คาสโนว่าบ้ารักเธอ(จบแล้ว)

โดย: varawan



ตอนที่ 2 : 2 เผชิญหน้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน 2  เผชิญหน้า

 

            "โทมัส นายเตรียมการถ่ายทำทุกอย่างเรียบร้อยหรือยัง"

 เสียงเข้มจากผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง หล่อสมาร์ตเพอร์เฟค สาวที่ไหนเห็นต้องสยบแทบเท้า

            "เรียบร้อยแล้ว รอคนเข้าฉากเสี่ยงแทน อแมนด้าเท่านั้น"

            "อ้าว เหรอติดต่อไปหรือยังเขาไม่รู้หรือว่า ถ้ามาช้ามันจะสร้างความเสียหาย"     แบรตถามด้วยอารมณ์หงุดหงิด

            "ติดต่อไปแล้ว    เธอไม่ได้มาสายหรอกแต่มันยังไม่ถึงเวลานัด" เพื่อนรักพ่วงผู้กำกับคิวทองของแบรต อธิบายอย่างอารมณ์ดี

            "แล้วหล่อนไม่คิดหรือยังไง   ว่าจะต้องมารอมาเตรียมตัวซ้อมคิวเพื่อถ่ายทำ หล่อนเป็นแค่คนแสดงแทนนะไม่ใช่นางเอกไม่มีความเป็นมืออาชีพเสียเลย"   แบรต ยังตำหนิคนที่ยังมาไม่ถึงต่ออีก

            "เอาน่าแบรตคนนี้ มือหนึ่งในวงการสแตนอินไม่มีพลาดมืออาชีพ  ฉันร่วมงานกับเธอมานาน การันตีว่าเธอจะไม่ทำให้งานของนายเสียหายแน่นอน" 

            โทมัสตอบด้วยอารมณ์เดิมไม่ได้นึกโกรธเคืองเพื่อนเพราะแบรตก็เป็นแบบนี้แหละ จริงจังเรื่องงานเสมอ

           "หึ หล่อนน่าจะขอบใจแกมาก ๆ เป็นถึงผู้กำกับใหญ่แต่การันตีให้กับแค่คนแสดงแทน" 

           แบรตยิ้มเยาะบุคคลที่สามไม่รู้ทำไม    เขาถึงรู้สึกหมั่นไส้เธอยิ่งนักทั้งที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนหรือเพราะว่ามีคนเข้าข้างคอยออกรับแทนเธอกระมัง

           ความจริงแล้วฉันกับริย่า เอ่อ แสตนอินของเราน่ะเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน ริย่าเค้าเป็นเพื่อรุ่นน้องของเพื่อนฉันอีกที" โทมัสขยายความ

            "อ้าว เหรอฉันรู้จักเปล่า" แบรตถามอย่างฉงน

            "คงไม่หรอก เพราะเรียนคนกันล่ะที่    ริย่าเป็นเพื่อนสมัยไฮสคูลที่ฉันย้ายตามพ่อไปครั้งนั้นไง"

             "อ้อถึงว่า... แต่ช่างเถอะ"  

            แบรตกำลังจะตัดบท  แต่ยังไม่ทันจบการสนทนา   ทั้งสองต้องหันไปมองรถบิ๊กไบร์คันใหญ่กำลังบึ่งมายังที่พวกเขานั่งอยู่ แบรตเพ่งมอง ด้วยสายตาของคนมีประสบการณ์และความรู้ความชำนาญเรื่องรถทุกชนิดและความเร็ว   เขาจำไม่ผิดแน่นอน ว่าไอ้รถคันนี้คือรถที่ท้าทายเขา ในวันงานแต่งบรัชนี่นา

 

           หนอย  มาหยามกันถึงที่เลยเหรอแก

 

           แบรตคิดในใจพลางลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อจะขอดูหน้าคนท้าทายเขาให้ชัด ๆ หน่อยสิว่าจะแน่สักแค่ไหน

           ไอ้เปี๊ยกไอ้เด็กเมื่อวานซืนเอ้ย

            ริมฝีปากบางทว่าแสนเซ็กซี่บิดขึ้นน้อย ๆ ค่อนขอดในใจเพราะรูปร่างผอมบางดูแคระแกรนนั้นทำให้ชายหนุ่มนึกดูถูก  

 

           เมื่อจอดพาหนะคู่ใจเรียบร้อยแล้ว อาริยาถอดหมวกกันน็อคออก เพราะคิดว่ามีแต่เพื่อนรักนั่นก็คือโทมัส  เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หมวกกันน็อคใบโตทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังแสดงความเงางามดุลแพรไหมพร้อมกับภาพหญิงสาวหน้าตาสวยหมดจด ในชุดหนังสีดำรัดรูปตามสไตร์นักแข่งรถทั่วไปนั้นเซ็กซี่โดนใจสุด ๆ ทั้งที่ชุดนั้นปกปิดมิดชิดแต่เมื่ออยู่บนเรือนกายของหญิงสาวผู้นี้กับทำให้คนมองแทบไม่คิดอะไรไม่ออกนอกจากจ้องจะจับร่างระหงโยนขึ้นเตียงแล้วเคี้ยวไม่ให้เหลือซากอย่างเดียวเท่านั้น

            แบรตรู้สึกประหม่า ใจสั่น อย่างช่วยไม่ได้ แม้ตัวเขาเองยังรู้สึกแปลกใจไม่น้อย     ที่สำคัญสิ่งที่ทำให้แบรตตกตะลึงไปมากกว่านั้น   ไม่คิดเลยว่าจะเป็นผู้หญิงที่ขับบิ๊กไบร์แข่งกับเขาในวันนั้นชายหนุ่มคิดว่าเป็นผู้ชายเสียอีก นี่แสดงว่าวันนั้นเขาแพ้ผู้หญิงอย่างงั้นหรือนี่

            "โอ้ มาย ก๊อท"  ร่างสูงสบถในใจ

             และอีกเรื่องหนึ่งที่เขายังจำได้ ผู้หญิงคนนี้คือเพื่อนเจ้าสาวของ นีน่า น้องสะใภ้ป้ายแดงของเขานั้นเองถึงจะเห็นเพียงผ่าน ๆ แต่เขาจำได้   ซึ่งเรื่องที่แบรตไม่รู้คือ อาริยา เป็นน้าสาวเพียงคนเดียวของนีน่า  เพราะวินาทีนั้นเขาให้ความสนใจกับของเล่นชิ้นใหม่อยู่นั่นก็คือ นางแบบสาวชื่อดังอย่าง อแมนด้า คู่ควงคนใหม่ล่าสุดของเขามากกว่า อาริยาก็ตกใจอยู่ไม่น้อยเช่นกันไม่คิดว่าโลกจะกลมเกลี้ยงขนาดนี้     เมื่อเจอชายหนุ่มคนที่เธอเคยค่อนขอดอยู่ที่นี่พร้อมกับโทมัสเพื่อนของเธอ

             "นั่นไง ริย่านักแสดงแทนที่ฉันบอกมาแล้ว"

             "คนนี้!!!! นี่นะ คนแสดงบทบู๊แทน อแมนด้า ที่นายบอก"

            แบรตเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจอีกรอบ วันนี้เขาจะเรื่องประหลาดใจจากผู้หญิงตรงหน้าสักกี่เรื่องกันนะ

             "ใช่ คนนี้แหละทั้งสวยทั้งเก่ง"

             โทมัสเอ่ยก่อนที่ร่างบางจะเดินมาถึงบริเวณพวกเขายืนอยู่ ทั้งสองทักทายกันตามประสาเพื่อนและจึงหันมาแนะนำแบรตให้อาริยารู้จัก 

              "ริย่านี่  แบรต   คลูเซอร์ เป็นสปอนเซอร์และนักแสดงกิติมศักดิ์ที่มาคู่กับอแมนด้าสำหรับถ่ายโฆษณารีสอร์ทแอนด์สปาและก็ใช้โปรโมทรายการแข่งกรังปรีซ์ครั้งนี้ด้วย"

             "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณแบรต"  

              มือเล็กเรียวสวยยื่นออกไปจับเพื่อทักทาย แต่คนที่ถูกทักดันใจลอย  เพราะเมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ในระยะสายตา เธอสวยเซ็กซี่กว่าที่เห็นในชุดสีฟ้าจืด ๆ วันนั้นเสียอีก จึงทำให้โทมัสต้องตบไหล่เขาหนัก

             "เฮ้ย แบรตเป็นไรว่ะ"

             "เอ่อ ยินดีที่รู้จักครับ คุณ"

              หนุ่มหล่อ ยิ้มให้เก้อเพราะไม่ได้ฟังเมื่อกี้ ทำให้โทมัสงงงวยเพราะแบรตไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนมันออกจะเจ้าชู้กระล่อนเห็นหญิงที่ไหนไม่เคยหลุดฟอร์มเลยนี่หว่า

              "อาริยา เรียก ริย่า ก็ได้ค่ะ" เธอยิ้มให้   ‘หือจำกันไม่ได้เหรอนี่คิดใจในแต่ผิดคาด

             "หึ หึ เราเคยเจอกันหรือเปล่าครับ" ร่างสูงหยั่งเชิง

             "คะ คิดว่าเคยค่ะ ถ้าคุณไปงานแต่งคุณบรัช"

             "รายนี้ เขาจำสาวสวยแม่นยำมากนริย่า  อย่าประหลาดใจ" โทมัสเอ่ยแซวพร้อมยกศอกกระทุ้งเพื่อนเบา ๆ

             "ไม่ใช่หรอกโทมัส ถ้าคุณแบรต จะจำได้ก็เป็นงานแต่งของคุณบรัช นั่นแหละใช่ไหมค่ะ"

 หญิงสาว ตอบและยิ้มสวยแบบใสซื่อใส่เขา แต่เขากลับตอบเป็นอีกอย่าง

              "คุณจำก่อนหน้านั้น ไม่ได้เหรอครับ" พูดจบพร้อมกับมองไปยังรถของเธอพร้อมกับดวงตาที่เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพราะชายหนุ่ม มั่นใจว่าจำแม่นมากๆ

             "ไม่นี่คะ ฉันจำได้ว่าเราไม่เคยเจอกันก่อนหน้านั่น"  เสียงหวานตอบนุ่ม ๆ แต่ใจหล่นไปอยู่ตรงตาตุ่ม

            ว้าย ลืมไปสนิทเลยเรื่องแข่งรถหญิงสาวคิดในใจแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่จริงเราต้องไม่แสดงพิรุธ   เขาคงจะไม่มีความจำแม่นเป็นพิเศษเหมือนที่โทมัสพูดหรอกมั้ง   วันนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นหน้าเธอ เสียหน่อย ’ แต่หญิงสาวคิดผิดก่อนที่ความจะแตกโชคดีที่กรรมการ เอ้ย โทมัส ช่วยดึงความสนใจให้เริ่มงานกันเลยไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รอดจากการซักถามแน่  แต่ว่าเธอกลัวอะไรกัน กลัวเขาล้างแค้นเหรอ  เห้อะตลกล่ะไม่มีทางเสียหล่ะ


             "เอาล่ะ  ในเมื่อ ริย่า ก็มาถึงแล้วเริ่มงานกันเลยดีกว่า วันนี้เป็นฉากขับรถในสนามง่าย ๆ ก่อนดีไหมริย่า" 

              พูดพลางย้ายสถานที่มาดูแผนงานต่างของวันนี้กันยังโต๊ะตัวใหญ่  โดยแบรตเข้ามาสังเกตการณ์ใกล้ ๆ และถือโอกาสสำรวจตรวจตาร่างกายหญิงสาวด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาทเสือไม่สิ้นลาย เมื่อเจอเหยื่อถูกใจก็ต้องตามประกบ หึหึ

            "อืม แล้วตามจริงมีฉากอะไรบ้างโทมัส ขอดูหน่อยสิ ฉันชาร์ตแบตมาเต็มที่แล้ว ถ่ายอย่างอื่นอีกก็ได้นะ” มือบางรับแผนงานคราวจากโทมัสที่เขายื่นมาให้ดู

            "ไฟแรงจริง ๆ จะเอาอย่างนั้นเลยเหรอ

            ว่ามา

            หญิงสาววางแฟ้มลง ตาเป็นประกายกระตือรือร้นอยากฟังแผนงานจากผู้กำกับมากกว่าขี้เกียจอ่าน

             ตามใจถ้าอย่างนั้น    หลังจากจบฉากลงสนามต่อด้วย  เจ็ทสกี บันจี้จัมพ์ ปีนหน้าผาหิน เท่านี้ก่อน ไหวเปล่า"

             "ต้องลองดู"

              ร่างบางยักคิ้วให้ โทมัส  อย่างทะเล้นเพราะคบกันมานาน  นานมากจากที่รู้สึกถูกใจอยากจีบเธอ  แต่เมื่อความสัมพันธ์แบบนั้นไม่คืบหน้าก็ผันมาเป็นเพื่อนรักกันดีกว่า   เพราะดูท่าอาริยาจะห่างไกลจากคำว่า คนมีความรักหรือหัวใจที่อยากจะมีคนรัก เขาก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ายายนี่จะ รู้จักคำว่าตกหลุมรักหรือเปล่านะ อย่าว่าแต่รัก คำว่า ชอบ เธอรู้จักหรือเปล่าก็ไม่รู้    

           หญิงสาวใจจดใจจ่ออยู่กับงานตรงหน้าไม่ทันสังเกตว่าคนที่ยืนเบียดอยู่ข้าง ๆ เหมือนจะจริงจังเรื่องงาน   ไอ้จริงจังน่ะใช่ แต่ไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นสนใจคนกำลังทำงานมากกว่า  อืม ปากอวบอิ่มอมชมพู ได้สักจูบคงหวานน่าดู จมูกรั้นน้อย ๆ  มิน่าเชิดเก่ง ดื้อรัน ท้าทาย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ ไล่ลงมายังหน้าอกหน้าใจ  อืม ไม่เบาเหมือนกัน ขนาดพอดี มือเลยเหมือนจะล้นด้วยไม่เพียงแค่คิดอย่างเดียว ชายหนุ่มทำมือกะขนาดหน้าอกหน้าใจของสาวเจ้า ดั่งคนละเมอ

            "อ้า ใหญ่" ประโยคท้ายชายหนุ่มไม่ได้คิดในใจเพียงลำพังเขาออกเสียงด้วย

            "คะ? คุณว่าอะไรนะ"  ร่างบางทำหน้างงเพราะได้ยินเต็มสองหูเพราะนายตัวใหญ่ยืนอยู่แค่คืบ

            "ฮะ เปล่า  ผมไม่ได้พูดอะไร แค่ถอนหายใจ"คนเจ้าเล่ห์แก้ตัวเป็นหน้าตาย

            ‘นี่กูไม่ได้คิดในใจหรอกเหรอว่ะบ้าเอ้ย แบรตก่นด่าตัวเองในอก  

             ส่วนโทมัสนั่นรู้ดีได้แต่ส่ายหัวเพราะรู้นิสัยแบรตดี ทั้งหื่น ทั้งลามก เจ้าชู้ก็ที่หนึ่งเขาจึงหันมาชวนอาริยาแพลนงานกันต่อ ปล่อยให้ไอ้บ้าคาสโนว่าบ้าผู้หญิงอย่างมันฝันกลางวันไปคนเดียวเถอะ

             ไหวแน่นะ   ริย่าถ้าไม่ไหวก็บอกนะ เรายังมีเวลาอีกหลายอาทิตย์” 

"ไหวไม่ไหว ต้องลองดู"

 

              "โอเคอย่างนั้นเรามาเริ่มดูสตอรี่บอร์ดคิวแรกก่อนล่ะกัน"

               ทั้งสองคนสนทนาเรื่องคิวการถ่ายทำกันอย่างจริงจัง    โดยมีหนุ่มหล่อสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ ไม่กล้าวอกแวกกลัวหลุดให้ได้อาย แต่คนอย่างเขาหรือจะอายแต่ไม่อยากให้เสียภาพพจน์อีกอย่าง เขาอยากเห็นฝีไม้ลายมือของผู้หญิงรูปร่างบางอ้อนแอ้นแบบนี้เหมือนกันว่าจะสักแค่ไหนกันเชียว จะสมราคาคุยของ ไอ้เจ้าโทมัสหรือเปล่า

               ดังนั้นทุกที่   ที่มีการยกกองไปถ่ายทำฉากต่าง ๆ ของอาริยา  แบรตจะเกาะติดมอนิเตอร์คู่กับโทมัสตลอด  และชายหนุ่มก็ได้ประจักษ์แก่สายตาว่าเธอไม่ธรรมดา เพราะเขาได้พบกับภาพประทับใจในหลาย ๆ ฉากที่หญิงสาว    ตั้งใจแสดงมันทั้งสวยงามและแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการหลบหน้า ซ่อนหน้า ในบางทีไม่ต้องใช้มุมกล้องช่วยก็ทำได้แนบเนียนเหมือนเป็นนักแสดงจริงไม่ใช่แค่คนแสดงแทน  วันทั้งวัน  ทีมงานถ่ายทำกินเวลาไปหลายชั่วโมง  แต่ร่างบางกลับไม่แสดงอาการเหนื่อยล้าให้เห็นเลยสักนิด เธอมีรอยยิ้มให้เพื่อนร่วมงานเสมอ

              ตัวนิดเดียวไม่เหนื่อยหรือไง’ จนแบรตอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยถามโทมัส

              "ไม่มีการพักเหรอ ให้ริย่าเขาพักบ้างดีกว่าไหม โทมัส" น้ำเสียงติดกังวล

              "อ้อ เมื่อกี้ก่อนถ่ายฉากนี้  ฉันถามริย่าแล้วว่าจะพักไหม  เธอบอกว่าไม่เพราะนี่ก็คิวสุดท้ายของวันนี้แล้ว"โทมัสตอบเรียบ ๆ แต่ยังจับจ้องอยู่หน้าจอตาไม่กระพริบ

               "อะไรกัน  จะรีบร้อนไปไหนกันแม่คุณ กะถ่ายวันเดียวจบโปรเจคเลยเหรอ"  ร่างสูงค่อนขอดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

               "ฮ่าฮ่าฮ่า ริย่าเขาก็เป็นแบบนี้แหละแบรต  เขารีบเพราะว่าเขารับงานต่อจากนี้ไว้เยอะ"

              "คิวทองเนอะ แต่ไม่พักแบบนี้ร่างกายจะไหวเหรอ"

              ชายหนุ่มมีสีหน้าหนักใจทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง และโทมัสเองก็แอบอมยิ้มให้เพื่อนรักที่ดูจะเป็นห่วงเป็นใยเขาเสียจริง

              "เอาน่า  ริย่าเขามีเหตุผลของเขา อย่าไปห้ามเสียให้ยากเลย"

             โทมัสปลอบเพื่อน ‘มันจะไปยุ่งอะไรกับเขา แบรตมองหญิงสาวด้วยความไม่เข้าใจในเหตุผลที่เพื่อนบอกมา

               "จะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ งานมันหนัก เหนื่อยก็ต้องพักสิ คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์"  

            โทมัส ลุกขึ้นตบบ่าเพื่อนเป็นความหมายว่า เรื่องของเธอนายไม่เกี่ยวพร้อมกับสั่งคัท จบงานวันนี้ 

            

              การถ่ายทำเข้าวันที่สาม   อาริยานั้นตั้งใจแสดงดีจน ชายหนุ่มแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มาอยู่ ดาราแทนที่จะอยู่แต่เบื้องหลังคอยเป็นเงา แล้วแต่เรื่องเสี่ยง ๆ และเจ็บตัวอยู่แบบนี้ ทั้งรูปร่างหน้าตา ทรวดทรง องค์เอวก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย

              "เห้ย   ริย่า/นั่นไงว่าแล้ว”

              แบรตอุทานพร้อมกันกับเสียงโทมัสดังขึ้น   ทั้งคู่รีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กทันที   เมื่อเกิดการผิดคิวกันขึ้นขณะกำลังถ่ายคิวต่อสู้ ระหว่างตัวแทนนางเอกและผู้ร้าย ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันทำให้อาริยาเคลื่อนไหวได้ล่าช้า จึงหลบหมัดจากนักแสดงร่วมไม่ทัน โดนชกเลือดกำเดาไหล ก่อนที่ร่างใหญ่ของสองหนุ่มจะเข้าถึงตัว

              หญิงสาวจอมอึดที่ล้มก้นจ้ำเบ้า กระแทกลงไปกับพื้นกลับรีบลุกขึ้นมาพร้อมกับ หลังมือเรียวเล็กปาดเลือดกำเดาที่กำลังไหลทิ้งอย่างไม่แยแส  และหันมายิ้มให้กับทีมงาน พร้อมบอกให้ถ่ายต่อได้ ทั้ง ๆ ที่เลือดยังไหลไม่หยุด และมือบางก็ยกขึ้นเช็ดออกอย่างไม่ยีหระ

               "ต่อเลย โทมัสเล็กน้อยเอง" ร่างเล็กจอมอึดว่าพร้อมหัวเราะราวกับเป็นเรื่องสนุก

               "ยังจะมาหัวเราะอีก หยุดเลือดก่อนดีกว่า"

               แบรตทนไม่ไหวเข้ามาใกล้แล้วดึงมือบางที่กำลังยกขึ้นเช็ดอีกครั้งอย่างอารมณ์เสีย เขาไม่ชอบเลือดเท่าไร  โดยเฉพาะมันเกิดขึ้นกับหน้าสวย ๆ ของหญิงสาวแบบนี้   ร่างสูงพูดกับยัยดื้อจบ ก็หันไปสั่งทีมงาน

                "เอ่อ!!?!! " 

               อาริยาตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่ แต่เมื่อได้สติและยังไม่ทันได้ปฏิเสธ เสียงแหลมเล็กของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

                 "มาแล้วค่ะแบรตที่รัก แมนดี้มาแล้วค้า ยู้ฮู้ แบรต"

                "ไฮ อแมนด้า เดินทางสะดวกดีไหม"

                แบรตส่งตัวอาริยาให้ทีมงานแล้ว  ผละไปต้อนรับนางแบบสาวทันที  ทั้งสองกอดทักทายอย่างสนิทสนม 

              "สบายมากค่ะ ที่รัก"

              นางแบบสาวเอ่ยพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มสากสองแขนโอบรอบคอร่างสูงสมาร์ทของแบรต อย่างไม่มีเคอะเขินต่อสายตานับสิบคู่

              นางเอกตัวจริงมาแล้วสินะอาริยานึกในใจ

             พร้อมกับเดินตามทีมงานไปหยุดเลือดกำเดาเพื่อจะได้ถ่ายต่อ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมดุจากชายหนุ่มในอ้อมกอดของผู้มาใหม่มองตามร่างเล็กเดินไปด้วยใจที่ไม่มีใครเดาได้ อแมนด้าเข้ามาเกาะแขน คลอเคลีย ออดอ้อนร่างสูงไม่ห่าง ทำเหมือนว่ามีแค่เพียงพวกเขาแค่สองคน

               "แบรตขา  ไปข้างนอกกับแมนดี้นะคะ  แมนดี้อยากไปเที่ยวรอบ ๆ ที่นี้ " นางแบบสาวสนทนาด้วยชื่อเล่นด้วยความสนิทสนม

               "เอาสิ แต่ให้จบฉากนี้ก่อนได้ไหมถ่ายใกล้จะเสร็จแล้ว"

                แบรตเอ่ยขึ้นเพราะใจเขาอยากอยู่ดูหญิงสาวอีกคนแสดงฉากนี้ให้เสร็จก่อน

               "ทำไมคะ ได้ข่าวว่าเป็นฉากบู๊ที่มีแค่ตัวประกอบแสดงแทนแมนดี้นี่คะ  ไม่ใช่แมนดี้ตัวจริงซะหน่อยไม่เห็นจะน่าดูเลย ไปเถอะค่ะ นะนะ"  นางแบบสาวเซ้าซี้

               "แต่ผมอยากให้งานออกมาดูดี และผู้ชมเชื่อว่าเป็นคุณจริงๆ"ชายหนุ่มแย้ง

              อแมนด้าเป็นคนฉลาดกำลังจะเซ้าซี้ต่อแต่ ฉากที่ว่าก็เริ่มถ่ายทำแล้ว   นั่นเหรอตัวแสดงแทนของฉัน หน้าตาก็ใช่ได้นี่ หึ...มิน่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างแบรตถึงอยากอยู่ดู แต่จะมาสู้ตัวจริงทั้งในจอ นอกจออย่างฉันได้เหรอ

              ร่างอวบอิ่มมองดู คนตัวเล็กด้วยสายตาที่เหนือกว่า   เมื่อจบฉากนี้แล้วทุกคน แยกย้ายไปพักผ่อน รวมถึงตัวอาริยาเองด้วย ร่างบางเดินเข้าที่พักด้วยความเหนื่อยล้าอ่อนแรงเหลือกำลังวันนี้ผิดคิวพลาดเจ็บตัวหลายครั้งเหมือนกัน   ทั้งที่เมื่อก่อนเธอจะพลาดน้อยหรือไม่เคยพลาดเลยด้วยซ้ำ นอกจากจงใจเจ็บตัวเองเพื่อให้เหมือนจริง   อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาตอนเธอแสดงไม่มีใครมานั่งจ้องนี่นา เลยไม่กังวลและเสียสมาธิเท่านี้  แล้วฉันจะกังวลทำไมเนี่ยอาริยาบ่นตัวเองในใจ

              โดยไม่รู้ว่านั่นคือความรู้สึกที่เรียกว่าเขินอาย ก่อนจะลากสังขารไปแช่น้ำอุ่น ๆ เพราะรู้สึกปวดเมื่อยไปตามเนื้อตัวและตอนที่ผิดคิวล่าสุดไม่ใช้แค่เลือดกำเดาไหล ก้นเล็ก ๆ ของเธอล้มกระแทกอย่างแรงแต่ คิดว่ามันก็เจ็บไม่ต่างจากที่ผ่านมาหรอกเพราะมันต้องเจ็บทุกครั้งอยู่แล้วเพื่อความสมจริง

             ป่านนี้อีตา คาสโนว่า นั่นคงจะชื่นมื่นน่าดู เพราะนางแบบสาวสาวสวยทรงโต หุ่นดินระเบิดดีกรีเป็นถึงนางแบบ นักแสดงชื่อดังระดับโลกคู่ควง  ที่คู่ควรสำหรับเขานี่นา

               อาริยาชื่นชมทั้งความสวยและความสามารถของ อแมนด้า จริง ๆ พวกเขาเหมาะสมกันดีจังเลย นางแบบดังกับนักธุรกิจระดับเดียวกัน  คิดพร้อมกับถอนหายใจ ออกมาหนักอย่างไม่มีเหตุผล

 

             อาริยาหลับยาวด้วยความอ่อนเพลีย ทั้งที่ยังไม่ได้กินมื้อเย็น     ตกดึกจึงทำให้รู้สึกหิวและอีกทั้งอาการ ปวดระบมตามเนื้อตัวจนหลับไม่ลง จนต้องออกจากห้องส่วนตัวเพื่อหาอะไรรองท้องที่นี่เป็นสถานที่ส่วนตัว  สำหรับการถ่ายทำซึ่งอยู่ติดกับสนามแข่งรถขนาดใหญ่ของจริง     ดังนั้นทีมงานทุกคนจึงพักกันอยู่ที่นี่ เพราะทั้งสะดวกและกว้างขวาง   การถ่ายทำจะใช้เวลาประมาณสามอาทิตย์ หรืออาจมากกว่านั้น

            เพราะรายการนี่เป็นโปรเจคยักษ์ในรอบปีซึ่งการถ่ายทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของกรังปรีซ์รวมถึงเป็นการโฆษณาสปอร์ตคลับแอนด์รีสอร์ท ขนาดใหญ่ที่จะเปิดตัวแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดในโซนนี้และประเทศใกล้เคียง

           เมื่อนอนไม่หลับ    อาริยาจึงออกมาเดินรับลมค่าเวลาเพื่อทำให้ตัวเองหลับลงได้อีกครั้ง เธอชอบมองท้องฟ้ามืดมิดแบบนี้เป็นพิเศษมันเป็นความชอบส่วนตัวของเธอ  การได้ค้นหาดวงดาวในที่มืด  มันหมายถึงการค้นหาการมีตัวตนของเธอบนโลกกว้างใบนี้    

            หญิงสาวคิดถึงอดีตที่ทำให้ต้องเลือกเดินบนเส้นทางนี้ เธอและพี่สาวเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน พ่อของอาริสาพี่สาวของเธอ ทิ้งมารดาและลูกสาวตัวน้อยไป ต่อมามารดาจึงแต่งงานใหม่และมีเธอแต่พวกท่านก็อายุสั้นจากไปด้วยอุบัติเหตุ ตอนอาริยาอายุได้เพียง 3ขวบ  เธอต้องมาอยู่กับพี่อาริสาซึ่งตอนนั้นพี่สาวของเธอเพิ่งจะแต่งงานกับหนุ่มนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง  เธอและพี่สาวอายุห่างกันถึง18ปี    

            แต่พี่สาวรักและเอ็นดูเธอมากดูแลมาพร้อมกับลูกสาวของเธอก็คือ นีน่า นั้นเอง เป็นเพราะพวกเขาแต่งงานกันเร็ว   อาริสา แม่ของนีน่าเป็นเด็กกำพร้าจน ๆ เลยถูกคนครอบครัวพี่เขยรังเกียจแต่เพราะบิดาของ นีน่า เป็นลูกชายคนเดียวที่สืบทอดกิจการที่กำลังรุ่งเรืองจึงไม่มีใครทำอะไรพวกเราได้ แต่เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นซ้ำอีก  เมื่อทั้งสองสามีภรรยาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต นีน่าและเธอจึงโดนไล่ออกมาจากบ้านของพวกเธอเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha