บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 5 : รักร้อน CEO เผด็จการ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

4

รักร้อน CEO เผด็จการ

ก่อนวันเดินทางสองสัปดาห์

ณ ห้องทำงาน แอล.กรุ๊ป (ประเทศไทย)

“ดูบอสสีหน้าไม่ดีเลยนะคะ?” อัญญ์มาลีถามเมื่อนำแฟ้มเอกสารมาให้เจ้านายลงนามอนุมัติโครงการในวันหนึ่ง ภาพบรรยากาศการทำงานในบริษัท โดยเฉพาะห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง แต่ถือสัญชาติอเมริกัน อย่างริชาร์ดฉายชัดขึ้นในความคิดของอัญญ์มาลี

“แน่ละ ไม่มีอะไรกวนใจผมมากไปกว่าเรื่องที่ต้องทำงานให้ท่านประธานสูงสุดอีกแล้ว”  ริชาร์ดพูดพร้อมส่ายหน้าช้าๆ อย่างสุดทน

“บอกฉันได้ไหมคะ” เธอหยุดสบสายตาเขา แววตาเจ้านายหนุ่มช่างดูเหนื่อยล้า “เผื่อว่า... พนักงานตัวเล็กๆอย่างฉันจะช่วยเหลืออะไรบอสได้บ้าง” เธอแสดงความจริงใจหยิบยื่นความช่วยเหลือออกไป ริชาร์ดประทับใจพนักงานสาวคนสนิทก็เพราะตรงนี้ อัญญ์มาลีขยัน ไม่เกี่ยงงาน และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงานอย่างไม่มีเงื่อนไข มันไม่ใช่แค่เขาที่รักเอ็นดูเธอในฐานะลูกน้อง แต่คนทั้งบริษัทก็รักและเมตตาเธอไม่ต่างจากเขา

ชายหนุ่มยิ้มพรายอย่างเย้ยโลก กับความเครียดที่กำลังเผชิญ เขาจะไปเสาะหาผู้หญิงตามบัญญัติห้าประการ แบบเบญจกัลยานีในแบบฉบับของดานิเอลที่ไหนวะเนี่ย เวลาใกล้งวดเข้ามาเต็มที หลับตาก็เจอแต่คำว่า เดทไลน์นี่เขาต้องส่งโปรไฟล์ผู้หญิงไปรับหน้าที่สำคัญนี้แล้วนะ แต่ยังงมหาไม่เจอเลย สาวๆ ที่มาสมัครถ้าถ้าดีข้อหนึ่ง ก็ตกไปอีกข้อหนึ่ง หาที่ครบพร้อมห้าประการไม่มีเลยจริงๆ ไอ้โดยเฉพาะกลิ่นหอมประจำกายตามที่บอสหนุ่มระบุมานี่สิ มันจะไปหาที่ไหนวะ ผู้หญิงที่มีกลิ่นตัวแบบเนีย

โว้ย! คิดแล้วริชาร์ดกลุ้ม อยากเอาหัวจุ่มลงแอ่งบันจี้จั๊มพ์!

คิดมาถึงตรงนี้แล้วหรี่ตามองลูกน้องสาวอย่างพินิจพิจารณา ก่อนลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้... เพื่อสูดดมความหอม...

แหม่... ประทับใจ

“อันที่จริง... ผมก็เล็งคุณอยู่ เพียงแต่ว่า ผมไม่คิดว่าคุณจะยินดีรับงานนี้... จริงไหม?” ริชาร์ดพูดจบก็สบตาเธอนิ่ง

นานราวต้องการค้นหาคำตอบ ทำไมเขาถึงค้นพบบางอย่างในแววตาสดใสของอัญญ์มาลี จู่ๆ เขาก็มีความเชื่อว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่สำคัญนั้นได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด

เสียเวลาควานหาตั้งนาน เพชรเลอค่าอยู่ใกล้แค่นี้เอง... เส้นผมทำไมชอบบังภูเขานักนะ ริชาร์ดเอ้ย!’

“แล้วมันคืองานอะไรคะ?” อัญญ์มาลีเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธออยากได้รับความชัดเจนจากปากของผู้บังคับบัญชาจริงๆ

ริชาร์ดเซ็นต์เอกสารเสร็จพอดี เขาวางปากกาลง หันมาสบตาพนักงานสาวคนสนิท ก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที

“ว่าไงนะคะ คู่ควงเฉพาะกิจ” อัญญ์มาลีเปล่งเสียงอย่างไม่อยากเชื่อ นี่เธอกำลังเสนอตัวทำอะไร

“ครับคุณลูกน้อง” ริชาร์ดพยักหน้ายิ้มแหย แต่เอาน่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว มองดูปฏิทินตั้งโต๊ะ เวลานับถอยหลังเหมือนนาฬิกาทรายที่เริ่มน้อยลงไปทุกที คิดว่ามีทางออกเดียวเท่านั้น คือเกลี้ยกล่อมให้อัญญ์มาลีรับหน้าที่นี้อย่างยินดีซะ

เขารอด... เธอก็ได้ไปทำงานท่ามกลางบรรยากาศเมืองสวยงามดุจเทพนิยาย เขาว่าดีออก ไม่เห็นจะมีข้อเสียหายตรงไหนเลย

“ฉะ... ฉันคิดว่า ฉัน... ฉันไม่น่าจะเหมาะกับงานนี้หรอกนะริชาร์ด” อัญญ์มาลีคิดอย่างนั้นจริง ไปทำงานเป็นปี ใครจะทำ ภาระที่มีที่นี่ก็เยอะแยะ ยาวเป็นหางว่าว

“คุณมีเวลาทบทวนอัญญ์มาลี” ริชาร์ดบอก อัญญ์มาลีมีดวงตาอย่างครุ่นคิด

แต่เมื่อนึกถึงผลตอบแทนแล้ว มันก็น่าสน อีกอย่างริชาร์ดยื่นข้อเสนอว่าเวลาหนึ่งปีที่เธอรับงานนี้ มันก็เหมือนเธอทำงานให้เขาเช่นกัน เมื่อเสร็จภารกิจ เธอก็กลับมาทำงานที่นี่ได้เหมือนเดิม อารมณ์ประมาณลายาวไปเรียนต่อสักปีหรืออะไรสักอย่าง ไม่บอกใครจะรู้ล่ะว่าหนึ่งปีที่หายไปนั้น เธอไปทำหน้าที่ คู่ควงเฉพาะกิจ ให้กับท่านประธานสูงสุดของ แอล. กรุ๊ป

“ว่าไง สนใจรับงานนี้ไหม ผมเหลือเวลาน้อยเต็มที” ริชาร์ดเอ่ยอย่างหมดอาลัยตายอยาก สมองก็นึกถึงบทสนทนาของดานิเอล ก็ถ้าหาผู้หญิงให้นายไม่ได้ คนที่จะซวยก็เขาน่ะสิ กระเด็นจากเก้าอี้แน่นอน

“ฉัน... เอ่อ... ขอคิดดูอีกทีได้ไหมคะ?” อัญญ์มาลีตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ความจริง รายได้เหมาจำนวนสองหมื่นยูโรเชียวนะ มันก็น่าสนใจไม่น้อยเลย เธอจะได้เอาไปให้พี่ๆปลดเปลื้องภาระหนี้สินที่พัวพันกันอีรุงตุงนัง แล้วก็ใช้ไปในการรักษามารดาที่ป่วยด้วโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง[1]มานานแรมปี

เงินก้อนนั้น อาจจะเหลืออีกด้วย คิดว่าพี่ๆ น่าจะเก็บสำรองไว้ใช้จ่าย ค่ารักษาแม่ อีกปีหนึ่งเธอก็จะกลับมา มาทำงานหาเงินช่วยพี่ๆ เมื่อถึงตอนนั้นแม่อาจจะหายป่วยก็เป็นได้ เพราะนางเป็นโรคนี้ในขั้นที่รักษาหาย ไม่ร้ายแรงเกินเยียวยา... อัญญ์มาลีคิดทบทวน เธอคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ตลอดทั้งวันเลย ใจเธอโน้มเอียงไปทางรับงานนี้ด้วยซ้ำ มันไม่มีอะไรเสียหายนี่ เป็นแค่ คู่ควงเฉพาะกิจ แค่ควงเท่านั้นนะ เซ็กส์ไม่ต้อง

ย้ำ... ไม่ต้องมีความสัมพันธ์ทางเพศให้ลึกซึ้งแบบนั้นให้เสียหายเสียงก้องในสมองหญิงสาว มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ ถ้าไม่มีอะไรเสียหายก็น่าลองดูเหมือนกัน  

อีกอย่างเธอไม่คิดว่าร่างกายเธอจะเซ็กซี่เร้าใจใครให้ตัวเองเป็นอันตรายเหมือนกับอ้อยใกล้ปากช้างหรอกนะ สรุปได้ว่างานนี้ยังไงเธอก็ไม่มีสึกหรอ ต่อให้เขาเป็นผู้ชายบ้ากาม ก็คงกามตายด้านเมื่อเจอเธอ อัญญ์มาลีมั่นใจอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีอะไรให้เร้าใจ แต่ความแสบสันต์ของเธอต่างหากที่มากเกินที่ใครจะจินตนาการไปถึง

เธอไม่เคยเผชิญหน้ากับท่านประธานสูงสุดอย่างดานิเอล แต่พอรู้จักเขา หน้าค่าตาและชีวิตแบดบอยของเขาจากประวัติบ้าง

สื่อต่างๆ บ้างรวมทั้งข้อมูลของบริษัท เพราะเธอเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการขั้นกระจอกงอกง่อย ที่เขาไม่มีความจำเป็นต้องมาพบ เขาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ และเป็นที่เพ้อฝันของสาวๆ ครึ่งค่อนโลก เธอไม่ควรปฏิเสธงานนี้หรอก นอกเสียจากว่าเธอจะกินหญ้าเป็นอาหาร อัญญ์มาลีคิดหนักและเกลี่ยกล่อมตัวเองแบบนั้น

ถ้าปฏิเสธ... คงมีคนว่าเรากินหญ้ามากไปจนปล่อยโอกาสดีๆ หลุดลอยไปแน่ๆหญิงสาวคิด มันน่าจะเป็นข้อสรุปให้เธอได้แล้ว

“แล้วคุณจะให้คำตอบผมได้เมื่อไหร่ล่ะ?” ริชาร์ดทวงถามอย่างเอาจริงเอาจัง แน่ทีเดียวว่า เขาไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว

เวลานับถอยหลังลงไป เขาไม่มีเวลามากนักกับการจะควานหาผู้หญิงที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ท่านประธานระบุ ก็รู้โดยทั่วกันว่าผู้ชายอย่างดานิเอลเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์[2]สักแค่ไหน เผลอๆ ต่อให้อัญญ์มาลีตกลง แต่ถ้าบินไปแล้วดานิเอลไม่พอใจ หรือพบว่ามีข้อหนึ่งข้อใดไม่ตรงตามคุณสมบัติ เขาก็ส่งตัวเธอกลับทันทีโดยไม่มีข้อแม้

แต่... เท่าที่พินิจดูแล้ว อัญญ์มาลีนี่มีคุณสมบัติครบถูกต้องตรงทุกประการเลย ความจริงข้อนี้ริชาร์ดยืนยันได้ จะติดก็ตรงข้อที่ห้าเท่านั้น!

กลิ่น

กลิ่นหอมประจำกายเธอ... ริชาร์ดไม่อาจรับประกันได้ว่า มันจะเป็นกลิ่นหอมเดียวกันกับที่ดานิเอลจินตนาการถึง

เรื่องกลิ่นหอมประจำกาย... เขาไม่แน่ใจว่า กลิ่นที่อยู่ในจินตนาการท่านประธานนั้น ตามที่บรรยายจะตรงกับจินตนาการของบอสของเขาหรือไม่

จะใช่กลิ่นเดียวกันกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของอัญญ์มาลีหรือไม่

ยากฉิบ!’ ริชาร์ดคิดครุ่นอย่างมีแววหัวเสีย

“ฉันขอคิดสักคืน... คืนนี้เพียงคืนเดียวเท่านั้นค่ะ” อัญญ์มาลีตอบน้ำเสียงหนักแน่น

ริชาร์ดมองอัญญ์มาลีมาหลายวัน เขาคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมที่จะทำงานนี้ได้มากกว่าอัญญ์มาลีอีกแล้ว เขาเองมั่นใจอย่างมากว่าอัญญ์มาลีเองก็คงจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสงามๆ แบบนี้หลุดลอยไปเช่นกัน

แต่เขาสิ จะต้องหาผู้ช่วยคนใหม่ ซึ่งก็ไม่มั่นใจนักว่า จะมาทำงานแทนอัญญ์มาลีในเวลาหนึ่งปีนับจากนี้ได้ดีเท่าคนเดิม และจะเข้าขากับเขาดีมากน้อยสักแค่ไหนอีกด้วย แต่ริชาร์ดคิดว่า ทุกอย่างที่กำลังดำเนินไปนั้น โชคชะตาได้กำหนดทุกอย่างไว้หมดแล้ว

ส่วนตำแหน่งงานของอัญญ์มาลีที่กำลังจะว่างลงไป เขาคิดว่าจะเลื่อนแพรวละไมขึ้นมาทำตำแหน่งตรงนี้ เพราะนอกจากทั้งสองจะเป็นเพื่อนสนิท ก่อนอัญญ์มาลีเลื่อนมาเป็นผู้ช่วยเขา เธอก็เคยทำแผนกเดียวกันกับแพรวละไมมาก่อน ฝ่ายนั้นคล่องตัวในการโยกย้ายเมื่อมีบุคลากรฝ่ายๆอื่นๆ ว่าง อีกทั้งแพรวละไมเป็นคนมีไหวพริบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอัญญ์มาลี เขามองไม่เห็นใครที่จะทำงานเข้าขาเขาได้ดีเทียบเท่าอัญญ์มาลีเลย นอกจากแพรวละไม ริชาร์ดคิดพร้อมกับหมุนปากกาบนนิ้วอย่างมีจังหวะที่ชำนาญ

 

ก่อนที่อัญญ์มาลีจะตัดสินใจในเวลานั้น อาการป่วยของคันธมาลีผู้เป็นมารดาทรุดหนักลงอีก อัญญ์มาลีและพี่ๆต้องใช้เงินจำนวนมาก ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเงินเก็บหรือเข้าขั้นขาดแคลนอะไร เธอเกิดในครอบครัวข้าราชการตงฉินระดับสูง แต่เมื่อหมดบารมีบิดา ครอบครัวกลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เงินที่มีมันไม่เพียงพอกับการรักษาอันยาวนานของมารดาที่ป่วยด้วยโรคนี้จนต้องหลวมตัวไปกู้เงินพวกมาเฟียโหด แถมพวกมาเฟียก็ตามมารังควานอีก หนี้เก่าก็ยังใช้ไม่หมด หากจะกู้ใหม่จากพวกมันอีก ยังไงพวกมาเฟียมันก็ไม่ยอม เอกรินทร์ หัวหน้ามาเฟียกลุ่มกงจักรขาว พวกนั้นยื่นข้อเสนอว่ามีทางเดียวที่อัญญ์มาลีจะได้เงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นและรวมถึงการล้างหนี้เก่าให้สูญไปจากบัญชีลูกหนี้ คือยอมขึ้นเตียงกับเอกรินทร์อย่างสมยอมเสน่หา...

โลกนี้... จะโหดร้ายไปไหน นี่ขนาดอัญญ์มาลีไม่ใช่ผู้หญิงสวยจัด ยังไม่อาจรอดพ้นจากกรงเล็บพวกนักเลงมาเฟียเลย

ทุกๆวันหลังเลิกงาน อัญญ์มาลีกลับมาถึงบ้านอย่างเหนื่อยล้า ก่อนหน้านี้เธอสบายกว่านี้มาก แต่หญิงสาวจำต้องขายรถยนต์ส่วนตัวไปเมื่อไม่นานนี้ เพื่อนำเงินมารักษามารดา ทุกวันนี้เธอจึงไปไหนมาไหนด้วยรถสาธารณะ แท็กซี่บ้าง รถเมล์บ้าง บางครั้งเพื่อนที่ทำงานที่มีรถส่วนตัวก็มาส่งเธอ โชคยังดีที่มีรถยนต์ของบริษัทสำหรับไว้ใช้เวลาเธอไปพรีเซนเตชั่นนอกสถานที่ เท่านั้นเองจริงๆ

คืนนี้ มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาดักรออยู่ที่หน้าปากซอย ระยะหลังพวกมันมาดักรอเธอบ่อยขึ้น พวกมันก็ไม่ได้แสดงพฤติกรรมกักขฬะกับเธอหรอก เพียงแต่มาตอแย โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งค์ที่มีหน้าตาดูดี สะอาดสะอ้านผิดกับสายวิชาชีพ ไม่เหมือนมาเฟียนักเลงในหนังเลยสักนิด ที่ไว้เครารุงรังหน้าตาโหดร้ายและต้องมีแผลเป็นบากใหญ่ๆ เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่านักเลงจะเจ๋งได้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านลีลานาทีเฉียดตายจนได้แผลเป็นเครื่องการันตีเหมือนใบประกาศนียบัตรอย่างไรอย่างนั้น ทุกๆครั้งที่เผชิญหน้า เอกรินทร์จะพูดกับหญิงสาวตรงๆ เป็นการแสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องการคบหากับอัญญ์มาลีแบบจริงๆ

เป็นนางบำเรอไถ่หนี้... นักว่ามีแต่ในนิยาย อัญญ์มาลีพยายามเลี่ยงอย่างสุภาพมาโดยตลอด แต่ความพยายามของเธอยังถือว่าน้อยหากเทียบกับเอกรินทร์ เขาพยายามถึงขั้นประกาศว่าจะทำให้เธอรัก เขาไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน จนกระทั่งมาพบกับอัญญ์มาลี เขาอยากช่วยเธอ และยินดีจะยอมยกหนี้ให้ แค่เพียงเธอยอมเป็นผู้หญิงของเขา หรือแปลสั้นๆว่า เมีย

ทุกอย่างจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออีกต่อไป แต่อัญญ์มาลีปฏิเสธ เธอและเขา ต่างกัน

เธอไม่ชอบชีวิตแบบนั้น เธอชอบการอยู่อย่างสงบจึงปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพ แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่จบง่ายๆ เพราะเขาแสดงให้เธอเห็นว่า เขาต้องได้เธอ

มันช่าง... เป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจสำหรับอัญญ์มาลีเสียเหลือเกิน

พวกมันจ้องเธออยู่นานขณะที่เธอเดินจะเข้าบ้าน

“หยุดคุยกันก่อนสิน้องอัญญ์” เอกรินทร์พูดจบ ก่อนเดินเข้ามาใกล้ชนิดที่หากเขาจะฉุดเธอ มันก็ง่ายเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่อัญญ์มาลีไม่กลัว เธอคิดว่าเขาเองก็ต้องมีศักดิ์ศรีของความเป็นมาเฟียอยู่บ้าง ในเมื่อผู้หญิงไม่รัก เขาก็ต้องเคารพตัวเอง อัญญ์มาลีอยากมีเงินสักก้อน คืนให้เขาไปและยุติเรื่องราวคาราคาซังนี้เสียจริง

“มีอะไรจะคุยหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าสุภาพ เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนผิดวิสัยของมาเฟียนักเลงยิ่งนัก บางครั้งเขาก็ทำให้เธอเชื่ออย่างแนบเนียนว่า เขาอาจจะจริงจังกับเธอจริงๆ ก็ได้

อัญญ์มาลีเคยบอกตัวเองว่า การที่ปฏิเสธมาเฟียอย่างเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีหรือชั่วร้ายอะไร ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่ใช่ทาง

ไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่ เมื่อไม่ใช่ก็อย่าเริ่มดีกว่า

“พี่มารอเรานาน แล้วก็มารอหลายวันแล้ว”

“มารออัญญ์ทำไมล่ะ หนี้ที่อัญญ์ยืมก็ทยอยใช้ไม่มีเบี้ยว เงินเดือนออก อัญญ์ก็โอนตัดดอกให้พี่ทันที”

“พี่ไม่ได้จะมาทวงหนี้ พี่มาชวนอัญญ์ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่ต่างหาก”

“อัญญ์เหนื่อยค่ะ ทำงานเหนื่อยมาก ไว้โอกาสหน้าได้ไหมคะ”

“อัญญ์ ปฏิเสธพี่ตลอดเลย นี่พี่ชายอัญญ์โทรไปยืมเงิน บอกว่าแม่อัญญ์ทรุดหนักเหรอ ถึงต้องใช้เงินมาก”

“ใช่ แต่เราคงไม่เอาเงินพี่อีกแล้วล่ะ พวกเราสู้ดอกเบี้ยมหาโหดของพี่ไม่ไหว” อัญญ์มาลีบอกด้วยความรู้สึกหนักใจ

“สายไปแล้วหรือเปล่า พี่ชายอัญญ์เพิ่งเอาเงินจากพี่ไปครึ่งแสนนะ”

“ตายจริง ทำไมเรื่องแบบนี้พี่พุฒิไม่ปรึกษาอัญญ์ก่อน” อัญญ์มาลีเอ่ยอย่างผิดหวัง

“อัญญ์... รับข้อเสนอพี่ได้ไหม... เป็นแฟนพี่แล้วอัญญ์จะได้ทุกอย่าง หนี้ทั้งหมดพี่ก็จะยกให้” เขายื่นข้อเสนอที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ

“อัญญ์ไม่เอาค่ะ และอัญญ์คงรับข้อเสนอนี้ไม่ได้ พี่เอกกลับไปเถอะนะคะ และอัญญ์ทำงานมาเหนื่อยๆ อยากเข้าบ้านแล้ว” หญิงสาวพูดตัดบทอย่างสุภาพ

“พี่จะให้อัญญ์คิดก็แล้วกัน แต่ถ้าสิ้นเดือนอัญญ์ไม่มีเงินใช้หนี้พี่ พี่คงต้องใช้วิธีของพี่” มาเฟียหนุ่มมาดเข้มใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มอย่างกวนอารมณ์ “พี่ฉุดนะ!!” พูดตรงๆ แบบไม่เกรงกลัวกฎหมายกันเลย อัญญ์มาลีกลัวจนหน้าซีดเผือด แต่เลือกที่จะเจรจาด้วยดีสักพัก

“พี่เอกฉุดอัญญ์ พี่เอกจะได้แต่ตัว” บอกไปเสียงหนักแน่น ดุจกวางน้อยทำใจดีสู้เสือ

“ตอนนี้พี่ก็ต้องการได้ตัว หัวใจให้พี่ทีหลังก็ได้” เอกกรินทร์เล่นลิ้น อัญญ์มาลีถอนหายใจอย่างเพลียๆ อะไรจูงใจให้มาเฟียสายนี้ตามมาตอแยกันเนี่ย บอกดีๆ ก็ไม่ยอมเข้าใจ

“พี่เอกกลับไปก่อนนะ อัญญ์เหนื่อย...” หญิงสาวบอกเป็นเชิงขอร้อง

“อัญญ์ผลักไสพี่” นอกจากเป็นมาเฟียสายแบ๊วแล้วยังเป็นจอมตื๊ออีกด้วย

“แต่อัญญ์ทำงานมาเหนื่อยๆ จริงๆนี่คะ กลับถึงบ้านก็อยากพักผ่อน” หญิงสาวพูดฟังเหมือนระบายมากกว่า แววตาเห็นใจทอประกายในดวงตามาเฟียหนุ่ม

“แล้วอัญญ์จะทำงานให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวทำไม ในเมื่อพี่มีข้อเสนอดีๆ ให้” เอกกรินทร์จะชวนเข้าเรื่องเดิม เป็นเมียมาเฟียในกรงทอง ไม่ต้องทำงานแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาโดยไม่เสียอะไรเลย มันไม่ใช่แนวทางที่อัญญ์มาลีคนนี้ปรารถนานักหรอก

“แต่อัญญ์ชอบทำงาน ถึงจะเหนื่อยมันก็เป็นความสุข” อัญญ์มาลีตอบ

“เอาล่ะ พี่เห็นแก่อัญญ์ ดูท่าจะเหนื่อยจริงๆ งั้นวันนี้พี่กลับก็ได้ แต่วันหน้า... ห้ามปฏิเสธพี่อีกนะ คราวหน้าพี่ไม่ยอมแน่ ต้องไปกินข้าว ดูหนังแล้วก็ร้องคาราโอเกะกับพี่” เขาตั้งเงื่อนไข

“คาราโอเกะหรือคะ?” อัญญ์มาลีย้อนถาม สมัยนี้คนคาราโอเกะยังเป็นที่นิยมของคนมีคู่อยู่หรือเปล่า เธออาจจะเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาเที่ยวเลยไม่รู้ว่าโลกไปถึงไหนกันแล้ว หรือว่าบางสิ่งบางอย่างยังย่ำอยู่กับที่

“ใช่สิจ๊ะ ไว้พี่จะพาไปเที่ยวนะ วันนี้พี่กลับก่อน” เอกรินทร์พูดขึ้นส่งสายตาหวานเยิ้มแทนคำล่ำลา ก่อนที่มาเฟียหนุ่มกับพวก จะโชว์สกิลส่งเสียงคำรามรถบิ๊กไบค์จนเสียงดังกระหึ่มก้อง ก่อนบึ่งออกไปยังถนนสายหลักกลางกรุงอย่างไม่เกรงใจคนใช้รถใช้ถนนที่ร่วมทางสายเดียวกันเลย

“กลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้เก็บรองเท้า เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนมองหาพี่ๆ ก่อนส่งเสียงเป็นปกติที่เธอกลับมาถึงให้คนในบ้านได้รู้ว่าเธอกลับมาแล้ว และเมื่อคนในบ้านได้ยินเสียงประตูเปิด-ปิด คนในบ้านจะได้รู้ว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่ใครคนอื่น คือเธอซึ่งเป็นสมาชิกในบ้านนั่นเอง

“กลับมาแล้วเหรออัญญ์” เสียงพี่สาวทักขึ้น“ วันนี้แม่ทรุดหนัก อยู่โรงพยาบาล” พี่สาวรายงานอาการของมารดาเมื่อน้องสาวมาใกล้ๆ

“แล้วตอนนี้... อาการแม่เป็นยังไงบ้าง?” น้องสาวคนเล็กของบ้านถามขึ้น เธอถามแบบนี้แทบทุกวัน แต่ที่วันนี้ถาม เพราะเธอกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง มันเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ

“ตอนนี้พุฒิยังเฝ้าอยู่น่ะ ต้องรอพรุ่งนี้จึงจะรู้เรื่อง” มยุรามาลีพี่สาวคนโตตอบน้องสาว สีหน้าเธอไม่ค่อยสดใส ตั้งแต่แม่ป่วยเข้าๆออกๆ โรงพยาบาล เด็กๆในบ้านก็ไม่มีใครสดใสได้เลย มันไม่ใช่แค่ความสดใสที่เหือดหายไปจากใบหน้า แต่มันรวมถึงแววตาด้วย ดวงตาที่เศร้าหมองลงโดยอัตโนมัติ และไม่รู้เมื่อไหร่สิ่งดีๆเหล่านั้นจึงจะกลับมา

“เมื่อกี้ พวกมาเฟียมาดักรออัญญ์” น้องสาวคนเล็กเอ่ยบอก เหมือนจะฟ้องเมื่อถูกรังแก แต่ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว คงตอบโต้อะไรไม่ได้ พวกมันจะรังควานครอบครัวเราไปถึงไหน เงินก็คืนให้ทุกเดือน เธออยากมีเงินเยอะๆ ไปคืนพวกมัน ดอกเบี้ยมหาโหดที่งอกเอา งอกเอา.. โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลย

“พี่กับพุฒิเพิ่งเอาเงินพวกมันมาอีกห้าหมื่น ก็แม่เข้าโรงพยาบาลคราวนี้ ไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่?” มยุรามาลีบอกน้องด้วยสีหน้าเครียดคิด

“งั้นเหรอ เห็นพวกนั้นก็บอกอยู่เหมือนกัน รวมกับหนี้เก่า คงปาไปหลายแสน” อัญญ์บอกอย่างกังวล เงินเรือนแสน สมัยนี้หาง่ายที่ไหนกัน

ตั้งแต่มารดาป่วย เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลูกในบ้านนี้หามาได้ก็ทุ่มไปกับการรักษามารดา ตอนนี้ค่าใช้จ่ายก็ทับถมกันเป็นเงินหลักแสน แต่ลูกๆ ก็ปรึกษากันว่าแม้จะต้องเสียเงินมากมายแค่ไหนต่างก็ยอม ขอให้รักษาชีวิตแม่เอาไว้

“พี่ยุรา” น้องสาวคนเล็กเอ่ยเรียก “ถ้าอัญญ์จะไปทำงานเมืองนอกสักปี เพื่อหาเงินมารักษาแม่ พี่จะว่าไง” น้องสาวคนเล็กเลียบเคียงถามพี่สาวคนโต

“ก็แล้วแต่แก ถ้าแกเห็นว่าดีแล้ว พี่ก็เห็นตามแกนั่นเองล่ะ” มยุรามาลีตอบน้อง แต่ก็อดใจหายไม่ได้ ก็อยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนั้น ไม่รู้ว่าน้องสาวจะเจออะไรบ้าง จะลำบากมากน้อยแค่ไหน

“อืม... ฉันแค่ถามน่ะ ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจ” อัญญ์มาลีบอก สีหน้าเคร่งคิด

“แกมาเหนื่อยๆ ไปพักเถอะ กับข้าวพี่ทำไวแล้ว หิวก็หาอะไรกินนะ”

“แกไปพักเถอะ” พี่สาวบอก หลังจากแม่ล้มป่วย มยุรามาลีก็ดูแลธุรกิจร้านดอกไม้ ตอนนี้กิจการไปได้ดีทีเดียว งานใหญ่ๆ หลายงานมาใช้บริการ เมื่อฝีมือการจัดดอกไม้สวย ลูกค้าก็จะบอกต่อ ปากต่อปาก ทำให้งานไหลมาเทมาจนเธอต้องตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาดูแลกิจการร้านแทนมารดา และเป็นเรื่องโชคดีมากๆ ที่ฝีมือเธอจัดดอกไม้ของเธองดงามไม่แพ้มารดาเลย

“อัญญ์จะขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ ว่าจะไปดูแม่หน่อยน่ะ” อัญญ์มาลีบอกพี่สาวขณะเดินมาถึงบันได โรงพยาบาลอยู่ไกลก็จริง แต่เธออยากไปเยี่ยมแม่

“เข้าปิดเยี่ยมแล้วล่ะ ไว้ไปพรุ่งนี้เช้าเถอะ” พี่สาวบอกเพราะกว่าน้องสาวจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ยิ่งดึกไปใหญ่

“ตอนนี้พี่พุฒิเฝ้าแม่อยู่ใช่ไหมจ๊ะ?” อัญญ์มาลีถามถึงภุมภมรที่กลับจากงานก็รุดไปเฝ้ามารดาทันที ระยะหลังๆนี้เขาลางานบ่อยด้วย ดูเหมือนจะไม่ค่อยดี เพราะงานเขาต้องดูแลลูกค้า ขืนลางานบ่อยๆ อาจจะไม่ดีในระยะยาวได้

“อืม... โทรมาบอกว่าจะเฝ้าน่ะ เราก็พักเถอะ”

“ค่ะ” แล้วอัญญ์มาลีก็ขอตัวขึ้นห้องไปเงียบๆ สมองเธอตอนนี้มีแต่ความคิดสับสนวุ่นวายใจ

~$~

 

หลังจากได้รับเงินก้อนโต อัญญ์มาลีจัดการนำเงินนั้นให้พี่สาวคนโตเก็บเอาไว้ เพื่อรักษามารดาที่อาการทรุดอย่างหนักขณะนี้ ส่วนอีกส่วนหนึ่ง เธอนำมันไปใช้หนี้เอกรินทร์ มาเฟียหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชา พร้อมนำเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรเรียบร้อยว่าเธอและกลุ่มมาเฟียพวกนั้น ได้พ้นแล้วจากสภาพภาระเจ้าหนี้-ลูกหนี้กันโดยสิ้นเชิง และอัญญ์มาลีก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เธอเอาเอกสารพวกนี้ไปแจ้งความให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่ออะไรน่ะหรือ... ก็เพื่อที่เธอจะได้ไปทำงานที่ต่างประเทศได้อย่างสบายใจ ไม่มีห่วงอย่างไรล่ะ

“เงินก้อนนี้ พี่ยุราเก็บไว้นะจ๊ะ เป็นค่ารักษาแม่” อัญญ์มาลีเอ่ยบอกมยุรามาลีผู้เป็นพี่สาว

“แกเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ” มยุรามาลีถามน้อง เงินจำนวนมากถ้าไม่ถูกล็อตตารี่แล้วจะได้มาจากไหนกัน มันเยอะมากเลยนะ

“ฉันได้โบนัสจากบริษัทน่ะ แล้วก็รวมกับเงินเบิกล่วงหน้าของการไปประจำที่สาขาต่างประเทศ” อัญญ์มาลีตอบ สีหน้าของหญิงสาวเหมือนกำลังคิดหนัก อาการป่วยหนักของมารดาเธอเองก็ไม่อยากไปไหนไกล แต่ทำอย่างไรได้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เธอคิดอยู่เหมือนกันว่าต้องตัดสินใจอย่างไร

“ต่างประเทศ?” มยุรามาลีทวนถามเสียงสูง เพราะตกใจไม่ทันตั้งรับกับการที่น้องคนเล็กจะไม่อยู่

“ใช่ อัญญ์จะไปทำงานที่ยุโรปสักปีหนึ่งนะ ฉันเบิกล่วงหน้ามา พี่จะได้มีเงินรักษาแม่เราไง” อัญญ์มาลีตอบ บอกเหตุผลของที่มาของเงินก้อนใหญ่

“นี่อัญญ์ แกเสียสละเพื่อครอบครัวขนาดนี้ ฉันรู้สึกละลายที่ทำอะไรไม่ได้เลย” มยุรามาลีเอ่ยเสียงเบา น้ำตาเริ่มคลอ รับไม่ได้กับความลำบากอย่างเหลือแสนที่ครอบครัวกำลังเผชิญ มันเข้าสู่ยุคมืด วิกฤติลำบากตั้งแต่เสียบิดาไป

“พี่ๆก็ดูแลแม่แบบนี้ไงล่ะ ตอนอัญญ์ไม่อยู่ พี่ๆ ดูแลแม่ดีๆนะรู้ไหม อย่าให้อัญญ์ต้องกังวลล่ะ”

“อืม... ฉันสัญญาน่า แม่แก ก็แม่ฉันเหมือนกันนะ”

“ค่ะ”

“เออ... และนี่แกจะเดินทางเมื่อไหร่ล่ะ”

“อาทิตย์หน้า” น้องสาวตอบ

“ทำไมเร็วนักล่ะ?” มยุราถามด้วยรู้สึกใจหาย น้องไปทำงานต่างประเทศ มันไกลต่างบ้านต่างเมือง คิดถึงขึ้นมาก็ใช่ว่าจะไปมาหาสู่ได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ มันไม่เหมือนต่างจังหวัดหรอกนะ แถมไปอยู่นานปี มันทำให้คนเป็นพี่สาวอดเป็นห่วงไม่ได้น่ะสิ

“งานด่วนน่ะ ไม่เป็นไรนี่ รับเงินบริษัทมาแล้ว” อัญญ์มาลีบอกพี่สาว สองพี่น้องมองตากัน พรางก็คิดว่าทำไมชะตากรรมชีวิตต้องตกอับมาถึงขั้นนี้กันได้

“ขอบใจมากนะอัญญ์ ฉันภูมิใจในตัวแกมาก ฉัน... ขอบใจจริงๆ” พี่สาวเอ่ยก่อนสวมกอดน้องสาวคนเล็กอย่างแสนรัก

 

 

สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

วันเดินทางริชาร์ดมาส่งเธอด้วยตัวเอง กำชับนักหนาว่าอย่าทำอะไรให้ดานิเอลไม่พอใจ แล้วก็ถ้าเธอทำเรื่องป่วนละก็... ความซวยมันจะไม่จบเพียงแค่เธอ แต่ริชาร์ดจะต้องเดือดร้อนด้วยอย่างแน่นอน

“โชคดีนะอัญญ์” ริชาร์ดอวยพรให้  หน้าที่ของเธอนับจากนี้ต้องทำหน้าที่ คู่ควงเฉพาะกิจ ของท่านประธานสูงสุด แต่เขาก็ยังจ่ายเงินเดือนเธอ เพราะเขาถือว่าเธอทำงานในหน้าที่ และออกจะเสี่ยงต่อพรหมจรรย์เสียด้วยซ้ำไป อัญญ์มาลีให้โอนเงินเดือนเข้าบัญชีมยุรามาลีผู้เป็นพี่สาวให้เป็นคนจัดการเงินเดือนทั้งหมดในแต่ละเดือน เงินทั้งหมด ยังไงก็ต้องเก็บไว้รักษามารดาอยู่ดี อันเป็นหน้าที่สูงสุดและสำคัญอันดับแรก

ส่วนเธออยู่ทางนั้น คงไม่ต้องใช้เงินอะไร กินอยู่ฟรี สวัสดิการเพียบเทียบชั้นได้ราวๆ ผู้บริหารระดับสูงของบางบริษัทเลยล่ะ

ฉะนั้น เงินจึงกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับเธอระหว่างหนึ่งปีที่สาธารณรัฐเช็ก ในฐานะ คู่ควงเฉพาะกิจของดานิเอล ลิมเบอร์สกี

“ผมขอให้คุณโชคดี” ริชาร์ดย้ำอีกครั้ง บอกตัวเองว่านึกเสียดายเธออยู่ไม่น้อย แต่ปีเดียวเท่านั้น เขาทำงานที่ยุ่งทั้งวัน บางทีอาจทำให้เวลามันเดินเร็วเกินคาดก็เป็นได้

“ขอบคุณค่ะ คุณก็โชคดีเช่นกันนะคะ แล้วฉันจะรีบกลับมาค่ะ” อัญญ์มาลีให้คำมั่นสัญญา ริชาร์ดบอกว่า การมาทำงานที่นี่มันก็เหมือนเธอช่วยงานเขาด้วย เพราะทำให้ริชาร์ดไม่ต้องตาเหลือกหาผู้หญิงมารับหน้าที่นี้ให้วุ่นวาย ก่อนนี้เขาเครียดหัวแทบแตก กะพูดกับอัญญ์มาลีทีเล่นทีจริง โชคดีที่อัญญ์มาลีรับข้อเสนอ

“รีบไม่รีบ ก็หนึ่งปี” เขาหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดต่อ “แต่เป็นแค่ปีเดียวเท่านั้น ที่ผมจะยอมให้ท่านประธานยืมตัวคุณไป” เขาหยุดจับจ้อง “เข้าใจไหม” เขาสรุป หวังว่าดานิเอลจะไม่รั้งคุณไว้นาน... หรือไม่ก็คุณคงไม่ติดต้องใจท่านประธาน จนถึงขั้นย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ประจำที่สำนักงานใหญ่ในปราฮาหรอกนะ ริชาร์ดคิดอย่างอดห่วงไม่ได้

“ฉันรู้ค่ะ” อัญญ์มาลีตอบ

“แล้วอย่าลืมที่ผมกำชับล่ะ” เขาย้ำด้วยความห่วงใยอีกครั้ง จนอัญญ์มาลีเริ่มไม่มั่นใจว่า ถ้าดานิเอลจะน่ากลัวขนาดนั้น เธอตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่านะ

บอสย้ำจริง นี่เราไปทำงาน หรือไปสนามรบในสงครามบอสเนียกันแน่เนี่ยหญิงสาวคิด

“แน่นอนค่ะ ฉันจะไม่ทำให้เสียชื่อมาถึงคุณแน่” อัญญ์มาลียืนยัน

“ดีมาก” ริชาร์ดยิ้มร่า เขาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยก็สบายใจที่หาผู้หญิงให้ท่านประธานสำเร็จไปเปราะหนึ่ง แบบนี้มันต้องเรียกว่า ถูกที่ ถูกเวลาสินะ

หันมาอีกด้าน พี่สาวอย่างมยุรามาลี ก็ยืนแถวนั้น มาส่งน้องสาวด้วยในฐานะของคนในครอบครัว “ใกล้เวลาเดินทาง... เห็นทีว่าฉันต้องไปแล้วค่ะ” หญิงสาวตัดบทก่อนเดินไปสวมกอดพี่สาวเป็นการร่ำลา

“โอเค” ริชาร์ดสรุป มองตามอัญญ์มาลีสวมกอดพี่สาวและหอมแก้มลากันก็นึกใจหาย

“จนกว่าเราจะพบกันใหม่ อัญญ์มาลี”

“ค่ะ” หญิงสาวรับรู้ ก่อนหันหลังเดินหายเข้าไปด้านในเพื่อเตรียมขึ้นเครื่อง  ริชาร์ดมองตามหลังลูกน้องคนสนิทกระทั่งเธอหายลับตาไปอย่างนึกใจหาย

“หวังว่า... หนึ่งปีนี้ คุณจะไม่ตกหลุมรักท่านประธานจนไม่อยากกลับเมืองไทยนะอัญญ์มาลี” ริชาร์ดเปรยอย่างอดห่วงไม่ได้ เป็นที่รู้เป็นอย่างดีว่า ดานิเอลนั้น เป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ หลายๆคนแทบจะครึ่งค่อนโลก เขากลัวเหลือเกินว่าเสน่ห์อันร้อนแรงของเขา จะกระเด็นกระดอนใส่ลูกน้องที่เก่งแต่เรื่องงานแต่แสนซื่อใสต่อโลกโลกีย์ที่นั่นน่ะมันคือสิ่งที่ช่ำชองของท่านประธานสูงสุดเสียเหลือเกิน

“อดเป็นห่วงคุณ... ไม่ได้จริงๆ” ริชาร์ดสรุปพร้อมส่ายศีรษะเชื่องช้าอย่างคิดหนัก ก่อนหันหลังเดินออกมายังลานจอดรถส่วนตัวของตนอย่างนึกกังวลนิด ๆ แต่หลังจากนั้น เขาก็รู้สึกโล่งอกราวว่ายกภูเขาลูกใหญ่ออกไปทันทีที่อัญญ์มาลีเดินทาง



[1] โรค ALS- Amyotrophic Lateral Sclerosis (กล้ามเนื้ออ่อนแรง) คือ โรคที่เกี่ยวข้องข้องกับเซลล์ประสาทซึ่งอยู่ในสมองและไขสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต่างๆ ตายหรือเสื่อมสภาพ โดยมักจะเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว ผู้ป่วยมักรู้ตัวเมื่อเกิดผลกระทบที่ชัดเจนแล้ว เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ ฯลฯ มีอีกชื่อหนึ่งว่า โรคลู-เก-ริก(Lou Gehrig Disease) 

[2] Perfectionist คนที่มีบุคลิกภาพเจ้าระเบียบ หรือ “มนุษย์ไม้บรรทัด” มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง  มีความหมายตามพจนานุกรมว่า เป็นผู้ที่พอใจแต่สิ่งดีเลิศ มีมาตรฐานสูง ตามศาสตร์ เอ็นเนียแกรม หรือ นพลักษณ์ ได้แบ่งบุคลิกของมนุษย์ออกเป็น 9 ลักษณ์ The Perfectionist (คนสมบูรณ์แบบ) คือหนึ่งในนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha