บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 11 : นางฟ้าของแบดบอย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

นางฟ้าของแบดบอย

เดือนมิถุนายน , 2014

กรุงปราก, สาธารณรัฐเช็ก

ชายหนุ่มพาอัญญ์มาลีมาถึงเมืองคาร์โลวี วารีตั้งแต่เช้า เพราะหลังจากงานเลี้ยงในค่ำคืนนั้น เขาต้องหัวเสียกับการที่ลูกพี่ลูกน้องอย่างโทมัส ตามตอแยอัญญ์มาลีถึงเพ้นท์เฮ้าส์ เขาจัดการพาเธอหนีที่นี่เสียเลย เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญและเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ที่นี่จะเน้นเดินชมทัศนียภาพมากกว่า บริเวณพื้นถูกปูด้วยหินเรียงตัวกันอย่างสวยงาม และดูเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้เลยทีเดียว

“นี่ดูคุณตื่นเต้นมากเลยนะสาวน้อย” เขาพูดกระเซ้า ดวงตาคมทอประกายเอ็นดูแสนรัก

“รู้ได้ยังไงคะ?” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นถาม ดวงตาเธอดูซุกซนขี้เล่น

“ดวงตาคุณเป็นประกาย” เขาบอกอย่างคนรู้ทัน ก็แหงล่ะ ชายสูงวัยอย่างเขามันอาบน้ำร้อนมาก่อน เด็กสาวไร้เดียงสาอย่างอัญญ์มาลีตามเขาไม่ทันหรอก

“ฉันก็เป็นแบบนี้ปกติ”

“มันเปล่งประกายมากกว่าอยู่ที่พักเสียอีกน่ะสิ ผมรู้ ผมสัมผัสได้” เขายืนยัน

“ช่างสังเกตจริงนะคะ” เธอแขวะเขาบ้าง เรื่องเถียงคำไม่ตกฟากต้องยกให้เธอเลย ทั้งที่ริชาร์ดกำชับนักหนาว่าอย่าขัดใจ อย่าทำอะไรให้ดานิเอลท่านประธานจอมดุไม่พอใจเด็ดขาด แต่เธอก็มิวายเผลอต่อล้อต่อเถียงเขา มันอารมณ์ประมาณ คันปากอย่างไรอย่างนั้น

“ปกติผมไม่สังเกตใครเป็นพิเศษหรอก... “

“ฉันไม่ชอบให้ใครสังเกต” หญิงสาวทำปากยื่นอย่างคนแสนงอน

“ก็สังเกตว่าคุณชอบ ไม่ชอบอะไร ผมจะได้เอาใจถูกไงล่ะ” ดานิเอลอ้าง ความจริง เอาใจภรรยา มันเป็นหน้าที่สามีไม่ใช่เหรอ ต่อให้เธอจะเป็นเพียง ภรรยาจัดฉากก็เถอะ!

“เวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าคุณแม่ของคุณแล้ว ไม่ต้องแสดงให้ถึงบทบาทมากก็ได้ค่ะ ฉันรู้หน้าที่ดี”

“แต่นี่ไม่ใช่การแสดง... ไม่ใช้แสตนอิน แล้วก็ไม่ได้จัดฉาก” เขายืนยัน แปลกที่หัวใจเขาก็เต้นแรงขึ้น ในจังหวะรัว เร็วขึ้นอีกด้วย

“เอ่อ... แก้วแบบนั้น มีไว้ทำไมคะ?” หญิงสาวแสร้งเปลี่ยนเรื่อง เมื่อสายตาเธอมองเห็นแก้วพอร์ซเลน มันเป็นแก้วพิเศษที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำใช้สำหรับจุน้ำพุร้อน แล้วเดินถือจิบดื่มระหว่างเดินทอดน่องในเมืองนี้ เชื่อกันว่าดีต่อระบบย่อยอาหาร แล้วแก้วที่ว่านี้ยังเป็นของที่ระลึก สำหรับไว้ให้นักท่องเที่ยวซื้อรองน้ำแร่มาดื่ม แล้วก็นำแก้วกลับไปเป็นของฝากหรือเป็นที่ระลึกที่บ้านด้วย

เธอถามเขา แต่ชายหนุ่มยิ้มมุมปากด้วยนึกเอ็นดูความเจ้าเล่ห์และขยันเอาตัวรอดของเธอ

ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เขาพบว่าอัญญ์มาลีช่างสรรหาวิธีการเอาตัวรอด จากสถานการณ์คับขันที่ เขามักจะสนุกกับการแกล้งเธอเสียจริง

ยิ่งยาก... ผมก็ยิ่งชอบ ยิ่งคุณยากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากได้ รู้ตัวไว้ด้วย ตัวร้าย!’ เขาประกาศก้องในใจ

“ความจริงผมน่าจะให้มีคนติดตามอีกสักโหล” เขาเอ่ยอย่างขบขัน

“ทำไมคะ?” หญิงสาวหันมาถามด้วยแววตางุนงง

“ช่วยถือของไง ก็เดี๋ยวคุณก็ช้อป ข้างหน้ามีร้านขายกระเบื้องจานชาม คุณอย่าคิดนะว่าผมไม่รู้ทัน” เขาพูดดักคอ

“รู้ทันอะไรอีกล่ะ” เธอจดจ้อง “คุณ... กลัวกระเป๋าฉีกเหรอคะ?” เธอเอ่ยอย่างเย้ยๆ เขา

“ผู้หญิงน่ะ เห็นพวกกระเป๋า รองเท้า แล้วก็จานชามภาชนะใส่อาหารได้ที่ไหน บางทีของเก่าซื้อไปยังไม่ได้ใช้ เห็นของใหม่ลวดลายถูกใจก็อยากได้อีกแล้ว”

“แสนรู้...” เธอว่าเสียงยานคาง

“หรือว่าไม่จริง” เขาเย้า

“ใครบอกล่ะ” หญิงสาวเชิดคางค้าน อาการเหมือนเด็กเอาแต่ใจไม่มีผิด

“บอกความจริงมาแมรี่” ซีอีโอหนุ่มรบเร้ากึ่งเผด็จการ ขณะหรี่ตาใส่อย่างรอฟังคำตอบ

“หรือไม่จริง” เขาแกล้งพูดเย้า การจ่ายเงินเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเขา เพื่อซื้อของที่ผู้หญิงของเขาอยากได้ มันเป็นความสุขรูปแบบหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงอำนาจ และการอยู่เหนือกว่าผู้หญิงพวกนั้น

อัญญ์มาลี เป็นผู้หญิงที่เขาไม่เสียดายที่จะจ่าย เพื่อซื้อของพวกนั้นให้เธอ เขาเองก็แปลกใจอย่างที่สุด ทำไมถึงรู้สึกอยากจะปกป้อง อยากจะทำอะไรต่างๆ ให้ ทั้งที่ เขาและเธอพบกันเพียงไม่นาน รู้จักกันก็เพียงฉาบฉวย อีกอย่างเขาจะต้องสนใจเธอทำไม ในเมื่อเขาจ้างเธอมาทำงาน เมียเฉพาะกิจเพียงเท่านั้น เขาพยายามคิดแบบนี้ แต่ที่สุดแล้ว เขาก็ดูแลเทคแคร์เธอราวกับว่าเธอเป็นคนรักของเขาจริงๆ

“คุณ...” อัญญ์มาลีไม่คิดเถียง “แสดงว่าคุณจะอนุญาตให้ฉันช้อปได้ใช่ไหม?”

“ได้ไม่อั้น... แต่ถ้าช้อปเพลินจนกระเป๋าผมฉีก คืนนี้คุณโดนดีแน่” เขาขู่เสียงดุแต่ตาคมแพรวพราวมองเธออย่างโลมเลีย “ผมคงไม่ยอมปล่อยให้คุณนอนนิ่งๆ บนเตียงผมแน่นอน” ดานิเอลพูดด้วยหัวใจเขาสนุกและพอใจมากที่เห็นหญิงสาวหน้าแดงซ่านไปด้วยความอายเมื่อเขาพูดสื่อถึงเรื่องบนเตียง

พฤติกรรมเขาทำเธอหวาดเสียวจนใจหายใจคว่ำบ่อยเหลือเกินช่วงนี้ เธอเป็นเมียแค่ในนามเท่านั้น เขาลืมไปแล้วหรือ ในสัญญาระบุชัดเจนว่าเขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องเนื้อตัวให้เธอเสียหาย

แต่การกระทำของเขามันขัดกันเหลือเกินกับในสัญญา

“คนบ้า! นี่ขู่ฉันเหรอ” เธอว่าเขา สายตาเธอเข้มจักแบบเอาเรื่อง สิ่งนั้นเรียกรอยยิ้มรักใคร่เอ็นดูจากเขาที่มองมายังเธอเป็นอย่างมาก

“ผมไม่เคยขู่ ถ้าอะไรออกจากปากผม... นั่นหมายความว่ามันคือความจริง และจะถูกทำให้เป็นจริงเสมอ” ดานิเอลสรุปหนักแน่น สายตาคมที่เขามองมาอย่างโลมเลีย เรียกจังหวะโครมครามของหัวใจหญิงสาวอีกครั้ง

ทำไมเธอต้องรู้สึกอย่างนี้ด้วยนะ บ้าจริง!

“งั้นฉันไม่ช้อป ไม่อยากได้อะไร เท่านี้เพียงเท่านี้ ได้เที่ยว ได้ชม ก็มากพอแล้วค่ะ” หญิงสาวตัดบท

“แสนงอนจริงนะแม่คุณ” เขาพูดยิ้ม มือขวาล้วงกระเป๋ากางเกง ขณะมีมืออีกข้างลูบศีรษะหญิงสาวอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะเลื่อนมือลงมาโอลแบบครอบครองที่เอวบาง

“ฉันไม่ไดงอนค่ะ ก็คุณเอะอ่ะจะสรรหาเหตุผลเอาเปรียบกันอยู่เรื่อยนี่นา” เธอว่าพร้อมเดินแยกไปอีกทาง จนเขาต้องเดินตามต้อยๆ อย่างผู้ใหญ่ตามใจเด็กซนๆ ตัวน้อยๆ คนหนึ่งด้วยหัวใจที่เอ็นดูรักใคร่

“ผมเอาเปรียบยังไงกัน ต่อให้ผมทำอะไรมากกว่านั้นนะ มันก็ไม่ผิดอะไรไม่ใช่หรือ เราจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะ” เขาอ้าง

“แล้วก่อนนี้เรารักกันงั้นหรือคะ เราจดทะเบียนสมรสกันด้วยสาเหตุอะไร” เธอจดจ้อง “คุณก็รู้ดี” เธอสรุป

“ผมรู้... แต่ตอนนี้ผมอยากฉีกมัน!” เขาดูเป็นจอมเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ สายตาแพรวพราวยังตรึงบนใบหน้าสาวน้อยไร้เดียงสา

“ฉีกเหรอคะ?” หญิงสาวทวน

“ถูก” เขายืนยัน

“...” เธอไม่มีคำพูดใดตอบโต้ให้ยืดยาว หากแต่สมองไม่ได้แน่วนิ่ง มันกลับเต็มไปด้วยความคิดหาทางรอด... รอดจากการถูกเอาเปรียบจากคนที่ดูเหมือนจะไม่สนใจสัญญาที่เคยให้ไว้

“ผมอยากฉีกสัญญานั่นทิ้ง” เขาย้ำ ฉีกสัญญานั้น เพราะผมกำลังต้องการให้คุณ... เป็นภรรยาผมจริงๆ น่ะสิ” เสียงเขาแหบต่ำฟังดูเซ็กซี่ ไหนจะสายตาคมคายที่มองมาอย่างลามเลียนั่นอีก นี่เขาเกิดมาเพื่อดึงดูดพลังไปจากร่างเธอหรืออย่างไรนะ

“คุณอยากฉีกก็ฉีก คุณอยากทำอะไรก็ทำ แต่ว่าเงิน... ฉันไม่คืนคุณนะ เพราะฉันทำตามหน้าที่จนจะครบกำหนดแล้ว” หญิงสาวหยุดจ้องเขา “แล้วต่อให้สัญญาถูกทำลาย คุณก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องฉันอยู่ดี เพราะฉันไม่มีวันยอม” หญิงสาวสรุป

เมื่อดวงตาของทั้งคู่สบประสาน หญิงสาวสัมผัสได้ว่า มันมีแต่ความร้อนแรงอยู่ภายในนั้น และมันมากเกินพอที่จะละลายเธอ หากยังมองสบตาเขาอยู่เนิ่นนานอีกแบบนี้

“คุณ... ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไงแมรี่” เขาถามน้ำเสียงจริงจัง

“รู้สึกอะไรคะ?” เธอเบนไปทางอื่น มือเรียวแกร่งจับมือหญิงสาวไว้ กอบกุม อย่างสนิทชิดใกล้ จนหญิงสาวมองไปที่สิ่งที่เขากำลังทำ จับมือในที่สาธารณะแบบนี้... ต้องจ่ายเพิ่มนะ!’ เธอค่อนเขาในใจ

“คุณคิดอะไรอยู่...”

“คุณจับมือฉัน ในที่สาธารณะ ไม่มีระบุในสัญญา แบบนี้ต้องจ่ายเพิ่มนะคะ” เธอบอก

“ผม-ยิน-ดี-จ่าย” ตอบแล้วก็ประชดด้วยการสอดประสานแต่ละนิ้วลงช่องว่างนิ้วเรียวของหญิงสาว แล้วกุมกระชับแนบแน่นราวจงใจแกล้ง เธอตวัดสายตามองเขา ใช่ว่าเขาจะหวั่นเกรงเสียเมื่อไหร่ เขามองเธออย่างหิวกระหาย จนหญิงสาวรู้สึกสะท้านหวิว แก้มแดงก่ำ ร้อนวูบวาบเพราะความเขินอายที่ไม่อาจสะกดห้ามเอาไว้ได้

ผู้ชายบ้า!’ เธอว่าเขา

“รู้สึกรักผม... อยากให้ผมเป็นสามีคุณจริงๆ บ้างไหม?”

“ฉันมาทำงาน ทำหน้าที่แล้วก็ทำเพื่อเงินเท่านั้นค่ะ” เธออาจจะดูงกไปนิด แต่ความจริงเธอก็มาด้วยจุดประสงค์นี้ตั้งแต่ต้น ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นองค์ประกอบเท่านั้น

อัญญ์มาลีสาบานได้เลย!

“คุณมีคนรักอยู่แล้ว... มีผู้ชายรอคุณอยู่ที่เมืองไทยอย่างนั้นหรือ?” เขาเค้น ทั้งที่ในใจไม่อยากได้ยินคำตอบว่าเธอมีใครอื่นแล้ว เขาไม่ต้องการได้ยินความจริง แต่เขาอยากได้ยิน สิ่งที่เขาอยากได้ยิน และอยากให้เป็นมากกว่า

เขาอยากให้เธอเป็นของเขา และมีสายตาไว้มองเพียงแค่เขาเท่านั้น รวมทั้งหัวใจของเธอ... ก็ต้องรักเพียงแค่เขาเท่านั้น... เพียงคนเดียว

ทำไมผมไม่ระบุสัญญาว่าต้องโสด บริสุทธิ์ และปลอดพันธะนะแม่คุณเขาบ่นตัวเอง

“ค่ะ” อัญญ์มาลีตอบ แน่แท้ว่าผู้ชายที่รอเธออยู่ให้กลับไป อย่างน้อยก็มีตั้งสองคน คนหนึ่งคือพี่ชาย ที่เธอจะกลับบ้าน ไปช่วยดูแลแม่ ส่วนผู้ชายอีกคนก็คือริชาร์ด เจ้านายที่น่ารักของเธอ เขาบอกว่าจะรอเธอกลับไปทำงานให้เขา ตำแหน่งงานที่ว่า โต๊ะทำงานที่เธอจากมา ตรงนั้นยังรอเธอกลับไป

“มิน่า... ผู้ชายที่เพอร์เฟคอย่างผมถึงทำอะไรต่อหัวใจคุณไม่ได้เลย” เขาพ้อ แต่ก็มีแววความมั่นอกมั่นใจตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม

อัญญ์มาลีแกล้งไม่ได้ยินคำตัดพ้อนั้นเสีย  แล้วก็เดินเที่ยวชมเมืองตามประสา เพราะไม่อยากต่อคำกับผู้ชายอย่างเขาให้เสียบรรยากาศ

บอกไปเขาก็ไม่ยอมรับหรอกว่าเขาน่ะ จ้องจะเอาเปรียบเธอตลอดเวลาเลย และเขาเองก็คงไม่รู้ด้วยว่า หญิงสาวนั่งนับวันรอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันสิ้นสุดสัญญาลงสักที

 

หลังจากดานิเอลเดินจูงมือพาหญิงสาวเดินทอดน่องเที่ยวชมเมืองที่งดงามดุจเทพนิยายอย่างปราฮา จนกระทั่งค่อนวัน ในที่สุดก็มาสิ้นสุดที่สนามม้าที่เขาซื้อเอาไว้

อย่างที่บอกไปว่า ดานิเอลเป็นผู้ชายชอบกีฬาจำพวกท้าทายความเร็ว ไม่ว่าจะแข่งรถ เจสกี และแข่งม้า เขางดงามสง่ามากยามอยู่บนอานม้า ราวกับเจ้าชาย ราชนิกูลผู้สูงศักดิ์อย่างนั้นเลย

อัญญ์มาลีพบว่า ดานิเอลเป็นผู้ชายที่มีสมบัติครบถ้วนทุกประการที่สาวๆ เฝ้าฝันหา ยิ่งยามเขาควบคุมม้านั่น หากมีสาวไหนได้ยล คงตกหลุมรักเขาอีกครั้งและอีกครั้ง ชนิดที่หาทางขึ้นไม่เจอ เขาดูดีมาก... ทรงพลังเข้มแข็ง และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างล้นเหลือ

“มาลองด้วยกันหน่อยไหม?” เขาเอ่ยชวน

“มะ... ไม่ค่ะ ไม่ดีกว่า” อัญญ์มาลีตอบเสียงสั่น เขาชอบความเร็ว และความท้าทายทุกรูปแบบ

“ไม่ลองจะรู้ได้ยังไงว่ามันสนุกแค่ไหน” เขาเชื้อชวนอีกครั้ง เป็นการคะยั้นคะยออย่างผู้ชายจอมตื้อ

“ฉันไม่ชอบ ฉันไม่ชอบอะไรที่ควบคุมไม่ได้”

เขาหยุด “คุณควบคุมมันได้แน่นอนหวานใจ... มีม้าสาวสวย... มันเชื่อง และเหมาะสมกับการอยู่ใต้ร่างคุณ” เขาเล่า

“ฉันขี่ม้าไม่ได้หรอก” หญิงสาวบอกปัด

“ได้สิ... ผมมีม้าสาวสวย แสนรู้และมันจะอ่อนโยนเมื่อคุณอยู่บนหลังมันครับหวานใจ”

“อย่าเรียกฉันแบบนี้นะ” เธอว่าพร้อมตวัดสายตาตำหนิเขา ก็บอกไปหยกๆว่าจดทะเบียนเพียงเพราะสัญญาจ้างงาน เขาและเธอเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง ฉะนั้น อย่ามาเรียกเธอว่า หวานใจ

“หวงไปได้ เก็บไว้ให้หนุ่มที่รออยู่เมืองไทยเรียกคนเดียวเท่านั้นงั้นหรือ?” เขาแขวะ

“จะเก็บไว้ให้ใครเรียก ก็เรื่องของฉัน!” หญิงสาวเชิดคางขึ้นเถียง

“นั่นไง สไปส์มาแล้ว” เขาพยักพเยิดไปที่ม้าสีขาวสวย สง่า รูปร่างของมันเพรียวทว่าดูทรงพลัง สวยงามไปทุกส่วน

“มันชื่อสไปส์เหรอคะ?” อัญญ์มาลีมองมันด้วยความตื่นเต้น อีกทั้งรู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก

“ใช่” เขาตอบ รอยยิ้มพราว ในขณะเดียวกันนั้น ม้าสีขาว รูปร่างงดงามปราดเปรียวที่สุด เท่าที่อัญญ์มาลีเคยเห็น ดวงตาของมันงดงามแล้วก็ดูซื่อสัตย์ มันแปลกมากที่เธอยิ่งจ้อง มันกลับทำให้เธอรู้สึกว่ามันจะไม่มีวันพยศและทำเธอเจ็บปวดใดๆเลย

อัญญ์มาลีมองภาพดานิเอลพาหลานชายวัยห้าขวบที่ยืนแหงนคอตั้งบ่า ส่งยิ้มแฉ่งให้เธออย่างโปรยเสน่ห์ เด็กชายมองเธอด้วยใบหน้าชื่นชมหลงใหล ถ้าเขาเกิดเร็วกว่านี้สักยี่สิบปี ดานิเอลจะมีคู่แข่งที่น่ากลัว ศัตรูหัวใจจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

อัญญ์มาลียิ้มตอบอย่างเอ็นดู  ก่อนเอ่ยขึ้นทักทายเด็กชายเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่เห็นเค้าความหล่อตั้งแต่วัยที่เพิ่งหย่านม...

“สวัสดีดีฮะ” เด็กชายราดอซแหงนหน้ายิ้มกว้างทักทายหญิงสาวอย่างเป็นมิตร และดูจะพออกพอใจที่มีสาวสวยมาให้เขาทำความรู้จัก ราดอซเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของมิสซิสลิเดียพี่สาวของโทมัส ลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่ตอนนี้ดานิเอลชักเหม็นหน้าเต็มที

ครอบครัวนี้ นับเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีสิทธิ์มีเสียง ตลอดทั้งบริหารธุรกิจของอาณาจักรแอลด้วย เพียงแต่แยกออกไปดูแลบริหารในบริษัทลูกที่แยกออกไปตามแต่สาขาที่แต่ละคนถนัด สำหรับโทมัสนั้น นับว่าเป็นคู่แข่งกับดานิเอลมาตั้งแต่เด็กแล้ว ด้วยลำดับญาติ ถ้าไม่มีดานิเอลสักคน ธุรกิจทั้งหมดของแอล จะอยู่ในกำมือเขา

“สวัสดีจ้ะ ยินดีที่รู้จักนะ” เสียงหวานเอียงคอเอ่ยทักทายเด็กชายอย่างเปี่ยมมิตรภาพ เขาดีใจจนส่งยิ้มตาหยี และมีแววเจ้าชู้กรุ้มกริ่มตั้งแต่เด็ก

“มาขี่ม้ากันสิ” เด็กชายเอ่ยชวน “พี่สาวเป็นแฟนคุณอาแดเนียลหรือครับ?” เด็กชายวัยห้าขวบ หน้าตาน่ารัก เอ่ยถามอย่างสดใส ดวงตาเป็นประกายว่าเด็กชายก็สนใจหญิงสาวเช่นกัน

“ใช่ หนุ่มน้อย... นายมองไม่ผิดหรอก” เขาบอกราดอซ “ผู้หญิงคนนี้... มีเจ้าของแล้ว” เขาย้ำเสียงเข้ม ฟังดูดุดัน สายตาเขาช่างเหมือนพระเอกหนังตบจูบ จอมหึงหวง ไม่มีผิดเลย

อัญญ์มาลีนิ่งเงียบ เพราะสังคมเข้าใจอย่างนั้น และตามสัญญาเธอต้องแสดงให้สาธารณะเห็นว่าเธอเป็นภรรยาที่รักสามีอย่างดานิเอลปานจะกลืน สิ่งที่ต้องแสดงก็คือยิ้มหวาน... และยิ้มอย่างอ่อนหวานที่สุดเท่านั้นเอง มิเช่นนั้น เขาจะปรับเธอด้วยจูบ... ถือว่าเป็นดอกเบี้ย หรือไม่ ก็บอกเลิกสัญญาพร้อมทั้งส่งตัวเธอกลับเมืองไทยโดยไม่มีข้อแม้

แต่มันจะไม่จบเพียงแค่นั้นน่ะสิ เขาขู่จะฟ้องร้องเรียกเงินคืนทั้งหมดอีกด้วย!

เจ็ดแสนนะ ไม่ใช่เจ็ดบาท แล้วถ้าเขาใจร้ายทำแบบนั้นจริงๆ เธอจะเอาเงินจากไหนมาคืนเขากันล่ะ

 

 

หลังจากราดอซฝึกขี่ม้ากับครูดาร์กิไมนอซและเพื่อนๆ โดยมีทหารเป็นผู้ฝึกสอนได้ครบชั่วโมงแล้ว เด็กๆ ก็เข้าไปพักในอาคารรับรอง จากที่ได้คุยกัน ดานิเอลอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมวันนี้โทมัสจึงอาสาพาราดอซมาเรียนขี่ม้า พอได้ยินชื่อโทมัสเท่านั้นล่ะ ดานิเอลถึงกับหงุดหงิดแบบไม่ทราบสาเหตุ

นรกอะไร เจ้าหมอนั่นถึงได้ตามติดเขาไปไหนต่อไหน คิดแล้วมันน่าโมโห เพราะเขาเดาว่ามันไม่น่าจะมีอะไรดึงดูดผู้ชายอย่างโทมัสมากไปกว่าผู้หญิงข้างกายเขา ก็หมอนั่นแสดงชัดเจนขนาดนั้นว่าพอใจในตัวอัญญ์มาลีอยู่ไม่น้อย

ในสนามขณะนี้ ก็มีเพียงดานิเอลและอัญญ์มาลีพร้อมครูฝึกสอนขี่ม้าโดยลำพัง จากนั้นไม่นาน ครูสอนขี่ม้าก็ขอตัวกลับ เพราะมันได้เวลาเลิกงานสำหรับเขาแล้ว แต่ดานิเอลนี่สิ ยังไม่ยอมไปไหน... ดูเหมือนเขาจะพอใจอย่างเปี่ยมล้นเวลาที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับสาวไทยตากลมโตคนนี้อย่างลำพังเสียจริง

“ฉัน... เอ่อ...” อัญญ์มาลีเสียงสั่น ภายนอกเธอดูเข้มแข็ง แต่ในใจจริงแล้วเธอรู้สึกกลัว อย่างที่บอกไป เธอกลัวสิ่งที่เธอควบคุมไม่ได้ ม้ามันมีขา มีพละกำลังที่มากมาย มันมีชีวิตของมัน ต่อให้ถูกฝึกมาดีสักแค่ไหนก็ตาม

อัญญ์มาลีสงสัยว่า ทำไมวันนี้ คนติดตามดานิเอลถึงไม่มา ปกติเขาจะต้องมีผู้ช่วยหนุ่มคนสนิทอย่างโตมาช และบอดีการ์ดห้อมล้อม...

 

ระหว่างที่คนเลี้ยงม้า จูงม้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ขนของมันมันวาว รูปร่างปราดเปรียวสง่าเข้ามาใกล้ มันดูเชื่อง และสง่างามสมกับที่ดานิเอลโฆษณาไว้จริงๆ ขนของมีสีขาวมันวาวน่าสัมผัส ดวงตาของมันกลมโตเปี่ยมแววแห่งมิตร มันจ้องมองมาด้วย ช่างเป็นม้าสาวที่งดงามน่ารักเสียจริง

ดานิเอลสอนอัญญ์มาลีขี่ม้าอย่างใกล้ชิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงปืนดังลั่นขึ้น มีคนร้ายเจตนายิงปืนขึ้นฟ้า ในระยะประชิด ประกายไฟสว่างวาบพุ่งออกจากปลายกระบอกปืนหลายครั้ง ชายหนุ่มมองเห็นหลังไวไวของคนร้าย บอดีการ์ดและโตมาชตามไล่คนร้ายไป ส่วนเขามีสิ่งสำคัญกว่านั้น

ม้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ขนของมันมันวาว รูปร่างปราดเปรียวสง่าเหลือเกิน มันมีอาการตกใจตื่น ส่งเสียงร้องโหยหวนจนลั่นสนาม ร่างสีขาวปราดเปรียวยกสองขาหน้าขึ้นถีบอากาศอย่างเต็มแรง อัญญ์มาลีใบหน้าถอดสีอย่างชัดเจน รู้สึกตื่นเต้นท่วมท้นไปด้วยความหวาดกลัว คิ้วขมวดเข้าชนกันด้วยความตระหนกตื่น หัวใจเต้นเร้าระทึกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ประสบการณ์แรกของเธอ กับม้าพยศ มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ทำไมชีวิตน้อยๆ ของอัญญ์มาลีต้องผ่านวินาทีเฉียดตายครั้งแล้วครั้งเล่า

ทำไมความอันตรายจะต้องเคาะประตูทักทายชะตาชีวิตเธอบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เธออยู่ใกล้เขา... ผู้ชายคนนี้ เทพเจ้าแห่งการสื่อสาร ดานิเอล ลิมเบอร์สกี!

หัวใจเต้นระรัวด้วยกลัวว่าชีวิตตนเองจะดับสูญหาไม่ จากนั้นก็บึ่งฮ้อพาเธอวิ่งออกไปนอกสนาม ไปยังทุ่งหญ้ากว้างสีเขียว

ฮี้ๆๆ เสียงร้องกึกก้อง ผสมโรงกับเสียงฝีเท้ากุบกับฉับไวของมัน

เสียงร่างขาวปราดเปรียวดังกึกก้อง สะท้อนแว่วเป็นระรอกคลื่น มันประกาศความรู้สึกอะไรบางอย่าง

เหงื่อผุดพราย เธอลืมไปเสียด้วยซ้ำว่าตนเองยังหายใจอยู่หรือเปล่า...

“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ” อัญญ์มาลีร้องลั่น หัวใจเธอเต้นตึกอย่างตื่นตระหนก

“แมรี่! อย่าร้อง! ใจเย็นๆไว้ผมกำลังไปช่วยคุณ” เขาสั่งน้ำเสียงเข้มฟังดูดุดัน

“กรี๊ดดด” หญิงสาวแผดเสียง หัวใจเร้าระทึกไปด้วยความกลัวทั่งหมดที่มี

เธอมองเห็นอะไรไม่ชัดนัก ภาพเบื้องหน้าสั่นสะเทือนตามจังหวะที่คลุ้มคลั่งของม้าสาวอารมณ์กระเจิง

เธอไม่ได้ยินเสียงใด ทั้งนั้น ตาพร่า หูอื้ออึง หัวใจเร้าระทึก อะดรีนาลีนสูบฉีดพลุ่งพล่านไปด้วยความกลัว ร่างกายไม่ใช่สิ่งที่ประสาทสั่งได้อีกต่อไป เธอกลัวอย่างถึงขีดสุด

ผมไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงของผมตกอยู่ในอันตราย... ผมขาดคุณไม่ได้ และคุณต้องไม่เป็นอะไร สมองชายหนุ่มสั่งการอย่างนั้น ไม่มีวันยอมให้เธอเจ็บแม้เพียงปลายก้อยเด็ดขาด !

ร่างสูงสง่า ทรงพลังดุจเทพเจ้า ดวงตาเปี่ยมพลังอำนาจมองไปข้างหน้า ควบม้าเร็วตรงปรี่ไปเบื้องหน้า มีจุดหมายคือร่างน้อยบนม้าขาวปราดเปรียวที่กำลังตื่นกลัว เขาฟาดไปที่บั้นท้ายม้าหนุ่มรูปร่างปราดเปรียวไม่แพ้กัน เขาฟาดมันด้วยจังหวะสม่ำเสมอ สอดคล้องกับความเร็วที่ทวีมากขึ้น

ความเจ็บแปลบสั่งให้มันวิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้นกระทั่งม้าเขานำหน้าม้าสีขาวของหญิงสาว

ในจังหวะนั้น แขนแกร่งรวบเอวเล็กเอาไว้ แล้วกระชากร่างบางลอยหวือมานั่งตักบนม้าเขาอย่างรวดเร็ว ชนิดที่หญิงสาวแทบลืมหายใจ

สติของหญิงสาวเตลิดเปิดเปิงในนาทีนั้น หัวใจเต้นรัวแทบไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้ลมหายใจตนเอง ไม่รู้ว่าระหว่างความเป็น ความตาย ใกล้กันแค่ไหน

“ดะ... แดเนียล” เธอเปล่งเสียงเรียกหาชื่อเขา

รู้สึกทันทีว่าลำคอแห้งผาก เหงื่อซึม จนฝ่ามือน้อยๆ ชุ่มเปียก เธอรู้สึกได้ว่า แม้ในนาทีนี้ ความกลัวก็ยังแผ่รังสีคลอบงำเธอทั้งร่างกายและจิตใจ

“โอ... ไม่ แดเนียล แดเนียล” เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

“กรี๊ดดด!” หญิงสาวจิกเสื้อเขาแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะพรากไปจากเขาอีก ผู้ชายที่แข็งแกร่งช่างปกป้องและผู้เป็นเจ้าของดวงหน้าหล่อเหลาสะกดจังหวะการเต้นของหัวใจ

เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดเขา...

ได้สติกลับมาอีกครั้ง เมื่อพบว่าร่างตนอยู่ในอ้อมกอดแกร่งทรงพลังและอบอุ่นนั้นของเขาเท่านั้นที่โอบอุ้มเธอไว้

น้ำตาไหลพรากโดยอัตโนมัติ ปกติหญิงสาวไม่ใช่คนขี้แยเลยสักนิด แต่สถานการณ์ขณะนี้เธอก้าวผ่านเสี้ยววินาทีความเป็นความตายมาอย่างหวุดหวิด

“ฮือ...” หญิงสาวสะอื้นแนบอกแกร่งของเขา ร่างแบบบางสั่นระริก รังสีความหวาดกลัวยังคงวนเวียน

ดานิเอลค่อยๆ ลดระดับความเร็วม้าลง กระทั่งมันวิ่งเหยาะๆ จนกลายเป็นย่างเท้าช้าๆ เขารู้สึกว่าอกแกร่งของเขานั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของผู้หญิงที่ช่างบอบบางเสียเหลือเกิน

เขาต้องรู้ให้ได้ว่าม้าสาวที่เชื่องอย่างเจ้าสไปร์ส จู่ๆ มันตกใจแบบนี้เพราะมีคนจงใจมายิงปืนแถวนี้ มันเป็นข้อห้าม ใครก็รู้

เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน และถ้ารู้ว่ามีคนประสงค์ร้าย ถ้าประสงค์เอาถึงชีวิตละก็ เขาจะไม่ละเว้นคนนั้นอย่างแน่นอน

“ขวัญมา...” หลังเหตุการณ์สงบ เขาปลอบร่างน้อยในอ้อมกอด หญิงสาวแหงนมองหน้าเขา...

ชายหนุ่มจดจ้องดวงหน้าหวาน ที่เพราะอะไรไม่อาจรู้ได้ ที่ทำให้เธอดูสวย และยั่วยวนเขาชะมัด การเอ่ยปลอบแบบธรรมดาๆ ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรได้ดีในเวลานี้ เขารู้สึกเหมือนมีพลังหอมหวานบางอย่างดึงดูดเขา ดวงหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าใกล้ ก่อนจะจูบลงอย่างแผ่วเบา นุ่มนวลอ่อนหวานราวเรียกขวัญมาสู่ตัว

หญิงสาวเคลิบเคลิ้มความอ่อนหวานรันจวนจากจูบเขา หลับตาลงเมื่อไรไม่รู้ตัวเลย ตอนนี้รับรู้ในทุกสิ่งจากสัมผัสจากลิ้นอุ่นละมุนของเขาที่ดูเหมือนจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้น และมากขึ้น

ซีอีโอแบดบอยครอบครองริมฝีปากสวยหวานเอาไว้อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จนหญิงสาวสั่นระริกขึ้นด้วยความตื่นเร้า ร่างบางอ่อยระทวยเพราะเขาปลุกเร้าให้เธอเคลิบเคลิ้มและเลือดในกายลุกโชนไปด้วยเพลิงปรารถนา

เขาบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างเนิ่นนาน... อ้อยอิ่ง จนเธอเริ่มมึนเมาความหอมหวานที่แสนรันจวนนั่นอย่างห้ามไม่ได้ จากสัมผัสแรกที่แผ่วเบา ละมุนอ่อนหวาน จูบเขาก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เสียงครางทุ่มต่ำลอดออกมาอย่างพึงใจเป็นระยะ เธอซ่านสะท้านไปหมด แก้มร้อนวูบวาบ ทรวงอกหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนว่าร่างกายไม่ใช่สิ่งที่เป็นของเธออีกต่อไป

เขาสอดลิ้นร้อนฉ่าแทรกเข้ามารัดรึงลิ้นเล็กอย่างหยอกเย้า จนเธอเคลิ้มหลง ลิ้นไซ้ลงลึกรุกราน มันหวานซ่านจนหญิงสาวหอบสะท้าน  ร่างบางระทวยแล้ว ระทวยอีก ยืนเองแทบไม่ไหว เข่าอ่อนไร้เรี่ยวแรงกำลัง จูบของเขาดูดดึงพลังชีวิตออกไปจากเธอเสียหมดสิ้น

“อือ...” เสียงหวานเล็ดลอกออกมา พอกันกับรอยยิ้มร้ายเล่ห์ที่หลุดมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลาของซีอีโอหนุ่ม

ปากเขา... ลิ้นเขา รวมทั้งจุมพิตร้อนแรงนั่น... วิเศษเหลือเกิน

เหมือนขนมที่ให้ชิมพียงน้อยนิดในคราวแรก แต่ก็ทำเสพติดจนคลั่งเพ้อเสียแล้ว

เขาผละจากจูบหวาน ถอยห่างออกมามองสบตากลมโตที่ตอนนี้ปรือปรอยอย่างน่ารัก

“หายตกใจแล้วใช่ไหม... หวานใจ” เขายิ้มหวาน หัวใจหญิงสาวเต้นโครมครามอย่างห้ามไม่ได้

“หายแล้วค่ะ” เสียงหวานตอบกระท่อนกระแท่น หัวใจยังเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

“งั้น... ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก... เรามาแอโรบิคร่างกายกันหน่อยไหม” เขาเชื้อชวนด้วยดวงตาเป็นประกาย หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ความหวิวไหวกำซาบ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

“อะ... แอโรบิคยังไง...” เสียงหวานอู้อี้ หัวใจยังคงเต้นแรง คราวนี้ไม่รู้ว่าเพราะตกใจเสียขวัญ หรือเพราะประหม่าเขินอายยามอยู่ใกล้เขา

“แอโรบิค กิจกรรมเข้าจังหวะแบบผู้หญิง... ผู้ชาย” ว่าพร้อมพรมจุมพิตที่ขมับสวย ลมอุ่นเป่ารดแผ่วเบาเรียกเลือดสาวสูบฉีดแล่นซ่าน ใจเต้นโครามคราม

“ฉัน... เหนื่อยแล้วนะคะ” เธอวิงวอน เขาขยับออกมาเพื่อมองสบตาเธอได้ถนัดขึ้น... ลึกซึ้งมากขึ้น ดวงตาเขาฉายชัดแววตาแห่งความหิว... กระหาย

“แล้วก็... กลัวด้วย”

“ผมจะช่วยปลอบ... และทำให้คุณหายกลัว”

“แต่ฉะ... ฉัน” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรมากไปกว่านั้น กลีบปากสวยก็ถูกดูดกลืนด้วยจูบเร่าร้อนจากเขาจนเสียงหายละลายไปในอากาศ....

“ผม... ต้องการคุณ สาวน้อย” เขาแทบเอ่ยเป็นเสียงกระซิบ แหบต่ำฟังดูเซ็กซี่ มือเพรียวแกร่งลูบไล้ลำตัวอย่างเปี่ยมปรารถนา หญิงสาวถอนหายใจแรงราวว่าจะสลัดความประหม่าทิ้งไป แต่หาได้ผลไม่

“คุณต้องการฉันขนาดนั้นเหรอคะ?” คำถามจากปากสาวน้อยช่างดูไร้เดียงสา

นี่... ไม่รู้ตัวเลยหรือยังไงกัน ว่าเนื้อตัวเธอ มันกระตุ้นความปรารถนาภายในอันท่วมท้นให้พลุ่งพล่านมากสักแค่ไหน สาวน้อยดวงตาคมตรึงบนใบหน้าสวยอย่างลึกซึ้ง โลมเลีย จนคนถูกมองสั่นสะท้าน แก้มแดงก่ำไปด้วยความเอียงอาย

หัวใจเต้นรัวระส่ำ เธอพยายามห้ามร่างกายตัวเอง ไม่เคยสำเร็จ หน้าอกหน้าใจบวมเป่งภายใต้บราเซียร์ลูกไม้สวยหรู มันเครียดครัด เรียกร้องสัมผัสจากเขาอย่างน่าละอาย

ปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย มันแสดงออกมา โดยไม่มีคำเรียกร้อง มันรู้สึก มันต้องการ มันก็แสดงออกมาอย่างเปิดเผย และชัดเจน เธอได้แต่เก็บซ่อนความรู้สึกหวิวไหวนี้เอาไว้ลึกที่สุดอย่างคนเก็บกด เธออายเหลือเกิน... หากเขาจะรู้ทันความคิดเธอ

นาทีนี้ก็เช่นเดียวกัน... ยอดทรวงอวบอิ่ม ครัดเครียดราวว่ากำลังเรียกร้องสัมผัสจากเขา... รอคอยการเติมเต็มอย่างฉ่ำหวานจากเขา...

เขาหาโอกาสคลอเคลียเธอ นี่คือคำปลอบโยนจากเขา เธอเป็นผู้หญิงของเขา ความผิดพลาดทำให้เธอเจ็บ และต้องเผชิญกับความขวัญเสีย... เขาอยากจะเรียกขวัญเธอด้วย เซ็กส์ !

ปากหยักสวยได้รูปของเขา จรดลงอย่างกระตุ้นเร้าที่ปากบางสวยของเธอ จูบที่ดูดดื่ม ลิ้มเลีย และแสนหวานอ้อยอิ่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน นานเสียจนเธอลืมความเจ็บปวดไปเสียสนิท เพระความตื่นเต้นเร้ารันจวนเข้ามาแทนที่

อ้อมกอดเขาที่กระชับแนบแน่นขึ้น ส่งให้หน้าอกสวยอิ่มเอิบของหญิงสาว แนบสนิทกับกล้ามท้องแกร่ง เรียงเป็นลอนอันงดงาม ทรงพลัง เปี่ยมอำนาจของเขา แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะถูกขวางกั้นด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทั้งสองสวมใส่ แต่นั่นมิอาจห้ามเพลิงปรารถนาที่รุมร้อนได้เลย

กลีบปากสีสวยของสาวน้อยสั่นระริกอย่างออดอ้อน วิงวอนเขา ดานิเอลไม่อาจละจากจูบเธอได้ ก็เพราะแม่สาวน้อยคนนี้ ยิ่งจูบเขาก็ยิ่งต้องการ เธอกลายเป็นสิ่งเสพติดขั้นรุนแรงสำหรับเขาไปเสียแล้ว สำหรับร่างกายส่วนสัด อวัยวะและฮอร์โมน

เพียงสายตาสบประสาน ผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้เขารู้สึกพลุ่งพล่าน และเปี่ยมไปด้วยความต้องการ จุมพิตอ่อนโยน หวานล้ำแต่ทว่าเร่าร้อนในคราวเดียวกัน จู่โจมปลุกปั่นสมองเธอ ให้ร่างบางอ่อนระทวย จำนนต่อเขาอย่างไร้ทางสู้... เขาใช้ลิ้นรุกล้ำตวัดไล้ลิ้มชิมเธออย่างย่ามใจ เขาส่งเสียงครางทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ มันเป็นเครื่องหมายของความพึงพอใจ และวางอำนาจ เขาประกาศว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามใจบงการ มันไปได้ด้วยดี และตอนนี้เขามีอำนาจเหนือเธออย่างไม่ต้องสงสัย

“สาวน้อย... จูบของคุณ... ช่างหวานฉ่ำ” เขาส่งเสียงกระซิบข้างหู ลมร้อนผะผ่าวเป่ารดซอกคอหอม

“ดะ... แดเนียลคะ” เสียงเธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา กังวานหวานดุจระฆัง

“ชอบไหม... สาวน้อย” เขากระซิบถาม มือเรียวแกร่งยังคงวาดไล้ไปทั่วแผ่นหลังเธออย่างรู้จังหวะ

“แบบนี้ต้องจ่ายเพิ่มนะคะ” เธอแหงนหน้าเอ่ย ดวงตาคมสบประสาน ดวงตากลมใสวาววามสั่นระริกน่ารัก สมองเขาอื้ออึงไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดรอยยิ้มอย่างนึกเอ็นดู แต่คนในอ้อมกอดกลับตัวสั่นสะท้าน หัวใจหวั่นไหว เต้นรัวไม่เป็นส่ำ เพราะดวงตาคมของเขา ร่างกายแข็งแกร่ง ทรงพลัง ความงดงามราวเทพบุตรที่ตอนนี้กำลังอยู่เหนือการควบคุมเธอ สาวน้อยทั้งหวาดกลัวว่าจะเสียเปรียบ กลัวเหลือเกินว่า จะเป็นเพียง ผู้หญิงใช้แล้วทิ้งของผู้ชายหล่อ รวย สมบูรณ์แบบอย่างมิสเตอร์ลิมเบอร์สกี

เขาช่างเปี่ยมเสน่ห์... อย่างล้นเหลือ ยามเขาแย้มยิ้ม พาหัวใจเธอไปอยู่ในรอยยิ้มนั้นด้วย เขาเป็นผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในการทำให้ หัวใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว...

“เท่าไหร่... คุณคิดเพิ่มเท่าไหร่?” เขาถามกลับ เขาจำไม่ได้หรอกว่าลิสต์รายจ่ายที่เขาต้องจ่ายเพิ่มถ้าเริ่มรุกล้ำเธอด้วยการแสดงบทรัก... จะเท่าไหร่ เขายอมจ่ายทั้งนั้นล่ะ ถ้าเขาต้องการ!

ดวงตาคมมองเธออย่างลึกซึ้ง ราวว่าจะกลืนกินเธอไปหมดทั้งเนื้อ ทั้งตัว กลืนกินอย่างกระหาย ละโมบ และไม่รู้อิ่ม

เพราะเธอช่างงดงาม น่ารักและหวานฉ่ำไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว... ความอ่อนเดียงสาของหญิงสาว สามารถฆ่าผู้ชายกร้าวแกร่งอย่างเขาได้อย่างไม่ยากเย็นเลย...

“ฉันคิดเพิ่มสิบเท่า” เสียงหวานเรียกร้อง แน่นอนมันแพงเกินจริงที่เธอคิดเรทไว้ก่อนหน้านี้ ลำตัวแบบบางเริ่มขยับ หาอิสรภาพ แต่อ้อมกอดแกร่งของเขาใช่จะดิ้นหลุดออกจากพันธนาการนั้นได้ง่ายๆ

“ผมยอมจ่าย” เขายืนยัน “แพงกว่านี้... ก็จ่ายได้” ดวงตาคมหรี่เพ่งอย่างหิวกระหาย และละโมบในเปลวพิศวาส นิ้วเรียวแกร่งถูกส่งไปหยิบปรอยผมออกจากขมับสวยของเธออย่างถนอมระวัง ก่อนเปลี่ยนมาเชยคางมนสวยเชิดขึ้นมองสบตาอย่างลึกซึ้ง โลมเลีย ราวต่างอยู่ในมนต์สะกดของกันและกัน

“แต่ฉันไม่พร้อม...” เธอหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาฉ่ำหวานสบประสาน เขาช่างดูมั่งมุ่ง และจ้องเจตนาจะกลืนกินเธอให้ได้ “ขอร้องนะคะแดเนียล” เธอเว้าวอน ดวงตาฉ่ำปรือเพราะเขากระตุ้นเร้า เขาช่าง... เรียนรู้รวดเร็วเหลือเกินว่า เธอชอบแบบไหน ร่างกายเธอต้องการอะไร และมันฉ่ำหวานพรักพร้อมรอคอยเขาอย่างน่าละอาย

ทำไม... เราถึงควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้หญิงสาวตำหนิตัวเองในใจ

“ทำไมถึงปฏิเสธผม” เขากระซิบ เสียงเซ็กซี่ หัวใจสาวน้อยสะท้านหวั่นไหว

“เพราะฉัน...”เพราะฉันสมเพทตัวเอง ถ้าหากทำตัวเป็นเพียง ของเล่นรสหวาน ชั่วครั้งชั่วคราวของคุณยังไงละคะเธอคิด เธอตอบเขา แต่หยุดมันเอาไว้แค่ในใจ สายตาเขาช่างเว้าวอน เริงร้อน และหิวกระหายในคราวเดียวกัน

เขาต้องการเธอไปหมด ทั้งเนื้อ ทั้งตัว

รวมถึง หัวใจเธอด้วย...

เขาต้องการ อยู่ ข้างในเธอ และอยากสัมผัสความรู้สึกเปี่ยมสุขเมื่อเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำแสนหวานของเธอ โอบรัดเขาไว้ เขาต้องการให้ใจเธอมีไว้รักเพียงแค่เขา และเขาต้อง ได้เธอ!

เขาปรารถนาสิ่งนั้น และไม่เคยละความปรารถนานี้เลยสักครั้งเดียว ไม่เคยเลยสักนาทีเดียว...

“เพราะ-อะ-ไร?” เขาเค้น พร้อมกระชับอ้อมกอดแนบแน่น จนทรวดทรงอวบอิ่มเบียดดุนดันกล้ามท้องแกร่งของเขาอย่างจงใจ

“ดะ... แดเนียล” เธอร้องปราม เขาจงใจแกล้ง เธอก็รู้ตัวดีว่าเขาเป็นผู้ชายขี้แกล้ง  เขาชอบมอง... เวลาเราอายเพราะเขา แก้มเรากำลังแดง คนบ้า!’

“แก้มคุณแดง... หวานใจ” เขาใช้มือเรียวแกร่งประคองที่แก้มทั้งสองข้าง ราวกับว่าเป็นเจ้าของมันเพียงคนเดียว

เขาเป็นเจ้าของเธอ... ไปทั้งหมดทั้งเนื้อทั้งตัว รวมทั้ง แก้ม ริมฝีปาก ไล่ลงมาตรงซอกคอ ยอดทรวง ไล่ลงมาเลื่อยจนกระทั่งข้อเท้า... เขาครอบครองมันทั้งหมดแล้ว ด้วยจุมพิตเร่าร้อนของเขา

ไม่มีตรงไหน... ที่เขาละเว้นจากการจุมพิตที่ชวนละลายนั่น

ไม่มี...

 

ร่างบางถูกอุ้มมาบนห้องรับรองในเคบินของคอกม้า ร่างบางนั่งลงบนฟูกนุ่มสีน้ำตาลเข้ม ที่พักชั่วคราวมันคล้ายกระท่อมแต่ภายในมีการตกแต่งที่พร้อมสรรพกว่า สำหรับค้างคืนหรือทำอะไรมากเกินกว่านั้น มันถูกออกแบบคล้ายห้องสตูดิโอ ใช้พื้นที่รวมกันทั้งหมดแต่ครบครันตามความต้องการ ชั้นลอยเป็นพื้นที่นอน ส่วนชั้นล่างตกแต่งเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินด้วยไม้สีเข้มดูโทนสีเข้ากันดีกับคอกม้า มันมีกลิ่นของหญ้าและผิวของม้า แต่กลับสะอาดเพราะเขาจ้างคนทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

เธอยังคงตกใจกลัวอย่างมาก แขนเป็นรอยขีดข่วนภายใต้เสื้อขี่ม้าที่ฉีกขาด และมีเลือดซึมออกเล็กน้อยจากเส้นเลือดฝอยเล็กๆ เขาไม่ชอบเห็นเธอบาดเจ็บ ไม่เลยสักนิดเดียว ทำไมฟ้าชอบแกล้งให้ผู้หญิงของเขาต้องมีเรื่องให้เลือดตกยางออกอยู่ร่ำไป... ตั้งแต่วันแรกแล้ว ซีอีโอหนุ่มรู้สึกขัดใจที่สุด เพราะเขาไม่อยากเห็นเธอเจ็บ แม้มีรอยแผลแม้แต่น้อย ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่ามันเกิดมาจาดสาเหตุอะไร อาจจะเป็นช่วงที่เขากระชากร่างเธอให้มานั่งบนม้าเขา ตอนนั้นอาจจะทำให้เนื้อตัวเธอได้รับการเสียดสีจนบาดเจ็บ

“หายตกใจหรือยังเด็กน้อย?” เขาปลอบอย่างเอาใจใส่ เธอยังคงมีสีหน้าไม่สู้ดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าตอบ แต่มีบางสิ่งค้านในใจ ตกใจเพราะม้า... ยังน้อยกว่าตกใจเพราะความหื่นของคุณ!’ หญิงสาวคิด เกือบไปแล้วเรา...

“หายตกใจแบบไหนกัน ปากยังซีดขนาดนี้” เขาบอก สายตาเขามองเธออย่างค้นหา

“ฉันอยากกลับ” เธอเอ่ยขึ้น เขามองหญิงสาวด้วยสายตากำราบเด็กงอแงคนหนึ่ง แต่สุดท้ายเขารู้ดีเหลือเกินว่า อย่างไรเสีย เขาที่แสนเผด็จการมากแค่ไหน สุดท้ายต้องตามใจสาวน้อยคนนี้อยู่ดี

เขารู้ตัวดีมาสักพักใหญ่แล้ว และนั่นเป็นสิ่งที่น่ายินดี

เมื่อเขา... ผู้ชายที่สุดแสนจะเผด็จการได้อ่อนข้อให้เธอ ยอมตามใจผู้หญิงคนนี้ ซึ่งเธอสำคัญต่อชีวิตเขามาก...

ผู้หญิงที่เขารัก

รักในทุกสิ่งที่หลอมรวมขึ้นมาเป็นเธอ...

“นั่งพักก่อน ผมสั่งคนให้เอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน เดี๋ยวอาบน้ำ ทำแผล ค่อยกลับ” เขาหยุด เอื้อมมือเรียวแกร่งลูบปรอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างถนอม หวงแหน “หิวไหม... หรือเราจะทานอะไรก่อนค่อยกลับ มันอีกไกล คุณคงหิวแน่ๆกว่าจะถึงเพ้นท์เฮ้าส์ของเรา” เขาบอก

ก่อนมองไปที่เตาผิง คงจะต้องละจากกอดร่างน้อยนุ่มนิ่มนี้สักนาที... สองนาที เพื่อไปจัดการก่อไฟเพื่อให้ความอบอุ่นสักหน่อย

“ฉันไม่หิว... ฉันเหนื่อย อยากพัก” เธอตอบสบตาเขาอย่างหวาดหวั่น นิ้วเรียวสวยเกี่ยวปอยผมขึ้นทัดหูอย่างอัตโนมัติ

“ไหวไหม หรือจะพักที่นี่ดีล่ะ” เขาเสนอ ถ้าร่างกายเธอยังอ่อนล้า เขาคิดว่าการพักที่นี่สองต่อสอง ก็เป็นเรื่องไม่เลวเลย แต่กลับชอบเสียอีก...

“มะ... ไม่ค่ะ ฉันอยากกลับเพ้นท์เฮ้าส์” ยังไม่หยุดรบเร้า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบรรยายกาศและการอยู่ภายใต้การควบคุม มันช่างกระตุ้นเร้า

“รอตรงนี้” เขาสั่ง ก่อนลุกขึ้นเดินหายไปในมุมหนึ่งนานหลายนาที ร่างสูงจัดการก่อไฟที่เตาผิงขนาดเล็กจนมันเริงร้อนลุกโชน... แต่นั่นมันยังเร่าร้อนน้อยกว่าอารมณ์ปรารถนาของเพลิงสวาทที่คุกรุ่นข้างใน

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน แล้วหายไปครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล

ร่างสูงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ในระยะที่เธอสามารถมองเห็นเขาในระยะที่น่าหวั่นไหว

ดานิเอลปัดฝุ่นออกจากเข่าภายใต้เนื้อผ้ากางเกงขี่ม้าของเธออย่างเบาแผ่ว ราวกับกลัวว่าถ้าทำรุนแรงไปกว่านี้แล้วเธอจะบุบสลาย ก่อนถอดรองเท้าขี่ม้าออก เปิดเปลือยเท้าเล็กสวย  รอยแผลที่แขนยังมีเลือดไหลซิบออกมา เขาขมวดคิ้วดูเป็นกังวล ก่อนดึงเข้ามาใกล้

“เพี้ยง!” เขาก้มลงเป่า เป่าเพี้ยง เพี้ยง ไปรอบๆ ก่อนที่จะยกมันมาวางบนหมอนนุ่มที่เขารองมัน แล้วทำความสะอาดแผล ด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์

“โอ้ย” หญิงสาวส่งเสียงคราง

“ไม่เจ็บสักหน่อย... ความเย็นต่างหากที่ทำสะดุ้ง” เขายิ้มเยาะ อาการของสาวน้อยช่างน่าขบขัน

“ใครบอกว่าฉันไม่เจ็บละคะ” เธอตอบอย่างงอนๆ แก้มร้อนผ่าวราวว่ามีใครเอาซาลาเปาร้อนๆ มาทาบที่แก้ม

เขาบรรจงทำแผลให้เธอ ล้างแผลแล้วก็ทายา ก่อนที่จะปิดด้วยปลาสเตอร์ยาลวดลายน่ารัก เธอยิ้มบางเมื่อมองว่าปลาสเตอร์ติดแผลแต่ละอันช่างมีสีสัน ลวดลายน่ารัก หวานแหวว เขาใส่ใจกับเรื่องพวกนี้อย่างคาดไม่ถึง

“คุณซื้อพวกปลาสเตอร์นี้เองหรอคะ มันดูไม่เหมาะกับคุณเลย” เธอแกล้งเย้า สายตามองตามวัตถุที่กำลังพูดถึงที สลับกับสบตาเขาที...

“เปล่า... มันน่ารัก อ่อนหวานเกินไป” เขาหยุด สบประสานสายตา “คนที่คอกม้าซื้อมั้ง ที่นี่มีคนดูแล แม่บ้านและคนเลี้ยงม้า” เขาเล่า มือเรียวแกร่งยังคงทำหน้าที่แพทย์หนุ่มจำเป็นที่ประคบประหงมปฐมพยาบาลให้เธออย่างเอาใจใส่และถนอมระวัง

“มิน่าล่ะ อย่างคุณคงทำไม่เป็นหรอก ใช่มั๊ยคะ?” เธอว่า มีแววเหน็บแนมอยู่ในนั้นด้วย เขาเผยรอยยิ้ม ก่อนเงยขึ้นมาหรี่ตาใส่เธออย่างมันเขี้ยว

“ผม... ทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้” เขาหยุด เงยหน้ามามองสบประสานสายตา “แต่ผมทำคุณถึงจุดสุดยอดได้... อย่างงดงาม” เขาสรุปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมมองร่างบางอย่างเป็นประกาย

ประกายแห่งความกระหายหิว ในตัวเธอ เธอลืมไปได้อย่างไรนะว่า กำลังเล่นกับไฟ เขาเป็นผู้ชายอันตราย เธอควรท่องไว้ให้ขึ้นใจ...

เธอนั่งตัวสั่น นึกโทษตัวเองว่า ไม่น่าพูดจาอะไรที่นำจินตนาการไปสู่เรื่องเซ็กซี่วาบหวิวแบบนั้น

หญิงสาวไม่มั่นใจว่า เขาจะปราณีเธอ ถ้าร่างกายเขาถูกจู่โจมด้วยเคมีและฮอร์โมนพลังหนุ่มอันพลุ่งพล่าน นาทีนั้นเธออาจยุ่ง ห่างไกลจากความปรานี

“โอ... ฉัน” เธอหยุดเขิน นิ้วสวยเกี่ยวเส้นผมขึ้นทัดใบหู “ฉะ... อยากกลับแล้ว” เธอวอนขอ

“ผมตามใจคุณสาวน้อย ปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัว ต่อไปผมจะดูแลคุณอย่างดี” เขารับประกัน

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มหวาน นั่นมันกระชากใจเขาอย่างร้ายกาจเลยล่ะ

“ผมจะไปดูว่าเสื้อผ้าที่ให้เตรียมเรียบร้อยยัง คุณพักผ่อนก่อนนะ” ดานิเอลบอก ก่อนจะจรดจุมพิตอบอุ่นที่หน้าผากมน ชนิดที่คนตัวเล็กไม่ทันตั้งตัว และต้องตกใจจนหัวใจวูบไหวอีกครั้งเมื่อเขาโจมตีเธอด้วยการจูบปลอบแบบนี้

เขาพุ่งตัวเข้ามารวบร่างบางเข้าไปกอดแน่นอย่างหมดความอดทน  หญิงสาวที่ดูอ่อนล้าจากนาทีเฉียดตายอยู่แล้วถูกดันล้มลงนอนบนโซฟานุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจตื่น ขณะที่เขาประกบปากเร่าร้อนลงมาอย่างลึกล้ำ เขาช่างกระตุ้นเร้า สัมผัสเร่าร้อนของเขาพร่าพลาญแรงต้านทานจากหญิงสาวแทบหมดสิ้น

หญิงสาวสัมผัสได้ถึงน้ำหนักตัวเขาที่กดทับลงมา จูบเร่าร้อนยังคงดำเนินไปราวกับหิวกระหาย เขาไม่ได้พลอดรักกับผู้หญิงคนไหนเลยหรือไง ถึงได้ดิบเถื่อน หิวกระหายอย่างเต็มเปี่ยม แล้วก็มาลงที่เธอ...

“อื้อ...” หญิงสาวเบือนหนีสัมผัส เพื่อควานหาอากาศหายใจ เขาบังคับด้วยบีบแก้มนุ่มหันมารองรับจูบของเขาอีกครั้ง กลิ่นกายชายควบคุมเรือนร่างแบบบาง มันช่างเร้าอารมณ์อย่างเหลือเกิน กลิ่นเหงื่อของเขาช่างชวนปรารถนา ผิวของเขาดูเร่าร้อนไปทุกตารางนิ้ว

เสียงหวานครางแผ่ว ผสานเสียงคำรามทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ของเขาที่แสดงออกมาเพราะความพึงพอใจ “คุณเป็นสาวน้อยช่างยั่ว... รู้ตัวไหม” เขากระซิบ นี่เขากล่าวหาเธอชัดๆ

“มะ... ไม่นะ ฉันเปล่ายั่ว” เสียงหวานปฏิเสธพัลวัน

“โอ... สาวน้อย เป็นของผม” เขาเอ่ยอย่างมีแววบงการในน้ำเสียงนั้น หญิงสาวสะท้าน รู้สึกตัวว่ายอดทรวงหดเกร็งเครียดครัด เมื่อถูกกระตุ้นเร้า ร่างกายจอมพยศมันกำลังต้องการเขา

ติ่งหูเล็กถูกเขาแกล้งใช้ฟันขบเบาๆ กระตุ้มอารมณ์ เธอร่นคอถอย เขายิ้มอย่างพอใจ แววตาเป็นประกาย มือเพรียวแกร่งเอื้อมลงไปกุมต้นขาด้านหลังไว้ราวบังคับ แล้งดึงมันแยกออก “ดะ... แดเนียล ไม่นะ!” เธอประท้วง ดวงหน้าแดงก่ำ

สะโพกเขาลดลงกลางเพรียวขาที่แยกออก แม้ทั้งสองยังคงสวมใส่อาภรณ์ แต่มันก็สะท้านไปทั่วจนเรือนกายเร่าร้อนไปหมด

ซีอีโอหนุ่มขยับโยกแนบร่างบาง บดเบียดความนูนแน่นใต้ซิปกางเกงเข้าหาอย่างเร่าร้อน มันแนบความเป็นหญิงของเธอที่ฉ่ำร้อนใต้แพนตี้ซีทรูสีครีมอ่อนหวาน...

ก่อนขยับสะโพกเบียดปุ่มเนื้อที่ไวต่อความรู้สึกจนร่างบางสะดุ้งหวิว ตะเข็บกางเกงขี่ม้าของเขาทาบกลางส่วนสำคัญที่กระตุ้นความปรารถนาร้อนฉ่าที่ต่างฝ่ายล้วนต้องการ

“ได้โปรด... อย่า” เสียงหวานครวญอย่างทัดทาน

“เงียบเถอะ” เขาบงการเธอเสียงดุดันจนร่างบางขนลุกชันไปทั่วสรรพางค์

ความตื่นเร้าแล่นซ่านอยู่ในกระแสเลือด “หยุดนะ” เธอส่งเสียงสู้ เขาตรึงร่างเธอไว้แน่นจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย

ความต้องการอย่างท่วมท้นแผดเผาเขา ออกแรงดันสะโพกเสียดสี รุนแรง ร่างบางที่อ่อนล้าออกแรงผลักดันเขาออกจากร่างแต่ไม่สำเร็จ มุมปากข้างหนึ่งของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ชวนละลาย...

ดวงตาคมโลมเลียเธออย่างผู้ชนะ

หญิงสาวหมดทางสู้ จึงหลับตาปิดกั้นจากเขาด้วยการเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่เขาคุกคามเธอด้วยการเชยคางมนด้วยนิ้วเรียวแกร่ง บังคับเธอหันมา “ลืมตา... แล้วมองผม แมรี่” เขายังคงเผด็จการอย่างร้ายกาจ

“เดี๋ยวนี้!” ไม่อยากทำเขาหงุดหงิด เธอทำตามต่ออย่างว่าง่าย เขาบึ้งตึงแต่ส่งประกายโหยหาอย่างรุนแรงในแววตา

เขาขยับผลักดันบดเบียดเข้าหา ร่างบางบิดหลีกหนีสัมผัสเร่าร้อน การร่วมรักโดยปราศจากการเข้าถึง แทรกสัมผัส และเสื้อผ้ายังอยู่ครบ!

เขาช่างร้ายกาจ เป็นแบดบอยนักรัก ชนิดหาตัวจับยาก

เขาช่างเร่าร้อน... อันตราย

เธอครางในใจอย่างไร้ทางรอด ร่างกายชุ่มฉ่ำ เปี่ยมไปด้วยความต้องการ ความต้องการของร่างกายตรงข้ามกับสมอง สมองน้อยๆ ที่สั่งห้ามอะไรไม่ได้เลย...

เขาไม่เพียงผลักดันส่วนใหญ่โตตึงแน่นเข้าใส่ เขาเสียดสีรุกรานจนเธอสัมผัสถึงความซ่านเสียว จนกรีดเล็บบนแขกแกร่งเขา ความรู้สึกแสบเล็กๆนั่นเขาไม่มีทางแยแสมากไปกว่าความรู้สึกที่เขามุ่งหน้ากระตุ้นเร้าที่ทะยานสูงขึ้นในร่างกาย อัญญ์มาลีต่อสู้กับความต้องการอันเริงร้อนของร่างกายตนเองอย่างหงุดหงิด แต่กลับสะกดเสียงครางแผ่วหวานเอาไว้ไม่ได้

“อือ...” เสียงหวานครางเบาแผ่วพอให้เขากระชุ่มกระชวยใจอย่างฮึกเหิม

“สวย... อย่างนั้นหวานใจ” เขาสั่งก่อนขบเม้มที่ยอดทรวงใต้เสื้อขี่ม้า อย่างหยอกเย้า ขณะเบื้องล่างยังขยับโยกเป็นจังหวะที่แสนเร่าร้อนเข้าหา เขากำลังมีความสุขกับการร่วมรักกับหญิงสาวผ่านเสื้อผ้า

“พะ...พอเถอะนะ”

“ไม่มีทาง... นางฟ้า...” เขากระชากเสื้อขี่ม้าจนกระดุมหลุดลอยจากรังดุมกระเด็นไปไกลจากรัศมีสองร่างที่เร่าร้อน

ก่อนกอบกุมเนื้ออวบอิ่มใต้บราเซียร์สวย ขึ้นหาจูบร้อนๆของเขา

“อือ... อะ” เสียงหวานคราง

“ผม... อยากดูดกลืนคุณ” เขาคราง กับขนาดทรวงอกอิ่มไซค์คัพเหมาะมือ ร่างบางหรี่ตาปรือ หายใจหอบสั่นจนตัวโยนไปด้วยความตื่นเร้า

เนื้ออ่อนไหวเต้นตุบ “คุณยั่วผม...” เขาครางบอก มือข้างหนึ่งกุมทรวงอกสวยเอาไว้อย่างเสน่หา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ลงไปตามซอกบรา ควานหาปุ่มที่หดเกร็งแล้วลูบไล้ยอดถันเครียดครัดจนร่างบางแดดิ้น เสียงหายใจของเขาเร็ว แรงและเต็มไปด้วยความเซ็กซี่

“ปล่อย!” ส่งเสียงออกไปผลักดันขณะเขาส่งลิ้นชุ่มเปียกดูดกลืนยอดทรวงหวานเข้าในอุ้งปาก มันสั่นระริกในปากร้อนของเขา สะโพกสาวหยัดโยนขึ้นหาเขาอย่างควบคุมไม่ได้

กลางแกนกายสาวบีบรัดด้วยความต้องการ เธอรู้สึกได้ว่ามันเต้นตุบ ตอบรับสัมผัสเขาที่ปรนเปรออย่างละโมบบนยอดทรวงอิ่มที่ยังอยู่ใต้บราเซียร์ที่มันบิดเบี้ยวเพื่อเปิดทางให้ปากเขา

จูบเขาทำบราเซียร์เปียกชุ่มชื้น...

เสียงครางกระซิกหลุดออกจากปากสีสวย เขาสัมผัสเธอด้วยปากเร่าร้อนอย่างรู้ใจ เขารู้ว่าจุดไหนที่อ่อนไหว เขารู้ว่าเธอจะละลายทันทีเมื่อเขาสัมผัสด้วยลิ้นไปตรงไหน...

ร่างบางโยกขึ้นหา “อย่างนั้น... สาวน้อย” เขาชมเสียงเซ็กซี่

และตอนนี้ กางเกงขี่ม้าถูกปลดกระดุมและกระชากลงอย่างรุนแรงมากรอมที่ข้อเท้าสวย โดยที่ขาข้างหนึ่งยังคาอยู่

“ไม่นะ!” เสียงหวานทัดทาน เสียงหอบหายใจยั่วยวนเขาได้อย่างน่าทึ่ง

เขาไม่ฟังเสียงใดเลย กลับมุ่งหน้าทำต่อไป เรียวขาเล็กถูกยกขึ้นข้างหนึ่ง เปิดทางสวยงามให้เขาเชยชม ชั้นในสีครีมแบบบิกินี่ชุ่มชื้น...

ยั่วยวน กระตุ้นเร้าจนสมองเขาพลุ่งพล่านแทบปริระเบิด

“คุณกำลังต้องการ...” เขาบอกเสียงแหบพร่า

“ไม่นะ!” แก้มแดงก่ำ เต็มไปด้วยความอาย

บ้าจริง! เธอบังคับปฏิกิริยาของเรือนร่าง ไม่เคยได้ ร่างกายช่างทรยศ !

“ผมจะแสดงให้ดู” สิ้นเสียงทุ้มฟังดูเซ็กซี่ ลิ้นร้อนฉ่าแตะสัมผัสความเป็นหญิงทีชุ่มเปียกใต้ชั้นใน ก่อนที่มันจะถูกนิ้วเรียวของเขาเกี่ยวมันไปอีกข้างเพื่อเปิดทางให้ลิ้นร้อนฉ่า

“คุณ... ไม่ได้แว็กซ์ ผมชอบที่คุณดูเป็นธรรมชาติ” เขาชม ก่อนปรนเปรอมันอย่างรู้ใจ

ยอดเกสรฉ่ำหวานระริกใต้ปากเขา ชายหนุ่มเลียลิ้มกลีบเนื้อฉ่ำหวานอย่างนุ่มนวล จากแผ่วเบาจนร่างบางขยับกระสับกระส่าย มือน้อยกุมฟูกแน่น เมื่อเขาออกแรงดูดกลืนยอดเกสรสวยงาม

ปากเร่าร้อนของเขาประกบลง กลืนกินหญิงสาว ที่หวานฉ่ำ เพราะรอคอยการเติมเต็มจากเขา อย่างลึกซึ้ง ชายหนุ่มครางด้วยเสียงเซ็กซี่ลอดไรฟันอย่างมีความสุข ร่างบางระทวยแทบคลั่ง ลิ้นเขาส่งเธอสัมผัสล่องลอยอยู่บนดินแดนสุขารมย์หลายครั้งหลายคราจนปลายเท้าจิกเกร็ง

สะโพกกลมของหญิงสาวที่ถูกตรึงเอาไว้ด้วยน้ำหนักของร่างแกร่งงดงาม ลิ้นร้อนฉ่าตวัดไล้ลงบนยอดเกสรหอมหวานแห่งวัยสาวอย่างอ่อนโยน หยอกเย้า เขาทำมันด้วยความรักและเทิดทูน เขาอยากเห็นเธอมีความสุขอย่างท่วมท้นจากการกระทำของเขา อาการหน้าแดงก่ำของเธอ... เสียงหวีดร้องหวิวหวานของเธอ ทำให้เขามีความสุขและกระตุ้นเร้าความแข็งแกร่งที่สง่างามนั้นเป็นอย่างดี

ผิวนวลเนียนอมชมพู ด้วยกระแสเลือดสูบฉีดแรงด้วยความตื่นเร้าของหญิงสาว แล่นซ่านไปหล่อเลี้ยงทั่วสรรพางค์ถูกโอบกอดไปด้วยหงื่อบางๆ สายตาพร่าพรายเมื่อภายในกายสาวบีบรัดอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เมื่อความปรารถนาท่วมท้น ลิ้นร้อนฉ่าของเขาส่งให้เธอพบความสุขนับครั้งไม่ถ้วน เยื้อผิวกลางกายสาวฉ่ำพราว อ่อนนุ่ม เปียกชื้น เป็นสัญญาณของความปรารถนาอย่างท่วมท้น ตามกลไกธรรมชาติของผู้หญิง... ผู้ชาย...

ร่างแบบบางสั่นระริกอย่างน่าสงสารใต้ปากเขา เธอหายใจหอบแทบคลุ้มคลั่ง แผ่นหลังแอ่นหยัดเป็นเส้นโค้งทุกครั้งเมื่อลิ้นเขาออกแรงดูดดึงอย่างรุนแรง เร่าร้อน...

“คุณสวยเหลือเกินนางฟ้าแสนหวาน” เขาเอ่ยอย่างชื่นชม เลียริมฝีปากอย่างเซ็กซี่ “ผมจะทำใหคุณไคลแม็กซ์ อย่างงดงามที่สุดสาวน้อย” เขายิ้มเมื่อสิ้นเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่

เขาปรนเปรอเธออยู่เป็นเวลานานจนพอใจ ร่างสูงโผขึ้นหา ก่อนจรดจูบอย่างดูดดื่มที่กลีบปากสวยที่เผยอขึ้นเพื่อช่วยหายใจ จูบของเขาช่างงดงามอ่อนหวาน มันรันจวนราวน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ในฤดูแล้ง ที่ลองได้ลิ้มเพียงนิด ก็ชุบชีวิตให้ฟื้นจากความเหี่ยวแห้งได้อย่างน่าอัศจรรย์

เขาผละจากจุมพิตอย่างแสนเสียดาย เพื่อมองเธอมีความสุขอย่างเต็มตา

“ขอผม... เข้าไปในตัวคุณนะหวานใจ” เขาเอ่ยขอ หญิงสาวได้สติ

“ไม่นะ ไม่ได้”

“ผมต้อง... จ่ายเพิ่ม?” เป็นเชิงถาม มุมปากข้างหนึ่งโค้งเป็นรอยยิ้มด้วยความรักใคร่เอ็นดู หญิงสาวปากยื่น แก้มแดงก่ำด้วยความเขินอาย ก่อนเบือนหน้าหลบแล้วไปจบที่ซบอกแกร่งเขา เพื่อละลายความอายของตนเอง

“ฉันยังไม่พร้อม... ขอร้องได้ไหมคะ”

“คุณรู้... ว่าผมต้องการคุณมากแค่ไหน” บดร่างกายเข้าแนบแน่น

“มีข้อแลกเปลี่ยนไหมคะ...” หญิงสาวหยุด ผละจากอกแกร่งขึ้นมามองสบตาเขา “แลกกับคุณไม่มาอยู่ข้างในฉัน” ดวงตากลมโตมีแวววิงวอนอย่างน่ารัก

“สัมผัสผม...” เขาสั่งพร้อมกุมมือน้อยๆ วางทาบบนส่วนนูนแน่นใต้ซิบกางเกง

“ปลดปล่อยผม... ทำได้ไหม?” เสียงวิงวอนจากเทพเจ้าเฮอร์เมสแห่งมหานครปรากช่างเย้ายวน

“ฉะ... ฉันไม่เคย” เธอพึมพำ แก้มแดงก่ำ รังสีความร้อนฉาบวูบไปทั่วหน้า

“ฝึกสิ” เขาบอกอย่างเปี่ยมไปด้วยแววเชื้อเชิญ

เขาปลดกระดุม เสียงซิปหนาดังแกรกเพราะถูกรูดลงจนมิด ดวงใจสาวน้อยอ่อนประสบการเต้นโครมคราม

นี่เรา... กำลังจะทำอะไรหญิงสาวสับสน แบ่งรับแบ่งสู้ หัวใจเต้นรัวระส่ำขณะแก้มแดงก่ำแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไร้การควบคุม นาทีนี้ร่างกายมันไม่เป็นของเธออีกต่อไป มันร่ำร้องเรียกหาสัมผัสดิบเถื่อนและช่างเป็น ผู้ชายจากเขา

เขากุมมือน้อยสัมผัสท่อนเนื้อตึงแน่น กร้าวแกร่งและผิวช่างเรียบลื่น... เธอไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

“แก้มคุณแดง” เขาส่งสัญญาณ เธอยิ่งอายเข้าไปใหญ่ เนื้อตัวแทบสั่น แต่เขาชอบและมีความสุขเมื่อเห็นเธอเป็นแบบนั้น

“อย่าอาย... มอบความสุข เพื่อผม” เขากระซิบ ก่อนจูบลงบนหน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา เปี่ยมด้วยความรู้สึกแสนรัก

เขาขยับบ็อกเซอร์เลื่อนลงไป ก่อนปล่อยให้มือเรียวบางสัมผัส กอบกุมมันอย่างเรียนรู้

“แบบนี้... ใช้มั๊ยคะ?” เธอถามอย่างเอาใจใส่

“โอ... ใช่” เขาคราง “ขยับสิ” คำสั่งเสียงเซ็กซี่จนหญิงสาวซ่านสะท้าน

“คุณเจ็บมั๊ยคะ” ถามอย่างอยากรู้ เคยเห็นในหนังเวลาจับคนร้าน จุดนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของบุรุษเพศ ถ้าถูกกระทำอย่างรุนแรง อาจถึงตายได้

เธอ... ไม่อยากทำเขาเจ็บ

“ผมกำลังมีความสุข... ขยับเร็วๆได้” เขาแนะนำ

ท้องไส้หญิงสาวเกร็งแน่น ทว่ากลับกลืนน้ำลายเมื่อเขาไล้นิ้วของเธอลงไปยังความกลมนุ่ม สาวน้อยกัดริมฝีปาก เมื่อเขาขยับกายเสียดสีฝ่ามือน้อยๆ ของสาวน้อยไร้ประสบการณ์

หญิงสาวรับรู้ว่า ร่างกายเขาช่างแตกต่างจากเรือนร่างเธออย่างสิ้นเชิง และเขาก็ปล่อยจากมือน้อยของเธอ ปล่อยให้เธอสัมผัสเขาอย่างเป็นตัวของตัวเอง

เธอเป็นฝ่ายไล้สัมผัสเขาเอง ด้วยจังหวะการควบคุมด้วยตัวเธอเอง

“เร่งจังหวะ” เขาบงการ

เธอขยับไล้อย่างประณีต แหงนมองเขาที่กำลังหลับตาพริ้ม ขากรรไกรขบแน่นราวสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างไว้ สัมผัสไม่ประสีประสาของเธอทำเขาเจียนคลั่ง

เขามีความสุขแต่บทเรียนคงต้องฝึกอีกในสเต็ปต่อไป เขากุมมือน้อยขึ้นมาจุมพิต ก่อนส่งนิ้วเรียวสวยเข้าปาก เธอสะท้านหวิวเมื่อเขาออกแรงดูดรั้งนิ้วเธอ แก้มร้อนวูบ สมองถึงกับมึนมัว...

“ลอง... ใช้ปากชุ่มฉ่ำของคุณ กับ ผมแบบนี้ดูสิ... นางฟ้า” เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ ฟังดูเซ็กซี่

หญิงสาวสั่นสะท้าน หัวใจเต้นรัว หยั่งใจว่าจะทำตามที่เขาบอกดีไหม... หญิงสาวคล้อยตาม เธออยากให้เขามีความสุข... มีความสุขเพราะเธอ

เขาจับมือน้อยมาวางทาบอกแกร่ง ก่อนที่จะจัดการตัวเอง เขาจูบเธออ่อนหวานขณะที่จำต้องจัดการกับความทรมานของตัวเอง เพียงเพื่อตามใจเธอ

เขาจะไม่คุกคาม ดื้อรั้นกับการเข้าไปอยู่ในตัวเธอ... หากสาวน้อยไม่ต้องการ

ความอัปยศนี้จึงเกิดขึ้น เพื่อเธอ...

น้ำอุ่นร้อนพวยพุ่งฉ่ำพราวลงบนตัวเธอจนสาวน้อยตกใจ ทนความอับอายไม่ได้จนต้องโผเข้าซบอกแกร่งของเขาอีกครั้ง

“ผมขอโทษสาวน้อย... ร่างกายผมซ่อนความรักที่มีต่อคุณเอาไว้ไม้ได้อีกต่อไปแล้ว” เขาบอกอย่างขันๆ “ผมทำคุณเลอะหมดเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอบอกอย่างเอียงอาย

“ผมต้องการคุณ... มากๆเลยสาวน้อย”

“ฉันรู้ค่ะ”

“แต่ถ้าคุณไม่ต้องการร่างกายผม ผมจะไม่ฝืนใจ” เขาบอกก่อนซบจมูกโด่งงดงามลงสูดดมซอกคอสวยจนร่างน้อยร่นหนี

น่ารักเหลือเกิน

“รอตรงนี้” สิ้นคำบงการ เขาผละจากเธออย่างแสนเสียดาย ก่อนสวมบ็อกเซอร์เดินอาดๆ ไปที่ซิงค์น้ำ ผ้าขนหนูสีขาวผื่นเล็กเนื้อนุ่มกลับมา เขานั่งลง ซับผ้าที่เนื้อตัวเธอ ผลผลิตของเขาทำเธอเปียกไปหมด

“ผมขอโทษ... ที่ห้ามแรงปรารถนาไว้ไม่ได้” เขาบอก มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มสวย

เธอเกี่ยวปรอยผมขึ้นทัดหูอย่างสุดอาย “ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณก็ไม่ฝืนใจฉัน” สิ้นเสียง เขาเงยขึ้นสบประสานสายตา ก่อนรั้งเธอเข้ามาจูบอย่างนุ่มนวลแผ่วเบาที่กลีบปากสีหวานนั้นอีกครั้งอย่างแสนรัก...

ทำไมเขา... จึงเสพติดจูบหวานๆ ของเธอเหลือเกินนะ

แบบนี้... เรียกว่าลุ่มหลงสินะ

จุมพิตชวนละลายดำเนินไปอย่างอ้อยอิ่ง ทุกสิ่งเงียบราวจักรวาลถูกสะกดให้หยุดเวลาไว้เพียงเท่านี้ มีเพียงจูบละมุนที่กำลังเดินทาง เสียงของจูบเมื่อกลีบเนื้อสีชมพูถูกเขาเผลอดูดดึงอย่างรุนแรงเร่าร้อนก็ส่งเสียงจ๊วบ เป็นระยะๆ จนสาวน้อยกลั้นความเขินอายเอาไว้ไม่ไหว

“มืดแล้ว...” สายตาเขามองออกไปด้านนอกเคบิน “คืนนี้ เราค้างที่เคบินนี้นะ ผมจะไปเติมฟืนที่เตาผิง” พูดจบเขาก็จูบซับที่กระหม่อมน้อยๆ ของหญิงสาวอย่างแสนรัก

“แต่ฉันอยากกลับ...” เอครางอย่างเด็กงอแง

“ถ้างอแงจะถูกปล้ำ” เขาทำเสียงดุ หญิงสาวหุบปากฉับ

“งั้น... ค้างก็ได้ค่ะ” เธอตอบก่อนเอนตัวพิงพนักเตียงขนาดกว้างอย่างเหนื่อยล้าอย่างเหลือแสน...

ในที่สุด ค่ำคืนนั้นเอง นางฟ้าแสนหวานก็เคลิ้มหลับลงในอ้อมกอดเขา ด้วยรอยยิ้มบางอย่างเปี่ยมสุข เขามองเธอหลับอย่างหลงใหลรักใคร่ และเป็นเจ้าของหลังจากเธอหลับสนิท เขาจัดการกับร่างเธอให้นอนในท่วงท่าที่หลับสบาย แล้วก็ปลีกตัวออกมานั่งมองเธอในระยะที่สายตาเขาสามารถมองเธอได้ตลอดทั้งเรือนร่างอย่างดื่มด่ำหลงใหล

หัวใจแบดบอย... ถูกครอบครองแล้ว ด้วยนางฟ้าตัวน้อยที่แสบสันเสียเหลือเกิน สมญานามซีอีโอแบดบอย คงไม่อาจใช้กับเขาได้อีกต่อไปแล้ว...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha