คาสโนว่าบ้ารักเธอ(จบแล้ว)

โดย: varawan



ตอนที่ 8 : 8 รู้ความจริง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน 8   รู้ความจริง

 

             "แบรต ทุกอย่างโอเคไหม"

             เสียงปลายสายถามมาเบา  ๆ  เพราะเขาไม่อยากให้นีน่า ภรรยาของเขารู้เรื่องนี้ตอนที่พี่ชายโทรศัพท์มาถามประวัติของอาริยาตอนเที่ยงคืนกว่าเขาคิดว่าอาริยาเป็นเพื่อนมหาลัย    ตอนนั้น บรัชตกใจมากเมื่อรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับน้าสาวคนเดียวของนีน่า     บรัชจึงเล่าทุกอย่างเท่าที่รู้เกี่ยวกับตัวอาริยาให้แบรตฟังทั้งเรื่องที่เธอไม่ใช่เพื่อนมหาลัยเดียวกันแต่เป็นน้าของนีน่าภรรยาสุดที่รักของเขา พวกเธอเป็นลูกกำพร้า หาเงินเรียนเอง แถมหาเงินส่งหลานสาวอย่างนีน่าเรียนจนจบและเป็นใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพวกเธอด้วย

             มิน่าอาริยาจึงยอมทำงานที่ได้เงินเยอะ ๆ  อย่างงานเสี่ยงตายที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน โทมัสเล่าให้ฟังว่า เธอชอบงานนี้มากหลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายปี เธอรับงานทุกอย่างที่ได้เงินพวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากมีคนแนะนำว่ามีสแตนอินสาวสวยฝีมือดีอยากได้งานซึ่งเขาเป็นผู้กำกับหนังแอ็คชั่นเลยได้มาเจอกันอีกครั้งและร่วมงานกันเสมอมา

             ทุกอย่างที่ฟังมาแบรตไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีผู้หญิงแบบนี้ด้วยเหรอ  ถ้าเขาไม่เห็นกับตาเขาจะไม่เชื่อเลย ทั้งเรื่องวันนี้ทั้งเรื่องที่หญิงสาวช่วยเขาตอนที่อแมนด้า วางแผนแกล้งให้เสาไฟล้มมาใส่และตอนไปเดินแบบบ้านั้นอีก  เพราะความหึงหวงแท้ ๆ ทำกันได้

              ยิ่งรู้ก็ยิ่งสงสารเธอมากขึ้นไปอีก ไม่บ่นไม่ร้องสักคำ ไม่ว่าจะโดนทำให้อายหรือว่าเจ็บแค่ไหนก็ไม่เคยเห็นน้ำตาเธอเลย  ถ้าเขาไม่แอบได้ยินเธอร้องไห้คนเดียวในห้องพัก เขาคงคิดว่าเธอเป็นพวกไม่มีน้ำตาหรือไม่มีหัวใจด้วยซ้ำไป ทั้งที่เขาเองก็พยายามที่จะตอแยข้องแวะแต่เธอก็เพิกเฉยจนคิดว่าตายด้านซะอีก จนมาระยะหลังญาติดีกันได้ แต่ดันมาเป็นเรื่องอีก

             "แบรต ว่าไง อย่าเงียบสิ ไม่สบายใจนะเว้ย"   บรัชโวยวายเพราะพี่ชายเงียบไปนาน

             "เอ่อ  ปลอดภัยแล้วออกจากห้องผ่าตัดมาสักพักแล้ว หมอให้รอดูอาการในห้องปลอดเชื้อก่อน ฉันจองห้องพิเศษไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกันได้ไหมเพราะตอนนี้มันเกือบเช้าแล้วอยากนอนพักเอาแรงสักหน่อย"

              "โอเค อย่าลืมส่งข่าวมาบ่อยๆล่ะ ฝากด้วยนะ"  บรัชพ่นลมหายใจโล่งอก

              "เออน่า รู้แล้วไม่ต้องห่วง"

               แบรตรับคำก่อนกดวางสายไปเขากลับมาที่พักไม่นานหลังจาก  จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งรับเป็นเจ้าของไข้  เพราะหญิงสาวไม่มีญาตินอกจากนีน่า และน้องชายก็ไม่อยากให้นีน่าเป็นห่วงมากจึงขอร้องให้เขาเซ็นต์เอกสารรับรองอนุญาตให้ผ่าตัดในครั้งนี้  

 

            แบรตมาถึงโรงพยาบาลตอนบ่าย  แม้ว่าหมอจะบอกว่าหญิงสาวพ้นขีดอันตรายแล้ว  แต่เขาก็ยังขออนุญาตเข้าไปดู อาริยาอีกครั้งหลังจากเธอออกจากห้องผ่าตัดและเข้ามาอยู่ในนี้ แม้จะยังไม่ฟื้นเขาก็อยากเข้ามาดูอยู่ดี  

             "ว้าย น่าอิจฉาคนไข้นะเธอ หล่อขนาดนี้ ใจดีขนาดนี้"  พยาบาลสาวพูดขึ้นทำตาลอยเคลิบเคลิ้มเมื่อชายหนุ่มเดินจากไปแล้ว

             "วาสนาคนเราว่ากันไม่ได้เลยนะ"  เพื่อนอีกคนเห็นด้วย

             "ใช่ ดูสิมารอหน้าห้องผ่าตัดทั้งคืนและนี่ขนาดยังไม่ฟื้นยังไม่ยอมให้คาดสายตาเลยเป็นฉันถวายชีวิตเลย"    พยาบาลสาวคนเดิมพูด

            "หึ คงไม่เหลือมาให้เธอแล้วละมั้งอีกอย่างเธอก็หมดสิทธิ์ฝันแล้วด้วย"   เพื่อนพยาบาลล้อเลียน

            "แหม ขอฝันหวานสักนิดน่า" คนฝันยิ้มหน้าแดงเพราะเธอมีคู่หมั้นแล้วเช่นกัน

            "ตามใจ"  

            เพื่อนส่ายหน้าพร้อมหัวเราะขำทำให้พยาบาลสาว ๆ แถว    นั้นพากันอิจฉาหญิงสาวคนไข้ และชื่นชมชายหนุ่มที่ดูแลเธอดีขนาดนี้  พวกเธอเหล่านั้นคิดว่าแบรตเป็นคนรักของคนไข้    เพราะว่าการผ่าตัดต้องได้รับอนุญาตและเซ็นต์รับรองจากญาติเท่านั้น     ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นการฝืนใจเขาออกจะดีใจด้วยซ้ำ

             แบรตยืนมองร่างบางซึ่ง ดวงหน้าที่เคยสดใสกลับซีดเซียว ไร้สีเลือด ปากอวบอิ่มและแสนนุ่มนวล    เมื่อครั้งเก่าก่อนแลดูแห้งผากไร้ความชุ่มชื่น ร่างกายที่ดูบอบบางอยู่แล้ว   เมื่อมาอยู่ในชุดคนป่วยยิ่งทำให้ดูเล็กลงกว่าเดิม เขายืนมองพร้อมพิจารณาหญิงสาวอย่างห่วงหา แบรตตกอยู่ในภวังค์ความคิด นานเท่าใดไม่ทราบได้

          "ขอโทษนะคะ ญาติคนไข้หมดเวลาแล้วค่ะเชิญข้างนอกก่อน" พยาบาลเข้ามากระซิบบอกเขา

           " ผมอยู่ด้วยไม่ได้เหรอครับ” แบรตตื่นจากภวังค์และถามกลับไป

            "ขอผมดูอาการ คนไข้ก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบเชิญด้านนอกดีกว่านะครับ"  หมอจึงชี้แจง

             "ครับ "  

             ชายหนุ่มเอ่ยอย่างจำใจ แล้วออกจากห้องไปรออยู่ข้าง เพื่อทีมแพทย์และพยาบาลจะได้เช็คอาการของคนป่วยอย่างละเอียด ไม่นานหมอก็ได้ออกมาแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อย   แต่ยังไงก็ต้องขอดูอาการอีกหน่อยเพื่อความแน่ใจและจะอนุญาตให้ออกจากห้องปลอดเชื้อ ไปพักห้องผู้ป่วยปกติได้

             วันนี้คนป่วยก็ยังไม่ฟื้นคนนั่งเฝ้ามองไปยังเตียงและก้มลงทำงานต่อ เวลาผ่านไปเกือบเย็นหญิงสาวจึงขยับตัว เพราะรู้สึกคอแห้งและขมในลำคอ อยากดื่มน้ำมาก อาริยาพยายามลืมตากระพริบถี่ ๆ ดวงตาปิดมานานให้ชินกับแสง และมองไปรอบ ๆ  เจอห้องที่ไม่คุ้นตา

              หญิงสาวเหลือบมองดูสายน้ำเกลือ ถุงเลือดห้อยระโยงระยางและรู้สึกปวดร้าวบริเวณชายโครงข้างซ้ายตุบ ๆ  เป็นเพราะยาชาหมดฤทธิ์ และเมื่อประตูห้องน้ำเปิดออกคนที่เดินออกมาทำให้เธอมองด้วยความประหลาดใจ “แบรต”   เขามาอยู่ในนี้ได้ไง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร

             "ฟื้นแล้วเหรอ เฮ้อ ขอบคุณพระเจ้า"

             ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับถลาเข้ามาติดขอบเตียงด้วยอาการตื่นเต้นดีใจ

             "หิวน้ำ"      เสียงที่เคยหวานใสแหบแห้งดั่งเสียงกระซิบแผ่วเบา   แบรตรีบหยิบน้ำมาให้

             "จิบช้า ๆ เดี๋ยวสำลัก อืม ดีค่อย ๆ พอแล้วเหรอ  รอแป๊บนึง ริย่าผมตามหมอก่อน"

             อาริยาได้แต่กระพริบตา ยังไม่ทันได้พูดได้ถามอะไรเลย มองเขางง ๆ  แบรตกดออดตรงหัวเตียงส่งสัญญาณและกรอกเสียงลงไปว่าคนไข้ฟื้นแล้ว 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha