ข้อเสนอรักเจ้าสาวแลกตัว An Offer She can't Refuse

โดย: chineserose



ตอนที่ 6 : เซ็กซี่ที่ไร้เดียงสา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

5

เซ็กซี่ที่ไร้เดียงสา...

หลังจากธีร์จุฑาบริหารงานตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่มาได้สักระยะหนึ่ง การเติบโตของ เดอะ แลนด์ริช กรุ๊ป เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เขาขยายโครงการคอนโดมิเนียมหรูบนหาดสวยดุจสวรรค์ทางใต้ฝั่งทะเลอันดามัน แต่โชคไม่เข้าข้างผู้บริหารหนุ่มหล่อสักเท่าไหร่ เมื่อพบว่าคอนโดดังกล่าวที่กำลังจะก่อร่างสร้างตัว อยู่บนพื้นที่ที่มีปัญหากับคนทรงอิทธิพลในพื้นที่ ตอนนี้ทางฝั่งนั้นใช้วิธีสกปรกเล่นงานเขา เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของ เดอะ แลนด์ริช กรุ๊ป แต่โชคไม่ร้ายไปเสียทั้งหมดตรงที่เขามีเพื่อนนักธุรกิจหนุ่มคนสนิทเป็นที่ปรึกษาและคอยให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ นั่นก็คือ พิชัย ไอศยวรรค์ ซิงธ์หรือไมเคิล นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งอินเดีย-อิตาลี และค่ำคืนนี้เองเพื่อนชายคนสนิทของเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 35 ปีที่โครงการคอนโคกลางกรุงที่ราคาห้องที่ขายเฉพาะคนมีชีวิตเหนือระดับเท่านั้น

“ยินดีมากที่แกมา” พิชัยเดิมเข้ามาต้อนรับและยิ้มอย่างดีใจเมื่อพบว่าธีร์จุฑามาร่วมงานทั้งที่เพื่อนสนิทหนุ่มนักธุรกิจหล่ออย่างนั้นจะงานรัดตัวและทุกนาทีล้วนมีค่ายิ่งกว่าทอง

“วันเกิดนายฉันมาทุกปีไม่มีพลาดอยู่แล้ว อีกอย่างนายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน” ธีร์จุฑามอบกล่องของขวัญที่ไม่ได้กล่องใหญ่อลังการอะไรนักหรอก แต่ทุกปีของขวัญที่เขามอบให้ในวันเกิดเพื่อนตายคนนี้ถือว่ามากมูลค่าและจัดว่ามหาศาลทีเดียว

“ขอบใจแกว่ะ เอาเลยตามสบาย” พิชัยยิ้มรับของขวัญจากเพื่อน ความยินดีที่มีเปี่ยมล้นแค่เพื่อนรักมาร่วมงานเขาก็ดีใจมากเกินของขวัญพวกนี้แล้วล่ะ คนที่รวยมากมหาศาลอย่างพิชัย ไม่ต้องการอะไรแล้วนอกจากความจริงใจจากเพื่อนแท้ เพื่อนดีๆสักคน และธีร์จุฑาก็คือเพื่อนแท้คนหนึ่งของเขา

“แขกเยอะมาก” ธีร์จุฑากวาดสายตามองไปทั่วงาน

“เอ้อ มาทันเวลาพอดี ฉันมีคนที่อยากแนะนำให้รู้จัก” พิชัยพูดขึ้นท่ามกลางวงสนทนา เขาพาธีร์จุฑาเดินออกจากวงเพื่อนๆ ไปในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล

“ใครวะ?” ธีร์จุฑาถามขึ้น สีหน้าสงสัย

“จุ๊ๆๆ ต้องสุภาพหน่อยนะ เป็นสาวๆน่ะ” พิชัยเอ่ยสายตาพราว

“ขอโทษนะครับ” พิชัยเดินนำหน้าพาธีร์จุฑาเดินมาถึงกลุ่มคนสักสามสี่คนได้ มีหนุ่มใหญ่ร่างท้วมผิวขาวสะอาดสะอ้านยืนถือแก้วเครื่องดื่ม รอบๆ นั้นมีหนุ่มผิวขาวน่าจะวัยไล่เลี่ยกับเขาและหญิงสาวร่างเพรียวๆ ผิวขาวนวลเรียนอีกสองคน พอพิชัยเอ่ยทักขึ้นทุกคนก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว

“ว่าไงครับคุณพิชัย” หนุ่มใหญ่ร่างท้วมดูมีเมตตาเอ่ยถามว่ามีอะไร สายตาของธีร์จุฑามองกวาดไปทุกๆคนโดยรอบก่อนจะไปสะดุดหยุดตรงที่ใครบางคน

“ขออนุญาตนะครับอาภูมิ ผมอยากแนะนำเพื่อนสนิทให้ทุกคนรู้จักครับ” พิชัยหยุดหันไปมองธีร์จุฑา “นี่ธีร์จุฑา  แห่ง เดอะ แลนด์ริช กรุ๊ปครับ เราเป็นเพื่อนสนิทเรียนมาด้วยกันที่อเมริกา พ่อของเรารู้จักกันด้วย” พิชัยผายมืออกแนะนำเพื่อนรักอย่างภาคภูมิใจ

“ยินดีที่รู้จักครับ” ธีร์จุฑายกมือไหว้หนุ่มใหญ่ผู้ทรงภูมิฐาน

“คุณอาภูมิเป็นฝ่ายกฎหมายของเราน่ะ เห็นแกมีปัญหาเรื่องที่ดินที่กำลังจะขึ้นคอนโดมิเนียมที่พังงาทางใต้ฝั่งทะเลอันดามัน เลยอยากแนะนำให้แกรู้จักไว้ เพราะอาภูมิเก่ง ท่านดูแลฉันและธุรกิจของพ่อมานานหลายสิบปี วันนี้เลยถือโอกาสแนะนำให้รู้จักเผื่อยังไงไอ้ธีร์จะได้ปรึกษาคุณอาครับ” ไมเคิลทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมแนะนำทั้งสองฝ่ายให้ผูกสัมพันธ์กันไว้

“โอ้... ยินดีๆเลย” ภาคภูมิยื่นไมตรี

“ขอบคุณครับ” ธีร์จุฑารับไมตรีนั้นอย่างยินดีอันที่จริงเขามีที่ปรึกษาด้านนี้ประจำอยู่แล้วแต่รับไว้ก็ไม่เสียหาย ถือว่าเป็นทางเลือกเพราะโดยนิสัยนักธุรกิจย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเองอยู่แล้ว

“แล้วนี่เพทายผู้ช่วยอาเอง” หนุ่มวัยเดียวกันยื่นมือมาทักทาย “แล้วสองสาวหนูกระแต-อัญญาดาแล้วก็อีกคนนั่น หนูพิมพ์-พิมพ์พิชชา”

“สวัสดีครับทุกคน” ธีร์จุฑาเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรแต่ติดที่สายตาคมของเขาจ้องไปยังพิมพ์พิชชาและดูเหมือนว่าหญิงสาวจะจำเขาได้ เช่นเดียวกันเขาก็จดจำเธอได้แม่นยำชนิดที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว

“สวัสดีค่ะ” พิมพ์พิชชาเอ่ยทักตอบด้วยความรักษามารยาทมากกว่าที่จะหยิบยื่นไมตรี เพราะเขาในสายตาเธอก็ไม่ต่างอะไรจากคนเลวคนหนึ่งที่นอกจากจะกล่าวหาน้องชายของเธอแล้ว เขายังละลาบจาบจ้วงเธอเมื่อหลายวันที่ผ่านมา เธอไม่มีวันญาติดีกับผู้ชายคนนี้ ต่อให้กำแพงเมืองจีนถล่มทลายก็ตาม !

ทั้งหมดพูดคุยกันอยู่พักใหญ่จากนั้นพิชัยจึงขอแยกตัวไปดูแลแขกเหรื่อ ส่วนพิมพ์พิชชาขอแยกออกมาหาเครื่องดื่มที่เธอโปรดปรานหลังจากภาคภูมิ เพทายและอัญญาดาเดินไปนั่งโต๊ะที่ทางเจ้าภาพงานจัดเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ

“ไม่คิดว่าจะพบคุณที่นี่” ธีร์จุฑาลอบเข้าประชิดร่างบอบบางที่เคยออกฤทธิ์ออกเดชกับเขา ธีร์จุฑายอมรับว่าร่างขาวๆ ที่คืนนี้สวมชุดเกาะอกสวยสีเขียวมรกตนั้นช่างขับผิวให้เธอดูผุดผ่องงดงามจนเขาแทบจำไม่ได้เมื่อแรกเห็น แต่เมื่อจ้องนานๆ ก็ทำให้ภาพที่เธอจู่โจมตอบโต้เขาสุดฤทธิ์จนฝากรอยแผลเป็นที่หางคิ้วเขาได้อย่างฉับพลัน

เขาไม่มีวันลืมง่ายๆหรอก ผู้หญิงที่สร้างรอยแผลเป็นบนใบหน้าหล่อๆ ของเขา และเธอจะต้องได้รับการเอาคืนที่สาสม !

“ฉันก็ไม่คาดคิดเช่นกันค่ะ และถ้าทราบว่าจะเจอคุณที่นี่ฉันคงไม่มางานเลี้ยงคืนนี้ให้เสียเวลา เสียสายตา เสียความรู้สึกหรอก” พิมพ์พิชชาตอบอย่างถือดี ดวงหน้าสวยหวานเหยียดยิ้มอย่างรังเกียจ ผู้ชายบางคนก็ไม่ได้วางตัวเป็นสุภาพบุรุษเสมอไปนักหรอก โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อธีร์จุฑา

“งั้นคุณจะกลายเป็นคนเสียมารยาทกับเพื่อนผมทันที” เขาเอ่ยเยาะๆ

“คุณอาภาคภูมิก็มาแล้วไงคะและที่มาคืนนี้ฉันมาในนามของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายของคุณพิชัย ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวค่ะ” หญิงสาวตอบเชิดๆ อาการนั้นมันท้าทายชายหนุ่มไฮโซเสียเหลือเกิน ปกติเขาจะเจอแต่ผู้หญิงออดอ้อนพะเน้าพะนอคลอเคลียจนน่าหมั่นไส้ แต่กับหญิงสาวคนนี้ หล่อนกลับถือดีใส่ มันน่าจับปล้ำแล้วทิ้งให้เข็ดจริงๆ  

“อ๋อ...งั้นเหรอ ผมนึกว่าคุณเป็นพวกประเภท...ว่าความบนเตียงนุ่มๆได้ด้วยเสียอีก” เขาเอียงคอเข้ามาใกล้แล้วกระซิบวาจาดูถูกหยามศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงนั้นด้วยสีหน้ายิ้มเหยียดราวกับว่ากำลังสนุกกับการยั่วโมโหคนตรงหน้าอย่างนั้นล่ะและเขาก็ทำสำเร็จ พิมพ์พิชชาเริ่มโมโหกับวาจาดูถูกที่เขาใช้มันตบหน้าเธอ จนตอนนี้เริ่มร้อนวูบไปทั้งเนื้อทั้งตัวด้วยความโกรธ

“คุณธีร์!” พิมพ์พิชชาอยากจะตบย้ำที่รอยแผลเป็นบนใบหน้าเขาอีกสักครั้ง จะได้รู้สึกว่าผลลัพธ์ที่ดูถูกเธอมันเป็นยังไง

ผู้ชายอะไร พูดจาไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลยสักนิด

“ขอโทษค่ะ ฉันเป็นนิติกรประจำสำนักงานกฎหมายของคุณอา ยังไม่ใช่ถึงขั้นว่าความได้เหมือนทนายความทั่วไปตามที่คุณเข้าใจและกรุณาพูดจาให้เกียรติดิฉันด้วยนะคะ” พิมพ์พิชชาต่อว่าเขาด้วยความเหลืออด “เพราะอย่างน้อยๆก็ถือว่าให้เกียรติกันในฐานะ เพศแม่” หญิงสาวสรุปสิ่งนั้นทำธีร์จุฑาเป็นฝ่ายโกรธบ้างเขามองเธอด้วยความคิดว่าช่างปากร้ายต่างกับผู้หญิงอื่นทั่วไปเสียเหลือเกิน

“อ้าวๆมาอยู่ตรงนี้เอง คุยอะไรกันอยู่ครับ?” พิชัยหรือไมเคิลเดินเข้ามาร่วมสนทนา สายตาของนักธุรกิจหนุ่มแปลกใจบ้างเล็กน้อยที่เห็นธีร์จุฑาสนิทสนมกับพิมพ์พิชชาในเวลาอันรวดเร็วทั้งที่สองคนต่างก็เพิ่งเจอกัน

“มาทาบทามนิติกรคนใหม่น่ะ” ธีร์จุฑาโมเม สายตาเขาเหมือนว่าจะจ้างพิมพ์พิชชาจนพิชัยเริ่มอุ่นใจ ก็เขาเองที่แนะนำให้รู้จัก ไมเคิลพอรู้ข้อมูลมาว่าหญิงสาวขยันทำงานและอยากเห็นพิมพ์พิชชามีอนาคตที่สดใส ภาคภูมิพูดเสมอว่าเธอเป็นคนขยันสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตหญิงสาวคนนี้น่าทึ่งนับเป็นผู้หญิงดีๆคนหนึ่งเลยทีเดียว

“งั้นเหรอ ดีสิ ฉันแนะนำเลย คุณพิมพ์เก่งและขยันมากนะ” พิชัยออกปากชมอย่างจงใจโฆษณา สำหรับพิมพ์พิชชาในสายตาของเขานั้นเป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่งที่อนาคตไกล เสียดายว่าเขาแต่งงานแล้ว ไม่เช่นนั้นพิมพ์พิชชาจะเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่น่าสนใจและไม่พลาดที่จะจีบมาเป็นผู้หญิงข้างกายเขาแน่ สายตาคมทว่าหวานแบบหนุ่มลูกครึ่งอินเดีย-อิตาลีตรึงอยู่บนใบหน้าสวยหวานของนิติกรสาวจนธีร์จุฑาแอบสังเกตได้

ผู้ชายเจ้าชู้...แม้ว่าแต่งงานแล้วก็ยังไม่ทิ้งลาย... ความเจ้าชู้ของผู้ชายมันไม่ใช่โรคติดต่อ แต่มันคือสไตล์ที่ละลายอยู่ในฮีโมโกบิล!

“คุณพิมพ์ครับ ถือว่าผมช่วยฝากฝังก็แล้วกัน ช่วยดูเรื่องกฎหมายให้บริษัทของเจ้าธีร์มันด้วย ไว้ผมจะคุยกับคุณอาภาคภูมิเอง” พิชัยเอ่ยเจตนากับพิมพ์พิชชา เพราะเขาพอใจผลงานของเธอ สำนักงานกฎหมายของภาคภูมิโชคดีที่มีนิติกรสาวสวยแล้วยังเก่งงานอย่างพิมพ์พิชชา พอเขารู้ว่าธุรกิจของเพื่อนซี้อย่างธีร์จุฑามีปัญหาแล้วกำลังต้องการนิติกรเก่งๆ มาช่วยงาน จริงที่ว่าคนรวยขนาดนั้นใครๆก็อยากมาทำงานด้วย นอกจากผลตอบแทนที่มากมายแล้ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็อยากหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยงาน และพิมพ์พิชชานี่ล่ะที่เหมาะแต่หญิงสาวกลับอึกอักเธอจะปฏิเสธยังไงดีว่าเธอกับธีร์จุฑาเป็นคู่แค้นกัน เธอไม่อยากทำงานนี้ให้เขาเลย แต่มันจุกๆที่อกพูดไม่ออกอาการเหมือนน้ำกำลังท่วมปาก!

“เอ่อ...” พิมพ์พิชชาอึกอัก “ไว้ฉันจะตัดสินใจอีกทีนะคะ”

“คุณอาภาคภูมิไปไหนแล้วนะ ผมจะขออนุญาตตรงนี้เลย” ไมเคิลพูดพร้อมชะเง้อมองไปทั่วงานหาคนที่กำลังเอ่ยถึง

“คุณอาภูมิเพิ่งขอตัวกลับเมื่อครู่นี้ครับ” เพทายเข้ามาเสริม “คุณอาวานให้ผมมาลาและขอโทษที่ไม่ได้มาบอกเอง แกมองหาคุณพิชัยไม่เจอน่ะครับ”

“คุณอาไม่อยากขับรถกลับบ้านตอนดึกๆน่ะ” อัญญาดาสำทับ

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์มาร่วมงาน” ไมเคิลเอ่ยยิ้ม

“งั้นสักพักฉันก็คงจะต้องขอตัวบ้างแล้วค่ะ” พิมพ์พิชชาเอ่ยขึ้นบ้างขณะมองไปที่เพทายและอัญญาดา ก็สองคนนั้นเป็นแฟนกันเดี๋ยวคงกลับพร้อมกันตามระเบียบ เธอขับรถมาคนเดียวขอชิ่งก่อนดีกว่า

“ว่าจะกลับแล้วเหมือนกัน” อัญญาดาพูดพร้อมหันไปมองหน้าเพทายแฟนหนุ่ม ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมงานที่สำนักงานกฎหมายที่พิมพ์พิชชาทำงานอยู่  

“งั้นพวกเราว่าจะขอตัวกลับก่อนนะครับคุณไมเคิล” เพทายพูดขึ้นเพราะถือว่าอาวุโสสุดตอนนี้หลังจากที่ทนายขอตัวกลับไปก่อน

“ไม่อยู่ต่อหน่อยเหรอครับ” เจ้าภาพทัดทาน

“ตั้งใจอยู่ถึงช่วงคุณไมเคิลเป่าเค้กน่ะค่ะ นี่ก็เรียบร้อยแล้ว” อัญญาดาเสริม

“ใช่ค่ะ” พิมพ์พิชชาก็อยากกลับเหมือนกัน ขี้เกียจทนปั้นหน้ายิ้มใส่ใครบางคน

“งั้นก็ตามสบายครับ” เขาพูดก่อนหันไปมองพิมพ์พิชชา

“กลับดีๆละครับคุณพิมพ์” พิชัยเอ่ยขึ้นอย่างอดห่วงไม่ได้ “อ้าว... ธีร์! แกเดินไปส่งคุณพิมพ์ที่รถทีสิ” พิชัยมอบหมายด้วยเจตนาเป็นห่วงนิติกรสาวอีกอย่างเขาวางใจเพื่อนสนิทมากทีเดียว ธีร์จุฑาหันมองหน้าเขาแล้วพยักหน้ารับ

“โอเค” ธีร์จุฑาตอบรับอย่างยินดีและยิ้มกริ่มในใจ

พิมพ์พิชชารู้สึกมึนๆหัว ดวงตาก็หนักอึ้งเหมือนจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้วรอมร่อ อาการคล้ายจะเป็นลม “เป็นอะไรรึป่าวแก?” อัญญาดาถามเพราะเห็นเพื่อนสีหน้าไม่ค่อยดี

“มึนหัวนิดหน่อย” พิมพ์พิชชาตอบเพื่อน อาการหายใจติดๆขัดๆ แน่นหน้าอกยังไงบอกไม่ถูก อาการครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

“แกดื่มหรอ?” อัญญาดากระซิบถามสีหน้าฉงนเพราะปกติพิมพ์พิชชาเป็นคนขาลุยและมีสุขภาพแข็งแรง แต่ทำไมคืนนี้เพื่อนของเธอจึงดูแปลกๆ หน้าซีดเผือดเหมือนเลือดไม่ไหลเวียนอย่างนั้นแหละ

“เปล่า... สงสัยคนเยอะ ปกติฉันไม่ชอบอยู่ในที่ๆคนแออัดอยู่แล้วน่ะ” พิมพ์พิชชาตอบจากข้อสันนิษฐานของตนเอง ขณะที่หัวหมุนติ้วและไม่สบายตัวเอาเสียเลย

“ขับรถไหวไหมแก?” อัญญาดาเพื่อนสนิทถามด้วยความห่วงใย การขับรถในภาวะที่ร่างกายไม่พร้อมมันเป็นอันตรายกับทั้งตนเองและคนรอบข้าง ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีจากความประมาท มันไม่สามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขเหตุการณ์ร้ายๆ นั่นได้เลย อัญญาดานึกห่วงเพื่อนสาวขึ้นมาจับใจ

“ไหวสิ ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันกลับก่อนนะ” แต่ดูเหมือนพิมพ์พิชชาจะปากแข็ง สภาพร่างกายเธอตอนนี้อยากจะทิ้งตัวลงนอนที่เตียงกว้างๆ นุ่มๆ มากกว่าบังคับพวงมาลัย

“โชคดีแก” อัญญาดาเอ่ยลาเพื่อนพร้อมคำให้พร  

“กระแต เราเดินไปส่งเพื่อนดีไหม?” เพทายเห็นอาการของน้องที่ร่วมงานแล้วยังอดห่วงไม่ได้

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่ทาย กระแต พิมพ์ไหวค่ะ” พิมพ์พิชชาเอ่ยอย่างคนปากหนักไปงั้นเองแต่ลึกๆ แล้วอยากจะล้มตัวนอนตรงนี้ ไม่อยากฝืนขับรถให้เสี่ยงอันตรายเลยจริง แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้

“ผมเดินไปส่งที่รถครับ” ธีร์จุฑากล่าวอย่างสุภาพบุรุษ คนอื่นๆก็คงเข้าใจอย่างนั้น มีแต่พิมพ์พิชชาคนเดียวกระมังที่รู้ว่านั่นน่ะมันแค่เปลือกเท่านั้นจริงๆ เพราะเธอกับเขาเคยปะฉะดะกันแบบถึงพริกมาแล้ว ก็ดูอย่างรอยแผลเป็นที่หางคิ้วนั่นของเขาปะไร ฝีมือเธอเอง

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอเอ่ยปฏิเสธ ก็เธอไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอในสภาพไม่ปกติของเธอน่ะสิ อีกอย่างเธอเกลียดเขาเข้าไส้ ไม่ต้องมายุ่งฉัน ไม่ต้องมา...ทำเป็นดีด้วย ของมันรู้ๆกันอยู่ว่าเข้าก่อบาปก่อกรรมอะไรกับครอบครัวของเธอเอาไว้

“ขอโทษนะคะคุณพิชัยที่พิมพ์เสียมารยาทกลับก่อนทั้งที่ยังไม่เลิกงานเลย” นิติกรสาวสวยเอ่ยออกไปอย่างเกรงอกเกรงใจ ความจริงเธอควรจะอยู่จนงานเลิกพร้อมๆ กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนๆ ร่วมงาน แต่จากสภาพร่างกายตอนนี้ ไม่ไหวแล้วจริงๆ

“ไม่เป็นไรครับ มาร่วมงานผมก็ขอบคุณมากแล้ว อย่าเกรงใจไปเลย” พิชัยมหาเศรษฐีลูกครึ่งสุดหล่อเอ่ยพร้อมส่งสายตาหยุดมองไปที่เพื่อน เป็นสัญญาณว่าให้ดูแลนิติกรคนเก่งของเขาด้วย

“ไปส่งคุณพิมพ์สิไอ้ธีร์” พิชัยสั่งเพื่อนสนิท สีหน้าธีร์จุฑายิ้มบางแต่แววตาเขาดูเจ้าเล่ห์ในสายตาของพิมพ์พิชชา

“มะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พิมพ์เดินเองได้” พิมพ์พิชาบอก สีหน้าดูเหนื่อยๆ เหมือนคนร่างกายไม่ปกติแล้ว

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับคุณพิมพ์ ให้ไอ้ธีร์มันเดินไปส่ง” พิชัยเอ่ย พิมพ์พิชชามองอย่างปฏิเสธลำบาก

“ขอบคุณค่ะ งั้นพิมพ์ขอตัวนะคะ” เธอเอ่ยลาอีกครั้งก่อนหมุนตัวเดินออกจากบริเวณจัดงานโดยมีชายหนุ่มร่างสูงเดินก้าวตามอยู่ใกล้ๆ

“คุณพิมพ์กลัวผมเหรอครับ?” เขาแกล้งถาม สายตาคมจดจ้องร่างงามนั้นอย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะส่วนเว้าส่วนโค้งแบบไม่เกรงใจเลยสักนิด แน่ล่ะเวลาอยู่กันลำพังสองต่อสอง ผู้ชายคนนี้จะแปลงร่างเป็นหมาป่าแล้วก็ใช้สายตามองเธอไปทุกส่วนสัดแบบไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษหลงเหลืออยู่เลย พูดไปใครจะเชื่อก็ภาพลักษณ์ภายนอกเขาคือหนุ่มหล่อไฮโซนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้มั่งคั่งนิ่นา

“ไม่หรอกค่ะ ทำไมต้องกลัวคุณด้วยคะ?” เธอเอ่ยปฏิเสธตาขวาง

“ไม่กลัวผมแก้แค้นเอาคืนเหรอ?” เขาเจตนายั่วอารมณ์ สายตามีประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ไม่ผิดกันสักนิดกับจิ้งจอกหนุ่มผู้กระหายหิว

“เอาคืน เรื่องอะไรคะ?” เธอถามกลับเสียงเรียบนิ่ง

“นี่ไง” เขาจับข้อมือเล็กมาแตะที่ปลายคิ้วตัวเองที่มีใครสักคนฝากรอยแผลเป็นไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อนนั่น หญิงสาวชัดข้อมือกลับ หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัว อยู่ๆ สายตาที่เคยมองเห็นอะไรๆอย่างชัดเจนก็พร่าเลือน มือน้อยๆอีกข้างที่อิสระก็เลื่อนขึ้นไปจับขมับและนวดเบาๆ ตามสัญชาตญาณ เพราะอยู่ๆมันก็มึนตึ้บจนหายใจลำบากแล้วจึงเดินออกจากงานมา

เพียงไม่นานนับจากนั้นเหมือนโลกหมุนติ้ว คล้ายๆจะลอยได้ ทุกอย่างเบาหวิวและแล้วร่างบอบบางในชุดผ้าชีฟองสีเขียวมรกตๆร่วงลงอย่างคนหมดแรงในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของเขา...

“ไหวไหมครับพิมพ์?” ธีร์จุฑาเอ่ยถาม ดวงตากลมเริ่มปรือและหนักอึ้งคล้ายจะปิดลงให้ได้ ดวงหน้าหล่อเหลาเจ้าของร่างสูงสง่าเริ่มพร่าเลือนเมื่อถูกหญิงสวมองผ่านแพขนตาของเธอ...

เขาพูดอะไรของเขานะ?หญิงสาวสับสนอื้ออึงและรู้สึกตัวเบาหวิวคล้ายๆ จะล่องลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ

หญิงสาวรู้สึกแข้งขาเริ่มสั่นเทาคล้ายๆจะยืนไม่อยู่ พิมพ์พิชชาพยายามควบคุมสติ เมื่อรู้สึกถึงอาการแปลกประหลาดที่กำลังโจมตีเธอและมันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอเพื่อบรรเทาความแห้งผาก เหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมารอบผิวกายจนเรือนร่างแทบจะเปียกชื้น เธอหยุดเดิน รู้ตัวว่าเขายังจับข้อมือเธอแน่นและร่างแกร่งของเขาอยู่ข้างๆ จนเธอเผลอเอนซบเพราะยืนเองแทบไม่อยู่ หญิงสาวพยายามตั้งสติอีกครั้ง รวบรวมกำลังที่มีก้าวเดินด้วยความเร็วเพื่อจะได้ไปถึงรถของตนเร็วขึ้น...และกลับบ้านเร็วๆ เท่าที่จะทำได้ เพราะเริ่มรู้สึกได้ว่าตอนนี้ร่างกายตนกำลังผิดปกติด้วยสารอะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย และเธอไม่อาจตอบตัวเองได้ว่างมันคืออะไร และจะต้องเอาตัวเองออกห่างจากผู้ชายเจ้าเล่ห์และร้ายกาจคนนี้ให้มากที่สุด

ฉันไม่มีวันไว้ใจคุณ...

“ให้ผมไปส่งดีกว่านะครับคุณสภาพสตรี...” เขาเสนอ หญิงสาวที่แนบร่างเขาดูอ่อนปวกเปียกแทบจะทำอะไรเองไม่ได้ อย่างนั้นจะขับรถกลับบ้านเองได้ยังไงกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์กลับเองได้” พิมพ์พิชชาปากหนักและเบี่ยงตัวหลบคนตัวโตที่กำลังพยุงเธอไว้จนเกือบๆจะกลายเป็นกอด

“แน่ใจเหรอครับคุณพิมพ์ ผมเห็นคุณอยู่ในสภาพนี้แล้ว...ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะเดินไปถึงรถตัวเองได้น่ะ” ธีร์จุฑาเอ่ยยิ้มบาง แววตาเจ้าเล่ห์ของเขามันมีที่ท่าว่าเหนือกว่าเธอและสุดท้ายเธอต้องยอมจำนนต่อเขาอย่างไรบอกไม่ถูก

“แน่ใจค่ะ นั่นไงคะรถพิมพ์ ปล่ะ... ปล่อยพิมพ์เถอะค่ะ พิมพ์กลับเองดะ...ได้...” ว่าแล้วก็สะบัดข้อมือเล็กของตนเองเจตนาเพื่อจะเป็นอิสระจากพันธนาการของเขา แต่เปล่าประโยชน์ ดูเหมือนเรี่ยวแรงมันถูกกลืนหายไปในอากาศอย่างยากอธิบาย

ริมฝีปากหยักลึกสวยได้รูปของชายหนุ่มเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแผนการที่เขาวางเอาไว้ เขารู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก อยู่ดีๆคนที่เขาเฝ้าตามหา เพื่อรอวันแก้แค้นก็มาให้เขาลงมืออย่างง่ายดายซะงั้น โชคช่างเข้าข้างเขาเสียจริงๆเลย

“รถมาถึงแล้วครับบอส” อาทิตย์บอดี้การ์ดรูปร่างหนาและสูงใหญ่ ในชุดสูทสีดำกระซิบข้างหูนักธุรกิจหนุ่มเมื่อรถยนต์เอนกประสงค์ฮุนไดเคลื่อนมาเทียบลานจอดรถที่ปลอดผู้คน แขกเหรื่อต่างก็สนุกครื้นเครงในงานสังสรรค์ร่วมกับพิชัยเจ้าภาพจะมีใครปลีกวิเวกมาอยู่แถวลานจอดรถนี่กันล่ะ ส่วนกล้องวงจรปิดยิ่งหมดห่วงเขาสั่งคนของเขาจัดการก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว

ประตูรถถูกเลื่อนสไลด์ออก เขาอุ้มร่างบอบบางแสนอรชรของพิมพ์พิชชาแล้วหายเข้าไปในตัวรถและเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์โออ่าของไมเคิลเพื่อมุ่งไปยังจุดหมายปลายทางที่อยู่ในแผนการ หลังจากวางร่างไร้สติของนิติกรสาวนั่งอิงร่างเขา สายตาคมมองจ้องร่างนั้นอย่างคิดครุ่น ตอนนี้ร่างบางที่หลับพริ้มล้มตัวลงนอนบนตักของเขาไปแล้วเรียบร้อยแล้วขณะที่อีกฝ่ายกลับมีแต่รอยยิ้มที่สุดแสนจะเจ้าเล่ห์

“ไปไหนต่อดีครับบอส?” ลุงมานะคนขับรถร่างบึกประจำคฤหาสน์นิคโคล์โลหันมาถามเจ้านายหนุ่ม

“คอนโด... ก็แล้วกัน” เขาเอ่ยขณะที่สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวกำลังมองจ้องร่างบอบบางที่หมดสติบนตักเขา เนื้อตัวนุ่มนิ่มยั่วยวนชวนสัมผัสเหลือเกิน อีกไหนจะกลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนผมนั่นก็ด้วยท่านประธานหนุ่มแห่งเดอะแลนด์ริชกรุ๊ปแทบข่มใจไว้ไม่ไหวอยู่แล้ว

“คอนโคไหนครับ?” คนขับรถย้ำถามอีกครั้ง ก็เจ้านายของเขารวยระดับอภินิ่ มีกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมไม่รู้กี่แห่ง บ้านคฤหาสน์อีกไม่รู้กี่หลัง นี่ยังไม่นับบ้านพักตามอากาศนะ ก็เขาคือทายาทหนุ่มเพียงคนเดียวแห่งตระกูลเตชะเกรียงไกร นิคโคล์โลตระกูลเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชื่อดังนี่นา มันไม่แปลกที่เขาจะมีวิมานเอาไว้หลายๆหลังหรอกน่ะ และก็ไม่แปลกด้วยที่คนขับรถจะต้องถามให้ชัดเจนว่าคอนโดที่เจ้านายจะไปน่ะ คอนโดย่านไหน

“คอนโดเลียบเจ้าพระยา... ที่ฉันนอนทุกคืนนั่นแหละ!!” ธีร์จุฑาเอ่ยเสียงเรียบ สิ้นสุดข้อสงสัย คนขับรถและการ์ดก็เงียบเสียง รถแล่นไปตามถนนท่ามกลางดวงไฟแสงสีของเมืองหลวงที่งดงามระยับดั่งดวงดาวบนพื้นดิน

ชายหนุ่มคู่กรณีที่เธอฝากรอยรักรอยแค้นบนใบหน้าเขามองจ้องหญิงสาวที่ถูกเขาวางยาเมื่อแรกที่ก้าวเข้ามาในงานเลี้ยง ตอนนี้นอนเป็นเหยื่อบนตักเขาแล้วเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานผิวพรรณขาวผุดผ่องสะอาดตาและมีกลิ่นหอมประจำกายจนเขารู้สึกหวนนึกถึงจูบแรกที่เคยบดขยี้ริมฝีปากอิ่มนั้นอย่างผู้ชนะ นักธุรกิจไฮโซหนุ่มผู้มั่งคั่งอย่างเขาเคยสัมผัสเรือนร่างหญิงสาวมาก็มาก แต่ไม่มีใครเร้าใจเขาได้มากเท่าหญิงสาวจอมพยศคนนี้เลยสักครั้ง

หลังจากรถฮุนไดอเนกประสงค์จอดเทียบคอนโดใจกลางกรุงของเขา บอดี้การ์ดร่างบุกก็ลงมาเปิดประตูให้อย่างรู้งาน ก่อนจะคอยดูอยู่ใกล้ๆ และอำนวยความสะดวกด้วยการวิ่งไปกดลิฟท์รอบอสหนุ่มที่อุ้มร่างบอบบางของหญิงสาวหายลับเข้าไป

“ผมตามขึ้นไปส่งข้างบนไหมครับบอส เผื่อจะได้ช่วยอะไร” การ์ดหนุ่มหมายถึงเปิดประตู แต่เนื่องจากว่าคอนโดหรูของเขาใช้การสแกนม่านตา ผู้ช่วยตรงจุดนี้จึงไม่จำเป็น

“ช่วยอะไร... พวกแกคิดจะช่วยฉันทำอะไร?” เสียงดุของเขาทำเอาการ์ดร่างบึกหน้าเสียไม่คิดว่าคำถามนั้นจะสร้างอารมณ์ขุ่นให้บอสหนุ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก็เห็นนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาในรถตลอดทาง จู่ๆ อารมณ์บูดซะงั้น

“อ่ะ...เอ่อ...” การ์ดหนุ่มเกิดอาการใบ้รับประทานจนเขาต้องปรับอารมณ์แล้วบอกให้คนของเขาออกไป

“ไม่ต้องหรอก พวกนายกลับไปเถอะ” ไฮโซหนุ่มสั่ง ดวงหน้าตรึงบนใบหน้าสวยของหญิงสาวที่นอนหลับอย่างไร้สติอย่างมีความหมายนัยยะ

“เอ่อ...” การ์ดหนุ่มยังคงอ้ำอึ้ง สายตามองไปที่ร่างบางที่หลับสนิทราวเด็กทารกในอ้อมกอดของเจ้านายหนุ่ม

“เอาน่า ฉันดูแลผู้หญิงคนนี้เองได้” เขาย้ำอีกครั้งอย่างหงุดหงิดใจ จนคนรอบข้างเริ่มสลดลงและทำตามคำสั่งโดยง่าย

“อ่อครับๆ” การ์ดคนเดิมรับคำสั่ง

“อ้อ... บอกลุงมานะขับรถไปรับปันดาวมาช่วยฉันที่นี่ด้วย” บอสหนุ่มสั่ง “ด่วนนะ!” บอสหนุ่มย้ำหาผู้ช่วยเพราะเขาคงไม่ลงมือปลดเปลื้องชุดสวยของหญิงสาวด้วยมือของเขาเองแน่

“ครับผม” การ์ดโค้งรับคำสั่ง

“ขอบใจ” แล้วเขาก็หายเข้าไปในลิฟท์

 

 

 

                ชายหนุ่มอุ้มร่างของหญิงสาวมาวางเบาๆที่เตียงกว้าง ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดสะอ้านรองรับเรือนร่างหอมๆนั้นเอาไว้ แสงไฟสว่างสีเหลืองนวลลออในคอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้ที่เขาหวงเก็บเอาไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมีโอกาสมานอนอยู่บนเตียงของเขาแบบนี้เลยสักครั้งนอกจากคนปากร้ายที่กำลังหลับพริ้มไร้สติอยู่อย่างนั้น แสงนวลสาดส่องให้เขามองเห็นใบหน้าสวยหวานอย่างแจ่มชัดยิ่งขึ้น ยิ่งพิจดูก็ยิ่งงดงามน่าหลงใหล

คิ้วเรียวสวยดกดำรับกันดีกับแพขนตางามยาวงอน แก้มขาวผ่องนวลผิวละเอียดอิ่มน่าสัมผัส จมูกโด่งดูแค่พอจิ้มลิ้มน่ารักน่าบี้และชวนให้อยากเอื้อมมือไปหยิกทักทายยิ่งนัก มันช่างเข้ารูปกันดีเสียจริงกับริมฝีปากบางชุ่มฉ่ำอันน่าบดจูบอย่างเถื่อนๆ เสียให้หายแค้น ชายหนุ่มนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้มั่งคั่งพิจารณาเรือนร่างบอบบางน่ารักนั้นแล้ว เขาก็ลอบถอนหายใจอย่างสะกดกลั้น

ธีร์จุฑาจะยอมให้ผู้หญิงคนนี้ครอบครองเตียงกว้างๆนี้ของเขาหนึ่งคืน... แต่นั่นมันก็ต้องมีบางสิ่งบางอย่างแลกเปลี่ยน เมื่อเรือนร่างสัมผัสกับผ้าปูที่นอนหญิงสาวก็นิ่วหน้าทั้งที่ดวงตายังหลับพริ้ม แต่เธอคงรู้สึกไม่สบายตัวกับอะไรบางอย่าง ดวงหน้าเปียกชื้น เขามองร่างบางนั้นอย่างไม่สบายใจพร้อมกับนึกย้อนไปเมื่อเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาภายในงานเลี้ยง เขาสั่งให้คนของเขาเอาน้ำส้มที่เปื้อนยานอนหลับเท่านั้นยื่นให้เธอดื่ม เพราะคิดเพียงแค่อยากแก้เผ็ดตามความคิดแผลงๆ แต่ทำไมเธอเหมือนจะออกฤทธิ์อย่างอื่นด้วยหวังว่าคงมีแต่ยานอนหลับตามคำสั่งฉันนะ

ชายหนุ่มคาดคะเนเดาเอาเองว่า อาการที่เธอดิ้นไปมาอาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมยานอนหลับที่เธอดื่มเข้าไปมากเกินไป เขาไม่ได้ผสมยาปลุกเซ็กซ์ในนั้นแน่ๆ นอกเสียจากว่าการ์ดของเขาจะทำอะไรนอกคำสั่งตอนผสมเครื่องดื่มให้พิมพ์พิชชา เขาคิดก่อนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ชุบน้ำ มาเช็ดตัวให้เธอเบาๆ

หญิงสาวหลับสนิทจนขนาดว่าไม่รู้ตัวว่านอนดิ้นจนหน้าอกหน้าใจเอ่อล้นชุดเกาะอกสีเขียวมรกตแสนสวยนั่น มันล้นออกมามากจนมันท้าทายชายหนุ่มอย่างเขาเสียหายใจแรง... เซ็กซี่ไม่ตั้งใจ!

ตอนนี้พลังความร้อนบางอย่างภายในกายชายมันเริ่มปั่นป่วนไปหมด จนต้องหักห้ามความรู้สึกแห่งพลังลึกลับนี้ที่โจมตีเขาเข้าแล้ว เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็น่าภูมิใจในตนเองอยู่ไม่น้อยที่อารมณ์อย่างว่ามันช่วยย้ำว่าเขายังหนุ่มแน่นฟิตเปร๊ยะปุ๋งปั๋งได้ดั่งใจแบบไม่ต้องพึ่งไวอากร้าอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ก็ก๊วนเพื่อนๆหนุ่มนักธุรกิจหลายคนในวัยเดียวกันมาบ่นกับเขาประจำว่าบางครั้งอารมณ์แบบนี้กว่าจะมาต้องบิ้วกันจนเหนื่อย แต่สำหรับเขา จะเรียกว่าฮอร์โมนของวัยหนุ่มมันยังคุกรุ่นพุกพล่านอย่างน่าภาคภูมิหรืออาจจะเป็นเพราะแม่นิติกรสาวดาวยั่วที่นอนเซ็กซี่บนเตียงกว้างของเขาคนนี้กันแน่ เขาไม่ได้แตะต้องผู้หญิงมานานแล้วเหมือนกันเพราะความที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฮโซนอกจากตรำงานหนักจนไม่มีเวลาแล้วจะมีความสัมพันธ์ฉันสวาทกับใครก็ต้องระมัดระวัง แต่เมื่อมีขนมหวานมาอยู่ตรงหน้าแบบนี้มันเหมือนมีปิศาจกับเทพบุตรกำลังรบรากันอยู่ในความคิดของเขาว่าค่ำคืนนี้จะเป็นซาตานที่ปลุกปล้ำขย่ำสวาทแม่กระต่ายน้อยให้หายแค้น หรือจะเป็นเทพบุตรที่สุดแสนจะน่าเทิดทูนด้วยการไม่แตะต้องเธอแม้เพียงปลายก้อยดี เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ริมฝีปากหยักสวยของเขาก็เหยียดยิ้มบางอย่างพึงใจเสียเฉยๆแต่เจตนาแรกเขาแค่จับเธอมาแกล้งไม่ได้ต้องการอย่างอื่น... ไม่เลยจริงๆ ธีร์จุฑาสาบาน! เธอกำลังจะทำให้ธีร์จุฑาตบะแตกนะ...แม่กระต่ายน้อย รู้ตัวรึปล่า

ถึงเวลาแก้เผ็ดเอาคืนเธอแล้วสินะ... เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดเขาตั้งแต่วันนั้น...วันที่เธอฝากรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้าหล่อๆ ของเขา สายตาคมหรี่ลงแคบคิดถึงช่วงเวลาก่อนนี้เพียงไม่ถึงชั่วโมง ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยง เธอคนนี้ก็ทำให้เขาสะดุดตาและเหมือนว่าโลกหยุดหมุนไปเสียเฉยๆ พอรู้ว่าเธอคือคู่แค้นที่ฝากรอยแผลเป็นที่หางคิ้วจนทำเขาหมดหล่อ และเป็นแผลเดียวบนร่างกายสุดหล่อของเขาที่ใครต่อใครเห็นก็มักจะถาม

แผลเป็นที่หางคิ้วนี่ ไปได้มายังไงเนี่ย

แกไปทำอีท่าไหนวะ ไปโดนสาวเผ็ดสวยดุที่ไหนฟาดหน้ามาวะไอ้ธีร์

เพลย์บอยอย่างแกเจอตอเข้าสิท่า ไปพลาดท่าให้สาวไหนฟาดหน้าให้ละวะเนี่ยไอ้ธีร์?

สมน้ำหน้าละ ไม้เลื้อยอย่างแก เจอสักทีก็ดี

พวกคำถามเหล่านั้นมันหยามกันชัดๆ เจ็บตัวไม่เท่าไหร่แต่เจ็บใจและเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีมันเป็นสิ่งที่คาสโนว่าหนุ่มไฮโซอย่างเขาทนไม่ได้เด็ดขาด และแล้วในที่สุดโลกก็กลม(หรือพรหมแกล้งลิขิต) ทำให้เขาและหล่อนโคจรมาพบกันอีกและดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะขอเป็นผู้กำกับทุกฉาก ทุกตอน ทุกเรื่องราว โดยเฉพาะบทชำระแค้น เขาจะเล่นให้ถึงบทบาท ถึงพริกถึงขิง ถึงใจถึงอารมณ์ให้หายแค้นเลยทีเดียว!!

สายตาคมของธีร์จุฑามองร่างบอบบางของหญิงสาวอย่างมีแผนการ แน่ล่ะสิ่งที่เขากำลังจะแกล้งเธอคืนนั้นมันต้องสาสมกับรอยแผลเป็นบนหางคิ้วที่เธอทำไว้กับเขาจนเกือบหมดหล่อนั่นแน่ๆ

แต่ยิ่งเอาตัวเองเข้าประชิดใกล้เรือนกายที่แสนยั่วนั้น เขาก็พบว่าตัวเองเริ่มหายใจแรงขึ้นถี่ขึ้น หัวใจเต้นเกินจังหวะพอดีที่ปกติและคุ้นเคย มันเป็นสัญญาณเตือนว่าเขาต้องรีบจัดการอะไรบางอย่าง แล้วเอาตัวเองออกห่างจากเธอก่อนที่จะห้ามใจไม่ไหว...

ร่างสูงโปร่งก้าวไปหยุดยืนข้างเตียงกว้าง ดวงตาคมดุมองหญิงสาวร่างเซ็กซี่ที่นอนหลับลึกด้วยฤทธิ์ยา เส้นผมสีดำขลับเงางามดุจแพรไหมตอนนี้แนบไปกับหมอนนุ่ม บนใบหน้าสวยหวานที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางตอนนี้ก็สะอาดสะอ้านเหลือทิ้งไว้เพียงผิวสวยแห่งวัยสาวที่เขามองทีไรก็ตรึงตราราวต้องมนต์สะกดไม่ให้เขาละสายตาจากเธอไปมองสิ่งอื่นใดได้อีกเลย สายตาคมหยุดตรึงตรงที่ริมฝีปากอันแสนอวบอิ่มยั่วยวนแล้วยิ่งสีชมพูระเรื่อๆชุ่มฉ่ำนั่นมันยิ่งกระชากปรารถนาของเขาให้จมดิ่งลึกถึงความรู้สึกแรกที่จรดจูบเธอ อยากจูบอีก... อยากรำลึกถึงความรู้สึกนั้นอีกสักครั้ง

ความรู้สึกซาบซ่านน่าพึงพอใจมันขึ้นมาก่อกวนความคิดของเขาอีกครั้ง จูบนั้นช่างแสนหวาน...และเขาก็อยากจะทำแบบนั้นซ้ำอีกครั้ง... ว่าแต่ จูบแรกระหว่างเขาและหล่อนมันผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ นานพอๆกับรอยแผลเป็นบนหางคิ้วนั่น

คิดอะไรวะเนี่ย? บ้าไปแล้ว!’

เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ก่อนเลื่อนสายตาต่ำลงไปมองส่วนอื่นๆ เพื่อสะกดกลั้นหักห้ามใจที่อยากจะทำอย่างอื่นมากกว่ามอง...

ถึงเวลาล้างแค้นให้หายแค้สักทีพิมพ์พิชชา...

พออยากจะละสายตาจากเรือนร่างเซ็กซี่นั่น ก็มีแรงกระตุ้นบางอย่างกำลังโจมตีเขา ทั้งอยากแตะเนื้อต้องตัว ลูบคลำ รวมถึงใช้กลีบปากหยักได้รูปของเขาวนเวียนไปทั่วบริเวณผิวนวลเนียนนั้นไปทุกซอกทุกมุม... ทำไมเขาถึงคิดไปไกลได้ขนาดนี้นะ ให้ตายสิ! นี่เขากำลังจะแก้เผ็ดเธอหรือกำลังจะทำฮาลาคีรีตัวเองกันแน่นะเนี่ย? ไอ้ธีร์นะไอ้ธีร์ ข่มใจไว้... อดทนไว้สิน่าเขาสะกดสั่งตัวเองแต่ดูเหมือนว่าร่างแกร่งกำยำจะไม่ยอมเชื่อฟังสมองของตัวเองเสียแล้ว ความร้อนจากปรารถนาภายในสูงขึ้นลิ่วๆ ความปั่นป่วนโจมตีอวัยวะสำคุญถึงขั้นขีดสุดแล้ว เลือดร้อนแห่งความเป็นชายผสานกับความพวยพุ่งของฮอร์โมน ไม่มีใครรู่ว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังต่อสู้กับอะไร สายตาของไฮโซหนุ่มยังคงตรึงอยู่บนใบหน้าสวยหวานนั้นอย่างลังเลก่อนตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องน้ำ เขาใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่เพื่อ จัดการกับตัวเองอยู่ในนั้นนานจนพอใจ ดีขึ้นไหมลูกพ่อ?จากนั้นก็เดินกลับออกมาด้วยสภาพหยดน้ำเกาะพราวบนแผ่งอกและกลิ่นหอมสดชื่นของครีมอาบน้ำเฉพาะท่านชาย

มือเรียวแกร่งยกขึ้นเสยเส้นผมที่ชุ่มน้ำขึ้นเปิดหน้าผาก สายตาคมของเขาจ้องไปยังต้นขาขาวเนียนกลมกลึงที่โผล่พ้นรอยแยกของสาบเสื้อคลุมที่อาจจะเกิดจากการที่เขาดึงผ้าออก แต่ตอนนี้เรียวขากลมกลึงน่าลูบไล้นั้นกำลังอวดโฉมท้าทายความมั่นคงทางอารมณ์ของเขาอยู่

“ยัยตัวแสบ.. ขนาดหลับยังฤทธิ์ร้ายออกอาการยั่วยวนได้ขนาดนี้ ตื่นอยู่จะขนาดไหนนะ” เขาพึมพำอย่างหงุดหงิด คิ้วขมวดมุ่นหัวใจก็เต้นตึกตักเพราะอยาก รักคนบนเตียงให้หายแค้น

ใบหน้าคมคร้ามเงยหน้ามองเพดาน ก่อนสูดลมหายใจลึก ตามด้วยถอนหายใจแรงๆ อย่างหงุดหงิดใจ จากนั้นเขาก็นั่งลงบนเตียงข้างๆ ร่างบอบบาง...

ลักหลับซะเลยดีไหม? ยั่วยวนจริง!

ดวงตาคมมองริมฝีปากที่เขาแสนหลงใหล ปากอิ่มชุ่มฉ่ำนั่นมีแต่ยั่วยวนเขาอยู่ในทุกขณะจิต ก่อนจะยื่นมือไปแตะปลายนิ้วกลางและนิ้วนางที่กลีบปากสีระเรื่อนั้นแต่เบาแผ่ว แล้วไล้ปลายนิ้วช้าๆ อ้อยอิ่งรับสัมผัสความละมุนเนียนนุ่ม แล้วจู่ๆ เขาก็จมดิ่งลงไปในความรู้สึกของรสชาติหวานล้ำแห่งรสจูบที่เคยได้สัมผัส...ดูดดื่ม...แล้วอยากลิ้มรสของมันอีกครั้ง ดวงหน้าคมโน้มลงเข้าใกล้ราวต้องสะกด เขาใช้ปลายนิ้วเรียวแกร่งผละไปแตะแก้มนุ่มนั้นแทนแล้วดันให้เอียงในองศาที่เขาถนัด แน่ล่ะสิ่งนั้นมันทำให้เขาโน้มใบหน้าลงไปแตะริมฝีปากบนลำคอหอมๆ นั่นได้อย่างพอเหมาะพอดี...

หอม...หวาน แล้วก็นุ่มชวนหลง

กระต่ายสาวจอมยั่ว...

มันหอมจนบงการให้เขาเม้มริมฝีปากแรงๆ อย่างจงใจแกล้งแล้วก็ฝากรอยแดงจ้ำๆ เมื่อเขาผละออก ริมฝีปากหยักสวยของเขายิ้มอย่างพอใจ ปนเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ

ชัยชนะเริ่มเป็นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วเขาก็ประทับรอย คิสมาร์คที่แสนรุนแรงแบบนั้นอีกครั้งที่ใหม่ เรื่อยลงมาอีกสองสามจุด สุดตรงเนินอกอวบอิ่ม แน่นอน...มันหอมจนเขาแทบคลั่ง และดูเหมือนร่างที่หลับสนิทจะออกอาการตอบสนองเขา จะคลั่งตายแล้ว บ้าชิบ!’

“มันจะดีมากเลยถ้าเราเซลฟี่ด้วยกันบนเตียงน่ะพิมพ์พิชชา” เขากระซิบข้างหูเธอขณะหลับใหล ร่างสูงที่นอนราบยาวเหยียดตามความสูงของตนเองใกล้ๆ ร่างน้อยบอบบาง...แล้วก็หอมยั่วใจเขาเหลือเกิน มือแกร่งหยิบสมาร์ทโฟนไว้ในองศาที่เหมาะ เขามองภาพในหน้าจอที่ใช้กล้องหน้า แล้ว... แชะ!

ภาพอิริยาบถพลอดรัก ทั้งจูบจริงระคนมุมกล้อง ที่นักธุรกิจหนุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเล่นหนังร่วมกับนางเอกเอวีจำเป็น ถูกบันทึกอย่างรัวๆ

แต่ดูเหมือนว่าภาพถ่ายส่วนใหญ่จะไม่ใช่การใช้มุมกล้องเพราะชายหนุ่มเผลอใจเล่นจริงจูบจริงไม่สแตนอินกับร่างน้อยนั่นอย่างเกินเลยไปหลายสิบแอ๊คชั่น ถ่ายรูปขึ้นเหมือนกันนะคนสวย

เมื่อได้ภาพตามจำนวนที่พอใจว่าจะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในแผนการแล้วเขาก็พลิกร่างน้อยให้นอนหงายอย่างสบายอารมณ์ ก่อนผละตัวเองออกมานอนข้างๆ แล้วกดเช็คภาพพวกนั้นอย่างเพลิดเพลิน รอยยิ้มร้ายปรากฎบนใบหน้าเขาเมื่อภาพนั้นเย้ายวนฮอร์โมนหนุ่มพอๆหรือเทียบเท่าเวลาพลิกดูภาพนางแบบสาวสวยจากนิตยสารเพลย์บอยเลยจริงๆ ยิ่งดูยิ่งเพลิน ยิ่งเพลินก็มีบางสิ่งยิ่ง คึกคักจนเขาต้องต่อสู้กับพลังบางอย่างภายในกายชายที่มันคุกรุ่นเตรียมปะทุได้ตลอดเวลา

“ทุกอย่างเรียบร้อยอย่างกับจับวาง... พรุ่งนี้ฉันจะเค้นเอาน้ำตาจากเธอให้สะใจไปเลยยัยตัวแสบ!” เขาหัวเราะอย่างผู้ชนะ ก่อนจะลุกขึ้นผละออกจากเรือนร่างแสนเซ็กซี่ที่ยั่วยวนเขานั้น อีกอึดใจกลับรูสึกอยากจะทิ้งจูบลาอีกสักครั้ง

ไหนๆก็ได้จูบแล้ว... ขออีกสักครั้งคงไม่สึกหรอหรอกนะแม่กระต่ายน้อยจอมยั่ว

ชายหนุ่มพลิกร่างเข้าหาร่างน้อยอีกครั้ง

“อือ...”

เมื่อริมฝีปากฉ่ำหวานนั้นเริ่มเผยอน้อยๆ ดูแล้วช่างชวนจุมพิต และก็ริมฝีปากเจ้ากรรมอันเดิมที่ส่งเสียงครางแผ่วเบากระตุ้นพลังลึกๆในกายเขาอย่างดีทีเดียว วินาทีที่ดึงดูดเขาให้จมดิ่งลงไปในมนต์เสน่ห์ความหวานชุ่มฉ่ำที่ยั่วเขาทุกขณะจิตที่เข้าใกล้ ยิ่งบดจูบก็กลับยิ่งกระหายหิว โดยไม่สนใจอะไรๆในสามโลก เขาแย้มกลีบปากนุ่มนั้นอย่างช่ำชอง บดจูบอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สาวน้อยใต้ร่างแกร่งเคลิ้มตามยิ่งทำให้เขาพอใจอย่างบอกไม่ถูก คงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เธอเออออกับจังหวะจุมพิตของเขา นั่นไม่สำคัญเท่าว่าจูบนี้ที่เขายัดเยียดให้เธอในโทษฐานที่หล่อนยั่วยวนเขา โดยหารู้ว่าเขานะ เป็นหนุ่มไวไฟ จุดติดง่ายเสียยิ่งกว่าก้านไม้ขีดไฟเจอน้ำมันเสียอีก

เธอโชคดีมากกว่าโชคร้ายอีกน่ะพิมพ์พิชชา เพราะในโลกนี้มีผู้หญิงนับร้อยต้องการร่วมเตียงกับฉัน แม้ต้องแลกด้วยความตาย...

หลังจากบดเคล้าจูบเถื่อนๆ จนหนำใจแล้วเขาก็ถอนจูบอย่างแผ่วเบา ก่อนจะถ่ายรูปกระต่ายน้อยจอมยั่วอีกครั้งแบบหลายๆ ชอท

ผู้หญิงอะไร ยิ่งหลับก็ยิ่งดูน่ารักชายหนุ่มถ่ายรูปไว้หลายรูปจนเพียงพอก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วสายตาของเขาก็ยังคงตรึงตราบนใบหน้าสวยๆนั้นอย่างไม่อยากละสายตาไปทางอื่น

รู้สึกได้ว่าภายในร่างกายของเขาเริ่มปั่นป่วนอีกครั้งจากการโจมตีของพลังบางอย่าง เลือดในกายชายหลั่งไหลไปหล่อเลี้ยงจุดที่สำคัญที่สุดของความเป็นชาย จนเขาต้องเก็บกลั้นอารมณ์ร้อนวูบวาบที่พุ่งปราดขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว เท่านั้นร่างสูงพาตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำนานอีกพักใหญ่เพื่อระงับความร้อนที่มันโจมตีเขามากขึ้นมากขึ้นกี่ครั้งแล้ววะเนี่ย...คืนเนี๊ยะ!’ ชายหนุ่มสบถกับตัวเองขณะ จัดการระงับอารมณ์เซ็กซี่ของตัวเองโดยลำพัง ถ้าขืนเอาแต่มองเรือนร่างกระต่ายน้อยจอมยั่วที่เป็นเจ้าของความเซ็กซี่ที่ไร้เดียงสาอยู่แบบนี้...  มีหวังเขาหมดความอดทนเป็นแน่! มีความเริงร้อนบางอย่างกำลังมุ่งเข้าโจมตีเขา ร้ายกาจจริงนะแม่กระต่ายน้อยจอมยั่ว!’


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha