คาสโนว่าบ้ารักเธอ(จบแล้ว)

โดย: varawan



ตอนที่ 5 : 5 เป็นข่าว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน 5   เป็นข่าว

 

               นักข่าวก็ตามไปขอสัมภาษณ์ อแมนด้าคู่ควงคนล่าสุดและมีนักข่าวบางคนสังเกตว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวพันกับเธอด้วย นักข่าวมาตามสัมภาษณ์เธอถึงที่โรงแรม

              "ไหนว่าคุณแบรตเป็นคนรักของอแมนด้าไงครับ อย่างนี้หมายความว่าแค่ควงกันเฉย ๆ หรือครับ"

              "ว่าไงค่ะแมนดี้ ตกลงคุณแบรตเป็นคนรักของคุณจริง ๆ หรือเปล่า"

               "แล้วทำไม    เมื่อคืนคุณแบรตออกไปกับนางแบบหน้าใหม่ล่ะคะ"   ยิงคำถามกันไม่ยั้ง

            "เออ คือว่าเรื่องนี้แมนดี้เป็นผู้หญิงจะให้ตอบเองคงไม่ได้ต้องถามแบรตเองค่ะ ส่วนเรื่องเมื่อคืนถึงแมนดี้จะอยู่ในเหตุการณ์ แต่ทุกอย่างมันไม่เกี่ยวกับแมนดี้ พี่ ๆ  ต้องไปถามคนต้นเรื่องเองนะคะ ว่าพวกเขาทำอย่างนั้นกับแมนดี้ได้ยัง"  อแมนด้าทำหน้าซื่อตาใสตอบออกไป

            "แต่พวกเขาดูท่าทางรักกันมากเลยนะคะ"

            "เรื่องนี้ แมนดี้ ไม่ทราบค่ะ ขอตัวนะคะ แมนดี้มีงาน" อแมนด้าหน้าตึงเมื่อเจอนักข่าวพูดแบบนั้น

             คำถามพวกนั้นทำให้ อแมนด้า โมโหสุดขีด  เธอทำเป็นตอบเลี่ยงโดยไม่พูดปกป้องอาริยาและสั่งทุกคนที่ร่วมมือกับเธอให้เงียบที่สุดไม่งั้นเดือดร้อนแน่อแมนด้าจากนั้นมุ่งตรงไปที่กองถ่าย   ซึ่งฉากของเธอจะถ่ายวันนี้เป็นวันสุดท้าย   เมื่อมาถึงอแมนด้าทำทีเข้าไปแสดงความเสียใจกับเรื่องเมื่อคืนว่ามันเป็นอุบัติเหตุกับอาริยา

              "ริย่า เรื่องเมื่อคืนฉันไม่ได้ตั้งใจนะมันเป็นอุบัติเหตุ ริย่าก็รู้ก่อนไปฉันไม่ค่อยสบายเลยก้าวพลาด ริย่าไม่โกรธฉันใช่ไหมจ้ะ"

              "ไม่เป็นไรหรอกแมนดี้ สบายใจเถอะน่ามันผ่านไปแล้ว   ไม่มีใครเจ็บตัวสักหน่อย" หญิงสาวยิ้มให้อแมนด้าสบายใจ

              "จริง ๆ เหรอริย่า แมนดี้ ไม่สบายใจนอนไม่หลับทั้งคืนเลย"

              "จริงเหรอ ไม่ต้องคิดมากแล้วนะแมนดี้"  

             อาริยากุมมือเธอแน่นเพื่อให้ อแมนด้า คลายกังวลใจ  แต่การทำแบบนั้นทำให้อแมนด้าโกรธ เธอมากกว่าเดิมเพราะอแมนด้าคิดว่า อาริยานั้นมั่นใจว่าแบรตต้องรักตัวเองมากแน่ ๆ เพราะเมื่อคืนชายหนุ่มพาเธอออกมาและต้องมีอะไรมากกว่านั้น  ที่จะทำให้อาริยามั่นใจในตัวเองได้มากขนาดนี้

 

            "จ้ะงั้นเหรอ ขอบใจมากนะริย่า ฉันรักเธอที่สุด"    อแมนด้าพยายามข่มเสียงให้เป็นปกติและขอตัวไปทำงานต่อ

            หญิงสาวผู้ตกเป็นคนดังชั่วข้ามคืนยังไม่ได้รับรู้ข่าวว่าเช้านี้เธอดังมาก ทั้งที่ทีมงานทุกคนคุยซุบซิบกันและมองมายังเธอเป็นระยะ    แต่อาริยาคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเธอจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้   กลับเป็นแบรตเสียอีกที่โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่ใช่ห่วงชื่อเสียงของตัวเองต่อให้ฉาวยังไงเขาก็ไม่สนอยู่แล้ว

           แต่เขาไม่ชอบใจเอามาก ๆ ที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเอารูปไม่เซ็นเซอร์ของหญิงสาวมาลงเห็นหน้าอกหน้าใจให้คนทั่วประเทศได้ดู    เขาให้เลขาโทรไปสำนักพิมพ์ให้ระงับรูปนั้นแต่ไม่ทันเพราะมันมีทุกสื่อโซเชียลร่างสูงปวดหัวตุ๊บ ๆ

            “บ้าเอ้ย”

            แบรตชะงักเท้า   เมื่อมาถึงกองถ่ายเจอ อแมนด้าอยู่กับอาริยา ทำให้ต่อมสงสัยของเขาทำงานทันที   ว่าสองสาวนี้สนิทกันตั้งแต่เมื่อไรแล้ว   ทำไมอาริยาถึงได้ไปเดินแบบเมื่อคืนนี้ มือไวกว่าความคิดโทรหาคนวงในให้สืบเรื่องเมื่อคืนทันที

            "ฉันให้เวลาภายใน  8 ชั่วโมงจ่ายไม่อั้น   ฉันอยากรู้ว่าเมื่อคืนทำไมริย่าถึงไปอยู่ที่นั้น"ไม่มีการอรัมภบทแบรตออกคำสั่งทันทีเมื่อปลายสายกดรับ

            "เดี๋ยวก่อนแบรต ใคร ริย่า อ้อ นางแบบหน้าใหม่เหรอ"  ปลายรู้ว่าใครเพราะชื่อเขาโชว์หราแต่อยากรู้ต้นสายปลายเหตุมากกว่า

             "เออ นั่นแหละเอาละเอียดที่สุด โดยเฉพาะเรื่องนี้ใครเกี่ยวข้องที่สุด"

             "แล้วจะให้สืบใครเป็นพิเศษ นายสงสัยใคร"

             "อแมนด้า "เสียงเฉียบ

             "ฮ้า  อแมนด้าเหรอ คู่นอนล่าสุดของแกนะเหรอ "

              "อืม " 

             "แต่เวลา 8 ชั่วโมงเองน้อยไปนะ"

            "แกจะทำหรือจะให้ฉันไปจ้างคนอื่น"

            "เอ้ย อะไรว่ะ แค่นี้ทำเป็นงอนฉันพูดเล่น  โอเค รอฟังข่าวได้เลยเพื่อน"   แต่ไม่วายที่ปลายสายจะบ่นว่าเวลาน้อยเกินไปชายหนุ่มไม่สน อยากรู้ตอนนี้ด้วยซ้ำ ผ่ายโน้นเลยตกลงแปดก็แปด

           " เห้อ....ใจร้อนจริง ๆ พ่อเทพบุตรคาสโนว่าโดนกระตุกหนวดล่ะซิ "

 

           แบรตเข้าฉากกับอแมนด้าจนจบ  ฉากต่อไปเป็นฉากที่คนตัวเล็กอย่าง  อาริยา จะต้องกระโดดจากหลังคาลงมาบนพื้นและต่อสู้กับผู้ร้ายอีกด้วย ทุกอย่างพร้อมเดินกล้องฉากกระโดดเธอทำได้ดีและสวยงามมาก แต่พอเริ่มถ่ายฉากบนดินอากาศเริ่มสลัวแล้วเพราะถ่ายมาทั้งวัน และฉากใหม่ที่จะใช้ไฟ ทุกอย่างกำลังเตรียมพร้อม เตรียมคิวกันและกำลังจะถ่ายอยู่นั้น  

          ชายหนุ่มมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับอาริยา จึงขออนุญาตแกมข่มขู่โทมัสเพื่อจะเข้าไปคุยให้ได้เพราะเรื่องที่เขาให้คนไปสืบได้เรื่องมาแล้วจึงอยากมาเตือนให้เจ้าตัวระวังตัวเองและให้อยู่ห่าง ๆอแมนด้าจนกว่า จะถ่ายทำจบ

           "ริย่า ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"

            "อ้าว แบรตฉันจะเริ่มงานแล้วนะ คุยทีหลังได้ไหม  แบรตระวัง  ว้าย"

            ไม่ทันได้พูดอะไรอยู่ ๆ  เสาสปอตไลท์ก็ล้มลงมาทางร่างสูงทันที อาริยาเห็นดังนั้นไม่รอช้าด้วยสัญชาตญาณของนักสู้   จึงวิ่งเข้าไปผลักอกแกร่งออกจากวิถีเสากำลังล้มลงมา ร่างของแบรตเซถลาออกไป    แต่ร่างบางที่ถลาเข้าไปด้วยความเร็วหลบไม่ทันโดนเสาฟาดเข้าเต็มหน้าผากทำให้มึนงงล้มฟุบทันที 

 

            ชายหนุ่มเมื่อตั้งตัวได้หันไปมองทิศทางของเสาก่อนจะล้มเห็นทันที หลังคนไว ๆ หลบไปทางนั้น   ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร   จึงหันกลับมาสนใจคนตัวเล็กตรงหน้าทุกคนตกตะลึงอึ้ง แบรตรีบเข้าไปประคองร่างบางที่ล้มฟุบกองอยู่กับพื้นขึ้นมา

            เป็นไงบ้างริย่า

            แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้น  แบรตขบกรามแน่นเพราะหน้าผากมน เต็มไปด้วยเลือดแดงฉานที่ไหลไม่หยุด ชายหนุ่มตัดสินใจช้อนร่างเล็กตรงไปยังรถของเขาทันที ไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืน ท่ามกลางความตกใจและแตกตื่นของทีมงาน เพื่อพาสาวสวยจอมอึดไปโรงพยาบาลทันที

            "จะพาฉันไปไหน คุณแบรต ปล่อยฉันลงนะ"

     ถึงจะเจ็บอยู่ แต่ความอายมีมากกว่าที่อยู่ ๆ ก็โดนอุ้มเป็นครั้งที่สองจากคนตัวโต

            "เงียบน่า เอาผ้าเช็ดหน้า ฉันกดห้ามเลือดไว้ไหลใหญ่แล้วเห็นไหม"

            แบรตวางร่างบางลงบนเบาะนุ่มของซุปเปอร์คาร์สุดหรูพาหนะคู่กายของเขาและยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

           "อี้   ใช้หรือยังเนี่ย"   อาริยามองผ้าเช็ดหน้าแต่ไม่ได้หยิบมาทันที  ปากก็ต่อว่าเขาเพื่อกลบเกลือนความอาย

           "สะอาดน่า  ยังไม่ได้ใช้เลย"  

           แบรตจับผ้าเช็ดหน้ายัดใส่มือบาง   แล้วเอื้อมไปดึงเข็มขัดมารัดร่างแน่งน้อยไว้ก่อนสตาร์ทรถบึ่งไปไวปานพายุ เขากำลังตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดแต่กลับเปลี่ยนใจจอดยังคลีนิคเล็ก ๆ แทน เพราะโรงพยาบาลมันเป็นจุดสนใจเกินไปและเรื่องเมื่อคืนก็ยังร้อนระอุอยู่ พยาบาลทำแผลให้ เย็บไปห้าเข็มคนเจ็บตัวเล็กบ่นอุบ

           "หัวแตกยังไม่เจ็บเท่าเข็มแทงเลย อยู่ใกล้ คุณทีไรฉันซวยทุกทีเลย"

          "อ้าว   มาโทษกันเฉยเลย

          แบรตเอ่ยน้ำเสียงงอน ๆ แต่ไม่จริงจัง ดีใจที่คนตัวเล็กจอมอึดมีปฏิกิริยาตอบโต้พูดคุยไม่เงียบเหมือนเมื่อคืน

           "เมื่อตอนเช้าเห็นคุยอะไรกับอแมนด้า รู้จักกันเหรอ"    เมื่อเห็นช่องจึงแกล้งถามเพื่อหยังเชิงดูว่าทั้งสองสนิทกันมากแค่ไหน

            "อ้อ แมนดี้ เค้ามาขอโทษเรื่องเมื่อคืน   ที่พลาดเหยียบชุดของฉัน เลยทำให้เกิดเหตุการณ์เอ่อ....เมื่อคืนน่ะ แต่ไม่เป็นไรฉันรู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แมนดี้ไม่สบายด้วยนะก่อนจะไปเดินแบบ

            เหรอแล้ว  เธอรู้ได้ยังไงว่าอแมนด้าไม่สบายแบรตข้องใจ

            ก็ตอนหัวค่ำเธอมาขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน   เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้มีคนดูแลไง

             อาริยาอธิบายทุกอย่างให้เขาฟังตามประสาคนซื่อ ๆ  เพราะคิดว่ายังไงก็เป็นเรื่องที่เขาควรรู้เพราะเขาช่วยเธอไว้เมื่อคืน ชายหนุ่มพยักหน้าทำเป็นเข้าใจแต่ภายในใจนั้นแตกต่าง

            อ้อ อย่างนี้นี่เอง’ 

             แบรตหน้าตึงคิดในใจเรื่องราวจากที่ให้คนสืบมาทุกอย่างเป็นแผนแกล้งอาริยา จริง ๆ ด้วย  เอาเป็นว่าไม่บอกดีกว่าและเขาตัดสินใจ  แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้แม่สาวแสตนอินจอมอึดของเขา  อยู่ตามลำพังคนเดียวอีกจนกว่าจะแน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัยดี และต้องทำให้อแมนด้าเลิกตอแยกับเธอไปอีกตลอดชีวิต 

            "หิวไหม   ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันก่อนกลับดีกว่า เพราะโทมัสเลิกกองแล้วด้วย" แบรตตัดบทเข้าเรื่องหน้าตาเฉย

           "อ้าว คุณรู้ได้ไงว่าโทมัสเลิกกองแล้ว"หญิงสาวทำหน้างง

            "อ้อ ฉันโทรไปถามเมื่อกี้เอง" พร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์

             ที่จริงโทมัสไม่ได้เลิกกองเองหรอก เพราะชายหนุ่มบ้าอำนาจนั้นแหละเป็นคนโทรไปสั่งเลิกงาน  ในเมื่อได้อยู่ด้วยกันแล้วก็ไม่อยากกลับไป  ทั้งที่คนตัวเล็กยังบาดเจ็บอยู่ อีกอย่างไม่รู้ว่า อแมนด้าจะมาไม้ไหนอีก ผู้หญิงนี่ ความน่ากลัว พอ ๆ กับความสวยเลย

             "แล้วแต่คุณก็แล้วกัน"

             เสียงหวานเอ่ยเบา ๆ เธอว่าจะปฏิเสธ   แต่ท้องเจ้ากรรมดันร้องประจานทำเอาขายหน้าหมดเลย

 

             "ถ้าอย่างนั้น   ฉันมีร้านแนะนำร้านนี้อาหารอร่อยมาก ไปกันเลย" ร่างสูงพูดพร้อมกับตีเนียนจูงมือเล็กน่ารักแต่หยาบกร้านนิด ๆ ลากออกไปทันที

             "ฉันเดินเองได้น่า "

             อาริยาพยายามดึงมือกลับ  แต่มีหรือคนเจ้าเล่ห์จะยอมแกล้งทำเป็นหูทวนลมกำแน่นมันกว่าเดิม จนเธออ่อนใจกับคนฉวยโอกาสจึงปล่อยเลยตามเลย ‘ตามสบายเลยพ่อเอาที่สบายใจจะตัดมือไปเก็บไว้ก็ไม่ว่าคิดดังนั้นก็ค้อนลมค้อนแล้งไป 

            เอาแต่ใจชะมัด"

            ปากอิ่มยังตำหนิอีกหน่อย  สองหนุ่มสาวจูงมือกันออกจากคลีนิคตรงไปที่รถ    หารู้ไม่ว่ามีปาปารัสซี่ตามถ่ายรูป   ตั้งแต่ออกมาจากกองถ่ายแล้ว  ชายหนุ่มขับซุปเปอร์คาร์มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารซึ่งเป็นร้านอาหารหรูผู้คนระดับไฮคลาสทั้งนั้น 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha