คาสโนว่าบ้ารักเธอ(จบแล้ว)

โดย: varawan



ตอนที่ 10 : 10 อยากดูแล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน 10 อยากดูแล

 

              แบรตนั่งมองคนตัวเล็กที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงอย่างคุ้นคิด   อาริยานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานจนเบื่อ  ช่วงอาทิตย์แรกยังไม่สามารถขยับได้เท่าใดนัก แต่เมื่อเข้าอาทิตย์ที่สอง เนื่องจากหญิงสาวเป็นพวกไม่ชอบอยู่นิ่งจึงรบเร้าให้แบรต บอกพยาบาลพาไปทำกายภาพ


              "ไม่ได้หรอก ริย่า เธอยังไม่หายดีเลย    เพิ่งผ่านไปอาทิตย์เดียวเองรอหน่อยแล้วกัน"

              ชายหนุ่มแย้งขณะยังก้มตรวจงานที่กอง เป็นภูเขาตรงหน้าอยู่อย่างตั้งใจ

              "แต่ฉันนอนมานาน นอนจนเมื่อยไปหมดแล้วนะ"

  

              หญิงสาวบ่นอย่างเหนื่อยหน่าย  แบรตยิ้มขำกับคำพูดที่บอกว่านอนจนเมื่อย...มีที่ไหนนอนจนเมื่อย อึอึ....

             

               "แต่ยังไงก็ยังไม่ถึง เวลาอยู่ดี"

               "ฉันไม่ไหวแล้วนะแบรต นะพลีส พาไปเดินหน่อยน้า"

  

              เสียงหวานออดอ้อนวิงวอนตาละห้อย     ร่างสูงวางงานตรงหน้าแล้วเดินมานั่งลงบนเตียงคนไข้ แล้วถอนหายใจให้กับคนดื้อ


               "ไม่ต้องถอนใจเลย ฉันแข็งแรงแล้ว ไม่เชื่อจะลุกเองให้ดู" หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้น   แต่มือหนากดบ่ามนเอาไว้ อย่างยอมแพ้


               "โอเค แต่มีข้อแม้ว่า ต้องได้รับอนุญาตจากหมอก่อน พรุ่งนี้จะบอกหมอให้มาเช็คอาการให้"

               แบรตพูดพลางปัดไรผมออกจากแก้มเนียนใสที่เริ่มมีสีเลือดอย่างอ่อนโยน

               "เย่  ขอบคุณมาก แบรต"


               สาวสวยตรงหน้าผวาเข้ากอดเขาด้วยความดีใจอย่างลืมตัว หน้าอกหน้าใจ   เมื่อไม่มีชิ้นข้างในขวางกั้นจึงบดอยู่กับอกแกร่งของหนุ่มหล่อ ทำให้อารมณ์ดิบที่เก็บซ่อนไว้มานานเกือบระเบิดแตกกระเจิดกระเจิงแทบจะอดใจไม่ไหว จับคนสวยตรงหน้า กดลงบนที่นอนที่นี่ เดี๋ยวนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย


               "โอ๊ะ เบาๆ ริย่า เธอยังป่วยอยู่นะ"


               แบรตยิ้มกริ่ม   แต่ทว่าไม่ยอมขยับตัวออกกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นกว่าเดิม แอบสูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมยาวสลวยดุจแพรไหมบนหัวทุย ๆอย่างมีความสุข


               "ไม่เป็นไรเจ็บนิดหน่อยเอง เอ๊ะ"


               คนดื้อแย้งก่อนจะนึกได้ว่าโอบกอด   ร่างกายของเขาอยู่จึงคลายอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว ด้วยความอาย แต่ชายหนุ่มยังไม่ยอมปล่อยมือ


               "ปล่อยได้แล้ว"   หญิงสาวบอกเสียงเบานวลแก้มแดงระเรื่อ

               "แหม กำลังเพลินเลย"   แบรตยิ้มล้อเลียน เลยโดนมือบางผลักออกห่าง

               "ไปทำงานต่อเลย ไม่คุยด้วยแล้ว"   ปากเล็กยื่นออกอย่างงอน ๆ

               "ครับ เจ้านาย"

               "บ้า"   เสียงหวานพึมพำก่อนจะคุมโปงด้วยความอาย

 

               วันรุ่งขึ้นแพทย์อาวุโสมาเช็คร่างกายของหญิงสาวตามคำสั่งแกมบังคับแบรต   เพราะว่าชายหนุ่มเพิ่งเทคโอเวอร์โรงพยาบาลนี้มาหมาด ๆ เลยสะดวกสบายไปเสียทุกอย่าง  เขาบอกให้เช็คทุกซอกทุกมุมจนแน่ใจว่า  อาริยาสามารถทำกายภาพได้จริง ๆ จนคนป่วยอ่อนใจและสงสารแพทย์เจ้าของไข้เป็นอย่างมาก


               ขอโทษแทนตาบ้าอำนาจ แบรต ด้วยนะคะคุณหมอ’ อาริยาได้แต่สงสายตาแสดงการขอโทษออกไป 



               "ตกลง ทำกายภาพยังไม่ได้ใช่ไหมหมอ" แบรตถามขึ้น   เมื่อเห็นว่าตรวจเสร็จแล้ว

               "เอ่อ คือว่าทุกอย่างโอเคครับ สามารถทำกายภาพแบบเบา ๆ ได้ครับ   หมอกล่าวพร้อมหลบตาคมดุของเขา แบรตถลึงตาใส่หมอ

                หึ่ม...ไม่รู้ใจกันเลย นะหมอเดียวปั๊ด..ส่วนคนไข้ดีใจเป็นอย่างมาก 

               "ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ"

               "หมอขอตัวนะครับ"   หมอรีบเดินออกไปทันที

               "ฮึ ดีใจออกนอกหน้าเลย "   เขาเดินมานั่งบนเตียงข้างหญิงสาว

                "แหม นั่ง ๆ นอน ๆ มันเบื่อจะแย่ คุณไม่ลองมานั่ง ๆ นอน ๆ แล้วคุณจะรู้"

                 "ก็ มาอยู่เป็นเพื่อนไม่ให้เบื่อแล้วไง"   ชายหนุ่มตอบยิ้ม  ๆ

            "เหรอค่ะ ริย่าเห็นทำแต่งาน เอ หรือว่าแอบมาหลบสาว ๆ แน่เลยใช่แน่ ๆ"


             หญิงสาวยิ้มล้อเลียนอยากให้เขาตอบจังว่า   ...ไม่ใช่’ แต่ก็ไม่มีคำพูดออกจากปากงามได้รูปนั้น เอ้อ...    ส่วนชายหนุ่มนั้น เอื้อมมือไปขยี้ผมคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู       แล้วเดินกลับไปทำงานอย่างใช่ความคิด เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่า


            ไม่รักไม่มาเฝ้าหรอก’ 



             แต่ผู้หญิงใจแข็งแบบนี้   ต้องค่อยเป็นค่อยไป เขาคิดเอาเอง เฮ้อ ที่สำคัญเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกยังไงมากกว่า


             การทำกายภาพของหญิงสาวเป็นไปด้วยดี เพราะอาริยาไม่ชอบนอนเฉยๆ ไม่นานเธอก็สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น     แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์แข็งแรงเหมือนเดิมมากนัก แต่ถือว่าดีกว่านอนอย่างเดียว ดังนั้นไม่นานหญิงสาวสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในบ่ายวันหนึ่ง


           แบรตให้คนจัดห้องให้อาริยาพักติดกับห้องของเขา โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการสะดวกในการทำงานร่วมกัน   เมื่อเธอหายดีแล้ว ดังนั้นหญิงสาวจึงได้มาพักที่บ้านของชายหนุ่มโดยปริยาย


            "ทำไมต้องให้ มาอยู่ห้องข้างบนแล้วก็ต้องติดกันด้วยคะคุณ"


            หญิงสาวถามด้วยความสงสัย เพราะว่าก่อนหน้านี้เขาบอกว่า นี่ห้องเธอและติดกันนั้นเป็นห้องของเขาเอง


            "ริย่า   คุณเป็นคนดูแลผมจะให้ไปอยู่ไกล ๆ ก็เรียกใช้ไม่สะดวกนะสิ"  แบรตกล่าวยิ้ม ๆ

            "อือหือ  กะจะใช้งานกัน 24 ชั่วโมงเลยเหรอคะ เจ้านายขา" หญิงสาวหน้ามุ่ย

            "ริย่า งานผมไม่เป็นเวลา คุณก็รู้ว่างานผมเยอะมากขนาดไหน หรือว่าคุณไม่อยากทำงานกับผม"    เขาใช้เนื่องงานมาขู่ เพราะรู้ว่าหญิงสาวอยากทำงาน

              "ไม่ใช่ ไม่อยากทำแต่ เอ่อ ช่างเถอะ"


             หญิงสาวนิ่งคิดเพราะว่าเธอไม่รู้ว่าจะกลับไปทำงานแบบเดิมได้อีกหรือเปล่า เพราะตอนนี้ขาดความมั่นใจยังไงไม่รู้  อีกอย่างค่าตอบแทนที่เขาเสนอก็ไม่น้อย แม้หญิงสาวไม่ได้เรียกร้องค่าแรง

 

              แต่เป็นชายหนุ่มที่อนุมัติให้เองและส่วนลึกก้นบึ้งของหัวใจเธอก็เรียกร้องอยากจะอยู่ใกล้ ๆเขาแม้จะได้แค่มองหรือแค่ทำงานด้วยก็พอ เธอไม่กล้าหวังมากหรอกมันไกลเกินเอื้อม ดวงดาวกับพระอาทิตย์ไม่มีทางเป็นคู่กันหรอก


            "แล้วงานที่จะให้ริย่าทำมีอะไรบ้างคะ"


            หญิงสาวตัดสินใจถามอย่างเป็นงานเป็นการ   เขานิ่งคิดนิดหน่อยแล้วโปรยยิ้มกระชากใจส่งให้สาวสวยตรงหน้าอย่างเจ้าเล่ห์


             "คุณมีหน้าที่ติดตามผมไปทุกที่"

             "เอ่อ ทุกที่เลยเหรอ" หญิงสาวกลืนน้ำลายเอือก

             "ใช่มี ปัญหาอะไรไหม"  แบรตทำหน้าจริงจังและใสซื่อแต่ในใจ ไม่ค่อยซื่อเท่าไรนัก

             "ไม่ ไม่มีปัญหา ได้ทำได้อยู่แล้ว"

             "โอเค พักผ่อนเถอะเจอกันพรุ่วนี้เช้า  ฝันดีนะ เบบี๋"


              โดยไม่คาดคิดและทันตั้งตัว   คนเจ้าเล่ห์ก็ก้มลงมาจูบหน้าผากมนของหญิงสาวตรงหน้าหนัก ๆ คนโดนจูบตะลึงอึ้งไป จนคนต้นเหตุเดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูให้เธอจึงรู้สึกตัวหน้าร้อนผ่าวเพราะความอาย


              "ตาบ้ามาทำให้คิดมากทำไมเนี่ย"


              หญิงสาวร้องลั่นแบรตแอบฟังอยู่หน้าประตูหัวเราะคิกคัก เขาชอบแกล้งหญิงสาว แกล้งทีไร อาริยา ต้องทำหน้าเอ๋อ ๆ สีหน้าท่าทางตลกน่ารักดี ก่อนจะลงไปห้องทำงานซึ่งอยู่ข้างล่าง


             อาริยาเมื่อเข้าห้องพัก เธอนึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาล ชายหนุ่มดีกับเธอมาก ไม่บ่น ไม่ว่า ไม่มีสีหน้ารำคาญ ยังคงเป็นสุภาพบุรุษ ดูแลเธอเป็นอย่างดี  จนบางครั้งหญิงสาวเผลอคิดเลยเถิด ว่าอาจจะเป็นเพราะเขารักและสนใจในตัวเธอ


              แต่เมื่อคิดดูดี ๆ เขาไม่ได้แสดงออกมาเลยว่าเขาสนใจเธอเป็นพิเศษในทางชู้สาว อาจจะไม่ใช่ความรักหรอก หญิงสาวต้องสะกดความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ไม่อยากทำลายมิตรภาพดี ๆ ที่เขามอบให้ เธอบอกกับตัวเองว่าเขาทำไป เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาเพราะทีมงานกลับไปหมดแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha