ข้อเสนอรักเจ้าสาวแลกตัว An Offer She can't Refuse

โดย: chineserose



ตอนที่ 1 : บทนำ


ตอนต่อไป


อาคารสำนักงานของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันยิ่งใหญ่แห่งเอเชียตะวันออก เดอะ แลนด์ริช กรุ๊ป ตั้งอยู่บนถนนสีลมตัดกับสาธร พิกัดอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สนนราคาที่ดินบนอาณาบริเวณนั้น ในปีพอศอนี้ก็ตกตารางวาละ 1 ล้านบาท[1] มีเพียงอภิมหาเศรษฐีนิรันดร์กาลเท่านั้นกระมังจึงจะมีสิทธิ์จับจองเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างย่านนี้ได้ เจ้าของดวงตาคู่หวานทอดมองขึ้นไปยังยอดตึกสูงตระหง่านนั้นอย่างหมายมาด ทว่าก็ทำให้หญิงสาวผู้มาเยือนรู้สึกหวาดหวั่นเล็กๆอยู่ภายในเพราะไม่อาจคาดเดาว่าอนาคตนับจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง ร่างเล็กถอนหายใจน้อยๆอย่างอ่อนแรงก่อนที่จะรวบรวมความกล้าแล้วสูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเชิดหน้าตั้งตรงและก้าวไปข้างหน้า ภายในอาคารหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความโอ่อ่าทว่าโปร่งสบายในคราวเดียวกัน การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น ภาพพนักงานประจำเดินกันขวักไขว่บ้างก็ภาพคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่นั่งทำงานในร้านกาแฟแบรนด์ดังระดับโลกมีให้เห็นกันบ่อยๆ รวมทั้งที่แห่งนี้ด้วย ต่างคนต่างมีชีวิตที่มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จในอัตราเร่งจนบางครั้งไม่ต่างกับหุ่นยนต์ หญิงสาวมองโดยรอบแล้วก็พบว่าอาคารแห่งนี้ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เคร่งครัดตามมาตรฐานพอสมควร ไม่นานนักร่างบอบบางสมส่วนของเธอก็ก้าวเข้าไปหยุดยืนที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ภายในตัวตึกของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไฮโซอันยิ่งใหญ่แห่งนี้   

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ตาพอลรอดพ้นจากเรื่องราวอันเลวร้ายครั้งนี้ให้จงได้!’ พอลหรือทรงพล ศิธานันท์ น้องชายเพียงคนเดียวของเธอ

ร่างเล็กแลกบัตรประจำตัวประชาชนที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าไปในส่วนกลางของอาคารเพื่อตรงไปยังหน้าลิฟท์ ไม่นานหญิงสาวก็มายืนบนชั้น 44 ที่เป็นห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง เธอต้องการพบเขา

“ฉันมาพบคุณธีร์จุฑาค่ะ” พิมพ์พิชชาเผยรอยยิ้มหยิบยื่นไมตรีก่อนเอ่ยขึ้นแสดงเจตนาเมื่อยืนตรงหน้าโต๊ะเลขานุการสาว เธอผ่านด่าน รปภ.ด้านหน้าลิฟท์เป็นด่านที่สามของวันนี้มาอย่างราบรื่น ร่างเล็กอยู่ในชุดแซกแขนกุดคอปกเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ มีระบายลูกไม้แซมเป็นคลื่นตรงกระดุมผ่าหน้า ดูเรียบร้อยทว่าซ่อนความเปรี้ยวเอาไว้เล็กน้อย หญิงสาวเลือกชุดนี้เพราะมันมีระบายลูกไม้ที่เธอคิดว่าจะช่วยอำพรางหน้าอกอิ่มๆที่มันล้นหน้าล้นใจมากมายเกินปกตินั่นเอง เสื้อเชิ้ตถูกสวมทับด้วยสูทสีเทาที่เข้ากันกับรองเท้าส้นเข็ม ผมสีดำขลับที่ยาวถึงกลางหลังวันนี้ถูกรวบตึงทรงหางม้าแบบง่ายๆ แต่ทั้งหมดนั้นช่วยให้เธอดูเป็นเวิร์คกิ้งวูแมนที่คล่องทะมัดทะแมงและสุภาพในคราวเดียวกัน

“นัดไว้หรือเปล่าคะ?” เลขานุการสาวสวยหน้าห้องเงยหน้าถาม เธออยู่ในวัยกลางคนไปแล้วแต่ยังดูอ่อนเยาว์แต่กระนั้นสายตาของเลขาสาวก็ไม่ค่อยผูกมิตรกับผู้มาเยือนสักเท่าไรนัก

“เปล่าค่ะ... ดิฉันไม่ได้นัดไว้” หญิงสาวผู้มาเยือนตอบเสียงเรียบฟังดูสุภาพ

“ถ้างั้นคงต้องเสียใจด้วยนะคะ ท่านประธานคงไม่สะดวกค่ะ” เลขานุการสาวเอ่ยบอกโดยไม่ต้องเสียเวลาตรอง แววตาเหยียดๆถูกส่งไปตรึงบนร่างบอบบางของผู้มาเยือนนั้นอย่างนึกสมเพช

หญิงสาวหน้าชาวูบ มันก็จริงนะ คนระดับเขา ใครจะเข้าพบได้ หญิงสาวทอดสายตาหมดหวัง

“ฉันมีธุระสำคัญต้องพบคุณธีร์จุฑาให้ได้ ช่วยดิฉันหน่อยได้ไหมคะ?” ร่างเล็กอ้อนวอน จนอีกฝ่ายสงสัยว่าผู้หญิงธรรมดาๆ ตรงหน้ามีธุระสำคัญอะไรนักถึงต้องพบท่านประธานของเธอให้ได้

“งั้นสักครู่ค่ะ” เลขาฯสาวต่อโทรศัพท์สายในเข้าไปยังโต๊ะท่านประธาน เธอพูดด้วยน้ำเสียงเบามากจนหญิงสาวฟังไม่ออกว่าเธอเรียนท่านประธานของเธอว่าอย่างไรบ้าง สักพักเลขาฯสาวก็วางสายลง และเงยหน้าพูดกับเธอ

“ครับ” ท่านประธานรับสายใน ระหว่างบ่ายที่เขาดูเอกสารอยู่นั้น

“ท่านประธานคะ มีแขกมาขอพบนะคะ เธอบอกว่าต้องการคุยธุระสำคัญกับท่านประธานภายในวันนี้ค่ะ” เลขานุการสาวรายงานไปตามสายโทรศัพท์สายในองค์กรแต่สายตาของเธอตรึงอยู่บนหน้าหวานๆ ของพิมพ์พิชชาแล้วไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วก็มองขึ้นมาใหม่ก่อนที่จะหยุดตรงหน้าอกหน้าใจของหญิงสาวที่มันล้นออกมาเกินความจำเป็น ทำให้เลขานุการสาวอดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันที่มาหาผู้ชายถึงหน้าห้องทำงานแบบนี้ มาสมัครงานรึ ไม่ใช่แน่ๆ

ก็คงไม่ต่างจากพวกผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มาหาบอสนั่นละมั้ง พวกผู้หญิงหิวเงิน’  

“ใครกัน?” ท่านประธานเอ่ยถาม สายตาคมมองเอกสารตรงหน้า เขาแทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครที่ไหนจะมาหาเขาน่ะ

“เธอชื่อพิมพ์พิชชาค่ะ” เลขานุการสาวเจ้าของแววตาที่เริ่มไม่เป็นมิตรยังคงตรึงบนใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวแปลกหน้าผู้มาเยือน

“จากไหน?” ธีร์จุฑาถามถึงต้นสังกัดบริษัทที่เธอทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นพาร์ทเนอร์ส่งเธอมา แต่...เท่าที่จำได้ วันนี้ไม่ได้นัดใครไว้ ยิ่งงานสำคัญนั่นยิ่งไม่มีทางเลย

“เอ่อ... ท่านประธานถามว่าจากไหนคะ?” สาวใหญ่วัยกลางคนด่านปราการเหล็กถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีไมตรีนัก

“ฉันมาธุระส่วนตัวค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยกิริยาอ่อนน้อม

“เธอบอกว่ามาเรื่องธุระส่วนตัวค่ะ” เลขานุการสาวตวัดสายตามองผู้มาเยือนอย่างเดียดฉัน ผู้หญิงอย่างหล่อนมีธุระส่วนตัวกับท่านประธานด้วยเหรอยะ?

“ธุระอะไร... “ เขาเปรย ปกติไม่มีธุระส่วนตัวอะไรกับใคร... ยิ่งผู้หญิงอีกไม่มีแน่ๆ

“ชื่อ?”

“ท่านประธานถามชื่อค่ะ จากคุณอะไรคะ?”

“พิมพ์พิชชาค่ะ พิมพ์พิชชา ศิธานันท์” เธอเอ่ยตอบ

“ผมไม่รู้จักครับ ไม่ดีกว่า ผมมีประชุมในอีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว คงไม่สะดวก” เขาตอบตัดบท เพราะปกติเขาไม่รับนัดใครพร่ำเพรื่ออยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะมีผู้หญิงคนไหนมาอ้างเขาเป็นพ่อเด็กในท้องยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้

“รับทราบค่ะ” เลขานุการสาวรับทราบ วางสายลงก่อนที่จะบอกปฏิเสธหญิงสาวที่มารอพบท่านประธานของเธอ

“ท่านประธานบอกว่าไม่ว่างพบค่ะ และที่สำคัญคือ... ท่านประธานไม่รู้จักคุณ! เลขานุการสาวตอบน้ำเสียงเรียบเย็นและสีหน้าเหยียดผู้มาเยือนอย่างเห็นได้ชัด

“งั้น... ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวเดินออกมาอย่างหมดแรงแต่ไม่หมดหวัง ดวงตาคู่สวยสลดลงอย่างเห็นได้ชัด จะทำยังไงดี...ถ้าไม่คุยกับเขาให้รู้เรื่อง พอลน้องชายเพียงคนเดียวของเราต้องติดคุกหัวโตแน่...หญิงสาวครุ่นคิด



[1] กรมธนารักษ์ประกาศราคาประเมินที่ดินรอบ 1 ม.ค.59- 31 ธ.ค. 62 พื้นที่ที่ราคาสูงสุดอยู่ที่สีลม มีราคาตารางวาละ 1 ล้านบาท


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha