บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 13 : ค่ำคืนอันเร่าร้อน... ติดตรึงใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ค่ำคืนอันเร่าร้อน... ติดตรึงใจ

3  ปีที่แล้ว

ประเทศไทย, บริษัท แอล. เค. คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัดมหาชน

ภายในงานเลี้ยงกิจกรรมกลางดึกของวันเอ้าติ้ง[1] ซึ่งคราวนั้น ดานิเอลบินตรงจากเยอรมนีเพื่อไปร่วมงานที่สาขาเมืองไทย ในฐานะประธานสูงสุด ในคืนนั้น

อัญญ์มาลีและนักศึกษาฝึกงานที่อาสามาร่วมงาน จะแต่งชุดแฟนซี เป็นสาวบันนี่ หูกระต่ายและเสิร์ฟเครื่องดื่ม และเด็กๆจะๆได้รับค่าตอบแทนด้วย หญิงสาวจับสลากได้แต่งแฟนซีชุดพิลึกล่อแหลมนี้ มันน่าเกลียดตรงที่มันไม่ยุติธรรมนัก เพราะเธอถูกแกล้ง ให้จับสลากได้ชุดนี้ พวกนั้นต้องการแกล้งให้เธออับอาย

แต่อัญญ์มาลีช่างโชคร้าย เธอต้องถูกส่งไปเอ็นเตอร์เทนดานิเอล เธอต้องคอยเสิร์ฟเครื่องดื่มโซนที่เป็นโต๊ะของผู้บริหารน่ะสิ นั่นคือ ดานิเอลนั่งแถวนั้น และสายตาคมของเขาก็จ้องมองแม่บันนี่น้อยตลอดเวลาอย่างไม่วางตา

ไม่มีใครอยากเสิร์ฟโซนนั้นหรอก เพราะพวกผู้บริหารชอบดื่มติดพัน กว่าจะได้เลิกเสิร์ฟก็ดึก...

เขาปฏิเสธไม่ได้ว่า... มีความคิดอยากจับกระต่ายกินน่ะสิ !

“ไอ้อัญญ์ แกนี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันนะเนี่ย...” เพื่อนหยุดสำรวจเรือนร่างอัญญ์มาลีไปทั่วทั้งหมดทั้งเนื้อทั้งตัวแล้วพูดต่อ “เห็นเฟอะฟะ ใส่แว่นหน้าเตอะ นึกว่าไม่มีอะไร ที่ไหนได้จับมาแปลงโฉม ถอดแว่นใส่คอนแทคเลนส์ แกก็ดูเข้าท่าน่าปล้ำเหมือนกันนะเว้ย” เพื่อนสาวคนหนึ่งแซว

“บ้า! ปล้ำเปลิ้มอะไรเล่า” อัญญ์มาลีแหวใส่เพื่อน

“ก็แกสวยนี่ ทำไมไม่ใส่คอนแทควะ ใส่แว่นทำไม บดบังความสวยหมดเลย”

“จริง ไม่งั้นก็ทำเลสิคก็ยังได้”

“ฉันสั้นมากนะสายตาน่ะ”

“ชอบอ่านนิยายน่ะสิแก ถึงสายตาสั้น”

“อาจจะกรรมพันธุ์มั้ง แม่บอกว่าพ่อก็สายตาสั้น”

“แกเนี่ย... หน้าตาจิ้มลิ้มแล้วหุ่นก็ยังอวบอัด น่าฟัดเหมือนกันนะเว้ย” เพื่อนคนหนึ่งพูด ระหว่างมองสำรวจเพื่อนสาวคนอื่นๆ ที่แต่งคอสเพลย์ในชุดแตกต่างกันไปในค่ำคืนนี้

นี่แก... มาแอบดูฉันเหรอ”

“ชุดมันเน้นสัดส่วนไปหรือเปล่าแก?” อัญญ์มาลีถามเพื่อนเพราะไม่มั่นใจ

“กระต่ายบันนี่ มันต้องงี้แหละ” เพื่อนบอก

“เดี๋ยวเลิกงานก็ได้พักแล้ว เบี้ยเลี้ยงดีด้วยนะ” เพื่อนบอกพร้อมแววตาตื่นเต้น

“เรียบร้อยยัง ไปเถอะ ไปทำงานกันได้แล้ว” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยชวน

“โอเคๆ” อัญญ์มาลีหมุนตัวหน้ากระจก สำรวจตัวเองซ้ายที ขวาที จนมั่นใจว่าเรียบร้อย

จากนั้นสาวๆน้องนักศึกษาฝึกงานในคราบชุดแฟนซีก็เดินมาหน้างานเพื่อดูแลพนักงานบริษัทที่ทยอยกันมาร่วมปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้

บรรยายกิจกรรมงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อาหารทะเลและเมนูหลากหลาย อีกทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีอั้น อัญญ์มาลีมองดูพนักงานสนุกสานดื่มกินแบบหลุดโลกแล้วก็คิดว่า ถ้าเธอเรียนจบ ฝึกงานเสร็จอาจจะลองกรอกใบสมัครที่บริษัทนี้ ไม่ใช่เพราะบริษัทให้อิสระพนักงานหรอก แล้วก็ไม่เชิงว่าเพราะเงินเดือนดีสมน้ำสมเนื้อ แต่เธอรู้มาว่า มีตำแหน่งที่ว่าง ที่ตรงกับสายงานที่เธอเรียนต่างหากล่ะ อาชีพที่เธอใฝ่ฝัน อันที่จริงแล้ว ขึ้นช่อว่างาน จะงานในบริษัทเล็ก หรือบนิษัทใหญ่ๆ ต่างก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น เพราะแต่ละคน แต่ละแผนกต่างก็เป็นฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ ที่เมื่อมารวมกันแล้วทำให้องค์กรนั้นๆ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น รุ่งเรืองและประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป

การทำงาน คือยาแห่งความสุขซิกมุนด์ ฟรอยด์[2] เคยกล่าวเอาไว้ อัญญ์มาลีเคยอ่านเจอในหนังสือ หญิงสาวเป็นนักอ่าน เธอมักจะมีหนังสือพกติดตัวไว้อ่านเสมอๆ เธอเชื่อว่าการอ่านนอกจากเปิดโลกจินตนาการไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว พ่อยังเคยบอกว่า การอ่านหนังสือนั้น นอกจากทำให้เราได้ความรู้แล้ว มันยังเป็นการฝึกความอดทนทางอ้อม เพราะพ่อบอกว่าคนสมัยใหม่มีความอดทนน้อย แต่คนที่จะได้เปรียบในยุคที่ความรู้เท่าทันกันได้ เพราะแหล่งความรู้มีอยู่มากมายรอบตัวเรา อินเตอร์เน็ตก็เป็นเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่จะทำให้คนเราต่างกันได้นั่นคือความอดทน การที่ต้องอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นเวลานาน นอกจากความเพลิดเพลินที่เนื้อหาหนังสือจูงใจแล้ว คนที่อดทนเท่านั้นจึงจะอ่านหนังสือเล่มหนาๆ จบลงได้ในเวลาที่เหมาะสม อัญญ์มาลีคิดถึงพ่อ พ่อบอกเสมอว่า พวกคนรวยหรือมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จล้วนแต่มีนิสัยรักการอ่าน แต่ไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือทุกคนจะเป็นมหาเศรษฐี ดังนั้น มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ สิ่งนั้นก็คือความอดทน และการนำเอาสิ่งที่มีประโยชน์ในหนังสือมาปรับ ประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตในแต่ละวันของเรา

งานเลี้ยงจัดขึ้นหลังกิจกรรมประจำฐาน หรือการเล่นเกมนั่นเอง แต่ละทีมจะส่งตัวแทนออกมาเล่นการแสดง ร้องเพลงเพื่อเรียกคะแนน และที่สำคัญคือ เงินรางวัลที่พนักงานเรียกว่า ทิปจากผู้บริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูงอย่างดานิเอล ซึ่งเป็นถึงท่านประธานสูงสุด เดินทางมาจากเยอรมนีโดยตรงเพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ

เงินที่ระลึก จากท่านประธานสูงสุด ใครๆก็อยากได้ ถ้าได้แล้ว จะเก็บเป็นขวัญถุง ไม่แตะ ไม่ใช้เลยสักบาท

คืนนั้น อัญญ์มาลีได้ทิบมือด้วยนะ การรินเครื่องดื่มส่งให้ท่านประทาน เขาก็ส่งเงินให้เธอโดยตรงเลย ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหายอะไร พนักงานคนอื่นๆ ก็ทำ แต่ที่กระเป๋าตุงเน้นจ่ายหนักชนิดที่ไม่มีใครเทียบ ก็คงเป็นท่านประธานสูงสุดแห่งแอลกรุ๊ปรูปหล่อคนนี้เองล่ะ คืนนั้นอัญญ์มาลีเลยกระเป๋าหนักไปเลยจนเพื่อนๆคนอื่นอิจฉา ทั้งที่ตอนแรกถูกกลั่นแกล้งแท้ๆ

ส่วนอัญญ์มาลี ขณะนั้นเป็นเด็กนักศึกษาฝึกงาน จึงไม่ต้องเล่นเกมอะไร นอกจากจับสลากแต่งคอสเพลย์ตามที่โจทย์กำหนด ดูๆไปแล้ว ชุดของเธอมันดูยั่วเย้ากว่าใครเพื่อน ถุงน่องสีดำพร้อมสายรัดแล้วยังคาดหน้ากากซีทรูสีดำเสียอีกด้วย

มองปราดเดียว เลือดในกายชายก็พลุ่งพล่านกันเป็นแถว...

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีอีโอหนุ่มอย่างดานิเอล

“ฮ่าๆๆๆ สะใจมั๊ยล่ะพวกแก” อินทุอรหัวเราะคิกด้วยความสะใจ

“ไปแกล้งมันแบบนั้นทำไมวะแก” แพรฉัตรขอดเพื่อน เธอสงสารอัญญ์มาลีจับใจ แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนสนิทของอินทุอร ก็คงช่วยเหลืออะไรอัญญ์มาลีไม่ได้ คงต้องปล่อยเลยตามเลย

“จริงด้วย ความจริง ชุดบันนี่นั่น มันไม่มีสักหน่อย แกจงใจแกล้งมันใช่มั๊ย” แพรฉัตรท้วงขึ้น

“จะจงใจหรือเปล่า ก็ช่างเป็นไร แต่ตอนนี้สะใจ” ว่าแล้วก็หัวเราะจนตัวโยนเพราะความสะใจที่ได้กลั่นแกล้ง

“แกสะใจไปเถอะ เดี๋ยวพี่เค้าจับได้ พวกเรายุ่งแน่” แพรฉัตรพูดให้เพื่อนฉุกคิด เธอกำลังหมายถึงพี่พิสมัย ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ที่ดูแลเด็กฝึกงานทุกคน ถ้ารู้ว่ามีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้นในงานบริษัทแบบนี้ เด็กๆทุกคนจะต้องถูกหักคะแนน และต้องเรียกอาจารย์ประจำภาควิชามาคุย

เรื่องแบบนี้ ไม่สนุกแน่ถ้าความจริงถูกเปิดเผย

“สนใจทำไมแก นี่เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ฝึกงานจบแล้ว” ยังไม่รู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ

“สงสารไอ้อัญญ์มันนะแก มันมัวแต่พะวงชุด” แพรฉัตรพูด ขณะเพื่อนนักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆ ก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเห็นด้วย อินทุอรเบ้ปากอย่างเหยียดหยัน

“ใช่ กางเกงสั้นจู๋ จนเห็นไปถึงแก้มก้นแบบนั้น ขนาดมันใส่ถุงน่อง มันยังไม่มั่นใจ สงสัยมันจะอาย” เพื่อนอีกคนเสริมขึ้นบ้าง

“ก็ดีสิ ให้มันอาย นั่นแหล่ะจุดประสงค์ฉัน” ว่าพลางเบ้ปาก พาลคิดแผนการร้ายว่าจะส่งตัวอัญญ์มาลีไปเป็นเหยื่อสวาทพวกคนงานในรีสอร์ตด้วยซ้ำ

“มันทำอะไรให้แกจงเกลียด จงชังไอ้อัญญ์มันนักวะ” แพรฉัตรอยากรู้ จะได้หายข้องใจ ทำไมอัญญ์มาลีถึงต้องเป็นคนโชคร้ายตลอดเลย

“ก็เกลียดที่มันเป็นศิษย์โปรดมาโดยตลอด ตั้งแต่ปีหนึ่ง ฉันควรจะได้เป็นดาวมหาวิทยาลัยตอนเฟรชชี่ ถ้าไม่มีนังอัญญ์มาปาดหน้าเค้กฉัน” เธอหยุดเล่า สายตาหรี่แคบอย่างคิดแค้นความหลังในอดีต “แค่นั้นยังไม่พอ มาฝึกงานก็แย่งมาฝึกที่เดียวกับฉัน แถมมีแต่คนรักมัน เอ็นดูมัน ไม่มีใครเห็นหัวฉันเลย”  คุณหนูเจ้าของดวงตาเฉี่ยวพูด สีหน้าไม่มีความเป็นมิตรเลย ที่เธอมีเพื่อนมากมายรายล้อม ก็เพราะครอบครัวมีเงินแล้วก็ใช้จ่ายเพื่อเลี้ยงดูอาหารการกินเพื่อนๆ ที่รักและชื่นชมคนที่เปลือก จึงไม่แปลกหรอกว่าทำไมคนนิสัยเสียจึงยังคงมีเพื่อน แล้วก็มีแต่เพื่อนที่ยอมเป็นลิ่วล้อเสียด้วยซ้ำ

“เรื่องแค่นี้เอง อิจฉามันเหรอแก?” แพรฉัตรพูดตรง จนสร้างความไม่พอใจระบายบนสีหน้าของเพื่อนสนิท

“เชอะ!” หญิงสาวเบ้ปากอย่างนึกรังเกียจ “มันมีดีอะไรให้อิจฉายะ? บ้านก็ยากจน สวยก็ไม่สวย แกก็ลองคิดสิ ฉันน่ะกับมันใครสวย ดูกว่ากัน”

“อัญญ์ไม่ได้ยากจนหรอกนะ พ่ออัญญ์ก็เป็นถึงข้าราชการระดับสูง”

“แล้วไหนล่ะพ่อมันอ่ะ หายหัวไปไหนไม่รู้” เธอหยุดจ้องเพื่อนๆ สายตาของอินทุอรเต็มไปด้วยประกายแห่งความเกลียดชัง “พวกแกไม่ได้ดูข่าวสินะว่าพ่อมันน่ะหายสาบสูญไปแล้ว รู้มั๊ยหายสาบสูญแถวบ้านฉันหมายความว่าอะไร?” อินทุอรหยุดมองเพื่อนแต่ละคน สายตายังคงเป็นประกายน่ากลัว “ตายยังไงล่ะ!

“ไปพูดแบบนั้นไม่ดีนะ”

“ทำไม”

“อะไรที่เป็นข่าวลือ เราก็อย่าเพิ่งเชื่อ เราอยู่ในยุคสื่อมันไปไวยิ่งกว่าแสง เราต้องมีวิจารณญาณ อีกอย่างถ้าอัญญ์รู่ว่าแกพดถึงพ่อเค้าแบบนี้ อัญญ์จะเสียใจนะ”

“ใช่ แกอ่ะ ก็ฐานะดี หน้าตาก็ดี อย่าทำตัวเหมือนตัวอิจฉาในละครสิ”

“อิจฉา? ฉันเนี่ยนะ” อินทุอรตวาด สีหน้าเกรี้ยวกราด

“เอ่อ... มันก็แกนั่นแหละ”

“นี่ไง แล้วฉันจะอิจฉามันทำไม”

“ไม่อิจฉา แล้วแกแกล้งมันทำไม”

“อยากสะใจไงแก พอใจยัง?”

“แกนี่มันร้ายกาจมาก” แพรฉัตรว่าเพื่อน

“แกไม่เห็นเหรอ เวลามันเดินเสิร์ฟน้ำที แอบดึงกางเกงออกจากกลีบก้นที ตลกพิลึก” ว่าพลางพยักพเยิดไปที่อัญญ์มาลี ที่กำลังง่วนอยู่กับการทงานบริการเสิร์ฟเครื่องดื่มที่โต๊ะนั้นโต๊ะนี้ แต่ขณะที่เธอยุ่งงานจนขาแทบขวิด แต่อินทุอรกับเพื่อนกลับจับกลุ่มเม้าท์ แต่สุดท้าย ก็คงได้รับเบี้ยเลี้ยงจำนวนเงินเท่ากันตามเคย

โลกนี้มีความยุติธรรมอยู่ตรงไหนกัน!

“สงสารมันแก กางเกงสั้นมาก แล้วนี่ถ้าพี่ออฟฟิศถามว่าทำไมชุดนี้โผล่มาได้ แกจะตอบว่าไง” เพื่อนถามอย่างเป็นเดือดเป็นร้อน

“ฉัน... ก็จะตอบว่า ทางร้านจัดมาผิด แล้วนังอัญญ์มันก็เสนอตัวอยากใส่เอง” อินทุอรตอบอย่างหน้าระรื่น ไม่มีแววรู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“โกหกนะแก” เพื่อนในกลุ่มคราง แทบนึกไม่ถึงในความชั่วร้ายของเพื่อนสนิทอย่างอินทุอร

“ก็ใช่น่ะสิ พี่ๆ พนักงานบริษัทนี้เค้าจะได้รู้ไงว่า นังอัญญ์มันขี้อ่อยมากแค่ไหน”

“แก... เลิกแกล้งอัญญ์มันเถอะนะ หาชุดไปให้มันเปลี่ยนเถอะ”

“แกจะบ้าเหรอ งานจะเลิกอยู่แล้ว... เปลี่ยนตอนนี้ก็บ้าน่ะสิ ไปทำงานได้แล้ว”

“แกใจร้ายมากเลยนะรู้มั๊ย” แพรฉัตรทิ้งท้าย หวังว่าเพื่อนสนิทจะคิดได้แล้วก็กลับตัวกลับใจเสีย คอยกลั่นแกล้งคนอื่นแบบนี้ไม่มีความสุขหรอก สักวันจะแพ้ภัยตัวเอง

“เดี๋ยวเถอะ!” อินทุอรสบถส่งสายตาร้ายกาจใส่เพื่อน ราวเป็นเชิงบอกว่าอย่ามายุ่งเชียว ถ้าไม่อยากมีปัญหา

 

 

อัญญ์มาลีเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มไปจนทั่วงาน ด้วยความไม่มั่นใจมากทีเดียว กางเกงบันนี่น้อยที่สั้นจู๋ร่นขึ้นตลอดเวลาที่เธอก้าวเดิน จากที่สั้นอยู่แล้ว มันก็ยิ่งดูสั้นขึ้นไปอีก จนแนบส่วนเว้าส่วนโค้งของความเป็นอิสตรี จนเธออายแก้มร้อนวูบวาบ เมื่อหันไปสบประสานสายตาคมของชายหนุ่มผู้บริหารที่บินตรงมาจากต่างประเทศ เขากำลังมองส่วนนั้นของเธออย่างเผลอไผล

หญิงสาวหัวใจกระตุกวูบ แก้มแดงก่ำ ร้อนฉ่าในนาทีนั้นเอง ก่อนที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เขาอย่างสั่นสะท้าน

“ขอบใจ” เขาหยิบไวน์แดงในแก้วทรงทิวลิป แล้วเสมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาเอาแต่จ้องมองเธอมาตลอด

อัญญ์มาลีเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วงาน กระทั่งแก้วหมด จึงกลับเข้าไปเปลี่ยนเครื่องดื่มชุดใหม่

“เสิร์ฟหมดเร็วดีจริงนะแม่คุณ สงสัยเป็นเพราะชุดคอสเพลย์” บาร์เทนเดอร์พูดแซว เขายังทำตาแพรวพราวใส่เธออีก

“ไม่จริงหรอก” หญิงสาวบอกปัด เพราะชุดแฟนซีบันนี่น้อยทำให้ผู้ชายอยากใกล้ชิดเธอมากเป็นพิเศษ

“รู้ตัวบ้างมั๊ยเนี่ย... เซ็กซี่จนจะทำผู้ชายหัวใจวายตายทั้งงานแล้ว”

“มัน... ทำไมเหรอ”

“ก็เธอเดินที แก้มก้นเธอก็โผล่ทีน่ะสิ”

“ฉันไม่รู้ตัว”

“ไม่ต้องออกไปเสิร์ฟแล้ว งานใกล้จบแล้วล่ะ นั่งพักเถอะ”

“จริง ให้คนอื่นเสิร์ฟบ้าง”

“ฝรั่งนั่น มองแกอ่ะอัญญ์”

“เค้าเป็นผู้บริหารนะ เขาอยากได้ไวน์อีกหรือเปล่า?”

“อยากได้ไวน์ หรืออยากได้แกกันแน่”

“บ้าน่า เขาไม่คิดแบบนั้นหรอก เขาน่าจะมีแฟนแล้ว”

“แล้วถ้าเขาไม่มีแฟน... แกสนใจมั๊ย?”

“แกพูดเรื่องที่มันเป็นไปได้หน่อยสิ”

“เออ... เหนื่อย รองานเลิก จะได้เก็บเงินเบี้ยเลี้ยงแล้วกลับไปนอนพัก”

“โคตรเหนื่อยเลย”

“จริง เมื่อยขาไปหมด... ถ้างั้นฉันถอดรองเท้าดีกว่า” อัญญ์มาลีพูดขึ้น ขณะถอดรองเท้าออก แล้วปล่อยเท้าที่ยังสวมถุงน่องพร้อมสายรัดถุงน่องคาอยู่ให้เป็นอิสระก่อนสักพักใหญ่

“เขาก็หล่อดีนะแก เขามองมาทางแกด้วยล่ะ”

“...”

“มองหาแกหรือเปล่าอัญญ์?”

“บ้า! เขาจะมองหาฉันทำไม”

“ก็ในงาน... แกเซ็กซี่ที่สุดนะยัยอัญญ์” เพื่อนหยอกเย้า แต่คนเซ็กซี่ไม่ยักรู้ตัวเลย รู้แต่ว่ามันอึกอัดชุดแล้วก็ไม่มั่นใจเอาเสียเลย...

 

                การแสดงบนเวทีดำเนินมาถึงช่วงท้ายของค่ำคืนนี้แล้ว นักร้องขับกล่อมจนแต่ละคนก็เมาเพราะยกแก้วขึ้นดื่มจนเพลินกันไปจนลืมเวลา ตอนนี้เวลาเที่ยงคืนกว่าเข้าไปแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะมีใครเลิกรา

ส่วนดานิเอล ซีอีโอหนุ่มเริ่มมึนได้ที่ อยากพัก สายตาสอดส่ายมองหากระต่ายสาวน้อย แต่ก็ไม่พบว่าเธออยู่ในงานเสียแล้ว เห็นทีเขาจะต้องเก็บแม่บันนี่น้อยเอาไปฝัน...

ในความฝัน เขาจะทำร้ายเธอ ให้สมใจ เธอต้องถึงจุดสุดยอดเพราะเขา

“ริชาร์ด อยู่สนุกกันต่อนะ ผมขอตัว” ดานิเอลพูดขึ้น

“อ้าว! ท่านประธาน ทำไมครับ ไม่สนุกเหรอ” ริชาร์ดถาม

“สนุกสิ แต่พรุ่งนี้ผมต้องกลับแล้ว อีกอย่างผมบินตรงมา ยังนอนไม่พอเลย ขอตัวนะ”

“ครับ พรุ่งนี้ผมจะไปส่งท่านประธานที่สนามบินนะครับ” ริชาร์ดบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ้อแอ้ หน้าแดงก่ำไปถึงใบหูทั้งสองข้าง ลมหายใจระบายไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ จนดานิเอลสัมผัสได้ว่า ลูกน้องของเขาเมาไม่รู้เรื่องแล้ว

ขณะที่ดานิเอลกำลังคุยอยู่กับริชาร์ดนั้น อัญญ์มาลีกับเพื่อนๆ ก็เดินมาเก็บแก้ว และโต๊ะอาหารที่ตอนนี้พนักงานบางส่วนโดยเฉพาะสาวๆ กลับขึ้นห้องไปพักผ่อนกันแล้ว

บันนี่น้อยที่นับว่าสะดุดตาที่สุด จึงเจอแจ็คพ็อต

“บันนี่น้อย” ริชาร์ดเรียก หญิงสาวหันมาขานรับ

“ยังไง เตรียมเครื่องดื่มอุ่นๆ ไปเสิร์ฟท่านประธานด้วยนะ” ริชาร์ดสั่งแบบไม่ใส่ใจมากนัก เพราะเป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว

“ได้ค่ะ” เสียงหัวหน้าฝ่ายรับแทนให้

“ดีมาก งั้นเดี๋ยวเดินไปส่งท่านประธานที่ห้องด้วยก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องหรอก น้องบันนี่ตัวนี้ ยังทำงานอะไรค้างอยู่หรือเปล่า” ดานิเอลมองโดยรอบ เห็นเพื่อนๆ ของเธอกำลังสาละวนอยู่กับการเก็บกวาดสถานที่ เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว คงมีแต่หนุ่มๆ ขี้เมาที่มีริชาร์ดเป็นหัวโจกกระมังที่ไม่รู้ว่านี่มันดึกมากสำหรับเด็กๆ นักศึกษาฝึกงาน

“ขอบคุณค่ะ ไว้ดิฉันจะเตรียมเครื่องดื่มอุ่นๆไปให้ท่านนะคะ” อัญญ์มาลีบอกก่อนที่จะขอตัวหายกลับไปที่บาร์เครื่องดื่ม จุดที่ท่านประธานไม่สามารถมองเห็นแม่สาวบันนี่น้อยได้อีก

เขาเดินกลับห้องพักอย่างเงียบๆ ร่างสูงสง่า ดูงดงามทรงพลังดั่งเทพเจ้าเดินมาถึงประตูห้องพักในเวลาไม่นาน เขาเปิดประตูเข้าไป ก่อนถอดเสื้อยืดโยนพาดราวแขวนที่อยู่ไม่ห่างจากเตียงนัก กางเกงเป็นชิ้นต่อไปที่โยนไปที่เดิมแบบไม่ใยดี

ดานิเอลก็เหมือนชายหนุ่มทั่วไปที่ไม่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าเวลานอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออยู่ในเมืองไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นอยู่แล้ว

คืนนี้ร่างกายเขาเร่าร้อนเสียด้วย จะด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือฤทธิ์ของแม่บันนี่น้อยนั่นก็แล้วแต่ รู้แค่เพียงว่า ตอนนี้มีเพลิงความร้อนรอการพร่าผลาญปลดปล่อย

เขานอนเกลือกกลิ้งบนเตียงกว้างนั้นนานหลายนาที

บ้าฉิบ! ทำไมแม่บันนี่น้อย เข้ามาวนเวียนในจินตนาการส่วนตัวของเขา เห็นทีจะต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำ ชะล้างภาพเซ็กซี่นั่นออกไปจากสมอง

ร่างสูง ลุกขึ้นเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ไม่นานร่างสูงสง่า และงดงามสมบูรณ์แบบดุจเทพเจ้าก็เปิดเปลือยอยู่ใต้น้ำฝักบัว เสียงซ่าซีดด้วยความสบายตัวครางออกมาเป็นระยะ สายน้ำชโลมกาย เม็ดหยดน้ำกลอกกลิ้งบนกล้ามเป็นลอน เรียงงาม สมบูรณ์แบบ แผงอกแกร่งที่งดงามสมส่วน และชวนให้จินตนาการว่ามันจะอบอุ่นมากสักแค่ไหนเมื่อโอบกอดร่างน้อยของหญิงสาวไว้สักคน

เธอจะสั่นสะท้าน หวั่นไหวสักแค่ไหน จังหวะหัวใจจะเต้นรัวไม่เป็นส่ำแค่ไหนกัน หากได้อยู่ในอ้อมกอดแกร่งของเขาผู้นี้

 

ก๊อกๆๆ

“ว่าไง” เสียงทุ่มนุ่ม ฟังดูเซ็กซี่ทรงพลังขานขึ้น

“เครื่องดื่มที่สั่งค่ะ” หญิงสาวส่งเสียง ดานิเอลจำได้ว่าก่อนกลับมาพัก เขาเรียกหาเครื่องดื่มอุ่นๆ เพื่อให้คลายอาการมึนศีรษะ และช่วยหลับง่าย จะเป็นชาหรือน้ำขิงอุ่นๆ ก็ได้ทั้งนั้น มันคงดีไม่น้อยสำหรับคนที่จะมีงานต่อพรุ่งนี้เช้า แต่ถ้าเครื่องดื่มที่ว่า จะแถมอะไรติดไม่ติดมือมาให้เขาตื่นเต้นก่อนนอน นั่นเขาจะถือเป็นสิ่งเซอร์ไพรส์ !

“เข้ามาสิ” เขาบอก “ประตูไม่ได้ล็อก” ชายหนุ่มมาถึงห้องพัก ด้วยอาการมึนเต็มที่ จนขี้เกียจลุกไปเปิดประตูรับสิ่งของพวกนั้น

มันเป็นธรรมเนียมส่วนตัว หากมีคนส่งผู้หญิงมาให้เขาก่อนนอนแบบนี้ มันหมายความว่าผู้หญิงคนนั้นจะดูแลเขาจนถึงเช้า.... ในฐานะ... ผู้หญิงที่ใช้สำหรับเอ็นเตอร์เทนข้ามราตรี

ซึ่งข้อนี้สาวน้อยผู้ไร้เดียงสาอย่างอัญญ์มาลีไม่มีทางรู้เลย

เครื่องดื่มถูกลงที่โต๊ะข้างๆ เตียงกว้าง

แต่เมื่อหันหลังมาก็พบว่าดานิเอลยืนกอดอกมองเธอ และสิ่งที่ปกปิดร่างกำยำทรงเสน่ห์ของเขาตอนนี้มีเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาวพันรอบเอวสอบเท่านั้น อัญญ์มาลีหลับตาหลบภาพสะท้านใจนั้นแทบไม่ทัน อาการตื่นตระหนกของหญิงสาวเรียกรอยยิ้มจาดกเขาอัตโนมัติ

มาได้ยังไง... บันนี่น้อยเขาคิดด้วยหัวใจพอง

“อายเหรอ จู่ๆก็หลับตาปี๋” เขาบอกพร้อมขยับเข้ามาใกล้

“คืนนี้... เธอเองหรอกเหรอ ที่ถูกส่งมาเอ็นเตอร์เทนฉัน” ดานิเอลพูด ดวงตาเป็นประกาย ช่างดูอันตรายเหลือเกิน

“เอ็นเตอร์เทนเหรอคะ?” อัญญ์มาลีงง

“ใช่ แต่ดูเธอตื่นเต้นนะ”

“เอ่อ... ท่านประธานกำลังเข้าใจผิดแล้ว”

“เข้าใจผิดงั้นเหรอ”

“ฉันไม่ใช่...” ยังไม่ทันที่เธอจะปกป้องสิทธ์ จูบเร่าร้อนและป่าเถื่อนของเขาที่ระบายกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ก็บดลงที่ปากเธอ จูบของเขาดื่มเสียงทัดทานของเธอเข้าไป ร่างน้อยดิ้นรนขัดขวาง แต่เขาไม่ฟัง ไม่มีโอกาสให้เธอได้บอกความจริง แล้วเธอก็ถูกความแข็งแรงของเขาปราบ ความรันจวนของจุมพิตเขากำลังสะกดเธอให้ระทวย

เธอสบตากร้าวแกร่งในความมืด แสงไฟจากกิจกรรมภายนอกสาดไล้เข้ามา เขาดูดีมาก และมีพลังแกร่งกร้าวแบบผู้ชายที่ทำเธอตกอยู่ใต้การควบคุม

เธอรู้สึกวิงวอนเขา สรีระแห่งอิสตรีฉ่ำร้อน อ่อนหวาน รอการเติมเต็มอย่างปรานีจากเขา...

“อย่าอายเลย ผมจะให้ค่าตอบแทนเธออย่างงาม” เขายื่นข้อเสนอร้ายกาจ หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างตริตรอง ชั่งใจ ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เรือนร่างแบบบางแทบหลอมละลายเพราะเสน่ห์และความหล่อเหลาอย่างร้ายกาจของชายที่อยู่เหนือร่างตน

“ฉันไม่ต้องการเงิน ฉันขอตัวนะคะ” เธอตอบเขาทันทีที่เรียกสติคืนมา มันคือคำปฏิเสธ ที่ชัดเจนซื่อตรง

“เดี๋ยวสิ ห้องฉันไม่ใช่ใครจะเข้ามาง่ายๆ แล้วก็ออกไปง่ายๆหรอกนะ” เขาหยุดจ้อง “ถ้าฉันไม่อนุญาต”

“ท่านประธาน” เธอวิงวอน ด้วยเสียงอ่อนหวาน ด้วยหวังอย่างยิ่งว่า เขาจะปรานี

มันจะฟังระรื่นอ่อนหวานสักเพียงใด ถ้าครวญครางด้วยความสุขจากเขา เธอต้องได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ สาวน้อย...

“เรียกนายท่านสิ” เขาบงการ

“เอ่อ...” เสียงหวานอ้ำอึ้ง ลังเล หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน

ช่าง... อันตรายเหลือเกินหญิงสาวรำพึงในใจ ในสถานการณ์ที่ ไม่มีทางเลือกมากนัก

อัญญ์มาลีสับสนว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เธอได้รับมอบหมายให้นำเครื่องดื่มมาให้ แต่ทำไมสถานการณ์มันเปลี่ยนไป

“เรียก... แล้วคุณจะได้ทุกอย่าง” เขาสั่ง

“ได้ทุกอย่าง... รวมถึงละเว้นฉันในคืนนี้ด้วยหรือเปล่าคะ?” ดวงตากลมใสซื่อสะท้อนอยู่ในดวงตาหิวกระหายของเขา

“ผม... จะเก็บไว้พิจารณา” เขาเอ่ย

“นะ... นายท่าน” นาทีนั้นเอง ร่างสูงปราดเข้าไปหาร่างน้อยอย่างไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป

“เรียกอีก... เรียกผมแบบนี้อีกสิ” เขากระซิบเสียงแหบต่ำ ฟังดูเซ็กซี่จนทำให้ขนที่แขนและท้ายทอยของหญิงสาวลุกขึ้นชันด้วยความซ่านสะท้าน

หัวใจเต้นแรง... สั่น หวั่นไหว...

“นะ... นายท่านคะ”

“อย่าเสียเวลาเลย” พูดจบ ดานิเอลก็บดจูบร้อนแรงลงบนริมฝีปากสวยของหญิงสาวอย่างหิวกระหาย อัญญ์มาลีระทวยลง สมองอื้อมึนชา และจูบแรกในชีวิตช่างวาบหวิวนำพาหัวใจเต้นโครมครามอย่างยากจะห้ามได้

ริมฝีปากของเขาจ่อบนกลีบปากอิ่มสีหวานของเธออย่างชั่งใจ... ก่อนที่เขาจะมอบจุมพิตนุ่มนวลให้เธอ ความอ่อนหวานแล่นซ่านจากเรียวปากไปสู่หัวใจ เลือดในกายสาวสูบฉีดจนผิวเธอเป็นสีชมพูด้วยความตื่นเร้า หัวใจเต้นรัวระส่ำจนเธอไม่อาจนับจังหวะได้อีกต่อไป เสียงลมหายใจของทั้งสองสะท้อนในห้อง บันนี่น้อยแก้มแดงก่ำรวมทั้งรังสีความร้อนฉาบวูบวาบที่แก้มเธอ ภายใต้หน้ากากซีทรูสีดำที่คาดดวงตาและจมูกจิ้มลิ้มเอาไว้ ตามสไตล์แฟนซี

เขาผละออกมองบันนี่น้อยที่กำลังตื่นตูม รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าเขา มือเพรียวแกร่งหยิบที่คาดผมที่ด้านบนเป็นหูกระต่ายสีดำยาวเรียวออกให้เธอ ก่อนจะใช้สองมือประคองแก้มนุ่มของเธอ บังคับให้มองสบตา ก่อนจะบนขยี้จูบที่เพิ่มลาเวลความร้อนรุ่มขึ้น เขาครางเสียงอย่างพึงพอใจขณะลิ้นร้อนฉ่ารุกรานเข้าไปในกลีบปากสวยอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ  

“อือ...” เสียงหวานเล็ดรอดออกมา หัวใจสั่นสะท้านกับประสบการแปลกใหม่ ตื่นเต้นเร้าใจจนเธอแทบยืนทรงตัวไม่ไหว ต้องโน้มตัวไปข้างหน้า เข้าหาเขาราวมีแรงดึงดูดบางอย่างเพื่อรักษาระดับการทรงตัว

ปากทั้งสองประกบแบบแนบสนิทเข้าหากันจนไม่เหลือที่ว่างให้แม้แต่อากาศ ความหวานล้ำระคนกลิ่นอายของความพึงพอใจเข้าครอบงำ ซีอีโอหนุ่มมาดแบดบอยที่เลื่องชื่อเรื่องเสือผู้หญิง กับแม่นักศึกษาอ่อนเดียงสาในคราบบันนี่น้อยจอมยั่ว กำลังร้อนรุ่มและมีพลังบางอย่างดึงดูดให้ร่างทั้งสองเข้าหากัน

เคมี... ช่างเหมาะกันเสียเหลือเกิน

เรียวปากเขาอบอุ่นและอ่อนโยน ลิ้นร้อนฉ่าสอดแทรกเข้าหาอย่างถลำลึก เป็นจูบที่วิเศษที่สุดเท่าที่เขาเคยมอบให้ใคร บันนี่น้อยอ่อนประสบการณืช่างเงอะงะจนดูกลายเป็นความน่ารักในสายตาเขา

ใช่ว่าแบดบอยจะได้สัมผัสบ่อยๆ กับสาวน้อยอ่อนเดียงสาแบบนี้ เขาอยากปลุกปั้นเธอให้เป็นเพียงแค่เขาที่ครอบครอง จับจองและเป็นเจ้าของ เขาตกหลุมรักจุมพิตแสนเงอะงะนี้ได้อย่างไรกัน

จูบของเขาอ่อนละมุน สลับกับร้อนแรงไปจนถึงป่าเถื่อนในบางจังหวะ จนเธอตามไปทัน มือเพรียงวางทาบแผ่นหลังบาง ขณะอีกข้างไล้วนเวียนอยู่ฐานทรวงอกอิ่ม นุ่ม... หอม... และน่ารักยั่วยวนเสียเหลือเกิน

บันนี่น้อย จอมยั่ว!

เสียงครางหวิววานอย่างยอมจำนนลอดผ่านริมฝีปากอิ่มสวย สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ไม่เพียงแค่จูบ

เขาต้องการเธอ... อยาก ได้เธอ

การอยู่ในตัวเธอคือเป้าหมายสำคัญสูงสุดในค่ำคืนเร่าร้อนนี้...

“สาวน้อย...” เขาคราง “เธอยังไม่เคยจูบหรือ?” เขาถามตรง เพราะอาการเธอเงอะงะเหลือเกิน

“เอ่อ... พอเถอะค่ะนายท่าน ดิฉันไม่ใช่... ผู้หญิงแบบนั้น” อัญญ์มาลีละล่ำละลักบอก

“อย่าอายเลย เธอไม่อยากมีความสุขกับฉันหรือ?” ชายหนุ่มรบเร้า เขาปรารถนาร่างแบบบางที่ให้เขาสัมผัสได้ถึงความหอมหวานนี้เหลือเกิน

“ไม่ค่ะ” เสียงหวานปฏิเสธ

“ฉันน่ารังเกียจตรงไหนกัน” เขาหอมแก้มเธอแล้วซุกไซ้ปลายจมูกโด่งที่ซอกคอหอมของเธออย่างสุดปรารถนา

“ท่านกำลังเข้าใจฉันผิด” หญิงสาวบอก เธอจะต้องเอาตัวเองให้รอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้

คุณพระคุณเจ้า ช่วยลูกด้วย

“เธอไม่ต้องการฉันงั้นหรือ?” เขาถาม น้ำเสียงมีแววหงุดหงิด ผู้ชายอย่างดานิเอลมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฎิเสธกัน เด็กนี่หลุดมาจากดาวไหนกันแน่นะ ทำไมไม่ชอบเขาได้!

“...” หญิงสาวเงียบงัน เอาแต่ตัวสั่นสะท้าน

“ว่ายังไง” เขาเค้น

“ปละ...ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” เสียงหวานเอ่ยวิงวอน มือน้อยผลักร่างแกร่งออกห่างจากตนเอง แต่ก็ไร้ผลเพราะเขามีพละกำลังที่เหนือกว่ามาก

“บอกสิ... ว่าไม่ ถ้าคุณไม่ต้องการ... ผมจะหยุด” เขาเสียงทรงพลังและช่างเปี่ยมมนต์เซ็กซี่จนเธอละลายไร้เรี่ยวแรง

“ถ้าคุณรังเกียจ...  บอกสักคำว่า รังเกียจ ผม” เขาหยุด สายตาสบประสาน สายตาที่ทำเธอพ่ายแพ้ “ฉันจะหยุดและไม่แตะต้องเธอเลย” เสียงเขาแหบต่ำ ลมร้อนฉาบวูบที่ผิวแก้มเนียนละเอียด สายตาคมตรึงบนใบหน้าหวานและดูช่างมองอย่างลามเลียเธอ หัวใจหญิงสาวเต้นไม่เป็นส่ำ

“ฉันไม่ได้รังเกียจ...” เธอหยุดหายใจหอบ แววตาฉ่ำพราวของเธอกำลังสะกดหัวใจเขา “แต่เรากำลังทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

“ไม่ถูกต้อง?”

“คุณ... ไม่มีแฟนหรือคะ ถ้าเธอรู้... จะเสียใจแค่ไหน”

“ผมไม่มีใคร ไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นเจ้าของเรือนร่างผม” เขายืนยัน

“หรือว่าคุณมีแฟน?”

“มะ... ไม่นะ เปล่าค่ะ”

“แล้วเราผิดตรงไหน?”

“เราไม่ได้รัก เราไม่ได้เป็นแฟนกันนะคะ”

“ใช่... เราแค่ใช้เวลาร่วมกัน ไม่ใช่ร่วมรัก”

“ฉันทำไม่ได้...”

“โอเค! ถ้าแค่เธอบอกว่า ไม่ฉันจะหยุด” เขาต้อน ขณะไล้ปลายจมูกไปตามกรอบใบหน้า แล้วคลอเคลียลมหายใจอุ่นๆที่แก้มนุ่มนั้นเนิ่นนานอ้อยอิ่ง ราวรอสัญญาณบางอย่าง

“...” สาวน้อยอ่อนเดียงสาตัวสั่นในอ้อมกอดแกร่ง

“แต่ถ้าเธอเงียบ... ฉันจะถือว่าเธอยินยอม และเราจะไปต่อ”

“...” เธอกำลังสั่นสะท้าน สรรหาคำมาอ้อนวอนให้เขายอมปล่อยเธอ

“ว่ายังไง... หืม บันนี่น้อย” ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวหน้าเธอ ดวงตาคมของเขาตรึงบนใบหน้าเธอ แววตาเขาช่างมุ่งมั่นอย่างร้ายกาจ เขาดูอันตรายเหลือเกิน...

อันตรายต่อหัวใจ

อัญญ์มาลีใจเต้นแรง เธอไม่อยากทำแบบนี้... แต่ก็ไม่อยากให้เขาหยุด สายตาทั้งสองสบประสาน

ดวงตาเธอฉ่ำหวานมันบอกเขาว่าเธอเองก็ต้องการ ริมฝีปากบางสวยไม่ขยับ ไม่เรียกร้อง ไม่ปฏิเสธ แต่ดวงตาคู่หวานมองเขาอย่างซาบซึ้งเว้าวอน

มารร้ายในร่างเธอตะโกนว่า ค่ำคืนร้อนแรงกับท่านประธานสูงสุดแห่งอาณาจักร แอล. กรุ๊ปใช่จะเกิดขึ้นกับใครง่ายๆ และเธอไม่มีประสบการณเร่าร้อนนี้กับใครมาก่อน

ถ้าจะเป็นผู้ชายที่เปิดโลกใบใหม่ให้สาวพรหมจารีย์อย่างเธอ หากเป็นเขามันก็ไม่เลวร้ายอะไรปิศาจแมวสาวยั่วสวาทในสมองเธอรบเร้า ก็เขาช่างเป็นผู้ชายที่หล่อเหลา เพียบพร้อม สมบูรณ์แบบ มีแต่ผู้หญิงที่กินหญ้าแทนข้าวเท่านั้นล่ะที่จะปฏิเสธเขา

ไม่นะ! เราจะเป็นผู้หญิงใจง่ายได้อย่างไรกัน นางฟ้าในสมองค้าน

“ผม... ไปต่อนะสาวน้อย” สิ้นเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ เกมร้อนแรงก็เริ่มต้น เรือนร่างอ่อนหวานของสาวน้อยไร้เดียงสาตกอยู่ใต้ลิ้นร้อนฉ่าของเขา ทุกซอกทุกมุมถูกเขาจุมพิตตีตรา ครอบครองอย่างเริงอำนาจ

ร่างบางหวิวไหว อ่อนแรงระทวยลงใต้ร่างแกร่ง ความตื่นเต้นเข้าปกคลุมร่างน้อย หญิงสาวสะท้านและตื่นเต้นว่าเขาจะทำอย่างไรกับเธอ ใจดวงน้อยคิดแบ่งรับแบ่งสู้ กับสิ่งที่เรียกว่าเซ็กซ์แบบตกกระไดพลอยโจร เขากำลังเข้าใจผิดว่าเธอถูกจ้างมาเพื่อเอนเตอร์เทนเขาในค่ำคืนนี้ แต่เขาช่างดูหล่อเหลา เสียงอันทุ้มต่ำทรงพลัง ฟังดูเซ็กซี่ ดวงตาเย้ายวน รูปร่างงดงามสมบูรณ์แบบ

ยามเปลือยกาย ช่างดึงดูดเกินกว่าเธอจะมีแรงลุกออกไปจากห้องนอนเขาได้อีกต่อไป

ความคิดหญิงสาวแตกกระเจิง สาวน้อยไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ภายในเปี่ยมล้นด้วยเพลิงปรารถนาเขาลูบไล้อย่างหลงใหลและชุนแฟนซีบันนี่น้อยสุดเซ็กซี่ก็ถูกปลดเปลื้อง เขาช่างเร่าร้อนเมื่อส่งจุมพิตร้อนแรงประกบปากสีสวยของสาวน้อยจนเธอหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ จูบเร่าร้อนดำเนินไปอย่างอ้อยอิ่งเนิ่นนานราวว่าดื่มด่ำกับความหวานของวัยแรกสาวอย่างไม่รู้พอ

“ไม่เคยจูบหรือ...”

“อืม... ค่ะ”

“บทเรียนแรกสินะ”

“ฉันยังมีความจริง ต้องบอก”

“มันไม่สำคัญตอนนี้แล้ว นอกจากเราสนุกกันบนเตียงสาวน้อย”

“ฉะ... ฉันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจนะคะ”

“ผมไม่สนใจ” สิ้นเสียงเซ็กซี่ เขาก้มลงจูบเธออีกครั้ง ดูดกลืนเสียงต่อต้าน จนร่างน้อยระทวยลงใต้ร่างแกร่ง กลิ่นผิวกายชายกระตุ้นเร้าจนสาวน้อยตัวสั่นระริก แกนกลางกายสาวฉ่ำร้อนเปี่ยมไปด้วยความต้องการ จุมพิตเริงร้อนผละจากปากอิ่มสวยไล้ลงสู่จุดชีพจร มาหยุดคลอเคลียเนินอกอวบที่เขากอบกุมเอาไว้ด้วยมือเพรียวแกร่ง ชุดบันนี่น้อยเลื่อนหลุด จนโนมเนื้อโผล่พ้นขึ้นมา นิ้วโป้งแกร่งเกลี่ยไล้จนร่างบางบิดร่นถอย ก่อนที่สันจะสั่นระริกในปากเขา ร่างบางสะท้านจนแอ่นกายโค้งไปข้างหลังเมื่อเขาออกแรงดูดดื่มมันราวว่าจะกินเธอไปทั้งเนื้อทั้งตัว

“โอ... สาวน้อย คุณช่างหอมหวาน” เขาคราง ก่อนส่งมือซุกซนสำรวจกลางกายสาวที่เขาแน่ใจอย่างยิ่งว่าตอนนี้เธอฉ่ำร้อนรอคอยการเติมเต็มจากเขา

มือแกร่งกระชากชุดหลุดลุ่ยจนร่างน้อยผวา

“อ๊ะ”

ความหวานฉ่ำร้อนของเธอระเบิดพร่าง เขาก้มลงมาหาแล้วความเสียวแล่นซ่านไปทั้งร่าง เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวเขาทาบทับ มันเนิบช้าแต่ว่าช่างเป็นจุมพิตที่ดื่มด่ำร้อนแรงเสียเหลือเกิน หัวใจหญิงสาวเต้นระทึกเมื่อเขาดูดกลืนความเป็นหญิงบนส่วนยอดสุด

“อือ...”

เขาผละขึ้นมาก่อนเกี่ยวขาเธอ เปิดเปลือย

“พร้อมไหมบันนี่น้อย?” เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำ ฟังดูเซ็กซี่ และมันเป็นเครื่องมือที่ฆ่าเธอได้

“ยะ... อย่านะคะ”

“เธอก็ต้องการฉัน” เขาเอ่ย สายตาเขามองเธออย่างอ่านกิน เธออยากรู้เหลือเกินว่า ในสายตาเขา เธอเป็นอะไรกันแน่ ไอศกรีมวานิลลาช็อกชิพ หรือ ช็อคโกแลตรสนม...

เขามองราวกับว่าจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัว

“ไม่ใช่นะคะ” เธอรีบปฏิเสธพัลวัน

“สาวน้อย... เธอจะทรมานฉันหรือไง” น้ำเสียงเจือหงุดหงิดระคนทรมาน เขาต้องการการปลดปล่อยอย่างไร้ขีดจำกัด

เขาต้องการ sex!

“ขอร้องนะคะ... ฉันไม่ได้มาบริการแบบนั้น”

เขาถอนใจอย่างหงุดหงิด “แล้วเธอต้องการอะไร?”

“ปล่อยฉันก่อนได้มั๊ยคะ?” อัญญ์มาลีวิงวอน ดวงตาฉ่ำชื้นไปด้วยน้ำตา

“ฉันถาม... ว่าเธอเข้ามาในนี้ ต้องการอะไร” ซีอีโอหนุ่มเริ่มเสียงดุ

“ฉะ... ฉัน... ไม่ได้ต้องการอะไร แค่ทำตามหน้าที่”

“เธอไม่ได้ต้องการเรอะ” น้ำเสียงเขามีแววหงุดหงิด

สาวน้อยส่ายหน้า เขาอยากจะบ้า โลกนี้มีผู้หญิงปฏิเสธเขา?

“โอเค... ฉันจะหยุด ถ้าเธอไม่เต็มใจ” เขาบอกแต่กลับบดร่างแกร่งแบนสนิทจนเธอรู้สึกหนัก

“ช่วยฉันก่อน...” เขากระซิบเสียงพร่าแผ่วข้างหู

“ช่วยยังไงคะ?”

เขาบังคับมือน้อยๆ วางทาบลงบนท่อนเหล็กร้อนผ่าวที่ผงาดขึ้นอย่างสง่างาม “สัมผัสผม...” เสียงเขาเซ็กซี่ทำเอาจักรวาลของสาวน้อยสะเทือน

บันนี่น้อยประคองความแกร่งร้อนของเขาเอาไว้ในมือ เขาช่างแข็งแรง ยาว อวบ ความเรียบรื่นแนบสนิทกับฝ่ามือน้อยๆ เธอเริ่มลูบไล้ “เร่งอีก” เขาสั่งเสียงแหบต่ำ เธอทำตาม เขาคบขากรรไกรแน่น ดวงตาเขาเป็นประกายใต้แสงสลัว แลดูเซ็กซี่และกระตุ้นเร้า

ทำให้เขา... ตอบแทนที่เขาไม่ขืนจิตใจเรา...ความคิดของสมองน้อยๆ ของหญิงสาว

เธอถึงกับขนอ่อนลุกแล่นซ่านไปทั้งร่าง เมื่อท่อนเหล็กร้อนผ่าวของเขาตอบสนองเธอ เต้นตุบและมีความเปียกชื้นหล่อเลี้ยงออกมา เขาครางพร่าอย่างมีความสุข หญิงสาวเงยหน้ามอง

“คุณชอบ... ใช่มั๊ยคะ” เธอถามอย่างเรียนรู้

“ชัวร์” เขาคำรามในลำคอเป็นบางครั้งเมื่อเธอลูบไล้ส่วนเนียนลื่น แข็งแรงทรงพลังของเขาถี่รัว เขาช่างดูเป็นชายทุกกระเบียด และดิบอย่างที่สุด เขาเอื้อมมือมากุมทาบทับมือน้อยแล้วบังคับจังหวะจนหญิงสาวแก้มร้อนฉ่าไปด้วยความอายจัด กับประสบการณ์ปรนเปรอชายแปลกหน้า

เขาช่าง... ปรานีเธอที่ไม่ขืนหัวใจเมื่อไม่ยินยอม แม้ต้องปรนเปรอแบบนี้เขาก็ไม่บังคับถ้าเธอยังไม่สบายใจหากต้องปรนเปรอเขาด้วยปาก เพราะยังเป็นเพียงคนแปลกหน้า...

แต่ถ้าเขาร้องขอ... สาวน้อยคงต้องขอคิดดูสักนาที เพราะ... เขาก็ดูเซ็กซี่และน่ากิน

“สาวน้อย... ผมจะไม่ไหวแล้ว” เขาครางอย่างสุขสม ในเวลาที่เข้าใกล้ไคลแม็กซ์ใต้เงื้อมือของบันนี่น้อยที่เขายอมรับว่าต้องการเธอจนร่างกายชายพลุ่งพล่านไปตลอดทั้งคืนนี้

สาวน้อยหน้าแดงก่ำ มือดำเนินรูดคลึงเขาในกำมือ

เขาใกล้จุดนั้นมาก ใกล้จนหน้าแดงซ่านในแสงสลัว เธอได้ยินเสียงหอบหายใจสุดเซ็กซี่ของเขา

ในที่สุด ความสุขของเขาทะยานขึ้นสูงราวลาวาจากภูเขาไฟแห่งเพลิงปรารถนาระเบิดพร่าง ทุกหยาดหยดความสุขพวยพุ่ง ทะลุกล้นมือน้อยจนเธอขนลุกชัน ร่างกายเธอก็ฉ่ำร้อน อยากได้สิ่งนั้นแทรกลึกเติมเต็ม หากไม่ติดว่า... เขาคือผู้ชายแปลกหน้า

เธอยังกลัว... กลัวเกินจะยอมให้ใครพรากพรหมจรรย์ไปในคืนนี้

“รีดเค้นผม สาวน้อย...” ลำคอเขาแอ่นโค้ง หายใจแรงอย่างตื่นเต้น มีความสุข ฉีดพุ่งจากปลายยอด มันข้นร้อน จากนั้นเขาลุกขึ้นโน้มมาหาฉับไว้ พลิกร่างน้อยกดแนบเตียง

“ผม... จะปรนเปรอคุณ” เขากอดแน่นและจูบเธออีกครั้งอย่างดูดดื่มเร่าร้อน มือเพรียวแกร่งไล้ลงหาความหวานร้อนของหญิงสาว ก่อนสอดลึกเข้าสัมผัสผิวเนื้ออ่อนไหวจนร่างน้อยสะท้าน

เขาทรมานเธอด้วยนิ้วเรียวแกร่งจนเกร็งแน่น กลางกายสาวบีบรัดนิ้วเขา เขาสัมผัสร่างน้อยอย่างบ้าคลั่ง เสียงหวานครางหวีด เขาส่งเธอไปสัมผัสดินแดนสุขารมย์ได้อย่างงดงาม

หญิงสาวหน้าแดงก่ำไปด้วยความอาย เธอไคลแม็กซ์ในสายตาเขา ต่างฝ่ายปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาอันป่าเถื่อน ในค่ำคืนร้อนฉ่า ที่เขายืนหยัดในความเป็นสุภาพบุรุษผู้ไม่แตะต้องผู้หญิงที่ไม่สมยอม

เขาไม่นิยมขืนใจใครเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขแบบนั้น...  บันนี่น้อยที่เขาแทบไม่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงเสียด้วยซ้ำ จะมีก็เพียงแต่กลิ่นหอมหวานที่ตรึงตาตรึงใจ...

 

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูตามมารยาทของโตมาช เลขาหนุ่มคนสนิทดังรัวขึ้น ฉุดรั้งเขาให้กลับมาสู่โลกปัจจุบันแห่งความเป็นจริง เขาไม่เคยลืมภาพเธอเลย สาวน้อยในชุดบันนี่น้อยที่เขาเผลอฉีกมันขาดวิ่น และประสบการณ์ร่วมรักโดยที่ร่างกายเปลือยเปล่าของสองเราไม่ได้สัมผัสเสียดสีกันเลยด้วยซ้ำ...

บ้าฉิบ! มันนรกสิ้นดี!!

ความเป็นจริงที่... เธออยู่ไม่ไกลจากเขาอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาสัมผัสเธอได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผ่านความรู้สึกไปสู่เธอได้อย่างอ่อนหวาน

แม้ว่าภาพในวันนี้ เธอจะดูแปลกไป... เพราะความเป็นสาวเต็มตัว งดงามอ่อนหวาน และน่าลิ้มชิม จนเขาเองยังจำไม่ได้ สาวน้อยนักศึกษาในคราบบันนี่น้อยในค่ำคืนนั้น ตอนนี้เธอดูสวยสะพรั่ง และหวานเหลือเกิน...

ภาพอดีตแห่งค่ำคืนร้อนฉ่าเมื่อสามปีที่แล้ว ปรากฏขึ้นในความคิด มันทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นโครมครามอย่างไม่อยากเชื่อ เธอคือบันนี่น้อยที่มาวิ่งวุ่นอยู่ในใจมาตลอดสามปีเต็ม

แล้วไอ้บัญญัติ 5 ประการที่เขาต้องการจ้างมาเป็น เมียเฉพาะกิจ บ้าบอนั่น ใครจะเชื่อว่าไอ้คุณสมบัติเหล่านี้ ที่ติดตรึงใจเขามาตลอดสามปีนั่น เขาจดจำมาจากแม่สาวบันนี่น้อยคนนี้นี่เอง

หนึ่ง : กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่แสนรันจวน...กระตุ้นเร้า

สอง : รอยยิ้มละไม สดใส หัวใจเบิกบานยามได้เห็น

สาม : ส่วนสูงต้องพอดีที่ระดับสายตาเขา จะตัวเล็กแบบบางน่าเอ็นดู

สี่ : ไซค์ที่ซ่อนอยู่ใต้คอเสื้อ... ต้องล้นมือแต่พอดีคำ!

ห้า : สาวงามจากประเทศโลกที่สาม ถ้าเป็นหญิงไทยเสียงหวาน(โดยเฉพาะตอนคราง...) จะได้รับพิจารณาพิเศษ

แน่นอนที่สุดว่า ผู้หญิงที่มีลูกกวนตัวผัวกวนใจ หมดสิทธิ์ตั้งแต่คิดจะสมัครแล้ว !

บ้าฉิบ !

นี่มันเรื่องบ้าอะไร !

คุณคือ... แม่สาวบันนี่น้อยตัวแสบ เมื่อสามปีก่อนหัวใจเขาเต้นแรง มันเกิดจากความดีใจและรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ชายที่โชคดี กี่ปีมาแล้วล่ะ ที่เขาถูกกักขังเอาไว้ด้วยกลิ่นหอมๆของเธอ เขาไม่เชิงว่าออกตามหาเธอจนแทบพลิกแผ่นดิน แต่เขาไม่เคยลืมที่จะอ้อนวอนต่อพระเจ้า ถ้าเธอคือเดสธินี่ของเขา เธอต้องโคจรมาพบกับเขาอีกในสักวัน

“ทำไมผม... จำคุณไม่ได้นะ!” ดานิเอลครางอย่างนึกหงุดหงิดตัวเอง สิ่งที่บอกเขาตอนนี้คือ เขาจำเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็หลงใหลและจุดไฟปรารถนาได้ทุกครั้ง...

กลิ่นหอมหวานของเรือนกายสาวพรหมจรรย์ กลิ่นหอมนั้นตรึงตาตรึงใจ...

คืนนั้น... อัญญ์มาลีถูกจับแปลงโฉม แต่งแฟนซีด้วยชุดกระต่ายบันนี่ ใส่ที่คาดผมมูกระต่ายสีดำยาวรี แล้วยังคาดหน้ากากซีทรูที่จมูกและดวงตา แล้วก็ใส่คอนแทคเลนส์

มันไม่แปลกที่เขาจำเธอไม่ได้...

“แต่ผม... ไม่เคยลืมกลิ่นหอมประจำกายของคุณเลย... บันนี่น้อย” เขาพึมพำ

แม่ตัวร้าย...



[1] เอ้าท์ติ้ง(Outing) คือ กิจกรรมบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อความเพลิดเพลินหรือทัศนศึกษา การเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น ในหรือต่างประเทศ สุดแล้วแต่งบประมาณของบริษัทนั้นๆ งบประมาณสามารถนำมาใช้ประโยชน์สิทธิทางภาษีได้ด้วย หลายบริษัทจึงมีกิจกรรมนี้ประจำทุกปี (Company Outing) นอกจากเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดี ความรัก สามัคคีของพนักงานในบริษัทแล้ว ยังสามารถนำค่าใช้จ่ายไปใช้ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้

[2] นายแพทย์ชาวออสเตรเลีย เชื้อสายยิว เจ้าของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ Psychonalytic Theories แบ่งจิตของมนุษย์เป็น 3 ระดับ คือ จิตสำนึก, จิตก่อนสำนึก และ จิตไร้สำนึก ซึ่งทฤษฎีของฟรอยด์มีอิทธิพลทางการรักษาคนไข้โรคจิตเป็นอย่างมาก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha