บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 6 : คู่ควงเฉพาะกิจ ?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


4

คู่ควงเฉพาะกิจ ?

เพ้นท์เฮ้าส์หรู

กรุงปราก, สาธารณรัฐเช็ก

เพ้นท์เฮ้าส์หรูในย่านนิวทาวน์ ออกแบบสไตล์นีโอโกธิค ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว้างใหญ่เกินเพ้นท์เฮ้าส์ของคนปกติทั่วไป ออกแบบเป็นสัดส่วน ลงตัว เรียบง่าย ทว่ามีความหรูหราอยู่ในคราวเดียวกัน แต่กลับให้ความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความปลอดภัย สบายใจและอยากใช้เวลาในที่พักอาศัยนี้นานๆ แบบไม่รู้เบื่อ

ดานิเอลเลือกใช้โทนสีอ่อนในการตกแต่ง โดยรวมแล้วทั้งหมดของการออกแบบก็สะท้อนตัวตนของคนที่เป็นเจ้าของอย่างดานิเอลได้เป็นอย่างดี ผู้ชายที่ภายนอกดูเรียบ สุขุม เจ้าของความเนี้ยบอย่างยากเอื้อมถึง แต่บางท่าทีก็มีอารมณ์หลากหลายซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของดวงตาดุดันคู่นั้น แม้ว่าเพียงมองผ่านเขาจะดูน่ากริ่งเกรง แต่เมื่ออยู่ด้วยแบบสนิทชิดใกล้กลับให้ความรู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และเราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไม่ต้องฝืนธรรมชาติ เขาเป็นผู้ชายที่ทรงพลังแห่งความเข้มแข็ง ดุดัน ดูแบด...  แต่กระนั้นก็เต็มไปด้วยพลังแห่งความปกป้องที่พร้อมจะให้ความดูแล คนของเขาได้อุ่นใจอย่างยอดเยี่ยม ในที่นี้รวมถึง อัญญ์มาลีด้วย

หญิงสาวใช้ดวงตากลมคู่สวยดื่มด่ำกับความงดงามของเพ้นท์เฮ้าส์ซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐี นานจนเธอลืมไปเลยว่าเธอปล่อยเวลาไปกับความเพลิดเพลินนี้นานเกินไปแล้ว หญิงสาวสัมผัสได้ว่า อากาศเริ่มแจ่มใสขึ้นเมื่อมองสำรวจออกไปนอกหน้าต่าง และดูเหมือนว่าฤดูหนาวที่ยาวนานเริ่มโบกมือลาปราฮาไปอย่างช้าๆ

หลังจากพักฟื้นไปเต็มๆเกือบสามสัปดาห์ ดูเหมือนอาการเจ็บจะหายเป็นปลิดทิ้ง เขาดูแลเธออย่างใกล้ชิด เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ในช่วงสัปดาห์แรกแต่ทนการรบเร้าจากเธอไม่ไหว เขาจึงใจอ่อนจ้างบัตเลอร์สาวมาให้คอยดูแลเธอ ทั้งที่ความจริงก็นักเสียดาย เขาน่าจะดูแลเธอเองกับมือกระทั่งเธอหายเป็นปกติสิ ถึงจะถูก!

อัญญ์มาลีติดนิสัยตื่นเช้ามาแต่ไหนแต่ไร และเช้านี้ที่ปราฮานี้ก็เช่นกัน หลังจากเสร็จธุระส่วนตัว อาบน้ำแต่งตัว เธอไม่ลืมที่จะสวมแว่นกรอบพอดี รับกับใบหน้ารูปไข่ของตน เธอหยิบมันขึ้นมาสวมในบางครั้งคราว... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาต้องการความมั่นใจและไม่อยากสบตากับ ใครตรงๆ  ผมสีดำยาวสลวยถูกรวบตึงเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง หญิงสาวเดินออกไปตามทางเดิน ก่อนที่จะลงไปด้านล่าง มันยังเช้ามาก มากจนเธอไม่พบใครหรือสิ่งมีชีวิตอื่นเลย

มื้อเช้าของวันนี้ที่บรรดาบัตเลอร์เตรียมเอาไว้ เป็นอาหารจำพวกขนมปัง แฮม และซุป ที่แรกสัมผัส อัญญ์มาลีบอกตัวเองว่ามันรสชาติแปลกๆ แต่ก็อร่อย มีกลิ่นหอมของนมเนย เป็นปกติของอาหารของคนแถบเมืองหนาว

เขานั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหารนานก่อนแล้ว

“เชิญ” เขาผายมือเชิญชวนให้เธอรับอาหารเข้าร่างกาย เพราะโปรแกรมวันนี้ เธออาจจะต้องเดินนาน เขาตั้งใจว่าสมควรดำเนินเรื่องเอกสารสำคัญ ให้เรียบร้อยในวันนี้สักที เขาจะใช้มันตอกหน้ามารดาสักเล็กน้อย เรื่องราวคาราคาซังจะได้จบลงสักที

“เมื่อคืน... หลับสบายไหม” เขาเอ่ยถาม พลางตักอาหารเสิร์ฟให้หญิงสาวที่นั่งตรงหน้าอย่างใส่ใจ

“ค่ะ ก็หลับสบายดี...” เธอตอบ สายตาโฟกัสตามอาหารที่เขากำลังตักให้

“ทานสิ วันนี้เรามีโปรแกรมไปข้างนอกกัน”

“ไปไหนบ้างคะ” ดวงตากลมโตเป็นประกายเพราะความตื่นเต้น

“เราจะไปจัดการธุระเรื่องเอกสารนิดหน่อย”

“เอกสาร?” เธอเสียงสูงเป็นเชิงถาม เขาสบตาเธอราวกับว่ากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง เขาเป็นผู้ชายช่างสังเกตทีเดียว เขาเชื่อมั่นทีเดียวว่า อัญญ์มาลีไม่ใช่คนโง่ และเธอก็ออกจะมีความเป็นตัวเองสูง

“ทะเบียนสมรส” เขาบอกอย่างเนือยๆ

“ทะเบียนสมรสเหรอคะ เดี๋ยวนะ ฉันไม่เข้าใจ” อัญญ์มาลีถึงกับเหวอ อย่าบอกนะว่าริชาร์ดหลอกเธอ ถึงไม่หลอกก็บอกเธอไม่หมด ถึงว่าการมาทำงานต่างประเทศครั้งนี้ ตกลงเสร็จสรรพรับเงินแล้วเขาก็เร่งเร้าให้เธอมาเลย แถมมารู้ตัวก่อนวันเดินทางไม่กี่วัน เอกสารสัญญาอะไรก็ไม่มี มิน่า!

นี่เราถูกริชาร์ดจัดฉาก หลอกมาหรือเนี่ย น่าแค้นนักเชียว!’

ซีอีโอหนุ่มวางมีดและส้อมลง เปลี่ยนอิริยาบถการนั่ง พิงพนักเก้าอี้ กอดอกสบตาเธอ “ทำไมคุณดูตกใจ เหมือนกับว่าเพิ่งรู้ตัวว่ามาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นล่ะ” เขาพูด

“ฉันมาทำงานกับคุณ ในฐานะพนักงานคนหนึ่งจากสาขาประจำประเทศไทย แต่มาปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ที่นี่ แล้วก็มีตำแหน่งพิเศษพ่วงด้วย” เธอหยุดสบประสานสายตา เขาดูดุดันขึ้น กำลังนิ่งแน่วรอฟังเธอพูดอย่างตั้งใจ “คู่ควงเฉพาะกิจ” สิ้นเสียงเธอ เขาถึงกับหลุดยิ้มออกมาพร้อมส่ายศีรษะช้าๆ  

“คู่ควงเฉพาะกิจงั้นเหรอ... ที่ริชาร์ดบอกคุณ” เขายิ้ม สมองคิดจะเล่นงานริชาร์ดลูกน้องตัวแสบอยู่เหมือนกัน

“ถูกต้องค่ะ และเป็นคู่ควงที่โนเซ็กส์ด้วยนะคะ คุณต้องเข้าใจจุดนี้” อัญญ์มาลีย้ำ เขาถึงกับยิ้มกว้างก่อนหรี่ตาใส่เธออย่างหยอกเย้า

“แล้วถ้า... คุณเป็นฝ่ายยั่วผม ผมมีสิทธิ์แก้ไขข้อตกลงไหม” เขาแกล้งพูด เธอตอบทันที

“ไม่ได้นะคะ!พูดมาได้ ฉันจะไปยั่วคุณทำไมหญิงสาวเถียงในใจ นึกแล้วมันน่าโมโหนักเชียว

“แต่เดี๋ยว... กลับมาที่เรื่องของเรา ริชาร์ดไม่ได้บอกคุณเลยใช่มั๊ยว่า คุณถูกส่งตัวมาที่นี่ เพื่อทำหน้าที่ เมีย” เขาสรุปให้ หญิงสาวอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจนปากหวอโดยไม่ทันรู้ตัว

“มะ... เมีย?” ตายแล้ววว เมียบ้า เมียบออะไรกันอัญญ์มาลีเริ่มหวาดหวั่น ก็ตกกระไดพลอยโจนมาแล้วนี่นา ตอนนี้สภาพเธอมันต่างกับลูกไก่ในกำมือตรงไหนกันเชียว คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก

เจ็บใจๆๆ

“ครับ อันนี้คุณคงต้องเคลียร์กับริชาร์ดเองแล้วล่ะ เพราะผมไม่สนใจแล้วว่าคุณจะเข้าใจอะไรผิดจึงรับงานนี้ และต่อให้คุณไม่เต็มใจก็ต้องทำ เพราะผมไม่มีเวลาแล้ว”

“แต่ว่าเรา... จะไม่มีเซ็กส์กัน ถูกต้องมั๊ยคะ” หญิงสาวไม่ลืมที่จะย้ำ อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าเธอตั้งใจมา เพราะเงิน นั่นก็สำคัญ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือมันไม่มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้องต่างหาก ต่อให้เขาจะดูดีในสายตาสาวๆ เกือบค่อนโลกก็เถอะ อัญญ์มาลีก็ยังเป็นหญิงไทยใจโบราณที่ต้องเก็บความสาวไว้ให้ผู้ชายอันเป็นที่รัก ในคืนวันเข้าหอเท่านั้น

สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของผู้หญิง... ก็ต้องเป็นผู้ชายที่เลอค่าที่สุดที่คู่ควรจะได้ดื่มด่ำกับความสาวสะพรั่งของเธอสิ มันถุงจะถูกหญิงสาวคิด

“ชัวร์... ถ้าคุณไม่...” เขาลากเสียงยานคางพร้อมหยุดมองสำรวจด้วยสายตาโลมเลีย นี่เขามีสายตาคมคู่นั้นเป็นอาวุธสำหรับพร่าพลาญปณิธานอันตั้งมั่นผู้หญิงอย่างเธอหรือไงกันนะ “สมยอม” เขาสรุปพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างพออกพอใจ

“บ้า! ใครสมยอมคุณล่ะ อย่าพูดจาแบบนี้นะ” เธอส่งเสียงแว้ดพร้อมขึงตาใส่เขาในแบบที่เธอคิดว่ามันดุดันที่สุดแล้ว แต่เขากลับมองมาด้วยสายตาเหมือนว่าเธอเป็นเพียงลูกแมวตัวเล็กๆ  เพราะเขาถึงกับหัวเราะร่าเริง ก่อนหรี่ตาใส่เธออีกครั้งอย่างหยอกเย้า “หรือไม่ก็ถ้าคุณไม่ยั่วยวนผมก่อน ผมก็ไม่ทำอะไรคุณหรอก” เขาหยุดยิ้มให้เธออย่างโปรยเสน่ห์ “แต่ถ้าคุณสนใจอยากจะใช้เรือนร่างผม... ผมก็ยินดีทุกเมื่อ” เขาสรุปก่อนหั่นเนื้อเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี

ใช้เรือนร่างผม... พูดมาได้ มีตรงไหนให้ใช้ยะหญิงสาวขึงตาใส่อย่างเจ้าแค้น พาลได้แค้นไปไกลถึงริชาร์ดที่ตอนนี้คงหัวเราะอย่างสนุกสนานที่เมืองไทยไปร้อยรอบแล้วกระมัง ริชาร์ดนะริชาร์ด คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง

นี่ริชาร์ดหลอกเรามาทำหน้าที่เมีย แต่หลอกว่ามาทำงานหน้าที่คู่ควงเฉพาะกิจ แต่เดี๋ยวนะ คู่ควง กับ เมีย หน้าที่มันห่างไกลกันอยู่นะ โอ้ย! อัญญ์มาลีคิดแล้วปวดหัวตุ้บ อยากจะบินกลับเมืองไทยตอนนี้เลย

กลับไปบีบคออดีตผู้บังคับบัญชาบ้า ที่ทำกันได้

“กำลังแค้นริชาร์ดอยู่เหรอ” เขาถามอย่างรู้ทัน เพราะหญิงสาวเอาแต่นั่งหั่นๆ สเต็กด้วยมีด แต่ไม่ยักกะส่งมันเข้าปาก เหมือนกับว่าจะฆ่ามันให้ตายอีกรอบเสียอย่างนั้น

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้ากลับไปนะ สิ่งแรกที่จะทำเลยคือฆ่าริชาร์ดซะ!” อัญญ์มาลีย่นจมูกอย่างหงุดหงิด

“เป็นเมียผมไม่ดีหรือ?”

“มันจะดียังไงเล่า” คุณไม่ได้รักฉันสักหน่อย

“ลองก่อนสิ” เขาเอ่ยขณะก้มหน้าก้มตาหั่นสเต็กส่งเข้าปากอย่างไม่แยแสด้วยซ้ำว่าประโยคที่พูดออกไปเรียกเลือดลมในกายสาวสะพรั่งให้สูบฉีดพุ่งปรี๊ดแล่นซ่านไปทั่วทั้งร่าง

นี่สินะที่เรียกว่า อิทธิฤทธิ์ของคำว่า เมีย

“คุณ! ทำได้เพียงขึงตาใส่ แก้มร้อนวูบแผ่รังสีความร้อนไปถึงหู

เขาหัวเราะร่า “ทานอะไรเถอะ เดี๋ยวเราต้องไปโบสถ์แล้ว จะเป็นลมนะ” เขาพูดถึงโปรแกรมที่จะต้องทำในวันนี้ ดูเขาเอาใจใส่เธอดี เธอที่อยู่ในฐานะ เมียเฉพาะกิจนี่ล่ะ

“ฉันรู้แล้วน่า” เธอตอบก่อนเคี้ยวสเต็กที่เอาแต่หั่นๆ มันด้วยความแค้น ไม่นานจากนั้นมื้อเช้าก็ผ่านไป

 

                ช่วงสายๆของวันเดียวกัน ในเวลาที่แสงแดดอบอุ่นโอบกอดปราฮา มหานครอันโรแมนติกแสนหวาน หนุ่มสาวเดินทอดน่องบนสะพานชาร์ลส์[1] สะพานเก่าแก่สไตล์โกธิค ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือว่างดงามคลาสสิก เชื่อมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของยุโรปตะวันตกกับตะวันออกเอาไว้ด้วยกัน

สะพานแห่งความติดตรึงใจทอดตัวยาวกว่า 516 เมตรพาดผ่านแม่น้ำวัลตาวา[2]ที่คั่นกลางระหว่างเขตโอลด์ทาวน์กับเลสเซอร์ทาวน์ ย่านจัตุรัสเวนเซสลาส[3]  ในสมัยโบราณสะพานแห่งนี้นับเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ จึงทำให้กรุงปราก หรือปราฮากลายเป็นเมืองที่สำคัญขึ้นมา เดิมชื่อสะพานหิน หรือสะพานแห่งกรุงปราก แต่มาภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สะพานชาร์ลส์’ ‘Charles Bridge’ เมื่อปี ค.ศ. 1870 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4[4] ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมพระเมตตานั่นเอง

สองข้างสะพานนอกจากจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีศิลปะการแสดงของคนในท้องถิ่น มีร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ ศิลปินนั่งวาดภาพให้กับนักท่องเที่ยวเก็บไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งการแสดงดนตรีเครื่องสายอย่างไวโอลิน ทำให้ระหว่างเดินชมทัศนียภาพโดยรอบๆไปบนสะพานผู้คนก็จะได้ยินเสียงเคล้าคลอเพลงเบาๆไปด้วยพร้อมกัน ให้บรรยากาศโรแมนติกดุจเทพนิยายสมคำร่ำลือ...

หลังจากเดินมาได้สักพัก ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาว มาหยุดยืนมองรูปปั้นโลหะสไตล์บารอกของนักบุญท่านหนึ่ง ที่มีรัศมีดวงดาวห้าดวงล้อมรอบศีรษะของท่าน เขาละสายตาจากที่แหงนเงย มาสบดวงตากลมโตก่อนหรี่มองเธออย่างเอ็นดู

“คุณหยุดเดินทำไมคะ?” หญิงสาวเอียงคอถามด้วยดวงตาเปล่งแววฉงน

“ดูนี่สิ” เขาชวน พร้อมพยักพเยิดให้เธอมองรูปปั้นนั้น

“คะ?” อัญญ์มาลีแหงนมองตาม รูปปั้นนักบุญที่สัมผัสได้ถึงความเมตตา สีเขียวคร่ำคร่าฉาบทับทำให้ดูขลัง และดูเหมือนจะดูเก่ากว่ารูปปั้นอื่นๆ บนสะพานนี้ด้วย

“นักบุญจอหน์ เนโปมุค[5]“ เขาพาเธอขยับเข้าไปใกล้บริเวณฐาน เธอมองแล้วสังเกตว่ารูปปั้นเล็กๆ ทั้งสองข้างขึ้นมันวาว ราวกับว่าผ่านการถูกลูบมานับล้านๆ ครั้ง

“ความจริงรูปปั้นกว่า 30 รูปบนสะพานแห่งนี้มีองค์จริงเพียงไม่กี่องค์เนื่องจากผ่านกาลเวลาและบางปีเกิดภัยธรรมชาติน้ำท่วม ก่อเกิดความเสียหายกับรูปปั้นที่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ก็เลยต้องเอาไปเก็บไว้ในปราสาทพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มีองค์จริงเพียงไม่กี่องค์ รวมทั้งรูปปั้นเนโปมุคด้วย” ชายหนุ่มเจ้าถิ่นเล่า หญิงสาวมองอย่างนึกทึ่ง

“ลูบสิ” เขาสั่ง มีแววคะยั้นคะยอในน้ำเสียงนั้นด้วย แต่หญิงสาวเห็นรอยยิ้มที่มีแววเจ้าเล่ห์นั้นของเขาแล้วก็อดระแวงไม่ได้

“ลูบ?” เธอทวน ดวงตากลมโตเปี่ยมประกายสงสัย

“ใช่ ทำจิตใจให้สงบนิ่งด้วยล่ะ” เขาอธิบาย แววตาเขาช่าง...ดูละมุนละไม เขามีมุมอ่อนโยนแบบนี้บ่อยแค่ไหนนะต้องมีอะไรแน่ๆ จะหลอกอะไรกันอีกเนี่ยคิดพลางย่นจมูกใส่เขา

“ต้องอธิษฐานมั้ย” เธอเอ่ยถาม นี่จะโดนหลอกให้ทำอะไรอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ลูบเถอะน่ะ” เขาสั่ง คราวนี้แกล้งทำเสียงเข้มดุ เธอทำตามอย่างว่าง่ายราวต้องมนต์สะกด เอื้อมมือน้อยๆ ไปลูบๆคลำๆ ที่รูปปั้นหมาประมาณสามครั้ง หญิงสาวคิดว่าเอาลูบสามทีละกัน เหมือนเวลากราบพระไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อธิฐานว่า... ขอให้เจอสิ่งดีๆ ก็แล้วกันนะคะ ก็เธอไม่รู้จะอธิฐานอะไรดีนี่นา

“ลูบข้างนั้นด้วย” สั่งเสียงดุดังเดิม ที่เพิ่มเติมคือรอยยิ้มร้าย พร้อมพยักพเยิดไปอีกด้านที่เป็นรูปปั้นผู้หญิง

เธอลูบสามครั้งเหมือนเดิม

“ดีมาก” เขายิ้ม

“มันมีความหมายว่าไงคะ ทำไมต้องให้ฉันลูบด้วย” เธออยากเขกหัวตัวเองนะ ทำไมไม่ถามก่อนลูบล่ะ แต่เธอคิดว่าไม่มีอะไรน่ากลัวมากไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ การได้อยู่ใกล้ๆผู้ชายแบดบอยอันตรายอย่างดานิเอล ก็นับว่าเป็นสิ่งเลวร้ายที่น่าระมัดระวังยิ่งนัก เธอคิด

“คุณจะได้กลับมาที่ปราฮาอีกไงล่ะ” เขาตอบ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าถ้าผู้มาเยือน ไม่ว่าใครก็ตามถ้ามาถึงสะพานชาร์ลส์แล้ว ต่างก็ต้องมาลูบที่แผ่นจารึกทองแดงตรงฐานรูปปั้นนักบุญจอห์น เนโปมุค เพราะสิ่งนั้นจะทำให้ได้กลับมายังปราฮาอีกแน่นอนในสักวันหนึ่ง ด้วยเหตุนี้นี่เอง บริเวณแผ่นจารึกจึงดูเป็นมันวาววับสุกสกาวจนดูเป็นสีทองเพราะผ่านการลูบคลำจากผู้คนที่มาเยือนมากกว่าล้านๆ ครั้ง

“แล้วอีกข้างละคะ” หญิงสาวถาม คราวนี้ไม่ได้ถามเพราะสงสัยแล้ว แต่ถามเพราะอยากรู้ เขายิ้มตอบอย่างเอ็นดู ก่อนขยี้ศีรษะเธอเบาๆ อย่างหยอกเย้า หญิงสาวย่นจมูกใส่ ในเวลาเดียวกันนั้นหัวใจก็เต้นโครมครามอย่างหักห้ามไม่ได้

“ลูกจะได้เรียนหนังสือเก่งๆ ไง” เขาบอก ดวงหน้าที่เคยดุดันเมื่อแรกพบกลับอมยิ้มอย่างมีเลศนัยในตอนนี้

คนบ้า! มีความสุขนักหรือไง

“ฉันยังไม่มีลูกนะคะ” เธอค้านพร้อมถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ผู้ชายบ้า มาว่าเธอมีลูกแล้ว เธอออกจะยังสาว ถึงจะไม่ได้สวยมากมายก็ตาม

“ก็มีสิ... เดี๋ยวช่วย” เขาสรุป หรี่ตามมองเธออย่างเจ้าเล่ห์เจ้ากล

“คุณ!” หญิงสาวแก้มร้อนวูบวาบ ช่วย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมีลูกล่ะ มาคิดๆ แล้วกว่าจะตามทันกับสิ่งที่เขาพูดก็ถึงบางอ้อ ช่วยในความหมายของผู้ชายอันตรายอย่างเขา มันจะไปไหนไกลนอกจากช่วยเรื่องใต้สะดือ

“ผู้ชายบ้า ไม่ทะลึ่งสักนาทีจะตายมั้ยคะ” หญิงสาวตวัดสายตาเข้มมองเขาอย่างกวนโมโห คนอะไร พูดจาไม่ทันไรก็พาวกกลับมาเรื่องนั้นตลอดเลย เธอไม่อยากคุยด้วยแล้วนะ

“ผมช่วยได้นะ ช่วยฟรี ไม่คิดตังค์ ถ้าสนใจ คืนนี้เลยก็ได้” เขาหยุดส่งสายตาสบประสาน “ผมว่าง” เขาทิ้งท้ายอย่างหยอกเย้า

“ใครอยากให้ช่วย แล้วใครบอกกันว่าอยากมีลูกกับคุณคะ” เธอเชิดคางตอบ มือเพรียวแกร่งของเขาบีบจมูกน่ารักกระจิดริดของเธอเบาๆ อย่างมันเขี้ยว

“โอ้ย! ฉันเจ็บนะคะ” หญิงสาวเริ่มหน้าหงิกแบบเด็กเอาแต่ใจ ภาพนั้นดูน่าเอ็นดูในสายตาเขา จู่ๆ เขากลับรู้สึกว่าชอบเวลาเธอถูกแกล้งแบบนี้เพราะเขา

“ก็อยากให้เจ็บน่ะสิ” สายตาเขามองเธอหยาดเยิ้ม หัวใจดวงน้อยของสาวไทยเป็นได้เต้นโครมครามอีกครั้งแล้วครั้งเล่า สาเหตุเพราะเขามองมาด้วยสายตาแบบนั้น

“คุณนี่ โรคจิตหรือคะ ไปตรวจสุขภาพจิตบ้างนะ! เธอว่าให้ คอยดูนะ จะเอาคืนให้หายแค้นเลยเธอหมายมั่น

“ใช่ เพิ่งรู้หรือว่าผมโรคจิต” เขาหยุดยิ้มอย่างกวนยียวน “โรคจิตพิศวาส... ในตัวคุณไง” ดูเขาพูดเข้า วาจาหวานลิ้น ชวนให้ใจหวั่นไหวมาก ที่ว่ากันว่าเขาเป็นแบดบอยล่าหัวใจสาวๆ ทั่วยุโรป จะไม่มีใครเชื่อเลยถ้าไม่ได้มาอยู่ใกล้เขาแบบนี้

ผู้ชายอันตราย!’  

เขาจูงมือเธอเดินไปตามทางเดินบนสะพานชาร์ลส์ ไม่อยากให้เวลาเดินเลยจริงๆ เขาอยากให้สะพานทอดยาวออกไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาชอบบรรยากาศแบบนี้... อารมณ์ ณ ขณะนี้ ที่มีหญิงสาวร่างบางเดินเคียงข้าง อยู่ใกล้ๆ ให้เขาสูดกลิ่นไอความหอมละมุนที่เขาคุ้นเคย อากาศในปราฮาวันนี้ถูกโอบกอดไปด้วยแสงแดดอ่อนหวาน อากาศเย็นสบายกับสายลมในฤดูใบไม้ร่วง มันทำให้รู้สึกโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากหยุดเวลาไว้เพียงเท่านี้

สายตาเขาที่ก่อนนี้มีไว้ชื่นชมอิสตรีนับร้อยพัน แต่ตอนนี้มันเป็นของอัญญ์มาลีเพียงคนเดียว ภาพหญิงสาวตื่นตาตื่นใจกับการเดินทอดอารมณ์ไปกับกิจกรรมรอบๆ ข้างทางซ้ายขวาบนสะพานชาลส์ มันช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน เขาแอบถ่ายภาพเธอเอาไว้หลายต่อหลายภาพ เธอดูเป็นธรรมชาติมากๆ รอยยิ้มสดใสของหญิงสาวคละเคล้ากับเสียงบรรเลงดนตรีคลาสสิคผ่านดนตรีเครื่องสายอย่างไวโอลิน ทำให้ทั้งสองต่างรู้สึกว่ากำลังท่องอยู่ในท้องทะเลของดินแดนเทพนิยาย

 

ดานิเอลพาหญิงสาวเดินมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงโบสถ์ใจกลางย่านโอลทาวน์ในเวลาเย็นย่ำ วันนี้คนก็ดูหนาตาเป็นปกติ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นคู่รักที่มีเจตนามาจดทะเบียนสมรส และต่างก็มีแผนการวางชีวิตในอนาคตที่ดีร่วมกัน แน่ละ คนแต่งงานกัน พื้นฐานก็ต้องรักกันก่อน แต่สำหรับอัญญ์มาลีกับบุรุษรูปงามสูงสง่า ทว่าดูหน้าตาดุ น่าเกรงขามที่ยืนเคียงข้างเธอนี้

การแต่งงาน จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง กลับเป็นภาระหน้าที่ รวมทั้งบทบาทการแสดง เพื่อจัดฉากตบตาสายตาใครต่อใครเท่านั้นเอง เรื่องความรัก ไม่มีอยู่ในความคิดเลยสักนิดเดียว

แต่จะแคร์อะไรเล่า ในเมื่อเธอเองตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ ก็เพื่อหน้าที่นี้ ทำงานแลกเงิน เพียงเท่านั้น

ดวงตากลมโตมองสำรวจโดยรอบ โบสถ์ที่ภายนอกโบราณงดงามด้วยสถาปัตยกรรมทางศิลปะแบบโกธิค อันได้รับอิทธิพลจากเมืองนาร์บอนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  โบสถ์ที่นี่สวยเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายเลย ความจริง ถ้าไม่เพราะมาทำงาน อัญญ์มาลีก็คิดว่าอยากมาเที่ยวให้ได้ในสักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เมื่อมาถึงโบสถ์ หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้

“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” อัญญ์มาลีถามคิ้วขมวดมุ่น แต่เขากลับยิ้มอย่างพอใจ

“เราต้องจดทะเบียนสมรสจ้ะ... หวานใจ” เขาบอก “ผมบอกคุณแล้วไง คิดว่าผมล้อเล่นเหรอ” และดูเหมือนว่าผู้ช่วยของเขาจะมารออยู่ก่อน เพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารและธุระอื่นๆ ไว้รอเขาแล้วอย่างเรียบร้อย ยอดเยี่ยมไม่มีที่ติ

ถึงกับต้องจ้างคนมาเป็นสักขีพยาน  ที่นี่เป็นโบสถ์เล็ก ที่ชานเมือง มีผู้คนมาร่วมพิธี ทั้งหมดก็จากการจัดการของเลขาหนุ่ม

“ทุกอย่างเรียบร้อยมั๊ย?” ดานิเอลถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจริงจัง

“ครับ ทุกอย่างพร้อมครับ” โตมาช เลขาหนุ่มคนสนิทรายงาน

“ดีมาก” เขาชม สำหรับโตมาช นับว่าเป็นเลขาหนุ่มคนสนิท ที่ดานิเอลวางใจ นับว่าทำงานกับเขามานานปี นอกจากเก่งงานแล้ว เรื่องรู้ใจนายยิ่งไม่ต้องห่วงเลย

“เอาล่ะ เราเข้าไปข้างใน” เขาเอ่ย มือแกร่งโอบเอวเธอจากด้านหลัง ท่าทีเหมือนคู่รักที่ผ่านการคบหาดูใจกันมาอย่างสุกงอม

“ฉันไม่เข้าใจคุณจริงๆ” เธอเบี่ยงลำตัวเล็กน้อย แต่เขาขืนเธอเอาไว้ข้างกายเขาอย่างจอมบงการ

“ไม่ต้องเข้าใจ... แค่ตามใจผมตอนนี้ แค่เท่านั้นพอ” เขาเปลี่ยนมาจูงมือ เขาสอดประสานนิ้วรวมกันกับมือเธอ แบบจอมเผด็จการ มาถึงขั้นนี้แล้ว ดูเหมือนว่าหญิงสาวชาวไทยจะคัดค้านอะไรไม่ได้เสียแล้ว

การจดทะเบียนสมรส ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ในเวลากระชับพอสมควร จึงทำให้ดูเหมือนรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ ทุกอย่างรวบรัดเป็นขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก อัญญ์มาลีไม่แน่ใจว่า มันง่าย เพราะดานิเอลสั่งคนมาเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้วหรือไม่ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอก เพราะดานิเอล เป็นนักธุรกิจหนุ่มทรงอิทธิพลในยุโรป เรื่องแบบนี้เพียงกระดิกนิ้ว ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างใจหมาย

“เสร็จแล้ว ต่อไปนี้ หน้าที่ภรรยาคือ” เขาสบตาเธอด้วยประกายแพรวพราว ก่อนพูดต่อไปอีกว่า “เป็นเพื่อนเที่ยว”

“เที่ยวเหรอคะ” หญิงสาวทวนถาม ตากลมโตอย่างเด่นชัด

“ใช่ คุณหายดีแล้วนิ่ คิดเสียว่า ผมพาเที่ยวเป็นการปลอบขวัญ” เขาเอ่ย ซ่อนรอยยิ้มร้ายเอาไว้ เขาจะยิ้มยากกันไปทำไมนักนะ อัญญ์มาลีเคยเห็นเวลาเขายิ้ม ที่มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก รอยยิ้มละมุนประดับบนใบหน้าเขามันทำให้เขาดูอ่อนโยน มีเสน่ห์ไปอีกแบบ และแทบทำเธอไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลย เขาเป็นผู้ชายหล่อเหลาในทุกองศา และอันตรายอย่างที่จินตนาการไปไม่ถึง...

“ฉันไม่เห็นอยากไปสักนิด” เธอว่าก่อนพ่นลมหายใจออกจมูกอย่างไม่แยแสเขา

“แต่... ผมอยากไป...” เขาเอ่ยเสียงเข้ม มีแววเอาแต่ใจอยู่ในนั้น แน่อยู่แล้วล่ะ จอมเผด็จการก็ต้องเอาแต่ใจเป็นพื้นฐานของนิสัยอยู่แล้ว มันเป็นคุณสมบัติที่อยู่คู่กัน

อีตาช่างตื้อ... แล้วก็เผด็จการไม่มีใครเทียบ ฉันอยากกลับมากกว่าหญิงสาวเถียงในใจ

“อยู่แต่ในเพ้นท์เฮ้าส์น่าเบื่ออก อีกอย่าง เราควรออกมาแสดงบทบาทให้ใครเห็นบ้าง ว่าเรารักกันปานจะกลืนขนาดไหน” เขาเย้า แต่เธอเริ่มหน้าบึ้ง

“ต่อไปนี้ คุณต้องแสดงเป็นภรรยาที่รักผมมากให้สมจริง มิฉะนั้น ผมจะเรียกร้องเงินคืน” ดานิเอลได้ทีพูดขู่อย่างนึกสนุก

“เงินคืน? คุณจะบ้าไปแล้ว เค้าไม่มีแบบนี้หรอก” เธอว่าพร้อมหน้างอ แบบนี้ก็มีด้วย

“งานบริการ มันไม่ได้จบแค่ขาย หรือทำสัญญาแล้วเสร็จหรอกนะแมรี่ คุณไม่รู้จักคำว่า บริการหลังการขายหรือไง”

“เชอะ” มันไม่เหมือนกันนี่คะ

“นี่... ริชาร์ดได้คุณมาจากไหนกันนะ ถ้าผมรู้ว่าคุณจะเป็นเด็กดื้อแบบนี้ ผมไม่ให้คุณผ่านรอบสัมภาษณ์แน่” เขาบ่นอุบ

“คุณอยากเปลี่ยนตัวเหรอคะ?” เธอจ้องหน้าถาม แววตาเขาดูขบขัน

“แต่ตอนนี้ คงไม่ทันแล้วล่ะ จริงไหม?” เขาถาม ดวงตาเป็นประกาย หญิงสาวสัมผัสได้ในทันทีว่ามันมีความร้ายเล่ห์ซ่อนอยู่ในนั้น

“ความจริง ค่าจ้างของคุณก็ช่วยฉันและครอบครัวเอาไว้หลายอย่าง ฉันจะทำหน้าที่ให้ดี” หญิงสาวสบตาคม “ไม่ทำคุณผิดหวังก็แล้วกันค่ะ”

“ลูกจ้าง มีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วยเหรอ คุณต้องทำอย่างดีที่สุดต่างหาก” ดานิเอลยืนยัน เขาจูงมือเธอเดินไปตามทางเดิน

ที่ปรากฮา จัดให้เป็นเมืองมรดกโลกทันทีที่แยกตัวออกจากสโลวะเกีย และส่วนใหญ่ที่นี่จะมีทางเดินเล็กๆ ซอกแซก ที่นี่จึงเหมาะกับคนชอบเดินดูสิ่งสวยงาม และอากาศที่ปรากในช่วงฤดูผลิ จัดว่าเป็นสวรรค์บนพื้นดินดีๆ นี่เอง

อัญญ์มาลีรู้สึกยินดีมากที่เดินกับเขา เธอสัมผัสได้ทันทีว่า เขาเป็นผู้ชายที่น่าหลงใหล มีเสน่ห์ และเขาดูช่างปกป้องและแสดงความรักเอ็นดูต่อเธอราวกับว่านั่นเขารู้สึกกับเธอจริงๆ

~$~

 

คฤหาสน์หรูของมาดามลีเวีย

“ผู้หญิงจากประเทศโลกที่สามนั่นมาอยู่ร่วมชายคาลูกชายฉันเป็นอย่างไรบ้าง น่าขายหน้าแค่ไหน?” นางถามเสียงสูงอย่างคนหัวเสีย นางไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที นักสืบเอกชนส่งภาพระหว่างเข้าพิธีแต่งงานของดานิเอลและหญิงสาวจากโลกที่สามมาให้มาดามยล นางอยู่ในภวังค์แห่งพิโรธจนตัวสั่น

“ลูกชายตัวแสบ ทำแบบนี้กับแม่ได้ยังไง” นางคำรามในลำคอ นางพญาแห่งราชสีห์แห่งยุโรปดังกระหึ่มก้อง นางเกลียดนักกับการถูกขัดใจ แล้วจะยิ่งทวีความขัดเคืองใจอย่างมากถ้าสิ่งนั้นเกิดจาดการกระทำของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกชาย

พฤติกรรมที่บุตรชายเพียงคนเดียวกำลังทำ แบบนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าดานิเอลกำลังประกาศสงครามเย็นกับมารดา เขาไม่ต้องการแต่งงานตามคำสั่งนาง ไม่เพียงแค่นั้นแต่เขามีภรรยาที่นางต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงคนนั้นคู่ควรกับบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของตนหรือไม่

“ใช่ครับ ท่านประธานพาเธอมาอยู่ในเพ้นท์เฮ้าส์ แล้วก็สั่งพักงานคนรับใช้สาวๆหมดทุกคนเลย เหลือไว้แต่บัตเลอร์หนุ่มๆเท่านั้น รวมทั้งมิชาลด้วย”

“ก็แหงล่ะ” นางเบ้ปากอย่างโมโห มิชาลน่ะเป็นลูกชายของพ่อบ้านที่ตระกูล นับว่าเป็นคนเก่าคนแก่ รุ่นราวคราวเดียวกันกับดานิเอล จะเรียกว่า สองคนนั่นเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก มิชาลไม่ได้เป็นบัตเลอร์ธรรมดา บางครั้งทำหน้าที่เป็นเลขาคนสนิทของดานิเอลอีกคน รวมทั้งเป็นบอดีการ์ดมากฝีมือยามที่ดานิเอลตกอยู่ในอันตราย 

“แบบนี้ดิฉันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตกงานแล้ว” เมทที่ไปๆมาๆ เพ้นท์เฮ้าส์ซีอีโอหนุ่มเพื่อดูแลความสะอาดตามคำสั่งมาดาม ถึงกับหมดอาลัยตายอยากเมื่อตกที่นั่งลำบากแบบนี้

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทำงานที่นี่กับฉัน แต่ว่าจะส่งเธอไปสืบที่นั่นให้ฉันเป็นครั้งคราว” มาดามบอก หรี่ตาแคบอย่างข่มอารมณ์บางอย่าง

“ขอบคุณมาดามมากค่ะ” เมทวัยกลางคนยิ้มดีใจ เพราะบงการมาดามช่วยชีวิตเธอเอาไว้ให้ยังคงมีงานกำต่อไป

“ยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าเจ้าลูกชายตัวแสบ จะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น” นางหยุดหายใจ ราวว่ากำลังข่มอารมณ์ขุ่นโกรธที่เก็บกดเอาไว้ “ฉันคงทนนิ่งอยู่ไม่ได้แล้ว” มาดามลีเวียพึมพำอย่างขัดใจ

“นั่นมาดามจะทำอะไร?” เมทคนเดิมเอ่ยถามขึ้น

“เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง” มาดามหรี่ตาเพ่งลงอย่างคนมีแผนการ มีเรื่องให้นางต้องงัดข้อกับบุตรชายตัวดีอีกแล้วเหรอนี่ และนางจะไม่มีวันยอมเด็ดขาด การแต่งงานของดานิเอล ต้องเป็นไปตามบัญชาของนางเพียงคนเดียวเท่านั้น!

~$~

 

ค่ำคืนนี้จบลงที่การล่องเรือดินเนอร์ในแม่น้ำวัลตาวา เวลาใกล้สี่ทุ่มแล้ว พระอาทิตย์ที่นี่เพิ่งจะตกดินเอง  แต่เธอรู้สึกง่วง จะบอกยังไงดี ว่าเธอทั้งง่วง ทั้งหิว สองอย่างในคราวเดียวกัน

ระหว่างดินเนอร์ โตมาชก็นำม้วนกระดาษความยาวประมาณฟุตกว่าๆ มาให้เธอ หญิงสาวกำลังจะเปิดดูม้วนกระดาษ

“หยุด!” คำสั่งจากปากหยักสวยของชายหนุ่ม แน่นอนใบหน้าหล่อเหลาปราศจากรอยยิ้ม แต่กระนั้นก็ยังดูดี แต่ความดูดีของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีเลยที่บางครั้งเขาก็ช่างดุและเผด็จการกับเธอจนเกินไป “ทานให้อิ่มก่อน ไหนบอกว่าจะรีบทาน แล้วเราจะได้รีบกลับ ไม่ง่วงแล้วเหรอ”

“ง่วงสิ แต่อยากรู้นี่ว่ากระดาษอะไร” หญิงสาวตอบ น้ำเสียงมีแววเอาแต่ใจ

“กลับเพ้นท์เฮ้าส์แล้วค่อยดูเมื่อไหร่ก็ได้” เขายืนกราน จนหญิงสาวต้องยอมแพ้ ตอบโต้อะไรไม่ได้นอกจากทำจมูกย่นใส่เขา

หลังจากดินเนอร์เรียบร้อย เขาพาเธอกลับเพ้นท์เฮ้าส์ในเวลาไม่นาน เขาเดินมาส่งเธอที่หน้าห้องนอน

“ราตรีสวัสดิ์” เขาเอ่ยลาหลังจากคว้าเธอมาจุมพิตที่หน้าผากมน หญิงสาวแก้มร้อนซ่านด้วยความเขินอาย

“คราวหน้า... ถ้าคุณจูบแบบไม่ตั้งตัวแบบนี้ ต้องจ่ายเพิ่มนะคะ” เธอว่า น้ำเสียงกระเง้ากระงอด

“เท่าไหร่กันเชียว” เขาเลิกคิ้วอย่างท้าทาย ดวงตาเขาฉายแววยียวนน่าดู

“ฉันจะคิดราคาแพงๆ เลย ไปนอนได้แล้วค่ะ” เธอได้ทีไล่เขา

“โอเค ไม่ต้องฝันถึงผม” เขาทิ้งท้าย แทนคำราตรีสวัสดิ์ ผู้ชายอย่างดานิเอลมันควรจะรักษาฟอร์มเอาไว้บ้างสิ ผู้หญิงยังไม่มีทีท่าจะทอดสะพานให้เลย ทั้งที่เขาไม่เคยต้องใช้ความพยายามอะไรยากเย็นนักกับการได้มาซึ่งผู้หญิงสักคน มานอนครางเสียงหวิวใต้ร่างแกร่ง ทรงพลังอย่างสมบูรณ์แบบอย่างเขา

“ผู้ชายหลงตัวเอง” เธอย่นจมูกใส่

“ผมอยากให้คุณรู้... ว่าไม่เพียงผมเท่านั้นที่หลงตัวเอง” เขาหยุดมองเธอดวงตาแพรวพราว “คุณ- จะ-หลง-ผม-ด้วย!” เขายิ้มพราย มีแววร้ายกาจอย่างเต็มเปี่ยมในนั้น

อันตรายมาก...

“นาฬิกาฉันมีเข็มทิศค่ะ หลงยาก และ...” หญิงสาวลากเสียงยาว ก่อนสรุปสั้นๆ “มันบอกเวลาว่า ตอนนี้ฉันง่วงแล้ว” เธอตัดบท พร้อมปิดประตูไล่เขาไปในที ก็ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ ผู้ชายอย่างดานิเอลกอ้อยอิ่งไม่ยอมไปไหนสักที จะว่าเมาไวน์ก็ไม่น่าใช่ เธอง่วงมากและอยากพักผ่อน

หญิงสาวกระโดดขึ้นเตียง ก่อนเปิดดูภายในม้วนกระดาษที่โตมาชเอามาให้ มันเป็นภาพวาดจากศิลปินนักวาดรูปที่ให้บริการอยู่บนสะพานชาร์ลส์ เป็นภาพหนุ่มสาวพะเน้าพะนอ หญิงสาวมองแล้วก็อดอมยิ้มอย่างประทับใจไม่ได้ ทำไมต้องดีใจด้วยล่ะ แล้วทำไมจู่ๆ ก็มีคนวาดรูปเธอกับเขาที่เดินเคียงคู่กันบนสะพานให้ด้วยล่ะ เธอกับเขาไม่ใช่คู่รักกันสักหน่อย นี่นักวาดรูปเขาแอบวาดรูปเธอกับดานิเอลตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่รู้ตัวเลย...

แต่...ศิลปินก็วาดสวยเหมือนกันนะหญิงสาวยิ้มและเก็บรูปวาดไว้อย่างถนอมระวังราวกับว่า เมื่อกลับเมืองไทยแล้ว เธอจะจัดการเอามันไปอัดกรอบอย่างสวยงาม เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยเดินเที่ยวบนสะพานแห่งความติดตรึงใจข้างๆ ผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อและเพอร์เฟ็กต์อย่างท่านประธาน...

~$~

 

วันต่อมา

รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบเพ้นท์เฮ้าส์ของซีอีโอหนุ่มหล่อ จากนั้นภาพนางพญาอันน่าเกรงขามอย่างมาดามลีเวีย ก้าวลงจากรถยนต์อย่างสง่า นางเดินในจังหวะดุจนางพญาสิงโต ก่อนบัตเลอร์ประจำเพ้นท์เฮ้าส์อย่างมิชาลจะมาต้อนรับ

ไม่นานจากนั้น ดานิเอลจึงลงมาต้อนรับมารดาที่อีกชั้นของอพาทเม้นท์เพ้นท์เฮ้าส์ มันเป็นห้องรับรองที่ออกแบบเรียบหรู ทว่าไม่ได้ประดับตกแต่งอะไรมากมายให้รกตา เขาเดินตรงมาขณะสายตาจับจ้องมารดามาจากระยะไกล ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งเอนพิงหลัง ก่อนไขว่ห้างอย่างเนี้ยบสุด มาดามลีเวียมองจ้องบุตรชายอย่างนึกตำหนิ วันนี้นางมาถึงที่นี่คงมีหลายเรื่องที่ต้องเคลียร์กันระหว่างแม่ลูก นางไม่เคยลืมหรอกว่าลูกชายคนเดียวคนนี้หัวรั้นมากสักแค่ไหน แต่แม้จะรั้นเรื่องไหนก็ช่างนางยอมได้ทั้งนั้น แต่กับเรื่องแต่งงานกับแองเจลลิกา ไม่ได้เด็ดขาด อย่างไรเสียเขาต้องแต่งงานกับแองเจลลิกา !

“แม่จะมาทำไมไม่บอกล่วงหน้าครับ” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบทันทีที่ลงนั่งนิ่ง

“ทำไมต้องบอกด้วยล่ะ แม่อยากมา...  ก็มาแบบนี้เป็นปกติวิสัย เรากลัวแม่จะรู้ความลับอะไรงั้นหรือ?” นางเอ่ยตอบ สำเนียงไม่ปลื้มนัก

“ก็เปล่า... ผมกับแมรี่ไม่มีความลับอะไร แต่กลัวว่าถ้าพวกเราไปต่างเมือง มาดามมาแล้วจะเจอแต่มิชาล” บุตรชายตอบ หาจังหวะแนะนำภรรยาที่เขายืนโอบไหล่เธอเอาไว้

“ก็ช่างปะไร” ตอบไปทั้งที่ทำหน้าเมิน

“แล้วมาดามมีอะไรหรือครับถึงมาที่นี่” เขาไม่เสียเวลา ถามตรงประเด็นไปเลย

“มีธุระ ก็คงต้องขอค้างที่เพ้นท์เฮ้าส์ลูกสักระยะ” นางตอบ

“ว่าไงนะครับ?” เขาได้ยินชัด แต่ที่ไม่แน่ใจคือ แม่ของเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

“ทำไม ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นยะ” มารดาสวมบทดุร้ายขึ้นมากะทันหัน นางไม่พอใจตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วที่เห็นหน้าหญิงสาวชาวเอเชียผมสีดำที่อยู่กับบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของตนแบบนั้น

“เปล่าครับ งั้นคุณแม่นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน ไว้ผมจะสั่งให้มิชาลจัดการทำห้องให้”

“แล้วนั่นใครกัน” มาดามลีเวีย ถามพร้อมสายตาที่เพ่งหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นางรู้แก่ใจว่า เป็นใครแต่ที่ถามเพราะอยากได้ยินจากปากลูกชายตัวแสบมากกว่า

“แมรี่ครับ ภรรยาผมเอง” ดานิเอลแนะนำ ความจริงเขาจะแนะนำมารดาให้รู้จักเธอตั้งแต่แรกบหน้า แต่ดูเหมือนมารดาจะสนใจเรื่องอื่นมากกว่า นี่เป็นจังหวะที่ดี

“ดูสิ คนรุ่นใหม่สมัยนี้น่ะ นึกจะคบก็คบไม่บอกไม่กล่าวแม่สักคำ” นางพูดจาเหน็บแนม นางรู้สึกขัดใจ ขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก สิ่งนั้นเองเป็นเหมือนมีรังสีอำมหิตบางอย่างระบายรอบๆตัวของมาดามลีเวียจนหญิงสาวสัมผัสได้ อัญญ์มาลีถึงกับทำตัวไม่ถูก ได้แต่หาเรื่องบ่ายเบี่ยงเพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับมารดาจอมเผด็จการของเขา ที่ได้ชื่อว่า เจ้านายคนใหม่หรือจะเรียกว่า สามีเฉพาะกิจดีนะ?

“เราก็กำลังบอกอยู่นี่ไงครับ” ชายหนุ่มแก้ตัวพัลวัน

“ไว้อัญญ์ไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้มาดามนะคะ” เธอเอ่ยขึ้น มองสบตาชายหนุ่มที่นั่งโอบไหล่เธออย่างหลวมๆ ราวกับว่าเด็กกำลังขออนุญาตผู้ปกครอง

“ดีครับ” ดานิเอลยิ้มเป็นเชิงอนุญาต อัญญ์มาลีลุกขึ้น เดินหายเข้าไปในโซนห้องครัวของเพ้นท์เฮ้าส์

เมื่ออยู่เพียงลำพังกับบุตรชายคนเดียว มารดาก็พูดจาดูถูกผู้หญิงจากโลกที่สามทันที นางไม่ชอบอัญญ์มาลีอย่างมาก และเธอก็คิดแผนการหลากหลายเพื่อทำอย่างไรก็ตาม เพื่อกำจัดหญิงสาวชาวไทยคนนี้ออกไปจากชีวิตบุตรชายตน

ระหว่างคุยหารือกันกับดานิเอลถึงเรื่องแต่งงานเขา รวมทั้งเรื่องงานราตรีการกุศลที่จะจัดขึ้น และที่มาที่นี่นางตั้งใจจะพักสักสามสี่คืน

นางต้องการชมพิพิธภัณฑ์และหาซื้อผลงานศิลปะสวยๆ ไปจัดแสดงในงานดังกล่าว ก่อนกลับเยอรมนี ถูกต้องที่สุด นางเป็นสาวชาวเยอรมันและสืบเชื้อสายมาจากสกุลเก่า นางจึงค่อนข้างเจ้ายศเจ้าอย่างและจอมเผด็จการ ไม่ต้องสงสัยหรอกว่า ความเผด็จการที่แทรกซึมในสายเลือดของดานิเอลนั้นสืบทอดมาจากใคร

ดานิเอลคงยากจะปฏิเสธ แต่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ทันมารดา การที่จู่ๆ มาค้างที่นี่ ก็คงมีจุดประสงค์หลักเพื่อมาดูผู้หญิงที่เขาคว้ามาเป็นภรรยามากกว่า ดีที่เขาจับอัญญ์มาลีไปจดทะเบียนสมรสเสียตั้งแต่แรกๆ ที่มาถึง

เขาคิดว่าการแสดงบทบาทลูกชายมีเมียไทยคงจะยังหาข้อพิรุธไม่ได้

งานนี้สนุกแน่ทีเดียวล่ะ งานราตรีการกุศลที่จะมาถึง ดูเหมือนว่าจะถูกวางไว้ให้เป็นงานดูตัวเสียด้วยซ้ำไป งานนี้เขาไม่มีทางปล่อยให้อะไรมันดำเนินไปอย่างเรียบง่ายหรอก มารดาก็รู้นี่ว่าเขาไม่ยอมทำตามที่มาดามบงการง่ายๆ หรอก

อัญญ์มาลีไม่ชินนัก กับการอาบน้ำและใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำ ขณะมีผู้ชายรวมอยู่ในห้องนอน...

หญิงสาวพยายามเก็บความรู้สึกประหม่าเอียงอายเอาไว้อย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาที่ดานิเอลใช้มองเธอ ไม่ว่าหญิงสาวจะทำอะไร... เธอก็รู้สึกเหมือนว่า มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง... จ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย จดจ้องอย่างโลมเลียกระหาย เมื่อเธอหันมา ก็พบว่าเขามองเธออยู่ก่อนแล้วเสมอ...  เขามองจ้องเธอทุกกิริยาแล้วก็แกล้งเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเมื่อเธอรู้ตัว

เขาร้ายกาจขนาดนี้... ผู้ชายละโมบ คุณกำลังลวนลามฉันด้วยสายตานะเธอค่อนเขา

หญิงสาวคลี่ผมยาวสยายลงกลางหลัง ก่อนแปรงผมช้าๆ เธอมองตัวเองในกระจก เขาคงไม่ทันรู้ตัวว่าเธอเองสามารถมองเขาได้จากภาพที่สะท้อนในกระจกเงา สายตาคมของเขามองเธอเหมือนพญาเสือโคร่งจ้องมองสมันน้อยไร้เดียงสา

เธอรู้สึกราวกับว่า เป็นเหยื่ออันโอชะที่รอการขย้ำที่ไรความปราณี...

หญิงสาวค่อยๆ ใช้แปรงหวีผม ก่อนรวบมันขึ้นสูงตรงกึ่งกลางศีรษะ ก่อนเก็บเล็มส่วนปลายให้เรียบร้อยด้วยหมวดคลุมผมอาบน้ำ ร่างบางลุกจากโต๊ะเครื่องแป้งเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เพื่อหยิบชุดคลุม ผ้าขนหนูและ.... ชุดนอนที่มันดูยั่วยวนน้อยที่สุดสำหรับเธอ แล้วร่างบางก็เดินหายไปในห้องน้ำ เธอคิดว่ามีผู้ชายอยู่ในห้อง อาบน้ำเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้าในนั้นให้เรียบร้อยเลยดีกว่า... มันควรจะเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่อยากถูกเขาลวนลามด้วยสายตาคู่คมกริบ

เลือดในกายชายพลุ่งพล่านรอวันจุดระเบิด

เขาไม่คิดว่า ผู้หญิงที่ดูธรรมดาเหลือเกิน แทบจะไม่มีอะไรดึงดูดในวันแรกพบ จะก่อความปรารถนาที่เป็นเพลิงร้อนแรงแผดเผาเขาได้เลย เพียงได้ยินเสียง ได้เดินเคียง สัมผัสแตะต้อง ก็ทำเขารู้สึกเร่าร้อนต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลิ่นหอมประจำกายที่เขารู้สึกติดต้องใจ ราวกับว่า เขารู้จักสนิทชิดใกล้กลิ่นหอมๆ แบบนี้มานานแสนนานเสียอย่างนั้น มันเป็นไปได้อย่างไรกัน สิ่งนั้นทำให้เขานึกถึงข้อบางข้อในสัญญาว่า ต่างฝ่ายจะไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เขาได้แต่ถอนใจ เขาต้องพยายามอย่างมาก ที่จะไม่ทำสิ่งนั้น เพราะแม่สาวน้อยที่อยู่ข้างกายตอนนี้ เหมือนมีพลังดึงดูดใจแบบประหลาด เขาอยากจะคว้ามากอด และบดจูบหนักๆ ลงที่กลีบปากสวยสีชมพูระเรื่อนั้นให้หายอยาก

กลิ่นกายหอมๆ และผิวเรียบลื่นน่าสัมผัส แล้วผิวในส่วนที่มองไม่เห็นจะทำเขาเร้าใจมากมายสักแค่ไหน...  เขาได้แต่จินตนาการและส่งผ่านความปรารถนาร้อนแรงจากดวงตาไปสู่เธอ

แน่นอนว่า เขาจะไม่แตะต้องเธอ... ถ้าเธอไม่เต็มใจ แต่ถ้าตรงข้าม... เขาต้อง ได้ เธอ !

ดานิเอลผู้ไม่เคยผิดหวัง และเขาจะต้องเดินเกมสักหน่อย เพราะเขาอยากพิสูจน์เสียแล้วว่า หญิงสาวเจ้าของดวงตากลมโตที่แสนธรรมดา มีดีอะไรนัก เขาถึงรู้สึกลุ่มหลง ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น

กลิ่นหอมของครีมอาบน้ำโชยมาสัมผัสปลายจมูกเขา ความปรารถนาเริงร้อนขึ้น เขารู้สึกพอใจ สายตาคมมองจ้องร่างน้อยที่ตอนนี้สะอาด สวยงาม และดูน่ารักในสายตาเขามากเหลือเกิน เธอไม่ได้สวมแว่น เขาสงสัยว่าทำไมหญิงสาวถึงสวมแว่นตาในบางครั้ง ถ้าคนสายตาสั้นไม่น่าจะถอดแว่นได้ โลกมันจะเป็นภาพเบลอไปหมด เขาอยากรู้จริงๆ ว่า สายตาเธอสั้นมากแค่ไหน ถ้าเป็นไปได้ เขาไม่อยากให้เธอใส่มันอีกต่อไป เขาชอบแบบนี้ แบบที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเวลาเขาอยากสบประสานดวงตากลมโตของเธอจับถอดแว่นตาก่อน... ต่อไปค่อยถอดผ้า!’

“มานี่สิ แมรี่” เขาเรียกอย่างทรงพลัง และเปี่ยมด้วยอำนาจแห่งผู้ควบคุม หญิงสาวตัวสั่นและรู้สึกสะท้าน ที่อยู่ๆ ร่างกายก็รู้สึกแปลกๆ มันเป็นธรรมดาในธรรมชาติของผู้หญิงที่ง่ายต่อการตกอยู่ใต้พลังอำนาจของเพศชาย ผู้หญิงหลายคนก็เป็นแบบนี้ ธรรมชาติสร้างความแตกต่างของชายหญิง การที่ผู้ชายแสดงความยิ่งใหญ่ พลังอำนาจ ก็เพื่อให้ผู้หญิงตกอยู่ในอาณัติและนำไปสู่การเผลอใผลตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว...

ก็เขาเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบไปทุกกระเบียด หล่อ รวย เร้าใจ

เขาช่างดูมีอำนาจและพลังควบคุมอย่างน่าจำนน ร่างบางเดินเข้าไปใกล้ เขาลุกขึ้นจากเตียง และเข้ามาชิดใกล้เธอ

มือเพรียวแกร่งสัมผัสปลายคางมนสวย เขาสบตาเธออย่างลึกซึ้ง แววตาเขาตรึงแน่วนิ่งราวกำลังค้นหา

“สายตาสั้น... เท่าไหร่?” เขาถาม ใช้สายตาคมจดจ้องเธอราวสะกดจิต หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นราวทำแก้อาการเขินอายที่มันก่อตัวขึ้นทีละนิดทีละน้อย จนตอนนี้เริ่มรู้สึกตัวว่าร้อนวูบวาบที่แก้มทั้งสองข้าง

“ไม่มาก... แต่ก็ถอดแว่นไม่ได้ มันมัวไปหมด” เธออ้อมแอ้มตอบ ความจริงแล้ว เธอจงใจสวมมันเพื่อปกปิดอะไรบางอย่าง สายตาเธอปกติไม่ได้สั้นเลยสักนิด

“ผมอยากให้ใส่คอนแทคเลนส์แทน” เขาบอก แต่อัญญ์มาลีรู้สึกเหมือนนั่นเป็นคำสั่ง

“ไม่มีระบุในสัญญานะคะ” เธอค้าน

“ผมขอร้อง... คุณจะทำได้ไหม” เขาสบตาเธอ ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียบนริมฝีปากตัวเองอย่างอดกลั้นอะไรบางอย่าง

“ทำไมฉันต้องถอดแว่นคะ” หญิงสาวถามด้วยแววตาฉงน

“เพราะคุณดูสวย... เวลาที่ไม่มีมัน” เขาตอบ เธอแก้มร้อนวูบ และหัวใจเต้นโครมคราม

ดานิเอลมองเธอใกล้ๆ และรู้สึกเหมือนเคยพบเธอมาก่อน ไม่สิ เขาจะเคยเจอเธอที่ไหนกัน ในเมื่อนี่คือการเดินทางครั้งแรกของเธอที่ปราก  

อยู่ๆ ก็มีบางสิ่งดลบันดาลให้เขานึกอย่างจะแปลงแม่ลูกเป็ดขี้เหร่ จืดชืด ให้กลายร่างเป็นหงส์งาม ดุจเจ้าหญิงเสียอย่างนั้น และอัญญ์มาลีคือผู้หญิงคนนั้น

ดานิเอลไม่คิดเลยว่าตนเองจะฟุ้งซ่านได้มากถึงเพียงนี้

สาเหตุเพราะอะไรกัน รอยยิ้มสดใส หรือกลิ่นอายความหอมหวานละมุนเวลาเธอขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ร่างกายเธอมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบที่เขาชอบ

ใช่... กลิ่นนี้ ที่ตรึงตาตรึงใจ

“ฉันไม่ได้เตรียมคอนแทคเลนส์มา” หญิงสาวอ้าง เธอไม่เต็มใจนัก ถ้าจะต้องถอดแว่นที่ตั้งใจสวมใส่เพื่อพรางใบหน้า

“พรุ่งนี้ ผมจะพาไป” เขาสรุป ก่อนห้ามใจละมือออกจากคางมนสวยอย่างนึกเสียดาย เธออาบน้ำแล้ว คงได้เวลาที่เขาจะทำความสะอาดตัวเองบ้าง แล้วมันคงไม่ใช่แค่หมกมุ่นในห้องน้ำเพราอาบน้ำอย่างเดียว เขาต้องจัดการกับความพลุ่งพล่านบางอย่างที่ทำเขาเดินไม่ค่อยสะดวก

เย็นไว้เจ้าหนู... ฉันต้อง ได้เธอ เชื่อสิ!’ ดานิเอลท่องในใจ

 

ดานิเอลพาร่างสูงสมาร์ทและดูงดงาม เข้าไปในห้องอาบน้ำ มันกว้างขวางและระบายผนังไปด้วยกระจกแก้วเจียระไน งดงามและหรูหรา ผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่มที่พาดเอวแกร่งถูกโยนไปบนซิงค์หินอ่อนอย่างไรการแยแส เท้ายาวก้าวเข้าไปอยู่ใต้สายน้ำจากฝักบัว กรุ่นไอจากน้ำอุ่นระเหยฟุ้งรอบๆ ตัวเขา สายน้ำทุกหยาดหยด มุ่งสู่ร่างแกร่งดุจเทพเจ้า ร่างกายสูงเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร บ่ากว้างทำให้เขาแลดูสมาร์ทและสวมใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูหรู แผงอกกว้างแกร่ง ประดับไรขนเรียงเป็นแนวมีระเบียบราวว่าถูกดูแลผ่านการแวกซ์อย่างสม่ำเสมอ กล้ามท้องเรียงกันเป็นลอนหนาแน่นในแบบฉบับของผู้ชายที่ทุ่มเทกับการออกกำลังกาย แน่ที่เดียวว่าเทพเจ้าเฮอร์เมสแห่งปรากโปรดปรานกีฬาท้าทายความเร็วทุกรูปแบบ รวมทั้งทักษะการป้องกันตัวทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาฟ มากา[6]ขนเพรียวของเขานอกจากรอยสักที่งดงามบนต้นแขนแล้ว มันแข็งแรง กล้ามเนื้อชัดเจนโดดเด่นเมื่อเขาขยับเกร็งมัน มือเพรียวสวย นิ้วของเขางดงามราวเทพเจ้า มันจะละมุนละไมแค่ไหนถ้านิ้วทั้งสิบประคองใบหน้าหญิงสาวสักคนเอาไว้อย่างหวงแหน... แล้วดึงเข้าไปจุมพิต

สายน้ำอุ่นมันไหลเลื่อนล้อเล่นลงบนผิวเขา ลงไปสู่พื้น ผ่านความแข็งแกร่งแห่งความเป็นชายสมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สายน้ำพวกนี้มันรู้เป็นอย่างดีว่าส่วนไหนของเขาเซ็กซี่ที่สุด และส่วนไหนที่เร่าร้อนที่สุด ความสดชื่นของสายน้ำฝักบัวเรียกคืนความมีชีวิตชีวาให้ชายหนุ่มในเพียงไม่กี่วินาที ภายใต้สายน้ำมันฉาบทาความปรารถนาอันพวยพุ่ง ชายหนุ่มไม่อยากปฏิเสธอีกต่อไปแล้วว่า เขาไม่โหยหาเธอ ร่างบางที่นอนเคียงข้างบนเตียงเขา ยั่วเขาทุกคืน

ยั่ว !

ใช่ เธอยั่วเขา โดยที่เธอไม่ต้องทำอะไร... รู้ตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แม่สาวน้อยตัวแสบ

สายน้ำฉาบทาผิวเขาตลอดแนวทุกส่วนสัด แนวขนอ่อนเรียงเป็นระเบียบไม่ว่าจะบทท่อนขา แขนแกร่งหรือแนวกล้ามท้อง ความต้องการที่ล้นปรี่ส่งให้ตัวตนแข็งขึง จนต้องตัดใจปรนเปรอตัวเอง เขารู้ดีว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องของพลังธรรมชาติ แต่เขาไม่ชอบที่มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ในระยะหลังๆ ที่เขาเข้าใกล้เธอ...

ร่างสูงเดินอย่างเนือยๆ ออกมาจากห้องน้ำ ในสภาพที่ผมเปียกชุ่มระไล่ลงมาปรกหน้าผาก เรือนร่างงดงามของเฮอร์เมสแห่งมหานครปราก ถูกปกปิดท่อนล่างเพียงผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่มเพียงผืนเดียว และมันเลื่อนลงต่ำจนแทบจะหลุดชวนหัวใจวาย ไรขนน้อยๆ เรียงเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบชวนจินตนาการถึงความเซ็กส์ซี่ที่มากกว่านั้น...

เฮื๊อกกก...

หญิงสาวหันไปมองพอดี ภาพส่วนตัวแสนเซ็กซี่ของเขามันเหมือนเป็นบางสิ่งที่กระตุ้นเร้า ผู้หญิงที่ไม่มีโอกาสได้เห็นผู้ชายเปลือยกายตัวเป็นๆ แบบนี้บ่อยนัก ไม่สิ แทบจะไม่เคยเลยสำหรับอัญญ์มาลี มันหมิ่นเหม่ล่อแหลมพอที่จะทำให้เธอเขินจนหน้าแดงจัด แก้มร้อนวูบวาบและหัวใจเต้นแรงโครมคราม เลือดในกายสาวสูบฉีดแล่นซ่านไปด้วยเพลิงปรารถนา

เรือนร่างเขาช่างงดงามเหลือเกิน... เขาจะทรงพลังสักแค่ไหนนะเมื่อควบคุมจังหวะเร่าร้อนบนตัวเธอ!

โอ... ไม่ อัญญ์มาลีไม่ควรคิดอะไรแบบนี้ เธอรู้สึกร้อนรุ่ม และปฏิกิริยาร่างกายกำลังฉ่ำหวานราวกับรอคอยการเติมเต็มจากเขา ธรรมชาติสร้างผู้หญิง ผู้ชายขึ้นมา เพื่อการปฏิพัทธ์และดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ขอร้องเถอะ ธรรมชาติอย่าทำให้สาวน้อยต้องลำบากใจ อย่าโอนอ่อนไปตามภาพเซ็กส์ซี่ที่กระตุ้นเร้า ร่างกายจ๋า เราจะต้องการเขาไม่ได้ ในเมื่อเราไม่ได้รักกัน...

“คุณ... แอบมองผม” เขามองเธอจากเงาที่สะท้อนในกระจก ระหว่างเปิดตู้เสื้อผ้า เขายิ้มอย่างพอใจก่อนหันหน้ามายืนกอดอกจับผิดผู้หญิงที่นั่งหน้าแดงแจ๋อยู่บนเตียงเขา

“ฉะ... ฉันเปล่านะ ไม่ได้แอบมอง ก็คุณเดินออกมา ฉันก็มองสิ ไม่มองก็ได้ ใครอยากมองคุณล่ะ” เธอแก้ตัวพัลวัน ร้อนวูบวาบที่แก้ม รังสีความร้อนจู่โจมเธอ ทำไมถึงครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด

เขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมสะอาดจากครีมอาบน้ำผู้ชายโชยมากระทบจมูกจิดลิดของเธอให้ชวนน้ำลายสอ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอก็แอบสูดลมหายใจอย่างยาว... ลึก! เพื่อรับเอากลิ่นกายชายหอมๆ นั้นเขาไปจนเต็มปอด... อยากจะบอกว่า ฟิน!  ยายอัญญ์ แกสูดกลิ่นเขาเข้าไปเรอะหญิงสาวคิดแล้วอยากเขกหัวตัวเองนัก

“ผมอนุญาตให้คุณมอง” เขายิ้ม ใช้สายตาหรี่ใส่เธออยากหยอกเย้า “มากกว่ามองก็ให้... ถ้าคุณอยากใช้เรือนร่างผม ก็อนุญาต” เขาแกล้งพูดให้เธออาย และมันก็เป็นไปตามใจเขาปรารถนา เธออายเพราะเขา

“ฉันไม่ใช้ คุณไปแต่งตัวได้แล้วนะคะ” เธอหันหลังให้ หัวใจเต้นตึก

“ทำไมล่ะ ผมเห็นคุณมองจ้องผม นึกว่าอยากใช้เรือนร่างผมซะอีก” เจ้าของเรือนกายหอม ยังไม่เลิกเย้า

“ใครจะใช้ล่ะ” ปากปฏิเสธไป ทำไมต้องหลับตาปี๋ด้วย หันหลังให้เขาแล้วนี่นา

“โอเค... ไม่ใช้ก็ไม่ใช้ แต่ผมเห็นเช้าๆ คุณแอบใช้เรือนร่างผมทุกคืนเลยนะ” เขาเผย ท่าทางแม่สาวน้อยปากแข็งจะไม่รู้เนื้อรู้ตัว ในสิ่งที่ทำไปในทุกๆเช้า ผู้ชายมาดแบดยิ้มร้ายกาจ

“อะไร”

“แอบมานอนซบอกผมทุกเช้าเลย... อุ่นใช่มั๊ย” เขาไม่เลิกแหย่

“ฉันนอนดิ้น” แก้ตัวเสร็จก็ทิ้งตัวนอนหันหลังให้เขาอย่างหน้าขายหน้า นี่เธอนอนดิ้นขนาดนั้นจริงๆ เหรอนี่

น่าขายหน้าที่สุด

เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกชุดนอนมาสวม ปกติเขานอนใส่อะไรที่ไหน ตั้งแต่มีสาวน้อยจอมแก่นมานอนข้างๆ ก็เลยใส่อะไรเสียหน่อย บัดเดี๋ยวเมียเฉพาะกิจจะหัวใจวายตายก่อนเสร็จสิ้นภารกิจตามพันธะสัญญาก่อนน่ะสิ

เตียงยุบลงยวบทันทีที่ร่างสูงขึ้นมานอนข้างๆ เธอหลับตาแต่ใช่ว่าจะหลับสนิทๆ ยังคงแอบฟัง อย่างคาดเดาว่าผู้ชายอันตรายข้างๆ คิดจะลวนลามอะไรเธอหรือเปล่า

เขาชะโงกหน้ามามองเธอ เขาชอบเวลาที่หญิงสาวเขินอายและแก้มแดงเพราะเขา แบบนี้น่ารักดี สงสัยจะต้องหาเรื่องแกล้งบ่อยๆ เสียแล้ว

 

กลางดึก

ก๊อกๆๆ

“ใครคะ?” อัญญ์มาลีลืมตาตื่น ดีดตัวลุกขึ้นนั่งตาตื่นอย่างตกอกตกใจ หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวเต้นรัวกระหน่ำ เขาอดขบขันกับภาพนั้นของหญิงสาวไม่ได้ ขณะนอนอ่านหนังสือภายใต้โคมไฟแสงสลัว อีกข้างของเตียงกว้าง ดวงตาคมมองเธออย่างนึกขบขัน ก่อนปิดหนังสือวางลงที่โต๊ะข้างขอบเตียง  

ชายหนุ่มนึกสนุก และอดเอ็นดูท่าทางตื่นตูมของ เมียเฉพาะกิจ ของตนไม่ได้ นั่นเป็นกิริยาแสนน่ารักอย่างยากปฏิเสธ เขาไม่เคยได้พบกับสาวคู่นอนคนไหนมาก่อนเลย

“มาดามแน่นอน” ดานิเอลเอ่ยเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ แสร้งแสดงอาการหัวเสีย เพราะอยากแกล้งคนข้างๆ ที่ตอนนี้ดวงตากลมมากกว่าปกติ

“เราจะทำยังไงดีคะ?” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก สีหน้าแววตากังวลเต็มที่ คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากันเป็นปม

ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนเอื้อมมือเรียวแกร่งมาปลดเสื้อนอนเผยส่วนอวบอิ่มขึ้นมาอย่างท้าทาย

เพียะ !

“คุณจะทำอะไรคะ?” อัญญ์มาลีพลั้งมือตบเขาที่แก้มสากอันเต็มไปด้วยตอหนวดแห่งบุรุษเพศ ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัวของเธอ ดานิเอลหรี่ตาเพ่งเธออย่างอยากเอาคืน แถมหัวเสียด้วยที่เธอลงมือไวขนาดนี้โดยไม่ถามที่มาที่ไป  ก่อนเลยสักนิด

มือไว มือหนัก แม่ผู้หญิงตัวร้าย เดี๋ยวจับแก้แค้นเสียให้หายมันเขี้ยวเลยดีไหม... มันน่านัก!’

“ตบผมทำไม?” เขาหรี่ตาเพ่งจนหญิงสาวสะท้านที่เผลอตบเขาไปฉับไวตามสัญชาติญาณ “ผัวเมียกัน ดึกๆ แบบนี้ต้องทำอะไรกันล่ะสาวน้อย” ดานิเอลบอกอย่างหงุดหงิด ยิ่งมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่เชิดคางท้าทายเขาแล้ว เขาไม่อยากอดทนอีกต่อไปเลย อยากคว้าเข้ากอด ปล้ำ และทำให้ปากจิ้มลิ้มนั่นครางเรียกชื่อเขาด้วยความเสียวสะท้านซะเหลือเกิน

“ไม่จำเป็นสักหน่อย” หญิงสาวเชิดคางตอบเขา ก็จู่ๆ มาจูบเธอทำไม แบบนี้ต้องจ่ายเพิ่ม!

“แต่นี่มาดามลีเวีย สิ่งที่ผมกำลังขอให้คุณแสดงต่อสายตาเธอนั่นสำคัญมาก” เขายืนยัน น้ำเสียงเขาแทบเป็นเสียงกระซิบ เพราะเกรงจะเล็ดลอดออกไปเข้าหูมารดาที่ยืนเคาะประตูอยู่ปังๆ

“คุณหมายความว่าไงคะ?” หญิงสาวถามตาใส

“ร่วมรัก” เขาบอกเธอด้วยดวงตาแพรวพราว

“ฮะ?” เธอทวนถาม ด้วยไม่แน่ใจนัก

“ใช่” นายจ้างหนุ่มยืนยัน รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

“แสร้งว่า... เรากำลัง ร่วมรัก โอเคนะ” เขาสั่งอย่างไม่อายปากสักนิดเลย แต่คนฟังกลับหน้าแดงจนร้อนวูบวาบ

“คุณพูดออกมาได้ยังไง ช่างไม่อายปาก” หญิงสาวบอก หน้างอง้ำ แก้มร้อนวูบ หัวใจเต้นตึกตัก เต้นแรงจนกลัวว่าผู้ชายที่ทำสายตาพราวตรงหน้าจะได้ยิน คนบ้า ผีทะเล ทะลึ่งไม่มีใครเทียบ

“ผมจ้างคุณมา” เขาทวงสิทธิ์

“แต่...” จะเอาตัวรอดอย่างไรได้ล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว... อัญญ์มาลีไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะสุ่มเสี่ยงกับผู้ชายหล่อๆ และมีร่างกายงดงามทรงพลังอย่างบุรุษเพศที่สมบูรณ์แบบ!

ทำยังไงดีหนอ... อัญญ์หนออัญญ์ แกตายแน่!’

“ไม่มีแต่ ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้นแมรี่” ดานิเอลเสียงเข้มอย่างคนเอาแต่ใจ หญิงสาวได้แต่จ้องตาเขม็งราวเจตนาขู่ เขากำลังจะทำลุ่มล่ามกับเธอ

เสียเปรียบ คือคำที่นิยามสถานภาพของเธอเองได้ชัดเจน ที่สุดตอนนี้ ลำบากใจจริง!

“เอ่อ...” ไม่ทันที่เธอจะคัดค้านอะไรเลย เขาก็คว้าเธอเข้ามาจูบ แล้วก็วาดมือไปบนเส้นผมจนตอนนี้ผมเธอยุ่งรุงรังไปหมด รวมทั้งเสื้อนอนก็ถูกแกะออกมาจนเหลือแต่บราเซีย เธอแน่นิ่งไปด้วยความตกใจกับหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ

เสียงเคาะประตูยังคงส่งเสียงรัวกระหน่ำ จนดานิเอลต้องละจากเรือนร่างงามนั้น เขาถอยออกมาเพื่อเพ่งมองเมียเฉพาะกิจตัวดีที่ตอนนี้กระเซอะกระเซิงได้ที่

“โอเค... น่าจะใช้ได้แล้ว” เขาบอกอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวอยู่ในสภาพกึ่งเซ็กซี่ เธอกุมผ้าห่มขึ้นมากห่อหน้าอกหน้าใจอันแสนอวบอิ่มนั่นไว้ ดวงหน้าเธอแดงก่ำไปด้วยความเขินอาย

ร่างสูงกระโดดลงจากเตียงกว้าง สำรวจห้องอีกครั้งให้แน่ใจว่าสภาพพร้อมอวดมารดาว่าเขาอยู่กับเมียจริงๆ และกำลังถูกขัดจังหวะกิจกรรมทางเพศจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่

“ว่าไงครับมาดาม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ เธอพบประกายเจ้าเล่ห์แพรวพราวในดวงตาคมที่มักจะดุดันในสถานการณ์ปกติ

ไม่ทันที่จะฟังอะไร มารดาเขาก็พรวดเข้ามาในห้องนอนกว้าง เธอเห็นร่างขาวนวลเนียนและอกอิ่มที่นอนกึ่งนั่งดวงตาปรือปรอยอบยู่บนเตียงกว้าง สภาพไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกชายคนเดียวตัวดีของนาง ซึ่งตอนนี้สภาพกระเซอะกระเซิงกำลังจะทำอะไรกับแม่ผู้หญิงจากโลกที่สามที่กำลังนอนเคลิ้มบนเตียงนั่น

“มาดามบุกห้องนอนผมทำไมกัน?” ดานิเอลถามมารดาด้วยน้ำเสียงยียวน

“แม่... แม่นอนไม่หลับน่ะสิ” นางหยุดเว้นจังหวะ สบตาบุตรชายที่ดูท่าจะไม่เชื่อและตามทันลูกไม้ของนางเสียแล้ว แววตาเจ้าเล่ห์อย่างเหลือล้น นางไม่เคยตบตาบุตรชายได้เลย นางอาจจะลืมความจริงข้อนี้ไป

“แล้วไงดีครับ” ดานิเอลตอบกลับ ยักไหล่ขึ้นหนึ่งครั้งอย่างไม่ยี่หระ

“เอ่อ... แม่จะขอให้หนูอัญญ์ไปนอนเป็นเพื่อนหน่อย” แค่นี้บุตรชายก็รู้ทันมารดาตนเองแล้ว คนที่เกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้ามายุ่งกับเขาอย่างมารดาน่ะหรือ จะนอนข้ามคืนด้วยได้

“คงไม่ได้ครับ เราเอ่อ....” เขาปดพร้อมเอี้ยวหน้ากลับไปมองร่างแบบบางที่นอนเปลือยไหล่อยู่บนเตียงอย่างนึกเสน่หา

สาบานสิ ไม่มีนาทีไหนที่เขาไม่นึกอยากขย้ำแม่สาวน้อยนั่นเลยจริงๆ ใครจะคิด ว่าภายนอกที่ดูเฉิ่มๆเชยๆ และเรียบร้อยแบบนั้นจะเป็นเปลือกนอกที่ซ่อนเรืองร่างที่ปลุกเพลิงปรารถนาของเขาให้ลุกฮืออย่างกับประจุไฟจากปลายไม้ขีดไฟสัมผัสผิวน้ำมันกันเล่า ดานิเอลคิด และสเต็ปต่อไป เขาคงไม่อาจทนเห็นเธอลอยนวลโดยที่เขาไม่ตัดสินใจทำอะไรเธอเลยเป็นแน่

“เรากำลังจะทำกิจกรรมเข้าจังหวะ... บนเตียง!” ลูกชายตอบหน้านิ่ง ขณะที่หญิงสาวนั่งหน้าร้อนวูบบนเตียง หัวใจเต้นโครมคราม เหงื่อซึมจนฝ่ามือน้อยๆ ของเธอชุ่มเปียกเพราะความประหม่าอาย ความร้อนแรงของเขา มีอิทธิพลต่อร่างกายเธอมากถึงเพียงนี้...

อันตรายเหลือเกิน...อัญญ์มาลีครางในใจ

“แม่กำลัง...” เขาละเอาไว้ สำหรับคำว่า ขัดจังหวะอย่างน้อยเขาก็ไว้หน้ามาดามล่ะน่า

ฉันต้องได้เธอ แม่เด็กน้อย!’ สายตาเขาประกาศอย่างนั้น

“กล้าปฏิเสธแม่เหรอ?” ผู้เป็นมารดาเอ่ยอย่างไม่พอใจ ที่เขาว่าลูกชายมีเมียแล้วก็ลืมแม่ เห็นท่าจะจริง

“ทำไมนอนไม่หลับละครับ เพ้นท์เฮ้าส์ของผมมีผีดิบหรือไง?” ดานิเอลเหน็บอย่างรู้ทัน เขารู้ว่ามารดาเขาไม่ได้เป็นคนขวัญอ่อนขนาดนั้น นางน่ะเข้มแข็ง ใจหินยิ่งกว่าซูสีไทเฮาแห่งรางวงศ์ชิงเสียอีก ที่มาไม้นี้ จะมีอะไรนอกจากอยากพิสูจน์ความสมจริงของเขากับเมียเฉพาะกิจจอมยั่วนั่น

ท่าทางไร้เดียงสา ไม่ประสีประสานั้น... มันช่างยั่วยวนเขาเสียเหลือเกิน

“นี่แดนนี่ แม่ไม่ได้ล้อเล่นนะ” นางเอ็ดเสียงสูงปรี๊ด แต่นั่นกลับทำให้ดานิเอลสนุกในใจอย่างประหลาด แสดงว่าแผนการต่อกรกับมารดานั่นได้ผล

“ก็จริง” ดานิเอลทำเสียงประชดมารดาอย่างกวนโมโห นางเองก็พอรู้ตัวว่าบุตรชายรู้ทันนางแน่นอน

“เห็นเมียดีกว่าแม่เข้าไปทุกที” นางตัดพ้ออย่างน้อยอกน้อยใจ

“ฉันไปอยู่เป็นเพื่อนท่านได้นะคะ” อัญญ์มาลีเอ่ยขึ้น มือน้อยๆทั้งสองกอบกุมปลายผ้าห่มสีขาวขึ้นมาปิดทับอกอวบอิ่มที่ถูกสามีจำแลงแกล้งกระชากเสื้อเธอ ให้ดูสมบทบาทว่าเวลานี้ สามีภรรยาควรจะกำลังทำอะไรกัน

งานนี้ เธอเสียเปรียบเข้าแล้วอย่างจัง และไม่อาจคาดเดาเลยว่าอนาคตจะมีเหตุการณ์ชวนเสียเปรียบแบบนี้อีกไหม... สถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้ใจเลย เธออาจจะต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ก่อนที่เขาจะถึงเนื้อถึงตัว มันน่าจะมีความสมเหตุสมผลมากกว่านี้

“ได้ยังไงหวานใจ... ผมไม่ยอมหรอก เรากำลังสนุกอยู่เลยนะ” ดานิเอลบอกเธอ พร้อมส่งสายตาโลมเลียเธออย่างพออกพอใจ ท่าทางแบบนั้นแน่ทีเดียวว่าเขาไม่ได้

“คงไม่ได้หรอกครับแม่ เอางี้ ผมจะให้มิชาลย้ายโซฟามานอนคุ้มกันแม่หน้าประตูดีไหมครับ เกิดอะไรฉุกเฉินมิชาลจะช่วยได้” เขาผลักภาระไปที่บัตเลอร์หนุ่มสุดหล่อเพื่อตัดปัญหาวุ่นวายยามดึกแบบนี้

“แดนนี่!!” มารดาตวาดเรียกชื่อลูกอย่างเหลืออด สายตาบุตรชายมองนางอย่างรู้ทัน

“ที่นี่ไม่มีประวัติผีหลอกวิญญาณหลอน ทำไมต้องกลัวด้วย ปกติแม่ไม่เคยกลัวอะไร” ดานิเอลดักคออย่างรู้ทัน มารดาหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ยังดื้อรั้นเถียง หาข้ออ้างข้างๆ คูๆ จนเขารู้สึกขบขัน

“ไม่ได้!  เด็กคนนี้ต้องไปนอนกับแม่ แม่มีเรื่องจะคุย” นางต้องใช้เสียงเข้มขึ้น เพื่อแสดงเจตนาเอาแต่ใจของคนเป็นแม่

“นอนคุยเนี่ยนะ? ผมว่าพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันดีกว่า” เขาตัดบท เจตนายืนยันชัดเจนว่า คืนนี้ ยังไงก็ไม่ยอมให้เมียไปนอนห้องอื่น

“แม่ไม่ยอม!” การต่อกรระหว่างแม่ลูกยังไม่สิ้นสุด

“ดึกขนาดนี้ สงสัยแม่ต้องกลับออกไปนอนได้แล้ว ผมไม่อยากให้แม่เสียเวลาพักผ่อน” เขาพูดจบก็สั่นกระดิ่งเรียกมิชาลที่ดูเหมือนงัวเงียเพิ่งตื่นจากหลับลึกอย่างไรอย่างนั้น

“มิชาล ย้ายโซฟามานอนหน้าห้องมาดามด้วย แม่แปลกที่ นอนไม่หลับ” เขาสั่ง

“ครับนายท่าน” บัตเลอร์หนุ่มหล่อรับคำสั่งอย่างนอบน้อม มิชาลได้รับการฝึกการบริการมาเป็นอย่างดี แล้วยังทำให้ดานิเอลวางใจกับความเรียบร้อยภายในเพ้นท์เฮ้าส์นี้อย่างไม่ต้องห่วงเลย งานนี้ก็เช่นกัน เขามั่นใจว่ามิชาลจะจัดการแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างเรียบร้อย

“ราตรีสวัสดิ์ครับมาดาม” เขาตัดบท ก่อนจูบลามารดาที่แก้มนุ่มที่มีริ้วรอยงามตามวัยก่อนปิดประตูตัดบทไปโดยที่นางไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่ายืนตัวสั่นด้วยความโกรธ ปนแค้นที่ลูกชายกำลังดัดนิสัยเอาแต่ใจและช่างเผด็จการของนางอย่างแสบสัน !

 

ในที่สุดเขาตะล่อมมารดาจนกระทั่งนางยอมออกไป ทันทีที่บิดประตูปิด ร่างสูงสง่า ก็หันหลังกลับมา สายตาเขาตอนนี้มองร่างน้อยที่นอนบนเตียงนั่น ไม่ต่างอะไรจากราชสีห์กำลังจะขย้ำสมันน้อยเลยสักนิด

ประกายในดวงตาเขาเหมือนนักล่าไม่มีผิด จะต่างตรงที่เขาไม่ได้ล่าเหยื่อเพื่อดื่มกินเป็นอาหาร แต่ล่าเหยื่อเพื่อปรนเปรอทาสสวาทและความปรารถนาอันท่วมท้นต่างหากเล่า !

“แม่ไปแล้ว...” เขาหันหน้ามาส่งสายตา ขณะบอกว่ามารดาเขากลับเข้าห้องนางไปแล้วโดยสงบ แต่ตอนนี้มีบางสิ่งในร่างกายเขาไม่สงบเสียแล้ว

เครื่องร้อน... มีทางเดียวที่จะดับเครื่องร้อนนี่ เธอต้องจัดการมัน ยัยหนูน้อยเขาคิดอย่างมีจินตนาการอันเร่าร้อน แสดงออกมาทางสายตาที่โลมเลียเธอ

ชายหนุ่มเดินตรงมาที่เตียง ก่อนพุ่งตัวขึ้นไปนอนข้างๆ อัญญ์มาลีที่กำลังหน้าตื่น  ขณะจัดแจงเสื้อนอนให้เข้าที่ ปกปิดทรวดทรงอันอวบอิ่มของส่วนที่เซ็กซี่ไม่เบา ในสายตาชายหนุ่ม

“นี่ท่านจะค้างที่นี่อีกนานไหมคะ?” อัญญ์มาลีถามด้วยความกังวล ที่เธอกลัวไม่ใช่เพราะนางหวงลูกชายมากเสียเธอเข้าหน้านางไม่ติด แต่ที่กังวลก็คือการต้องนอนบนเตียงเขา มันน่ากลัวก็อะไรในสามโลกเยอะเลย

“ไม่รู้สิ... แต่ถ้าแม่อยู่แล้วทำให้ข้างๆตัวผมมีคุณนอนด้วยกันแบบนี้ มันก็ดีนะ” นั่นไง ในที่สุดเขาก็บอกว่าความจริงเขาก็อยากให้เธอนอนข้างๆ เท่านั้นอัญญ์มาลีรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยขึ้นมาเลยทีเดียว

ผู้ชายน่ะ ร้อยทั้งร้อย เจ้าชู้ และเธอกลัวว่าเขาจะล่อลวงให้เธอตกเป็นของเขาเข้าสักวัน ผู้ชายอย่างดานิเอล อันตรายจะตาย เสน่ห์อันร้ายกาจของเขาน่ะยากต้านทาน ความจริงข้อนี้ สาวๆ ครึ่งค่อนโลกต่างรู้ดี

“ดีกับผีน่ะสิ ฉันอยากกลับห้องตัวเองจะแย่แล้ว” หญิงสาวบ่นอุ่นพร้อมตวัดสายตาตำหนิเขา เธอรู้สึกได้ถึงสัญญาณแห่งความวุ่นวายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทีละนิดทีละน้อย แล้วคุณชายนายจ้างที่ทำตาแพรวพราวใส่เธออีกนั่นก็ด้วย อันตรายเสียยิ่งกว่าสิงโตจ้องขย้ำเหยื่อเสียอีกนะนั่น !

“ทำไม นอนกับผมมันไม่ดีตรงไหน” เขาคาดคั้นถาม สายตาคมจดจ้องอย่างเป็นประกายจนหญิงสาวรู้สึกสะท้าน

“ก็... ก็ไม่ดีตรงที่คุณมันเป็นผู้ชายอันตรายยังไงล่ะ” เธอค้อน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เขา

“หวังเหลือเกินว่า... คุณจะยังจำคำพูดของตัวเองได้นะ” เขาหยุดเว้นช่วง ใช้ดวงตาคมของเขาสบประสาน “ถ้าต่อไปภายหน้า คุณตกหลุมรักผมขึ้นมาจริงๆ ละก็... อย่ามาอ้อนวอนให้ผมมานอนข้างๆ ก็แล้วกันล่ะ” เขาบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ นั่นมันเป็นเรื่องปกติของดานิเอลอยู่แล้วล่ะ

ผู้ชายหลงตัวเอง ไม่มีวันนั้นหรอกย่ะอัญญ์มาลีเถียงในใจ

ความคิดที่ต่อต้านผลักไส แต่ทำไมเนื้อตัวสั่นระริก สะท้านหวั่นไหว กลิ่นกายชาย ร่างกายสง่าสมบูรณ์แบบที่เธอไม่อาจละสายตาได้เลย ต้องข่มใจทุกครั้งให้ละสายตาจากเรือนร่างงดงามทรงพลัง และดูแข็งแกร่งของเขา มันเกิดอะไรขึ้นในหัวใจเธอเข้าแล้ว

“ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” เธอยืนยันและมันจะเป็นแบบนั้น เจตนาย้ำเพื่อให้มันเป็นการสะกดจิต สะกดใจตัวเอง

“ก็ดี” เขาหยุดเว้นจังหวะ สูดลมหายใจลึก พร้อมระบายยิ้มบางออกมาอย่างร้ายกาจ แน่นอนว่าประกายความเจ้าเล่ห์แบบนั้น อัญญ์มาลีไม่มีโอกาสได้เห็นมันเลย

“เมื่อกี้ คุณเกือบหลุดนะ รู้ตัวหรือเปล่า?” เขาเอ็ด สายตาเขายังมองเธออย่างโลมเลียแม้จะเพียงมองเธอจากด้านหลัง แผ่นหลังเธอนวลเนียนน่าดูเลย แล้วมันเป็นสิ่งที่ทำเอาหญิงสาวสั่นเทาไปด้วยความตื่นเต้น

“ทำไมคะ?” หญิงสาวถาม เธอมั่นใจว่าไม่หลุดอย่างที่เขากล่าวหาสักนิด อัญญ์มาลีทำท่าเหมือนเด็กเถียงผู้ใหญ่ไม่มีผิดเลยสักนิด

“ถ้าไม่เพราะผมจัดฉากให้คุณดูน่าเย้ายวนใจแบบนั้น มีเหรอมาดามจะกลับออกไปง่ายๆ” ทำกันขนาดนี้ยังกล้าพูดเอาความดีเข้าตัวอีกเสียด้วย ทั้งที่เขาเองก็หาจังหวะทำหื่นกับเธอ ข้อนี้อัญญ์มาลีรู้ทันเขาก็แล้วกัน

คนบ้า ผู้ชายลามก!’ เธอว่าเขาในใจ มันก็น่าแค้นเหมือนกันที่ไม่อาจตอบโต้เขาได้ด้วยการว่าตรงๆ ทำได้แค่เพียงในใจ ฮึ!

“แล้วท่านจะบุกเข้ามาแบบนี้อีกหรือเปล่าคะ?” เธอลุกขึ้นนั่ง ถามเขาด้วยความวิตก มองกี่ครั้งเขาก็อดขบขันไม่ได้ เธอช่างน่ารักน่าชัง น่าแกล้งและขบขันอันไร้เดียงสา เขาตรึงดวงตาที่เธอ ราวว่าจะเก็บภาพน่ารักนั้นนานๆ ในความทรงจำ เขาติดต้องใจอย่างประหลาด

“ก็ไม่แน่... ว่าแต่ ผมคิดว่า คุณต้องเปลี่ยนเสื้อนอน” ชายหนุ่มมองสำรวจเธอไปหมด ทั้งเรือนร่าง

แม้ตอนนี้เธอจะมีผ้าห่มปิดอยู่ตั้งแต่เอวลงไป แต่ส่วนบนในเสื้อนอนแบบนี้ก็พอจะทำให้เขามองเห็นทรวดทรงของเธอได้ ภาพเนินอกอวบอิ่มที่ซ่อนรูปเอาไว้ฉายชัดในจินตนาการของเขา เมื่อครู่ ตอนที่มาดาโพล่งเข้ามา เธอปกปิดส่วนเซ็กซี่นั้นไว้ไม่ทัน ช่างโชคดีเหลือเกินที่เขาทันได้ยลโฉมมัน...

“เปลี่ยน?” หญิงสาวพ่นเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ พร้อมเอี้ยวตัวหลบเลี่ยงสายตาเขา เมื่อรู้ตัวว่าส่วนไหนของร่างกายกำลังถูกสายตาร้ายกาจของเขาสำรวจ

คนทะลึ่ง !’

“ชุดนอนของเมียแบดบอยอย่างผม... มันต้องไม่ใช่เชิ้ตคลุมเข่าลายมินนี่เม้าท์แบบนี้อีกต่อไป!” ดานิเอลประกาศลั่น แต่คนตัวสั่นกลับเป็นเมียเฉพาะกิจข้างๆ  

“คะ... คุณคิดจะทำอะไร?” เธอถามด้วยความหวาดระแวง

“คุณได้ยิน ชัด-เจน แล้วแมรี่” เขาย้ำเสียงเข้ม ดวงตาเป็นประกายและทำให้หญิงสาวสัมผัสได้ถึงอำนาจแห่งการควบคุม

“ถ้า... ได้ยิน ชัด- เจน แบบที่คุณว่า ฉันจะถามย้ำทำไมล่ะ” เธอเถียง เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างขบขัน นับวันเขายิ่งจะเอ็นดูเธอ ผู้หญิงคนนี้แม้ไม่สวยจัด แต่ก็เหมือนมีพลังดึงดูดบางอย่างที่พร้อมสะกดใจเขา และตอนนี้ดูเหมือนว่าพลังเหล่านั้นกำลังทำงาน เขากำลังถอยห่างจากการควบคุมตัวเองได้อย่างประหลาด

ยัยเด็กแก่แดด ถือดี เดี๋ยวจับพาดเข่าตีก้นลายเลยดีไหมเขาคิดสนุกและอยากคว้าเธอเข้ามาปล้ำ แต่... ต้องห้ามใจอย่างนึกเสียดาย

“ไว้ก่อน... คืนนี้ผมง่วงมาก และอยากนอนแล้ว” เขาหยุดพลางยักคิ้วให้เธอข้างหนึ่งอย่างน่าหมั่นไส้ “พรุ่งนี้คุณก็จะรู้เองล่ะ” เขายิ้มกริ่มก่อนนอนหลับตาลงอย่างสบายอารมณ์ แต่คนที่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนกลับคือเมียเฉพาะกิจข้างกายเขาตอนนี้

ถ้ามารดาเขายังคงอยู่แบบนี้ นอกจากเธอจะต้องย้ายมานอนเตียงเขาเพื่อความสมจริงของคนเป็นเมียแล้ว ชุดนอนลายตุ๊กตาตัวโปรดก็จะต้องถูกจับเปลี่ยนด้วยเหรอเนี่ย

มันจะเกินไปแล้วนะ รู้สึกเหตุการณ์เฉพาะหน้าจะแทรกเข้ามาทำให้เธอรู้สึกวุ่นวายใจได้ไม่เว้นแต่ละวัน !

คิดอย่างหวาดระแวง จนเธอตัวสั่นไปเพราะความไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เธอต้องข่มตาหลับอย่างยากลำบากกับคืนแรกที่มีผู้ชายกล้ามแน่นนอนอยู่ข้างๆ นอกจากไม่ชินแล้ว ตอนนี้ความปลอดภัยขอเธอมีเพียงข้อความบนสัญญาเพียงบรรทัดเดียวนั้นเท่านั้นเองว่า เขาจะไม่แตะต้องเธอตลอดระยะเวลาสัญญาที่ทำหน้าที่ เมียเฉพาะกิจเป็นสิ่งที่เธอหนักใจอย่างยิ่ง อัญญ์มาลีคิดถึงตรงนี้ร่างน้อยก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป...



[1] สะพานชาร์ลส์(Charles Bridge) – เป็นสะพานเก่าแก่สไตล์โกธิกที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวาระหว่าง Old Town และ Little Town สร้างในปี 1357 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 จุดเด่นคือมีรูปปั้นโลหะของนักบุญสไตล์บาร็อกราว 30 องค์ สะพานแห่งนี้เปรียบเหมือนอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกรุงปราก

[2] แม่น้ำวัลตาวา(Vltava River) - แม่น้ำสำคัญที่เชื่อมยุโรปตะวันออกกับยุโรปตะวันตกไว้ด้วยกัน ในอดีตเป็นแม่น้ำสายสำคัญของนักการค้า

[3] จัตุรัสเวนเซสลาส(Wencesles Square) – สัญลักษณ์ของกรุงปรากยุคใหม่

[4] พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4(Charl iV) – (ค.ศ. 1306) กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 4 แห่งรางวงศ์ ลักเซ็มเบอร์ก ซึ่งเป็นพระโอรสในกษัตริย์ John และเจ้าหญิง Eliska เป็นยุคที่อารยธรรมเฟื่องฟูและมีการสร้างมหาวิทยาลัยแห่งแรกของปราก ปัจจุบันคือ Chars University พระองค์ทรงสร้างเมืองใหม่, ปฏิสังขรณ์ปราสาทปรากและสร้างสะพานข้ามแม่น้ำวัลตาวา ยุคนี้มีการก่อสร้างโบสถ์งดงามมากมาย แบบโกธิคผสานแบบโบฮีเมีย อาณาจักรโบฮีเมียในยุคนั้นเรืองแสนยานุภาพเป็นอย่างมาก

[5] เซนต์จอห์น เนโปมุค(St.John Nepomuk) – ตามตำนานเล่าว่า ท่านเป็นนักบวชผู้ฟังคำสารภาพบาปของราชินีโซเฟีย มเหสีของพระเจ้าเวนเซสลาสที่ 4 แห่งแคว้นโบฮีเมีย พระนางใช้เวลาสารภาพบาปนานเกินปกติ ทำให้พระราชาอยากรู่ว่าพระนางทำผิดบาปอะไร จึงบังคับให้นักบุญเนโปมุคเล่าให้ฟัง แต่ถูกปฏิเสธ พระองค์จึงทรมานและจับใส่ถุงโยนถ่วงลงแม่น้ำวัลตาวา จากนั้นก็ปรากฏดวงดาวสีทองห้าดวงขึ้นเหนือแม่น้ำ จากนั้นเป็นต้นมาจึงทำให้ท่านได้รับสถาปนาจากประชาชนชาวปรากว่าเป็นนักบุญที่คนนับถือกันมาก

[6]  คราฟ มากา(Krav Maga)- ศิลปะป้องกันตัวของอิสราเอล คราฟ มากาออกเสียงตามภาษาฮิบรู แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Contact Combat’ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า อิมี่ แซด-ออ (Imi Sde-Or) ตั้งชื่อเพื่อเป็นการให้เกียรติผู้คิดค้น คือ อิมี่ ริทเทอนฟิลด์(Imi Lichtenfeld) เป็นชาวฮังกาเลี่ยนเชื้อสายยิว ผู้เติบโตในท่ามกลางการเหยียดผิว ได้พบเห็นการรุมทำร้ายชาวยิวตามท้องถนน Imi นั้นได้ฝึกฝนยิมนาสติก มวยปล้ำ และได้รวบรวมพรรคพวกชาวยิวรวมตัวกันป้องกันการถูกทำร้ายตามท้องถนน เมื่อImiได้เข้าร่วมกองทัพอิสราเอล(ค.ศ.1948) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูฝึกสอนสมรรถภาพร่างกายและ Krav Maga เขารับราชการทหารรวม 20 ปีกระทั่งเกษียณอายุ ระหว่างนั้นเขาได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนสอน Krav Maga ให้กับพลเรือนทั่วไปจนแพร่หลาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha