บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 10 : แบดบอยจอมหึงหวง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แบดบอยจอมหึงหวง

หลังจากดานิเอลและบิดาเดินให้หลังไป หญิงสาวก็หันมองไปโดยรอบงานเลี้ยง ที่ตกแต่งอย่างงดงามหรูหรา ผู้คนหนาตาจเธอเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ก็จักรวาลของเธอมีเพียงแค่เขาเท่านั้นคนเดียวนี่นา...

เจ้าของร่างแบบบางผู้งดงามดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย พาตัวเองเดินเลาะไปยังมุมหนึ่งของโรงละครที่จัดเป็นโซนโชว์ผลงานศิลปะที่มีลำดับจะเข้าสู่การประมูลในช่วงท้ายของค่ำคืนนี้

หญิงสาวค่อยๆ ดื่มด่ำกับผลงานศิลปะในแต่ละชิ้น ถ้าเป็นภาพวาดก็มองตั้งแต่องค์ประกอบภาพโดยรวม เทคนิคภาพ ไปกระทั่งถึงชื่อศิลปินและแรงบันดาลใจ ถ้าเป็นศิลปะพวกวิชชวลอาร์ต เธอจะตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ แล้วมันค่อนข้างจะหลุดกรอบไปมากสักนิด

“ไฮ... แมรี่” เสียงนั้นทำเธอตกใจและเรียกความสนใจของเธอออกจากผลงานศิลปะพวกนั้นแล้วหันมาประจันหน้าเขา

“ทะ... โทมัส” หญิงสาวเอ่ยทักทายญาติผู้น้องของดานิเอล ดูเหมือนเขาจะเข้าหาเธอทุกครั้งที่ดานิเอลไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอ เขายิ้มมุมปากข้างหนึ่ง มองมาด้วยสายตากินอ่าน รวมแล้วเขาช่างดูร้ายกาจไม่คู่ควรกับการไว้วางใจเลย

“ทำไมคณ... ดูตกใจขนาดนั้น”

“ก็... ฉันกำลังดื่มด่ำกับศิลปะ แล้วคุณเข้ามาทักแบบนี้ ฉันตกใจนิดหน่อยค่ะ” เธอเอ่ย สายตาไม่หยุดมองโดยรอบ บริเวณจัดแสดงผลงานศิลปะค่อนข้างปลอดคน เพราะส่วนใหญ่อยู่ห้องโถงที่เป็นจุดจัดงานเลี้ยง รับประทานอาหาร และบนเวทีลำดับต่อไปก็จะมีการกล่าวสปีดบนเวทีโดยประธานสูงสุดแห่งแอล อ้อ... เท่าที่ได้ยินจากดานิเอลคุยกับมิชาล ดูเหมือนท่านเลขาฯประธานาธิบดีจะขึ้นสปีดด้วยนะ

กลับมาที่โทมัส เขายังคงตรึงดวงตาลามเลียกินอ่านบนใบหน้าเธอ สลับกับสำรวจเธอไปทั่วทั้งเรือนร่าง หวังอย่างยิ่งว่า สายตาเขาจะไม่สามารถมองทะลุผ่านชุดราตรีสีนูดจากแบรนด์ดังของเธอนะ

“ผม... ไม่มีพิษภัย ถ้าเทียบกับแดเนียล”

“เรื่องจริงเหรอคะ?” เธอยิ้มบาง เพราะเธอรู้เป็นอย่างดีว่าดานิเอลนั้น เขาร้ายกาจแค่ไหน แต่กระนั้น เธอก็ยังวางใจเขามากกว่าใครในที่นี้

“ชัวร์” เขาตอบแล้วขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจับมือเธอขึ้นมาจุมพิต หลังมือเธอถูกเขาประทับรอยจูบโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

“คุณสวยมากคืนนี้... ดวงตาของผมเป็นของคุณแมรี่” โทมัสเอ่ยชม

“แต่เธอมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้วนะโทมัส” เสียงเขาเข้มและฟังดูดุมาก มากจนหญิงสาวขนอ่อนลุกชันเลยทีเดียว โทมัสหันไปสบประสานสายตาเจ้าของเสียงเข้มดุนั้น มือเขายังคงจับผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้วอย่างไม่อาจหักห้ามใจ

กระทั่งเจ้าของตัวจริง แทรกเข้ามาคั่นกลางระหว่างนางฟ้าแสนหวานของตนเอง กับญาติผู้น้องด้วยแววหึงหวงในดวงตาที่ลุกโชน

“และเจ้าของคนนั้นก็คือฉันเอง โทมัส!” เขาทิ้งท้าย สายตาสองหนุ่มมองจ้องอย่างฟาดฟันกัน ขณะมือเพรียวแกร่งของเขาบีบมือเล็กของนางฟ้าตัวน้อยอย่างโกรธจัด

“จริงไหม... แมรี่?”

เธอไม่ตอบ แต่แก้มแดงก่ำน่าจะเป็นคำตอบที่ดี

เขากำลังโกรธ

“เราต้องขอตัวนะโทมัส คงไม่ว่าเราสองคนเสียมารยาท” สิ้นเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ นางฟ้าแสนหวานก็ถูกลากออกจากห้องแสดงศิลปะราวพายุบุแคม

เขาโกรธจัดด้วยพายุแห่งความหึงหวง!

จู่ๆ ความรู้สึกเหมือนถูกควบคุมก็ครอบงำเธอ มือเขาร้อนผ่าว ดวงตาที่มองมาก็ร้อนแรงจนเธอหวาดหวั่น แล้วเรือนร่างน้อยๆ ก็รู้สึกโหยหาสัมผัสจากเขาอย่างประหลาด

ชอบถูกกระทำหรือนี่

“ปล่อยนะ! ปล่อยฉันก่อน”

“ไม่!

“จะพาฉันไปไหน?” เสียงเธอแววไม่พอใจ ร่างบางยังดิ้นหาอิสระและไม่โอนอ่อนผ่อนตามเขาไปง่ายๆ

ดูเหมือนเสียงหวานไม่ใช่สิ่งที่เขาจนสนใจอีกต่อไป ท้าวยาวก้าวฉับไวถูลู่ถูกังซินเดอเรลล่าตัวน้อยจนร่างบางแทบปลิวตามเขาไป

“คุณไม่ควรคุยกับมัน” เขาหยุดจ้องลึกในแววตาคู่หวานที่สั่นระริก ปริ่มๆเหมือนจะร้องไห้ “โดยเฉพาะในที่ลำพังแบบนั้น” เขาหายใจแรงเหมือนข่มความรู้สึกบางอย่าง

เขาต้องการเธอ... ทำให้เธอรู้ตัว ว่าเธอเป็นของเขาคนเดียว!’

“แล้วฉันเหมาะอยู่ลำพังกับคุณหรือไง” ปากฉ่ำหวานเถียง สายตาเขาตรึงบนริมฝีปากคู่สวยที่ยั่วยวนนั่น และทาบลงมาฉับไว ปากเขาครอบครองเธอ จูบป่าเถื่อน เร่าร้อนและสุดแสนรุนแรงโจมตีเธอ เขาดูดรั้งจนปากสีสวยแทบช้ำด้วยรอยแดง

ท้ายที่สุด ความอดทนก็ขาดผึง!

แต่ดานิเอลไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เขาตัดสินใจทำลงไป เธอจะไม่มีวันให้อภัยเขาเลย นอกเสียจากว่า สิ่งนี้จะทำให้เธอพอใจจนลุ่มหลง  ปากของเขาทาบทับลงบนเรียวปากหวานของเธอที่ตอนนี้สั่นระริกตอบสนองสัมผัสจากเขา เธอถูกกระตุ้นเร้าอย่างรุนแรง เลือดสูบฉีก หัวใจเต้นรัว ความหิวกระหายในแววตาเขาจู่โจมเธอ

เขาช่างดูดุดัน...

ร่างบางดิ้นรนหาทางรอด มือน้อยทุบอกแกร่ง แต่มันก็เบาเกินกว่าที่เขาจะรู้สึก เขากำลังใช้พละกำลังอันสมบูรณ์แบบเพื่อให้ได้ตามต้องการ เธอกลัวกับการใช้กำลังของเขา แต่การดิ้นรนต่อสู้ด้วยกำลังอันน้อยนิดราวลูกแมวน้อยของตนมันกลับยิ่งกระตุ้นให้เขายิ่งต้องการเธอ

ความตื่นเต้นแล่นซ่านไปทั่วเรือนกาย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นของคุณที่จะมาทำแบบนี้กับฉัน” เธอร้อง ดวงตากลมโตดูโกรธเกรี้ยว ในงานเลี้ยงหรูที่คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อผู้ทรงเกียริต แน่นอนว่าไม่เพียงผู้ชายในงานที่มองจับจ้องเธอด้วยความชื่อชม ดานิเอลเองก็เป็นเป้าสายตาจากสาวๆ และเธอก็เห็นว่ามีหญิงสาวทรงโตมากมายเข้ามาเกี้ยวพาเขา

เธอเห็น!

“คุณลืมข้อตกลงของเราไปตั้งแต่เมื่อไรกัน... แมรี่” ข้อตกลงตามสัญญาในฐานะภรรยา แต่เธอเป็นเพียงภรรยาเฉพาะกิจ แล้วสิ่งที่เขาทำ มันคือความหึงหวงเฉพาะกิจหรือไง

เขาไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ

“ข้อตกลงเอาแต่ได้ของคุณ ฉันไม่นับด้วยหรอก ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!

“ผมปล่อยแน่ แต่หลังจากผมตอกตรึงเรือนร่างคุณไว้ด้วย...” เขาบดร่างแกร่งแนบชิดจนเธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนซิปกางเกงเขาที่นาบทับผืนท้องน้อยๆของเธอผ่านเนื้อผ้าเลิศหรูเหล่านั้น หญิงสาวเลือดสูบฉีดไปด้วยความอาย

เขาใช้ร่างแกร่งตอกตรึงเธอไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งนั้นที่ประดุจท่อนเหล็กร้อนผ่าวประจำกาย

และตอนนี้ มันกำลังร้อน!

“กรี้ดดด ไม่นะ อย่าทำแบบนี้นะ ปล่อย!

“บอกมาสิ... ว่าความจริงคุณก็ต้องการ” เขาชอบที่เธอแก้มแดงไปหมด ผิวเธอ... ทั้งเนื้อทั้งตัวกำลังแดงด้วยเส้นเลือดสูบฉีบ ความตื้นเร้ากระตุ้นเธออย่างรุนแรง เขารู้เป็นอย่างดีว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานกับสัมผัสกระตุ้นเร้าของเขาได้

“ไม่!

“แย่จัง... แต่ผมกลับต้องการคุณอย่างท่วมท้นเลยล่ะ” เขาหยุดจ้อง “สัมผัสผมสินางฟ้า เริ่มจากตรงนี้...” เขาจับมือเธอขึ้นมาทาบลงที่หัวใจ

ตึก!

หัวใจเขา... เต้นแรงเหลือเกิน... แรงพอกัน... กับหัวใจฉัน

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงก่อนเปลี่ยนเป็นกัดเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างอย่างเคร่งคิด สายตาคมเขาตรึงอยู่ที่มัน ริมฝีปากฉ่ำหวาน เรียกร้องการจุมพิตจากเขา

“อย่ากัด!” เขาบงการ มันคือการเรียกร้องเขาชัดๆ ปากนุ่มๆ นั่นน่าจูบชะมัด!

มือเพรียวแกร่งจับแก้มเธอ บังคับไว้ให้รับจุมพิตร้อนแรงที่เขาทาบทับลงมา ลิ้นร้อนฉ่าแทรกลงลิ้มรสชาตินางฟ้าพยศ เธอระทวยกับจังหวะจูบอันหวานฉ่ำที่เขามอบให้ ความรุนแรงเร่าร้อนในตอนแรกดูเหมือนจะผ่อนคลายลง มือเขาลูบไล้แนวลำตัวเธออย่างหวงแหน ขณะจูบร้อนฉ่าทว่าอ่อนหวานนุ่มนวลก็ยังคงดำเนินไป

“อื้อ...” ร่างบางขัดขืน น้ำตาปริ่มจะไหล

เขายิ่งรุกรานจุมพิตเริ่งร้อนดุจลงทัณฑ์ เมื่อเธอต่อต้าน จูบของเขาดุดันขึ้นอีกจนร่างน้อยหายใจหอบ เขาบดขยี้ริมฝีปากฉ่ำหวานพร้อมสอดมือข้างหนึ่งเข้าในเรือนผม ขณะอีกข้างประคองแก้มนุ่มตรึงบังคับเธอไว้ให้หันหน้าหนีไปไหนไม่รอด ลิ้นเร่าร้อนของเขาช่างรุกรานและดูหิวกระหายจนน่ากลัว

จูบที่น่าลุ่มหลงทำเธอขนอ่อนลุกชันไปทั่วสรรพางค์กาย เธอรู้สึกว่าเครียดครัดที่ทรวงอกอิ่มราวกับว่ามันก็ต้องการจุมพิตเริงร้อนแบบนั้นเหมือนกัน เขาตักตวงรสชาติของหญิงสาว... นางฟ้าแสนหวานเป็นสมบัติของเขา ของเขาคนเดียว

นางฟ้าพยศเขาได้ก็เพียงนาทีแรก แต่จูบของเขาก็กล่อมเธอจนสำเร็จ ร่างบางอ่อยระทวยลงในอ้อมกอดเขาที่ประคองเธอไว้อย่างหวงแหนและเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

แรงหึงหวงมันเร่าร้อนถึงเพียงนี้

กลิ่นของผู้ชายอย่างดานิเอลช่างน่าทึ่ง และชวนเสพติดอย่างเหลือประมาณ ร่างแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้ากระตุ้นเร้าให้เธอต้องการ เขา... ทุกอย่างในความเป็นเขากระตุ้นเร้าเธอได้อย่างยอดเยี่ยม  ปลายถันอันแสนทรยศมันเครียดครัด บวมเป่ง ท่วมท้นไปด้วยความต้องการ แน่นอนว่ามันต้องเชิดชันไปด้วยความต้องการอยู่ใต้บราเซียของเธอ

จูบของเขาซาบซ่านตื่นเร้า ความร้อนรุ่มกำลังก่อตัวขึ้นกลางแกนกายสาว มันฉ่ำชื่นขึ้นจนน่าละอาย...

โอ... ไม่นะ เธอต้องการเขา

ต้องการสัมผัส ดูดกลืน และการเติมเต็มอย่างลึกซึ้งจากเขา

เรือนร่างแสนทรยศเรียกร้องเขาอย่างน่าไม่อาย

เขาครางเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ มือเพรียวแกร่งลูบไล้ตามแนวเรือนร่าง ขณะที่อีกข้างประคองทรวดทรงที่เขาใฝ่ฝันถึงอยู่เสมอ พร้อมบีบเคล้นอย่างนุ่มนวล หยอกเย้า จนเธอหูอื้อ สมองมึนงงไปหมด เข่าสั่นแทบยืนไม่อยู่ เธอไม่อาจต้านทานสัมผัสเร่าร้อนของเขาได้อีกต่อไป ดวงตากลมโตปิดลงอย่างเคลิบเคลิ้ม

“นี่คือบทลงโทษ ของเมียที่คุยลำพังกับชายอื่น” เสียงเขาเจือแววหึงหวง

“ฉันไม่ใช่เมียนะ!” กลีบปากสวยขยับเพื่อเถียง

“หุบปาก! คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้ จำไว้”

“ก็...” ยังไม่ทันได้เถียงต่อเลยสักเล็กน้อย เสียงหวานเล็กก็ถูกจุมพิตร้อนแรงดูดกลืนหายเข้าไปแทบหมดสิ้น

เธอไม่อาจครองสติตัวเองได้อีกต่อไป เขาครอบงำเธอ

“อือ... ปละ ปล่อยนะคะ”

“กำลังเคลิ้มอยู่ไม่ใช่หรือ?” เขาแกล้งเย้า ดูเหมือนอารมณ์ซาตานเมื่อครู่จะหายไปบ้างแล้ว สายตาเขาสบประสาน เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นจนมันแทบซีด

“อย่ากัดปาก” เขาดุ

“ปากฉันนะ!

“เถียง... อยากโดนดี?” เขากำลังขู่เธอ เสียงดุเป็นจอมเผด็จการ

เม้มปากอีกแล้ว... เขาคิดอย่างมันเขี้ยว

“ผู้ชายคิดอะไรเวลามองปากผู้หญิงคะ?”

ดูเธอย้อน มันใช่คำถามที่ควรถามมั้ย ผมก็คลั่งน่ะสินางฟ้า... ผมอยากให้คุณกัดผม... กินผม และรับผมเข้าไปในนั้นแทบบ้า

“ก็คิดอยากจูบให้หายพยศน่ะสิ” สิ้นเสียง เขาก็ทำมันอีก จูบอ่อนหวานรุกรานเธออีกอย่างลำพองใจ ร่างบางดิ้น แต่ก็ไม่อาจได้รับอิสระ เพราะเขาแข็งแกร่งเหลือเกิน

ร่างสมบูรณ์แบบของเขาบดเบียดแนบเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงความแข็งแรงร้อนผ่าวใต้ซิปกางเกงเขา สิ่งนั้นทำเธอหน้าแดงก่ำมากขึ้นกว่าเดิม มือเรียวเล็กที่ดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งเกะกะ เขาช่วยจับมันมาวางรอบบ่าเขา ทั้งที่ยังคงบรรเลงจุมพิตร้อนแรงอยู่จนหญิงสาวหายใจหายคอไม่ทัน

ทั้งสองหอบหายใจ จนรู้สึกเหมือนว่าร่างสองร่างถ่ายเทอากาศระหว่างกันด้วยพลังแห่งปรารถนา...

สายตาเธอบอกให้รู้ว่า ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ในห้องสมุดของโรงละคร มันเงียบสนิท เงียบเกินพอที่จะทำให้ได้ยินเพียงลมหายใจของคนทั้งสอง

เขาเลื่อนมือเพรียวแกร่งฉับไวลงต่ำสอดลึกเข้าใต้กระโปรง กอบกุมแก้มเนื้อของบั้นท้ายไว้ เขาสัมผัสมันผ่านแพนตี้บิกินีซีทรู ที่ตอนนี้มันฉ่ำชื้นอย่างน่าละอาย

รอยยิ้มอย่างยินดีปรากฏบนใบหน้าแบดบอยตัวร้าย เมื่อเขาสัมผัสถูกความฉ่ำชื้นนั้น

เขาทำให้เธอต้องการเขา... เขาทำสำเร็จ

ปฏิบัติกิจอันกระตุ้นเร้า

เขาดึงสะโพกร่างน้อยเข้าหาเขาอย่างรุนแรง ไม่ปรานีและดูเขาหื่นกระหาย หัวใจดวงน้อยเต้นรัว

“คะ... คุณจะทำอะไร”

“ทำ-เมีย” เสียงเรียบ หน้าตาย

“ไม่นะ!

“ต่อไปจะได้พูดไม่ได้ ว่า ไม่ใช่เมีย

“ไม่นะ... ปล่อยนะคะ” เขาดันเธอเข้าแนบชุด จนรับรู้ว่าปุ่มชุ่มฉ่ำใต้แพนตี้สัมผัสกับส่วนไหนของร่างกายเขา ที่มันแข็งแกร่งราวท่อนเหล็กร้อนผ่าว หน้าเธอแดงก่ำหัวใจเต้นรัวไปหมด

เขาบดเบียดส่วนนั้นเข้ามาอีก ให้รู้ว่าตอนนี้เขาต้องการครอบครองเธอมากแค่ไหน... และความอดทนของเขาขาดผึง

“แมรี่...” เขากระซิบเสียงแหบต่ำ ฟังดูเซ็กซี่จนร่างน้อยขนลุกชันไปทั่วสรรพางค์

“ปละ... ปล่อยฉัน ทะ ท่านประธาน”

เขาไม่สนใจฟัง ซุกไซ้จมูกโด่งกับแก้มนุ่มของเธออย่างเป็นเจ้าของ มือเพรียวแกร่งเกี่ยวแพนตี้ไปด้านข้างก่อนสัมผัสเกสรฉ่ำหวานด้วยนิ้วที่ทรงพลัง

“อ๊ะ...” เสียงหวานคราง มือน้อยบีบลงต้นแขนเขาตอบรับสัมผัส “อือ...” ความตื่นเร้าเพิ่มดีกรีความร้อนขึ้นทันทีที่นวลเนื้อสั่นระริกใต้สัมผัสโดยตรงจากนิ้วเขา

“คุณ... หวานฉ่ำ” สิ้นเสียงแหบ เขาจูบเธอที่กลีบปากหนึ่งครั้งอย่างแสนรัก “คุณต้องการผม...”

เสียงเขาทำเธอคลั่ง

“มะ... ไม่นะ!” เธอต่อต้านเขา

“ผมคลั่ง... เพราะคุณ” ริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนลงไปตามลำคอ ความพึงใจแล่นซ่าน เขาปัดริมฝีปากร้ายกาจนั้นมาที่ปากจิ้มลิ้มอีกครั้ง อ้อยอิ่งอยู่กับจุมพิตร้อนแรงอีกนานจนพอใจ เขาสัมผัสกลางความฉ่ำหวานอย่างร้อนรน

“อื้อ...” เสียงหวานหอบหายใจ หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ

“เป็นของผม... เดี๋ยวนี้แมรี่”

“ไม่ ไม่ที่นี่นะ!” จะทำอะไรในนี้ได้อย่างไร เขากำลังคิดอะไรอยู่ ค่ำคืนนี้ผู้คนมาร่วมงานอย่างหนาตาและล้วนมีหน้ามีตาทรงเกียรติทั้งนั้น เธอจะไม่ยอมให้เขาทำอะไรตามอำเภอใจ

“ที่นี่ เดี๋ยวนี้!” เขาเผด็จการ ก่อนลดกายลงคุกเข่า

แพนตี้ตัวน้อยถูกกระชากปลิวหายจนทำให้เธอเปิดเปลือยต่อหน้าเขา มือแกร่งถลกกระโปรงขึ้นเหนือเอว แล้วส่งลิ้นร้อนฉ่าไล้เลียลิ้มเธออย่างหิวกระหาย ยอดเกสรแห่งความสาวสั่นระริกในปากเขา ลิ้นร้อนฉ่าคลี่แย้มรอยแยกที่ฉ่ำพราวก่อนตวัดไล้ราวพู่กัน แต่เธอแทบคลั่งเมื่อเขาตวัดไล้ลิ้นร้อนราววาดเลขแปด ความร้อนซ่านสะท้านจนเธอไร้เรี่ยวแรว

“อือ...”  ลิ้น... เขา

ร่างบางพยายามถอยหนีแต่เธอจนมุน เขาล็อคตัวเธอ บังคับเอาไว้ไม่อาจรอดพ้นจากความเมตตาของเขา มือข้างหนึ่งตรึงร่างน้อยเอาไว้อย่างจอมเผด็จการ ขณะอีกข้างส่งเขาสัมผัสรุกรานความฉ่ำหวานจนเธอแทบกรีดร้อง ขณะที่ลิ้นร้อนฉ่าของเขายังคงทำหน้าที่อย่างมุ่งมั่น ไม่ลดละ

“คุณหวานเหลือเกิน... แมรี่” เขาเสียงเซ็กซี่ เจือแววความพึงพอใจขั้นสูงสุด

ช่อน้ำหวานฉ่ำพราวเต้นระริกต่อเรียวปากเร่าร้อน...

ความร้อนรุ่มแล่นซ่านไปทั่วร่าง เลือดในกายสาวแทบลุกเป็นไฟ จากส่วนที่เขาปรนเปรอด้วยลิ้นส่งให้เธอคลุ้มคลั่ง หญิงสาวขาเกร็งแนบสนิทกับแผ่นหลังเขาเมื่อลิ้นร้อนฉ่าจุ่มจ้วง เขาดูดซับความหวานฉ่ำอย่างลึกซึ้งขึ้น  แรงดูดดึงทำให้ร่างบางขยับเข้าหา แผ่นหลังสวยแอ่นโค้งตอบรับสัมผัสที่ปลุกเร้า

เร่าร้อนเหลือเกิน...

ร่างแบบบางของนางฟ้าแสนหวานสั่นสะท้าน เปลือกตาหนักอึ้งไม่มีเหลือ ความพึงพอในต่อสัมผัสร้อนเข้าคลอบงำ...

ลิ้นเขาลูบไล้แทรกลึก สลับกับหมุนวนเป็นอินฟินิตี้ส่งให้ภายในโพรงหวานฉ่ำพราวบีบรัดรุนแรง ครั้งแล้วครั้งเล่า และมีแต่ต้องการ ต้องการในสิ่งที่มากกว่า ทำให้ร่างน้อยบดเบียดเข้าหาปากเขาอย่างน่าละอาย

มือเพรียวแกร่งกุมบั้นท้ายเปลือย ฟอนเฟ้นอย่างคลุ้มคลั่ง รั้งเข้าหาลิ้นที่เร่าร้อน ไม่รู้อิ่ม สัมผัสเขาช่างเทิดทูนเธอ จนปริ่มว่าแทบขาดใจ

“ดะ... ได้โปรด” เสียงหวานครางเสียงหอบ เธอรู้สึกใกล้มาก สิ่งที่เรียกว่าความหฤหรรษ์อย่างสูงสุดอยู่เพียงแค่เอื้อม ลิ้นร้อนแรงของเขาผลักดันเธอจนเกือบไปถึงดินแดนแห่งนั้น

หญิงสาวหวีดร้องกับความร้อนแผดเผาและการตวัดลิ้นอย่างเป็นศิลปะของเขา แกนกายสาวบีบรัดตอบสนองทุกจังหวะดูดดื่มอันอ่อนโยน ทว่าละโมบหิวกระหาย

ลิ้นเขา... วิเศษ!’

ในที่สุดแดนสุขารมย์แห่งเพลิงกามาก็โอบกอดร่างน้อยเอาไว้ เธอช่างเป็นหญิงสาวที่ไคลแม็กส์ได้อย่างแสนงดงาม ติดตรึงใจ ยอดทรวงอกอิ่มบีบเกร็งเครียดครัดไปด้วยความสุข ดวงตากลมโตของนางฟ้าแสนหวานตะลึงพรึงเพริดเมื่อพบว่า กิจกรรมฉ่ำหวานไม่ได้มีเพียงเธอกับดานิเอล

หญิงสาวสบสายตากับมิชาล ผู้ช่วยหนุ่มคนสนิทที่ตะลึงพรึงเพริดไม่ต่างกัน ท่าทางเขาเหมือนว่ากำลังออกตามหาท่านประธาน แน่นอนว่าอาจจะมีงานสำคัญรอเขาอยู่

แต่เขาไม่ทันรับรู้เรื่องใดเลย ไม่มีอะไรสำคัญกว่านางฟ้าตรงหน้า ริมฝีปากร้อนฉ่ายังคงดูดดื่มยอกเกสรสาวอันหอมหวาน เขายังไม่หยุดคลั่ง เธอสั่นระริกในปากที่ดูดรั้งด้วยจังหวะรุนแรง เร่าร้อน บดเคล้าคลึงปุ่มเนื้อสาวที่อ่อนไหวด้วยปลายลิ้นร้อนฉ่า

มวลความสุขโอบรอบ แล่นซ่านไปทั่วสรรพางค์ ราวระรอกคลื่นแผดเผา ทว่าชวนเสพติดในคราวเดียวกัน เสียงหวานหวีดร้องนับครั้งไม่ถ้วน ผลักดันสะโพกเข้าปากร้อนฉ่าอัติโนมัติ เขาครางอย่างพึงพอใจ

เสียงเซ็กซี่ของเขาพร่าผลาญความเขินอายของเธอ ลิ้นร้อนของเขาสร้างความสัมพันธ์คนทั้งสองให้แนบสนิทชิดใกล้ขึ้น เขาลุกพรวดแล้วอุ้มร่างแบบบางไปที่มุมโซฟา ก่อนวางลงนอนตามความยาว ร่างน้อยหายใจหอบ เหงื่อเม็ดเล็กๆ เป็นละอองผุดพรายบนหน้าผาก เหงื่อชุ่มมือทั้งสองข้างเพราะความตื่นเต้นถึงขีดสุด

เขาแกะกระดุมกางเกง ซิปรูดเลื่อน เปิดเปลือยความสง่างามที่หญิงสาวเห็นแล้วต้องแก้มร้อนผ่าว หัวใจเธอแทบหยุดเต้น

เขา... ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจินตนาการไว้และเก็บกลั้นความกลัวเอาไว้ไม่ได้

หญิงสาวหลับตาปี๋ เขากำลังจะแทรกท่อนเหล็กร้อนผ่าวเข้าสัมผัสแกนกายสาว

“มะ... ไม่นะคะ”

“นางฟ้า... คุณก็รู้ผมต้องการคุณแค่ไหน”

“ดะ... ได้โปรด” เสียงหวานวิงวอนเขา

“นางฟ้า...” เขาโน้มหน้าซุกจมูกกับแก้มนุ่ม “ขอผม... สัญญาจะไม่ทำคุณเจ็บ”

มันครั้งแรกของฉันนะหญิงสาวเรียกสติคืนมา สายตาเขาวิงวอน เธอเองก็ไม่ต่างกัน หากแต่วิงวอนของอิสรภาพ

“ฉันยังไม่พร้อม...”

เขาจับมือน้อยมาทาบทับ เขาเรียบลื่น ทว่าก็แข็งแกร่ง และมันกำลังร้อนผ่าวเต้นตุบจนเธอรู้สึกตื่นเร้า

“สัมผัสผม” เขาสั่ง พร้อมขยับมือบนมือเธอ “เร่งขึ้นอีก” เขาบังคับจังหวะ เธอทำตามอย่างเรียนรู้

“ใช่... ดีมาก” เขาคราง พร้อมแอ่นตัวขึ้นเมื่อสัมผัสมวลความสุข เธอเรียนรู้มันมาบ้างแล้ว... จากครูคนเดียวกัน

เขาคงจำค่ำคืนเร่าร้อนนั้นไม่ได้...

“คุณ... ชอบมันมั๊ยคะ?” เสียงหวานใส่ใจถาม...

“ดีมากนางฟ้า...” หญิงสาวขยับเร่าร้อนขึ้น เสียงเขาขาดห้วงเร้าอารมณ์ เส้นเลือดใต้ผิวเรียบลื่นเต้นตุบตอบสนองสัมผัสจากเธอ เขากุมมือน้อยอีกครั้งเพื่อบังคับจังหวะ มันเร่งร้อนขึ้น

ร้อนฉ่ากระทั่งเขาหลับตาแล้วจินตนาการเพริดแพร้วปรากฏขึ้นว่า หญิงสาวก้มลงสูดกลิ่นเขา...

เธอกระตือรือร้นที่จะลิ้มรสชาติเขา ร่างแกร่งแทบคลั่งเมื่อริมฝีปากจิ้มลิ้มฉ่ำหวานลดลงหาปลายยอดอันยิ่งใหญ่ ตวัดไล้อย่างเร่าร้อน มือน้อยๆสัมผัสความเนียนลื่นของผิวเนื้อราวท่อนเหล็กร้อนผ่าว แล้วเธอก็รับมันเข้าในปากจิ้มลิ้มนั่นตลอดความยาว

ลิ้นเธอละมุน... แสนวิเศษ

เขาคลั่งเพราะลิ้นเล็กน่ารักนั่น

หญิงสาวบีบกระพุ้งแก้มและรับ ตัวตนเขาเข้าสู่ด้านในลำคอลึกขึ้น แล้วขยับริมฝีปากรูดไล้ละมุนมาสู่ปลายยอด ทำซ้ำๆนับครั้งไม่ถ้วน

“โอ...” เขาครางกับจินตนาการตนเอง มือน้อยยังขยับติดตามจังหวะที่เขาบังคับ

เธอดูดรั้งเขาจนแก้มตอบและไม่เคยหยุดยั้ง เร่งความเร็วอย่างเสือสาวผู้กระหาย สะโพกเขาผลักดันขึ้นหาปากจิ้มลิ้ม มือเพรียวแกร่งสอดอยู่ในผมสลวยเพื่อชักนำจังหวะ เขาจะเฝ้ามองสบตาเธอ... ดวงตาที่เป็นประกายแห่งความสุขอันเร่าร้อนที่เธอดื่มด่ำรสชาติเขา

เขาเกินเลยคำว่า คลั่ง

เมื่อจินตนาการเดินทางไปถึงฉากที่เธอรูดคลึง ตัวตนเขาไว้ในกำมือ ไล้สัมผัสริ้วเส้นเลือดหนาที่เต้นตุบๆ ตอบสนองสัมผัสจากเธอ ความเค็มปร่าเพียงแต่น้อย แต่อบอุ่นพวยพุ่งออกมาลิ้นเล็กสีชมพูของเธอ

ใกล้... ช่างใกล้

ความตื่นเต้นทะยานขึ้นสูงแตะจุดสูงสุด เขาตกอยู่ใต้ความปรานีของนางฟ้าตัวน้อย อย่างเสียสิ้นสติ สายธารเสน่หาพุ่งออกมาจนมือน้อยชุ่มฉ่ำ มันไปไกลถึงลำคอเธอ

“สวย... เด็กดี รีดเค้นมัน... คุณทำให้ผมไคลแม็กซ์” เสียงเขากำลังฆ่าเธอ

มีผู้ชายคนไหนในโลกมีเสียงเซ็กซี่กว่านี้อีกไหม...

เขาตื่นจากจินตนาการพร้อมน้ำขาวข้นที่ฉ่ำพราวบนมือน้อยๆ ของเธอ ความร้อนฉ่าฉาบทั่วแก้มสาว เธออายแต่ก็ยังมุ่งมั่นช่วยเขาให้พบดินแดนวัลเดอร์แลด์แห่งความกระสัน

เขาไคลแม็กซ์ อย่างสง่างาม องอาจ...

ลำคอเขาแอ่นโค้ง ลมหายใจระเบิด ธาราขาวข้นฉีดพุ่งจากปลายยอดท่อนเหล็กร้อนผ่าวจนทะลักทะล้น ข้นร้อน เขาอยากจะฝันต่อ ว่าเธอดูดกลืนมัน เขาผลักดันสะโพกสอบเข้าหาริมฝีปากจิ้มลิ้นน่ารักอย่างละโมบ กอบโกยความรู้สึกทุกอย่างหลากหลายที่แล่นซ่านไปทั่วกายชาย แต่ความฝันกับจินจนาการมันหยุดเพียงเท่านั้น

สิ่งนี้ก็มากพอ... นางฟ้าแสนหวานของเขา น่ารักเหลือเกิน

เธอเรียนรู้บทเรียนแรกอย่างชาญฉลาด... เขายิ้มพรายอย่างภาคภูมิใจและแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยรัก

เขาโน้มตัวเข้าหาและกอดเธอไว้ พรมจุมพิตอ่อนโยนราวแทนคำขอบคุณ แล้วเปล่งเสียงเซ็กซี่จากปากที่กดอยู่บนเรือนผมเธอ

“ขอบคุณ... นางฟ้าของผม ผมจำเป็นต้องไปถึงมัน” เสียงเซ็กซี่ของเขาเปล่งออกมาอย่างนั้น แก้มสาวร้อนผ่าวเต้มไปด้วยความอาย หัวใจเธอยังคงเต้นรัว

อัญญ์มาลีรู้ว่า พลังทางเพศของผู้ชาย เมื่อต้องการ ต้องได้รับการปลดปล่อย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับธรรมชาติของผู้หญิง ที่มีความอดทนและต้านทานกับพลังพวกนี้ได้ดีกว่า

เธอทำเพื่อเขา... ยิมยอมรับการเรียนรู้ในสิ่งแปลกใหม่ เพราะเขาเป็นผู้ชายน่ารัก ช่างสุภาพบุรุษที่ไม่ดันทุรังเมื่อเธอไม่พร้อม

เธอทำเพื่อเขาอย่างสมยอมยินดี

ทั้งสองเพิ่มระดับความสัมพันธ์ จากความใกล้ชิดทางกาย บนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจ และต่างก็ปลดปล่อย

เขาสบประสานสายตา ดวงตากลมโตที่มากเสน่ห์ ไม่มีนาทีไหนที่เขาไม่หลงใหล ดวงตาทั้งสองมองอย่างดื่มด่ำจนหนำใจ ก่อนที่เขาจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าขึ้นมาเช็ดผลิตภัณฑ์ของตัวเองออกจากมือน้อยๆ ของเธอ ตลอดทั้งซับทำความสะอาดในจุดต่างๆ ที่มันอุตส่าห์พุ่งไปถึงบนตัวเธอ

“ผม... ทำคุณเลอะเทอะ” เขาพูดเจือความเอียงอายในนั้น มันไม่น่าเชื่อเลย ซีอีโอมาดแบดบอยมีอารมณ์นี้ด้วย

หญิงสาวยิ้มบาง เธอเขินอายไม่ต่างกัน มือเรียวเกี่ยวปอยผมขึ้นทัดหู

“ไม่เป็นไรค่ะ” เสียงหวานตอบ

“คราวหน้า... ผมจะระวัง” เขาพูดหยอกเย้า ความสนิทสนมเพิ่มมากขึ้นเมื่อทั้งสองต่างก้าวผ่านการเปิดเปลือยสัมผัสเร่าร้อนต่อกัน

“ไม่มีคราวหน้านะคะ” เธอเผลอส่งเสียงแว้ด ใครจะยอมมีคราวหน้ากับคุณล่ะ!’

เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี กลิ่นอายความสุขระบายรอบห้อง เขาแต่งตัวช่วยเธอก่อนจัดการสภาพกางเกงตัวเองให้เรียบร้อย เขาแตะดินแดนสวรรค์วันเดอร์แลนด์ได้ โดยที่สูทสามชิ้นท่อนบนของเขาไม่เป็นอะไรได้ยังไงกันนะ

อัญญ์มาลีพบว่า ค่ำคืนนี้ เขาก็ดูหล่อเหลาเลอค่ามากกว่าทุกๆ วัน

แปลกจัง... อะไรทำให้เขาดูหล่อขึ้น ทั้งที่ก่อนนี้ไม่นานเขาก็ยืนข้างๆเรามาตลอด

เขาลูบผมให้เธอดูเรียบร้อยจนพอใจ ก่อนรั้งเธอเข้ามาจุมพิตอย่างหยอกเย้าเป็นการส่งท้าย

“เราคงต้องไปจากที่นี่... ตอนนี้งานประมูลคงกำลังต้องการตัวผม”

แน่นอนค่ะ... ฉันเห็นคนมาตามคุณคิดถึงตรงนี้แล้วเธอใจเต้นตุบ อยากเขกหัวตัวเองนัก เธออาจจะไม่อาจมองสบตามิชาลได้ไปอีกนาน...

เธออาย... สถานการณ์ช่างแกล้ง แต่เธอจะทำอย่างไรได้ ก็ในเมื่อ... เฮ้อ...

แต่ช่างมันเถอะ เธอเลือกที่จะเก็บมันไว้เป็นความลับ

“ค่ะ” เขาลุกขึ้น แล้วส่งมือมาพยุงเธอลุกขึ้น

บ้าจริง! เขาอยาก ได้เธอมากกว่าจินตนาการ เขาคงต้องเปิดเกมรุกให้มากกว่านี้แล้ว

อัญญ์มาลี... ต้องการการเรียนรู้!’

สมองฝั่งซาตานของซีอีโอหนุ่ม กำลังทำงานอย่างกระปรี้กระเปร่า

 

ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงโถงงานเลี้ยง บนเวทีกำลังเตรียมความพร้อม “อีกไม่นาน งานประมูลจะเริ่มแล้ว” ดานิเอลมองไปที่บนเวทีในระยะไกล จนมองเห็นคนบนนั้นตัวเล็กนิดเดียว

“...” อัญญ์มาลียิ้มรับรู้

“พ่อครับ ผมจะพาแมรี่ไปหาเครื่องดื่ม สักพักจะตามไปที่เวทีนะครับ” เขาพูดขณะมือแกร่งประคองแผ่นหลังของหญิงสาวอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “ไว้เราค่อยคุยกันนะครับพ่อ” เขาทิ้งท้าย คืนนี้เขาต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ในนามของประธานบริหารและบุตรชายเพียงคนเดียวของมาดามลีเวีย ประธานจัดงาน ทุกสายตาจะจับจ้องมาที่เขา และผู้หญิงที่ล้ำค่าสุดของเขา อัญญ์มาลี

สาวน้อยแหงนหน้าสบประสานสายตาคุณจะลากฉันไปไหนอีก... ฉันเมื่อยขา และคุณจะพาฉันไปรู้จักคนทั้งงานไม่ได้หรอกนะเธอเถียงในใจ เขาไม่สน ยังคงโอบเอวเธออย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ...

“ไปกันสาวน้อย...” เขาชวนด้วยดวงตาหยอกเย้า หญิงสาวแก้มร้อนวูบ รู้สึกสะท้านไปทั่วทั้งเรือนกาย ก่อนพาเธอเดิน


“อ้าว! แดเนียล” โทมัส ลูกพี่ลูกน้องของดานิเอลเอ่ยทักทาย ดานิเอลชะงักเท้าหยุดคุยด้วยเพื่อรักษามารยาท

“แมรี่ นี่โทมัส ลูกพี่ลูกน้องครอบครัวเรา”

“สวัสดีค่ะ”

“ยินดีที่รู้จักครับ มิส...”

“....” ดานิเอลช่วยตอบ ท่าทีเขาหวงแหนผู้หญิงข้างกายอย่างที่สุด

“ไว้เราค่อยกุยกันนะโทมัส”

“ได้สิ” เขาตอบอย่างนึกเสียดาย ไว้เขาจะหาโอกาสทำความรู้จักกับสาวไทยคนนี้ใหม่อีกครั้ง

“เราไปกันแมรี่” เขาหันมาสบตาเอ่ยชวน จับมือหญิงสาวคล้องแขนแกร่งก่อนนำพาเธอเดินไปมุมคอกเทล เขาสบตาหญิงสาวด้วยดวงตาร้อนแรง

หญิงสาวกระแอม “มองฉันแบบนี้... มีอะไรหรือเปล่า”

“คืนนี้... คุณสวยมากนางฟ้าแสนหวาน ทุกสายตามองคุณเหมือนต้องมนต์สะกดอย่างนั้นล่ะ” ดานิเอลเอ่ยชมอย่างเปิดเผย ดวงตาเขาเป็นประกาย และรังสีของความแข็งแกร่งแห่งบุรุษเพศครอบงำเธอจนรู้สึกซ่านสะท้านทุกครั้งที่เขามองและสัมผัสแตะต้องบนเรือนกายเธอ...

“ฉันเลยไม่เป็นตัวของตัวเองเลย”

“ตื่นเต้น?”

“ค่ะ”

“อยู่ข้างๆ ผม... ผมจะปกป้องคุณเอง” เขาปลอบ

“ค่ะ” เธอยิ้มบางอย่างรู้สึกขอบคุณ

เขาเดินควงหญิงสาวทักทายแขกเหรื่อไปทั่วงาน จนเธอรู้สึกระบมที่เท้า แต่โชคดีที่หญิงสาวผ่านการฝึกเรื่องความอดทนมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่า อัญญ์มาลีเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงาน และช่างเหมาะสมคู่ควรกับดานิเอล  เวลาไม่นานจากนั้น ก็ได้เวลารับประทานอาหาร

โต๊ะขนาดยาว จัดวางอย่างสวยงามหรูหรา เป็นระเบียบ บัตเลอร์มืออาชีพจัดโต๊ะอาหารค่ำแบบยุโรป มีเนยวางบนจานขนมปัง ซ่อมอาหารค่ำขนาดยุโรป มีดอาหารค่ำขนาดยุโรป มีดอาหารหวาน ช้อนซุป ช้อนชา สายตาของหญิงสาวมองต่อไป ภาชนะอาหารมีจานขนมปังและเนย จานบริการ ไล่มาจนถึงแก้วเครื่องดื่ม สมองเธอประมวลถึงบทเรียน

เธอเคยเรียนแต่ไม่ค่อยได้เข้าสังคมบ่อยนัก ดานิเอลจึงสั่งให้ครูมาสอน เขาอยากให้เธอใช้มันอย่างคล่องแคล่วเพื่อไม่ให้มื้อค่ำนี้ตกต้องเป็นเหยื่อสังเวยความสะใจให้มาดามลีเวียต่างหาก ไม่นานนัก การเสิร์ฟเมนูแต่ละอย่างไล่เลี่ยกันออกมา

หญิงสาวหยิบผ้าขึ้นมาพับแล้ววางบนตัก และเริ่มต้นรับประทานมื้อค่ำอย่างสบายๆ ไม่แสดงอาการเกร็ง หรือหวั่นประหม่าแต่อย่างใดเลย ดานิเอลลอบยิ้มอย่างพอใจ

มาดามลีเวียมองหญิงสาวอย่างไม่ปลื้มอย่างที่สุด เมื่อการรับประทานอาหารเริ่มต้นไปได้ไม่นาน อาหารทานยากที่นางเตรียมไว้ อย่างเมนูกุ้ง ปูและพวกคอกเทลกุ้งและหอยยังไม่แกะเปลือก ก็ถูกนำออกมาเสิร์ฟให้เธอเฉพาะอัญญ์มาลีเพียงคนเดียว นอกเหนือจากเมนูหลักในรายการอย่าง Seared foie gras รับประทานกับซอส Raspberry Vinegar โรยด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดำ เนื้อปลาแซลมอนย่างราดซอสบัลซามิค วีเนก้าที่ต้มจนเหลือเป็นคาราเมลพร้อมมะเขือเทศตากแห้งและสับปะรดเคียง แล้วนอกจากขาหมูเยอรมันแบบท้องถิ่น ยังมีเมนูที่เธอรู้จักอย่าง ขาแกะนิวซีแลนด์ย่างด้วยเนยกับสมุนไพรมาปรุง ทานกับมันฝรั่งบดผสมเห็ดทรัฟเฟิล เมนูหลากหลายจนอัญญ์มาลีบรรยายไม่หมด เธอทำได้เพียงกินอย่างผู้ดีที่ผ่านการอบรมมาอย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ที่เธอต้องรับมือคือเมนูตรงหน้าที่นำเสนอโดยมาดามลีเวียนี่สิ

ที่ท่านประธานพูดไว้ไม่มีผิดเลย... โชคดีที่แดเนียลทันเกมมาดาม

เธอมองสบตาดานิเอล เขามองและกระพริบตาให้เธอเป็นเหมือนส่งสัญญาณว่า ลุยเลย คุณไม่จำเป็นต้องกลัว

  อัญญ์มาลีนึกแปลกใจอย่างมากว่า ทำไมมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้รับการเสิร์ฟอาหารที่ยากต่อการรับประทาน อย่างพวกคอกเทลซีฟู๊ดที่มีกุ้ง หอยยังไม่แกะเปลือก อาหารทะเลอย่างเมนูปู อย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย ดานิเอลมองเห็นสายตามารดา ก็เป็นไปอย่างที่เขาคิด นางจงใจให้อัญญ์มาลีขายหน้า แต่โชคดีที่นางต้องผิดหวังเพราะดานิเอลได้เตรียมรับมือกับสิ่งนี้ ด้วยการให้ครูมาสอนมารยาทบนโต๊ะอาหารให้กับหญิงสาวเป็นที่เรียบร้อย และเธอรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกอดขึ้นตรงหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม

ซีอีโอหนุ่มแบดบอยยิ้มบางให้เธออย่างปลอบโยน อัญญ์มาลีรู้สึกดีใจที่เธอไม่ทำเขาผิดหวัง  งานเลี้ยงดำเนินมาถึงอาหารเมนูตบท้ายด้วยขนมหวาน อัญญ์มาลีละเลียดชิมอย่างช้าๆ

โชคดีจริง ที่ไม่ทำเค้าขายหน้า ฉันทำดีที่สุดแล้วนะคะหญิงสาวนึกขอบคุณที่เขาไม่ลืมเรื่องละเอียดอ่อนเหล่านี้ มาดามลีเวียไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

 

ในที่สุดช่วงเวลาการประมูลภาพเขียนก็เดินทางมาถึง วัตถุโบราณ ภาพศิลปะ ตลอดจนผลงานของศิลปินร่วมสมัยต่างปรากฏขึ้นบนเวที และถูกประมูลไปตามลำดับ กระทั่งเข้าสู่ผลงานล้ำค่าสิบชิ้นสุดท้าย

เมื่อการประมูล ดำเนินมาถึง ผลงานปะติมากรรมโบราณของจีน ที่อยู่ในสมัยราชวงศ์ชิง การประมูลดำเนินไปอย่างเข้มข้น และราคาถีบตัวสูงอย่างน่าประหลาดใจ กระทั่งคณะกรรมการจัดงานจับสังเกตได้ว่า นักธุรกิจชาวจีนคนดังกล่าวจงใจไล่ราคาและป่วนงาน

“ผมประมูลภาพนี้ได้ก่อน มันเป็นภาพเขียนของศิลปินชาวจีน” นักธุรกิจชาวจีน นามมิสเตอร์หลิวเขาเป็นประธานบริษัทคู่ค้าที่มีความสำคัญ และนับว่ามีอิทธิพลในมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนกว้างใหญ่ไพศาล แต่ถ้าว่าด้วยเรื่องเครือข่ายธุรกิจในเซี่ยงไฮ้ละก็... มิสเตอร์หลิวนี่ถือว่าทรงอิทธิพลในอันดับต้นๆ นับว่าเป็นนักธุรกิจชาวจีนที่เติบโตเร็วน่าจับตา ครั้งนี้เขามาร่วมเป็นเกียรติตามคำเชิญของบริษัท ที่มีแนวโน้มว่าจะร่วมกันในอนาคตเพราะระยะหลังๆ มานี้เอเชียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วแบบก้าวกระโดดโดยเฉพาะที่จีน

ในยุคนี้ นักธุรกิจจีนหลายคนมาลงทุนในยุโรป เพราะหลังจากยุโรปเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เริ่มจากกรีซ แผ่ขยายวงกว้างออกไป จีนนับว่าเป็นประเทศที่ปล่อยเงินกู้ให้กับไอเอ็มเอฟเพื่อนำเม็ดเงินนั้นไปอุดหนุนยุโรป

จีนนั้นตั้งใจจะผลักดันให้สกุลเงินหยวนของตนผงาดสู่การเป็นสกุลเงินหลักอยู่แล้ว นั่นเป็นมาตรการทางการเงินที่จีนแผ่อาณานิคมออกไป ในส่วนภาคธุรกิจ ชาวจีนก็ออกไปลงทุนต่างประเทศทั่วโลก รวมทั้งที่นี่ก็ด้วย แต่นิสัยคนจีนก็ไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเย่อหยิ่งโวยวาย แล้วยิ่งพวกเศรษฐีใหม่ด้วยแล้ว ความคึกคะนองใช่ย่อยเลย อย่างมิสเตอร์หลิวคนนี้เองก็เช่นกัน เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายก่อกวน

ทีมงานจัดงานถึงกับผงะหงายเก๋ง

“ศิลปะของชาวจีนแล้วไงล่ะ ผมมีสิทธ์ได้ก่อน เพราะผมเป็นคนจีน” เขาโวย เสียงผู้ร่วมงานชาวจีนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าท่าทางไม่พอใจจนทำให้บรรยากาศงานดูเลวร้ายลง

“เกิดอะไรกันขึ้นนั่น?” มาดามลีเวียถามเลขาคนสนิทที่ดานิเอลส่งให้มาช่วยจัดงาน เขาดูแลความเรียบร้อยของงาน

“ดูเหมือนผู้ร่วมประมูลชาวจีน จะไม่พอใจครับ” ทีมงานจัดงานคนหนึ่งรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แล้วทำยังไง?” มาดามกังวลถาม สายตานางตรึงอยู่ที่เหตุการณ์อย่างจดจ่อ เธอหวังว่ามันจะไม่เกิดปัญหาบานปลายจนงานเลี้ยงพังพินาศ

“พิธีกรก็พูดจีนไม่ได้ครับ” ผู้ช่วยหนุ่มรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ที่โวยวายเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่องนี่นะ ทำไมห่วยแบบนี้หา”

“เราลืมไปว่างานนี้มีพาร์ทเนอร์ชาวจีนมาด้วยครับ” ทีมงานหนุ่มรายงาน

“ใครก็ได้ หาคนไปเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้” มาดามลีเวียออกคำสั่งเสียงเกรี้ยว บัญชาของนางเด็ดขาด แข็งกร้าว นางจะไม่ยอมให้มนุษย์หน้าไหนมาก่อกวนงานสำคัญของนางทั้งนั้น

“ครับมาดาม”  ชาน เลขาส่วนตัวของมาดามลีเวียรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

แย่จริง งานจัดมาเป็นสิบปี ไม่เคยมีปัญหา แต่คราวนี้อยู่ๆกลับมาเรื่องวุ่นวาย ต้องเป็นเพราะแม่ผู้หญิงตัวซวยคนนั้นแน่ เห็นทีจะต้องจัดการลูกชายตัวแสบให้เข็ดหลาบ อุตส่าห์กำชับหนักหนาว่าไม่ให้ควงมา แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ความซวยมาเยือนอีกจนได้ นางต้องเดือดร้อนไปด้วย และนางตั้งปณิธานอย่างหมายมาดว่า จะต้องขับไล่ผู้หญิงไทยคนนั้นไปให้ไกลๆ จากดานิเอลให้เร็วที่สุด และตำแหน่งลูกสะใภ้นาง ต้องมีไว้เพื่อแองเจลลิกาคนเดียวเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง อัญญ์มาลีก็มองเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากระยะไกล ก็รู้สึกอดห่วงไม่ได้เลย เห็นว่าตัวก่อเรื่องก็เป็นชาวเอเชียสีผมดำขลับมันบ่งบอกได้อย่างดีทีเดียวเลย เธอสังเกตดู เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง อีกอย่างไม่อยากให้ที่นี่มีความรู้สึกแย่ๆกับคนเอเชีย

เธอก็ไม่ชอบที่เห็นคนเอเชียมาก่อกวนที่ไหนเหมือนกัน มันทำให้เสียชื่อไปในภาพรวม เหมือนปลาตายตัวเดียวแต่ทำเรื่องเหม็นเน่าฉาวโฉ่ไปทั้งหมดอย่างไรอย่างนั้นน่ะสิ

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?” อัญญ์มาลีเดินเข้าไปถาม เธอเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี เรื่องราวกำลังบานปลาย ส่วนดานิเอลและบิดานั้น ก็กำลังติดพันอยู่กับการสนทนากับข้าราชการระดับสูงของปราฮา จนไม่อาจปลีกตัวมาช่วยแก้ปัญหาได้ หญิงสาวจึงลองเสี่ยงดู เผื่อว่าเธอจะพอช่วยอะไรได้บ้าง

“ก็มิสเตอร์หลิวน่ะค่ะ โวยวายไม่พอใจเรื่องประมูลภาพศิลปะค่ะ” ผู้ควบคุมคิวบนเวทีพูด น้ำเสียงเหมือนกำลังฟ้อง

“แล้วไม่มีใครอธิบายหรือคะ พิธีกรน่าจะคุยกับเขาให้เข้าใจ” อัญญ์มาลีนำเสนอ

“มิสซอนยา พิธีกรเธอพูดภาษาจีนไม่ได้ค่ะ” นึกเสียดายไม่หายที่ลืมนึกถึงข้อนี้ไป

“ตายจริง” อัญญ์มาลีอุทานออกมาอย่างเผอเรอ เธอไม่คิดว่าที่นี่จะไม่เตรียมการสำหรับนักธุรกิจที่มาจากจีนหรือเอเชียเลย

“แน่นอนค่ะ งานนี้ตายแน่ๆ”

ระหว่างที่พิธีกรสาวคุยกับอัญญ์มาลีนั้นเธอพบว่า ดานิเอลเฝ้ามองเธออยู่ด้วยสายตาที่เป็นห่วง เขาแทบไม่มีสมาธิกับการอยู่ท่ามกลางวงสนทนาทางธุรกิจกับบิดา เขาร่ำๆ จะสาวเท้าก้าวเดินมาหาเธออยู่เรื่อยไป แต่บิดาทานไว้ ดูเหมือนท่านจะมองเธอ ออกว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ธรรมดา หญิงสาวมีแววตาที่ฉลาดและเก่งทางเอาตัวรอด จะการันตีจากอะไรดีล่ะ เอาแบบง่าย  ก็เรื่องที่รอดจากเสน่ห์ร้ายกาจของเจ้าลูกชายตัวดีนั่นไง ท่าทางพะเน้าพะนอของลูกชายที่คอยเอาใจอัญญ์มาลีข้างกายไม่ห่าง ผู้ชายด้วยกันดูรู้ว่า ลูกชายเขายังไม่ได้แอ้มเธอ

“แล้วเขาต้องการอะไร คนที่โวยน่ะ” เธอเอ่ยถาม เจตนาอยากให้ความช่วยหลือด้วยความบริสุทธิ์ใจ

“ทางเราก็ไม่ทราบค่ะ ในที่นี่ไม่มีใครสื่อสารกับเขาได้เลย” หญิงสาวเอ่ยอย่างจนปัญญา

“เขามากับใคร? พูดอังกฤษไม่ได้หรือ” อัญญ์มาลีถามหญิงสาวทีมงานด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงไพเราะดุจเจ้าของภาษา นักธุรกิจชาวจีนมองจ้องเธอ แววตาเขามันฟ้องอย่างแจ่มชัดว่า เขาฟังรู้เรื่อง แต่จงใจแกล้งให้คนที่นี่ป่วนด้วยการต้องสื่อสารกับเขาด้วยภาษาจีน จู่ๆ ก็นึกชาตินิยมขึ้นมา

“คิดว่าได้นะคะ แต่ดูเขาจงใจป่วน จงใจให้คนของเราสื่อสารด้วยภาษาจีน” หญิงสาวรายงาน อัญญ์มาลี อีกฝ่ายที่ถูกพาดพิง ถึงกับชักสีหน้า โต้ตอบด้วยดวงตากลับมาว่า ถ้าจะทำแบบนี้ ใครจะทำไมเขาได้

“ฉันพูดได้ค่ะ ฉันพูดภาษาจีนได้” อัญญ์มาลีเสนอความช่วยเหลือขึ้นมา เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองจากคู่สนทนาว่ายินดีรับความช่วยเหลือจากเธอหรือไม่ โชคดีที่ความช่วยเหลือของเธอมีความหมายเมื่ออีกฝ่ายมีอาการยินดีออกมาทางดวงตา ราวกับว่าเธอเป็นนางฟ้ามาโปรดพวกเธอเลยทีเดียว “ฉันจะช่วยเคลียร์กับเขาให้นะคะ” อัญญ์มาลีหยุดสบตาเธอที่ดูแววตากระวนกระวายอยู่ไม่น้อย “ฉันพูดจีนได้” เธอบอก ขณะเดียวกันทีมงานสาวก็มองมาด้วยแววตาแห่งความขอบคุณ

อัญญ์มาลีเรียนภาษาจีนจนสื่อสารในระดับดีทีเดียว มันเป็นความสามารถที่เธอได้ใช้มันบ่อยๆ ในโอกาสที่ต้องติดต่องานกับนักธุรกิจชาวจีน รู้สึกยินดีมากเลยที่เลือกเรียนมันเอาไว้ในโลกที่ธุรกิจมันไร้พรมแดนแล้วอย่างปัจจุบัน

เมื่อขึ้นบนเวที อัญญ์มาลีสื่อสารกับนักธุรกิจชาวจีนอย่างคล่องแคล่ว หญิงสาวสนทนาตอบโต้กับมิสเตอร์หลิวด้วยภาษาจีนกลางราวเจ้าของภาษา สิ่งนั้นทำให้มิสเตอร์หลิวรู้สึกประหลาดใจ ทว่าก็มีแววตาแห่งความทึ่งมองมาที่หญิงงามที่ปรากฏตัวบนเวที อัญญ์มาลีดูสง่า จนสามารถสะกดสายตาผู้คนราวมีมนต์เสน่ห์บางอย่าง ภาพเธอสะท้อนอยู่ในดวงตาคมของดานิเอลที่มองมาอย่างชื่นชม แม้ว่าเขาจะอยู่ท่ามกลางวงสนทนาทางธุรกิจเคียงข้างบิดาเขา แต่หัวใจเขากลับเต้นแรงและรู้สึกภาคภูมิใจจนอดไม่ได้ที่จะปรายตามองมายังมารดาตนที่ยืนตาค้างอยู่อีกด้านหนึ่งของงาน

ในที่สุด ภาวะตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงอย่างประหลาด แถมนักธุรกิจชาวจีนที่ว่ายังแสดงท่าทีสนใจเธออย่างออกนอกหน้า ถึงขั้นเอ่ยขอเต้นรำอย่างหน้าไม่อาย และสิ่งนั้นเอง ทำดานิเอลร้อนระอุด้วยพิษหึงหวง ถึงแม้ว่าเขาจะกำลังยืนเคียงบิดาในวงสนทนาธุรกิจอยู่อย่างนั้นก็ตาม

                ในเวลาไม่นาน หลังจากเดาได้ว่า ของหวงของตนเองกำลังถูกผู้ชายแปลกหน้าคุกคาม มีหรือเทพเจ้าการสื่อสารอย่างดานิเอลจะยอมทนอยู่นิ่งได้นาน ถ้ายอมง่ายๆ มันก็เสียเชิงชายโดยหมดสิ้นน่ะสิ

ซึ่งสิ่งนั้น ห่างไกลจากความเป็น ดานิเอลยิ่งนัก

“ผมคิดว่า... ถึงเวลาที่เธอจะกลับสู่อ้อมกอดผมได้แล้วนะครับ” เขาเดินเข้าไปพรากเธออกจากคู่ควงเต้นรำอย่างไม่สนใจมารยาท

“เธอ... “ นักธุรกิจชาวจีนถึงกับอ้ำอึ้ง

“ภรรยาผมครับ” ดานิเอลตอบ เขาสีหน้าถอดสี

“ขอบคุณครับมาดาม โอกาสหน้า หวังว่าเราจะพบกันอีก” เขาทิ้งท้ายอย่างนึกเสียดาย พร้อมคว้าข้อมือเธอขึ้นมาจุมพิตต่อหน้าต่อตาสามีจอมหึงหวงอย่างดานิเอล ถ้าไม่ถูกขัดจังหวะ คืนนี้เขามีโปรแกรมพาเธอไปคุยต่อโดยลำพังด้วยซ้ำไป

“ค่ะ” อัญญ์มาลีตอบพร้อมยิ้มแบบรักษาน้ำใจ เพื่อให้นักธุรกิจชาวจีนไม่ขุ่นข้องหมองใจ เพราะเกิดจากความเสียหน้า

“ได้เวลาของเราแล้ว... หวานใจ” เขาเอ่ยตาพราว มือไม้เกาะแกะ ครอบครองแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของอย่างโดดเด่นเห็นชัด

เขารู้ตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในงานแล้วว่า สายตาหนุ่มๆ นับสิบคู่ จับจ้อง ผู้หญิงของเขาราวกับว่ามีแสงไฟสปอตไลท์ดวงมหึมา สาดส่องมาที่เธอ

ก็แหงล่ะ ในเมื่ออัญญ์มาลีเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้

“คุณ... คุยธุรกิจเสร็จแล้วเหรอคะ” หญิงสาวแหงนหน้าถามเขา ดวงตากลมโตตรึงบนใบหน้าหล่อคร้าม เขาดูหล่อเหลากว่าทุกๆ วัน

ทำไมคืนนี้เขา... ดูหล่อกว่าทุกวัน

“ใช่ และทนเห็นภรรยาเต้นรำกับคนอื่นไม่ได้” เขาเสียงเข้มฟังดูเย็นชา หน้าบึ้งตึงเล็กน้อยเพราะแววแห่งความหึงหวง ก่อนวาดเท้าพาเธอเต้น สายตาเขาดูช่างเผด็จการ จนร่างบางสะท้าน

“ฉันแค่ทำตามมารยาท” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ รู้ตัวดีว่าแก้มเริ่มแดง และเขาแสดงท่าทีเหมือนกำลังหึงหวง

คุณเป็นเจ้าของฉันหรือไง

“ก็ดี” เขาเอ่ย น้ำเสียงมีแววเย็นชาอยู่ในนั้นจนหญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ...

หญิงสาวไม่ว่าอะไร นอกจากตรึงสายตาสบประสานเขา เธอมองอย่างค้นหา ทำไมผู้ชายคนนี้จึงก่อให้เธอเกิดความรู้สึกหลากหลายอย่างน่าประหลาด และตอนนี้ เขารู้สึกยังไงกันแน่

เขาดูเร่าร้อน... เผด็จการ และบางครั้งก็ดูอ่อนโยน แต่เป็นความอ่อนโยนที่ดูอันตรายอย่างประหลาด สิ่งเหล่านี้ อัญญ์มาลีสัมผัสได้ด้วยสัญชาติญาณ

“เยี่ยม” ดานิเอลเอ่ยชมเธอด้วยสายตาที่แสนทึ่ง “ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเมียผมนี่... เก่งหลายอย่าง” ดวงตาแพรวพราวของเขาก่อความร้อนวูบวาบให้เธออีกครั้ง หัวใจรึก็เต้นโครมครามอย่างยากจะห้าม

“ขอบคุณนะคะ ฉันจะถือเป็นคำชม” เสียงหวานตอบ ขณะดวงตาเขายังคงตรึงบนใบหน้าเธอที่กำลังแดงก่ำเพราะความเขินอายที่ไม่สามารถเก็บกลั้นไว้ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha