กำราบรักคาสโนวา

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ตอนที่ 1 : ผู้ชายปากร้าย


ตอนต่อไป

คฤหาสน์มิกเซส

ตั้งตระหง่านอยู่บนเนื้อที่หลายร้อยเอเคอร์บริเวณชานเมืองของกรุงลอนดอน ร่างสูงใหญ่เหงื่อชุ่มตามแผงอก ลอนกล้ามเป็นมัด สวมกางเกงออกกำลังกายวิ่งตามแนวทางเดินด้านหลังคฤหาสน์เป็นประจำทุกเช้า ใบหน้าคมสันหล่อเหลา นัยน์ตาสีฟ้าครามยามทอดมองเปล่งประกายวาววับ ไมเคิล มิกเซส เจ้าพ่อกาสิโนรายใหญ่ที่สุดของลอนดอน พร้อมพ่วงตำแหน่งซีอีโอบริษัทอสังหาริมทรัพย์และเป็นเจ้าของที่ดินอีกมากมาย นิสัยรักสนุกเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้าจนครองตัวโสดมาตลอดสามสิบสี่ปี ทำให้อารดาต้องกุมขมับ กลัวว่าเจ้าลูกชายตัวดีจะพลาดท่าคว้าใครมาเป็นแม่พันธุ์

“มอร์นิ่งครับคุณหญิงอารดา”

ไมเคิลทักทายมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวไทยวัยห้าสิบปี เลือดครึ่งตัวของเขามีความเป็นไทยผสมอยู่ เมื่อแด๊ดดี้เผลอใจไปหลงรักสาวชาวไทยอย่างคุณหญิงอารดา ตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนโตความรักความห่วงใยของท่านทั้งสองก็ไม่เคยลดน้อยลง มีแต่จะมากขึ้นด้วยซ้ำ ไมเคิลเห็นอาการหลงเมียหัวปักหัวปำของพ่อบังเกิดเกล้าจนนึกขยาดผู้หญิง ต้องเป็นเขาเท่านั้นที่จะทำให้ผู้หญิงทั้งโลกยอมสยบ เขาจะไม่เจริญรอยตามพ่อแน่นอน

“ไมเคิลเรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว”

“เรื่องอะไรครับ เหนียวตัวชะมัด ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ไมเคิลรู้ว่าแม่เขาพูดถึงเรื่องอะไรจึงรีบหนี ก่อนจะโดนบ่นหูชา เพราะอารดามักจะถามเขาแบบนี้แทบทุกวัน ไม่มีวันไหนที่คำถามนี้จะไม่เคยหยิบยกขึ้นมาพูด

“คุณคะ ดูลูกชายคุณสิ!” อารดาหันไปบ่นสามีที่เคยเจ้าชู้ประตูดินอย่างหนักมาก่อน พอมีลูกพันธุกรรมทางสายเลือดก็ส่งผ่านให้ลูกเสียหมด มาร์คัสเดินเข้าไปกอดร่างสมส่วนของอารดาไว้พร้อมกดจมูกหอมแก้มนุ่ม

“คุณกับผมช่วยกันทำนะที่รัก เอาน่า อีกไม่นานคุณต้องได้ลูกสะใภ้แน่” มาร์คัสปลอบขวัญภรรยาคนสวยที่ช่วงนี้ไล่จับคู่ให้ลูกชายจอมกะล่อน อารดาจ้องมองสามีตาเขียวเพราะมาร์คัสมักเข้าข้างลูกเสมอ

“เพราะคุณให้ท้ายลูกแบบนี้ไงคะ แล้วคุณแน่ใจได้ยังไง”

อารดามองหน้าสามีอย่างสงสัยว่าเขามั่นใจได้อย่างไร ว่าเจ้าลูกชายคาสโนวาตัวดีจะยอมสละโสดในเร็วๆ นี้แต่กลับถูกสามีหอมแก้มฟอดใหญ่แทน

“คุณจำไม่ได้เหรอ ผมได้คุณเป็นเมียก็อายุเท่าไมเคิลนะครับ และตอนนี้ผมก็อยาก…ออกกำลังกาย เราไปออกกำลังกายในร่มกันเถอะครับ” มาร์คัสเกี่ยวเอวเล็กคอดของเมียรักให้เดินตามขึ้นห้องนอน พร้อมหยอดคำหวานหูให้ตลอดทาง ไม่ว่าจะกี่เดือนกี่ปีหรือนานแสนนาน ความรักที่ทั้งคู่มีให้กันก็จะไม่มีทางเสื่อมคลายลงได้

 

ไมเคิลอยู่ในชุดเตรียมพร้อมสำหรับไปทำงาน ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกล่ำที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนขึ้นเล็กน้อย ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่น่าหลงใหล ชายหนุ่มเดินเข้าห้องอาหารในตอนสาย ตั้งใจจะไปตรวจงานที่กาสิโนแล้วกลับบ้าน เขาถามหาอารดาที่ทุกวันมักจะทำตัวติดกับพ่อของเขา เรียกได้ว่าปาท่องโก๋ยังอาย

“คุณแม่ไปไหนครับแด๊ด”

มาร์คัสเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ขึ้นมองไมเคิลที่ชอบขลุกอยู่ที่กาสิโนมากกว่าบ้าน แล้วที่เห็นมาอยู่บ้านแบบนี้ได้เพราะว่าถูกอารดาเข้าไปตีรังคาสโนวาจนคู่ขาคนล่าสุดเผ่นออกจากกาสิโนแทบไม่ทัน คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ ก็เมื่อตอนเขาหนุ่มนิสัยของไมเคิลก็คือนิสัยจากเขาที่ถ่ายทอดไปให้ และอีกไม่นานลูกชายเขาจะต้องได้เจอผู้หญิงที่ดีมาเป็นคู่ชีวิตอย่างที่เขาได้เจอกับอารดา

ลูกชายคิดว่าแม่อาจจะเข้าครัวทำอาหารให้พ่อก็ได้ ในเมื่อมาร์คัสและเขาชอบทานอาหารฝีมือของอารดามากที่สุด มารดาเคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่ท้องเขาอยู่บิดาเกิดอาการแพ้ท้องแทนเมีย ใครหน้าไหนเข้าใกล้ไม่ได้นอกจากอารดาเท่านั้น ที่สำคัญมาร์คัสทานอาหารฝีมือใครไม่ได้เลยจนต้องให้อารดาเป็นคนทำให้ทานทุกมื้อ ความรักแบบนี้เป็นเรื่องที่หนุ่มโสดอย่างไมเคิลไม่เคยเข้าใจ เพราะเคยได้ยินว่าใครที่แพ้ท้องแทนเมียได้นั้นต้องเป็นคนที่รักเมียมากที่สุด

“นอนอยู่บนห้อง”

ม้าแก่ไม่ยอมงดออกศึกอย่างมาร์คัสยังคึกตลอดเวลาทำให้อารดาสลบเหมือดได้จนถูกลูกแซ็วทุกวันให้กับความรักและหื่นของผู้เป็นพ่อ

ไมเคิลพาดเสื้อสูทไว้บนพนักของเก้าอี้ข้างๆ แล้วนั่งลง “ผมสงสารแม่นะครับพ่อ แก่ๆ กันแล้วด้วย”

คำเย้าของไมเคิลทำให้มาร์คัสเงยหน้ามองลูกชายที่นับวันนิสัยจะเหมือนเขาตอนหนุ่มๆ ทุกที ตอนยังหนุ่มเขาก็แซ็วพ่อกับแม่แบบนี้จนมาเจอกับตัวอย่างนี้ไง

“บ๊ะ! แก่แล้วไงวะ ก็คนมันรักเมียหลงเมีย ไม่เหมือนแก เมื่อไหร่จะสนองให้แม่เขาสักที อายุก็ไม่น้อยแล้ว พ่ออยากเลี้ยงหลาน” มาร์คัสแหย่ลูกชายที่ยังไม่ยอมตกลงปลงใจกับใครง่ายๆ จนถูกอารดายื่นคำขาด คราวนี้ราชสีห์จะต้องสิ้นลายแน่ ห่วงก็แต่ว่าผู้หญิงคนไหนกันที่จะมาเป็นหนูสยบราชสีห์ตัวโตนี้ได้ ช่างน่าลุ้นจริง

“โธ่แด๊ดครับ ผมยังรักความโสดอยู่ ปล่อยผมเถอะครับ”

ไมเคิลโอดพลางลงมือทานข้าวต้มที่สาวใช้นำมาวางให้ ก็ตอนนี้เขายังไม่เจอคนที่ถูกใจ จะให้หาอย่างไรก็ไม่มีวันที่เขาจะยอมสละความโสดนี้ไปได้ เขาจะไม่เจริญรอยตามมาร์คัสแน่นอน แต่ก่อนจะได้พูดอะไรมากนักมาร์คัสก็พูดขึ้น

“โน่น คนที่ลูกควรอ้อนมาโน่นแล้ว”

อารดาเดินลงมาหาสองพ่อลูกที่นั่งทานข้าวคุยกันอยู่ที่ห้องอาหาร ร่างสมส่วนสวมชุดออกไปข้างนอกสร้างความเป็นห่วงให้แก่ไมเคิลและมาร์คัสไม่น้อย

ก็ล่าสุดที่มาร์คัสพาอารดาท่องเที่ยวทั่วโลกไปจนถึงเมืองไทย ที่จังหวัดภูเก็ตอารดาแอบหนีมาร์คัสลงมาเดินเล่นที่ชายหาด ด้วยความจิตใจดีของเธอทำให้เจอสิบแปดมงกุฎหลอกจับตัวเรียกค่าไถ่ แต่ดีว่าลูกน้องของเขาที่คอยตามดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ ช่วยเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนตายเป็นแน่แท้

“แม่จะไปไหนครับแต่งตัวสวยเชียว อื้อ…แก้มนุ่มๆ ยังหอมเหมือนเดิม”

ไมเคิลลุกขึ้นเดินเข้าไปสวมกอดเอวคอดที่ยังคงรูปอยู่แล้วก้มลงหอมแก้มนุ่มที่เริ่มหย่อนคล้อยตามเวลา แต่ทว่าความสวยที่ไร้มีดหมอของอารดาก็ยังคงสวยงามเสมอในสายตาของมาร์คัสและไมเคิล จนคนหวงเมียต้องเดินมาจับแม่ลูกแยกจากกันแล้วกระชับกอดอารดาแทน แสดงความหึงหวงออกมาชัดเจนไม่เว้นแม้แต่กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เป็นพยานรักของทั้งคู่

“น้อยๆ หน่อย เมียพ่อนะโว้ย!”

มาร์คัสพูดออกมาอย่างไม่กลัวใครจะว่าเป็นคนหลงเมีย ก็ในเมื่อเขาเป็นเช่นนั้นจริง ไยเขาจะต้องแก้ต่างด้วย ก่อนจะก้มลงหอมแก้มของอารดาโชว์ลูกชายตัวเองทั้งสองข้าง

“เมียพ่อแต่แม่ผมนะครับ”

ไมเคิลเห็นท่าทีหวงก้างของมาร์คัสยิ่งหมั่นไส้จึงแกล้งพูดขึ้นอีกครั้งให้มาร์คัสดิ้น แต่ถูกอารดาห้ามศึกชิงนางเสียก่อน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำเมื่อลูกชายอย่างไมเคิลเห็นอาการหวงอารดาเป็นเรื่องสนุกตั้งแต่เด็กและทำให้ทั้งสองคนพ่อลูกรักกันมากขึ้น

“หยุดเลยทั้งคู่ แม่จะออกไปข้างนอกจ้ะ ที่รักคะดาขอไปเที่ยวข้างนอกนะคะ”

บอกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเสร็จก็หันมาบอกสามีที่ยืนหน้าตูมสนิทอยู่ข้างๆ เพราะมีอุทาหรณ์สอนใจมาร์คัสจึงไม่อยากให้อารดาออกไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่มีเขาหรือไมเคิลตามไปด้วย แต่วันนี้คงยกเลิกประชุมสำคัญไม่ได้ อีกทั้งไมเคิลก็ต้องเข้ากาสิโนไปตรวจงานที่ค้างไว้นานหลายวัน ก่อนที่จะเจ๊งเพราะเจ้าของไม่สนใจ

“ที่รัก ผมเป็นห่วง ทำไมต้องไปวันนี้ด้วย วันหลังไม่ได้หรือครับ” เพราะวันนี้เขาต้องไปเป็นตัวแทนบริษัทอสังหาริมทรัพย์เข้าประชุมแทนลูกชายตัวดี

“ไปวันไหนก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ ดาไปก่อนนะคะ แม่ไปก่อนนะไมเคิล อย่าทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัย เที่ยวโยนดอกไม้ให้คนโน้นทีคนนี้ที” อารดาบอกลาสามีเสร็จก็หันมาบ่นเรื่องความเจ้าชู้ของไมเคิล เผื่อว่าสักวันมันจะเข้าหูบ้าง แต่ลูกชายกลับทำหูทวนลม

“ผมจะให้การ์ดคอยตามคุณนะครับ” มาร์คัสพูดกับอารดาด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่อารดาจะออกไปไหนจะมีมาร์คัสตามไปด้วยตลอด ถึงฝีมือของลูกน้องเขาจะดีมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางไว้ใจได้เด็ดขาด

“ค่ะ”

อารดาเดินออกไป ทิ้งให้พ่อลูกมองอย่างเป็นห่วง ก่อนที่ไมเคิลจะถามมาร์คัสเสียงเครียด ไร้การล้อเล่นอีกต่อไป อารดามีนิสัยดื้อรั้นอยู่ในตัวเต็มเปี่ยม ขนาดมาร์คัสยังไม่สามารถสยบอารดาได้

“แด๊ดไม่ตามไปเหรอครับ”

“สั่งให้คนของเราตามดูแลอย่าให้คลาดสายตา ห้ามให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เด็ดขาด”

ไมเคิลยิ้มให้กับความหวงของมาร์คัส แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้เช่นกัน ก่อนจะขอตัวออกไปทำงานบ้าง แล้วกำชับให้ลูกน้องดูแลอารดาให้ดีที่สุด หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตามให้โทร. มารายงานเขาด้วย

 

“จอดตรงนี้จ้ะ แล้วไม่ต้องตามลงไปนะ”

อารดาสั่งคนขับรถให้จอดตรงทางเข้าสลัมแห่งหนึ่งแล้วก้าวลงจากรถทันที ไม่ฟังคำค้านใดๆ ทั้งสิ้น เธอเดินไปตามทางเข้าที่เคยอาศัยเมื่อยังเยาว์วัย มันทำให้คิดถึงตอนเจอกับมาร์คัสครั้งแรก อยู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีโจรกระจอกวิ่งมากระชากกระเป๋าที่อารดาถืออยู่

“ว้าย! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย โจรกระชากกระเป๋าฉัน”

เสียงโวยวายดังเข้าโสตประสาทของนางสาวหวันยิหวา เอื้อมใจ หรือชมพู่ สาวน้อยตาคมผมยาว ผิวพรรณขาวเนียนอมชมพู ใบหน้ารูปไข่ชวนมอง ปากอิ่มรูปกระจับน่าจูบ จมูกเชิดบ่งบอกนิสัยส่วนตัวได้ดี รูปร่างสมส่วนกะทัดรัดแบบหญิงไทย รูปลักษณ์ภายนอกไม่เหมือนคนทำงานหนักนัก ด้วยเพราะถูกทิ้งลอยแพกลางกรุงลอนดอน

ชมพู่เป็นเด็กกำพร้าจากเมืองไทย สาวน้อยหวังจะได้ทุนเรียนต่อเพื่อหางานดีๆ เลี้ยงชีพหลังเรียนจบ แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อเธอถูกลอยแพหลังจากสอบชิงทุนมาเรียนต่อไกลถึงลอนดอนได้

“เกิดอะไรขึ้นคะ” ชมพู่ถามผู้หญิงสูงวัยที่ยืนร้องตกใจออกมาเป็นภาษาไทย เธอทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน

“หนู! ฉันโดนวิ่งราว ช่วยฉันด้วย”

อารดาจับแขนสาวน้อยที่โผล่หน้าออกมาถาม แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรมากมาย การ์ดที่ตามมาห่างๆ พากันวิ่งตามผู้ร้ายเพื่อนำตัวมาส่งให้อารดา

ชมพู่จับมือของอารดาเอาไว้แล้วหันมองตามชายชุดดำที่วิ่งไปจับคนร้าย และอีกกลุ่มวิ่งมาคุ้มกันความปลอดภัยให้กับผู้หญิงตรงหน้าของเธอ

ผ่านไปครู่เดียวเหล่าการ์ดฝีมือดีก็พากันจับตัวโจรกระจอกได้ ตอนนี้ใบหน้าคนร้ายเปื้อนเลือดและมีรอยช้ำตามมุมปาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโจรกระจอกที่ริอ่านขโมยของจากอารดา ภรรยาเจ้าของกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดของลอนดอนต้องถูกตัดสินโทษ ก่อนจะแจ้งความให้ตำตรวจมารวบตัวไปขัง

“นายหญิงครับ พวกเราจับคนร้ายได้แล้วครับ ไม่ทราบว่านายหญิงได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหมครับ” เสียงนอบน้อมพูดขึ้น เพราะได้รับคำสั่งกำชับมาอย่างดีจากผู้เป็นนายใหญ่ หากนายหญิงเป็นอะไรหัวของพวกเขาได้หลุดออกจากบ่าเป็นแน่

“ฉันไม่เป็นไร พวกนายไม่เป็นอะไรนะ ห้ามบอกสามีฉันด้วย” อารดาหันไปบอกลูกน้องของสามีแล้วกำชับ ห้ามไม่ให้บอกมาร์คัส ไม่อย่างนั้นเธอคงหมดโอกาสออกมาเที่ยวเล่นอีกแน่นอน

“เอ่อ…ครับ” สายไปแล้วครับนายหญิง พวกผมรายงานเรียบร้อยแล้ว

ลูกน้องของมาร์คัสโค้งกายลงเล็กน้อย แล้วเดินไปยืนคุ้มกันด้านข้างแทน ปล่อยให้อารดาคุยกับสาวน้อยคนสวยตามลำพัง

“หนูไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ” แค่ได้เห็นหน้าครั้งแรกเธอก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก

เสียงอาทรอ่อนโยนที่ได้รับทำให้ชมพู่น้ำตาคลอคิดถึงแม่ครูที่บ้านเด็กกำพร้า ตลอดเวลามักจะมีแม่ครูที่พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนี้ ยิ่งมาได้ยินจากผู้หญิงตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึงหนักมากยิ่งขึ้น ใบหน้านวลเนียนราวกับเด็กแรกเกิดแต่ทว่าแววตากลับเศร้าหมองยิ่งนัก

“ฮือ…ช่วยหนูด้วย…หนูอยากกลับบ้าน” เมื่อชมพู่ได้เจอคนบ้านเกิดเมืองนอนที่เดียวกันก็ร้องไห้ออกมา พร้อมทั้งยกมือขึ้นไหว้ขอร้องราวกับคนสิ้นหวัง จนอารดาตกใจกับท่าทีของคนตรงหน้า

“ตายแล้ว! หนูอย่าร้องไห้สิ เป็นอะไรเล่าให้ฉันฟังได้”

ชมพู่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางมาเรียนต่อที่ประเทศนี้ให้อารดาฟังจนอารดาเกิดความสงสาร แล้วเธอก็นึกอะไรบางอย่างได้ ดูจากผิวพรรณหน้าตาที่น่ารักของเด็กคนนี้ และยังมีท่าทางดื้อรั้นอยู่หน่อยๆ น่าจะสามารถมัดใจเจ้าลูกชายของเธอได้แน่นอน

“ฉันเสียใจด้วยนะ ถ้าฉันมีงานให้หนูทำแลกกับค่าเดินทางกลับบ้าน หนูสนใจไหม”

“งานอะไรคะ…?


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha