คาสโนว่าบ้ารักเธอ(จบแล้ว)

โดย: varawan



ตอนที่ 7 : 7 เหตุร้าย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน 7   เหตุร้าย

 

              เมื่อสักครู่ทีมงานแจ้งมาว่ารถที่เตรียมให้นักแสดงฝ่ายหญิงไม่สมบูรณ์  เพราะเบรคมีปัญหา แต่ไม่ทันการเสียแล้วเพราะ10นาทีที่แล้วอาริยานำรถลงไปในสนามเพื่อทำการถ่ายทำการแข่งขันฉากสำคัญอีกฉากหนึ่งแล้วนั่นเอง   และขณะนี้ก็กำลังเดินกล้องถ่ายทำอยู่ด้วย  

               ส่วนตัวอาริยาเองนั่นเพิ่งพบความผิดปกติเมื่อขับมาได้สักระยะเมื่อลองเบรคแต่ไม่สามารถทำได้ แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมามากนั้นลดลงทีเดียวเลยก็ไม่ได้ เธอจึงพยายามประคองรถและควบคุมสติไม่ให้มันแตกกระเจิง สถานการณ์ตอนนี้ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้นร่างบางท่องไว้ในใจ

             "ใจเย็นๆ  ริย่า ตั้งสติๆ"   

            บอกกับตัวเองแต่ก็หวั่นใจไม่น้อย   ขณะเดียวกันนั้น ร่างสูงของแบรตกระโดดลงมาริมสนามแข่งอย่างรวดเร็วเป้าหมายคือรถอีกคันเขาขับตามรถของหญิงสาวเพื่อจะตามไปช่วย ชายหนุ่มทำอะไรมากไม่ได้ เพราะความเร็วของรถนั้นไม่สามารถพูดหรือบอกอะไรได้ พยายามติดต่อทางวิทยุที่ติดไว้กับตัวเธอ

             "ริย่า ได้ยินไหม ริย่า ได้ยินไหม   เสียงทุ้มเรียกเจ้าของชื่อไม่หยุด

             "ได้ยินแล้ว แต่ยังไม่ว่าง รถกำลังมีปัญหา"

              "ผมรู้ ๆ ใจเย็น ๆ นะ ค่อย ๆ ลดความเร็วลง ผมกำลังตามไป"  

              แบรตสั่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงตอบรับ    จบการสนทนาแบรตพยายามบังคับพวงมาลัยให้ความเร็วสามารถไล่ตามไปให้ใกล้ที่สุด    ขณะนั้นเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ต้อนรถสำหรับถ่ายทำทุกคันออกจากสนามจนหมด

               "ริย่าลดเกียร์  ลดความเร็ว" สั่งหญิงสาวอีกครั้งเมื่อรถของเขาตีคู่ขึ้นมาระดับเดียวกันแล้ว

               "จะพยายามค่ะ โอเค ลดลงแล้วคะ"

               เมื่อลดความเร็วลงได้ในระดับหนึ่งแล้วหญิงสาวจึงหันมายิ้มให้ เมื่อความเร็วอยู่ในระดับที่ชายหนุ่มต้องการ

               "เอาล่ะ พร้อมแล้ว เตรียมตัวโดดนะ" 

             สิ้นเสียงแบรตขับรถเข้าไปเบียดกับรถของหญิงสาวโดยไม่ขอความเห็นพร้อมพยักหน้าและกับเปิดกระจกข้างจนสุด

              "ทำได้ไหม"    ตะโกนมาอีกครั้ง

              "ไม่ได้ก็ต้องได้ใช่ไหม"

              "ใช่ คุณต้องไว้ใจผม ริย่า"  

  แบรตจ้องมองหญิงสาวด้วยดวงตาที่มั่นคงเหมือนเป็นคำมั่นสัญญา  ได้โปรดเชื่อใจผม

              "อืม ก็ได้"    

              หญิงสาวสูดลมหายใจอีกครั้งพร้อมพยักหน้าในเมื่อเธอเป็นมืออาชีพเสี่ยงตายมาก็เยอะแล้วเรื่องแค่นี้เอง  

              "แต่ กระโดดไปรถอีกคันด้วยความเร็วร้อยกว่าเนี่ย เอาว่ะ..."

              อาริยาตัดสินใจพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดหนัก ๆ   เมื่อฝ่ายนั้นส่งสัญญาณมาอีกครั้งร่างบางจึงเปิดประตูออกพุ่งตัวกระโดดไปเกาะยังหน้าต่างรถของแบรตและพยายามไม่ให้ร่างกายของเธอ กระแทกไปกับรถอีกคันแต่จนแล้วจนรอดไม่วายโดนกระแทกเข้าจนได้แบรตพยายามบังคับรถพร้อมกับหักพวงมาลัยออกห่างจากพาหนะความเร็วของเธอ และหาจังหวะเพื่อจอดรถแต่ไม่ทันได้ทำตามความคิดสำเร็จคนที่เกาะอยู่ตรงประตูหมดแรงปล่อยมือเพราะไม่สามารถทนความเจ็บบริเวณชายโครงจากแรงกระแทกเมื่อกี้ เลยกลิ้งตกลงไปจากรถอยู่หลายตลบ

             "ริย่า  ไม่นะ"

             แบรตตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจ แม้จะชะลอความเร็วและถึงจะมีชุดแข่งรถกับหมวกกันน็อคป้องกันแค่ไหนร่างบางที่ได้รับบาดเจ็บก็ไม่สามารถช่วยพยุงให้ตัวเองลุกขึ้นได้เพราะลื่นไถลกลิ้งไปไกลหลายตลบ จึงไม่เห็นวินาทีของรถที่เธอสละมานั้นไปพุ่งชนกำแพงไฟลุกท่วม  หญิงสาวนอนหมดแรงแผ่หลาอยู่ตรงนั้น  แบรตเห็นว่าร่างเล็กล่วงหล่นไปต่อหน้าต่อตา เขารีบเบรก เมื่อรถจอดได้ไม่สนิทดีร่างสูงวิ่งตรงมาหาร่างที่ใกล้จะหมดสติทันที

            "ริย่าเป็นไรมากไหมอย่าขยับนะ"

             แบรตตะโกนเสียงดังเหมือนคนบ้า ความกังวลถาโถมมือหนาพยายามถอดหมวกกันน็อคของเธอออกอย่างยากลำบาก

             "เจ็บมากไหมริย่า อย่าหลับนะตบหน้าเธอเบาๆ

            มองฉันสิ มองหน้าฉันอย่าหลับนะริย่า"

             เสียงทุ้มสั่นเครือถามอย่างเป็นห่วงกังวลใจอย่างมาก   เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะหมดสติ และเลือดที่ไหลซึมออกมาจากปากจากจมูกใจนั้นทำเอาชายหนุ่มหัวใจแทบหยุดเต้น ทุกครั้งที่เธอหลับตาไม่นานเจ้าหน้าพยาบาลที่ทีมงานได้เตรียมมาเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินก็ได้ขับรถเข้ามาจอด พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลลงมาและขั้นตอนประถมพยาบาลจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

             "ริย่าอย่าหลับนะ"

             แบรตนั่งมาในรถฉุกเฉินพร้อมหญิงสาวกุมมือและเรียกสติเธอตลอดเวลา  หญิงสาวทำ ได้เพียงแต่กระพริบตา เพราะพูดไม่ออก แต่มันง่วงจังเลย ตาจะปิดแต่เขาโดนปลุกคนเป็นห่วงเรียกอีกจนถึงโรงพยาบาลอาริยาถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินและห้องผ่าตัดในเวลาต่อมา เพราะซี่โครงหักและช้ำใน สรุปว่าคืนนั้นทั้งคืนแบรตไม่ได้นอนเขาเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอดทั้งคืน และที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งคือคนอย่างเขาไม่เคยเป็นห่วงหรือรอคอยใครนอกจากคนในครอบครัว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผู้ชายชื่อแบรตเลยก็ว่าได้ที่รู้จักคำว่า รอ

ตรืดด ตรืดด  

             "ถึงแล้วเข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว "แบรตกรอกเสียงเนือยๆตอบปลายสายออกไป

             "หนักขนาดนั้นเลยเหรอแบรต  ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉัน จะไปอยู่เป็นเพื่อนน่ะ"   โทมัสบอก

             "ไม่ต้อง หรอกไม่รู้ว่าจะผ่าตัดเสร็จเมื่อไร "

             "นั่นแหละ แล้วนายจะอยู่คนเดียวได้เหรอ"   โทมัสยังไม่ยอม

              "ได้น่า เซ้าซี้จังไม่ต้องมาหรอกบอกทุกคนด้วยเดี๋ยวจะเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาอีกเอ่อพูดเรื่องนี้นายช่วยปิดข่าวด้วยแล้วกันบอกทุกคนด้วย แค่นี้นะ "แบรต ตัดบทแล้วกดตัดสายทันที

             "อ้าว เอ้ย"

              โทมัสส่ายหน้าระอาใจ   ยกยิ้มมุมปากเพราะความดื้อของเพื่อน คนบ้านนี้ดื้อทุกคน ขี้หวงด้วย สุดท้ายพวกที่กองถ่ายก็ไม่ได้มาโรงพยาบาล ตามที่แบรตสั่งเพราะไม่อยากให้เป็นข่าวที่สำคัญโทมัสได้สั่งให้ลูกน้องเดินกล้องตอนนาทีฉุกเฉินนั้นไว้ได้ทั้งหมด โทมัสอยากเห็นภาพพวกนั้นจึงอยู่ดูมันก่อน

 

               แบรตอยู่รอจนเช้าการผ่าตัดถึงเรียบร้อย แต่หมอให้เฝ้าดูอาการหลังผ่าตัดที่ห้องปลอดเชื้อก่อน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะลงทุนมาเฝ้าหญิงสาวเองทำไม   แต่เขาอยากรอดูให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัย  แบรตใจหายทุกครั้งยามนึกถึงฉากต่างๆที่คนตัวบางแสดงผาดโผน บางฉากไม่มีอะไรป้องกันตัวเลยด้วยซ้ำ  เพราะความอยากรู้อยากเห็นในฝีมือการทำงานของเธอแท้ ๆ ก่อนหน้านี้เขาเลยขอเทปการแสดงต่าง ๆ ของเธอทั้งที่ตัดต่อแล้วและยังไม่ตัดต่อ จากโทมัสมาดูเมื่อหลายวันก่อน เขานั้นทั้งอึ้ง ทั้งกลัว หวาดเสียว รู้สึกเป็นห่วงบอกไม่ถูก ผู้หญิงตัวเล็กๆทำได้ขนาดนี้และทำไปเพื่ออะไร ถ้ารักชอบก็ไม่น่าจะมากมายขนาดนี้ เฮ้อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha