กำราบรักคาสโนวา

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ตอนที่ 4 : หลบทำใจ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สายโด่ง

ตะวันตั้งฟ้าร่างบางของชมพู่เริ่มขยับยุกยิกบนอกของไมเคิลเมื่อลืมตาตื่น ก่อนจะค่อยๆ แกะมือที่กอดเธอไว้แน่นออก แต่ผ่านมานานหลายนาทีก็ไม่มีท่าทีว่าจะแกะออกเสียที เพราะยิ่งแกะเหมือนยิ่งสะกิดให้กระชับแน่น ไมเคิลพลิกร่างบนตัวให้นอนตะแคงข้าง ตวัดลำขายาวรัดหมอนข้างหนีบไว้แน่น ปากได้รูปก็พึมพำบ่นออกมา

“จะขยับไปไหนนอนเฉยๆ ให้กอดหน่อย…อืม…หอมชะมัด”

“อ๊าย! ฉันไม่ใช่หมอนข้างของคุณนะ”

ชมพู่อยากจะร้องกรี๊ดให้ไมเคิลตื่นขึ้นมาดูให้เต็มตาว่าที่เขาหอมนั้นมันศีรษะเธอ

คนบ้า ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย ต่อไปนะจะไม่ยุ่งอีกแล้ว ฮือ...แม่ครูขาช่วยชมพู่ด้วย

ชมพู่ร้องโอดครวญในใจเมื่อไม่สามารถหลุดออกจากร่างกายหนาที่พันกายเธอเอาไว้ได้เลย

“อื้อ…ห้องเรามีหมอนข้างด้วยเหรอวะ”

ไมเคิลนึกขึ้นได้ว่าในห้องเขาไม่เคยมีหมอนข้างเลย และที่แปลกก็คือมันดิ้นได้ ดวงตาคมกล้าเปิดขึ้น ก้มลงมองหมอนข้างดิ้นได้ที่ตนกอดไว้ตลอดทั้งคืนก็เบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน แล้วไหนจะชุดที่เธอใส่อีก

ใครเล่นตลกอะไรวะ หึ ก็ดี ต้องลงโทษให้หลาบจำที่กล้าทำให้ฉันต้องออกไปเมา แล้วไหนจะแต่งชุดมายั่วกันถึงบนเตียงแบบนี้อีก

ลำแขนกระชับกอดแน่นขึ้น แล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมชมพู่ ปากร้อนก้มลงจูบแก้มหอมเนียนนุ่มทั้งสองข้าง

“อื้ม…จุ๊บ…หอม…เอ๊ะ…จุ๊บ…หอมชะมัด”

“อ๊าย! ปล่อยนะคนลามก คนบ้า ไม่งั้นจะร้องให้คนช่วย”

ชมพู่ลืมตากว้าง มองคนที่ไล่หอมแก้มซ้ายขวาของตัวเองอย่างเอาเรื่อง มือบางยันใบหน้าหล่อเอาไว้ให้ห่างแล้วพยายามดิ้นหนี

“ก่อนจะร้องให้ช่วย ร้องครางดีกว่าเยอะ มันได้อารมณ์ดี” ไมเคิลจับรวบข้อมือทั้งสองข้างของชมพู่ขึ้นเหนือหัวแล้วก้มลงพูดปากแทบชิดกัน แกล้งเย้าแหย่มากกว่าเอาจริง

“ก็ได้ ไม่ร้องไม่อะไรทั้งนั้น ปล่อยเถอะนะขอร้อง”

ชมพู่ร้องอ้อนออกมาพร้อมทั้งบีบน้ำตาใสๆ ก็นิยายที่เธอชอบอ่าน พระเอกมักจะแพ้ลูกอ้อนของนางเอก เธอจึงลองทำตาม หวังว่าคงหลุดรอดออกมาจากกรงเล็บราชสีห์ตัวโตได้

“ไม่ต้องร้องอ้อนให้เสียเวลา จัดเลยดีกว่าไหมครับนางฟ้ายั่วสวาท”

ไมเคิลแกล้งก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหนักหน่วง แกล้งกำราบคนช่างยั่วตัณหาให้เกิดอารมณ์ อยากให้หลาบจำว่าอย่าได้คิดแต่งตัวมายั่วผู้ชาย

“ไม่! กรี๊ด! ปล่อยนะ กรี๊ด! กรี๊ด! กรี๊ด!”

ชมพู่สูดอากาศเข้าปอดแล้วกรีดร้องออกมาดังลั่นห้อง พอได้จังหวะตอนไมเคิลเผลอถอยตัวออกห่าง มือบางรีบผลักร่างกายใหญ่ออก ลุกขึ้นวิ่งตรงไปยังประตูเชื่อม จัดการล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนา มือบางยกขึ้นกุมหน้าตัวเองแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วลงไปรอข้างล่าง ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรตอนเจอไมเคิลอีกครั้ง

ด้านไมเคิลที่ยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง นั่งนิ่งมองประตูเชื่อมห้อง ปากได้รูปยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งสาวน้อยให้อายเล่น ทั้งที่จริงเขาเกลียดผู้หญิงเสียงดังโวยวายแต่กลับรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเธอ อาการปวดหัวเมาค้างหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเจอเสียงแปดหลอดที่ดังกระทบเข้าหู ก่อนจะสะบัดหน้าแรงๆ ไล่ความคิดบางอย่างที่เหมือนการผูกคอตายทิ้ง

“ก็แค่ของแปลกละวะ”

สรุปกับตัวเองเสร็จสรรพก็พาร่างกายเปลือยเปล่าเข้าห้องน้ำ รีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ในใจหวังอยากเห็นหน้าชมพู่ อยากรู้ว่าหล่อนจะทำอย่างไรเวลาเจอหน้าเขา แล้วทีนี้เขาจะใช้ข้ออ้างนี้ปฏิเสธทุกตำแหน่งที่อารดาจะยัดเยียดเธอให้เขา

 

ชมพู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินกับเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนแขนสั้นยัดชายเสื้อเข้าด้านในกางเกง อวดเรียวขาขาวยาวไร้ไขมันกำลังเดินลงบันไดมาด้านล่าง เห็นอารดาเดินออกจากห้องอาหารมาพร้อมกับมาร์คัส เท้าเล็กหยุดชะงักอยากเดินกลับขึ้นห้องนอนตัวเองเสียแทบขาดใจ

“อ้าวหนูชมพู่ตื่นแล้วเหรอ วันนี้ตื่นสายเชียว พ่อลูกชายแม่ก็ตื่นสาย ไม่รู้ว่าหนูเห็นพี่เขาหรือเปล่าจ๊ะ” อารดาจี้คำถามเป็นชุดเพราะเห็นว่าลูกชายเธอกำลังเดินตามชมพู่ลงบันไดมา หากชมพู่ที่กำลังหน้าแดงก่ำคงไม่ทันสังเกต

“เอ่อ…คือชมพู่ไม่เห็นค่ะ”

ชมพู่ตอบเสียงแผ่วเบา ไม่กล้าสบตาใครทั้งสิ้นและยังไม่รู้จะกล้าสู้หน้าไมเคิลได้อย่างไร ก็เธอแต่งตัวล่อเขาแบบนั้นคงคิดว่าเธออ่อยแน่นอน

อารดาเห็นใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายที่กำลังยิ้มอารมณ์ดีเป็นพิเศษเดินลงมาหยุดอยู่ด้านหลังชมพู่ กลิ่นอาฟเตอร์เชฟลอยแตะจมูกชมพู่ แล้วกลิ่นกายประจำตัวของเขาอีก ชมพู่ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับกายไปทางไหน และไม่กล้าหันมองไปทางด้านหลังด้วย

“พอดีเมื่อคืนมีหมอนข้างหอมๆ นุ่มๆ นอนกอดก็เลยตื่นสายไปหน่อยครับ”

อารดาทำหน้างง สงสัยว่าลูกชายเธอไปซื้อหมอนข้างมานอนกอดเมื่อไหร่ หรือว่าจะเป็น…

อารดาส่งยิ้มให้ชมพู่ทันทีจนชมพู่ต้องก้มหน้าที่ร้อนผ่าวลงต่ำ ป่านนี้คนมองคงรู้ว่าเธอเป็นอะไร ก่อนจะเดินหนีสายตาอารดาและคำพูดล่อแหลมของไมเคิล

“อ้าว แกล้งน้องจนเดินหนีไปโน่นแล้ว”

มาร์คัสที่สังเกตพฤติกรรมของสองแม่ลูกและอีกหนึ่งสาวน้อยพูดแซ็วอารดาและไมเคิล ที่ทำให้ชมพู่อายแก้มแดงเดินหนีไป ไมเคิลกระตุกยิ้มน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปหอมแก้มอารดาอย่างเอาใจ ก่อนจะเผลอมองตามร่างบางที่เดินหายเข้าห้องอาหาร นัยน์ตาเปล่งประกายสื่อสารบางอย่างออกมาจนต้องรีบเก็บมันเอาไว้อย่างเร็ว

“มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ทำตัวน่ารักแต่เช้าเชียว แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานหรือไง” อารดาถามเพราะเห็นไมเคิลแต่งชุดลำลอง เสื้อคอปกสีฟ้ากับกางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้ม ราวกับนัดหมายกับชมพู่ที่ทั้งคู่แต่งชุดเหมือนกัน

“พอดีว่าผมอยากหยุดครับคุณหญิง แล้วว่าแต่คุณหญิงหายป่วยแล้วเหรอครับ”

เพราะเมื่อวานอารดานอนซมอยู่กับเตียงแต่วันนี้ใบหน้ากลับแจ่มใส ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อวานเขาโดนแม่แกล้งแสดงละครชุดใหญ่ตบตา แถมยังมีมาร์คัสเป็นผู้แสดงร่วมด้วยอีกต่างหาก แต่ก่อนจะได้ซักไซ้อะไรให้มากความ สาวใช้ก็เดินเข้ามาเรียนให้อารดาและมาร์คัสทราบเสียก่อน

“กระเป๋าเตรียมขึ้นรถเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ขอบใจมากจ้ะ”

“กระเป๋า แม่กับแด๊ดจะไปไหนกันครับ”

“แม่แกต้องรักษาอย่างด่วนด้วยวิธีพิเศษที่แด๊ดทำได้เพียงคนเดียว” มาร์คัสชิงตอบแทนอารดาที่กำลังจะอ้าปากตอบลูกชาย

ไมเคิลร้องอ้อทันทีเพราะรู้ว่าวิธีรักษาแบบพิเศษของมาร์คัสคืออะไร และกว่ามาร์คัสจะรักษาอารดาให้หายก็เล่นปาเข้าไปเกือบอาทิตย์เลยทีเดียว

“แม่ป่วยเหรอครับ ให้ผมพาไปหาหมอไหม” ไมเคิลแกล้งถามหน้าตาย ทั้งๆ ที่รู้ความจริงทุกอย่างแต่ก็อยากแกล้งผู้เป็นพ่อเล่น

“ไอ้โรคนี้ของแม่แกต้องพ่อเท่านั้นที่รักษาหาย คนอื่นอย่ามาแหยม”

“ฮ่าๆ เดินทางปลอดภัยนะครับ” ไมเคิลหัวเราะลั่นที่แกล้งมาร์คัสสำเร็จ ก่อนจะอวยพรให้ทั้งคู่เดินทางปลอดภัย

อารดาเดินเข้าไปหาลูกชาย วางมือไว้บนบ่ากว้างก่อนจะพูดในสิ่งที่ต้องการออกมา

“ไมเคิล คนนี้แม่อยากให้เป็นลูกสะใภ้ ยังไงช่วยจัดให้แม่ก่อนแม่กับแด๊ดกลับมานะลูก”

คำพูดของอารดาราวกับชี้โพรงให้ราชสีห์หิวโซอยากอาหาร ก่อนจะถอยออกห่างแล้วเดินออกจากบ้านขึ้นรถที่กำลังรออยู่

ไมเคิลได้แต่กระตุกยิ้มกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจอารดา ทำไมต้องเจาะจงว่าต้องเป็นหล่อน ก็ในเมื่อเล่นแต่งตัวมาล่อเขาถึงห้องขนาดนั้นก็ยังอยากได้เป็นสะใภ้อีก หรือว่าจะเป็นแผนของเธอชมพู่

“ฉันจะกระชากหน้ากากเธอออกให้หมด”

ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในห้องอาหารที่มีชมพู่นั่งทานข้าวต้มอยู่คนเดียว เสียงลากเก้าอี้ออกพร้อมกับร่างใหญ่ของไมเคิลนั่งลงข้างๆ ชมพู่รีบตักข้าวต้มทานจนหมดเพราะไม่อยากอยู่ใกล้ไมเคิล ทั้งที่ตั้งใจจะทำให้เขากลับใจเปลี่ยนมาชอบผู้หญิง ขอเธอหลบไปทำใจก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจริงๆ

“จะไปไหน” ไมเคิลกระชากร่างของชมพู่ที่กำลังจะลุกหนีเขาอีกรอบให้นั่งลงกับเก้าอี้ตัวเดิม แล้วบิดให้หันมาทางเขา มือหนาเชยคางมนขึ้นมาให้สบตาคมเข้ม

“บอกมา ทำไมแต่งตัวแบบนั้นเข้าห้องนอนฉัน”

“เอ่อ…คือคุณแม่สั่งให้แต่งตัวแบบนั้นนอนนี่คะ แล้วเมื่อคืนได้ยินเสียงคุณก็เลยเข้ามาดูเท่านั้นเองค่ะ”

ชมพู่บอกไปตามความจริงทุกอย่าง ไม่มีปกปิดใดๆ ไมเคิลหรี่ตามองคนตรงหน้า สายตาคมจับจ้องลงที่ริมฝีปากบางสีชมพูน่าจูบจนต้องเลื่อนมือขึ้นลูบไล้มันเบาๆ

“อื้อ…แล้วแม่ให้ทำอะไรอีกนอกจากแต่งตัวยั่วแบบนั้น”

ไมเคิลเรียกสติให้กลับมาอยู่กับตัวเอง ก่อนจะเผลอก้มลงจูบปากอมชมพูสีหวานนั้นให้หนำใจอยาก ชมพู่ไม่กล้าตอบเพราะเคยให้สัญญากับอารดาว่าจะไม่บอกเรื่องที่เธอเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้เพราะอะไร

“แม่ขออะไรอย่างนะหนูชมพู่”

“เอ่อ…ได้ค่ะ”

“ห้ามบอกเรื่องที่แม่ให้หนูเข้ามาเปลี่ยนนิสัยของลูกชายแม่ให้ใครฟัง หรือแม้แต่ไมเคิลลูกชายของแม่นะจ๊ะ สัญญากับแม่นะว่าจะไม่บอกใคร”

“ได้ค่ะ ชมพู่จะไม่บอกใคร”

“เอ่อ…คือ” ชมพู่อ้ำอึ้งไม่ยอมตอบไมเคิลพร้อมทั้งหลุบตาลงต่ำไม่ยอมสบตา จนไมเคิลต้องก้มลงให้จมูกโด่งแนบลงกับจมูกเล็กเชิดรั้นนั้น

“ว่าไง ตอบ!”

เสียงเข้มเริ่มห้วนขึ้น แลกอากาศหายใจอย่างใกล้ชิด แต่ก่อนที่ไมเคิลจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวแล้วก้มลงบดขยี้ปากอิ่มที่กัดกันแน่นให้คายความจริงออกมา ก็ถูกขัดจังหวะด้วยสาวใช้ที่นำถ้วยข้าวต้มมาเสิร์ฟ

“เอ่อ…ข้าวต้มค่ะคุณผู้ชาย” ไมเคิลจำต้องถอยออกห่างจากใบหน้างามอย่างแสนเสียดาย แต่ก็ยังไม่ยอมให้ชมพู่ลุกหนีไปไหนได้ ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้ทั้งหมดออกไปจากห้องนี้

“ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ…เอ่อคือฉันจะไปช่วยล้างจาน โบราณท่านว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควาย! ให้ลูกท่านเล่น” ชมพู่ได้ทีเริ่มตอบกลับแบบนิ่งๆ พร้อมกับแกะแขนไมเคิลให้หลุดออก แต่แรงเท่ามดของเธอมันยากเหลือเกินที่จะต่อกรกับคนตัวโตแบบเขา

“ดี! อยากช่วยท่านดูแลลูกชายใช่ไหม ได้! งั้นลุกมานี่” ไมเคิลไม่สะทกสะท้านต่อคำประชดพร้อมคำด่ากลายๆ จับยกร่างชมพู่ขึ้นนั่งซ้อนตัก ตวัดแขนกอดรัดไว้แน่นหนาพร้อมทั้งสั่งเสียงเข้มอย่างเอาแต่ใจและเขาจะไม่ยอมให้เธอปฏิเสธแน่นอน

“ป้อนข้าวเดี๋ยวนี้!”

“ไม่! มือก็มีไม่ได้เป็นง่อย ถ้าอยากกินก็กินเอง ทำไมต้องใช้คนอื่นเขาด้วย”

ชมพู่ทั้งบิดและจิกแขนแข็งแรงนั้น แต่ก็ไม่มีท่าทีจะยอมปล่อยเธอง่ายๆ จนต้องพึ่งแผนครั้งสุดท้าย ปากบางก้มลงกัดหมับที่แขนของไมเคิลเต็มแรง จนไมเคิลเผลอปล่อย เธอรีบกระโดดหนีออกมายืนกอดอกส่งยิ้มน้อยๆ ให้แล้วรีบวิ่งออกจากห้องอาหารเมื่อไมเคิลยื่นมือมาหมายจะคว้าร่างของเธอ

“โอ๊ย! เจ็บนะยายตัวแสบ เป็นหมาบ้าเหรอไง!”

“แต่ก็คงไม่บ้าเท่าในปากคุณหรอกค่ะ”

ชมพู่หันกลับมาพูดแล้วเดินสะบัดตัวปลิวออกจากห้องอาหารทันทีเมื่อไมเคิลทำท่าจะกระโจนเข้าหา ปากอิ่มหัวเราะคิกคักสะใจที่ได้แกล้งไมเคิล ได้เอาคืนนิดหน่อยก็ยังดีเพราะเธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน

“เอ่อ…ขอโทษนะคะ คุณอารดาไปไหนคะ”

ยามอยู่ต่อหน้าอารดาเธอจำเป็นต้องเรียกแม่ แต่เธอไม่คิดไกลเกินเอื้อมที่จะได้มาอยู่ในครอบครัวนี้หรอก มันคงเป็นฝันกลางวัน แต่เธอขอซึมซับความรู้สึกที่มีครอบครัวแบบนี้ให้นานที่สุด ชมพู่คิดอย่างหม่นหมองในหัวใจขณะถามหาอารดาและมาร์คัสกับสาวใช้

เธอไม่เคยได้รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเป็นใครเพราะเธอถูกทิ้งไว้ด้านหน้าของศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุได้แค่สองเดือน มีเพียงแม่ครูและเพื่อนที่อยู่มาด้วยกันคอยช่วยเหลือกันเท่านั้นที่เธอเรียกว่าครอบครัว และสถานที่แห่งนี้ทำให้เธออยากมีครอบครัวขึ้นมา แต่มันคงเป็นแค่ความคิดเท่านั้นเพราะว่าใครจะอยากดูแลเด็กกำพร้าอย่างเธอ ที่ตอนนี้ถูกลอยแพอยู่ต่างประเทศ หาทางกลับเมืองไทยไม่ได้เสียที

“ท่านทั้งสองออกไปเที่ยวข้างนอกค่ะ อีกหลายวันกว่าจะกลับ” สาวใช้คนหนึ่งตอบชมพู่แล้วรีบเดินออกไปราวกับไม่อยากให้ชมพู่ถามต่อ เพราะพวกเธอโดนกำชับเรื่องไมเคิล หากชมพู่เกิดถามเรื่องไมเคิลขึ้นมามีหวังความแตก กระต่ายตื่นกันพอดี

“อะไรนะคะออกไปเที่ยว เดี๋ยวสิคะ!”

ชมพู่ร้องเสียงหลงไม่คิดว่าจะต้องอยู่กับไมเคิลแค่ตามลำพัง แล้วไหนจะต้องทำให้เขากลับใจมาชอบผู้หญิงอีก แบบนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะยังไม่ได้คุยเรื่องไมเคิลกับอารดาเลยสักเรื่องและยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้เขาเปลี่ยนใจ

ชมพู่ถอนหายใจออกมาแรงๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ อยากจะหนีกลับไปที่สลัมก็ทำไม่ได้เพราะเธอไม่รู้จักเส้นทางเลย จะกลับเมืองไทยยิ่งแล้วใหญ่ แต่ไม่ทันจะได้คิดหาทางออกอะไร เสียงพูดทักทายจากด้านหลังก็ดังขึ้น ร่างบอบบางน่าถนอมหันกลับมามองเมื่อได้ยินเสียงไม่คุ้นหู และถ้าจำไม่ผิดเมื่อวานเธอเห็นเขาเดินออกมาหาไมเคิล หรือว่าจะเป็น...

“สวัสดีครับ”

“เอ่อ…สวัสดีค่ะ คุณไมเคิลทานอาหารอยู่ค่ะ เดี๋ยวชมพู่ไปตามให้” ชมพู่ยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทพร้อมส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้ชายตรงหน้าอย่างเป็นมิตรมากกว่าจะโปรยเสน่ห์ให้อีกฝ่าย 

“ขอบคุณครับ”

คีย์ เอดิสัน ฮัมเบิร์ก เจ้าชายเย็นชาเจ้าของบ่อน้ำมันและธุรกิจส่งออกเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเธนส์ คีย์ลงมือโปรยเสน่ห์ขยิบตาแล้วยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงทุกคนต้องกระโจนเข้าหาหากเขาทำแบบนั้น แต่กลับไม่ใช่เธอคนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า นอกจากจะไม่แสดงอาการคลั่งไคล้แล้วยังส่งสายตาหวาดกลัวมาให้อีกต่างหาก สงสัยเสน่ห์ของเขาคงใช้ไม่ได้ผลกับชมพู่

“ตาเป็นอะไรหรือคะ…?

ชมพู่ถามอย่างสงสัยที่เห็นชายตรงหน้ายักคิ้วขยิบตาจนคิดว่าอาจจะโดนฝุ่นเข้าตาก็เป็นได้ จึงถามด้วยความเป็นห่วง เธอมักจะคอยดูแลเด็กที่ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่อมีเด็กอื่นมารังแกจนได้รับบาดเจ็บจึงคุ้นเคยเรื่องการรักษาบาดแผล

“ฮ่าๆ”

เสียงหัวเราะลั่นของไมเคิลที่เดินออกมาแล้วทันได้เห็นเพื่อนของเขาหว่านเสน่ห์ให้กับชมพู่ แต่มันสูญเปล่าเมื่อเสน่ห์ของคีย์ใช้ไม่ได้ผล แถมยังโดนตอกกลับ คีย์จึงแก้สถานการณ์เออออตามน้ำไปก่อน

“ครับผมเจ็บ”

“ชมพู่ขอดูหน่อยได้ไหมคะ”

คีย์ยกมือขึ้นกุมตาตัวเองทำให้ชมพู่ต้องเดินมาใกล้ มือบางที่กำลังเอื้อมไปด้านหน้าเกือบสัมผัสถูกตัวของคีย์แต่ทว่าถูกไมเคิลจับรวบเอาไว้ก่อน ไมเคิลชักสีหน้าตึงใส่ชมพู่ ก็อยู่ๆ อาการหวงไม่อยากให้เธอแตะใครและไม่อยากให้ใครแตะเธอโจมตีเขาอย่างหนัก และร่างกายก็ตอบรับอาการเหล่านั้นโดยอัตโนมัติทันที

“ไม่ต้อง! เดี๋ยวฉันทำเอง จะไปไหนก็ไปเถอะ”

ไมเคิลตะโกนลั่นเมื่อเห็นสีหน้าของคีย์ที่ยิ้มล้อเลียนส่งมาให้ บวกกับใบหน้านวลที่เอียงคออย่างสงสัย ไมเคิลจึงแก้ต่างโดยการไล่ชมพู่ไปให้พ้น ก่อนที่เขาจะเผลอทำอะไรขายหน้าต่อหน้าเพื่อนเขาอีกครั้ง ไมเคิลต้องหลบสายตาสอดรู้สอดเห็นของคีย์ที่จะไม่ให้เพื่อนสนิทได้รับรู้ว่าตอนนี้เขากำลังออกอาการหวงสาวน้อยตรงหน้านี้

“ไปก็ได้ค่ะ”

ชมพู่สะบัดเดินหนีขึ้นบันไดไป ไมเคิลถอนหายใจดังเฮือกใหญ่จนคีย์หัวเราะลั่นที่เห็นอาการแปลกๆ ของไมเคิล

นี่หล่อนมาอยู่แค่วันเดียวคาสโนวายังเป็นขนาดนี้ แต่ถ้าได้เธอเป็นเมียขึ้นมาละเขาไม่อยากจะคิดเลย มีหวังเจ้าเพื่อนบ้าคงได้หัวเราะท้องแข็งสามวันสามคืนแน่นอน และเรื่องขายหน้าแบบนั้นเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น

“หึๆ”

“หัวเราะอะไรวะ ทำไมยังไม่กลับประเทศของนายไป”

ไมเคิลไล่คีย์ที่มองมาอย่างจับพิรุธ ไม่ได้การ เขาต้องหาทางออกให้กับตัวเองเสียก่อนที่จะมีห่วงมาผูกคอ แต่แค่คิดว่าเจ้าหล่อนจะไปโดนตัวใครอารมณ์บางอย่างก็แล่นลิ่วเข้าเส้นเลือด ความหึงหวงที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนแล่นเข้ามากระตุกหัวใจของเขาจนต้องพูดแบบนั้นไป

“ฮ่าๆ ทำไมพูดแบบนี้วะ ใครกันให้ฉันอยู่ต่อ แล้วตอนนี้มาไล่ฉัน เสียใจนะโว้ย”

คีย์เห็นอาการของไมเคิลแล้วก็หัวเราะลั่น ท่าทางลุกลี้ลุกลนพยายามเก็บซ่อนบางอย่างเอาไว้ไม่รอดพ้นสายตาดุจพญาเหยี่ยวของเขาได้ งานนี้เขาคงได้เป็นพ่องานจัดงานแต่งให้ไมเคิลแน่นอน ท่าทางหมาหวงก้างออกนอกหน้าของไมเคิลทำให้คีย์หัวเราะหนักจนไมเคิลหายใจฟืดฟาด

“เออ เรื่องของนายไม่มีอะไรก็เชิญกลับไปได้เลย”

ชมพู่ยืนหลบมุมมองไมเคิลและเพื่อนของเขาที่อารดาบอกกับเธอว่าทั้งคู่กำลังคบกัน จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันทำให้เธอไม่เชื่อว่าชายหน้าตาหล่อเหลาอย่างไมเคิลจะรักเพศเดียวกัน ก็ในเมื่อเขาลวนลามเธอตอน…อ๊ายพอเลยยายชมพู่ ชมพู่คิดถึงตอนที่ไมเคิลเข้ามาประชิดตัวเธอที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูที่กำลังหาชุดชั้นในจากด้านหลัง แล้วยังก้มซุกใบหน้าเข้ากับลำคอเธออีกด้วย แค่คิดร่างทั้งร่างก็สะท้านไหว ขนลุกเกรียวทั้งตัว ก่อนจะสะบัดหน้าแรงไล่ความคิดไม่เข้าท่าออกให้หมด ถึงเขาจะเป็นชายทั้งแท่งก็คงไม่ชายตามองเธอหรอก ชมพู่คิดเองก็สะท้านในใจ

“จะรีบกลับทำไมกัน ที่นี่มีเรื่องสนุกให้ฉันดูอีกมากนี่นา ฮ่าๆ” คีย์ที่ยังไม่หยุดหัวเราะตอบทั้งที่กุมท้องตัวเองเอาไว้

“เออวะ! อยากทำอะไรก็ทำไป”

ไมเคิลเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้นไปยังห้องทำงานของตนเอง คีย์ยักไหล่เล็กน้อยแล้วเดินตามไมเคิลไป ไม่สนใจคำพูดที่ไล่เขากลับ

ไมเคิลเดินหนีออกจากตรงนั้นเพราะเขาเห็นชมพู่แอบดูอยู่ ขืนอยู่ให้เจ้าเพื่อนบ้าแซ็วมีหวังหนูตื่นก่อน เขาคงอด!

“มิน่าคุณท่านถึงได้ให้เราใส่ชุดนอนแบบนั้น เฮ้อ”

ชมพู่คิดเองเสร็จสรรพ เข้าใจว่าที่ไมเคิลโกรธเธอเพราะคีย์เข้ามาทักทายจนทำให้เขาไม่พอใจ คงไม่อยากให้ใครโดนตัวคนรักสินะ จับมาได้แรงก็เยอะ จับเบาๆ หน่อยไม่ได้หรือไง ชมพู่ลูบข้อมือตัวเองเบาๆ ที่ไมเคิลเผลอบีบแรง แต่สัมผัสอุ่นๆ ของอุ้งมือใหญ่ยังไม่จางหายราวกับมันจะติดอยู่แบบนั้นตลอดไป

 

ตลอดเกือบสามวันที่ผ่านมาไมเคิลย้ายตัวเองไปพักที่กาสิโนแทนที่จะกลับมาพักที่บ้าน เพราะว่าอยู่ใกล้ชมพู่ทีไรการควบคุมที่เคยดีเยี่ยมมาตลอดกลับต้องพังทลายลง แค่เพียงได้กลิ่นหอมจากร่างบาง แค่สัมผัสนิดหน่อยเจ้าลูกชายตัวดีก็พลันตอบสนองจนปวดร้าวไปหมด แล้วที่สำคัญตอนนี้เขาต้องบอกเลิกคู่ขาหรือผู้หญิงที่ลูกน้องหามาให้วันละหลายคน และวันนี้เขาจะต้องกลับมานอนที่บ้านเมื่ออารดาต่อสายตรงมาหาเขาให้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านดูแลน้องให้ดี

“แม่ไม่ต้องห่วงลูกสาวของแม่ ผมจะดูแลอย่างดีเป็นพิเศษเลย” แก้วน้ำสีอำพันถูกยกขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดแล้วเทลงเติมอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของไมเคิลจะคว้าเสื้อสูทพาดบ่าเดินออกจากห้องทำงานไป

ทางด้านชมพู่ที่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แปลกๆ อย่างไรชอบกลลุกขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเคาะเรียกจากสาวใช้ ชมพู่เดินไปหยิบผ้าคลุมกายสีหวานเนื้อบางเบามาคลุมตัวเองที่ใส่ชุดนอนวาบหวิวแล้วเดินออกไปเปิดประตู

“คุณผู้หญิงให้เอาถุงนี้มาให้ค่ะ” พูดเสร็จก็ยื่นถุงสีแดงสดให้ชมพู่แล้วเดินออกจากตรงนั้นทันที ชมพู่รับมาอย่างสงสัยแล้วเปิดดูข้างใน พบว่าเป็นน้ำหอมราคาแพงบรรจุในขวดรูปใบบัวสีแดงเข้มพร้อมทั้งมีการ์ดสีชมพูแนบมาด้วย

“ใส่น้ำหอมก่อนนอนทุกคืนนะ” อารดา

ชมพู่เดินกลับเข้าห้องนอน อดไม่ได้ที่จะหันไปมองทางประตูเชื่อม นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่หล่อนไม่เห็นไมเคิลเลยนับตั้งแต่วันนั้น ทุกวันชมพู่จะสวมชุดนอนที่อารดาซื้อมาเข้าตู้ให้ แต่ก็แค่นั้นเพราะถึงอย่างไรเธอก็รู้ดีว่าไมเคิลคงไม่สนใจอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาก็คงกลับมานอนที่บ้านแล้ว หรือข่าวลือจะเป็นเรื่องจริง!

“หอมจัง”

ชมพู่ลองฉีดน้ำหอมเล็กน้อยบนตัวแล้ววางขวดลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นก็เดินกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้ง ปลดเสื้อคลุมสีสวยออกจากร่าง วันนี้ชมพู่เลือกชุดนอนสีแดงสดขึ้นมาสวมใส่เพราะมันสวยไปอีกแบบ และเธอก็คิดว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่าพายุเสน่หาลูกใหญ่กำลังคืบคลานเข้าใกล้

เวลาล่วงมาเกือบเที่ยงคืน สัมผัสแผ่วเบาลากตามเรียวขาเนียนขึ้นไปถึงต้นขาขาว ความเปียกชื้นร้อนสัมผัสลงกับซับในตัวบางที่เห็นทะลุไปถึงไหนต่อไหน ขอบซับในถูกดึงลงจนสุดข้อเท้าก่อนจะแทนที่ด้วยความร้อนซ่านลากขึ้นตามรอยของกลีบเนื้อแท้แล้วสะกิดถี่รัว

“อื้อ…อ๊าา!” อาการคล้ายคนครึ่งหลับครึ่งตื่นถูกแทนที่ด้วยความเสียวกระสันอยากปลดปล่อยความรู้สึกร้อนภายในกายราวกับจับไข้ และไม่นานทั้งร่างก็ถูกจับโยนขึ้นสูงตัวลอยเบาหวิว

“อื้อ!”

“อา…หวานชะมัดทนไม่ไหวแล้ว”

ไมเคิลลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมดแล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมหวานที่เคยได้ชิมแล้วครั้งหนึ่ง มือหนาจับชายชุดนอนยั่วสวาทที่เจ้าตัวชอบใส่มายั่วตัณหาเขาให้หลุดออกจากเรือนร่างขาวนวลน่าถนอม ตอนนี้ไฟพิศวาสลุกโชน มือหนาสั่นเล็กน้อยยามสัมผัสเข้าหาเนื้อกายสาวแรกแย้ม

ชมพู่ร้องครางแผ่วเบาในลำคอตอบรับสัมผัสของไมเคิล ยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในกายหนุ่มมากขึ้นอีก ไมเคิลก้มลงคลุกเคล้าทรวงอกอิ่มราวกับเด็กหิวนม เสียงดูดดึงปลายถันพร้อมทั้งเสียงดูดสร้างรอยรักดังขึ้นไม่ขาดสาย มือหนายกขึ้นบีบขยำเต้าทั้งสองอย่างเมามัน ความหวานจากปลายลิ้นทำให้ไมเคิลหลงใหลเต้าทั้งสองมากยิ่งขึ้น

“อ๊าา...เอ๊ะ”

สัมผัสที่เริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ช่วยปลุกให้ชมพู่ลืมตาตื่นขึ้นมา ปากสวยได้รูปกำลังจะร้องกรี๊ด แต่ช้ากว่าไมเคิลที่ยกกายเข้าประสานร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมกับก้มลงบดจูบกลืนเสียงร้องลงคอ มือบางยกขึ้นทุบหลังหนาที่กำลังขยับเคลื่อนกายแกร่ง

“โอ้วว…อย่าบอกนะว่าเธอ!”

แรงตอดรัดลำกายและความคับแน่นจนแทบขยับไม่ได้ของช่องทางรักทำให้ไมเคิลต้องถอยปากออกห่าง ก้มมองชมพู่ที่น้ำตานองหน้าพร้อมกับเลือดสีแดงสดไหลออกมาเล็กๆ ตอกย้ำถึงความเจ็บปวดของคนใต้ร่างเป็นอย่างดี ไมเคิลก้มลงจูบหน้าผากเนียนไล่ลงมาตามเปลือกตา จมูกแล้วหยุดลงที่ริมฝีปากสั่นเทา ก่อนจะมอบจูบรสหวานหอมให้ชมพู่คลายความเจ็บ ความรู้สึกบางอย่างกระแทกเข้าจู่โจมหัวใจแกร่งให้สั่นสะท้านไหวทั้งอก ขนแขนลุกเกรียว กระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างเมื่อได้รู้ว่าตนเองคือชายคนแรกของคนใต้ร่าง ความหึงหวงจู่โจมหัวใจแกร่งจนต้องสรุปกับตัวเองว่าเขาจะต้องเป็นคนสุดท้ายที่จะได้ชิมความหวานสดนี้

“ฮื้อ…เจ็บ!” ชมพู่ครางออกมาอย่างเจ็บปวด อารมณ์วาบหวามหายไปหมด มีแต่ความเจ็บใจกลางสาวเข้าแทนที่

“อย่าเกร็ง เชื่อผมนะครับ ปล่อยตัวปล่อยใจ รับรองเราจะสุขทั้งคืน” ไมเคิลกัดฟันข่มอารมณ์ไม่ให้เคลื่อนกายเข้าหาอย่างเร่าร้อน ทั้งที่เขาไม่เคยทำกับใครมาก่อน ความอ่อนโยนแสดงออกมาโดยอัตโนมัติจนไมเคิลนึกแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงของตนเอง

“แต่มันเจ็บนี่!”

ชมพู่มองไมเคิลที่กำลังกัดฟันแน่นทั้งน้ำตา มือบางทุบกายกำยำไม่หยุด ไมเคิลจับมือบางให้หยุดนิ่ง ก่อนจะก้มลงจูบนิ้วเล็กทั้งห้านิ้วแล้วส่งมันเข้าปากหนา ลากไล้เลียลงมาอุ้งมือ ไมเคิลก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว เลียเม้มหนักจนเป็นรอยไปทั่วลำคอ

“อา…”

“ผมขยับนะครับ แล้วเราจะสุขด้วยกัน”

ไมเคิลเงยหน้าบอกชมพู่ที่มองมาตาปรอยแล้วก้มหน้าลงซุกทรวงอกอวบอิ่มพร้อมเคลื่อนขยับสะโพกสอบเนิบนาบ ทุกครั้งที่ขยับออกเหมือนมีแรงดึงดูดให้แก่นกายของเขาตอกอัดเข้าใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงร้องครางหวานดังแผ่วเรียกร้องให้ไมเคิลเคลื่อนขยับกายเข้าหาเธออีก

“อา…ชมพู่รู้สึก”

“โอ้วว…รู้สึกอะไรครับ…ซี้ด”

สะโพกหนาเริ่มเคลื่อนขยับเร็วขึ้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังไม่ขาดสายพร้อมกับเสียงก้องคำรามของไมเคิล อารมณ์ร้อนแรงพุ่งสูงติดลมบน ปากร้อนร้องครางกระหึ่มในลำคอยามที่ร่างของชมพู่ร่อนสะโพกส่ายไปมาอย่างไม่ประสา มือบางที่กำลังลูบไล้ แค่สัมผัสจากเธอเท่านั้นก็ทำให้เขาแทบคลั่ง

“ช่วยชมพู่…ซี้ด”

“ตอดแน่นไม่ดีนะครับ…ซี้ด…ผมเสร็จก่อน…คุณจะไม่ได้ขึ้นสวรรค์…โอ้ว”

ไมเคิลสอดลำแขนเข้าใต้ขาขาวทั้งสองข้างแล้วโน้มลงไปด้านหน้าพร้อมยกสะโพกตนเองบดกระแทกเร่งจังหวะ ส่งทั้งตัวเขาและชมพู่ที่ร้องครางลั่นให้ขึ้นสวรรค์ ไมเคิลก้มมองชมพู่ยามส่งตัวเธอขึ้นแตะขอบฟ้า ใบหน้าสวยงามราวกับนางฟ้าจนห้ามใจไม่ไหวต้องก้มลงบดริมฝีปากที่เผยออ้า

“อื้อ!”

“อูวว…อีกนิดคนดี อา...”

ไมเคิลเร่งส่งตัวตนเข้าออกถี่ยิบมากขึ้น ยิ่งช่องทางรักตอดรัดลำกายแน่นมากเท่าไหร่การกระแทกยิ่งเพิ่มมากขึ้น เหงื่อแห่งเพลิงพิศวาสไหลอาบท่วมตัวทั้งสองคน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ที่โก่งตัวอยู่เหนือร่างชมพู่จะกระตุกเกร็งบดแช่แท่งรักแล้วฉีดพ่นพิษ ส่งทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายสาวอย่างไม่คิดป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น ความสุขมหาศาลระเบิดเต็มหน้าหล่อเหลาที่เงยขึ้นสูดอากาศยามปลดปล่อยอารมณ์พิศวาส ความอิ่มเอมใจที่ได้เป็นชายคนแรกส่งผลให้หัวใจด้านชาพองคับอก ความหวงแหนโจมตีอย่างหนักหนา

“ผมมีความสุขที่สุด ไม่คิดว่าคุณยังซิงอยู่”

ไมเคิลล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้วยกชมพู่ขึ้นมาเกยบนตัว กอดกระชับเอาไว้แบบนั้นรอจังหวะลมหายใจให้เป็นปกติ มือหนาลูบไล้ลำแขนเล็กให้เธอสร่างจากอาการสั่นสะท้านยามที่ถูกส่งตัวขึ้นแตะขอบฟ้า ผิวเนียนน่าสัมผัสแดงอมชมพู กลิ่นเหงื่อจากการสุขสมลอยเข้าจมูกโด่งจนต้องยกมือเล็กขึ้นมาจูบเบาๆ

“ไหนคุณป้าบอกว่าคุณเป็น…”

ชมพู่นึกสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะเสียใจแต่ลึกๆ เธอกลับไม่รังเกียจที่ไมเคิลทำแบบนั้นกับเธอ ออกจะชื่นชอบมากกว่า ก่อนจะพูดในสิ่งที่อารดาเคยบอกเธอเรื่องเกี่ยวกับไมเคิลที่เบี่ยงเบนทางเพศ แต่กลับเขมือบเธอลงท้องแบบยาวนานอย่างนั้น คงไม่ใช่เกย์ แต่เป็นคาสโนวาตัวพ่อต่างหาก

“เป็นอะไร?

ไมเคิลยกใบหน้าขึ้นถามชมพู่ที่เขาจัดการตีตราหมาดๆ จนหมดทุกหยดไม่มีเหลือ มือหนาลูบไล้ลำแขนเรียวเล็กนุ่มเนียนอย่างเผลอไผล ด้วยเพราะเหล้าที่ดื่มไปกับบทเพลงรักที่บรรเลงกับชมพู่ทำให้เขาคล้ายกับคนละเมอ แต่ก็ตื่นขึ้นเต็มตาเมื่อได้ยินสิ่งที่ชมพู่ถามเขา

“เป็นเกย์ค่ะ” ชมพู่บอกออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วซบหน้าลงกับอกกว้าง ไม่กล้าสู้หน้าไมเคิลที่ตอนนี้กลายมาเป็นสามีทางพฤตินัยเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ไมเคิลได้ยินคำตอบของชมพู่กลับหัวเราะร่ามากกว่าจะโกรธ

นี่แม่เขาไปเป่าหูอะไรเธออีกเนี่ย ถึงได้เข้าใจผิดแบบนั้น

ชมพู่แทบอยากมุดหน้าเข้ากับอกกว้างให้มันจมหายเข้าไปข้างในนั้นเลย

“ฮ่าๆ”

“คุณ! หัวเราะทำไมคะ?

“แล้วคุณคิดว่าผมเป็นเกย์ไหม...มินนี่ของผม”

ชื่อพิเศษที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสามารถเรียกเธอได้และเขาไม่ยอมหากใครจะเรียกแบบเดียวกัน ก็ในเมื่อเธอเป็นตัวดับไฟเสน่หาที่อยู่ภายในกายให้อิ่มเอมยามถึงขั้นสุดยอด ให้ตายเถอะ! เขาไม่อยากยอมรับเลยว่าคนในอ้อมแขนนี้มีอิทธิพลต่อร่างกายและคงรวมถึงหัวใจของเขาด้วยเช่นกัน

“ชมพู่ไม่รู้ค่ะ”

“ไม่รู้จริงเหรอ?” ไมเคิลลากเสียงล้อเลียน ทั้งที่ในใจเขานั้นอยากจัดหนักต่ออีกรอบ แต่คำพูดของชมพู่มันทำให้เขาค้างคาใจ เธอเชื่อได้อย่างไรว่าคาสโนวาตัวพ่ออย่างเขาจะเป็นเกย์ นี่เธอคงไม่เคยอ่านข่าวซุบซิบคนดังบ้างเลยสินะ ให้ตายเถอะ!

“คนบ้า! กลับห้องตัวเองไปเลยนะ” ชมพู่ฟาดมือลงบนอกกว้างแล้วไล่ให้ไมเคิลออกไปจากห้องนอน เพราะตอนนี้ล่วงเวลามาเกือบตีสองแล้ว

“ชิ! เสร็จกิจก็ไล่เลยนะมินนี่ตัวหอมหวาน...อา อยากอีกแล้ว”

ไมเคิลยกร่างตัวเองขึ้นนั่งพร้อมยกร่างของชมพู่ติดมือมาด้วย จัดท่าให้เธอนั่งหันหน้าเข้าหาตัวเองแล้วก้มลงปิดปากที่กำลังจะประท้วง มือหนายกขึ้นบีบขยำนวดคลึงอกอิ่มแสนสวย แล้วก้มลงคลุกเคล้าปากร้อนเข้าครอบครองทรวงอกแสนหวานปาดเลียยอดอกที่แข็งชันลงกัดดึงเบาๆ ทั้งสองข้าง

“อ๊ะ…อย่าเอ๊ะ”

“อื้อ ก็มันหวานติดลิ้น…จุ๊บ”

ไมเคิลเงยหน้าขึ้นมามองดูผลงานตัวเองแล้วก้มลงจูบสลับไปมาทั้งสองข้าง มือหนาลากลงตามแผ่นหลังเนียนกุมสะโพกมนยกขึ้นเล็กน้อย ให้แก่นกายชายจ่อเข้าช่องทางรัก แต่ยังไม่ขยับเข้า มีเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่เข้าไป แต่เสียงครางทำให้ไมเคิลอยากทรมานชมพู่ต่อ

“เป็นอะไรครับมินนี่ บอกผมคนดี” ไมเคิลต้องทนข่มกลั้นอารมณ์มาก เพราะอยากให้ชมพู่ร้องขอทำเอง และเธอก็ทำให้ความอดทนของเขาหมดลง

“ขะ...เข้ามาให้สุดนะคะ” ชมพู่พูดออกมาเสียงกระท่อนกระแท่น มือบางจับไว้ตรงบ่ากว้าง ยึดเขาไว้ยามส่งสายตาหวานเยิ้มให้ไมเคิล แล้วลากมือลงสัมผัสกับยอดอกแข็งของเขาจนไมเคิลคำรามลั่น ขนลุกเกรียวทั่วร่าง ก่อนจะสั่งเสียงหอบสะท้าน

“อ๊า! ร่อนมาสิครับ ร่อนกระแทกมาเลยคนดี แบบนี้…” ไมเคิลครางเสียงแหบพร่า สั่งให้ชมพู่ทำตามเขา สะโพกมนถูกดันเข้าสวมแก่นกายชายแข็งชันเติมเต็มช่องทางรักจนสุดลำ

“อ๊าา!”

ชมพู่ร้องครางออกมาเมื่อช่องทางรักถูกเติมเต็มแล้วเริ่มทำตามไมเคิลที่นำทาง เสียงคำรามของไมเคิลยิ่งทำให้ชมพู่ร่อนสะโพกขยับมากขึ้น ปากอิ่มก้มลงจูบตามไหล่กว้างทำแบบเดียวกับที่เขาเคยทำ การกระทำแสนเงอะงะไร้เดียงสาของชมพู่ยิ่งทำให้ไมเคิลร้องคำรามครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อนักเรียนดีเด่นกำลังจะปราบครู

“อ๊ากก! โอ้ววให้ตายเถอะ จะทนไม่ไหวแล้ว…อูว”

“อ๊าย!...ไมเคิลขา”

สะโพกสอบเร่งส่งความหรรษาให้ชมพู่และเขามากขึ้น เสียงเตียงใหญ่โยกไหวกระทบกับผนังห้องดังแข่งกับเสียงครางของทั้งคู่ ก่อนจะเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหอบสะท้าน ไมเคิลพลิกร่างชมพู่ให้นอนทับบนตัวเขา มือหนาลูบไล้ตามแผ่นหลังเนียน ใบหน้าหล่อระบายยิ้มออกมาอย่างอิ่มเอมใจ

‘ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน คุณต้องทำอะไรกับร่างกายของผมแน่แม่มินนี่ตัวน้อย’

ไมเคิลก้มลงมองชมพู่ที่หลับสนิทหลังจบรอบสอง

“ให้ตาย! แม่นะแม่ เป่าหูอะไรคุณอีกไหมเนี่ย”

ไมเคิลสบถออกมาอย่างเอ็นดู คิดได้ไงว่าเขาเป็นเกย์และไอ้ชุดนอนยั่วสวาทนี่อีก ไหนจะกลิ่นฟีโรโมนที่เธอใส่อีก ไมเคิลคิดอย่างปลงตกที่เขาตกลงไปในกับดักของอารดา ไมเคิลถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วกดจูบลงบนกระหม่อมบางซ้ำๆ แล้วหลับตามชมพู่ไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha