ฆาตกรสอนสวาท

โดย: มนกร



ตอนที่ 1 : สวยดีนี่ แต่ทำไมไม่มีใครเอา


ตอนต่อไป


“แกมัน...สมควรตายแล้ว!

เขาเช็ดมีดเปื้อนเลือดในมืออย่างอารมณ์ดี ขณะดูรายการข่าวในโทรทัศน์ ซึ่งกำลังรายงานข่าวการฆาตกรรมนักการเมืองคนหนึ่งด้วยวิธีปาดคออย่างสยอง

“เลือดแกเหม็นคาวชิปเลยว่ะ” เขาสูดจมูกฟุดฟิดรดคมมีดด้วยสีหน้าขยะแขยง ก่อนจะเก็บมีดเงาวับลงในกล่องเหล็กแล้วเลื่อนเก็บไว้ใต้เตียง เหมือนเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา

“แกรู้มั้ยวะ ตอนที่แกร้องขอชีวิต...มันเป็นตอนที่ฟินที่สุดเลยจริงๆว่ะ ให้ตายเหอะ!” เขาเดินไปที่ฝาผนังห้องด้านหนึ่ง จัดการเลื่อนเปิดบานประตูขนาดใหญ่ซึ่งเก็บซ่อนชั้นวางอาวุธไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งปืน มีด หรือแม้แต่โซ่ แส้ กุญแจมือ พร้อม!

“เฮ้อ...อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวซะหน่อยดีกว่า เอาเลือดเหม็น ๆ คาว ๆออกจากตัวให้หมด เผื่อจะออกไปอึ๊บสาวให้หนำใจ”  

เขาถอดชุดสูดหรูสีดำออกจากกาย เผยเรือนร่างงดงามกำยำ สมสัดส่วนความเป็นชายชาติชาตรี เขาก้าวขาลงไปในอ่างน้ำ แล้วนอนแช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่นอย่างมีความสุขอยู่ในนั้นนานนับชั่วโมง

“โอเค” หลังจากปลดเปลื้องคราบไคลแห่งความเหน็ดเหนื่อยและความเข้มเครียดออกจนหมดสิ้น เขาก็ก้าวลงจากอ่างอาบน้ำ เดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ สบสายตากับเงาของตัวเองในกระจก ด้วยสายตาเหี้ยมดุ แต่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้า

“นายทำถูกแล้ว”

เขาเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี มารดาของเขาเป็นสาวไทยสุดเซ็กซี่ที่มาตกหลุมรักกับมาเฟียใหญ่ในกรุงโรม ตอนนั้นเธอเป็นแอร์โฮตเตสของสายการบินแห่งหนึ่ง เจอกับบิดาของเขาบนเครื่องบินน่ะแหละ คุยกันไม่นานก็สป๊าค เลยลากกันมาทำเขาให้เกิดขึ้นในรถหรูราคายี่สิบล้าน ซึ่งจอดทิ้งไว้ที่สนามบิน 

อืม...ใช่...เขามาตอนในรถนั่นล่ะ แล้วพ่อแม่ทำกันอีท่าไหนก็ไม่รู้นะ เขาถึงเกิดมาหล่อเหลาอย่างกับเทพบุตรกรีกที่ผสมผสานความเป็นเอเชี่ยนได้อย่างลงตัวขนาดนี้  

ใบหน้างดงาม รูปร่างแข็งแกร่ง สูงสง่า ดวงตาสีน้ำตาลทอง ผมสีน้ำตาลไหม้ ผิวสีแทนสุกปลั่ง เรียกว่าครบครันความฝันของสาวไทยนิยมฝรั่งเลยก็ว่าได้

เขาติดสัญชาติอิตาลี แต่พูดและฟังภาษาไทยได้ดีเยี่ยม เขามีชื่อว่าปราน อินซากี้ หรือฟราน ตามที่เพื่อน ๆ สาวๆและครอบครัวฝั่งนี้เรียกกัน ตอนนี้เขาอายุยี่สิบแปดปีเต็มแล้ว ทำงานอยู่ในหน่วยงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นองค์กรลับ

และตอนนี้เขายังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เพราะชอบใช้ชีวิตอิสระ ที่สำคัญ ยังไม่อยากผูกมัดกับใคร

“เฮ้อ....ได้เวลาไปโบสถ์อีกแล้วสินะ”

ทุกครั้งที่เขาทำงานจบลงหรือกำลังจะเริ่มงานใหม่ เขามักจะไปหาหลวงพ่อที่โบสถ์แห่งหนึ่งนอกเมืองใหญ่เสมอ เพื่อจะสารภาพบาปและพูดคุยปรึกษาเรื่องปัญหาชีวิตกับท่าน หลวงพ่อผู้นั้นเปรียบเสมือนบิดาคนที่สองของเขาก็ว่าได้

ปรานเปิดประตูทางด้านหลังของตัวโบสถ์ เข้าสู่เส้นทางที่คุ้นเคย เพื่อเข้าไปยังห้องทำงานของหลวงพ่อ แต่ครั้งนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของท่าน มีเพียงกองหนังสือท่วมหัวที่วางทิ้งไว้อย่างระเกะระกะเท่านั้น   

ไม่อยู่เหรอ หายไปไหนนะ

เขาคว้าหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดูผ่าน ๆ

หนังสืออะไรเนี่ย มีแต่บทความเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา สงคราม ไม่เห็นมีเพลบอย หรือHFM สักเล่ม

ขณะที่เขากำลังเปิดดูหนังสืออย่างเบื่อหน่ายอยู่นั่นเอง ที่ตรงช่องเล็กๆ มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น

กล็อกแกล็ก!  มีใครบางคนกำลังจะสารภาพบาปสินะ เมื่อมีเสียงเคาะส่งสัญญาณ เขาขยับตัวแผ่วเบาแล้วเดินไปเลื่อนบานหน้าต่างเล็ก ๆ ออกนิดหน่อย

หลวงพ่อคะ ใจของปรานถึงกับกระตุกทันที เพราะผู้สารภาพบาปใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร คิ้วหนาของเขาขยับเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่นิด ๆ ก่อนจะตอบรับเพียงกระแอม

“อืม....”

ลูกขอพูดภาษาพ่อภาษาแม่ของลูกเองนะคะ เพราะลูกอยากจะส่งสารถึงพระเจ้าผ่านหลวงพ่อด้วยจิตวิญาณที่แท้จริงของลูกน่ะค่ะ”

เธอเป็นหญิงสาวแสนสวยอย่างแน่นอน เพราะน้ำเสียงสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

“คือก็ไม่อยากจะอารัมภบทอะไรมากนักนะคะ คืองี้ค่ะ ลูกไม่รู้เป็นอะไรไปค่ะหลวงพ่อขา ตั้งแต่มาเที่ยวอิตาลีได้สองสัปดาห์แล้ว เวลาที่ลูกเห็นหนุ่มอิตาลี ลูกน้ำลายไหล น้ำเดิน ตัวเหนียว ขนลุกไปหมดเลยค่ะ”

แล้วเธอก็กลืนน้ำลายเอื้อก

“แบบว่าอยากจะเห็นหนุ่มอิตาลีเปลือยกายล่อนจ้อนต่อหน้าลูกตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ พระเจ้า ลูกคงไม่ผิดใช่มั้ยคะที่ลูกคิดอะไร...เอิ่ม  คิขุอาโนเนะแบบนี้อ่ะค่ะ  ฮิฮิ

คิขุอาโนเนะ???

สาวไทยยกฝ่ามือขึ้นปิดปากตัวเอง ใบหน้าชื่นมื่นสดใส เหมือนโลกทั้งใบเป็นของเธอ นางสาวดุจเดือน เต็มใจบุญ สาวโสดวัยสามสิบปีเต็มที่ยังไม่ได้แต่งงาน และเพิ่งจะลาออกจากงานที่รักยิ่ง

อาแต่ยังไงก็ขอให้พระผู้เป็นเจ้าประทานชายหนุ่มผู้หล่อเหลาราวเทพบุตร หุ่นกำยำล่ำสันเหมือนนายแบบ เท่ สมาร์ท ปกป้องลูกได้ ทำให้ลูกได้ฟินตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน

ยัยป้านี่! จะหื่นไปไหนเนี่ย บาทหลวงจำเป็นสบถกับตัวเองเบาๆ ขณะก้มลงจดดวงตาผ่านช่องเล็กเพื่อมองผู้หญิงไทยจอมสัปดนคนนั้น เจ้าหล่อนยืนปั้นยิ้ม หลับตาพริ้มปริ่มสุข แล้วทำท่าราวกับกำลังจะได้ขึ้นสวรรค์

เอ่อ...ก็สวยดีนี่...ไม่มีใครเอาเลยหรือวะ

เจ้าหล่อนยกสองมือกุมประทับระหว่างอกแล้วเงยหน้ามองด้านบนราวกับกำลังมองพระผู้เป็นเจ้า

อย่าให้ลูกต้องรอนานไปกว่านี้เลยนะคะ เพราะถ้ามันนานเกินไป ลูกอาจไม่อยู่รอของขวัญจากพระเจ้าแล้วนะคะ อย่าใจดำนักเลยค่ะ จะสามสิบแล้วค่ะ อย่าให้ลูกต้องตายไปทั้งที่ยังเวอร์จิ้นเลยนะคะ ได้โปรด แล้วลูกจะไม่ขออะไรอีกเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่รับฟังและส่งผู้ชายแจ่มๆมาให้ลูกในสามวันเจ็ดวันนี้ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณทั้งที่พระเจ้ายังไม่บอกเลยว่าจะประทานอะไรต่อมิอะไรที่เจ้าหล่อนร้องขออย่างน่าเกลียดให้เนี่ยนะ !

แถมยังให้เวลาพระเจ้าแค่สามวันเจ็ดวัน...ยัยนี่ไม่ได้ห่ามอย่างเดียวนะ แต่เอาแต่ใจตัวเองสุดๆ!

“ขอบคุณที่รับฟังค่ะ”  เจ้าหล่อนพูดจบก็หันหลังแล้วเดินย้ายบั้นท้ายจากไปในแสงแดดที่แผดจ้าตรงประตูโบสถ์ เธอคงจากไปด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นสินะ    

สาวไทยผู้หิวโหยชายหนุ่มหล่อล่ำ เธอช่างกล้าพูดออกมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน!

“เอ่อ....ถึงว่าขอพูดเป็นภาษาไทย”  ดวงตาสีน้ำตาลสวยของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเต็มเสียงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ฮ่า ๆ ๆ  อายุขนาดนั้นแล้ว ยังไม่ได้ใช้งานส่วนนั้นอีกเหรอวะ ยัยป้าเวอร์จิ้นนี่ไปมัวทำอะไรอยู่นะ ป่านนี้หยากไย่ไม่ขึ้นหมดแล้วเหรอ???

ขาดคำนั้นบาทหลวงก็เข้ามา พร้อมงานชิ้นใหม่ในมือที่จะมอบให้ชายหนุ่มไปจัดการ

“เป้ารายใหม่”

เขารับซองเอกสารสีน้ำตาลมาเปิดดู แล้วหยิบภาพถ่ายของคนที่เขาต้องไปจัดการฆ่าทิ้งขึ้นมาอย่างใคร่รู้ กระฉับกระเฉง

“ไหน ดูสิ ใครคือผู้โชคดีคนนั้น”

ใช่แล้ว เขาคือศาลเตี้ย หรือนักฆ่าตามใบสั่ง คอยจัดการพวกนักการเมืองสารเลวหรือข้าราชการทุจริตที่ก่อคดีร้ายแรงแต่ลอยนวลไร้วี่แววจะเข้าคุก เขาทำงานอย่างลับๆให้กับองค์กรหนึ่ง ซึ่งมีเอี่ยวกับทางการ

“บนเรือที่จะออกจากท่าเย็นนี้เหรอ”

“ใช่ เขาจะไปร่วมงานแต่งลูกชายที่จัดบนเรือ เรือจะล่องไปซานโตรินี ไงก็จัดการก่อนถึงเกาะนั่นก็แล้วกัน”

“ได้อยู่แล้วครับ งานนี้ไม่น่าจะยาก!


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha