กำราบรักคาสโนวา

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ตอนที่ 3 : หลบทำใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เวลาไม่ขาดไม่เกินตอนห้าโมงเย็นชมพู่เที่ยวออกเดินหาที่ทำงานเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินแทนที่จะนั่งรอคนที่อารดาบอกให้มารับ สองเท้าเล็กก้าวเข้าตรอกซอยไม่ใหญ่มากพอให้คนเดินสวนไปมา รถยนต์ไม่สามารถเข้าได้แน่นอน สองมือถือถุงอาหารสำหรับตอนเย็นเดินไปยังห้องเช่าของตน พลันสายตาซุกซนก็สะดุดอยู่กับชายหนุ่มร่างกำยำในชุดไปรเวทที่ดูธรรมดาแต่ถ้าได้เห็นยี่ห้อมันคงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ด้านข้างกายมีชายชุดดำยืนอยู่สามสี่คน ก่อนที่เจ้าตัวจะขยับแว่นลงเล็กน้อย อวดนัยน์ตาคม ไหนจะเส้นผมสีทองยามแสงแดดสะท้อนสว่างไสวเรืองรองน่าลูบคลำ

“มาแล้วหรือ รู้ไหมฉันมารอเธอนานเท่าไหร่ เป็นเด็กหัดมีมารยาทบ้างสิ ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขารอมันใช้ได้ที่ไหน แล้วนั่นแต่งตัวไปไหนมา เอาละไม่ต้องพูด เข้าไปเก็บของ ฉันให้เวลาสิบนาที ไม่งั้นสลัมกระจอกๆ โดนเผาทิ้งแน่ จะมัวยืนบื้อทำไมไปสิ!”

ด้วยเพราะมารอสาวน้อยที่อารดาใช้ให้มารับนานเกินไป แต่เขาก็ยังอดทนรอจนกระทั่งได้เจอเธอคนนั้น ครั้งแรกที่เห็นรูปร่างอวบอิ่มโดยเฉพาะทรวงอกที่ดันออกมาจากเสื้อเชิ้ตนั่น เรียวขาขาวสวยที่โผล่ออกมาให้เห็นเล็กน้อย ปากอิ่มสีชมพูน่าจูบชิมรสว่าจะหวานหอมแค่ไหน ดวงตากลมโตสีดำสนิทฉายแววดื้อรั้นในบางที จนใจร่ำร่ำอยากกระชากเอามาบดด้วยจูบร้อนแรงปราบพยศให้ร้องครางแผ่วออกมายิ่งนัก แต่จำต้องหยุดความคิดนั้นเอาไว้

ชมพู่ยืนมองตาค้าง ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากสวยรูปกระจับนั้นทำให้เธอต้องหยุดชะงัก ผู้ชายบ้าอะไรกันปากเจ็บกว่าผู้หญิงอีก ไม่รู้เลี้ยงหมาไว้เป็นฝูงหรือเปล่า แทนที่จะเดินไปเก็บของตามที่ไมเคิลสั่ง ชมพู่เลือกเดินเข้าไปใกล้ ยืนมองชายหนุ่มรูปร่างกำยำทั้งยังหล่อเหลาราวกับเทพบุตรก็ไม่ปาน เอ่ยถามทันที

“พวกคุณเป็นใครกันคะ”

“หุบปากสวยๆ นั่นซะ! แล้วเข้าไปเก็บของ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนจับคุณขึ้นขย่มกลางสลัมตรงนี้”

“คุณ! ปากนั่นเลี้ยงหมาไว้หรือคะ ให้เกียรติกันบ้างสิ”

ไมเคิลหรี่ตาลงมองแม่สาวตรงหน้าอย่างนึกทึ่ง เธอเป็นคนแรกที่ไม่กลัวเขาเหมือนกับลูกน้องคนอื่น หรือแม้แต่จะกรี๊ดกร๊าดกระโจนเข้าหา หรือว่าเสน่ห์เขาจะเสื่อมถึงใช้ไม่ได้ผลกับแม่สาวปากน่าจูบตรงหน้า

“ลองพิสูจน์ไหมว่าจะมีหมาเต็มปากหรือมีอะไรกันแน่” ไมเคิลเชยคางมนขึ้นมาแล้วบีบมันไม่เบามือนักจนชมพู่ร้องออกมาเบาๆ แล้วสะบัดหน้าหนี

“ไม่อยากพิสูจน์ให้ปากมีแต่หมาเหมือนคุณหรอกค่ะ”

“นี่เธอ! ว่าฉันปากหมาเหรอฮะ!”

“อุ๊ย! คุณพูดเองนะคะฉันไม่ได้ว่า หลีกค่ะ! จะได้ไปเก็บของ รีบไม่ใช่หรือคะ”

ชมพู่เดินชนร่างสูงใหญ่เข้าไป มือเล็กกำลังจะไขกุญแจเปิดประตูห้องเช่า แต่ถูกแรงกระชากจากด้านหลังปิดมันไว้ก่อน พร้อมร่างบางถูกพลิกให้หันมาเผชิญหน้า มือเล็กวางแหมะบนอกล่ำที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดเผยให้เห็นแผงอกล่ำขาวน่าจับ

“เอากุญแจมานี่ ไอ้คลอสเข้าไปเก็บของ ส่วนเธอมานี่!” ไมเคิลกระชากร่างชมพู่ติดมือมาพาเดินไปยังด้านหน้าหมู่บ้านที่มีรถของเขาจอดรออยู่ ร่างบางแทบล้มคะมำด้วยช่วงขาที่ต่างกันทำให้ชมพู่ต้องวิ่งตามคนลากพร้อมทั้งต่อว่าให้ไม่ขาดสาย

“ในปากยังมีหมามากไม่พอหรือไงคะ ทำไมต้องแสดงกิริยาหมาๆ แบบนี้ด้วย”

ชมพู่ที่ไม่สบอารมณ์กับกิริยาที่ปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นของไม่มีค่าอะไร ทำให้เธอฟิวส์ขาด กระแทกเสียงใส่ แววตาโกรธเคืองฉายออกมา

“เธอพูดว่าอะไรนะ”

ไมเคิลกระชากร่างเล็กเข้ามาแนบชิด มือหนาบีบต้นแขนเรียวเล็กจนชมพู่ต้องเบะหน้า เจ็บจนน้ำตาคลอแต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลออกมาง่ายๆ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นสูง มือเล็กพยายามแกะมือที่กำลังบีบต้นแขนเธอ สายตาคมจ้องมองราวกับจะฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่ง ชมพู่เชิดหน้าขึ้นแล้วพูดท้าทายต่อว่า

“ทำไมคะ เกิดรับความจริงไม่ได้เหรอ จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งค่ะ ยิ่งคุณทำกับฉันมากเท่าไหร่คุณต้องเจ็บกว่าฉันเป็นร้อยเท่าพันเท่า!”

ไมเคิลกัดฟันจนเห็นเส้นนูนตามแก้มที่มีไรเคราครึ้ม ลงแรงบีบให้หนักขึ้นจนชมพู่เผลอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บ

“โอ๊ย!”

“ไงคนสวย เจ็บหรือ แต่โทษทีนะครับ ผมไม่เห็นเจ็บเหมือนคุณเลย”

เขาล้อเลียนสะใจที่เห็นร่างตรงหน้าร้องออกมา แอบยอมรับ ในใจส่วนลึกแล้วรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่มันก็ถูกกลบด้วยความอยากเอาชนะจนหมดสิ้น ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความสนุกที่เห็นชมพู่น้ำตาคลอหน่อย แต่ก็ยอมคลายแรงบีบให้

“อย่าสำออย มานี่”

ไมเคิลลากชมพู่ให้เดินตามออกมาโดยไม่สนใจคำพูดตัดพ้อต่อว่าทั้งหลายที่ก่นด่ามาจากร่างเล็กที่เขากำลังกระชากให้เดินตาม ทันทีที่ถึงรถได้ไมเคิลก็จับชมพู่ยัดเข้าไปด้านในอย่างไม่เบามือนัก แล้วก้าวตามเข้าไปนั่งเบียดจนชมพู่ต้องขยับจนชิดประตูรถ

“ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักนิด”

“ผมเลือกปฏิบัติ แต่เฉพาะบางคน…แค่เสวนาด้วยยังมากเกินไป”

คำพูดร้ายกาจนั้นไม่สามารถทำให้ชมพู่สะทกสะท้านสักนิด ใบหน้างามสะบัดหน้ามองออกนอกหน้าต่าง บอกเป็นนัยว่าเธอก็ไม่อยากเสวนากับเขาเช่นเดียวกัน

ไมเคิลที่ไม่เคยถูกใครเมินต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ พร้อมสะบัดหน้ามองไปอีกทาง เลิกสนใจท่าทีพยศของหนูตัวน้อยตัวนี้ ทั้งที่ในใจอยากกระชากมาเขย่าให้หัวสั่นจะได้หลาบจำ

‘ยายตัวร้าย! ถึงบ้านเมื่อไหร่เธอตายแน่…ฮึ่ม!’

ชมพู่เผลอยิ้มสะใจออกมาเมื่ออีกฝ่ายเลิกยุ่งกับตนเอง ในใจก็คิดถึงคำพูดของอารดาที่เคยบอกกับเธอ

ลูกชายแม่อาจจะร้ายบ้าง (มาก) แต่หนูต้องทำตามที่แม่บอก ไม่งั้นลูกชายแม่คง…ฮืออ

ต่อไปเธอจะต้องเข้มแข็ง จะได้ไม่มีใครกล้ามาทำร้ายเธออีก


ตลอดระยะทาง

จากสลัมมาถึงคฤหาสน์มิกเซส ภายในรถยังเงียบไม่มีแม้แต่เสียงใดๆ ออกมาจนร่างบางที่นั่งชิดประตูสัปหงกครั้งแล้วครั้งเล่า เผลอพิงศีรษะเล็กซบต้นแขนกำยำของชายหนุ่มข้างกาย จนไมเคิลตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัวขึ้นมาทันที ทั้งที่นิสัยเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงที่ไหนมานั่งซบแล้วหลับอย่างเช่นหล่อนคนนี้ กลิ่นหอมจากผมสลวยลอยเข้ามาแตะจมูกโด่งเป็นสันจนต้องก้มพิสูจน์ความหอมนั้นว่ามาจากที่ไหน มือหนาเลื่อนขึ้นโอบร่างเล็กพร้อมขยับตัวเองให้ชมพู่ได้หลับสบายมากขึ้น ทั้งที่ในใจอยากจะกระชากตัวเธอออกห่าง

“ถ้าไม่อยากตายหุบปากซะ!”

เสียงเข้มห้วนข่มขู่ลูกน้องคนสนิทที่ขับรถอยู่ ก่อนจะหันมามองใบหน้าสวยหมดจดราวกับเด็กน้อย ริมฝีปากเคลื่อนเข้าหาเกือบแนบกับปากอิ่ม ถ้าไม่มีเสียงของลูกน้องที่ขับรถอยู่ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ครับเจ้านาย”

“อื้อ…แม่ครูชมพู่เหนื่อย ชมพู่อยากกลับบ้านจัง” ภาษาไทยที่พึมพำออกมาจากปากอิ่มสวยสีชมพูน่าจูบทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะยกโทรศัพท์ต่อสายไปหานักสืบให้สืบประวัติผู้หญิงตรงหน้าอย่างละเอียด

รถยนต์หรูจอดสนิทด้านหน้าคฤหาสน์ได้นานสองนานแต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดประตูผู้โดยสารออก และคนด้านในคงไม่คิดจะออกไปไหนในตอนนี้ ชมพู่ขยับตัวอย่างอึดอัดเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังรบกวนเวลานอนอันแสนสบายของเธอ เปลือกตาค่อยๆ ขยับขึ้นมองสิ่งรอบตัว

“คุณจะทำอะไร! ปล่อยนะ”

“อื้ม…หอม ขอดมหน่อยสิ”

ไมเคิลที่ก้มหน้าพิสูจน์ความหอมตามซอกคอขาวพูดขึ้นมาอย่างขัดใจที่ถูกรบกวน ชมพู่เบี่ยงตัวออกห่าง พร้อมดันมือเข้ากับอกกำยำไม่ยอมให้เขาได้ทำตามอำเภอใจ และก่อนจะเกิดสงครามขึ้นภายในรถ ประตูรถยนต์ฝั่งไมเคิลก็ถูกเปิดออกพร้อมเสียงทักทายของอารดาก่อนจะกลายเป็นเสียงกรี๊ด

“หนูชมพู่มาแล้วเหรอจ๊ะ ว้าย! เจ้าลูกชายคนนี้ออกมาห่างๆ น้องเลยนะ มานี่!”

ร่างสูงใหญ่ถูกลากให้ออกห่างจากชมพู่มานอกรถด้วยฝีมือของผู้เป็นแม่ ชมพู่ถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วก้มลงตรวจดูความเรียบร้อยก่อนจะก้าวลงจากรถ ก้มหน้าแดงก่ำมองเท้าตัวเองเพราะไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี เมื่ออยู่ๆ ถูกอารดามาพบเข้า

“ไมเคิลทำอะไรน้อง เดี๋ยวเถอะลูกชายคนนี้” อารดาฟาดมือลงบนต้นแขนกำยำของลูกไม่แรงมากนัก ก่อนจะเดินเข้าไปหาชมพู่

“สวัสดีค่ะ” ชมพู่เลือกที่จะใช้ภาษาไทยเพราะจากที่ดูมานายฝรั่งร่างยักษ์ข้างๆ พูดอังกฤษตลอด คงไม่เข้าใจภาษาไทยแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่าเขาคนนี้มันเหนือความคาดหมาย

“ไหว้พระเถอะจ้ะ เราเข้าไปข้างในกันเถอะ อ้อคีย์มานะลูก” ก่อนพาว่าที่สะใภ้เข้าบ้านอารดาก็ไม่วายหันมาบอกลูกชาย แล้วก้าวเข้ามาด้านในโดยมีชมพู่เดินตามเข้าไป

“ครับผม หึ ยายหนูสกปรก เธอเสร็จแน่! คิดจะตกถังข้าวสารยังเร็วไป! ที่ให้ไปสืบไปถึงไหนแล้ว” ไมเคิลกดสายไปหานักสืบฝีมือเยี่ยม ก่อนจะได้รับคำตอบที่พอใจ และไม่นานข้อความลับก็ถูกส่งเข้าเครื่องมือสื่อสารของไมเคิล

“ไงเพื่อน จะไม่เข้าข้างในก่อนเหรอวะ”

คีย์ เอดิสัน ฮัมเบิร์ก หรือ ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งแห่งขั้วโลก ชายรูปงามเลือดผสมไทยกรีซเป็นที่ชื่นชอบของผู้หญิงไม่น้อยไปกว่าไมเคิล ด้วยท่าทางเย็นชาของหนุ่มตาคมผิวแทนคนนี้ทำให้สาวๆ ต่างพากันอยากค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเขา แถมยังเป็นเพื่อนสนิทที่ไมเคิลมักใช้มาอ้างอารดาออกไปหาสาว

“เออ…ไปที่ยิมไหม อยากออกกำลังกายสักหน่อยว่ะ”

“ยังไงก็ได้ แต่ถ้าเรื่องที่นายให้ฉันบินด่วนมาหาถึงที่นี่ไม่สำคัญพอ เจอดีแน่” คีย์ยักไหล่เล็กน้อยแล้วก้าวเดินตามไมเคิลที่เดินนำไปก่อน เมื่อตอนบ่ายเขาได้รับโทรศัพท์จากไมเคิลให้มาหาเพราะมีเรื่องสนุกๆ ให้ช่วย ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องช่วยอยู่แล้วเพราะค่าตอบแทนที่ได้กลับคืนมาช่างน่าสนใจมากสำหรับคนบ้างาน

 

อารดาพาชมพู่เดินมานั่งในห้องนั่งเล่นพร้อมกับมาร์คัสที่เดินตามเข้ามาสมทบ ใบหน้าอารดาฉายแววยินดีที่ได้ชมพู่มาอยู่ด้วยกันที่บ้าน สีหน้าชื่นชมหญิงสาวตรงหน้าฉายออกมาให้คนรอบข้างได้รับรู้ว่า ว่าที่มาดามคนต่อไปของตระกูลมิกเซสจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่สาวน้อยตรงหน้านี้

“เหนื่อยไหมจ๊ะ มานั่งตรงนี้ก่อน”

“ขอบคุณค่ะ”

ชมพู่ยกมือขึ้นไหว้ทั้งสองอย่างอ่อนหวาน ใบหน้าสวยยิ้มออกมาราวกับทั้งคู่เป็นพ่อแม่ตน เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าเติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้า ความหวังที่อยากจะเจอพ่อกับแม่เป็นความหวังสูงสุดของเด็กทุกคนที่นั่น แค่ได้หวังว่าตนเองก็เคยมีพวกท่าน เด็กกำพร้าก็สามารถมีแรงเดินต่อได้อีกครั้ง

“พี่เค้าแกล้งอะไรหนูหรือเปล่า ทำไมมาช้าอย่างนี้ บอกแม่มาได้เลย เดี๋ยวแม่จัดการเอง” ไม่ทันได้หล่อนเป็นลูกสะใภ้สมใจว่าที่แม่สามีก็ออกโรงปกป้องอย่างเต็มที่จนมาร์คัสหัวเราะกับความเห่อของภรรยา และถูกตีด้วยมือของอารดาหนักๆ

“หัวเราะอะไรคะคุณ” อารดาหันมองสามีที่หัวเราะลั่น ก่อนจะถูกดึงเข้าไปกอดแล้วก้มลงหอมแก้มโชว์ความหวาน ไม่ว่าใครพบเห็นเขาก็ไม่เคยอายที่จะทำแบบนี้

“ปล่อยให้หนูชมพู่ไปพักก่อนเถอะ เย็นๆ ค่อยมาคุยกันอีกที ส่วนคุณไปนวดให้ผมหน่อย ปวดเอวยังไงไม่รู้”

มาร์คัสขยิบตาใส่อารดาจนทำให้เธอหน้าแดงก่ำ รู้ว่าหลังจากนวดเขาจะทำอะไร ก่อนจะหันไปเรียกสาวใช้ให้พาชมพู่ขึ้นห้องนอนของเธอ ซึ่งพิเศษอย่าบอกใคร รับรองงานนี้เธอจะได้ทั้งลูกสะใภ้และหลานสมใจแน่นอน

“เดี๋ยวแม่จะให้สาวใช้พาขึ้นไปพักผ่อนนะจ๊ะ ป่านนี้เสื้อผ้าของหนูคงอยู่บนห้องแล้ว” อารดาบอกชมพู่เพราะเห็นว่ามีรถอีกคันตามหลังรถของไมเคิลมาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าของชมพู่ถูกเอาออกมาด้วย

ชมพู่ยกมือไหว้ขอบคุณที่ต้อนรับเธอราวกับคนในครอบครัวเดียวกันทั้งๆ ที่เธออาจจะเป็นโจรผู้ร้ายก็ได้

“ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาชมพู่”

ชมพู่ซาบซึ้งใจที่อารดาให้การดูแลเป็นอย่างดีจนน้ำตาซึม อารดาจับมือชมพู่เอาไว้พร้อมส่งความจริงใจไปให้ เธอรู้ว่าสามีของเธอกลัวว่าจะโดนหลอกจึงให้การ์ดตามสืบประวัติของสาวน้อยตรงหน้า และก็เป็นไปตามคาดเมื่อประวัติของเธอใสสะอาดเป็นไปตามที่เล่ามาทั้งหมด และมาร์คัสก็นึกสงสารและเอ็นดูเช่นกัน หากเด็กคนนี้ได้กับลูกชายของเขาจริงคงมีแต่ความสุขเกิดขึ้นแน่นอน

“กรุณาอะไรกัน แม่ต้องขอบคุณหนูมากกว่าที่ยอมช่วยแม่ ขึ้นไปพักเถอะจ้ะ” อารดามองตามร่างของชมพู่ที่เดินออกจากห้องนั่งเล่นออกไป ภายในใจคิดว่าจะต้องทำให้เด็กสาวหน้าตาน่ารักมาเป็นครอบครัวเดียวกันให้ได้

มาร์คัสเห็นแววตาเจ้าแผนการของอารดาก็ต้องยิ้มขำแล้วก้มลงถาม

“คิดอะไรอยู่ครับ ปล่อยลูกไปเถอะ”

มาร์คัสรู้ดีว่าภรรยาคนสวยคิดวางแผนจับหนูชมพู่ใส่พานถวายให้ราชสีห์ตัวโต และจากที่เขาสืบประวัติมาสาวน้อยคนนี้น่าสงสารทั้งยังกตัญญูรู้คุณคน แต่ยังมีความดื้อรั้นอยู่ในตัวเอง คนแบบนี้แหละที่จะเหมาะสมกับไมเคิล

“ก็หนูชมพู่น่ารัก ถ้าไม่สมหวังกับลูกชายตัวดีของคุณ ดาจะรับเธอเป็นลูก” อารดาตั้งมั่นอย่างจริงจังที่จะทำให้สำเร็จเพราะเธออยากอุ้มหลาน ถ้าให้รอเจ้าลูกชายหามาให้กลัวจะหาได้ไม่ถูกใจ งานนี้เธอต้องจัดการเอง

“ขอให้สำเร็จครับ แต่…ตอนนี้เราขึ้นห้องกันเถอะครับ ปะ”

“บ้า! ดาว่าเราไปเที่ยวกันดีไหมคะ”

มาร์คัสพาอารดาขึ้นห้องนอนเพื่อมารำลึกความหลังกันอีกครั้ง แม้จะมีลูกโตเป็นหนุ่มเจ้าสำราญแต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ลดความหวานลงเลย มีแต่จะอวดให้ลูกอิจฉาเล่น มาร์คัสที่เคยหยิ่งทะนงในตัวเองกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักของอารดา จนเขาตอนนี้ไม่คิดจะถอนตัวจากไปไหนและมาร์คัสก็เชื่อว่าสายเลือดกำลังส่งต่อพันธุกรรมนี้ให้กับไมเคิล

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha