ข้อเสนอรักเจ้าสาวแลกตัว An Offer She can't Refuse

โดย: chineserose



ตอนที่ 9 : เมื่อน้ำตาลใกล้มด... มดปล้ำน้ำตาล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เมื่อน้ำตาลใกล้มด... มดปล้ำน้ำตาล!

พิมพ์พิชชาอาบน้ำในจากุดชี่ที่กรุ่นไปด้วยความหอม ก่อนที่จะเปิดตู้เสื้อผ้า พบว่าชุดนอนสุดเซ็กซี่ที่เขาเตรียมไว้ให้มันช่างสวยน่าสวมใส่ แต่ขณะเดียวกันมันก็แสนยั่วยวน แต่ในเมื่อมันเป็นคำสั่ง ต่อให้ละอายที่จะสวมใส่มันสักแค่ไหน เธอก็ต้องหยิบมันขึ้นมาสวม และแล้วมันก็เป็นอย่างที่คาด ผ้าบางเบาที่แนบลำตัว ผ้าพริ้วไหวน่าหลงใหลขณะเธอเคลื่อนไหวร่างกาย ส่วนอวบอิ่มใต้ร่มผ้าดูน่าเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก เธอมองตัวเองในกระจกยังรู้สึกวาบหวิวราวกับตัวเองเป็นนางเอกหนังเอวีถ้าจะต้องยอมแบบทุ่มเทขนาดนี้ ต้องทำให้เขายอมความคดีพอลให้ได้


“บ้าไปแล้ว นี่จัดอะไรมาให้เราใส่เนี่ย” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง


  หลังจากชำระร่างกายสวมชุดนอนแพรไหมบางเบาสบายตัว และเรียกความสดชื่นกลับมาแล้ว พิมพ์พิชชาก็เหยียดกายนอนอ่านหนังสือบนเตียงนุ่ม แต่พออ่านไปได้สักพัก ร่างกายก็บอกอะไรบางอย่างกับเธอ


โกร้ก...กร้าก


“อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานเสียงท้องร้องของตนเอง ความหิวยามดึกเข้ามาเยือน สายตาคู่สวยเหลือบมองนาฬิกาที่ผนัง เวลาสี่ทุ่มกว่าๆ ในใจคิดว่ายามนี้ ในคฤหาสน์ไม่น่ามีใคร การ์ดหุ่นล่ำก็เดินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอก ปล่อยให้หญิงสาวอยู่คนเดียวลำพังในกรงทองแห่งนี้ ส่วนเขา...บอสหนุ่มจอมเผด็จการหน้าหื่น เขาบอกเองนิ่ ว่าจะกลับดึกหน่อย ฉะนั้น... ตอนนี้สถานที่แห่งนี้มีเธอเพียงผู้เดียว คิดว่าการย่องลงไปหาอะไรในตู้เย็นเคี้ยวเล่นๆ ยามดึกเพื่อระงับความหิว คงเป็นอะไรที่ดีใช่น้อยเลย


ทันเท่าความคิด ร่างบางพาตัวเองเดินอย่างแผ่วเบาด้วยปลายเท้า ตามบันไดอันโอ่โถง ผ่านห้องรับแขกตรงไปยังห้องอาหาร หญิงสาวเลือกที่จะไม่เปิดไฟ ปล่อยให้แสงจากโคมไฟด้านนอกสาดสะท้อนผ่านกระจกเข้ามา เธอก็พอมองเห็นว่าระหว่างทางเดินมีอะไร และไม่นานเธอก็ยืนสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดหน้าตู้เย็นมะเขื่อง


“ถ้าการหิวยามดึกจะทำเราลำบากขนาดนี้ละก็.... เฮ้อ” พึมพำกับตัวเองจบ เธอก็เปิดตู้เย็นออกทำมุมสามสิบองศา สายตาคู่สวยตะลึงตะลานกับขนมนมเนย พร้อมผลไม้มากมายที่พร้อมทาน มือสวยเอื้อมไปหยิบนมสดขวดใหญ่พร้อมแซนวิซชิ้นบางบรรจุในพลาสติกขึ้นมาหนึ่งชิ้น


“ไม่ได้กะจะกินให้ตัวแตก แค่ให้สบายท้องก่อนนอน แค่นี้ก็พอมั้ง” เธอพึมพำ แล้วปิดตู้เย็น ยังมีแสงสว่างสาดมาน้อยนิดจากสวนด้านนอก เธอจึงมองเห็นแก้วใบใหญ่ หญิงสาวหยิบมันมารินนมสดใส่ครึ่งแก้ว และแล้วในเวลานั้น ความหิวที่ทรมานเธอก็ถูกกำจัดไปโดยสิ้นเชิง


ร่างบางลุกขึ้นกำลังจะเอาแก้วไปล้างและเก็บขวดนมสดเข้าไว้ที่เดิม


“ค่อยยังชั่วหน่อย...ทีนี้ก็นอนได้” หญิงสาวบอกตัวเองในความมืดโดยที่ไม่ทันสังเกตว่ามีร่างสูงใหญ่เฝ้ามองเธอมาเป็นเวลานาน สายตาที่มองเธอในความมืดนั้นเอ็นดูในความเป็นธรรมชาติของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว


“อุ้ย!!


“ตกใจเหรอ?” เขาถาม


“คุณมาตอนไหนเนี่ย”


“ก็บ้านผม จะมา จะไป ตอนไหนต้องรายงานคุณด้วยเหรอ?” เขาเล่นลิ้น สายตาคมยังมองเรือนร่างบางนั้นอย่างกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์


“ไม่ต้องรายงาน แต่คุณมาแอบดูฉันนานแค่ไหน?” หญิงสาวเอ่ยอย่างตำหนิ สายตาคู่สวยจ้องมองเขาในความมืดอย่างขวางๆ จริงอยู่ว่าที่นี่คือบ้านของเขา แต่บางทีก็ควรให้เกียรติคนร่วมอาศัยบ้างสิ ถ้าจะจ้างมาทำงานให้ ก็ขอมีสเปซเล็กๆให้เธอมีความเป็นส่วนตัวบ้างก็คงจะดี


“แอบดูอะไรกันคุณ มาดักจับขี้ขโมยต่างหาก” เขาอ้างอย่างอารมณ์ดีในขณะที่กระต่ายน้อยจอมยั่วดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดเขา


“นี่คุณ ฉันไม่ได้ขโมยนะ” หญิงสาวปฏิเสธพัลวัน


“อ้าว... หยิบขนมคนอื่นไปทานไม่บอกกล่าว ไม่ขออนุญาต! แบบนี้ไม่เรียกขโมยจะให้เรียกว่าอะไรละครับ” เขารุกไล่อย่างไม่สนใจ เขากำลังสนุก “ว่าไงขี้ขโมย” เขาย้ำ ใช่ตอนนี้เธอคงไม่แค่ขโมยขนมกิน เธอกำลังคืบคลานขโมยหัวใจเขาแบบที่เขาก็ไม่รู้สึกเนื้อรู้สึกตัวเสียด้วย


“ปล่อยฉันนะ!” เขาจะถือวิสาสะมากไปแล้ว ต่อให้เธอขโมยขนมนมเนยมากิน นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะบุกมาประชิดแล้วคว้าตัวเธอไปกอดแนบอกแบบนี้


“ไม่ปล่อย” เขาดื้อดึง


“บอกให้ปล่อยฉันนะ! 


เสียงประท้วงไม่มีผลกับเขาเลยสักนิด ร่างน้อยดิ้นรนหาอิสรภาพ ร่างหอมๆ ในชุดนอนบางเบาที่แสนยั่วสำหรับชายนุ่มอย่างเขา ตอนนี้มันทำให้เขาอารมณ์กระเจิงไปไหนถึงไหนแล้ว ทรวงอกอิ่มที่เขากะเกณฑ์ว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 38 นิ้วตอนนี้มันสะท้อนสะท้านยั่วสายตาเขาเหลือเกิน แม้ในห้องนี้จะไม่สว่างพอที่จะมองเห็นอะไรได้ถนัดแจ่มชัด แต่ด้วยสัญชาตญาณลูกผู้ชายของเขาไม่เคยพลาดกับเรื่องพันธุ์นี้


ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปมอบสัมผัสแห่งจุมพิตอันอ่อนหวานลงบนริมฝีปากอิ่มชุ่มชื่นที่ทำเขาเคลิบเคลิ้มทุกครั้งที่กลีบปากสวยได้แตะสัมผัสกัน มือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังเนียนที่เคยซ่อนตัวอย่างสงบใต้ชุดนอนผ้าแพรไหมอันบางเบานั้น ที่ตอนนี้ถูกเขาปลุกด้วยความเริงร้อนจนเธอแทบทนไม่ได้


เขาจูบเธอครั้งนี้ เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว สมองเธอมึนตึ้บสับสนแน่วนิ่ง และตอนนี้มนต์จุมพิตของเขาก็ลังชักพาเธอให้ล่องลอยชนิดที่เท้าแทบยืนไม่ติดพื้น


สัมผัสของเขาทำให้พิมพ์พิชชาตัวแข็งทื่อ หญิงสาวยอมรับว่าจูบของเขามันช่างละมุนหวานซึ้งและหวานล้ำมากพอที่จะทำให้เธอมีอารมณ์ร่วม แต่ด้วยสติที่ยังพอเรียกกลับมาได้ เธอจึงต้องพยายามระงับอารมณ์ด้วยการจิกเล็บอันแหลมคมลงสุดแรงที่แขนอันซุกซนของเขาจนชายหนุ่มต้องร้องโอยและถอนจูบจากเธออย่างหงุดหงิด


แต่ก็ใช่ว่าความเจ็บแค่มดกัดแบบนี้จะทำเขาล้มเลิกความพยายามได้ มันยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากจะทำอะไรกับเธอมากกว่าจูบให้สมกับความแค้นเคืองที่ฝังลึกในใจมานาน เขาก้มลงบดจูบเธออีกครั้งมือแกร่งบีบท้ายทอยของหญิงสาวบังคับให้เธอจูบตอบอย่างเอาแต่ใจ พอผละจุมพิตจากกลีบปากสวยก็เคลื่อนจูบลงไปมอบสัมผัสวาบหวามบนผิวกายขาวเนียนละเอียดที่เหมือนจะไม่ได้ปกปิดด้วยอาภรณ์อะไร ถึงพิมพ์พิชชาจะสวมชุดนอนแพรไหมที่เขาเตรียมให้ แต่นั่นก็พริ้วบางเบาเหลือเกิน หนำซ้ำยังชะล่าใจลืมสวมชั้นในด้วยความเคยชินยามนอน มันเลยกลายเป็นสิ่งล่อใจเสือหนุ่มอย่างธีร์จุฑาอย่างไม่ต้องสงสัย การพรมจูบลงบนเนินอกอวบอิ่มที่โผล่ล้นออกมานั้นมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ต้องเรียกว่าสรีระมันอำนวยมากกว่า


ธีร์จุฑาไม่เพียงแต่มอบจุมพิตที่แสนหวานลงบนเนินอกสล้าง จริงที่เขามีอาภรณ์แพรไหมเป็นปราการขวางกั้น แต่นั่นมันไม่ใช่อุปสรรคเลยที่สองมือของเขานวดคลึงและฟอนเฟ้นทรวงอกของพิมพ์พิชชาอย่างมีจังหวะและแสนยั่วยวนชวนหลงใหลไปกับมนตราแห่งกามารมณ์อย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ เขารู้ดีว่าเวลานี้หญิงสาวใต้อาณัติของเขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองอยู่อย่างมาก เพราะเขารับรู้ว่ายอดถันอวบอิ่มของเธอนั่นกำลังชูชันท้าทายสัมผัสของเขาอย่างร่วมแรงร่วมใจ 


มือข้างหนึ่งของเขาละจากทรวงอกสวย ก่อนเลื่อนไปยังเอวบางคอดกิ่วและบีบขย้ำราวกับสะกดกลั้นอารมณ์ของตนเองชุดนอนแพรบางเลิกสูงขึ้นจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบแต่แสนเซ็กซี่ เขาใช้ลิ้นสากไล้เลียหน้าท้องเนียนนั้นอย่างนุ่มนวลและทะนุถนอมจนเนื้อตัวของหญิงสาวบิดเร่า ฝ่ามือน้อยๆ กำมือตัวเองแน่นสนิทจนเล็บอันแหลมคมจิกเข้าอุ้งมือตัวเอง แต่นั่นกลับไม่ทำให้เธอเจ็บปวดเลยสักนิด แต่เป็นความรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาดบนร่างกายเธอนั่นต่างหากที่กำลังแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กายในตอนนี้ที่ครอบครองเธอและทำให้สมองน้อยๆ ของเธอสับสน


นอกจากเขาจะโลมเลียเธอด้วยลิ้นแล้ว ธีร์จุฑายังซุกซนไม่เลิก เขาค่อยๆ เลื่อนมือไปยังแผ่นหลังของหญิงสาวแล้วคว้าเอวกิ่วบังคับให้สะโพกกระดกเย้า เขาอุ้มเธอจนร่างบางลอยคว้างแล้ววางบนโต๊ะอาหารตัวเขื่อง แล้วเขาก็ทาบทับเรือนกายของตัวเองลงบนเรือนร่างน่าสัมผัส กดทับแนบแน่นให้หญิงสาวรับรู้ถึงความเป็นชายที่แข็งแกร่งเพราะความเย้ายวนของเธอเองที่ปลุกเร้าเขาขึ้นมา


สัมผัสอันน่าเย้ายวนของเธอ มันทำอารมณ์เขากระเจิงอย่างกู่ไม่กลับแล้วแม่กระต่ายสาวดาวยั่ว


ร่างกายของพิมพ์พิชชาเริงร้อนราวกับมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ แต่ถึงกระนั้นเธอยังต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ สีหน้าที่เคยหวานละมุนเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด หญิงสาวกัดริมฝีปากของตัวเอง ใบหน้าสวยกำลังแสดงให้เห็นว่าช่างแสนทรมานอย่างเหลือแสน


พิมพ์พิชชาเชื่อแล้วว่าธีร์จุฑาคือเพลย์บอยตัวจริง ถ้าเปรียบผู้ชายเจ้าชู้เหมือนฝูงจิ้งจอก เขาคือจ่าฝูงและเป็นผู้ชายที่มีชั้นเชิงด้านนี้อย่างแสนอันตราย ถึงขั้นว่าเขาทำเธอรู้สึกวาบหวานอย่างแสนทรมานปานนี้ทั้งที่อาภรณ์แพรไหมไม่หลุดออกจากเรือนกายเธอแม้สักนิด และทุกความเคลื่อนไหวของเขาทำเธอเกือบจะคล้อยตามผสานรักไปกับเขาเสียแล้ว


ยิ่งเมื่อครั้งที่เขาใช้ลิ้นอุ่นร้อนสัมผัสหน้าท้องแบนราบของเธอก่อนจะรุกรานไปยังเนินดอกไม้งามแห่งวัยสาวอย่างไม่รู้สึกขัดเขิน ริมฝีปากของเขายังวนเวียนอยู่บริเวณเนินแห่งความเป็นสาว เขาพร่ำจูบลงไปและใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ต้นขาเพรียวของเธออย่างเย้ายวนไปพร้อมๆกัน พิมพ์พิชชารู้สึกแสนทรมานเหลือเกิน อีกนานแค่ไหนเขาจึงจะรามือจากเธอ แม้ขัดขืนไปก็ใช่จะสามารถเอาชนะแรงชายได้ เธอจึงจำใจต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปโดยที่ไม่รู้ว่าจุดจบของฉากรุกรานนี้จะไปสิ้นสุดลงตรงไหน แต่แน่นอนว่าต้องไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน เพราะดูเหมือนเขาจะยิ่งสนุกเคลิบเคลิ้มกับการกลั่นแกล้งยั่วยวนหญิงสาวที่นอนตัวสั่นใต้ร่างแกร่งของเขา ด้วยประสบการณ์เพลย์บอยตัวพ่อผู้โชกโชนและช่ำชองก็ทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวกำลังมีอารมณ์ร่วม แต่กระนั้นเธอก็ยังกดข่มความรู้สึกที่แท้จริงที่ร่างกายเธอกำลังต้องการเอาไว้อย่างลึกที่สุด


ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเล้าโลมเธอต่อด้วยการบุกรุกขึ้นสูงอีกครั้ง การเผชิญหน้ากันอีกหลังจากถูกเขาโลมเลียไปจนเกือบถึงจุดพิศวาสทำให้หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เขาไม่พูดจาใดๆ แต่กลับโผขึ้นมาครอบครองริมฝีปากสีแดงสดชุ่มฉ่ำนั้นด้วยเรียวปากของเขาและมอบสัมผัสอันร้อนแรงที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงปรารถนาที่วาบหวิว หญิงสาวบังคับตัวเองไม่ให้จูบตอบแต่ใช่ว่าเพลย์บอยตัวพ่ออย่างเขาจะสน เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอและลิ้มรสความหอมหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าเสียอีกปฏิกิริยาตอบสนองจากหญิงสาวไม่ได้ทำให้เขาต้องการเธอลดน้อยลงไปเลย และแล้วธีร์จุฑาก็ถอนจูบออกแผ่วเบา “อืม...” หญิงสาวเผลอส่งเสียงครางออกมาอย่างลืมตัว ในตอนนี้เองเขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่หักห้ามตัวเองอีกต่อไปแล้วมันไม่ง่ายเลยที่ชายฉกรรจ์ผู้โชกโชนในสมรภูมิรักอย่างเขาจะทนต่อการถูกปลุกเร้าได้ มันยากเกินไป


พิมพ์พิชชาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกรุกรานอย่างหนักเมื่อลมหายใจของเขาวนเวียนอยู่เหนือร่างกายเธอและหอบถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานร่างบางก็ถูกวางลงบนเตียงกว้างในห้องส่วนตัวของเธอและชุดแพรบางเบาก็ถูกกำจัดออกไปอย่างไม่ใยดีโดยที่หญิงสาวแทบไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ความงดงามผุดผ่องที่เคยถูกซ่อนใต้ร่มผ้าถูกปลดเปลื้องออกและเผยให้เห็นผิวกายขาวเนียนละเอียดไปทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะทรวงอกที่มียอดถันชูชันราวกับรอรับสัมผัสร้อนๆจากลิ้นอุ่นชุ่มเปียกของเขา แค่นี้ก็ทำให้สติของชายหนุ่มแตกกระเจิงพุ่งพล่านไร้ทิศทางเสียแล้ว เขาไม่รีรอเร่งโน้มใบหน้าหล่อเหลาตามแบบฉบับคาสโนวาตัวพ่อลงไปลิ้มรสความหอมหวานของยอดดอกบัวงามและใช้ลิ้นสากร้อนตวัดรัวจนหญิงสาวต้องรีบเบี่ยงลำตัวหนีสัมผัสเริงร้อนอันแสนทรมานนั้นจากเขา


“อือ....ยะ อย่า” เสียงหวานครางแผ่ว


เธอไม่ยอมให้ตัวเองถูกบุกรุกไปมากกว่านี้จึงต้องรีบร้องประท้วงออกมา


“คุณกำลังรังแกฉัน” น้ำเสียงของเธอแหบพร่า “ได้โปรดหยุดการกระทำที่ต่ำกว่าซาตานของคุณเดี๋ยวนี้” อ้อนวอนทั้งน้ำตาปริ่มไหล


“ต่ำงั้นเหรอ แต่ร่างกายคุณตอบสนองพฤติกรรมต่ำๆนี้ดีออกนะพิมพ์พิชชา” เขายิ้มเหยียดสายตาเขาตรึงบนใบหน้าสวยแม้ในยามแสงไฟสลัวก็ยังสัมผัสได้ถึงความงามหวานลึกซึ้งเย้ายวนใจ


“ต่ะ...แต่ว่า” น้ำเสียงของเธอก็ถูกดูดกลืนหายไปด้วยจูบของเขา ริมฝีปากหยักสวยได้รูปของชายหนุ่มกำลังกลืนกินเรียวปากสีสวยของหญิงสาวแต่ขณะเดียวกันมือหนานั้นก็ยังคลึงเคล้นและขยี้หน้าอกของหญิงสาวใต้อาณัติอย่างไร้ความปราณี ธีร์จุฑาปล่อยให้จูบของเขาดำเนินไปอย่างเคลิบเคลิ้มภายใต้เปลวไฟเสน่หา และมันทวีความเร่าร้อนยิ่งขึ้นจนแทบคลั่ง ระหว่างที่เขากำลังมัวเมากับความไร้เดียงสาแสนเซ็กซี่อยู่นั้น หญิงสาวก็รวบรวมสติฮึดสู้และออกแรงข่วนเขาจนต้องสะดุ้งร้องออกมา


ผู้หญิงคนนี้ มีแต่สร้างรอยแผลเป็นบนร่างกายเขาจริงๆ


ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าเพลย์บอยตัวพ่ออย่างเขาจะหยุด เขี้ยวเล็บน้อยๆ ที่รุนแรงของเธอราวกับยิ่งปะทุให้เปลวไฟแห่งปรารถนานั้นโหมกระพือขึ้นอย่างกู่ไม่กลับอีกต่อไป เขาบดจูบเธออย่างหนักหน่วงอีกครั้งอย่างสาแก่ใจ ก่อนถอนริมฝีปากหยักออกแล้วไล้เลียไปยังซอกคออันหอมกรุ่นละมุนของเธอ พร้อมกับปล่อยให้แผงอกกว้างของตนแนบสนิทกับทรวงอกอวบอิ่มเต็มของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ เขาใช้ปากจุมพิตเป็นการประทับตราลงบนเนินเนื้อขาวผ่องจนมันเกิดเป็นรอยแดงเสมือนว่าถูกตีตราเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแล้วเรียบร้อยไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว หญิงสาวกรีดร้องประท้วงแถมดิ้นเอาตัวรอดพร้อมกับสอดมือเข้าไปใต้เรือนผมสีดำเงาของชายหนุ่มและเธอออกแรงกระชากหมายจะให้เขาหยุดการล่วงเกินทุกอย่างในนาทีนั้น แต่เปล่าเลย... สิ่งนั้นมันกลับเป็นสัญญาณเร่งเร้าเขามากกว่า


พิมพ์พิชชานึกโทษตัวเองว่า เรื่องราวบ้าๆที่กำลังเกิดขึ้น มันเป็นเพราะความผิดพลาดเลินเล่อของเธอเองที่ทนต่อความหิวโหยยามค่ำคืนไม่ได้ แถมยังสวมใส่เสื้อผ้าที่ล่อเสือล่อจะเข้ ก็ใครจะไปรู้ว่าตาหื่นจอมเผด็จการจะกลับบ้านไว้กว่าที่คาดไว้อีกล่ะ


แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้วเธอก็ไม่มีทางเลือกแถมไร้ทางสู้ จึงต้องออกแรงทำทุกวิถีทางอย่างน้อยๆให้เขาได้เลือดตกบ้างก็ยังถือว่าสะใจ แต่ยิ่งเธอสู้เขาก็ยิ่งชอบ มันเป็นยากระตุ้นอย่างดีสำหรับเกมนี้เลยทีเดียว สุดท้ายพิมพ์พิชชาก็ไม่อาจต้านทานแรงเย้ายวนจากเขาได้ พอๆกับที่เขาก็ยากจะห้ามใจจากความเซ็กซี่ที่แสนไร้เดียงสาแต่ยั่วยวนเขาทุกนาทีจากเธอไม่ได้เช่นกัน ทั้งสองสัมผัสกันใกล้ชิดแนบสนิทจนเกิดเปลวไฟแห่งกามารมณ์ ร่างกายของเขาและเธอลุกโชนจนไม่อาจต้านทานอะไรได้อีก


“ผมต้องการคุณ...พิมพ์พิชชา” เขาส่งน้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู ชวนให้คนฟังหวั่นไหว เขาหายใจหอบถี่และไม่มีคำพูดอะไรอีกเลยนอกจากใช้มือลูบสัมผัสผิวขาวผ่องทั่วทั้งท่อนบนที่ตอนนี้ไร้อาภรณ์ใดๆ ให้ขวางหูขวางตา เขามองส่วนอวบอิ่มนั้นด้วยสายตาลุกวาว เพลย์บอยมืออาชีพอย่างเขาเริงรักกับผู้หญิงมาก็มากแต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งปรารถนาได้มากเท่าผู้หญิงคนนี้ที่นอนตัวสั่นราวลูกนกตกน้ำใต้ร่างแกร่งของเขา


“ผมขอนะ...เป็นของผมเถอะพิมพ์” เขาอ้อนขอ มาถึงตรงนี้เขามั่นใจว่าร่างกายเธอก็ตอบสนองเขาทุกอย่างและต้องการเขาเช่นเดียวกัน ด้วยท่าทีที่อ่อนยวบลงราวกับขี้ผึ้งถูกไฟลน เรี่ยวแรงไม่รู้หายไปไหนเมื่อถูกธีร์จุฑารุกรานอย่างช่ำชอง เหมือนยินยอมให้เขารุกรานทั้งทางสายตาและสัมผัสที่วาบหวิวน่าตื่นเต้น


ชายหนุ่มปลดกางเกงตัวเองลงเผยให้เห็นเสน่ห์แห่งความเป็นชายเต็มสองตา สติของหญิงสาวกระเจิดกระเจิงและหัวใจเต้นรัวอย่างบอกไม่ถูก สิ่งนี้ เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเห็นของจริง มัน... ต้องขนาดนี้เลยเหรอ? สิ่งที่เห็นมันมาพร้อมรังสีความร้อนบุกเข้าโจมตีแก้มทั้งสองของเธอ


“ไม่ค่ะ!” เสียงร้องสั่นไหว ดังขึ้นพร้อมๆ กับหลับตาปี๋ หญิงสาวอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าซุกไปทางไหนที่เผลอมองสิ่งนั้นอย่างตกตะลึง เธอไม่ควรมองสิ่งที่ไม่ควรจะเห็นเลยจริงๆ เขาค่อยๆ ทาบทับร่างลงบนสะโพกของหญิงสาวพร้อมๆกับใช้มืออีกข้างหนึ่งคลึงเนื้ออวบอิ่มราวเล้าโลมอย่างช่ำชอง


เขารู้สึกได้ว่าหญิงสาวกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสแห่งความต้องการนั้น แม้ตอนนี้ร่างบางจะนอนตัวสั่นราวลูกนก หลับตาปี๋ทั้งๆคราบน้ำตาที่ปริ่มออกมาเป็นทางอาบทั้งสองแก้ม กัดริมฝีปากจนห้อเลือดและจิกลงบนข้อมือจนเกิดรอยแผล เขาต้องชะงักขณะที่ร่างบอบบางของพิมพ์พิชชายังคงสั่นด้วยความกลัวอยู่อย่างนั้น เธอดูอ่อนแอ และหวาดกลัวสุดชีวิต กลัวมากเสียจนธีร์จุฑาต้องตั้งคำถามกับตัวเขาเองว่ากำลังทำอะไรลงไป!!


บ้าชิบ! ให้ตายสิ!! นี่มันซาตานตนใดสิงสู่ สิ่งที่เขาทำอยู่นี่มันไม่ใช่ธีร์จุฑาเลยสักนิด ทุกอย่างมันไม่ใช่ความตั้งใจแรกที่เขาจะลงมือทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้ การขืนใจผู้หญิงไม่ใช่ตัวตนของธีร์จุฑาเลยสักนิดเดียว หนุ่มหล่อรวยไฮโซนามสกุลดังอย่างเขา จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ มันไม่ใช่เลย...


การต้องหักห้ามใจและยกเลิกอารมณ์บ้าๆ นี้เกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนทั้งๆที่เขากำลังมีอารมณ์ปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมอยู่แท้ๆ ไม่เป็นเขาไม่เข้าใจหรอกว่าแรงปรารถนาที่ลุกโชนดุจไฟโลกันต์ องศาความร้อนของมันสูงลิ่วๆ แล้วต้องหักดิบหักห้ามด้วยความสงสารคนตัวสั่นตรงหน้า เขาต้องต่อสู่กับพลังปรารถนาแบบนั้นมันทรมานขนาดไหน... ลองมาเป็นเขาแล้วจะเข้าใจ


“ฮือๆๆ...ฮึก ฮึก” พิมพ์พิชชาสะอื้นร้องไห้ใต้ร่างแกร่งของเขาอย่างน่าสงสาร ดูเหมือนว่าเธอกำลังสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้หลั่งริน แต่ในความเป็นจริงนั้นยากเหลือเกินที่จะกลั้น ตอนนี้ทั้งสองแก้มขาวนวลเนียนเขรอะไปด้วยคราบน้ำตาเป็นทาง ธีร์จุฑามองด้วยสายตาที่อยากปลอบ ชายหนุ่มถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ก่อนตัดสินใจเอ่ยอะไรออกไปในแบบฉบับของสุภาพบุรุษลูกผู้ชายควรต้องทำ


“เอาล่ะ หยุดร้องไห้ได้แล้ว” เขาเอื้อมมือปาดคราบน้ำตาของคนที่กำลังนอนตัวสั่นหลับตาปี๋อย่างถนอม ก่อนพูดต่อไปอีกว่า “ผมจะไม่ทำอะไรให้คุณเสียหาย แต่หยุดร้องไห้ตอนนี้ได้ไหม...พิมพ์พิชชา” เขาเอ่ยน้ำเสียงอบอุ่นราวปลอบโยน มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยต้องทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับเขากันแน่


                เสียงนั้นเรียกสติที่แตกกระเจิงของหญิงสาวให้กลับมาสู่ขวัญ มันเปรียบเหมือนเสียงสัญญาณจากสวรรค์ที่มอบอิสระให้กับเธอ นี่...รอดแล้วจริงๆเหรอ เขาจะไม่ทำอะไรให้เราเสียหายแล้วใช่ไหม ฮือ... หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจและคงไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มพูดซ้ำอีกรอบ หญิงสาวผู้นอนเปลือยกายอย่างสั่นเทารีบลืมตาขึ้น เรียกสติคืนมาได้ก็กระโดดลงจากเตียงกว้างอย่างไม่คิดชีวิต แต่ไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มผืนหนานุ่มมาเป็นสิ่งห่อหุ้มร่างกายที่แสนยั่วยวนของตนเอง


หญิงสาวไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา เธอรีบก้มลงคว้าชุดนอนผ้าแพรไหมบางเบาสวยก่อนถลาเข้าไปในห้องน้ำในวินาทีอันรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่สวมวิญญาณสุภาพบุรุษยืนอมยิ้มเพราะเอ็นดูกิริยาน่ารักน่าใคร่นั้นของสาวนักกฎหมายส่วนตัว ที่ตอนนี้เขายอมรับว่าตกหลุมพรางเสน่ห์ความไร้เดียงสาที่แสนเซ็กซี่ของเธอเข้าเต็มๆเสียแล้ว


                หลังจากพาตัวเองเข้ามาหลบภัยในห้องน้ำ พิมพ์พิชชาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความหวาดกลัวที่เปรียบเหมือนเมฆดำทะมึนปกคลุมหัวใจของหญิงสาวก็จางหายไป ทิ้งไว้ก็คือความโล่งอกโล่งใจที่หญิงสาวอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจอย่างที่สุด


                เกือบไปแล้วจริงๆ พิมพ์พิชชา เกือบมีรอยราคีเกิดขึ้นกับเธอแล้วจริงๆ ขอบคุณสวรรค์


หญิงสาวพึมพำเบาๆ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงอยู่ไม่หาย หญิงสาวรู้ดีว่าหากปล่อยให้ทุกอย่างเลยเถิดไม่มีผู้ชายที่เต็มชายคนไหนที่จะอดทนและจัดการกับเพลิงราคะที่กำลังพลุ่งพล่านได้หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายที่เต็มไปด้วยพละกำลังและความช่ำชองอย่างผู้ชายที่ชื่อธีร์จุฑา


พิมพ์พิชชามั่นใจอย่างยิ่งว่า จากเหตุการณ์เมื่อครู่ นับจากนี้การันตีได้เลยว่าเธอจะหาความปลอดภัยในความเป็นสาวสะพรั่งของเธอได้ยากเสียแล้ว หญิงสาวเพ่งมองภาพสะท้อนเรือนร่างสวยสมส่วนจากกระจกบานใหญ่ ผ้านวมผืนหนานุ่มพันรอบตัวเธอมันหนาแน่นคับห้องน้ำ แต่เธอจำต้องทำแบบนั้นเพื่อบดบังเรือนร่างที่เปล่าเปลือยยั่วยวนสายตาคมกริบคู่นั้นของเขา ตอนนี้เธออยู่เพียงลำพัง ผ้านวมสีขาวสะอาดค่อยๆเลื่อนลงจนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวนวล หญิงสาวใช้สายตาสำรวจเรือนกายตัวเองที่ไม่รู้ว่าตอนนี้สึกหรอจากรอย คิสมาร์กของเขาไปมากน้อยเท่าไหร่ การสัมผัสด้วยจูบร้อนๆ และเริงร้อนรุนแรงของผู้ชายคนนั้น มันผ่านไปอย่างระทึกก่อนที่เธอจะไม่เหลืออะไรให้เรียกว่าศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง


สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือรอยแดงตามร่างกาย โดยเฉพาะซอกคอและไล่มาถึงบริเวณทรวงอกอวบอิ่มขาวนวลเนียนยั่วตา มันคือ คิสมาร์กที่ปราศจากการร้องขอ อย่าเรียกว่าคิสมาร์กเลย มันควรจะเป็นรอยตำหนิที่น่ารังเกียจเสียมากกว่า


ตำหนิจากริมฝีปากเย้ายวนของธีร์จุฑา พิมพ์พิชชาลูบไล้ร่องรอยบนเรือนกายอย่างแผ่วเบาขณะเดียวกันน้ำตาก็ปริ่มๆจะไหล มันบ่งบอกได้อย่างดีเลยว่าเขาลิ้มเลียเธอไปทั่วทุกอณูผิวจนแทบไม่หลงเหลือที่ว่างไปเสียแล้วตอนนี้ แต่ทันใดประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก และชายหนุ่มก็ยื่นหน้าเข้ามาถึงกับตะลึงใจเต้นรัวกับภาพที่เห็น มันแทบจะทำเขาคลั่งอีกครั้ง


“คุณลืมอะไรหรือเปล่า...” มือแกร่งยื่นแพนตี้ลูกไม้สีดำให้เธออย่างเขินอายพร้อมหันไปมองทางอื่น ทันทีที่หญิงสาวเอื้อมหยิบเขาก็อดไม่ได้ที่จะใช้สายตามองมาที่ส่วนงดงามสะพรั่งของเธออีกครั้งอย่างหมายจะกลืนกิน


ความรู้สึกปั่นป่วนโจมตีเขาอีกแล้ว เลือดในกายชายหล่อเลี้ยงส่วนกลางของร่างกายอย่างอัตโนมัติ ปัดโธ่เอ้ย! รู้งี้ปล่อยให้แพนตี้ลูกไม้นั่นวางอยู่ที่เดิมก็ยังดีกว่าโผล่พรวดเข้ามาให้ร่างอวบอิ่มนี้ยั่วยุเลือดในกายเขาอีกครั้งเขาคิดอย่างตำหนิตัวเอง


มันน่าฆ่าตัวเองจริงๆ ธีร์จุฑาเขาคิด


“นี่คุณ!” พิมพ์พิชชาร้องเสียงหลงจนแทบจะกรีดร้องตกใจตามๆมา เธอหมุนตัวหลบสายตาหื่นกระหายนั้นทันที แต่ถึงกระนั้นผู้ชายจอมหื่นอย่างเขาก็ได้เชยชมสมบัติทางกายของเธอไปแล้วไม่รู้กี่รอบ เขามองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม


“ใหญ่มากเลยนะเนี่ย!


“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!


“คัพอะไร” เขาจดจ้องส่วนอวบทั้งๆที่หญิงสาวพยายามเอามือขึ้นกอบกุมป้องกันส่วนสงวนอิ่มๆ นั้นจากสายตาของเขา “ต้องคัพ E แน่ๆ จากที่ได้สัมผัส” อีตาบ้า! นั่นมันลูกมะพร้าวแล้วมั๊ง


“คนเลว! หญิงสาวว่าพร้อมตวัดสายตาดุเขาที่ทำหน้ายิ้มระรื่นอย่างมีความสุข


“คุณนี่... ซ่อนรูปจนผมคาดไม่ถึงจริงๆ นะพิมพ์พิชชา” เขาเย้าอย่างสนุกสนาน แต่สายตาเจ้าเล่ห์ของเขาก็มองส่วนอวบอิ่มนั้นอย่างลวนลาม แต่สุดท้ายก็ไปสิ้นสุดลงกับสายตาที่กำลังขุ่นโกรธกับกิริยาเอาเปรียบของเขาจากเจ้าของเรือนกายอันน่าปรารถนานั้น


“คนบ้า คนลามก!


ตุ๊บ!!


พิมพ์พิชชาตะโกนด่าพร้อมกับหยิบขวดโลชั่นปะทินผิวที่วางอยู่ในห้องน้ำปาใส่หน้าเขา แต่คราวนี้เขาจับสัญญาณได้หลบทัน ก็รอยแผลเป็นที่หางคิ้วเขา มันทำให้รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือมือปาของอันดับหนึ่งจนฝากรอยตำหนิบนหน้าหล่อๆของเขาไปแล้ว ตอนนี้เขารู้ทางหนีทีไล่จึงหลบทัน คนดวงตกน่าจะเป็นสาวน้อยมากกว่าที่ผ้านวมร่นลงมาเผยให้เขามองเห็นเนินอกอิ่มนั้นชัดขึ้นอีกอย่างพึงพอใจ


เขามองตามและยิ้มกริ่ม แล้วพูดต่ออย่างยั่วยุแสนสนุก


“ทรวงอกของคุณมันเต็มไม้เต็มมือแล้วก็ทรงสวยน่าสัมผัสกว่าเหล่านางแบบบนปกนิตยสารเพลย์บอยอีกนะเนี่ยพิมพ์พิชชา” เขาทุกเสียงจิ๊จ๊ะอย่างน่าหมั่นไส้ก่อนหยุดจ้องไปที่สิ่งที่กำลังชื่นชมอย่างถือสิทธิ์ “แหม่! เกินคาดเดาจริง” พูดจบสายตานั้นยังไม่ละไปทางอื่นแต่มันยังจดจ้องราวจะกลืนกินส่วนอวบอิ่มนั้นของหญิงสาว


มันน่าแค้นนัก!


 “ออกไปให้พ้นนะ” หญิงสาวหันไปผลักเขาอย่างสุดแรง พร้อมกับปิดประตูใส่หน้าเขาทันทีก่อนที่ผู้ชายร้ายกาจคนนี้จะแสดงอาการหื่นกระหายรวมทั้งพูดจาแทะโลมเธออีกครั้ง หญิงสาวไม่อยากทนให้เขาพูดจาจาบจ้วงและหยามเกียรติเธออีกต่อไปแล้ว


เสียงสายน้ำชโลมลงบนผิวพรรณผ่องผุดผาดของหญิงสาวมันทำให้เขายังคงปักหลักอยู่ตรงนั้นเท้ายาวขยับเข้าประชิดประตูเพื่อลอบฟังเสียงสายน้ำที่มันอาบไหลลงบนผิวกายที่นวลเนียนน่าสัมผัสนั่น ยากเหลือเกินที่จะห้ามให้หนุ่มคลั่งรักอย่างเขาจินตนาการตาม ไม่นานเสียงประตูก็ส่งสัญญาว่ากำลังจะถูกเปิด ชายหนุ่มวายร้ายรีบหาที่ซ่อน กลิ่นหอมสดชื่นระบายออกมาให้เขารับสัมผัสยิ่งยั่วยุอารมณ์ชายให้กระเจิงและกลายเป็นสิ่งยั่วยวนที่ปลุกซาตานในร่างเขาอีกครั้ง แรงปรารถนาของเพลิงพิศวาสนี่...มันห้ามยากจริงๆ เอาเข้าไปไอ้ธีร์ จะห้ามใจยังไงไหวแม่คุณ


พิมพ์พิชชาลูบไล้ครีมประทินผิวอย่างช้าๆกลิ่นหอมของพฤกษาอ่อนๆจากเนื้อครีมระบายมาในอากาศ สายตาคมมองตามมือเรียวที่สัมผัสไล้เบาแผ่วที่เพรียวขาจากข้อเท้าไล้สูงขึ้นไปจนถึงโคนต้นขาขาวนวลนั้น เขาแทบคลั่งเมื่อจินตนาการว่าตนเป็นคนโลมลูบเนื้อครีมขาวขุ่นนั้นลงบนผิวสวยของเธอทุกซอกทุกมุม อืม.... เขาแทบจะครางเรียกชื่อกระต่ายสาวจอมยั่วที่ตอนนี้ทำร้ายเขาย้ำๆซ้ำๆที่จุดเดิมอย่างไม่ใยดีว่าคนตัวโตต้องหักข่มมันด้วยความทรมานมากมายขนาดไหน ใจเย็นลูกพ่อ


ระหว่างที่พิมพ์พิชชากำลังสวมชุดนอนเพื่อให้ร่างกายมีเสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดอย่างมิดชิดนั้น ชายหนุ่มก็ย่องออกมานั่งบนเตียงกว้างอย่างสบายอารมณ์ หลังจากพิมพ์พิชชาแต่งตัวเสร็จหันหลังเดินออกมาที่เตียงก็แทบผงะเมื่อพบว่าคนจอมหื่นยังคงนั่งมองเธอด้วยสายตาหิวกระหายราวจะกลืนกินเธอไปทั้งเนื้อทั้งตัวบนเตียงนอนของเธออีกต่างหาก!


“นี่คุณยังไม่กลับไปห้องของคุณอีกเหรอ?” หญิงสาวถามเมื่อยังเห็นเขาอยู่บนเตียงนอนของเธออย่างหน้าไม่อาย


“ก็กำลังจะกลับอยู่นี่ไง รอสั่งลาคุณก่อน” เขาตอบอย่างอามรมณ์ดี


“ไม่ต้อง! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” ว่าไม่พอ สายตาเธอก็มองหาข้าวของรอบตัวที่จะพอเป็นอาวุธได้ สายตาคู่สวยสะดุดที่นิตยสารเล่มหนากำลังจะคว้ามาปาใส่หน้าเขาอีกแต่โชคดีที่เขารีบไหวตัวทันพาตัวเองพุ่งพรวดออกจากห้องนอนไปอย่างทันท่วงที

~*~


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha