้นเมร์ขอตัวไปทานมื้อเที่ยงก่อนนะคะ เดี๋ยวจะขึ้นไปรอพี่มิ้นต์ที่ห้องทำงานก็แล้วกันค่ะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆก่อนจะปล่อยให้ทั้งคู่ได้ตกลงกัน ทันทีที่เมริศาหันหลังกลับไปที่ร้านอาหาร ทันทีที่ลับร่างบางของนางแบบสาวแล้วมิมะก็หันมาจัดการชำระความกับสาวมั่นแสนรั้นอย่างเมษญา

“หึๆๆ คราวนี้คุณไม่รอดแน่” มิมะแกล้งขู่อีกฝ่ายเพื่อข่มขวัญเป็นการตัดกำลังหญิงสาวทางอ้อม

“คนบ้า อย่านะ ถ้าคุณทำอะไรบ้า ฉันจะร้องให้ลั่นโรงแรมเลย” สาวมั่นขู่ฟ่อราวกับนางแมวขี้โมโห มิมะระบายยิ้มกว้างก่อนจะขอสงบศึกกับหญิงสาวเพราะเขาต้องการคุยกับเมษญาอย่างจริงๆจังๆสักที

“โอเคๆผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไร ผมแค่อยากคุยกับคุณเท่านั้น” 

“อยากคุย? คุณมีอะไรอยากจะคุยกับฉันอีก” เมษญาถามกลับน้ำเสียงห้วนๆ

“เรื่องของเรายังไงล่ะที่ผมอยากจะคุย ผมไม่อยากให้คุณคิดว่าผมเล่นๆกับคุณเพื่อสนุกไปวันๆเท่านั้น” ชายหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงๆจังไร้แววล้อเล่นเหมือนที่เคยเป็น เพราะความต้องการที่จะคบหากับเมษญาอย่างเปิดเผยด้วยความจริงใจ ผู้บริหารสาวไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มมาดกะล่อนติดจะขี้เล่นอย่างมิมะจะดูจริงจังมากเป็นพิเศษ

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปคุยกันที่ร้านกาแฟชั้นล่างก็แล้วกัน” เมษญาเลือกสถานที่ผู้คนพลุกพล่านด้วยกลัวชายหนุ่มจะจู่โจมเธอเหมือนเมื่อตอนเช้า มิมะยอมตามใจหญิงสาวแต่โดยดีเพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรใจร้อนอย่างที่ผ่านมา ผู้บริหารสาวมาดมั่นแทบจะไม่น่าเชื่อว่าตลอดเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงที่เธอนั่งคำฟังความรู้สึกภายในใจของแขกคนสำคัญของโรงแรมอย่างมิมะ

“ฉันว่าคุณคิดทบทวนความรู้สึกตัวเองใหม่อีกครั้งจะดีกว่าไหม คือ...จะพูดยังไงดี ฉันว่าเราสองคนรู้จักกันได้ไม่นานแถมเราทั้งคู่ยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกันเลยและที่สำคัญทุกครั้งที่เราเจอกันไม่เคยที่คุณหรือฉันจะพูดดีๆกันเลยสักครั้งแล้วแบบนี้จะเรียกว่า...เอ่อ..ชอบกันได้อย่างไร” เมษญาพูดไปตามความรู้สึกซึ่งตรงข้ามกับมิมะเพราะเขารักเธอก็เพราะความเป็นตัวของตัวเอง แม้หญิงสาวจะมั่นใจในตัวเองแต่เธอก็มีมุมน่ารักสดใสในสายตาของเขา

“คุณเคยได้ยินไหมว่าความรักไม่ต้องการเวลาแค่พบหน้าก็รู้ว่าหัวใจและความรู้สึกต้องการใครเข้ามาเติมเต็มในชีวิตและหัวใจ”  คำพูดหวานจากใจของชายหนุ่มทำเอาเมษญาถึงกับอมยิ้มเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มอารมณ์ดีจะบอกรักได้น่ารักขนาดนี้แม้จะดูเฉิ่มเชยไปบ้างแต่สำหรับเธอแล้วถือว่าชนะใจเลยทีเดียว

“ชิส์! คุณนี่มันบ้ากว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ” เมษญาย่นจมูกใส่ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะยกแก้วน้ำส้มสีสดขึ้นดื่มกลบเกลื่อนอาการเขินอาย

“ถ้าไม่บ้าแล้วจะพิชิตใจสาวมั่นอย่างคุณได้หรือครับ” มิมะพูดติดตลกอย่างอารมณ์ดี ไม่อยากจะเชื่อว่าเขากับเมษญาจะเข้าใจกัน ที่เหลือก็แค่ฝ่าด่านผู้ใหญ่เท่านั้นซึ่งไม่ยากเกิดความสามารถของเขาแน่นอน

 

ทางด้านเมริศาซึ่งอิ่มหนำกับมื้อเที่ยงจนสบายท้องก็อดนึกห่วงพี่สาวขึ้นมาไม่ได้จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาผู้เป็นพี่สาวด้วยความเป็นห่วง “พี่มิ้นต์อยู่ไหนแล้วคะ” นางแบบสาวเอ่ยถามพี่สาวในสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ

“อยู่คอฟฟี่เลอนัวร์ชั้นล่างนี่ล่ะ แล้วเราล่ะยัยเมร์อยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าทิ้งพี่แล้วแอบไปกินมื้อกลาง” เมษญาถามอย่างรู้ทัน เพราะรู้ดีว่าเมริศานั้นไม่สามารถปล่อยให้ท้องหิวได้นาน เพราะน้องสาวเธอนั้นเข็ดขยาดกับความเจ็บปวดด้วยโรคกระเพาะมาแล้วเมื่อสมัยยังเป็นเด็กพอโตมาก็เลยกลัวจะกลับมาเป็นอีกจึงมักจะทานอาหารให้ตรงเวลารวมทั้งใส่ใจเรื่องโภชนาการเป็นพิเศษผิดกับเธอที่บ้างานจึงไม่ค่อยได้ใส่ใจดูแลตัวเองมาเท่าไรแต่ก็นับว่าโชคดีที่เธอมักจะไม่ค่อยเป็นอะไรนอกจากไมเกรนโรคประจำตัวที่อยู่คู่กับเธอมาตั้งแต่เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย

“แหะๆ พี่มิ้นต์รู้ทันตลอดเลยนะคะ ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเขาทำอะไรพี่มิ้นต์หรือเปล่าคะ” เมริศาถามด้วยความเป็นห่วงและใคร่อยากรู้ว่าพี่สาวเธอกับผู้ชายคนนั้นจะเป็นยังไงกันบ้าง

“เขาไม่กล้าหือกับพี่หรอก ลองทำอะไรสิพี่จะร้องให้โรงแรมแตกเลย” เมษญาส่งสายตาพิฆาตข่มขวัญชายหนุ่มที่นั่งจิบกาแฟมองเธอสนทนากับน้องสาวในสาย

“แหมๆๆ ว่าแต่พี่มิ้นต์ไปปิ๊งปั๊งกันที่ไหนยังไงเล่าให้เมร์ฟังบ้างสิคะ เผื่อจะเป็นวิทยาทานให้น้องสาวคนนี้พบหนุ่มในฝันกับเขาบ้าง” เมริศาแกล้งพูดเย้าพี่สาว

“ยัยบ๊องเอ๊ย กลับบ้านไปได้แล้ว พี่จะไปทำงานต่อแล้วเหมือนกัน” ผู้เป็นพี่เลี่ยงจะตอบคำถามด้วยความรู้สึกเขินอายก่อนจะชิงวางสายผู้เป็นน้องสาวเสียดื้อๆ ส่วนเมริสาก็ได้แต่อมยิ้มเมื่อรู้ว่าพี่สาวของเธอดูจะแฮ้ปปี้เอนดิ้งเพราะฟังจากน้ำเสียงแล้วดูจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนอกจากรอลุ้นว่าบิดามารดาของเธอจะว่ายังไงหากพี่สาวของเธอเปิดเผยเรื่องชายหนุ่มมาดกวนบุ่มบ่ามแต่ดูจะจริงจังกับพี่สาวของเธออยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ภายในห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอย่างสุธนาซึ่งกำลังเคร่งเครียดกับหลักฐานส่วนหนึ่งที่เขาให้เลขาฯเช็คดูกับทางฝ่ายบัญชี เนื่องจากผลกำไรสองสามไตรมาสที่ผ่านมาของรีสอร์ตที่สิงคโปร์ลดลงไปหลายเปอร์เซ็นต์อย่างไม่น่าเชื่อซึ่งขัดกับยอดจองและเช็คอินเข้าพักของลูกค้า

มันต้องมีอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะตัดสินใจเมลล์บอกให้ผู้จัดการสาขาที่สิงคโปร์ส่งรายละเอียดข้อมูลของค้าที่เช็คอินตั้งแต่ปีก่อนกับยอดรวมของผลรายได้เพื่อเปรียบเทียบความผิดปกติในครั้งนี้ หลังจากส่งเมลล์เพื่อขอข้อมูลจากสาขาแดนไกลแล้วสุธนาก็เหลือบมองดูเวลาจานาฬิกาข้อมือของตนเองซึ่งบอกเวลาใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้ว

ฮู้...ทำงานเพลินจนลืมเวลาไปเลยเรา ชายหนุ่มยืดแขนบิดกายเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานแล้วหันไปปิดอุปกรณ์การทำงานอย่างโน๊ตบุ๊คคู่ใจก่อนจะคว้ากระเป๋าเอกสารก้าวออกจากห้องทำงานเพื่อตรงกลับคฤหาสน์ ในระหว่างที่นักธุรกิจหนุ่มเดินตรงไปยังลานจอดรถสายตาคมพลันเหลือบไปเห็นห้องทำงานของผู้เป็นอายังเปิดไฟอยู่จึงอดที่จะเดินเข้าไปดูไม่ได้ด้วยความสงสัย

ทันทีที่สุธนาเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องผู้เป็นอาซึ่งดูเหมือนจะง่วนกับข้อมูลอะไรสักอย่างในโน๊ตบุ๊คก็ถึงกับตกใจหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อเห็นชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง

“ยะ...ยังไม่กลับอีกหรือตาธนา” ทินกรเอ่ยทักสุธนาเสียงสั่นประหม่า

“กำลังจะกลับครับ ว่าแต่อาทินล่ะทำไมถึงยังไม่กลับ” ปากถามหากแต่สายตาของสุธนากลับจับจ้องไปที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นอา

คนถูกถามรีบเก็บเอกสารบางส่วนใส่กระเป๋าเอกสารอย่างเร็วก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์พกพายัดใส่กระเป๋ามือไม้สั่น สุธนามองดูพิรุธของผู้เป็นอาแล้วอดสงสัยไม่ได้ แต่ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรเพื่อดูข้อมูลภายในแฟ้มเอกสารและข้อมูลในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่ผู้เป็นอาดูจะหวงนักหนาถึงขนาดจะพกกลับบ้านไปด้วย

“อาก็กำลังจะกลับเหมือนกัน”

“อย่างนั้นหรือครับ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนก็แล้วกันครับ” สุธนาจำต้องละความสงสัยลงชั่วขณะ เพราะถ้าเขาเกิดพลั้งปากถามอะไรไปอาจจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นฉะนั้นเขาจำต้องใจเย็นๆ

ทันทีที่ร่างสูงของสุธนาก้าวออกจากห้องทินกรก็ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

ฮู่ว!...แม่งเอ๊ย เกือบไปแล้วสิเรา ถ้าไอ้  ธนามันรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ล่ะก็...มีหวังได้เด้งจากตำแหน่งแน่ๆ ไม่อยากจะคิดเลย

คนใจไม่ซื่อคิดในใจอย่างโล่งอกก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากห้องทำงานโดยไม่ลืมหอบแฟ้มเอกสารและโน๊ตบุ๊คติดมือไปด้วยเกรงว่าชายหนุ่มจะย้อนกลับมาแล้วได้เห็นข้อมูลที่เขาเปลี่ยนแปลงตัวเลขบางอย่างทางบัญชีมีหวังเขาได้เข้าไปนอนในซังเต ทินกรคิดอย่างเสียวสันหลังวาบแต่ถ้าต้องเสี่ยงแล้วทำให้เขาได้ครอบครองบริษัทเวิร์ลเรียลเอสเตท รวมทั้งเวิล์ดซีซั่นแกรนด์โฮเตล แอนด์ รีสอร์ต์เขาก็คิดวามันคุ้มค่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha