บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 4 : CEO จอมบงการ(รัก)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


3

CEO จอมบงการ(รัก)

โรงพยาบาลเอกชนที่ดูเต็มไปด้วยคนป่วยที่มาเข้ารับการรักษา ฝากชีวิต ฝากความหวังไว้กับฝีมือแพทย์ผู้ชำนาญการ เสียงคนเจ็บป่วยจอแจ แพทย์พยาบาลก็ต่างกุลีกุจอวุ่นวายกับการทำหน้าที่ มีเจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มเข็นรถคนป่วยกันในพล่าน บ้างก็เก้าอี้คนเจ็บ เข้าออกไม่ขาดสาย สีหน้าผู้คนในสถานที่แห่งนี้หาความสดใสไม่ได้เลย คนไข้มีแต่ความวิตกทรมานในดวงตา แพทย์ พยาบาลต่างก็วุ่นวายกับการรักษาและต้องรับความกดดันจากบรรดาญาติของคนไข้ ที่แน่นอนอย่างยิ่งว่าจะต้องฝากความหวังไว้ที่พวกเขา

ดานิเอลได้รับบาดแผลพอสมควร แต่ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์แบบ ทำให้อาการบาดเจ็บเหล่านั้นทำอะไรเขาไม่ได้ แม้จะเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่เขาเลือกที่จะมานั่งเฝ้าข้างๆ อัญญ์มาลี ที่ตอนนี้หมอกับพยาบาลกำลังให้การรักษา หญิงสาวสีหน้าซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด คงคิดว่าเธอคงตกใจอย่างสุดขีด ระหว่างความเป็นกับความตาย มันเป็นเหตุการณ์การที่ไม่มีใครคาดไว้

“ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า” เขาถาม ตอนนี้อัญญ์มาลีได้สติครบถ้วนทุกประการ อาการเจ็บปวดระบมไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะไหล่ขวาลงไปตลอดทั้งแขน เพราะการกระแทกอย่างรุนแรง ต้องเข้าเฝือกเอาไว้ ดีที่มันไม่ร้ายแรกมาก และที่ดีอย่างเหลือเชื่อคือทั้งสอง ยังคงมีชีวิตอยู่

“ใครจะคาดคิด ว่าอุบัติเหตุจะโจมตีฉัน ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแบบนี้ละคะ” หญิงสาวยื่นปากพึมพำ นี่เธอโชคร้ายจริงๆเหรอนี่

“อย่าคิดมากสิ” เขาหยุดจ้องตา “นับจากนาทีนี้ คุณจะเป็นผู้หญิงที่โชคดี” เขาเอ่ยระคนน้ำเสียงขันๆ “เพราะอยู่ในปกครองของผม... ผู้หญิงของผม คือคนที่โชคดีที่สุด อย่างน่าอิจฉา” สิ้นเสียงสรุปจากเขาทำเอาหญิงสาวถึงกับตาโตด้วยความสงสัย พระเจ้า โชคดีจนน่าอิจฉางั้นเหรอ มันต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดขนาดนี้เลยรึไง เฮอะหญิงสาวได้แต่เถียงในใจ

ผู้ช่วยพยาบาลหนุ่มช่วยพยุงหญิงสาว จะพาเธอขึ้นรถเข็น ได้เวลากลับไปพักฟื้นแล้วสินะ ตอนนี้มีคนห้อมล้อมเต็มไปหมด จากการสังเกตดูน่าจะเป็นบอดีการ์ดหรือไม่ก็ผู้ช่วยของเขานั่นล่ะ ส่วนเธอก็มีนางพยาบาลและบุรุษพยาบาลมารอเพื่อพาเธอไปส่งขึ้นรถ

“ไม่ต้อง” ดานิเอลสวมตัวเข้ามา “หน้าที่ผม” พูดจบ เขาช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม ไปนั่งรถเข็น ก่อนจะพาเธอไปที่รถที่คนของเขาพร้อมเลขาหนุ่มคนสนิท มารอรับอยู่แล้ว พวกเขาจัดการรถสปอร์ตที่ได้รับอุบัติเหตุ ก่อนมารายงานดานิเอลว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุ หลังจากดานิเอลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตำรวจ และนักสืบเอกชนก็เข้าที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐาน มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ มันเป็นอุบัติเหตุที่... ไม่แนบเนียนนัก

คราวต่อไป ดานิเอลจะต้องไปให้ปากคำ รวมถึงความขัดแย้งทางธุรกิจ อะไรที่จะเป็นเหตุจูงใจให้มีการหมายเอาชีวิต นักธุรกิจหนุ่มหล่อ ฉายาเทพเจ้าการสื่อสารแห่งยุโรปได้ ทุกอย่างผู้ช่วยรายงานเขาไว้

 

เมื่อถึงเพ้นท์เฮ้าส์ อัญญ์มาลีถูกพาตัวไปที่ห้องพัก เจ้านายคนใหม่อุ้มเธอมาส่งเองกับมือ เขาอุ้มเธออย่างถนอมระวัง เขากลัวเธอเจ็บมากไปกว่านี้ เพราะสภาพร่างกายที่ระบมไปทั่ว เขาเองก็มีส่วนผิดที่ขับรถเร็วเกินอัตราที่กำหนดในสภาพที่ท้องถนนเต็มไปด้วยน้ำแข็งแบบนั้น เพราะเหตุนี้ เขาคิดว่ารอให้สาวน้อยเจ้าของตากลมโตคนนี้หายเจ็บ เขาน่าจะหาอะไรทำเพื่อปลอบขวัญเธอหน่อย น่าจะดี

“นี่คือห้องพักของคุณ...” เขาเอ่ยขึ้น หลังจากวางเธอลงนั่งบนเตียงกว้าง ห้องนอนของหญิงสาวตกแต่งสไตล์นีโอโกธิคที่ดูเรียบ ทว่าหรู แล้วก็ให้ความรู้สึกสบาย ปลอดภัยในนาทีแรกที่เข้ามาภายในห้อง เธอเองก็รู้สึกชอบตั้งแต่นาทีแรกที่สัมผัส แล้วก็อยากเอนกายนอนพักแล้วตอนนี้ ตั้งแต่มาถึงที่นี่ ยังไม่มีคืนไหนหลับสนิทเลยนะ เอาจริงๆ จากนอนบนเครื่อง แล้วก็มานอนโรงพยาบาล เธอก็ไม่ได้เจ็บอะไรนักหนาทำไมเจ้านายคนใหม่ไม่พากลับก็ไม่รู้ อาจจะเพราะมันดึกมากละมัง คืนนี้หวังว่าจะได้หลับแบบสบายๆ สักคืนนะ ถือเสียว่าเมตตาสาวน้อยผู้เดินทางมาไกล จะได้ไหมนะ หญิงสาวมองสำรวจห้องนอนไปพลางก็อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง แต่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า อากัปกิริยาของตนนั้นถูกสายตาคมคู่หนึ่งจับจ้องอย่างขบขัน ระคนเอ็นดูอย่างประหลาด กว่าจะรู้ตัวก็นาทีที่หลุดออกจากภวังค์มาพบว่าเขากำลังมองอยู่แล้วเธอหันมาสบประสานสายตาคมคู่นั้นเข้าพอดี

“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบอย่างรู้สึกขอบคุณ

“ผมจะสั่งให้คนมาช่วยดูแลก็แล้วกัน คงหลายวันกว่าอาการจะปกติ” เขาหยุดเว้นจังหวะ เอี้ยวร่างสูงไปลากเก้าอี้มานั่งประจันหน้าเธอ ชายหนุ่มหรี่ตาใส่เธออย่างสังเกต “หมอบอกว่าต้องใส่เฝือกสามสัปดาห์ใช่ไหม” เขายังหรี่ตาใส่เธอ แต่ไม่มีรอยยิ้ม ทำหน้าแบบนี้มันดูดุนะ รู้ตัวไหมเธอตำหนิเขาในใจ

“คุณยังเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ดูเขาเป็นห่วงในน้ำเสียง คงคิดว่าเธอกลายเป็นความรับผิดชอบของเขาไปเสียแล้วสินะ

“ตอนนี้... เจ็บแขนค่ะ แต่ว่าฉันทนได้” ฉันถึกค่ะ คุณพ่อสอนให้ฉันหัดอดทนมาตั้งแต่เด็กประโยคหลังเธอละเอาไว้ในใจ เดี๋ยวนายจ้างจะตกใจว่าจ้างคอนกรีตเหล็กมาทำงาน   

“ผมเสียใจ... มันดูช่างไม่น่าประทับใจเลยใช่ไหม” เขาเปรยอย่างขบขันแต่ดวงหน้าคมหล่อเหลายังคงปราศจากรอยยิ้ม เขาดุ นิ่งสุขุม เขาทำได้อย่างไรกันนะ อาการที่เรียกว่า เก๊กน่ะ

แหงล่ะค่ะเธอตอบฉับไว แต่ตอบในใจเท่านั้น

“ฉัน... ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากนะคะ แผลนิดหน่อยเอง” โลกสวยเข้าไปอัญญ์มาลี นี่เธอไม่รู้ตัวเลยจริงๆ หรือว่าแขนหัก เข้าเฝือกอยู่ซึ่งมันอาจจะกินเวลานานสามหรือไปจนถึงหกสัปดาห์ ชั่ววินาทีทันใดนั้นเองเขาโน้นหน้าเข้ามาใกล้ มองจ้องบริเวณที่แขนถูกเข้าเฝือกอยู่ ก่อนพ่นลมเป่ารดลงมาเบาๆ ราวปลอบขวัญ...

เพี้ยง!

“ถือว่า ปลอบให้หายเสียขวัญ...” สิ้นเสียงร่างสูงก็เดินออกไปอย่างเงียบเชียบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แก้มสาวทั้งสองข้างร้อนผ่าวราวว่ามีแท่งเหล็กร้อนฉาบทามันเอาไว้ และหัวใจเต้นแรงแบบแปลกๆ มันอ่อนไหวไปได้กับท่าทีใส่ใจเธอที่เขามอบให้

ไม่สิ เขาควรต้องมอบให้อยู่แล้ว... เพราะที่เธอต้องเจ็บแบบนี้ ก็เพราะการขับรถในความประมาทของเขา

ใช่! เขาต้องดีกับเธอสิ มันถึงจะถูก แม้ว่าเธอจะเป็นลูกจ้างก็เถอะ

แต่... เขาแค่ทำไปเพราะรู้สึกผิดที่ทำเธอต้องมาเจอเรื่องร้ายแบบนี้กระมัง

ในเวลาที่กำลังเคลิ้ม ร่างสูงก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนสาว พร้อมบัตเลอร์[1]สองคนที่ถืออ่างน้ำอุ่น อีกคนมีผ้าขนหนูสีขาวพาดท่อนแขนมา ขนาบข้างซ้ายขวา เธอหยัดตัวขึ้นนั่งบนเตียง ดวงตาเบิกโต

“นี่... อะไรกันคะ”

“คุณจะนอนแล้วหรือ?”

“ฉันง่วงแล้ว...” เสียงหวานฟังดูงอแง

“จะนอนทั้งที่ไม่ได้อาบน้ำ?” เป็นเชิงถาม หันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้บัตเลอร์หนุ่มทั้งสองออกไปรอข้างนอกห้อง ก่อนเข้าไปนั่งใกล้ๆ หญิงสาว

“คนเจ็บเข้าเฝือกอยู่ อาบน้ำไม่ได้... เช็ดตัวก็แล้วกัน”

“ก็ได้ค่ะ งั้นคุณก็ออกไปได้แล้วนะคะ”

“ผมทำให้...” เขาเอ่ยอย่างมีใจบริการ เธอหันมามองขวับ หรี่ตาใส่อย่างไม่เข้าใจ เขาเนี่ยนะจะเช็ดตัวให้เธอ

โอ... ไม่ พ่อกับพี่ชายยังไม่เคยทำให้เธอเลย

“ทำไมมองแบบนั้น”

“ฉะ... ฉันเป็นผู้หญิง และคุณเป็นผู้ชาย” เธออึกอัก

“คุณมั่นใจแค่ไหน จะทำเองได้”

“ไม่มีแม่บ้าน... หรือบัตเลอร์สาวหรือคะ”

“ผม หนุ่มโสด อยู่คนเดียวมาตลอด จะจ้างบัตเลอร์สาวมาทำไม”

“นั่นสินะ” หญิงสาวพึมพำ สายตาเขายังตรึงบนใบหน้าเธอ

“เลือกเอา จะให้ผมทำ” เขาหยุดจ้อง “หรืออยากให้บัตเลอร์หนุ่มๆ มะรุมมะตุ้มเช็ดตัวให้คุณดี”

“ไม่เช็ดไม่ได้เหรอคะ”

“นี่คุณ...” เขาหยุดแล้วใช้สายตาคมเข้มมองสำรวจเธอ “เป็นสาวซกมกหรือนี่”

“ไม่ใช่นะ” หญิงสาวเชิดคางปัด

“ลีลามาก เดี๋ยวก็ดึกเข้าไปอีก”

“มานั่งตรงนี้” เขาเรียกเธอขยับไปนั่งที่เก้าอี้ยาวตรงปลายเตียง เขาวางอ่างน้ำอุ่นบนโต๊ะเตี้ยข้างๆ ผ้าขนหนูขนนุ่มสีขาวๆ พร้อมในมือเขา ใบหน้าหล่อยังเรียบนิ่งปราศจากรอยยิ้ม

หญิงสาวขยับตัว ลุกไปหาตามคำสั่ง หัวใจเต้นแรง เลือดในกายสาวสูบฉีดอย่างแรงกล้า

มือเพรียวแกร่งปัดผมยาวสลวยพาดไปรวมไว้ข้างต้นคอ ก่อนปลดสายคล้องคอของเจ้าเฝือกนรกนั่น

“คุณจะเช็ดตัวให้ฉัน ไปทั้งตัวเลยหรือคะ” ถามน้ำเสียงสั่น

“ไม่เช็ดทั้งตัว... จะเรียกว่าเช็ดตัวเรอะ!” น้ำเสียงเขาฟังดูเหมือนเริ่มมีแววหงุดหงิดนะ

หญิงสาวลอบถอนหายใจจนเขาแอบได้ยิน

“แก้ผ้าสิ” เขาสั่ง เธอใจหล่นตุบ

“เอ่อ...”

“เร็วสิ!” เขารบเร้า นิ้วเรียวแกร่งเกลี่ยเส้นผมที่มันคลอต้นคอเธอออกอย่างแผ่วเบาจนเธอรู้สึกจั๊กจี้ เธอแกะกระดุมเสื้อด้านหน้าออก มันค่อนข้างจะลำบาก เพราะแขนยังระบมและเจ็บร้าว

“หันหน้ามา” เขาสั่ง

“จะทำไมคะ?”

“จะถอดให้” เขาหยุด “สาวน้อย... ผมไม่มองคุณหรอกนะ และรู้ไว้ด้วยว่า ผมยังไม่มีอารมณ์ตอนนี้” สบายใจบ้างหรือยังประโยคหลังเขาละเอาไว้ในใจ

“ฉะ... ฉันไม่เช็ดตัวไม่ได้เหรอ” เสียงหวานบอกอิดออด

“ชอบนอนแบบเหม็นๆ ก็ตามใจ” เขาทิ้งผ้าขนหนูลงในอ่างน้ำอุ่นอย่างอารมณ์เสีย

“กะ... ก็ได้ค่ะ แต่คุณห้ามมองหน้าอกฉันนะคะ แล้วก็ห้ามแตะต้องฉันด้วย” เธอร่ายยาวยืด น้ำเสียงสั่นระริก

“โอเค... โอเค๊” เขาสบตากลมโต หญิงสาวพบว่าเขากำลังขบกรามแน่น ส่วนเธอก็รู้สึกแห้งผากในลำคอแบบแปลกๆ มันรู้สึกหวิวหวั่นอย่างไรบอกไม่ถูก

นิ้วเรียวแกร่งส่งมาแกะกระดุมเสื้อให้เธอช้าๆ เขาไม่มองลงไปแต่ตรึงสายตาบนใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวแทน กลั้นความขบขันแทบคลั่ง เธอกำลังแก้มแดงเขาบอกตัวเอง รู้สึกมีความสุขเป็นบ้า ที่ได้เห็นอาการแบบนั้น

“เสร็จหรือยังคะ” เธอก้มมองที่กระดุมเสื้อ ใช้มือข้างหนึ่งที่ใช้การได้ วางทับมือเขาเป็นสัญญาณว่ามันถึงกระดุมเม็ดสุดท้ายแล้ว ก่อนกุมชายเสื้อรวบเข้าหากันเพื่อปกปิดส่วนอวบอิ่มวับแวนยั่วยวนนั้น

“ผม... จะช่วยเช็ดตัวแผ่นหลัง ส่วนที่คุณเช็ดไม่ถึงก็แล้วกัน” เขาจับเธอหมุน ตัว แล้วเช็ดตัวให้เธอเบาๆ เริ่มจากต้นคอระหง เขาสัมผัสได้เลยว่าเธอหายใจแรงและดูตื่นเต้น เขาเองก็ไม่ต่างกัน

ผู้หญิงอะไรผิวเนียนเป็นบ้า... และนุ่มมากๆ ผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่มสัมผัสไปทั่วแผ่นหลัง เขามองขอบตะขอบราเซียร์สีครีมอย่างหายใจหายคอลำบาก

อยากปลดตะขอนรกนี่เป็นบ้า!’ ซาตานในสมองเขากำลังทำงาน

มันขยับเวลาเธอสูดลมหายใจเข้า... ออก... ยั่วยวนแบบไม่ตั้งใจ  เขาก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ความเริงร้อนบางอย่างในร่างกายกำลังทำงาน ความรู้สึกนี้ก่อกวนเขา

บ้าฉิบ!

มือเพรียวจับผ้าขนหนูลูบไล้ผิวเนียนละเอียดไล่ลงมายังบั้นเอวเหนือสะโพกกลม เขาอยากสัมผัสบีบเคล้นมันแทบคลั่ง

“เสร็จแล้วใช่มั๊ยคะ” เธอถาม

“อืม...”

“ขอผ้าฉันได้มั๊ยคะ ตรงนี้ฉันจะเช็ดเอง” เธอบอกเขา หัวใจเขาเต้นแรง และเธอเปิดสวิสซ์เขาตั้งแต่ตอนไหนกันเนี่ย... ซิปกางเกงชายหนุ่มตึงแน่นขึ้น เขาสูดลมหายใจลึก ขยับท่วงท่าการนั่งที่ทำให้กลางขารู้สึกสบายขึ้น สมองของซาตานจินตนาการตามว่าเธอกำลังลูบไล้ผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่มไปถึงไหนต่อไหนบ้างแล้ว...

นรกเอ๊ย!’

“เสร็จหรือยัง” เขาถามน้ำเสียงช่างทรงพลัง ทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่

“ค่ะ” สิ้นเสียงหวาน เขาก็จับเธอหมุน เร็วจนเธอรวบชายเสื้อปกปิดส่วนอวบอิ่มไว้แทบไม่ทัน

แขนเล็กๆ ข้างที่ปราศจากการเฝือกไว้ถูกเขารวบจับขึ้นไปแล้วเช็ดถูด้วยผ้าอีกผืน เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ สูดดมกลิ่น

“ค่อยยังชั่ว ถ้าไม่เช็ดตัว จะหอมแบบนี้ไหม หืม...” เขาพูดเสียงเข้ม หญิงสาวข่มความเขินอาย ทำได้เพียงกลั้นลมหายใจไว้เป็นระยะ เขาเช็ดลำคอให้เธออย่างแผ่วเบาจนทั่ว แล้วจับปลายผมรวบมันเบี่ยงทิ้งตัวลงไปข้างหลัง แล้วเช็ดลำคออีกครั้ง ขณะตรึงสายตาบนใบหน้าเธออย่างหลงใหล...

หญิงสาวไม่กล้าพอที่จะสบประสานสายตาเร่าร้อนนั้นนาน... เขาเร่าร้อน และอันตรายเกินไป

เขาผละออก วางผ้าลงบนตะกร้าขนาดเล็กใบตื้น ก่อนหยิบผ้าผืนใหม่ขึ้นมา

“รั้งกระโปรงขึ้นสิ” เขาสั่ง ขณะทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าหน้าเธอ

“คุณไม่ต้องทำให้ขนาดนี้ก็ได้ แค่นี้ก็สบายตัวแล้ว”

“เงียบน่า แล้วทำตามที่สั่ง” เขาเสียงดุ เธอใจเต้นโครมคราม มือเรียวจับกระโปรงขึ้น เผยต้นขาขาวเนียนละเอียดน่าสัมผัส เขารู้สึกลำคอแห้งผาก ความหอมนุ่ม ของผิวเนียนละเอียดนั่นกระชากวิญญาณเขาไป

น่ากินไปทั้งตัว... ทำไมสาวไทยผิวเนียนน่าจูบไปทั้งเนื้อทั้งตัวแบบนี้

เขาบิดผ้าแล้วใช้มันลูบไล้ไปทั่วทั้งเพรียวขาของเธอ สลับกันอีกข้างหนึ่งจนกระทั่งเสร็จ ผ้าขนหนูถูกทิ้งลงบนตะกร้าตามกันไป เขาหยิบเสื้อนอนที่บัตเลอร์เตรียมมาให้สำหรับคนป่วยที่ต้องเข้าเฝือก

“คุณยังไม่เปลี่ยนบราเลยนี่นา”

“ฉันจัดการที่เหลือเองได้... คุณออกไปก่อนได้มั้ยคะ”

“ผมจะไป เมื่อคุณแต่งตัวเรียบร้อย และพร้อมเข้านอนบนเตียงนั่น” น้ำเสียงฟังดูดุดัน เปี่ยมไปด้วยแววเผด็จการ เขาคงไม่ได้กำลังโกรธใช่มั๊ย

“ค่ะ”

“ผู้หญิง... สวมบราเวลานอนหรือเปล่า” จู่ๆ เขาก็ถาม เธอรู้สึกแก้มร้อนวูบวาบ มันคือความเป็นส่วนตัว เขาคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เขาควรรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ถ้าไม่.. คุณก็ถอดมันซะ” เขาสั่งพร้อมเอื้อมมือปลดตะขอปล่อยให้บางสิ่งที่อวบอิ่มได้รับอิสระและหดเกร็ง ครัดเครียดเปี่ยมไปด้วยความต้องการ

สายตาเขาตรึงบนแผ่นหลังนวลเนียนอย่างหลงใหล ก่อนถอดเสื้อตัวเก่าออกให้เธอ หญิงสาวยกมือขึ้นมาทาบทับปกปิดมันเอาไว้อย่างเอียงอาย แม้ว่าเธอจะหันหลังให้เขา แต่กระนั้นเขาก็เป็นผู้ชายที่เพิ่งพบกัน เขาก้าวผ่านคำว่าส่วนตัวของเธอมาไกลมาก

“สอดแขนเข้ามาสิสาวน้อย” เขากระซิบข้างหู ลมร้อนฉาบวูบมาถึงแก้ม จนหญิงสาวขนลุกไปด้วยความซ่านสะท้าน ทว่าก็สอดแขนที่เข้าเฝือกอยู่เข้าไปอย่างช้าๆ เพราะมันยังเจ็บระบมบางครั้งถ้าขยับๆอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

เขาขยับเสื้อให้เข้ารูปกับเรือนร่างเธอ เหมือนผู้ใหญ่จับเด็กหญิงตัวเล็กๆ แต่งตัว “สอดอีกข้างมาที่นี่” เขาสั่งด้วยเสียงกระซิบทุ้มต่ำที่ฟังดูเซ็กซี่เหมือนเดิม เธอหายใจหายคอไม่ทั่วท้องเลย อยากให้กิจกรรมนี้เสร็จสิ้นไปเร็วๆ

เขาขยับเสื้ออีกครั้งให้เข้ารูปก่อนจับเธอหมุน สายตาเขาสแกนผ่านส่วนอวบอิ่มที่กำลังตื่นตัวอย่างบังเอิญ

ความปรารถนาท่วมท้น มือเพรียวแกร่งเอื้อมไปกลัดกระดุมเสื้อนอนสีฟ้าอ่อนให้เธอโดยตรึงสายตาบนใบหน้าหญิงสาว เขาอยากจูบเธอ... จูบอย่างเร่าร้อนเหมือนครั้งแรกที่เจอที่สนามบิน เขาเผลอเลียริมฝีปากอย่างลืมตัว

เผลอมองตามแนวกระดุมที่กลัดให้เธออย่างช้าๆ ราวกับว่าไม่อยากให้กิจกรรมนี้เสร็จสิ้น

เขาควรแกะมันสิถึงจะถูก

เขาควรได้สัมผัสสิ่งที่ยั่วยวนอยู่ใต้เสื้อนอนนั้น บีบเคล้น และใช้จูบตามลงไป ดูดกลืนมันอย่างละโมบ... และ เขาจิตนาการไปถึงไหนต่อไหน

“เสร็จแล้วใช่ไหมคะ” เสียงหวานถามเขา ดึงชายหนุ่มหลุดออกมาจากภวังค์แห่งความเซ็กซี่

“อืม... ใช่” เขาตอบ ลำคอแห้งผาก

“ขอบคุณค่ะ”

เขาประคองแก้มเธอ มองสบประสานสายตา อยากกู๊ดไนท์คิสอย่างยาวนานก่อนเอ่ยคำลาสำหรับค่ำคืนนี้

“คะ... คุณจะทำอะไรคะ”

“คุณชอบจูบของผมไหม”

“เอ่อ... ฉัน ฉันไม่รู้ค่ะ”

“ถ้าคืนนี้ผมจะจูบแบบนั้นอีกครั้ง...” เขาครางถาม

“ไม่ได้นะคะ แบบนี้ต้องจ่ายเพิ่ม” เธอปฏิเสธพัลวัน เขาผละออกแทบไม่ทัน หรี่ตาใส่เธออย่างนึกขัน

“ฉันทำตามหน้าที่ที่จ้างมา ถ้าคุณทำนอกเหนือจากนั้น... คุณต้องจ่ายเงินเพิ่มนะคะ” เขาสะอึกอยู่ไปพักหนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากอย่างขบขันระคนเอ็นดู แม่สาวตัวแสบ เธองกด้วยหรือนี่

ในโลกนี้... มีผู้หญิงปฏิเสธจูบเขาหลงเหลืออยู่ได้อย่างไรกัน!

เขากระแอม วางท่าทีดุดัน “พักผ่อนเถอะ” เขาสั่ง ก่อนถือตะกร้าผ้าใช้แล้วพร้อมเดินไปที่ประตู เท้ายาวหยุดชะงัก “ผมจะเช็ดตัวให้ทุกวัน จนกว่าจะถอดเฝือก” เขาหันมาบอกเธอผ่านไหล่กว้าง

เธอรับรู้ ด้วยอาการหัวใจเต้นแรงโครมคราม และมีสัมปชัญญะรับรู้ทุกอย่างว่าร่างกายตนกำลังวิงวอนสัมผัสจากเขาอย่างน่าละอาย...

บัตเลอร์หนุ่มเข้ามาเก็บอ่างน้ำอุ่นและข้าวของหลังจากนายท่านของพวกเขาเดินออกจากห้องไปเพียงไม่กี่วินาที จากนั้นห้องนอนกว้างก็เข้าสู่ความสงบ แต่ที่ไม่สงบลงเลยคือหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำของหญิงสาว

สะบัดความร้อนผ่าวออกจากแก้ม ก่อนที่จะหันไปมองเตียงกว้างที่กำลังส่งยิ้มมาพร้อมอ้าแขนรอรับการนอนหลับในค่ำคืนนี้...

ร่างบางทอดตัวลงนอนบนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้าและร่างกายที่เจ็บระบมทันที หลังจากดานิเอลก้าวเดินออกไปจากห้องส่วนตัวของเธออย่างอาลัยอาวรณ์ เธอก็รู้สึกในทันทีว่าร่างกายแบบบางของตนนั้นอ่อนเพลียอย่างมาก อันเนื่องมาจากการเดินทาง และยังโชคร้ายอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดานิเอลเล่าว่าเธอหมดสติไปวูบหนึ่ง ก่อนจะไปฟื้นที่โรงพยาบาล เธอเชื่อว่าเห็นจะจริง เพราะเธอสัมผัสได้ว่าร่างกายเธอหมดพลังชีวิต เหนื่อยล้า และหมดแรงอย่างเหลือประมาณ  

สภาพเธอเหนื่อยอ่อนมาก จนไม่อยากคิดถึงอนาคตว่า เธอจะทำอย่างไรในนาทีต่อไปข้างหน้า นอกเสียจากว่านอนหลับพักผ่อนให้ยาวนานที่สุดเท่าที่ร่างกายต้องการ

หญิงสาวหลับตาลง... ไม่นานจากนั้น คำพูดของริชาร์ดก็ดังก้อง ตามมาหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท ว่าเธอจะต้องทำหน้าที่ให้ดี อย่าให้เสียมาถึงเขา และเธอจะล้มเลิกกลางคันไม่ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

อย่าทำให้ท่านประธานฉุนตั้งแต่แรกพบล่ะ มันจะซวยมาถึงผม

แหงล่ะ! เพราะเธอรับเงินก้อนโตมาแล้วน่ะสิ สองหมื่นยูโรหรือเกือบๆ เจ็ดแสนบาท มันไม่น้อยเลย แต่มันมากสำหรับเธอและครอบครัว

ความจริงมันก็เสี่ยงมากกับการมารับงานนี้ แต่ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเธอจำเป็นต้องใช้เงินมากมายมหาศาล มาปลดหนี้ให้กับฐานะทางบ้าน บ้านและร้านดอกไม้ที่ครอบครัวถือเป็นที่ทำกิน กำลังจะถูกกลุ่มมาเฟีย กลุ่มกงจักรขาวที่พวกมันมาในคราบนักธุรกิจยึดเอาไป พวกนั้นภาพภายนอกสวมสูทผูกไทดูสวยหรู แรกพบมาในคราบนักธุรกิจกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รับฝากจำนอง แต่เนื้อในไส้ลึกแท้ที่จริงแล้ว พวกมันก็คือกลุ่มมาเฟียยุคใหม่ที่มีวิวัฒนาการเข้าใกล้ความโก้หรูเพื่อเรียกความไว้เนื้อเชื่อใจของเหยื่อยังไงล่ะ สมกับชื่อฉายาของกลุ่มเสียจริง กงจักรที่แทนความชั่วร้าย แต่กลจักรสีขาวก็อาจทำให้ผู้คนที่มองเพียงผ่านๆ นึกว่าเป็นดอกบัวได้ ก็เหมือนโจรในคราบเสื้อสูทราคาแพงนั่นอย่างไรเล่า

พวกใส่สูทนี่ล่ะตัวดี เพราะว่ามีคนมากอิทธิพลชักใยอยู่เบื้องหลังอย่างที่จินตนาการไปไม่ถึง

สาเหตุเพราะพี่สาวอย่างมยุรามาลี เอาบ้านไปจำนองเพื่อนำเงินมารักษามารดาที่ป่วยเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงเรื้อรัง รักษาตัวมานานกว่าห้าปี หนี้สินที่พอกพูน ลำพังเงินเดือนแต่ละเดือนของลูกๆทั้งสามที่แม้จะสูงกว่างานอื่นทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าน้อยเมื่อต้องตัดดอกเบี้ยมาเฟียเงินกู้พวกนั้น มันงอกเร็วยิ่งกว่าดอกเห็ดเสียอีก

พ่อคะ ถ้าพ่อยังอยู่ตรงนี้ พวกเราจะลำบากแบบนี้มั๊ยคะอัญญ์มาลีคิดถึงบิดาในวูบหนึ่งด้วยความคิดถึงจับใจ หลายปีมาแล้วที่บิดาหายสาบสูญไป สำหรับเธอ คำว่าหายสาบสูญไม่ต่างอะไรกับการตายแต่ไม่พบศพ แต่เธอก็ภาวนาว่าพ่อจะปลอดภัยและกลับมาในสักวันหนึ่ง

ก่อนที่พ่อจะหายตัวไป เธอรู้ว่าท่านทำหน้าที่ข้าราชการชั้นสูงที่ดี ซื่อตรง แล้วจับผิดคนโกงได้จนถึงขั้นไปเป็นพยานให้กับคดีสำคัญในปีนั้น จากนั้นไม่นาน บิดาก็พูดเป็นลางว่าจะไปอยู่ไกลๆที่ไหนสักแห่ง แล้วจากนั้นพ่อก็ไปทำงานที่กระทรวงปกติ แต่ไม่กลับบ้าน... พ่อไม่กลับมาอีกเลย

หลายคนสันนิษฐานว่า พ่อถูกคนมีอิทธิพลคุกคามอย่างหนักหมายจะเอาชีวิต เนื่องจากขัดผลประโยชน์เข้า จนถึงขั้นต้องทิ้งหน้าที่และหลบหนีไปพำนักยังต่างประเทศ บ้างก็ว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คอยเมตตาให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองอยู่ เพราะเขาเปิดโปงคนผิด ทำหน้าที่ราชการตงฉินจนถูกขู่ฆ่าและลอบทำร้ายหลายครั้ง แต่บิดาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้สมาชิกในครอบครัวฟังเลย โดยเฉพาะมารดาเพราะกลัวว่าจะไม่สบายใจและอยู่กันอย่างหวาดหวั่น ในที่สุดเขาต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศเพื่อความปลอดภัยในชีวิตตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่ให้ความช่วยเหลือ จากนั้นมา อัญญ์มาลีก็ไม่เห็นหน้าบิดาอีกเลย

โลกนี้ก็แปลก... คนดีอยู่ยาก ข้าราชการตงฉินกลับต้องกลายเป็นคนระหกระเหิน เพราะไม่อาจต่อสู้กับคนมีอิทธิพลได้

ในเวลานั้นอัญญ์มาลียังเรียนชั้นมัธยมปลายเท่านั้น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในเรื่องการเล่าเรียนศึกษา เมื่อขาดเสาหลักอย่างบิดา มารดาที่เปิดร้านดอกไม้ต้องรับหน้าที่ดูแลลูกๆ และเป็นเสาหลักของครอบครัว พี่ชายและพี่สาวส่งเธอเรียนจนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์บัณฑิต

แต่ในวันนี้ มารดาป่วยหนัก อัญญ์มาลีคิดว่าถึงเวลาที่เธอจะทำหน้าที่ลูกที่ดี ตอบแทนครอบครัวบ้าง หากว่างานที่ทำมันไม่ได้ลำบาก หรือเสียหายอะไร เธอรับอย่างยินดี และในวันหนึ่งผู้บังคับบัญชาหนุ่มอย่างริชาร์ดก็เลียบเคียงถามเธอถึงหน้าที่ใหม่ที่หญิงสาวเองก็ไม่เคยคาดฝัน



[1] บัตเลอร์(Butler) – คำว่า Butler มาจากภาษาฝรั่งเศสโบราณ bouteillier(cup bearer-ผู้เสิร์ฟไวน์) แผลงมาจากBouteille,(bottle-ขวด) หน้าที่ของบัตเลอร์ คือผู้จัดการครบครัน บัตเลอร์มืออาชีพจะผ่านการเรียนจากสถาบันการสอนทักษะการเป็นบัตเลอร์ที่ดี, โรงเรียนบัตเลอร์ที่ดีที่สุด Spencer International School for Butlerในอังกฤษ, สถาบัน Magnum Butlersในออสเตรเลีย สำหรับในนิยายเรื่องนี้ บัตเลอร์ส่วนตัวจะไม่ใช่พ่อบ้าน แต่เขาเป็นทั้งเลขา, ผู้ช่วยและดูแลหลายอย่างครบครัน,บางสถานการณ์เป็นบอดีการ์ดได้ รู้ใจนาย(พระเอก) เช่นจัดเสื้อผ้าให้ใส่แบบถูกต้อง, รู้เวลาตื่นนอน, อาบน้ำอุ่นกี่องศา ฯลฯ   


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha