ฆาตกรสอนสวาท

โดย: มนกร



ตอนที่ 3 : ฟ้าส่งเขามาให้เธอเหรอ?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


“โอ๊ย...สเป๊คเลยอ่ะ!

ดุจเดือนหัวใจเต้นรัว แทบจะละลายกลายเป็นน้ำแข็งขั้วโลกในวินาทีนั้น เพราะความหล่อเทพและหุ่นล่ำสันฉบับนายแบบของเขา หากเป็นไปได้ เธออยากจะเดินเข้าไปหาเขา แล้วลากคอเขาเข้าไปในมุมอับเสียเดี๋ยวนี้

“แหม...นี่ถ้าได้เป็นผัวนะ จะจัดหนักจัดเต็มสามวันสามคืนไม่ปล่อยเลยจริงๆ”

คำพูดของเธอทำให้เขาอึ้งไปเลย เขาหันไปมองหน้าเธออีกครั้ง ขณะเธอทำหน้าหยิ่งเชิดเหมือนไม่ได้สนใจเขาเสียอย่างนั้น

“หล่อฉิบหาย อยากได้เป็นผัวจัง” เธอพูดด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ก่อนจะยิ้มให้เขาอย่างดูถูก ลอยหน้าลอยตา เหมือนเห็นเขาเป็นแค่ของเล่น ผู้ชายข้างทาง

เอ่อ...ยัยนี่ เห็นว่าเป็นคนไทย จะพูดอะไรก็ได้อย่างนั้นสินะ คงคิดว่าไม่มีใครเข้าใจสินะยัยหื่น

“แต่เราคงไม่มีสิทธิ์หรอก พวกนมโตเต็มสระ ดูสิ ส่ายนมกันใหญ่เลย เดี๋ยวซิลิโคนก็ระเบิดออกมาหรอก”

เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบแกล้มความช้ำใจ มองขึ้นไปยังท้องฟ้ากว้างแสนเวิ้งว้างเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ แต่แล้วภาพที่เธอกำลังฟัดกับเขาอยู่บนเตียงนุ่มขนาดคิงส์ไซส์กลับปรากฏแทรกเข้ามา

“ว๊าย! ทำไมฉันถึงได้...เห็นภาพอุบาศก์แบบนี้เนี่ย” เธอหันขวับมองหนุ่มหล่อคนนั้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขามองมาพอดี เขาหลบสายตาเธอแทบไม่ทันทีเดียว “หรือว่าพระเจ้าจะส่งผู้ชายคนนี้มาให้เรา...ตามคำขอ!

พระเจ้า...อย่าลงทัณฑ์ผมด้วยวิธีนี้เลย

ถึงแม้เธอจะสวย เซ็กซี่ เร้าใจ แต่เธอสัปดนเกินงามไปจริงๆ มันทำให้เขา...ทำให้เขา...ทำให้เขาเผลอคิดถึงมารดาผู้จากไปของเขา เขาคงบ้าไปแล้วแน่ ๆที่เห็นผู้หญิงบ้าๆคนนี้เหมือนแม่ของตัวเอง  

“ยัยเดือน! หายมาอยู่นี่เอง” ว่าที่เจ้าสาวเดินมาหาเธอ พร้อมกับเท้าสะเอว “ฉันตามหาแทบแย่แน่ะ”

“อ้าว! มาดาม มีอะไรเหรอคะ” เจ้าหล่อนมาพร้อมกับเจ้าบ่าวรูปหล่อ ผู้มีรอยยิ้มอบอุ่น อรุณวดีคงอยากเอาผัวมาอวดสาวๆแถวนี้สินะ “ฉันแค่มานอนรับลมเล่น จิบไวน์ชิลๆ และก็...มาดูอาหารตานิด ๆ หน่อย ๆ”

“เอริกน่ะสิ เขาอยากให้ชวนเพื่อนเจ้าสาวไปแดกข้าวเย็นด้วยกันน่ะสิ”

เอริกยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ผู้ชายที่ดูครบครันไปเสียทุกอย่าง ทั้งหล่อ ล่ำ รวย นิสัยดี และไม่ขี้เหนียว ข้อหลังนี้เองที่ทำให้อรุณวดีประทับใจอย่างที่สุด  

“ฉันว่า...ฉันไม่ควรไปเป็นก้างขวางคอบ่าวสาวนะ”

“งั้นแกจะนั่งอยู่นี่เหรอ”

“ใช่” ดุจเดือนตอบเพื่อน ก่อนจะหันไปยิ้มให้เอริก แล้วคุยกับเขาอย่างสุภาพน่ารัก “ขอบคุณนะคะเอริก แต่ฉันอยากให้พวกคุณได้มีช่วงเวลาโรแมนติกด้วยกันเยอะๆ ฉันก็เลยว่าจะหาหนุ่มๆแถวนี้คุยเล่นซะหน่อย ดื่มไวน์เย็น ๆ ไปตามประสาสาวโสดจะดีกว่า”

“อ้อ” แล้วชายหนุ่มก็หัวเราะกับการเปิดเผยความรู้สึกของสาวไทยคนนี้แบบไม่มีเม้ม “ถ้างั้นก็เชิญตามสบายนะครับ ขอให้สนุกนะครับ”

“สนุกแน่นอนค่ะ”

“งั้นฉันไปนะ ถ้าแกหิวก็...”

“เออน่า ไปเหอะ” เมื่อไล่เพื่อนสาวและเจ้าบ่าวของหล่อนได้สำเร็จแล้ว เธอก็กลับมานั่งโดดเดี่ยวเดียวดายเพียงลำพังอีกครั้ง สายลมจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพัดมาโอบกอดและปลอบใจสาวโสดให้อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย

“อะ...” แต่เพียงไม่นานนัก เธอก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

“ขอโทษนะครับ ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ” ชายหนุ่มผู้นั้นเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมทักทายเสียงนุ่ม

“อ้อ...ค่ะ” หัวใจเธอเต้นรัวเหมือนจะระเบิดออกมาจากออกตู้ม ๆของเธอ เธอตื่นเต้นจนหน้าสั่นไปหมดแล้ว จำต้องหยิบแก้วไวน์มาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

“คุณเป็นเอเชีย? มาเที่ยวเหรอ?”

เขายิงคำถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ขณะเธอเป่าลมร้อนออกจากปากเพื่อผ่อนคลายอารมณ์อลหม่านให้ทุเลาเบาบางลง เธอพยายามจะตอบเขาด้วยน้ำเสียงสบายๆเช่นกัน แต่ในน้ำเสียงหวานนั้นก็ยังสั่นอยู่

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนไทย แต่ฉันไม่ได้มาเที่ยวหรอกนะคะ ฉันมาร่วมงานแต่งของเพื่อนรัก”

“เพื่อนรัก?”

“ใช่ค่ะ เพื่อนฉันจะแต่งงานพรุ่งนี้” เธอยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ สระว่ายน้ำ เพื่อเย้ยหยันสาว ๆ ทั้งหมดที่กระหายหิวในตัวผู้ชายคนนี้ไม่ต่างกัน แต่เขากลับเดินมาหาเธอ สาวไทยผู้ชนะศึกในครั้งนี้

“ฉันได้” เธอล่ะอยากจะกรี๊ด แต่เกรงใจเทพบุตรของเธอ ชายหนุ่มผู้มีกลิ่นมิ้นต์และกลิ่นบุหรี่อ่อนจางตามเนื้อตัว มัดกล้ามแน่นหนัดของเขาช่างกัดน่าตวัดเลียอะไรเช่นนี้

เธอเผลอมองกล้ามหน้าอกของเขาด้วยสายตาหื่น ก่อนจะเผลอแลบลิ้นออกมาตวัดเลียริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว

“เฮ้อ...นี่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็ดีนะสิ”

แต่เธอมโนไปเองล้วน ๆ เลยล่ะ เขายังคงยืนอยู่ริมสระ ตรงที่เดิม โชว์ซิกแพคสุดอลังการให้สาว ๆ น้ำลายไหลเล่น โดยไม่ได้หันมามองสาวไทยสุดเซ็กซี่อย่างเธอเลยสักนิด

“ไร้สาระจริง ๆ หาที่เที่ยวดีกว่า” เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอ เสิร์ชหาข้อมูลประเทศและเกาะที่เธออยากจะไปเยือน   

“กรี๊ดดดดด”

“อะไรวะ ใครร้องเนี่ย!!!

Help me” มันเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังดำผุดดำว่ายอยู่กลางสระน้ำเหมือนคนจะจมน้ำ ยัยผมทองทรงโตไกวมือไหว ๆ พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ   

ตู๊มมมมม!!!!

ดุจเดือนวิ่งไปที่ขอบสระแล้วกระโดดลงน้ำว่ายไปหาเจ้าหล่อนทันทีอย่างไม่คิดชีวิต หากพอถึงตัวยัยผมทอง เธอกลับถูกผลักอย่างแรง

“อย่ามายุ่ง! ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอมาช่วย” แล้วเจ้าหล่อนก็ว่ายน้ำหนีไปที่ขอบสระอย่างเร็ว เพื่อไปหาเทพบุตรหนุ่มผู้นั้น พร้อมยื่นมือให้เขาจับ

“โอ้โห...นี่เธอคิดจะให้เขามาช่วยเองเหรอ” ดุจเดือนถึงกับกรอกตามองบน “แล้วก็ไม่บอก”

สายตาของเทพบุตรหนุ่มหันมามองเธออย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เธอคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ เขายิ้มนิด ๆ ขณะยื่นมือช่วยฉุดสาวหัวทองทรงโตขึ้นจากสระ

“แล้วยังไงล่ะ...ฉันก็อายน่ะสิ” เธอหันมองโดยรอบ เห็นคนมองกันทั้งสระว่ายน้ำ “ยัยนมโตนะยัยนมโต!

ดุจเดือนรีบว่ายน้ำกลับมาที่ขอบสระ กำลังจะปีนขึ้นอยู่แล้ว หากไม่ได้มีมือหนึ่งยื่นมาซะก่อน เธอเงยหน้ามองถึงได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานัยต์ตาสีน้ำตาลเข้มงดงามคู่นั้น สายตาที่เล้าโลมความรู้สึกเพียงแวบแรกที่สัมผัส

เธอคงฝันไปใช่มั้ย แต่พอยื่นมือไปจับมือของเขาแล้ว ความอุ่นจากฝ่ามือนั้นทำให้เธอรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง  

“หนาวมั้ยครับ”

“ไม่เท่าไหร่ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เมื่อขึ้นจากสระได้แล้ว เขาเดินตามมานั่งกับเธอด้วย พร้อมเปิดฉากสนทนาอย่างเป็นกันเอง  

“ไม่ทราบว่าคุณคนสวยชื่ออะไรครับ”

คนสวยซะด้วย ตายแล้ว นี่เธอสวยขนาดไหนกัน เทพบุตรกรีกผู้นี้ถึงได้หลงใหลจนไม่อาจละทิ้งโอกาสที่จะได้รู้จักเธอ

“เรียกฉันว่า...” เธอคิดเอาเองว่าเดือนน่าจะออกเสียงยาก “ดอนก็ได้ค่ะ...ดอนที่แปลว่า...”

“ดอนที่แปลว่าตุ๊กตาน่ะเหรอครับ” เขาตวัดสายตาเจ้าชู้มองเธออย่างจงใจให้เธอรู้ว่าเขาสนใจเธอจริงๆ “ความจริงคุณสวยเหมือนตุ๊กตานะครับ”

ดุจเดือนอดเขินไม่ได้ ถูกชมแบบตรงๆ แบบไม่มีอ้อมไม่มีค้อมกันเลยนะ แต่เธอรู้ว่าเขาพูดจริง 

“ขอบคุณนะคะ แต่ชื่อฉันมาจาก มาดอนน่าน่ะค่ะ ไม่ใช่ตุ๊กตา แล้วคุณล่ะคะ ชื่ออะไรเอ่ย” เธอเผลอจ้องเขาเหมือนจะกลืนกินอีกครั้ง สายตากลมสวยของเธอก็ทำให้เขาขนลุกได้เหมือนกันนะ

ปรานคิดในใจขณะจ้องสายตาคู่สวยตอบกลับอย่างไม่ลังเล ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจก็ตรงที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวของเอริกนั่นแหละ แต่พอได้มานั่งคุยด้วยใกล้ๆแบบนี้ ความสวยคมเข้ม ผิวสีน้ำผึ้งงดงามของเธอกลับมีเสน่ห์ยวนใจเขาอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

“ผมชื่อ...เชส” เขาไม่ควรจะบอกชื่อจริงเธอ...ไม่มีเหตุผลเลยสักนิดเดียว เขาจึงบอกชื่อตามตั๋วเรือที่เขาใช้สำหรับขึ้นเรือลำนี้มา ก็ชื่อปลอมนั่นล่ะ  “ฟรานเชสโก้น่ะครับ”

“ฟรานเชสโก้! เพราะจังค่ะ” เขายิ้มนิด ๆ ริมฝีปากได้รูปของเขายิ่งทำให้ใบหน้าของเขาหล่อเข้าไปใหญ่ “แต่คุณก็...”

เธอจ้องเขาด้วยสายตาสงสัย มันทำให้เขาร้อนในวินาทีหนึ่ง  ร้อนอย่างไม่รู้สาเหตุ กระทั่งเธอพูดออกมา

“คุณเหมือนลูกผสมเลย คุณเป็นลูกครึ่งรึเปล่า”

เขาเหวอนิดหน่อย ก่อนจะหัวเราะนิด ๆ “ครับ ผมมีเชื้อจีน แม่ผมเป็นจีนน่ะครับ ส่วนคุณพ่อเป็นอิตาเลี่ยน”

เขาโกหกครั้งที่สอง

“ว๊าว...” เธอแกล้งทำเป็นตกใจตาโต ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าสะพรึงขนาดนั้น ก่อนจะพูดภาษาไทยออกมา “อิตาลีจีน พ่อแม่ทำกันอีน่าไหนเนี่ย ลูกถึงได้ออกมาหล่อขนาดนี้ ลิงอุ้มแตงแน่ๆเลย”

“เอ่อ...ว่าไงนะครับ” เขาทำหน้าแทบไม่ถูกเลยทีเดียว อยากจะเถียงไปว่าไม่ใช่ท่านี้หรอกเว๊ย แต่อดกลั้นไว้ เดี๋ยวจะเสียแผนซะก่อน “คุณพูดอะไรครับ”

“เปล่าค่ะเปล่า ฉันแค่กำลังนึกถึงกำแพงเมืองจีนน่ะค่ะ มันยาวดี ย๊าวยาว อยากจะไปเที่ยวสักครั้ง ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะเชส”

“เช่นกันครับ ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มนะ”

หลังจากดื่มไวน์กันสองสามแก้ว เธอกับเขาก็ตัดสินใจย้ายที่ทำความรู้จักกัน โดยพากันมาที่ห้องพักของชายหนุ่ม ซึ่งอยู่ในชั้นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีตั๋วเรือราคาถูกที่สุด 

“คุณดื่มเก่งนะ” เขาบอกเธอว่าเขามีไวน์ขวดใหญ่ที่ห้องพัก หากเธอไม่รังเกียจจะไปดื่มกับเขาสองต่อสองบนเตียง! เอ๊ย! ที่โต๊ะตรงระเบียงห้อง

พระเจ้า...มันเร็วเกินไปหรือ?

ไม่นะคะ...สำหรับเธอแล้ว...มันช้าเกินไปด้วยซ้ำ เธอรู้สึกได้อย่างแรงกล้า ว่าเขาคือชายหนุ่มที่พระเจ้าบันดาลมาให้เธอตามคำร้องขอครั้งสุดท้าย ที่โบสถ์แห่งนั้น !!!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha