บ่วงรักเฉพาะกิจ โดย ภัคร์ภัสสร [จบแล้ว]

โดย: chineserose



ตอนที่ 15 : Love is in the air


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Love is in The air

ปารีส,

ฝรั่งเศส เทศกาลบอลลูน[1]นานาชาติ

วันที่ท้องฟ้าโปร่ง ลมโชยแผ่วเบาแบบสบายๆ กลีบดอกไม้นานาพันธุ์ปลิวสะบัดพลิ้วไหว ท่ามกลางทะเลของผู้คนมากมายที่เดินทางมาจากทุกสารทิศ ต่างสวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส งดงามไม่แพ้บรรดาบอลลูนยักษ์ที่กำลังล่องลอยประดับบนท้องฟ้าใจกลางกรุงปารีส ณ เวลานี้

งานเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่นี่ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสกับประสบการณ์สวยๆ ที่เมืองนี้ประจำเป็นประจำทุกปี การบินบอลลูนนั้นมีต้นตำรับอยู่ที่ยุโรป โดยเฉพาะที่ปารีสและมันถือเป็นกีฬาที่ท้าทายและเป็นศิลปะของการเล่นกับทิศทางลม เพราะบินบอลลูนใช่ว่าใครจะทำง่ายๆ ได้ การที่บอลลูนจะบินไปในทิศทางไหนนั้น นักบินไม่ได้เป็นคนกำหนด หากแต่สายลมต่างหาก ที่จะนำพามันไป การเรียนบินบอลลูนนั้นก็ใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ระดับเศรษฐีเรียนกันเลยทีเดียว ดานิเอลผู้มีความสนใจกีฬาท้าทายและแปลกใหม่ เขาไม่เคยพลาดสำหรับกีฬาชนิดนี้ ที่ในอดีต บอลลูนจะมีแค่ทรงเดียวกลมๆเหมือนลูกโป่ง แต่ระยะหลังๆ มานี้ มีการพัฒนามากมาย บอลลูนเป็นรูปทรงต่างๆ สี่เหลี่ยมก็ได้ เป็นรูปมัสคอท ตุ๊กตา นางฟ้า สิงสาราสัตว์หรือแม้แต่ดอกไม้ หรือตัวอักษรสื่อรักก็มีเหมือนกัน

อัญญ์มาลีเคยไปเที่ยวงานบอลลูนนานาชาติที่พัทยามาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นทางพัทยาโปรโมทการท่องเที่ยวหลังจากจัดระเบียบชายหาด ให้สะอาดงดงาม สมกับที่ได้รับฉายาว่า ไมอามีเมืองไทยเธอไปช่วยเพื่อนทำการประชาสัมพันธ์งาน นั่นเป็นประสบการณ์โดยสารเป็นลูกเรือบอลลูนครั้งแรกของเธอ ชอบเวลามันขึ้นไปสูงๆ สามารถมองลงมาเห็นทิวทัศน์เมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ในมุมมองที่สวยงามประทับใจ

แต่สำหรับครั้งนี้ ให้ความตื่นเต้นที่ต่างออกไป หากขึ้นไปบนฟ้า มองลงมา เธอก็จะมองเห็นปารีส ในอีกรูปแบบหนึ่ง น่าตื่นเต้นจริงๆ วิเศษมากเลย... เขาจะมาทำไมไม่บอกนะ จะได้เตรียมกล้องมาถ่ายรูป... และเราจะได้ใส่ชุดสวยๆ กว่านี้หญิงสาวคิด ดวงตาเป็นประกาย เธอไม่ทันสังเกตว่า อากัปกิริยาตื่นเต้นเป็นเด็กๆ ของเธอ อยู่ในสายตาเขาอย่างไม่วางสายตาละจากเธอไปไหนเลย

เขาชอบ... ชอบที่เธอตื่นเต้น ชอบที่เธอมีความสุขเพราะเขา เขาอยากพิสูจน์เหลือเกินว่า มีหลากหลายเรื่องราวที่เขาจะทำให้เธอมีความสุขได้ มากจริงๆ สุขอย่างสุดยอด

“ชอบหรือเปล่า?” ชายหนุ่มถาม เมื่อเห็นหญิงสาวมีประกายตื่นเต้นอยู่ในแววตากลมโตคู่นั้น ตื่นเต้นเป็นเด็กๆ เขาคิดขณะยิ้มอย่างนึกเอ็นดูหญิงสาว

“อื้ม” หญิงสาวส่งเสียงในลำคอ ไม่ยอมบอกตรงๆ ช่างรักษาฟอร์มเสียเหลือเกินแม่คุณ

“...” เขามองสบตาเธอผ่านกรอบแว่นกันแดดสีดำสนิท ซึ่งเธอรู้ดีว่า เขากำลังมองเธอ แต่ที่คาดเดาไม่ได้คือ สายตาเขา จะมองเธออย่างกระหายหิว หรือมองอย่างเอ็นดูรักใคร่กันนะ ก็ผู้ชายคนนี้ อันตรายร้ายเล่ห์ออกจะตายไป

ลึกลับเสมอเวลาเขาอยู่ใต้กรอบแว่นสีดำสนิทนั่น แล้วทำไมเขาต้องทำตัวมีลับลมคมในอย่างนี้ตลอดเลย ตอนเมื่อวานก็ไม่บอกสักคำว่าจะพามาเที่ยวงานเทศกาลบอลลูน

ระหว่างเดินทางมาก็อมพะนำไม่พูดไม่จา มาเฉลยก็ตอนนี้ เมื่อเข้ามาอยู่ในบริเวณงานเสียแล้ว คิดแล้วน่าโมโหนัก เขานี่ช่างเป็นผู้ชายที่ชอบทำอะไรเซอร์ไพรส์จริงเชียว หญิงสาวคิดอย่างงอนๆ  

“ถามว่าชอบไหม ยังไม่ตอบผมเลย” เขาทวง

“ชอบค่ะ” หญิงสาวตอบ พร้อมกับมองรอบๆ ตัว สำรวจและเก็บเกี่ยวภาพบอลลูนหลากสีสันที่สวยงามเหลือเกินบนท้องฟ้า และในมุมไกล

คนอะไร ชอบเซอร์ไพร์สตลอดเลย

“นี่... รู้ได้ยังไงว่าที่ผมถามน่ะ หมายถึงอะไร” เขาหยุด “ผมอาจจะหมายความว่า คุณชอบผมไหม? อะไรประมาณอย่างนี้” เขาจบประโยค สายตาสบประสาน มันแพรวพราวเจ้าเล่ห์ จนหญิงสาวสั่นสะท้านและต้องหลบสายตาเขา  เพราะมันทำให้เธอร้อนในอกแล้วยังกลัวเหลือเกินว่ามันจะไม่ปลอดภัย

“คุณไม่คิดแบบนั้นจริงๆหรอกใช่ไหมคะ?” หญิงสาวถามเสียงเจือไปด้วยความไม่แน่ใจ เขาชอบทำอะไรที่เธอคาดไม่ถึงเสมอ

“แล้วอยากให้ผมคิดแบบนั้นไหม... ผมจะได้ถามอีกครั้งว่า ชอบไหม... ชอบผมบ้างไหม?” แบบนี้เขาเรียกว่าไล่ต้อนใช่ไหมนะ คนอะไรร้ายกาจนัก!

“เอ่อ....” หญิงสาวอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบโต้ผู้ชายตรงหน้าอย่างไรดี ก็ดานิเอลเขาเป็นทั้งจอมเผด็จการ อันตรายและเจ้าเล่ห์อย่างไม่มีใครเทียบได้ เขามองจ้องเธออย่างขบขันระคนเอ็นดู จากนั้นคนที่เดินเข้ามาต้อนรับ เพราะเขามาในฐานะคนสำคัญของงานเสียด้วย

ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทางงานจัดบอลลูนไว้ให้เขาขึ้นไปทดสอบด้วย เขาเองก็ตื่นเต้นอยากขึ้นไปอยู่ข้างบนดูบ้าง “ดูบอลลูนจากพื้นดินด้านล่างจะไปสนุกอะไร” เขาเปรย ก่อนเบียดร่างกายชิดใกล้เธอ

“เดี๋ยวเราขึ้นข้างบนกัน” เขาโน้มหน้าลงมาพูดชวน ลมหายใจเขาส่งไอกรุ่นร้อนวูบวาบ มันเป็นสิ่งกระตุ้นเร้าที่มีอิทธิพลทำเธอแก้มแดงก่ำ และหัวใจเต้นรัว

มือแกร่งเอื้อมมาโอบไหล่หญิงสาวอย่างคนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เขาทำแบบนี้อัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามีผู้ชายคนอื่นๆ เดินเข้ามาใกล้ รัศมีที่เขาไม่ไว้ใจพวกผู้ชายพวกนั้น มันต้องประกาศให้รู้โดยทั่วกันหน่อยว่า ผู้หญิงของใครเป็นของใคร ของแบบนี้ไว้ใจได้ที่ไหน ก็ เมียเฉพาะกิจของเขาคนนี้ออกจะสวย เซ็กซี่ขนาดนั้น

                “เราจะขึ้นบนนี้กันแค่สองคนหรือคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามขณะก้าวขึ้นไปบนตะกร้าบอลลูนยักษ์ เธอกำลังสงสัยว่าบอลลูนยักษ์มันล่องลอยด้วยเทคนิคอะไร แล้วถ้าเธอและเขาอยู่บนนั้นด้วยกันลำพัง ถ้ามันล่องลอยไปตามลมเรื่อยๆ จุดสิ้นสุดมันจะอยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก

มันน่ากลัวอยู่นะสาวน้อยคิดอย่างเป็นกังวล

                “จะให้ใครอื่นขึ้นมากวนเราทำไม” เขาหยุดสบประสานสายตากลมโตมีประกายวาววามนั้นที่เขาชอบและหลงใหล

“แล้วถ้าเราลอยไปไกลละคะ” ช่างสงสัยเสียจริง

“ไม่ต้องห่วงหรอก”ชายหนุ่มรับประกัน มุมปากสวยข้างหนึ่งของเขาโค้งเป็นรอยยิ้มอย่างร้ายเสน่ห์ ปากของเขาเป็นสีชมพูสด มันเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรกันนะ ทั้งที่เขาโปรดปรานการสูบซิการ์ไม่ใช่เหรอ

“คะ... คุณไม่สูบซิการ์ก่อนขึ้นบินหรือคะ?” หญิงสาวถาม เพราะเมื่อขึ้นไปแล้วกว่าจะได้ลงมาต้องนานแน่ๆ อีกอย่างเธอมองเห็นเจ้าแก๊ซโพเพนที่พ่นแสงฟู่ๆ แล้ว มันจะอันตรายไหมล่ะ ถ้าเขาจุดซิการ์สูบ คิดแล้วจินตนาการอันทำลายล้างก็ปรากฏขึ้นในมโนสำนึก เขายิ้มและมองเธออย่างเอ็นดู

“ผมเลิกแล้ว...” เขาเฉลย แววตาที่มองเธอมันหลากอารมณ์พิกล

“คุณเลิกได้ยังไง ฉันเคยเห็นพี่ชาย กว่าจะเลิกได้ ต้องทำใจแทบตาย” หญิงสาวถามเพราะนึกสงสัย อีกใจหนึ่งก็แสนทึ่ง เธอคิดว่าการเลิกบุหรี่หรือซิการ์ อะไรก็แล้วแต่ที่มันทำลายสุขภาพ มันล้วนเป็นเรื่องน่ายินดีทั้งนั้นล่ะ อย่างน้อยๆก็เพื่อตัวคนที่ตัดใจเลิกเอง อีกอย่างเขาจะได้มีชีวิตยืนยาวเพื่ออยู่กับคนที่เขารัก... และรักเขา

“เลิกซิการ์... เผื่อจะได้จูบสาวที่แพ้กลิ่นมัน...” เขาหยุดมองสาวน้อยอย่างลามเลีย “เผื่อว่าจะได้จูบนานๆ” สิ้นเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ จู่ๆหญิงสาวก็รู้สึกแก้มร้อนวูบวาบอย่างประหลาด บอลลูนยักษ์เริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ ดานิเอลทำอะไรบางอย่างใต้แท่นติดตั้งก๊าซนั่น เขาดูชำนาญจนอัญญ์มาลีประหลาดใจ

จูบ? จูบ... เขาไม่ได้บอกว่าจะจูบเราสักหน่อย

“จะเป็นสาวน้อยคนนั้นไหมล่ะ?” เขาพึมพำ ทั้งที่ใส่ใจกับการบินบอลลูนด้วยตัวเอง หญิงสาวหันมามองขวับราวกับว่าไม่แน่ใจนักกับสิ่งที่ได้ยิน

คนบ้า ใครจะจูบด้วย ถามอะไรให้เสียบรรยากาศ กำลังชมวิว

“บ้า... ต่อให้เลิกมาสิบปี ก็ไม่ยอมจูบด้วยหรอก” หญิงสาวว่าพร้อมย่นจมูกใส่เขา

“ให้จริง!” เขาสวนกลับอย่างท้าทาย ก่อนทำการบินบอลลูนต่อไป เขาดูเป็นมืออาชีพ ผู้ชายที่เป็นเจ้าของความหล่อสมบูรณ์แบบแล้วยังเก่งรอบด้าน เขาน่าทึ่งมาก บอลลูนบินขึ้นช้าๆ ช่วงที่มันไต่ระดับ เขาจำเป็นต้องจับทิศทางลมและสังเกตโดยรอบ

เมื่อมันบินขึ้นสูงในระดับที่พอใจแล้ว เขาก็ขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเปี่ยมแววตื่นเต้นกำลังดื่มด่ำกับทัศนียภาพของปารีสในเบื้องล่าง ภาพเมืองสวยในมุมมองที่ยากจะมีโอกาสได้เห็นแบบนี้ อากาศข้างบนเริ่มเย็นลง เขารับรู้ได้ การโอบกอดคนตัวเล็กๆ น่าจะเป็นการให้ความอบอุ่นที่ดีที่สุดในตอนนี้...

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง บอลลูนยักษ์เจ้ากรรมดูเหมือนจะลอยออกนอกบริเวณงาน แต่ทั้งสองก็ไม่อาจรู้ตัว เพราะมองลงมาข้างล่างมันก็เป็นเห็นคนเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น

“จะมีคนรู้ว่าเราลอยมาไกลขนาดนี้ไหมคะ?” อัญญ์มาลีถามเสียงสั่น “ฉันกลัว...”

“มีสิ เดี๋ยวคนก็ต้องตามหาเราเอง” เขาตอบอย่างคนที่ควบคุมสติได้อย่างมั่นคง ด้วยภาวะผู้นำอย่างหนักแน่น อัญญ์มาลีมองว่านี่ช่างเป็นคุณสมบัติอันเป็นที่พึ่ง และทำเธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น เอิบอาบหัวใจในภาวะที่น่าหวั่นกลัว

ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์น่ากลัวแค่ไหน... มันไม่ทำฉันหวั่นไหวได้เลย ถ้าข้างฉันมีคุณอยู่ตรงนี้เธอคิด แต่กระนั้นก็มิวายสันนิษฐานออกไปอย่างอึกอัก

“แล้วถ้า...” เสียงหวานลากยานคาง แผ่วเบา หวาดหวั่นเล็กน้อย ตอนนี้อัญญ์มาลีเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

“อย่ากลัวไปเลย ผมอยู่ตรงนี้” เขาปลอบ พร้อมคว้าคนตัวเล็กมาหอมหนักที่ขมับสวย

“ก็ฉันกลัวนี่คะ ถ้าแก๊สโพรเพนมันหมด” เธอจ้องเขาด้วยดวงตาไหวระริกด้วยความกลัว “บอลลูนตกลงไป... เราจะทำยังไง” ใครเขาให้พูดเรื่องทำนองนี้เป็นลางแก...อัญญ์เอ้ยอัญญ์! อยากเขกหัวตัวเองนักเชียว เธอเริ่มสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดฟุ้งซ่านและพูดไปตามจินตนาการอันน่ากลัว “เราไม่แข้งขาหักแล้วเผลอๆเราอาจจะไม่รอด” ร่างแบบบางสั่นเทา อุณหภูมิบนบอลลูนนั้น เรียกได้ว่าต่ำกว่าบนพื้นดินมากทีเดียว อากาศหนาวขึ้น ลมแรง และมองไปทางไหนก็มีแต่เวิ้งฟ้ากว้างใหญ่ มีบอลลูนลูกอื่นๆ เป็นจุดเล็กๆ และทุกครั้งที่มองลงไปยังพื้นดิน หัวใจก็วูบไหวไปด้วยความหวาดเสียวทุกทีที่มอง มันน่ากลัวมาก ถ้าหล่นลงไป ชีวิตน้อยๆ คงรอดยาก

“ถ้าเราจะไม่รอดจริงๆ แบบที่คุณว่า.... ” เขาหยุดจ้องมองเธอ เขาเพิ่งรู้นาทีนี้เองว่า ดวงตากลมโตของเธอมีอิทธิพลต่อหัวใจเขามากสักปานใด

“คุณอย่าพูดแบบนี้สิคะ” เธอพ้อ ดวงตามีแววความกลัวไม่จางหาย

“ถ้าเราจะไม่รอดจริงๆ ผมอยากขออะไรสักอย่างได้ไหม?” เขาตรึงดวงตาคมดุ ที่ขณะนี้มันทอประกายความอ่อนโยนเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า อย่างที่ไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เขากำลังเว้าวอนเธองั้นเหรอ...

“ขอ?...” หญิงสาวทวน เป็นเชิงถาม

“ใช่”  เขาตอบยืนยัน น้ำเสียงหนักแน่น เข้มแข็ง

“คุณจะขออะไรคะ?” สาวน้อยแหงนหน้าถามด้วยดวงตาใสซื่อ

“ขอผม... ได้จูบคุณอีกสักครั้ง” เขาหยุด สายตาคมสบประสานยิ่งมอง... ก็ยิ่งอยากจูบ จูบไปทั้งเนื้อทั้งตัว สายตาอันโลมเลียอย่างร้ายกาจจากเขาส่งให้หัวใจสาวน้อยสั่นสะท้านหวั่นไหว

“คะ... คุณดะ... ดานิเอล” เสียงหวานครางชื่อเขา หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ และรู้สึกเหมือนเขาเป็นผู้ชายที่อันตรายเสียเหลือเกิน

“บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่า ให้เรียกว่าแดเนียล หืม... ไม่จำอีกตามเคยนะ เรียกคุณดานิเอลมันทำให้เราดูห่างเหิน” เขาพ้อทำเหมือนว่ากำลังน้อยอกน้อยใจ “ป่านนี้แล้ว” เขาพ้อเหมือนกับคนขี้ใจน้อยเสียอย่างนั้น เจตนาอ้อนหญิงสาวด้วยมุกตื้นๆ อีกแล้วนะ  

“ค่ะ”

“ว่าไง...”

“ว่าอะไรคะ?”

“จูบ... จูบหนึ่ง” เขาทวน ดวงตาคมตรึงบนใบหน้าสวย แววตาเขาช่างมีพลัง ราวเธอต้องมนต์เขา

“มะ... ไม่ดีกว่าค่ะ” หญิงสาวบ่ายเบี่ยง แต่เขากลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแนบแน่น

“ดีกว่าอะไร?” เขาถาม “ผมเลิกซิการ์แล้ว... ขาดแต่สาวน้อยคนนั้น” เขาพึมพำ

“ก็ไม่จูบดีกว่าจูบน่ะสิคะ” เธอเชิดคางตอบ

“รู้ได้ยังไง?”

“รู้ก็แล้วกันนี่นา”

“แมรี่...” เขาลากเสียงเหมือนกำลังตะล่อมและออดอ้อนเธออย่างร้ายกาจ

เธอไม่เอ่ยคำใดเลยนอกเสียจากว่ากำลังนิ่งงันราวตกอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์สะกดของเขา สายตาคมสะกดเธอ แล้วจากนั้น ปลายนิ้วเรียวแกร่งของเขาก็ไล้อย่างแผ่วละมุนบนริมฝีปากบางอิ่มของเธออย่างถนอมระวัง

“จำได้ไหม... เราจูบกันครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่

“เอ่อ...” ใครจะไปจำได้เล่า ก็คุณน่ะ... เอะอะจูบเอาๆนี่คะเธอว่าในใจ

“ถ้าจำไม่ได้... ผมจะให้ครั้งนี้ เป็นจูบครั้งล่าสุด” พูดจบนาทีนั้นเอง ริมฝีปากหยักสวยของเขาก็จรดลงบนริมฝีปากบางของเธออย่างอ้อยอิ่ง หวานล้ำ จูบของเขาทำเธอเคยตัว เพราะมันยิ่งเพิ่มอาการเสพติดให้เธอเจียนตาย ถ้าวันใดต้องขาดมัน

“อื้ออออ...” หญิงสาวดิ้นจนรอดพ้นจูบเร่าร้อน แล้วโวยวายลั่น “ฉันบอกว่าไม่จูบยังไงเล่า” แต่ผู้กระทำจอมเผด็จการไม่ฟังเสียงเลย เขาไม่สนใจพลังต่อต้านสุดพยศของเธอด้วยซ้ำ กลับมุ่งหน้าจูบเธออย่างผู้ชายหน้ามึน

ชายหนุ่มค่อยๆ บดเบียดแรงจุมพิต อย่างใจเย็น เนิบนาบ และอ้อยอิ่ง คล้ายๆ ว่ากำลังละเลียดชิมไอศกรีมรสวานิลาผสมช็อกโกแล็ตชิพ อันหอมหวาน ค่อยๆ ชิมเลียมลิ้ม เพราะกลัวเหลือเกินว่ามันจะหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว...

“อือ...” แล้วสาวน้อยก็ผละออกจากจุมพิตที่เป็นดั่งสิ่งเสพติดออกมาได้

“ไม่ชอบหรือ?” เขากระซิบถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่ หญิงสาวสัมผัสได้และรู้สึกวาบหวิวทุกครั้งที่เขาใช้เสียงโทนนี้กับเธอ

หัวใจหญิงสาวเต้นระส่ำโครมคราม ความเป็นแบดบอยเจ้าเสน่ห์ของดานิเอล อันที่จริงเขาก็ทำเธอเข่าอ่อนได้แล้วโดยไม่ต้องทำอะไร แต่นี่จูบที่เร่าร้อนดูดดื่มของเขา แม้เพียงวินาทีแรกที่สัมผัส มันก็มากพอที่จะทำเธออารมณ์กระเจิงได้ หัวใจเธอเต้นรัว ราวกับว่ามันจะกระโดดออกมานอกอกแล้วโบยบินหายเข้าไปในกลีบเมฆที่อยู่ระดับเดียวกับบอลลูนหลายหลายสีสันบนนี้

“ฉันยังไม่ตอบตกลงเลย” คุณก็ส่งจูบร้ายกาจมาจู่โจมฉันเสียแล้วหญิงสาวเถียงประท้วงในใจ สายตาเธอมองเขาอย่างตำหนิ งอแง และเอาแต่ใจ

“แล้วจูบผม.. มันน่าปฏิเสธตรงไหน?” เขากวนโมโหเธอ ก่อนจะทาบทับลงบนกลีบปากสวยชุ่มฉ่ำอีกครั้งอย่างลำพองใจ...

“มันก็... ก็ตรงที่...” ยัง ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มก็จรดริมฝีปากหยักสวยได้รูปของตนลงมาที่เรียวปากเธออย่างฉับไว ดุดัน และกระตุ้นเร้า

มือเรียวแกร่ง สอดเข้าท้ายทอย ประคองเธอให้อยู่ในมุมที่สามารถรับจุมพิตจากเขาได้อย่างถนัด ลึกซึ้งและชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

เสียงครางทุ้มต่ำ ทว่าฟังดูเซ็กซี่ของเขาส่งเสียงออกมาอย่างพึงพอใจ จูบของเขาช่างเย้ายวน แสนหวาน ราวกับยาเสพติดสอดไส้ในช็อกโกแล็ตนมสีขาวแสนอร่อย ที่ยิ่งได้ลิ้มลอง ก็ยิ่งติดใจ และเสพติดในเวลาต่อมา...

เขากำลังร่ายมนต์สะกด ด้วยพลังเสน่ห์ของจุมพิตที่มันเริงร้อนขึ้น ทวีความเย้ายวนชวนให้เสพติดยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าอุณหภูมิบนบอลลูนที่อยู่สูงระดับนี้ มันจะหนาวกว่าบนพื้นดินยิ่งนัก แต่สิ่งนั้น ไม่มีผลต่อจุมพิตแสนเร่าร้อนของเขาได้ และนั่นช่างเป็นการแหกกฏ ทำลายทฤษฎีพวกนั้นอย่างสิ้นเชิง

เพราะจูบเร่าร้อนของเขาแผดเผาเธอ จนหัวใจแทบเกรียมไหม้ หญิงสาวตกอยู่ใต้พลังดึงดูดของจุมพิตรสหวาน สมองมึนเมาจนมึนงง หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ หน้าแดงก่ำจนเขากลั้นความพึงพอใจเอาไว้ไม่ได้ มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอย ส่วนอีกข้าวลูบไล้แผ่นหลังเนียนนวลใต้ผ้าเนื้อดี เธอร่นถอยทุกครั้งที่จังหวะเขารุกล้ำ

“เด็กน้อย... จะถอยไปไหน เดี๋ยวตกกระเช้าหรอก” เขาขู่อย่างอารมณ์ขัน ดวงตาพราวพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นให้ร่างบางแนบสนิทกับตนเองจนแทบจะกลายเป็นร่างเดียวกัน จนร่างแกร่งสัมผัสได้ถึงความนุ่มอุ่นบนเรือนร่างหญิงสาว

ปรารถนา...

“ก็คุณจูบหนักๆ ฉัน...” หญิงสาวเสียงสั่นเพราะความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรง

“ฉันทำไม...” เขาทวนสิ่งที่เธอพูด และเว้นช่วงตรงที่เขารอฟังจากเธอ

“รับไม่ทัน” หญิงสาวตอบ

“โถ...” เขามองเธอดวงตาเป็นประกาย ก่อนพูดต่อ “งั้นผม... จะจูบช้าๆ “ เขาบอกแต่เธอบ่ายตัวหลบฉับไว จนเซไปขอบกระเช้า

“กรี๊ดดด”

หญิงสาวแผดเสียงร้องลั่น เมื่อมองลงไปเห็นภาพวิวด้านล่าง ที่สูงนับร้อยๆกิโลเมตร มันสวยก็จริง แต่ถ้าจินตนาการร้ายๆ ว่าถ้าพลัดตกลงไป มันก็ไม่สนุกเลย

“บอกกี่ครั้งไม่ฟัง มานี่ ผมกอดไว้ คุณจะไม่หล่น” เขาดุและลงท้ายด้วยคำบงการ

“มีทางให้ฉันเลือกบ้างไหม ถ้าไม่ตกลงไป ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดร้ายกาจของคุณ” น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยแววกระเง้ากระงอด

“คุณเลือกได้แมรี่... แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เขาบอก ก่อนแหงนขึ้นมองก๊าซโพเพนที่กำลังทำงานได้ดี ตอนนี้ทิศทางลมกำหนดทิศทางบอลลูน และดูเหมือนเขาจะกำลังพอใจ รุกต่อ!

“มานี่สิ เร็ว” เขารบเร้าขณะคว้าร่างบางเข้ามากอด หญิงสาวแหงนหน้ามอง สบประสานสายตาคมที่จดจ้องเธออย่างโลมเลียเสน่ห์อย่างที่สุด

“ผมไม่เคยจูบใครแล้วรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อนเลยนะนางฟ้า” นาทีนั้นเอง รังสีความร้อนฉาบวูบที่แก้มสวยทั้งสองข้าง มันแดงก่ำจนเขาต้องคลี่ยิ้มอย่างนึกเอ็นดู “ตอนนี้เราอยู่ท่ามกลางปุยเมฆ และใกล้สวรรค์แบบนี้ ผมให้คุณเป็นนางฟ้า” เขาหยุดจดจ้อง “นางฟ้าในใจผม” เขาทิ้งท้าย หญิงสาวใจเต้นแรง เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดพรายจนฝ่ามือชุ่มเปียกไปด้วยความประหม่าตื่นเต้น แล้วเขาก็ประคองแก้มทั้งสองข้างของนางฟ้าอย่างถนอมระวัง ดวงตาคมปราบตรึงบนใบหน้าหญิงสาวอย่างลึกซึ้ง

“คุณ... กำลังแก้มแดง” เขาหยุด “เพราะผม...” เขายิ้มพราย ก่อนจูบปลายจมูกจิ้มลิ้มของหญิงสาวอย่างแสนรัก “และผมชอบ... ที่มันเป็นแบบนี้เพราะผม” นิ้วเรียวแกร่งของเขาไล้แก้มนุ่มอย่างหวงแหนและเป็นเจ้าของ

“คนเจ้าเล่ห์” เธอพ้อ “ทำไมคุณร้ายกาจอย่างนี้คะ” เธอตำหนิเขา ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว มือแกร่งประคองเธอเข้ามาใกล้ ก่อนบดริมฝีปากลงยังตำแหน่งเดิมอีกครั้งอย่างหลงใหล จุมพิตทวีความเริงร้อน จนดำเนินไปสู่ความร้อนฉ่า เปลวพิศวาสกำลังแผดเผา จูบของเขาหวานล้ำ ลึกซึ้ง และราวกับมีมนต์สะกด ความหล่อเหลาอย่างอันตรายและร้อนแรงของเขากำลังพร่าผลาญทุกพลังต่อต้านที่เธอมี ความร้อนจากเพลิงปรารถนาเอาชนะอุณหภูมิของอากาศที่ค่อนข้างเย็นเยียบบนนี้

ใช่... มันกำลังสะกดและทำให้เสพติดในคราวเดียวกัน...

โอ... ไม่  

เขาเป็นผู้ชายที่ทำเธอหัวใจเต้นโครมคราม... จูบของเขาก็ทำให้เธอยืนแทบไม่อยู่ เธอมองเห็นเพียงสีฟ้าครามของท้องฟ้าสดใสที่กำลังจะคล้อยเข้าสู่ช่วงเย็น พระอาทิตย์เริ่มอ่อนแสง ส่งให้ก่อนเมฆดูเป็นรูปต่างออกไปตามจินตนาการของคนมอง... แล้วเธอก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเป็นก้อนเมฆ... ล่องลอย... และอิสระ

“อือ...”

“ชอบไหมแมรี่...” เขาถามด้วยเสียงครางฟังดูทุ้มต่ำในลำคอ

“ดะ... แดเนียล... พะ... พอ” หญิงสาวสูดลมหายใจ “พอเถอะค่ะ” เธอบอกเขาเสียงสั่นพร่า

“ไม่หรอก คุณไม่เคยทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่า พอ เลย... รู้ตัวไหม” เขาบอก “แค่ผมแตะต้องคุณ... สัมผัสคุณ... หรือแม้เพียงได้กลิ่นหอมประจำกายอันหอมหวานของคุณ... ผมก็เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอย่างท่วมท้น” เขาบอกด้วยเสียงกระซิบ ฟังดูเซ็กซี่ชวนเคลิ้มหลง

เขากำลังใช้เสน่ห์จู่โจมเธอ... น่ากลัวเหลือเกิน

“ฉะ... ฉัน” หญิงสาวอึกอัก หัวใจเต้นโครมคราม

“ผมไม่เคยรู้สึกโหยหาอะไรเท่านี้มาก่อน คุณเป็นเหมือนสารเสพติดบางอย่าง”

“ฉะ... ฉัน หาย ใจไม่ออก...”

“ผม ช่วยผายปอด...” เขาช่างจอมตื้อ ผู้ชายอะไรมั่นคงในการรุนไล่จริงๆ

“แดเนียล... คุณกำลังกล่าวโทษฉันนะ” มือน้อยๆทุบลงไปที่อกแกร่งอย่างแสนงอน

“เราดีกันนะ” เขาตื้อ ผู้ชายที่ทรงอิทธิพลกับธุรกิจคมนาคมในยุโรปอย่างเขา จำเป็นต้องอ่อนข้อง้องอนผู้หญิงคนไหนด้วยงั้นเหรอ

ก่อนนี้ ไม่มีเลย เขาไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้ เมื่ออยากได้ผู้หญิงสักคนขึ้นเตียง เขาไม่ต้องใช้เงินซื้อหา ไม่ต้องใช้อุบายหรือกำลังรังแกแต่อย่างใด เมื่อเขาปรารถนา แม้เพียงปรายสายตามองผู้หญิงเหล่านั้น ก็พร้อมใช้เวลากับเขาบนเตียงอย่างเสน่หาสมยอม

เรื่องทุกอย่างมันง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แต่แล้วจักรวาลของเขากลับแปลกไปทันที ที่อัญญ์มาลีก้าวเข้ามาในชีวิตเขา

ใช่... วันนั้นเอง โลกของผู้ชายมากอิทธิพล จองโอหัง ช่างถือดีและเย่อหยิ่ง กลับเปลี่ยนไป เพราะผู้หญิงเจ้าของดวงตากลมโต ใสซื่อตรงหน้า ใช่ว่าจะยอมขึ้นเตียงกับเขาง่ายๆ

แต่เขาก็ยอมลงให้เธอมาโดยตลอด... ทั้งที่เขาไม่เคยยอมใคร เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า เหตุจึงยอมเธอมากมายขนาดนี้...

แบบนี้... เรียกว่าอะไรกันแน่

ผู้ชายอย่างเขา รู้จักคำว่า รักก็เพราะผู้หญิงคนนี้อย่างนั้นหรือ...

“...” ไม่มีคำหวานใด เอ่ยออกจากปากสวยจิ้มลิ้มน่ารักนั่นสักคำเดียว นอกจากหัวใจที่เต้นรัว และยากจะห้าม

ทำไม... เราถึงห้ามใจไม่ให้เต้นแรงแบบนี้ได้นะ กลุ้มใจจริงหญิงสาวบ่นกับตัวเองอย่างระอา

“ว่ายังไง...” ชายหนุ่มเค้น

“...”

“เอาล่ะ งั้นผมจะจูบต่อ คุณจะได้หายงอนผมสักที” น้ำเสียงแหบพร่าระคนเซ็กซี่เปลี่ยนเป็นขู่ หลังจากไม่ได้คำตอบจากริมฝีปากจิ้มลิ้มนั่นสักที ดวงตาคมสบประสานจนเธอแก้มแดงก่ำ

“ค่ะ ดีกันก็ได้ แต่ไม่จูบแล้วนะคะ” หญิงสาวหยุดมองจ้องตาคมของเขาหลังสิ้นเสียงข้อแลกเปลี่ยน “เพราะถ้ามีใครมาเห็นเข้า” เธอยังพูดไม่ทันจบดี เสียงทุ้มต่ำก็สวนขึ้นมาเสียแล้ว “ใครจะเห็น” เขาเริ่มหงุดหงิด สัมผัสได้จะน้ำเสียง

“ก็ไม่รู้ล่ะ เผื่อมีคนเห็นไงคะ” เธอเถียงเอาชนะ หัวใจนั้นยังคงเต้นแรงโครมครามในอกต่อไป

“คน!” เขาชี้นิ้วลงไปที่พื้นดินเบื้องล่าง คนตรงนั้นมองเห็นเพียงแค่สีเสื้อเป็นจุดเล็กๆ เหมือนเม็ดลูกกวาด ชายหนุ่มชี้ต่อไป “คน! แล้วก็คนๆๆ พวกเขาอยู่ข้างล่างกันหมดแล้ว” เขาพูดเพื่อยืนยันให้หญิงสาวมั่นใจว่าไม่มีใครหน้าไหนมาเห็นเขาพลอดรักเธอทั้งนั้น

แต่นั่นหญิงสาวก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี อยู่ด้วยกันลำพังบนบอลลูนแบบนี้

ไม่อายคน เธอก็อายท้องฟ้า... อายสายลม... อายนางฟ้าและเทพเจ้าด้วย ต่อให้เป็นเทพเจ้าแห่งความรักอย่างคิวปิด เธอก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี

คุณไม่อาย แต่ฉันอายนะ! คนบ้า!’ เธอบ่นเขาในใจ

“แล้วถ้ามีใครอยู่บนบอลลูนเหมือนพวกเราละคะ?” หญิงสาวถามเพราะเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่เธอเป็นกังวล

“ผมคิดว่ามีเพียงเราเท่านั้น” เขาช่วยยืนยัน ให้เธอมั่นใจขึ้น

“แดเนียล...” เธอครางเรียกชื่อเขา หัวใจก็เต้นโครมคราม

เขาบรรจงจุมพิตอย่างเบาแผ่วอีกครั้ง ก่อนปรับจังหวะเริงร้อนขึ้น และมันก็เร่าร้อนจนสามารถปลุกความโหยหาที่เธอเองก็มีไม่ต่างกันออกมาไดสำเร็จ

“คุณทำผมเสพติด... “ เขาสบตา ดวงตาคมของเขาทอดมองเธออย่างหลงใหล ใบหน้างามแบบธรรมชาติ เครื่องหน้าแสนเรียบง่ายทว่าเก๋ไก๋น่ารักในสายตาเขา เขามองเธอได้อย่างไม่มีเบื่อเลย รู้สึกใจหายเหมือนใจจะขาดทุกครั้งที่เธอห่างไกลเขา แม้เพียงชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่เขาต้องไปทำงาน ดานิเอลยอมรับว่าเขาไม่เคยรู้สึกหลงใหลกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต จนกระทั่งโชคชะตานำพาผู้หญิงไทยเจ้าของดวงตากลมโตคนนี้ ที่เขาจะรักเธอ... และรักทั้งหมดทั้งหัวใจ

“ดะ แดเนียล...” เสียงหวานละล่ำละลักเรียกชื่อ

“ผมหยุดไม่ได้แล้วนางฟ้า...” เขาพร่ำบอก มือแกร่งลูบไล้ร่างกายบอบบาง จากแผ่นหลังเนียนสวย ไล้ลงมายังเนินสะโพกกลมกลึงน่าค้นหา หญิงสาวสะท้านต่อสัมผัสจนเผลอเบียดร่างเข้าหา จนทำให้ร่างกายของทั้งสองชิดแนบสนิท จนไม่เหลือที่ว่างให้แม้แต่อากาศ

“จะทำอะไรคะ?” แววตื่นตระหนกสะท้อนในดวงตากลมโตจนอีกฝ่ายแทบกลั้นความขบขันเอาไว้ไม่ไหว

“ทำให้คุณมีความสุข นางฟ้า” เขาเสียงพร่า ฟังดูเซ็กซี่

“แต่ว่า... บนนี้เหรอคะ?” เธอเสียงสั่น

“ใช่... ผมทนไม่ไหวแล้ว...” พูดจบ เขาใช้มือจับมือหญิงสาวลงมาสัมผัสส่วนที่แข็งแรงราวท่อนเหล็กร้อนผ่าวของเขา เธอแก้มแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ หลับตาปี๋ ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาอยู่บนนี้ ในสถานการณ์แบบนี้

“หลบตาทำไม หืม...” เขาจูบปลายจมูกเธออย่างแสนรัก “ทีนี้... รู้หรือยังว่าผมต้องการคุณมากแค่ไหน... นางฟ้าของผม” จบแล้วก็จูบเธออย่างหวานฉ่ำและไม่รู้พอ

“อือ...”

“ไงครับ นางฟ้า... คุณหวาน หวานจริงๆ” เขาครางชมขณะจูบไปด้วย มือแกร่งรั้งเสื้อเธอขึ้นก่อนส่งมือแกร่งขึ้นสัมผัสโนมเนื้ออิ่มใต้บราเซียจนร่างบางสะท้าน ร้อนระอุไปทั้งกาย เธอถอย จนหลังพิงขอบกระเช้า

“แดเนียล... เราจะหล่นไหมคะ?” น้ำเสียงมีแววหวั่นหวาด

“อย่ากลัว... คุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับผม” เขารับประกัน

“คนจะเห็นเรา”

“ไม่มีทาง... “ เขาไม่สนใจ ก้มลงหาเนินอวบนุ่มนิ่ม

“คุณดูสวยมาก...” เขาเอ่ยชมก่อนก้มลงจูบ ยอดทรวงอกอิ่มสวยสั่นระริกในอุ้งปากเขา ความรุ่นร้อน เปียกชื้นของปากเขาครอบครองเธออย่างสิ้นเชิง เธอทำอะไรไม่ได้มากนอกจากครางหงิงอย่างเคลิบเคลิ้ม

“อือ...”

ร่างบอบบางระทวยลงแทบยืนไม่อยู่

“โอ... หวานใจ ขอผมมากกว่านี้ได้ไหม” เขาครางเสียงฟังดูเซ็กซี่

ก่อนช้อนร่างเธอลงบนเสื้อคลุมที่ถูกเขาโยนลงบนพื้นกระเช้าเพื่อรองรับร่างกายที่เย้ายวนนั้น เขาคุกเข่าตามลงไป ก้มลงใช้ไหล่หนุนต้นขาเธอขึ้น

“โอ...ไม่นะคะ แดเนียล อย่า” เธอพยายามทัดทานเขา มันน่าอายแน่นอนถ้ามีใครรู้เห็นว่าเขาและเธออยู่ในห้วงรักที่เซกซี่ในที่โล่งแจ้งแบบนี้ แล้วมันจะหายนะสักแค่ไหน ถ้ามีปาปาราซซี่เก็บภาพพวกนั้นแล้วนำไปเผยแพร่

โอ... ดะ แดเนียล ได้โปรด

“ผมจะทำให้คุณมีความสุข”

“มะ... ไม่นะคะ” หญิงสาวทัดทาน ส่ายศีรษะพรืด

“ผมกำลังเร่าร้อน... เพราะต้องการคุณ นางฟ้า” เขาเบียดท่อนเหล็กร้อนผ่าวเข้ามา จนมันสัมผัสบริเวณเหนือสะโพกเธอ หญิงสาวอายจนแก้มแดงก่ำ เขาใช้มันเสียดสีเบียดชิด ขณะเดียวกัน กระดุมกางเกงของเธอก็ถูกปลดออก ซิบคลี่เคลื่อน

“ดะ... แดเนียล” เธอทัดทาน

“ผมขอร้อง... ได้โปรด” เขากระซิบ ก่อนสอดนิ้วเรียวแกร่งล่วงล้ำเข้าไปสัมผัสนวลเนื้อนุ่มของอิสตรี ร่างบางผวาเฮือก

“แดเนียล... อือ” ร่างบางบิดหวิวไหว จังหวะเร่าร้อนที่เขากระตุ้นเร้าด้วยนิ้วเรียวแกร่งของเขา

“คุณชุ่มฉ่ำ... และกำลังต้องการผม... โอ... นางฟ้า” เสียงเขาทำเธอคลั่ง ก่อนส่งนิ้วเรียวแกร่งบดปุ่มเนื้ออ่อนไหวของเธออย่างหลงใหล ร่างบางหยัดยืนด้วยปลายเท้าที่มันไม่อาจทนกบความเสียวสะท้าน ขยับนิ้วรัวเร็ว พร้อมจูบหนักหน่วงที่ซอกคอเธอจากด้านหลัง ร่างบางอ่อนระทวย

มืออีกข้างอ้อมมาลูบไล้ บีบเคล้นทรวงอิ่มอย่างเป็นเจ้าของ และละโมบ

“นางฟ้า...” เขาจูบเธอ “ผมจะส่งคุณสู่ไคลแม็กซ์แห่งสวรรค์” เขาครางเสียงพร่าฟังดูเซ็กซี่

หญิงสาวกรีดร้อง เธออยากให้เขาเติมเต็มเธอ ดวงตาคู่หวานปรือปรอย มองออกไปด้านนอกนั้นช่างแสนงาม ท้องฟ้ากำลังย่ำสนธยา บอลลูนยักษ์มากมาย หลากหลายสีกำลังประดับประดา รายรอบ เธอรู้สึกเป็นสุขเหลือเกิน

ความสุขที่เขาปรนเปรอ เขาจับเธอหันหน้ามาเผชิญหน้า หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ก่อนซบแนบอกเขาเพราะอาย เขาจับขาเธอยกขึ้นพาดเอวข้างหนึ่งขณะที่เขาเองพิงหลังไว้กับขอบกระเช้าบอลลูน

“ชอบไหม... ที่ตอนนี้... คุณเป็นนางฟ้าของผม” เขาเย้า กอดสอดนิ้วลุกยิ่งขึ้นจนเธอสะท้าน จังหวะขยับหนักหน่วงจนหญิงสาวเสียวสะท้าน แตะจุดสุดยอดถึงสองครั้ง

เขาผลักดันท่อนเหล็กร้อนผ่าวตอกตรึงเธอไว้ บดเบียดมันลงไปที่เข่า ส่วนที่ร้อนผ่าวผงาดขึ้นอย่างสง่างาม เขาช่างเป็นผู้ชายที่ทรงพลัง งดงามไปทุกกระเบียด

“อ๊ะ”

“ผมทำคุณเจ็บหรือ...นางฟ้า” หญิงสาวพยักหน้าเป็นคำตอบ น้ำตาเธอคลอ แต่มันช่างเป็นความเจ็บแปลบระคนความสุข รสชาติมันช่างแสนหวานและชวนเสพติด

“ไม่ต้องกลัว...” พูดจบ เขาจูบลงอย่างเริงร้อนที่กลีบปากสวยของเธอหนึ่งครั้ง หญิงสาวสบประสานสายตา เธออายจนแก้มแดงก่ำ

                “ฉัน... ทำอะไรให้คุณได้บ้างคะ” เธอถาม ท่าทีเขินอาย

“คุณอยากทำอะไรล่ะ... อยู่ที่ความเมตตาของคุณหวานใจ...” เขาบอกเสียงทุ่มพร่า ฟังดูเซ็กซี่

หญิงสาวกุมส่วนนั้นที่แข็งขึง เรียบลื่น อวบยาวด้วยสองมือ ก่อนรูดตามความยาวจากโคนขั้นมาช้าๆ อย่างเรียนรู้

“ดีมาก...” เขาเอ่ยชมเสียงพร่าต่ำ เซ็กซี่จนทำจักรวาลของนางฟ้าตัวน้อยสะเทือน

“คุณชอบเหรอคะ?”

“ชัวร์” เขาจูบปลายจมูกเธออย่างแสนรัก เทิดทูน และเขาเชื่อว่าเธอทำสิ่งนั้นด้วยความเทิดทูนเช่นกัน

“เร่งขึ้นอีกสิ” เขาโน้มมากระซิบ “ขยับแรงขึ้น... ผมต้องการแบบนั้น” เธอแก้มร้อนวูบ แต่มือน้อยๆ ก็ทำตามอัตโนมัติราวต้องมนต์สะกด

“เร็วขึ้นอีก” เขาสั่ง เธอขยับมัน รูดซ้ำๆ จนความแข็งขึงสั่นระริกในมือน้อยๆ ของเธอ น้ำหยดเล็กๆ ที่หล่อลื่นหลั่งออกมาอย่างเย้ายวน

“ฉัน... ทำมากกว่านี้ ได้ไหมคะ”

เขาโน้มลงจูบเธอ “ผมไม่เคยปฏิเสธคุณเลย... หวานใจ” เขาตอบเสียงพร่า ดวงตาเขาพร่าปรือและตกอยู่ในความเมตตาของอัญญ์มาลีอย่างยากจะปฏิเสธ

ร่างบางนั่งลงบนเข่า ประคองท่อนเนื้อเรียบลื่น อวบหนา ดูยิ่งใหญ่แข็งแรง มือน้อยๆลูบไล้ปลายยอดหนา ก่อนโอบนิ้วรอบสิ่งที่คล้ายท่อนเหล็กร้อนผ่านนั้นของเขา

มันเป็นส่วนที่เซ็กซี่ที่สุดของเขา เสียงซีอีโอหนุ่มสูดหายใจหอบโหย หญิงสาวสัมผัสอย่างเชื่องช้า อย่างเรียนรู้ และแผ่วเบา เขาผลักดันร่างเข้าหาฝ่ามือน้อยๆ ของเธอ ความตื่นเต้นรุนแรงโอบรอบทั้งสองร่าง หญิงสาวแลบปลายลิ้นเลียลิมฝีปากล่างเล็กน้อย ก่อนกัดย้ำที่ริมฝีปากล่างอย่างชั่งใจ ก่อนส่งเข้าในปากเธอ เขาร้องซีดอย่างลืมโลก

“โอ....นางฟ้า” เขาครางอย่างพึงพอใจ

เธอรับเขาเข้าไปลึกสุดจนส่วนยอดของเขาชนภายในลำคอที่ชุ่มชื้นของเธอ แล้วรูดเข้าออกด้วยรอบริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธออย่างแผ่วเบา ช้าๆ และระมัดระวัง

มือน้อยประคองเขาไว้ ข้างหนึ่งสัมผัสเนื้อก้อนกลมทั้งสองสลับข้างกันราวกลัวมันน้อยหน้า

เธอละออกมา ก่อนยกขึ้นแล้วแตะปลายลิ้นสัมผัสท่อนเนื้อจากเบื้องล่าง จูบมันไปทุกตารางนิ้ว อย่างเรียนรู้ เธอยังคงละส่วนปลายยอดที่มีหยดน้ำเอาไว้อย่างกับว่า นั่นคือส่วนอ่อนไหวที่สุดของเขา... และถ้าเป็นอาหาร จะเป็นเมนูเด็ดที่รอการลิ้มชิมตอนสุดท้ายอย่างละเมียดละไม

ดานิเอลครางทุ้มต่ำ แสนเซ็กซี่เหลือเกิน ความสุขท่ามกลางท้องฟ้ายามย่ำสนธยา ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่ได้ทำมัน...

เขาสั่นระริกในอุ้งปากจิ้มลิ้มสีสวยของเธอ ดวงตาเขาบอกว่ากำลังมีความสุขอย่างล้นปรี่ ระคนทรมาน

“ได้โปรด... นางฟ้า” เขารู้ว่าเธอกำลังแกล้งยั่วยวนให้เขาคลั่ง

ซีอีโอหนุ่มรู้ตัวดีว่า ขำไม่เคยสูญเสียความเป็นตัวเอง จนกระทั่งร่างทั้งร่างสั่นระริกในปากอุ้นร้อนของเธอ...

จักรวาลของเขาเต้นตุบในนั้น... ปากชุ่มฉ่ำของเธอ... ยอดเยี่ยม!

เธอถอยออกมาก่อนครอบครองส่วนนั้นอีกจนมิด ก่อนดูดรั้งเขาจนแก้มเธอตอบเข้าหากัน ดานิเอลยอมรับว่า เธอเรียนรู้เร็ว และทำเขาพอใจอย่างที่สุด

เขาไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อน...

ลิ้นร้อนฉ่าของเธอ ลิ้มเลียอย่างช้าๆ ที่ปลายยอดจนเขาครางเสียงสั่น หญิงสาวแหงนมองใบหน้าคมคร้ามของเขาที่มองสบประสานสายตามาราวบอกว่า ฟัดมันเลยสาวน้อย... นั่นเป็นของคุณ

หญิงสาวดูดดื่มเขาจนถึงจุดสุดยอด เขาถอดถอนเธอออกจากปาก ก่อนพุ่งน้ำข้นขาวที่ลำคอเสื้อผ้าของเธอ มันแทรกซึมเข้าไปถึงทรวงอกอวบของเธออย่างไม่มีทางป้องกันได้เลย

“เพื่อคุณ... นางฟ้า” เขาประคองแก้มเธอ ก่อนที่เขาจะโน้มร่างกายงดงามลงมานั่งด้วยเข่าแล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม ก่อนผลักดันเธอนอนลงไป มือเขาวาดไปจับเพรียวขาเธอขึ้นพาดเอวสอบของเขา แล้วจับส่วนที่ทรงพลังราวท่อนเหล็กร้อนผ่าว แทรกลึกเข้าไปในกลีบดอกไม้แย้มพรายหลังจากที่เขาสอดนิ้วเข้าสำรวจว่าเธอฉ่ำชื่น รอคอยเขา...

“อา... “ เสียงหวานคราง เขาผลักดันความแข็งแรงเข้าอย่างลึกที่สุด หญิงสาวจิกเล็บลงบ่าเขา

“เจ็บเหรอ... นางฟ้า” เขาจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ก่อนนี้ยามร่วมรัก เขาไม่เคยแยแสด้วยซ้ำว่าคู่นอนของเขาจะเจ็บ หรือรู้สึกอย่างไร เขาไม่เคยสนใจจนกระทั่งพบอัญญ์มาลี เขารู้ดีว่า เธออ่อนหวาน อ่อนนุ่ม และคับแคบเหลือเกิน ผิดกับเขา ที่ยาว อวบ ยิ่งใหญ่ หากเขารุนแรงมากเกินไป เธออาจเจ็บเพราะเขา

เขาไม่ต้องการให้เธอมีประสบการร่วมรักที่เจ็บปวด และไม่น่าจดจำ

“เจ็บค่ะ...” เธอตอบเสียงอู้อี้ แก้มร้อนผะผ่าวเพราะแสนจะอับอาย...

“โถ... ผมจะช้าๆ” เขาหอมขมับอีกครั้ง แล้วพูดต่อ “หรือจะหยุด”

“อัญญ์ไม่อยากให้คุณหยุด!” เธอตอบพร้อมซุกซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขา

“นางฟ้า.... ผมรักคุณ” เขาผลักดันร่างกายแข็งแรงสุดจนเธอจิกเขาอีกครั้ง เขาดันเข้าอีกครั้งจนเธอร้องกรีด

“ของผม... คุณเป็นของผม” เขาขยับแรงขึ้น ลึกขึ้น และปรับจังหวะรัวเร็วขึ้น หญิงสาวสะท้านเสียวจนเท้าจิกงอ เขาพวยพุ่งสายธารแห่งความรักในกายเธอจนมันล้นทะลักออกมาเปรอะน่องขาด้านในจนชุ่มฉ่ำอย่างยากปฏิเสธ

เขาควบขับเธอด้วยจังหวะที่ช้าลง ก่อนถอดถอนตัวออกจากเธอ เขาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากกับแก้มนุ่มของหญิงสาว ราวประกาศความเป็นเจ้าของ แน่ทีเดียวว่า เขาอยากให้เธอมีกลิ่นประจำกายเขา... ร่องรอยเขา และทุกจุดบนร่างกายเธอ เป็นของ รอยจูบเขา

ไม่มีตรงไหน... ที่หลุดรอด

เขาจูบมันทั้งหมด จุมพิตด้วยรัก หวงแหน แสนเสน่หา

“ผมรักคุณ... นางฟ้า” เขาหอมขมับสวยราวตบรางวัลก่อนพูดต่อ “วันนี้ คุณเป็นนางฟ้าของผม” เขาเอ่ยกระซิบ คลอเคลียจมูกที่แก้มนุ่ม กลิ่นหอมประจำกายสาวที่เขาหลงใหลและเฝ้าฝันถึงเธอมาตลอด...

“แล้ววันอื่นละคะ?” เธอย่นจมูก ว่าเขาอย่างแสนงอน

“วันอื่น... ก็เป็นหวานใจไง เป็นสาวน้อย เป็นแฟน เมียรักจ๋า แล้วก็... นางแมวสาวจอมยั่วผู้ควบคุมจักรวาลของผม” เขาเย้าอย่างขี้เล่น มุมปากปรับเป็นรอยยิ้มอย่างมีความสุข

“ฉันไปยั่วคุณตอนไหน”

“แค่คุณอยู่เฉยๆ ก็ยั่ว ยั่วยวนทุกนาที...” เขากล่าวหาพร้อมยิ้มร้าย

“ฉันเปล่านะ!

“คุณเป็น...” เขาเอาชนะ สนุกขบขันในแววตา

“คุณน่ะ วายร้ายจอมเผด็จการ...” เธอว่าเขา เสียงยานคางอย่างน่าเอ็นดู ก่อนเขากระชับอ้อมกอดแนบแน่น จูบนัวเนียคลอเคลียอีกครั้ง ก่อนสำรวจว่า บอลลูนลอยเข้าใกล้ที่หมายแล้ว เขาควักผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าพาสเทลมาจากกระเป๋า แล้วเช็ดทำความสะอาดแดเนียลน้อยให้เธออย่างอ่อนโยนเอาใจใส่

ความรักของเขา... ทิ้งร่องรอยไว้บนตัวเธอจนเปียกฉ่ำ เธออายจนหน้าแดง เขามองอย่างแสนรัก สัมผัสเล็กๆน้อยๆที่เขาใส่ใจทำให้เธอ ทำให้หญิงสาวรู้สึกผูกพัน สนิทชิดใกล้ รอยยิ้มของเขาลบภาพซีอีโอหนุ่มจอมดุดันเผด็จการหายวับไปได้อย่างไรนะ ปกติเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ยิ้มบ่อยๆ

Love is in the Air” เขาพึมพำด้วยรอยยิ้มละไมจนเธอควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่ได้

หลังจัดการแต่งตัวเรียบร้อย ร่างสูงลุกขึ้นเพื่อปรับก๊าซโพเพน และพยายามบังคับบอลลูน

“เราใกล้ถึงที่หมายแล้วล่ะ” เขาบอก

บอลลูนยักษ์ล่องลอยไกลจากจุดเริ่มต้นมากพอสมควร ระหว่างนั้น ดานิเอลมองสำรวจท้องฟ้าที่เริ่มหลากสี พระอาทิตย์คล้อยลง

“มานี่สิ!” เขาเรียกร่างบางที่นั่งพับเพียบพิงหลังกับกระเช้า มองเขาบินบอลลูนอย่างชำนาญการ สายตาเธอมองเขาอย่างชื่นชม ทำไมเขาจึงเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมไปทุกกระเบียดแบบนี้

เธอลุกขึ้นไปหา เขาคว้าตัวเธอเข้ามากอดอย่างแนบแน่นจนทรวงอกอิ่มเบียดชิดใต้อกแกร่งของเขา ความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักสนิทชิดใกล้ยิ่งขึ้น...

“ดูสิ... พระอาทิตย์กำลังคล้อยตกดิน” เขาพูดพร้อมจับบ่าบอบบางหันหน้าออกไปมองท้องฟ้าสวย พร้อมหอมฟอดใหญ่ที่ขมับหญิงสาวอย่างถนอมหวงแหน ก่อนพูดต่อ “คุณเคยเห็นภาพแบบนี้ไหม” เขาถาม พร้อมซุกซบจมูกโด่งลงที่ซอกคอและสูดดมความหอมหวานจากเรือนผมของเธออย่างแสนรัก

“ไม่ค่ะ ไม่เคยเห็น” เสียงหวานเอ่ยตอบ

“ดื่มด่ำ” เขาบอก พร้อมกอดกระชับอ้อมกอดแนบแน่นขึ้นอีก แผ่นหลังนุ่มนิ่มของหญิงสาว สัมผัสกล้ามท้องแข็งแรงสมบูรณ์แบบไล่ขึ้นไปเกือบถึงหน้าอกแกร่ง เขาดูหล่อเหลา ทรงพลังไปทุกกระเบียด ไม่แปลกเลยที่หญิงสาวกว่าค่อนโลกพร้อมละลายเมื่ออยู่ใกล้เขา...

“แล้วเราจะเอาบอลลูนลงไปยังไงคะ?” หญิงสาวถามอย่างสงสัย

“ผมเป็นนักบินบอลลูน ปกติ เราอยู่บนนี่สองต่อสองไม่ได้หรอก ถ้าไม่เพราะผมบินบอลลูนได้ละก็ เราคงมีนักบินบนนี้อีกคน”

“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณเป็นนักบิน” เธอแปลกใจมาก มองเขาด้วยดวงตาแสนทึ่ง ผู้ชายหล่อเหลาคนนี้ทำเป็นหลายอย่าง และทุกๆ อย่างล้วนแล้วแต่ สร้างความประทับใจ อัญญ์มาลีรู้สึกอย่างนั้น

“มีอีกหลายเรื่อง... ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับผมครับ... นางฟ้า” เขาเย้า ขณะบินบอลลูนลูกยักษ์ เขาควบคุมมันอย่างเชี่ยวชาญ

ไม่นาน บอลลูนก็ค่อยๆ ลดระดับลง ลดระดับความสูงลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาสามารถพามันลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย

ทีมนักบิน และผู้ช่วยกรูเข้ามาช่วยกันเก็บผ้าบอลลูนยักษ์พวกนี้ที่ทำจากพลาสติกและจัดการความเรียบร้อย ในเวลาไม่กี่นาที เขาลงไปก่อนเพื่อเคลียร์ความเรียบร้อย ก่อนส่งมือให้เธอจับ แล้วเขาอีกนั่นล่ะ อุ้มเธอออกมาจากกระเช้า

เธอแตะเท้าลงบนพื้นหญ้านุ่มนิ่ม... เขาสวมกอดอย่างหวงแหน แล้วจรดจุมพิตที่ขมับสวยอย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“หอมจัง” เขาชมด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย เขาช่างปกป้อง และทำให้เธอรู้สึกว่า ตนเองช่างเป็นผู้หญิงไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว...

“อายใครเขาบ้างนะคะ” เธอย่นจมูกใส่เขา

เธอเขินอายจนแก้มแดงก่ำ

ทีมงานเปิดขวนแชมเปญแล้วรินมัน แก้วถูกส่งมาให้อัญญ์มาลี เลดี้เฟร์ส ก่อนที่ทุกคนจะมีแก้วทรงทิวลิปก้านยาวของแชมเปญราคาแพงไว้ในมือ

เชียร์!!!

การดื่ม Champagne เฉลิมฉลอง หลังเสร็จสิ้นการบินบอลลูนนี่เป็นประเพณีสืบทอดกันมา เนื่องจากการบินครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1783 จากกรุงปารีส โดยครั้งนั้นมีนักบินเป็นบุคคลชั้นสูงไปด้วย ลอยขึ้นไป 500 ฟุต ก่อนที่จะลอยลงอย่างนุ่มนวลในไร่องุ่นซึ่งห่างออกมาหลายไมล์ ทำให้ไร่องุ่นของชาวไร่เกิดความเสียหาย แล้วยังพากันแตกตื่น นักบินจึงมอบแชมเปญให้ชาวไร่ไว้เป็นการขอโทษ เมื่อชาวไร่รู้ถึงเหตุผลที่ทำการบิน จึงเปิดแชมเปญเพื่อเป็นการดื่มเฉลิมฉลองแสดงความยินดีกับนักบิน จนกลายเป็นประเพณีการดื่ม Champagne หลังเสร็จสิ้นการบินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

~$~

 

 

ดินเน่อร์หลังล่องบอลลูนชมเมืองพร้อมการดื่มด่ำกับบรรยากาศเฉลิมฉลองจนมืดค่ำ กลางดึกเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว พาดานิเอลและหญิงสาวเดินทางกลับสู่ปราก ภายในห้องโดยสารเรียบหรู ดูโอ่โถงสะท้อนตัวตนคนเป็นเจ้าของมันได้เป็นอย่างดี ตกแต่งด้วยสีน้ำเงินนุ่มนวล สบายตา และอบอุ่นไปในคราวเดียวกัน ห้องนอนหนึ่งห้อง รองรับความเหนื่อยล้าของหนุ่มสาว เขาโอบกอดร่างแบบบางเอาไว้อย่างหลงใหล เธอหลับใหลในช่วงแรก แต่ขณะนี้กำลังถูกปลุกอีกครั้งด้วยจุมพิตเบาแผ่วทว่าระอุไปด้วยเพลิงปรารถนา

มือเพรียวแกร่งลูบไล้ลำตัวหญิงสาวอย่างสำรวจ หลงใหล บราเซียร์ใต้ชุดนอนถูกปลดออก หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากสัมผัสที่นับว่าก่อกวน ตื่นมาพบว่าเขามองจ้องเธออย่างลึกซึ้ง อ่อนหวานที่สุดเท่าที่ผู้ชายจอมเผด็จการอย่างเขาจะอ่อนหวานกับใครได้ และมีเพียงเธอเท่านั้นที่เขาจะทำแบบนี้

“ตื่นแล้ว?”

“คุณ... ก่อกวนอัญญ์ทำไมคะ?” เธอพ้ออย่างแสนงอน ก่อนไล้นิ้วเรียวที่คางแกร่งของเขาอย่างค้นหา ดวงตาเขาช่างเปี่ยมเสน่ห์ และเร่าร้อนชวนหลงใหล เพียงเขาจับจ้อง เธอก็เริงร้อนไปด้วยความต้องการเขา ความจริงข้อนี้เป็นความลับที่เธอไม่อาจเผยให้เขารู้ มันช่างน่าอาย ถ้าต้องยอมรับต่อหน้าเขาว่า เรือนร่างเธอปรารถนาเขามากเพียงใด

"ผมนอนไม่หลับ...” เขากระซิบข้างใบหูเล็ก แล้วขบมันเบาๆ อย่างแสนรัก ร่างบางร่นถอยสัมผัสนั้น ก่อนมองมาด้วยดวงตาแข็งขึงใส่ มุมปากข้างหนึ่งของเขาโค้งเป็นรอยยิ้มอย่างหยอกเย้า

“อือ...” หญิงสาวส่งเสียงครางเมื่อเขาบีบเคล้นที่ทรวงสวยหลังจากสอดไล้มันเข้ามาอย่างช้าๆ

“ผมกำลังเร่าร้อน... นางฟ้า” เขาบอกพร้อมกุมมือน้อยของเธอทาบลงบนส่วนนั้น... ทำเลศักยภาพบนร่างกายงดงามสมบูรณ์แบบของเขา หญิงสาวหลับตาปี๋ แก้มแดงก่ำไปด้วยความอาย เขาก้มลงหา ส่งจุมพิตร้อนฉ่าครอบครองมันอีกครั้งจนร่างบางแอ่นขึ้นหา และเขาทำจักรวาลของเธอแทบคลั่งทุกครั้งยามเขาออกแรงดูดรั้งยอดทรวงสีหวานราวจะกลืนกินเธอลงไปทั้งเนื้อทั้งตัว มืออีกข้างสัมผัสลูบไล้บั้นท้ายกลมกลึงตึงแน่น ก่อนตีก้นเธออย่างมันเขี้ยว

“ตีอัญญ์ทำไมคะ คนบ้า!

“ตื่นได้แล้วสาวน้อย... เพื่อผม” เสียงเขามีแววแห่งการบงการ

“ฉันไม่ได้หลับอยู่นะ” เธอย่นจมูกใส่เขาอย่างน่าชัง เขายิ้ม ก่อนเลื่อนลงไปอยู่ระดับท้องน้อย เขาผลักดันต้นขาเพรียวขึ้นเปิดทาง ก่อนตรึงสะโพกสวยแนบเตียง และตวัดลิ้นร้อนฉ่าลงสัมผัสเนินเนื้อแห่งความเป็นหญิงอย่างหลงใหล “เซ็กซี่...” เขาครางก่อนจูบอีกครั้งบนแพนตี้บางเบา... ก่อนใช้นิ้วเรียวแกร่งเกี้ยวมันหลุดลอยไปจากเรือนร่างนวลเนียนอย่างไม่แยแส ถึงเวลาเปิดเปลือย ร่างสาวเปียกชุ่ม ภายในบีบรัดเปี่ยมไปด้วยความต้องการ และรอคอย...

สะโพกเธอถึงรั้งเข้าหา ก่อนตวัดลิ้นลงแตะสัมผัสยอดเกสรที่ฉ่ำหวาน เม็ดเหงื่อบางๆ ผุดพรายตามแนวไรผมบนหน้าผาก เขาส่งผ่านความเร่าร้อนมาสู่เธออย่างง่ายดาย ลิ้นร้ายกาจตวัดไล้ลิ้มรสชาติหญิงสาวอย่างละโมบ ไม่รู้พอจนร่างบางแอ่นโค้งทุกครั้งที่เขาออกแรงดูดรั้งอย่างแสนเสน่หา

“อือ...” เธอครางหวิว ความเร่าร้อนรัวเร็วทำให้จักรวาลของเธอสั่นสะเทือน เขาปรนเปรอเธอด้วยลิ้นร้อนแรงจนพอใจ ก่อนลุกขึ้นบดเบียดสะโพกผลักดันตัวตนที่ยาวอวบ แข็งแรง และทรงพลังเต็มเปี่ยม เข้าในตัวเธออย่างสง่างาม มั่นคง เขามองสบตาหญิงสาวที่นอนหรี่ปรือดุจต้องมนต์อย่างหลงใหล

ก่อนดันท่อนเหล็กร้อนผ่าวเข้าแทรกเข้าไปอีกอย่างลึกซึ้งขึ้นจนร่างบางขยับด้วยความเจ็บร้าว

“อ๊ะ...” แว่วครางหวาน

“คุณจะเจ็บแค่ครั้งนี้.... ทนเพื่อผมสาวน้อย” เขาปลอบ ก่อนค่อยๆขยับโยกสะโพกเพรียวแกร่ง มือน้อยผลักบนอกเขา ก่อนไล้ขึ้นไปบนบ่า เมื่อเขาลงแนบสนิทชิดใกล้ ความลึกซึ้งที่ความแข็งแกร่งผลักดันเข้ามา ถาโถมความเจ็บแปลบแล่นซ่านอย่างแสนทรมาน จนอดไม่ได้ที่จะจิกเล็บคมแหลมบนบ่าแกร่งของเขา

เขาตัดสินใจผละขึ้นมารวบข้อมือสาวน้อยฤทธิ์เยอะจับพาดขึ้นเหนือศีรษะ แล้วตรึงไว้ด้วยจีสตริงที่ถูกฉีกขาดแทบไม่เหลือรูปเดิม

“ดะ แดเนียล ทำอะไร” เสียงเธอผวา มุมมืดเหมือนซาตานฉายแววในดวงตา

“คุณจะจิกผมไม่ได้อีก” เขาเสียงเข้ม

“ไม่นะ! อัญญ์ไม่ชอบแบบนี้...” เธอวอน สิ่งนั้นพันธนาการเธอ ความรู้สึกถูกกักขังไม่เป็นอิสระ ทำให้เธอกลัวและตื่นเร้า

“คุณจะชอบ” สิ้นเสียงทุ้มต่ำฟังดูเซ็กซี่ เขาก็ตอกตรึงเธออีกครั้ง ความเร่าร้อนโจนจ้วงเข้าใส่อย่างไม่รู้จักพอ นำพาเธอสู่ขอบแห่งดินแดนสุขารมย์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเสียงหวีดร้องลั่นออกมาแข่งกับเสียงเครื่องยนต์เจ็ทที่กำลังสั่นสะเทือนท่ามกลางการแหวกไปในท้องฟ้า กระทั่งกลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์โดยสวัสดิภาพ

 

ในเช้าวันต่อมานั้นเอง

กุหลาบสีแดงเข้มดอกใหญ่ เพียงดอกเดียวที่งดงามโดดเด่น และเป็นหนึ่ง วางใกล้หมอน ข้างใต้มีการ์ดสีชาสวยคลาสสิค

นางฟ้าของผม... นิรันดร์

ข้อความสั้นๆที่แสนเรียบง่าย แต่ทำให้ความสุขแล่นซ่านไปถึงหัวใจที่สี่ห้อง

อัญญ์มาลีลืมตาตื่นเพราะสัมผัสกลิ่นหอมแรงของกุหลาบดอกโตราคาแพงข้างหมอน หญิงสาวหลับใหลลงอย่างเหนื่อยอ่อนระหว่างการเดินทางเมื่อคืน

ดานิเอลลงทุนปรุงอาหาร รอ เมียที่ตอนนี้เธอตื่นสาย อู้อี้ อาจเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการเที่ยวผจญภัยบนท้องฟ้าเมื่อวานทั้งวันแบบเต็มๆ

ก็ถ้าเที่ยวเฉยๆ แบบเพียวๆ คงไม่เหนื่อยอ่อนขนาดนี้ ถ้าไม่เพราะเขาแสดงบทรักกับเธอหลายต่อหลายครั้ง ก็เขาออกจะทรงพลัง และงดงามสมบูรณ์แบบ เธอคิดว่า เขาคงเป็นผู้ชายที่สง่างามที่สุดเวลาแสดงบทรัก

คิดถึงตรงนี้แล้ว หญิงสาวก็หงุดหงิดขึ้นมาเฉยๆ ก็เธอไม่อยากให้เขามีท่วงท่าสง่างามยามร่วมรักกับแม่ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นบ้าจริง พอสนิทชิดใกล้แล้วก็ชักหวง เราไม่มีสิทธิ์รู้สึกแบบนั้นนะ

“ตื่นได้แล้ว สาวขี้เซา” เสียงทุ่มต่ำ ฟังดูเซ็กซี่ ใกล้ๆ ใบหูเธอ

 “คุณทำฉันลุกไม่ขึ้น” เสียงหวานฟังดูอู้อี้ น่ารักสำหรับเขาในเวลานี้

“ผมก็ชดเชยให้ ด้วยการทำมื้อเช้ามาบำรุงนี่ไง” เขาบอกน้ำเสียงหยอกเย้า

ร่างบางลุกขึ้นนั่ง “ฉันขอเวลาอาบน้ำ สัญญาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว” เธอหยุดมองเขายิ้ม แววตาเป็นประกาย “แล้วจะรีบตามลงไปนะคะ”

“อาบด้วยได้มั๊ย”

“ไม่ได้ค่ะ” เธอยื่นคำขาด แกล้งทำทีดุเสียด้วย สิ่งนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างประทับบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจของเขา

“ทำไม?” เขาย้อนถาม สายตามองราวว่าเธอเป็นไอศกรีมมิกซ์เบอร์รี่ราดครีมวนิลลา ที่เขาจะเลียลิ้มอย่างไม่มีวันพอ

“เพราะแววตาคุณฟ้องว่า... จะไม่แค่อาบน้ำน่ะสิคะ” เธอตอบน้ำเสียงกระเง้ากระงอด เขามองอย่างเอ็นดูระคนขบขัน มีสักครั้งมั๊ยที่จะไม่รู้ทันเขา

“ฉลาดน้อยๆ หน่อย” เขาหยอก

“อัญญ์ไม่ได้ฉลาด แค่รู้ทันคนเจ้าเล่ห์” เธอเชิดหน้าตอบ ก่อนกระโดดลงเตียงกว้างอย่างปราดเปรียว

“เดี๋ยว!” มือเพรียวแกร่งคว้าแขนข้างหนึ่งดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจูบดูดดื่มอย่างเนิ่นนาน จนร่างบางระทวย ลิ้นเขาหอมสเปียมิ้นท์ ลมหายใจเขาหอมสดชื่น เร่าร้อน ขณะที่เธอเพิ่งตื่นนอน แสดงว่าเขาอาบน้ำและเสร็จธุระในตอนเช้าแล้ว ทำไมไม่ให้โอกาสเธอได้ฉาบสเปียร์มิ้นท์แบบเขาก่อนบ้างเลย ดูเขาเหมือนไม่สนใจอะไรมากไปกว่ากระตุ้นเร้าเธอด้วยจูบร้อนแรงในยามเช้า

“พะ... พอแล้วค่ะ” เธอวอนเสียงหอบ จูบเขาเร่าร้อนเสมอ

“ไม่อยากพอเลย” เขาเสียงอ้อน หญิงสาวหรี่ตาใส่เขาเป็นเชิงกำราบว่าเขาอาจจะใช้เรือนร่างเธอมากเกินความจำเป็นเสียแล้ว

“เราจะพลอดรักแบบนี้บ่อยๆ ไม่ได้นะคะ” เธอคล้องแขนบนคอเขาอย่างน่ารัก ชายหนุ่มโอนเอนร่างตนซ้ายขวาไปมาอย่างขี้เล่น

“เพราะ?” เขาคั้น แววตาเจือไปด้วยความเอาแต่ใจ

“เพราะเราจะไม่เป็นอันทำอะไร” พูดจบแล้วยิ้ม เธอก็ทำสายตาเจ้าเล่ห์เป็น อาจเพราะซึมซับมาจากชายหนุ่มตรงหน้า ที่เขามีสายตาแบบนั้นส่งมาให้เธอตลอดเวลา

“อยู่กับคุณ... ผมไม่อยากทำอะไร” รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าหล่อทันทีที่พูดจบ คำสรุปของเขาทำเอาเธอใจเต้นรัว เขาไม่อยากทำอะไรนอกจากปรนเปรอเธอด้วยร่วมรักที่แสนหวานทว่าสุดเร้าใจ

“เมื่อคืน คุณใช้ร่างกายกับฉันมากพอแล้วนะคะ” น้ำเสียงเจือแววกระเง้ากระงอด

“ผมยังใช้มันได้อีกนะ เพื่อความสุขของคุณ... นางฟ้า” สายตาที่มองมามันฟ้องว่า เครื่องเขาร้อนขึ้นอีกครั้ง... เพราะเธอ

“ขออัญญ์อาบน้ำก่อนนะคะ ได้โปรด...”

“ยัง... จนกว่าคุณจะสารภาพ” เขาเอ่ยจริงจัง

“สารภาพ?”

“ใช่...”

“อะไรคะ?”

“คุณคือบันนี่น้อย... ในค่ำคืนเร่าร้อน?”

อัญญ์มาลีชะงักอึ้ง จู่ๆ เขาก็ป้อนคำถามนี้ให้เธอ ทำเอาหัวใจเต้นรัว

เขาจำเราได้?

“ทำไมถามแบบนี้คะ”

“ทำไมผม... จำคุณไม่ได้นะ”

“...” แก้มเธอแดงก่ำ เลือดสูบฉีดทำให้ผิวเธอเริ่มอมชมพู ความตื่นเร้าทำให้เธอหายใจลำบาก เขาจำค่ำคืนเร่าร้อนนั่น

“จำอะไรหรือคะ?”

“คุณ... สาวบันนี่น้อยในค่ำคืนเร่าร้อน ผมเก็บป้ายชื่อคุณไว้นานกว่าสามปี คุณไม่เคยหยุดวิ่งวุ่นวายในหัวใจผมเลยนับจากคืนนั้น Annmarie!” เขาสารภาพก่อน ดวงตาเขาเป็นประกาย มองเธออย่างต้องการคำยืนยัน

“บอกผมสิ... สักนิดว่าคุณคือเจ้าของป้ายชื่อนั่น?” เขาเค้น

อัญญ์มาลีสูโลมหายใจลึก... ยาว ปอดบวมเป่งไปด้วยอากาศ

“ฉันไม่คิดว่าคุณจะยังจำเรื่องนั่นได้”

“ทำไมผมต้องลืมมันล่ะ?” เขาตรึงดวงตาฉ่ำหวานบนใบหน้าเธอ มือเพรียวแกร่งประคองแก้มนุ่ม สะกดให้เธอมองมาอย่างไม่มีใครจะละสายตาไปจากกันได้อีกเลย

“มองผมแมรี่... ตอบสิ”

“ค่ะ คืนนั้นฉันทำป้ายชื่อหล่นหาย... และไม่รู้ว่ามันหล่นในห้องคุณ”

“ไม่มีวันไหน... ที่ผมไม่คิดถึงคุณเลย”

“ทำไมคะ?”

“บันนี่น้อยจอมยั่ว” เขาเย้า

“กล่าวหาฉันนะ ฉันไม่ได้ยั่ว คุณก็รู้...”

“ผมดีใจที่เป็นคุณ” เขาแตะปลายจมูกโด่งของเขา จดลงปลายจมูกจิ้มลิ้มของเธออย่างแสนรัก

มวลความสุขระบายโดยรอบโอบกอดเขาและเธอเอาไว้ เขาอิ่มเอมเมื่อพว่า หญิงสาวที่เฝ้าตามหาได้อยู่ในอ้อมกอดแล้วตอนนี้ แต่เขาไม่อาจเผยความจริงข้อหนึ่งว่า คุณสมบัติที่เขาประกาศรับสมัคร คู่ควงเฉพาะกิจแบบที่เธอเข้าใจนั่น แท้จริงแล้ว เขาก็ตั้งมาตรฐานมาจากความทรงจำอันลางเลือนที่เขามีต่อเธอในค่ำคืนเร่าร้อนนั่น

เขา... จะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับส่วนตัว

“สารภาพแล้ว... คราวนี้ ปล่อยฉันอาบน้ำได้ยังคะ?”

“ได้... แต่ต้องเอาจูบมาแลก” เธอค้อนใส่

“จูบยังไม่พออีกหรือ”

“ยิ่งจูบ... ยิ่งต้องการ”

“งั้นก็หยุดจูบนะคะ”

เขาไม่รอฟังคำอนุญาต รั้งเธอเข้ามาจูบอย่างอ่อนหวาน โหยหาและเริงร้อนขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ จูบของบันนี่น้อยไม่เคยหวานน้อยลงเลย จุมพิตแสนหวานดื่มด่ำจนพอใจ

“พะ... พอนะคะ” เสียงหวานวอน ดวงตาเขาฉ่ำพราวอย่างเอ็นดูรักใคร่

“โอเค... ผมตามใจคุณนางฟ้าแสนหวาน...” สิ้นเสียงเซ็กซี่ เขาพรมจูบที่ขมับสวยหนึ่งครั้งยาวๆ จนพอใจจึงยอมผละจากร่างแบบบางอย่างแสนเสียดาย ก่อนลงไปรอที่ห้องอาหาร



[1] บอลลูน เป็นอากาศยานที่คิดค้นขึ้นโดยพี่น้องชาวฝรั่งเศส Joseph และ Ettienne Montgolfier ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1783 โดยนำเอาเป็ด ไก่ และแกะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าครั้งแรกที่ ปารีส, ฝรั่งเศส โดยสร้างบอลลูนจากกระดาษและผ้าไหม ใช้เวลาบิน 22 นาที บินจากพระราชวังของพระเจ้า Louis XVI


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha